ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 1 กระบี่สวรรค์

ชื่อตอน : ตอนที่ 1 กระบี่สวรรค์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.8k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ส.ค. 2560 08:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1 กระบี่สวรรค์
แบบอักษร

          ชายหนุ่มตื่นขึ้นมา

          เขามีอาการมึนงงสับสน รอบกายเขาเป็นป่า เขาประมวลผลความคิดอย่างรวดเร็วว่ามันเกิดอะไรขึ้น

          “เรามาอยู่ในป่าได้ไง” ชายหนุ่มพูดพึมพำกับตัวเอง

          เขาหันมาสนใจกับร่างกายตัวเอง เขาพบว่าชุดที่เขาสวมใส่ไม่ใช่ชุดที่เขาเคยใส่ ชุดนี้มันเป็นชุดจีนโบราณที่เก่าและมีกลิ่นอับ เขารู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง เสียงที่เขาพูดนี้ก็ไม่ใช่เสียงของเขา เขาย่อมจำเสียงตัวเองได้ แต่เสียงที่เปล่งออกมาจากปากเขานี้มันดูจะเป็นเสียงของเด็กหนุ่มที่ยังไม่โตเต็มวัยนัก ซึ่งมันไม่ตรงกับอายุของเขา เพราะเขามีอายุ 46 ปีแล้ว

เขาจึงได้มองดูร่างกาย มือและเท้าของเขา มันแตกต่างจากร่างกายเดิมของเขามาก ร่างกายที่ผอม มือและเท้าผอมเรียวแต่ก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความอ่อนเยาว์ของวัยหนุ่ม เขาอุทานออกมา   

“โอ นี้ไม่ใช่ร่างกายของเรานี้”

บางอย่างผุดเข้ามาในความทรงจำของเขา เป็นความทรงจำที่ไม่ใช่ความทรงจำของเขา แต่เป็นของเจ้าของร่างกายนี้

เจ้าของร่างนี้ เป็นเด็กหนุ่มวัยเยาว์อายุ 15 ปี ชื่อว่า หวังเสี่ยวหลง เขาถูกซ้อมตีจนตาย  นั้นคือความทรงจำสุดท้ายที่เด็กคนนี้จำได้

“หลังจากที่เด็กนี้ตายคงถูกนำร่างมาทิ้งในป่านี้” ชายหนุ่มสันนิษฐาน

“ชีวิตของเด็กหนุ่มคนนี้น่าสงสาร แต่เจ้าไม่ต้องกังวลอีกต่อไปแล้ว ขอให้เจ้าไปสู่สุคติ เราจะใช้ชีวิตที่ดีในร่างของเจ้า และจะทวงความยุติธรรมให้เจ้า เราขอให้สัญญา” ชายหนุ่มอธิษฐานส่งดวงวิญญาณให้แก่หวังเสี่ยวหลง

ชายหนุ่มฝืนร่างกายที่บาดเจ็บพยายามลุกขึ้นยืน เขาต้องไปจากสถานที่นี้ เขารู้สึกสังหรณ์ใจว่าหากเขาอยู่ที่นั้นต่อไป เขาอาจจะประสบอันตรายบางอย่างเกิดขึ้นกับเขา และเขาก็รู้สึกหิวมากๆ เขาจำเป็นต้องหาอะไรกินเพื่อดับความหิวของเขา

          เขาเดินไปตามทิศทางที่สะดวก เดินไปได้สักระยะทางหนึ่งเขาก็ได้ยินเสียงสัตว์ป่าร้อง เสียงดังมาก เขาตื่นกลัวเล็กน้อย เพราะขณะนี้เขาไม่มีแรงที่จะต่อสู้กับสัตว์ป่าใดๆ ลำพังแค่ฝืนร่างกายเดินก็ลำบากมากแล้ว เขาจึงเดินไปยังทิศทางตรงข้ามกับเสียงสัตว์ป่าร้องที่เขาได้ยินเพื่อเลี่ยงการเผชิญหน้ากับสัตว์ป่า

          “ซ่า ซ่า ซ่า” เสียงน้ำไหลดังแว่วมา เขาจึงเดินมุ่งหน้าไปยังทิศทางนั้นทันที ไม่นานเขาก็ได้เห็นน้ำตก เขาเดินเข้าหาน้ำตก มีบ่อน้ำไม่ใหญ่มากใต้น้ำตก เขาจึงใช้มือกวักน้ำในบ่อขึ้นมาดื่ม

หลังจากดื่มจนพอใจแล้ว เขาเหลือบเห็นบางสิ่งบางอย่างปักอยู่ในก้อนหินใหญ่มันคือด้ามของกระบี่ ตัวกระบี่ปักเข้าไปจมมิดในเนื้อหิน สร้างความสนใจให้แก่เขาอย่างมาก

“กระบี่นี้คงจะคมมากและแข็งแรงมากๆจึงสามารถเจาะเนื้อหินได้ดังว่าเป็นก้อนเต้าหู้, มันมาปักอยู่ที่นี้ได้ไงหว่า, คนที่ปักมันไว้ต้องแข็งแรงมากๆ, เราจะดึงออกมาได้หรือเปล่านี่”

เขาเดินไปเพื่อจะดึงกระบี่ออกมา

“วิ้ง”

ทันทีที่เขาจับด้ามกระบี่ ร่างกายเขาก็ถูกดูดหายเข้าไปในตัวกระบี่ เขาปรากฏตัวขึ้นที่ลานหญ้าโล้งกว้าง เบื้องหน้ามีชายกลางคนในชุดบัณฑิตจีนโบราณสีฟ้ายืนอยู่

ชายกลางคนมองที่หวังเสี่ยวหลง และกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงยินดีว่า

“โอ ข้ารอมาเกือบ 5,000 ปี ในแดนมิติกระบี่สวรรค์นี้ ในที่สุดก็มีคนได้พบเห็นกระบี่นี้ และเข้ามาในแดนมิตินี้ได้, เด็กหนุ่มเจ้าไม่ต้องกลัวข้า”

“ที่นี่ที่ไหน ท่านเป็นใคร” หวังเสี่ยวหลงถาม

“ที่นี้คือดินแดนมิติกระบี่สวรรค์ที่ปักอยู่ในก้อนหินที่เจ้าเห็นก่อนหน้านี้, ส่วนข้าคือวิญญาณในกระบี่ ชื่อว่าเย่หลิงฟง”

“ร่างกายท่านก็ดูปกติดีนี้” หวังเสี่ยวหลงไม่ได้ตื่นกลัวที่เย่หลิงฟงบอกว่าตัวเขาเป็นวิญญาณ  

“ในดินแดนนี้ ข้าสามารถสร้างร่างกายเนื้อขึ้นมาได้ แต่ไม่อาจออกจากดินแดนมิตินี้ได้”

“อ้อ, ข้าชื่อหวังเสี่ยวหลง, ท่านพอมีอาหารกินไหมข้าหิวมากๆ” หวังเสี่ยวหลงถาม เพราะตอนนี้เขาหิวมากๆ

“ดินแดนมิตินี้ มีของกินมากมาย นายคนก่อนของข้า ได้นำพืชสมุนไพรและผลไม้มาปลูกไว้จำนวนมาก ตามข้ามา”

ชายกลางคนพาหวังเสี่ยวหลงไปต้นไม้ต้นหนึ่ง และกล่าวว่า

“เจ้ากินผลไม้เพลิงน้ำแข็งวิญญาณนี้ก่อนจะดีกว่า มันจะรักษาอาการบาดเจ็บของเจ้า และรักษาโรคชีพจรพิการในร่างกายเจ้าได้ด้วย”

“ท่านรู้ได้ไง ว่าข้ามีโรคชีพจรพิการ”

“เพราะว่าเจ้าเข้ามาในนี้ได้ คนที่จะเข้ามาในนี้ได้โดยที่ยังไม่ใช่เจ้าของกระบี่ ต้องไม่มีพลังลมปราณติดตัว ไม่เคยฝึกวิชายุทธใดๆ ซึ่งในดินแดนโลกแห่งนั้นนอกจากคนที่เป็นโรคชีพจรพิการเท่านั้นที่จะไม่เคยฝึกลมปราณและวิชายุทธใดๆมาก่อนจนถึงอายุขนาดเจ้านี้ และอีกเงื่อนไขหนึ่งคือต้องเป็นผู้ที่เคยผ่านความตายมาแล้ว 1 ครั้งด้วย, นั้นคือผลไม้เพลิงน้ำแข็งวิญญาณมันช่วยรักษาโรคชีพจรพิการของเจ้าได้”

ชายกลางคนชี้ไปที่ต้นไม้สูง 1 เมตรที่ออกผลสีฟ้า 1 ผล ลักษณะผลไม้คล้ายผลสาลี่หรือผลแอปเปิล

ด้วยความหิวหวังเสี่ยวหลงไม่สนใจจะซักถามต่อ เขาก็เดินไปเด็ดผลไม้นั้นมากินทันที

ผลไม้มีรสชาติหวานชุ่มชื่นและอร่อยมากๆ แต่ไม่เหมือนกับรสชาติใดๆที่เขาเคยกินมาก่อนเลย

หลังกินผลไม้นั้นแล้ว เขาก็อิ่ม

ชายกลางคนก็กล่าวว่า

“เจ้าฟังข้า ผลไม้วิญญาณเพลิงน้ำแข็งที่เจ้ากินนั้น 5,000 ปีจึงออกผล 1 ผล เจ้านับว่ามีวาสนามาก ที่มาในช่วงที่มันออกผลพอดี ผลไม้นี้จะช่วยชำระล้างสิ่งปรกในร่างกายเจ้า และเปลี่ยนร่างกายเจ้าด้วย ตอนนี้มันเริ่มจะออกฤทธิ์แล้ว เจ้าจะรู้สึกร้อนมากๆ ความร้อนจะประทุขึ้นเรื่อยๆ ราวกับว่ามีไฟกำลังเผาไหม้ร่างกายของเจ้าจากภายในอยู่ตลอดเวลา”

ขณะที่ชายกลางคนเย่หลิงฟงพูด หวังเสี่ยวหลงก็รับรู้ได้ว่าร่างกายเขากำลังร้อนขึ้นเรื่อยๆราวกับว่ามีไฟกำลังเผาไหม้ร่างกายเขาจากภายในจริงๆ

“เจ้าจะทรมานอย่างมาก แต่เจ้าต้องอดทนไว้ และฝึกตามข้า”

หวังเสี่ยวหลงทำตามทันที

ชายกลางคนแสดงท่าร่างที่มีความพิสดารมากอย่างช้าๆ หวังเสี่ยวหลงก็ทำตาม

ท่าร่างมีทั้งหมด 18 ท่า รื่นไหลต่อเนื่อง พอครบ 18 ท่าแล้ว ก็เริ่มใหม่ และเพิ่มความเร็วขึ้น พอจบแล้วก็เริ่มใหม่ ความเร็วก็เพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆ

หวังเสี่ยวหลงก็ทำตามได้อย่างทันทีเช่นกัน ความร้อนในร่างเขาก็ค่อยๆลดลง หลังจากที่เขาฝึกท่าร่างตามเย่หลิงฟงได้ 99 รอบ ใช้เวลาราวๆ 4 ชั่วยาม เย่หลิงฟงก็กล่าวว่า

“ผ่านช่วงเพลิงวิญญาณชำระล้างแล้ว ต่อไปเป็นช่วงน้ำแข็งวิญญาณฟื้นฟูรักษา เจ้าจะรู้สึกหนาวมากๆราวกับว่าร่างกายจะแข็งตัวเป็นน้ำแข็ง เจ้าร่ายท่าร่าง 18 ลักษณะเซียนนั้นต่อไปอย่างหยุด จนครบอีก 99 รอบ”

หวงเสี่ยวหหลงก็ทำตามที่เย่หลิงฟงสั่งในทันที ตอนนี้ร่างกายเขารู้สึกหนาวเย็นยะเยือกราวกับว่าจะแข็งตัวเป็นน้ำแข็งตลอดเวลา ฟันเขาสั่นจนกระทบกันดังกึกๆ แต่เขาก็ไม่หยุดฝึกท่าร่าง 18 ลักษณะเซียน เพราะเขารู้สึกว่าเมื่อเขาฝึกท่าร่าง 18 ลักษณะเชียนความหนาวเย็นจะไม่ประทุขึ้นมากนัก เมื่อครบ 99 รอบ เขาก็หมดแรงล้มลมนอนหมดสติในทันที

หวังเสี่ยวหลงฟื้นตื่นขึ้นมา ก็เห็นเย่หลิงฟง นั่งอยู่ข้างๆ

“เจ้าตื่นแล้ว เจ้านอนหลับไปเป็นเวลานาน ถึง 20 วัน” เย่หลิงฟงกล่าว

หวังเสี่ยวหลง ตื่นตกใจ เขาหลับยาวนานเพียงนั้นเชียว

“เอาละ, ข้าจะบอกสรรพคุณผลเพลิงน้ำแข็งวิญญาณต่อ, ตอนนี้ร่างกายเจ้าได้รับการชำระล้างและเปลี่ยนสภาพเป็นร่างหลอมเทวะแล้ว เพลิงความร้อนใดๆจะไม่อาจเผาไหม้ร่างกายเจ้าได้ ความเย็นใดๆก็ไม่อาจแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายเจ้าได้ พิษร้ายใดๆก็ไม่อาจทำร้ายร่างกายเจ้าได้ เมื่อเจ้าได้รับบาดแผลหรือบาดเจ็บก็จะฟื้นฟูและรักษาตัวเองได้อย่างรวดเร็ว

ร่างกายนี้ยังถือเป็นร่างที่มีชีพจรเชื่อมต่อทั้งหมดที่สมบูรณ์แบบ

ประสาททั้ง 6 จะมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม ถึง 10 เท่า

เจ้าจะเป็นอัจฉริยะ จะมีความจำเป็นเลิศ ชนิดผ่านตาก็สามารถจดจำได้ทั้งหมด

มีสายตาที่ยอดเยี่ยม เห็นได้ในที่มืด และปรับการมองเห็นได้หลายระดับ ถึงขนาดมองผ่านทะลุวัตถุสิ่งของได้เมื่อเจ้าเพ่งจิตสมาธิจดจ่อกับเป้าหมาย

หูเจ้าจะได้ยินชัดเจนขึ้น 10 เท่าของปกติ เมื่อเจ้าเพ่งจิตสมาธิ อาจได้ยินเสียงไกลนับ 100 กิโลเมตร

ลิ้นเจ้าจะแยกจำแนกรสชาติได้ละเอียดขึ้น ถึง 10 เท่า

จิตเจ้าจะมีสมาธิที่มั่งคงสงบนิ่ง ไม่ถูกครอบงำด้วยสิ่งยั่วยวน หรืออวิชาหลอนจิต สะกดจิตใดๆ เจ้าจะมีจิตที่บริสุทธิ์กระจ่างใสอยู่ทุกเมื่อ”

หวังเสี่ยวหลงตื่นตะลึงกับคำพูดของเย่หลิงฟง

เย่หลิงฟงก็กล่าวต่อว่า

“เจ้าฟังเรื่องของข้าได้แล้วสินะ”

“ท่านเล่ามาเถอะ ข้ายินดีจะรับฟัง”

“เดิมข้าเป็นสัตว์วิเศษมังกรโบราณสวรรค์ ข้าถูกสังหารโดยเทพอสูรเย่หยางเทียน และเขาได้ดึงวิญญาณของข้าเข้ามาอยู่ในดินแดนมิติกระบี่สวรรค์ของเขา และเขาได้ลงอาคมเวทกับวิญญาณของข้า ไม่ให้หลุดออกจากดินแดนมิติกระบี่สวรรค์นี้ได้ เขาบอกข้าว่าเมื่อข้ารับใช้เจ้านายครบ 6 คน ข้าก็จะเป็นอิสระ คนที่จะเป็นเจ้านายข้าได้ต้องสามารถเข้ามาที่ดินแดนมิติกระบี่สวรรค์ได้ และเขาก็ตั้งชื่อให้ข้าว่าเย่หลิงฟง

เจ้านายคนแรกของข้าก็คือเทพอสูรเย่หยางเทียน, คนที่สองคือเทพโอสถลู่เฟย คนที่สามคือเซียนกระบี่เทพสวรรค์เฉินเจี้ยน คนที่สี่คือจ้าวพิภพจักรพรรดิเชียงหมิง คนที่ห้าคือเทพบัญชาสวรรค์สุ่ยซงหนิง คนที่หกข้ารอมาเกือบ 5,000 ปี นั้นคือเจ้าหวังเสี่ยวหลง”

“ท่านถูกขังอยู่ในดินแดนนี้มานานเท่าไหร่แล้ว” หวังเสี่ยวหลงถาม

“หากนับเวลาในนี้ก็ประมาณ 955,000 ปีแล้ว แต่เวลาในนี้เร็วกว่าเวลาภายนอก 10 เท่า ก็คงประมาณ 95,500 ปีของเวลาภายนอก”

“งั้นแสดงว่า ตอนนี้ข้าคือเจ้าของกระบี่นี้และเป็นนายของท่านใช่หรือไม่”

“ใช่แล้ว ตอนนี้เจ้าคือนายของข้า แต่ข้าก็ไม่ได้จะเรียกเจ้าว่านายท่านหรอกนะ”

“ไม่เป็นไร เรียกข้าว่า ตามที่ท่านพอใจ เพราะยังไงท่านก็อายุมากกว่าข้ามาก, บอกข้าเกี่ยวกับดินแดนนี้”

“ดินแดนนี้เป็นดินแดนมิติในกระบี่สวรรค์ มีพื้นที่ประมาณ 10,000 ตารางกิโลเมตร ไม่มีกลางวันกลางคืน ที่นี้จะสว่างตลอดเวลา มีทะเลสาบราวๆ 4,000 ตารางกิโลเมตร มีภูเขา 7 ลูกล้อมรอบทะเลสาบ

ในดินแดนนี้เจ้าไม่อาจนำมนุษย์คนอื่นเข้ามาได้ แต่สามารถนำสัตว์อสูร พืช หรือวัตถุสิ่งของเข้ามาได้

เจ้านายคนแรกปลูกต้นสมุนไพร ต้นผลไม้เพลิงน้ำแข็งวิญญาณ ต้นไม้อื่นๆ และนำสัตว์อสูรมาปล่อยไว้จำนวนมากที่เขตภูเขา 4 ลูกทางด้านนั้น เจ้านายคนที่สองใช้ภูเขาลูกที่ห้าด้านนั้นสร้างที่พักและโรงปรุงยา เจ้านายคนที่สามตัดภูเขาลูกที่หกเป็นลานกว้างและสร้างตำหนักที่พักเพิ่มอีก 5 หลัง ทำเป็นหอตำรา คลังเก็บสมบัติ หอโอสถ หออาวุธ และหอฝึกยุทธ เจ้านายคนที่สี่ก็ได้นำสัตว์อสูรน้ำมาปล่อยที่ทะเลสาบหลายชนิด และนำพืชสมุนไพรและสัตว์อสูรเข้ามาเพิ่ม  เจ้านายที่ห้าสร้างสวนดอกไม้ผลไม้ที่ภูเขาลูกที่เจ็ดนี้เพิ่มเติม

โรงปรุงยา จะมีตำราสูตรยา วิธีปรุงยา และเตาปรุงยาจำนวนมาก

หอตำรา ได้เก็บตำราวิชายุทธของรุ่น 1 - 5 ไว้ทั้งหมด เจ้าสามารถเลือกฝึกได้ตามที่ต้องการ

คลังเก็บสมบัติ ได้เก็บสมบัติที่รุ่น 1- 5 ได้เก็บสะสมไว้จำนวนมาก

หอโอสถ เก็บยาที่รุ่น 1- 5 ได้ปรุงแต่งไว้จำนวนมาก

หออาวุธ เก็บอาวุธชั้นดีถึงชั้นเลิศไว้มากมาย

และหอฝึกยุทธ จะใช้เป็นที่ฝึกวิชายุทธ เพราะมีค่ายกลมากมายที่สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นด่านฝึกและทดสอบทักษะวิชายุทธ

สัตว์อสูรที่นี้ไม่ได้เป็นสัตว์เลี้ยง พวกมันถูกมาปล่อยทิ้งไว้ให้ขยายพันธุ์เจ้านายทุกรุ่นจะใช้เป็นแหล่งผลิตวัตถุดิบและผลึกพลัง เมื่อต้องการวัตถุดิบหรือผลึกพลังเป็นส่วนประกอบของยา ก็จะเข้าไปล่าสัตว์อสูรเหล่านี้และเอาผลึกพลังหรือชิ้นส่วนอวัยวะต่างๆของพวกมันมาใช้ประโยชน์

และอีกอย่างเจ้านายสามารถอยู่ที่ดินแดนนี้ได้นานที่สุด 30 วัน ต่อการเข้ามาแต่ละครั้ง และต้องรอให้ครบ 12 ชั่วยามก่อนจึงจะเข้ามาใหม่ได้”

เย่หลิงฟงชี้บอกไปด้วยขณะอธิบายเกี่ยวกับสภาพภูมิประเทศของดินแดนนี้

เมื่อคำนวณเวลาดู หวังเสี่ยวหลงก็เข้ามาที่ดินแดนนี้เป็นเวลา 21 วันแล้ว อีก 9 วัน ที่เขาจะอยู่ในนี้ได้ก่อนที่จะถูกส่งออกจากดินแดนนี้

“หากข้าจะออกก่อนเวลา 30 วันต้องทำยังไง”

“เจ้าสามารถกำหนดจิตสมาธิ และสั่งว่า “ออกจากมิติกระบี่สวรรค์” เจ้าก็จะถูกส่งออกไปทันที หากจะเข้ามาก็เพ่งกำหนดจิตสมาธิและสั่งว่า “เข้าสู่ดินแดนมิติกระบี่สวรรค์” เจ้าก็จะเข้ามาในนี้ได้”

หวังเสี่ยวหลงรู้สึกได้ถึงพลังมหาศาลในร่างกาย เขารู้ได้เลยว่าเขาสามารถยกวัตถุหนัก 1,000 จินได้อย่างสบาย เพราะแม้เมื่อก่อนชายหนุ่มนี้จะอ่อนแอ แต่เขาก็เกิดในตระกูลของผู้ฝึกตน เขาจึงได้อ่านตำรามามากมาย เขารับรู้ได้ว่ามีพลังมหาศาลที่โคจรหมุนเวียนในร่างกายเขาขณะนี้มันคือลมปราณ และมันอยู่ที่ระดับพื้นฐานขั้น 2 แล้วอย่างแน่นอน

ก่อนหน้านี้หวังเสี่ยวหลงไม่อาจที่จะคิดฝันว่าจะฝึกลมปราณเต๋าได้ เพราะร่างกายเขาอ่อนแอเป็นโรคชีพจรพิการแต่กำเนิดไม่สามารถฝึกฝนศิลปะยุทธใดๆได้ แต่เขาก็ไม่ได้ยอมแพ้พยายามจะหาความรู้สมุนไพรและยาวิเศษเพื่อจะรักษาอาการป่วยของเขาในหอตำราของตระกูล แต่หลายปีมานี้เขาก็ไม่พบวิธีรักษาใดๆเลย แม้จะรู้ว่ามีผลไม้เพลิงน้ำแข็งวิญญาณ ที่สามารถรักษาเขาได้ แต่ก็เป็นเพียงตำนานเท่านั้น เขาไม่คิดว่ามันจะมีอยู่จริง

เด็กหนุ่มคนอื่นๆในตระกูลก็ชอบที่จะรังแกเขา เพราะเขาไม่มีแม่ แม่เขาตายหลังจากที่คลอดเขาได้ 7 วัน เขาเกิดมาพิการแม้ภายนอกจะดูปกติมีอวัยวะครบถ้วนสมบูรณ์ แต่เส้นชีพจรหลายแห่งพิการบกพร่อง พ่อเขาจึงไม่ได้สนใจเขาเลย เพราะพ่อเขามีภรรยาหลายคน และมีลูกหลายคน เขาจึงถูกเลี้ยงดูจากหญิงรับใช้          

หลังจำความได้เขาก็ได้รับการล้อเลียนจากเด็กในตระกูลว่าเป็นขยะไร้ประโยชน์ เป็นผัก เป็นที่ระบาย และถูกรังแกจากเด็กๆในตระกูล แต่เขาก็ทำได้เพียงเก็บกดความรู้สึกไว้ภายในเท่านั้น และใช้เวลาทั้งหมดกักตัวอยู่ในหอตำราของตระกูลแทน

หอตำราตระกูล มี 2 แห่ง แห่งหนึ่งเป็นหอตำราทั่วไป ที่เก็บรวบรวบตำราความรู้ต่างๆทั่วๆไป ทุกคนสามารถเข้าใช้ได้ อีกแห่งเป็นหอเก็บตำราศิลปะยุทธ จะห้ามแก่คนทั่วไป ผู้ที่จะเข้าไปใช้ได้ก็ต้องได้รับอนุญาตจากผู้นำตระกูล ผู้อาวุโสหรือผู้มีอำนาจสูงในตระกูลเสียก่อน

หวังเสี่ยวหลงจึงได้ใช้หอตำราทั่วไปเป็นที่หลบช่อนตัวและหาความรู้ ทุกวันเขาก็จะมาที่หอตำราและอ่านหนังสือ

แต่แล้ววันเกิดเหตุ เขาถูกเด็กหนุ่มในตระกูลชื่อหวังเสี่ยวหมิง ซึ่งเป็นพี่น้องคนหนึ่งของเขาลากไปซ้อมตี โดยสาเหตุเพียงเพราะหวังเสี่ยวหมิงถูกเพื่อนหญิงล้อว่าเป็นพี่น้องกับขยะอ่อนแอหวังเสี่ยวหลง พอหวังเสี่ยวหมิงกลับมาบ้านก็วิ่งมาหาหวังเสี่ยวหลงและซ้อมตีเขาอย่างหนักด้วยความโกรธและใช้เขาเป็นที่ระบายโทสะ แต่ว่าครั้งนี้ได้ลงมือหนักเกินไป จนหวังเสี่ยวหลงเสียชีวิต ด้วยความกลัวว่าจะถูกพ่อลงโทษ เขาจึงให้คนรับใช้นำร่างหวังเสี่ยวหลงไปทิ้งในป่าสัตว์อสูร และสั่งห้ามไม่ให้คนรับใช้บอกเรื่องนี้กับใคร

คนรับใช้พวกนี้เคยได้รับผลประโยชน์จากหวังเสี่ยวหมิงจำนวนมากจึงได้ปิดปากเงียบไว้

หวังเสี่ยวหลง ไม่ได้ต้องการออกไปตอนนี้ เขาถามถึงทางไปตำหนักทั้ง 5 ว่า

“ตอนนี้เราอยู่ที่ส่วนใด และจะไปที่ตำหนักที่พักทั้ง 5 ได้อย่างไร”

“ตอนนี้เราอยู่ที่ตีนเขาลูกที่ 4, ที่ดินแดนนี้ สามารถเคลื่อนย้ายไปที่ไหนๆก็ได้ด้วยวิธีกำหนดจิตสมาธิ โดยหลับตาและเพ่งสมาธิกำหนดจุดหมายและสั่งด้วยคำสั่งว่า “ไป” ก็จะถูกย้ายไปยังที่ที่กำหนดได้ในทันที แต่ต้องกำหนดที่หมายให้ชัดเจนก่อนที่จะสั่งไป แต่ในการเดินทางไปครั้งแรกข้าแนะนำให้ใช้วิธีเดินทางด้วยเท้าตามปกติเสียก่อน จะได้รู้จักสถานที่และรู้ตำแหน่งที่ชัดเจน ครั้งต่อไปก็ค่อยใช้วิธีเคลื่อนย้ายด้วยจิตเอา”

“อ้อ, งั้นท่านช่วยนำทางข้าไปที่ตำหนักทั้ง 5 ด้วย”

“ได้สิ ตามข้ามา”

ระยะทางจากลานทุ่งหญ้าโล้งกว้างไปยังตำหนักราวๆ 30 กิโลเมตร ด้วยความเร็วของหวังเสี่ยวหลงในปัจจุบัน เขาใช้เวลาเดินทาง 6 ชั่วยามก็ถึงหน้าตำหนักทั้ง 5 หลัง

หวังเสี่ยวหลงเดินเข้าหอตำรายุทธก่อน เพื่อเลือกวิชาที่ใช้ฝึก

ภายในหอตำรายุทธ มี 5 ชั้น แต่ละชั้นเก็บตำรายุทธไว้แยกตามประเภทวิชาชัดเจน มีตำราวิชามากถึง 1,000,000 ตำราวิชายุทธ

หวังเสี่ยวหลงไม่อาจเลือกได้ว่าจะฝึกวิชาใดบ้าง เขาจึงกล่าวกับเย่หลิงฟงว่า

“บอกข้าเกี่ยวกับเจ้าของกระบี่สวรรค์ คนที่ห้าเทพบัญชาสวรรค์สุ่ยชงหนี”

“เทพบัญชาสวรรค์สุ่ยชงหนี เป็นหญิง เกิดในราชวงศ์สุ่ยแห่งอาณาจักรสุ่ยเซียง นางเกิดมาเป็นโรคชีพจรพิการไม่อาจฝึกลมปราณและวิชายุทธใดๆ แต่นางเป็นหญิงและเกิดในราชวงศ์จึงไม่ถูกรังแก ไม่ถูกล้อเลียนเหยียดหยาม และนางก็เป็นหญิงสวยมาก นางจึงฝึกศิลปะดนตรี เพลง กลอน วาดภาพ และค้นหาวิธีรักษาโรคของตัวเอง

อายุ 15 ปีนางแต่งงานกับทายาทหนุ่มแห่งราชวงศ์หวังอาณาจักรหวังตี้ชื่อหวังเสียน แต่นางก็ไม่อาจมีชีวิตเกินอายุ 15 ปี เพราะโรคของนาง พอนางเสียชีวิต หวังเสียนได้เก็บรักษาร่างนางไว้ในโลงน้ำแข็งและสร้างสุสานให้นาง ผ่านไป 100 ปี จู่ๆนางก็ฟื้นขึ้นมาจากความตาย นางออกมาจากโลงน้ำแข็ง และพบเห็นกระบี่สวรรค์ปักอยู่ที่หน้าสุสานของนาง เมื่อนางจับที่ด้ามกระบี่นางก็ได้เข้ามาในดินแดนมิติกระบี่สวรรค์ มันคือเมื่อ 29,000 ปีก่อนของเวลาที่นี้หรือ 2,900 ปีก่อนของเวลาภายนอก

นางก็ได้เขามาในช่วงเวลาที่ผลไม้เพลิงน้ำแข็งวิญญาณออกผลพอดี นางได้กินผลไม้นั้น จากนั้นก็ได้ฝึกวิชาในที่นี้ นางใช้ชีวิตในสุสาน 5 ปีภายนอก และ 50 ปีในดินแดนนี้ ฝึกวิชากระบี่บัญชาสรรค์ วิชาบุบผาเซียน วิชานารีเทพ วิชาธรรมวิสุทธิ์ วิชาพิรุนโปรย วิชาบัวน้ำแข็งศักดิสิทธิ์ วิชาเพลิงสวรรค์พิโรธ ศึกษาสมุนไพรและวิธีปรุงยาในโรงโอสถ

นางมีความสำเร็จที่รวดเร็ว เวลา 10 ปีภายนอกนอกก็ทะยานขึ้นเป็นยอดฝีมือเข้าถึงระดับขอบเขตเซียนมนุษย์ ขั้น 10

นางออกจากสุสานและกลับไปที่ราชวงศ์หวังตี้เพื่อหาสามี แต่สามีนางได้เสียชีวิตแล้ว นางจึงไม่มีความต้องการที่จะอยู่ในราชวงศ์หวังตี้ นางจึงเดินทางกลับไปยังอาณจักรสุ่ยเซียง นางได้สร้างนิกายบัญชาสวรรค์ขึ้นในอาณาจักรสุ่ยเซียง นิกายบัญชาสวรรค์เจริญรุ่งเรื่องมีสาวกมากมาย ได้รับยกย่องเป็นนิกายอันดับหนึ่งในใต้หล้า ด้วยเวลาเพียง 300 ปี

นางจึงได้รับฉายาว่า เทพบัญชาสวรรค์สุ่ยชงหนี

เมื่ออายุ 1,990 ปี นางตรัสรู้ธรรมยิ่งใหญ่บรรลุเป็นเทพนิรันดร นางกล่าวกับข้าว่า นางได้บรรลุเป็นเทพนิรันดรแล้ว นางจะเข้าสู่แดนสวรรค์นิรันดร ตามวิถีของรุ่น 1 – 4 ตัดวัฏฏะตายเกิด มีชีวิตเป็นนิรันดรท่องไปยังโลกสวรรค์วิมาณ และเพลิดเพลินกับชีวิต

นางรู้ อดีต ปัจจุบัน อนาคต จึงได้ปักกระบี่สวรรค์ไว้ในก้อนหินในเขตป่าสัตว์อสูร และทำนายว่าอีกราว 5,000 ปี เจ้าของคนที่หกจะพบเห็นกระบี่สวรรค์นี้ จากนั้นนางก็เปิดประตูสวรรค์นิรันดร ก้าวเข้าสู่สววรค์วิมาณและเพลิดเพลินกับชีวิต...”

เย่หลิงเทียนได้ย่อประวัติของเทพบัญชาสวรรค์สุ่ยชงหนีให้หวังเสี่ยวหลงฟัง หวังเสียวหลงฟังแล้วก็ถามขึ้นว่า

“ดินแดนสวรรค์นิรันดร เป็นเช่นไร”

“ข้าก็ไม่รู้ เพราะข้ายังไม่ได้ตรัสรู้ธรรมยิ่งใหญ่บรรลุเป็นเทพนิรันดร แต่จากที่ข้าได้รับฟังมาจากนายทั้ง 5 รุ่น ข้าก็วิเคราะห์ว่า ต้องเป็นดินแดนที่วิเศษมากๆ ผู้ที่จะเข้าสู่ดินแดนนี้ได้ต้องตรัสรู้ธรรมยิ่งใหญ่สำเร็จเป็นเทพนิรันดรเสียก่อน และพวกเขาจะมีชีวิตนิรันดรที่ดินแดนนั้น และยังสามารถท่องเที่ยวไปโลกใดๆก็ได้”

  หวังเสี่ยวหลงเมื่อฟังแล้วก็มีความปรารถนาว่าสักวันเขาจะต้องฝึกจนสามารถตรัสรู้ธรรมยิ่งใหญ่เป็นเทพนิรันดรให้ได้

“วิชาที่รุ่นห้าฝึกนั้น รุ่น 1-4 ก็ฝึกด้วยเช่นกันหรือไม่”

“มี 3 วิชา ที่พวกเขาฝึกเหมือนกัน คือวิชากระบี่บัญชาสวรรค์ วิชาบัวน้ำแข็งศักดิ์สิทธิ์ และวิชาเพลิงสวรรค์พิโรธ ส่วนวิชาพิรุณโปรย วิชาบุบผาเซียนและวิชานารีเทพมีเพียงรุ่นห้าที่ฝึก

อีก 4 รุ่นก่อนที่เป็นบุรุษก็ฝึกไม่เหมือนกัน เช่นรุ่นแรกฝึกวิชามหาบุรุษเทพ วิชาศรอสนีบาต และอื่นๆอีกมาก

รุ่นสองชอบการปรุงยา จึงฝึกวิชาเตาศักดิ์สิทธิ์ วิชาหลอมธาตุ วิชาเปลี่ยนฤดู วิชาเจดีย์ทอง วิชาจิตเทพรักษา และอื่นๆอีกมายในภายหลัง

รุ่นสาม ชอบการต่อสู้และท่องเที่ยว จึงฝึกวิชากระบี่ท่องนภา วิชาเคลื่อนย้ายพันลี้ วิชาเหินเวหา วิชาก้าวพริบตา วิชาคลื่นมหาสมุทรวิถี และอื่นๆอีกมากในภายหลัง

รุ่นสี่ ชอบความสำราญ จึงฝึกวิชาหยางแท้ วิชากายาสุขสันต์ วิชาคืนคู่ผสานใจ วิชาผ้าแดงผูกพัน และอื่นๆ”

หวังเสี่ยวหลง ฟังแล้วก็ตัดสินใจว่า เขาจะเลือกฝึก สามวิชาที่ทุกรุ่นฝึกก่อน นั้นคือวิชากระบี่บัญชาสวรรค์ วิชาบัวน้ำแข็งศักดิ์สิทธิ์ วิชาเพลิงสวรรค์พิโรธ ส่วนวิชาอื่นๆเขาจะค่อยๆอ่านและค้นหาดูว่าเขาต้องการจะไปแนวทางไหนกันแน่ ใจหนึ่งก็อยากเดินตามรอยรุ่นสี่ ที่ใช้ชีวิตอย่างสุขสำราญ อีกใจก็ชอบท่องเที่ยวและแสวงหาความตื่นเต้นจากการต่อสู้ เหมือนรุ่นสาม อีกใจก็อยากจะลงหลักปักฐานสร้างอำนาจบารมี แต่สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจว่าจะลองเดินตามวิถีของทุกรุ่นเลยแล้วกัน เริ่มจากรุ่นแรกก่อน เขาจึงเลือกฝึกวิชามหาบุรุษเทพ เป็นวิชาที่สี่ วิชาศรอสนีบาตเป็นวิชาที่ห้า ส่วนวิชาอื่นๆเขาจะฝึกในภายหลัง

เขาจึงบอกเย่หลิงฟงว่า

“ช่วยข้าหาตำราวิชากระบี่บัญชาสวรรค์ วิชาบัวน้ำแข็งศักดิ์สิทธิ์ วิชาเพลิงสวรรค์พิโรธ วิชามหาบุรุษเทพ วิชาศรอสนีบาต”

“เจ้าจะเดินตามรอยของรุ่น 1 หรือ วิชาทั้ง 5 นี้อยู่ที่ชั้น 5 ตามข้ามา”

เย่หลิงฟงพาหวังเสี่ยวหลงไปที่ชั้นห้า และหาตำราวิชาเหล่านั้นให้

หวังเสี่ยวหลงรับตำราทั้งห้ามา และเดินออกจากหอตำราไปที่หอฝึกยุทธ และเริ่มการฝึกวิชายุทธ

จบตอนที่ 1     

ความคิดเห็น