email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Look Like 02

คำค้น : Look Like รักเราใกล้กัน nana nanaกะหอยทาก ลุงอิน อินทร น้องพู่ พู่กัน เบาสมอง น่ารัก หวานมุ้งมิ้ง อบอุ่น เป็นผู้ใหญ่ ไร่ส้มไร่องุ่น ใส่ใจ ดูแล ดราม่านิดหน่อย ฟิน หวานละมุน นิยาย ไม่ติดเหรียญ

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 13.8k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ส.ค. 2560 21:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Look Like 02
แบบอักษร

Look Like 01​




“อย่ามองแบบนี้สิ” ฉันบอกเขาเขินๆทำให้คนตัวสูงมองฉันขำๆ

“เขินหรือไงเรา”

“บ้าสิ ใครเขินไม่ได้เขิน”

“หึหึ เด็กเลี้ยงแกะ”

“อ้อ ยังกลับไม่ได้” ฉันนึกอะไรบางอย่างออกพี่อินมองอย่างสงสัยก่อนจะยิ้มออกมากับคำที่ฉันพูดต่อ

“จะไปกินขนม”

“แลกกับอะไรล่ะ” พี่อินเอ่ยขึ้นมองฉันยิ้มกริ่ม จนฉันเริ่มออกอาการหมั่นไส้

“ลุงอย่ามายิ้มเลยนะ”

“เรียกใหม่สิ” พี่อินบอกย้ำมือที่ถือช้อนจิ้มสเต็กก็ยื่นมาจ่อที่ริมฝีปากฉัน พอไม่อ้าปากรับเขาก็แตะๆเนื้อที่ริมฝีปากเป็นเชิงบังคับจนต้องอ้าปากรับเนื้อชิ้นนั้นมา

“ลุง”

“น้องพู่” งือ!! อย่าเรียกด้วยน้ำเสียงแบบนั้นสิ

“ลุงอย่าเรียก...” ไอ้หัวใจบ้านี่ก็เต้นเบาๆได้ไหม

“น้องพู่ครับ” ครั้งนี้ทั้งน้ำเสียงทั้งสายตาของเขาทำให้ฉันแทบละลาย

“พี่อินอย่าเรียกแบบนี้ฮื่อ!” ฉันก้มหน้าหลบสายตาเขาด้วยความเขิน ลมร้อนตีที่หน้าจนฉันกลัวว่าเส้นเลือดฝอยที่ใบหน้าจะแตกอยู่รอมร่อ

“หึหึ น่ารักจังเดี๋ยวพาไปกินขนม”

“ไม่ต้องมาพูดเลย” ฉันเขินจนไม่รับฟังอะไรแล้วตอนนี้ ฉันก้มหน้าหั่นสเต็กจนแทบไม่เป็นชิ้นแล้ว ยิ่งมีเสียงหัวเราะดังจากฝั่งตรงข้ามฉันก็ยิ่งเขินหนักกว่าเดิม

“ไงไอ้อิน ลมไรหอบมาที่ร้านกู”

“เด็กหิวเลยพามาทานข้าว มึงทานด้วยกันไหม”

“เอาดิ กูหิวเหมือนกันแล้ว...”

“มึงมานั่งนี่กูจะนั่งข้างเมียกู” เมีย? ฉันเงยจากจานข้าวก็เห็นร่างสูงๆของพี่อินย้ายมานั่งข้างๆฉันพร้อมกับที่มีผู้ชายคนหนึ่งนั่งลงแทนที่เขา คนมาใหม่มองฉันยิ้มๆฉันเลยยกมือไหว้เขาไปก่อนที่เขาจะหัวเราะออกมาเบาๆพร้อมกับยกมือรับไหว้จากฉัน

“พี่ชื่อคิมนะครับ เป็นเพื่อนไอ้อินมัน”

“ค่ะ” ฉันรับคำก่อนจะหันไปมองคนข้างๆอย่างตกใจเมื่อเขาเอื้อมมือมาดึงชายชุดฉันลง

“อะไร?”

“เพิ่งเห็นว่ามันสั้น” พี่อินตอบ มือก็ยังดึงชุดฉันอยู่

“ไม่สั้นหรอก แต่สั่งสเต็กเพิ่มได้ไหมอ่ะอยากทานอีก” ฉันยิ้มตาหยีให้พี่อินจนคนตัวโตยิ้มตามและหยุดดึงกระโปรงฉัน

“ได้สิ คิมสั่งเพิ่มให้เมียกูด้วยเอาเฟรนฟรายด์มาด้วยนะ”

“ได้ๆ”

“แล้วนี่แต่งวันไหนนะ” พี่คิมถามขึ้นมาระหว่างรออาหาร

“อีกสามวันอ่ะ ไปด้วยนะมึงบอกไอ้พวกนั้นด้วย”

“เออๆ มึงบอกพวกกูแล้วเหอะ”

“พู่”

“คะ?” ฉันหันไปมองพี่อินเมื่อได้ยินเขาเอ่ยเรียกชื่อตัวเอง

“ทำไมเงียบล่ะ อึดอัดเหรอ” เขาถามอย่างเป็นกังวล

“ไม่ใช่ ก็เห็นคุยกับพี่คิมอยู่ไงอีกอย่างหิว” ท้ายประโยคฉันเอียงหน้าเข้าไปกระซิบข้างหูเขาเบาๆ

“เด็กจริง สั่งให้แล้วรอก่อนแล้วกัน”

“แหมตั้งแต่มีเมียนี่ดูเหมือนหมาอ้อนเจ้าของเลยนะมึง”

“สัด! กูไม่ใช่หมา” พี่อินพูดเสียงดังเท้าที่อยู่ใต้โต๊ะก็ยกถีบเก้าอี้ที่พี่คิมนั่งอยู่แรงๆแต่กลับแทนที่อีกฝ่ายจะโกรธแต่เปล่าเลยพี่คิมหัวเราะสะใจมาก

“ไม่ใช่แต่ก็เหมือนแล้วว่ะ แววกลัวเมียมาก”

“เขาไม่ได้เรียกกลัวเว้ย อย่างกูไม่เคยกลัวใคร” หือ? ฉันเงยหน้ามองคนที่บอกว่าไม่เคยกลัวใครอย่างสงสัย แต่พอเขาหันมามองฉันก็ยิ้มแหยๆมาให้ฉันทันที

“แต่เกรงใจเมียที่สุดเลยนะ”

“ยังไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย” ฉันบอกเขาแล้วมองอาหารที่พนักงานนำมาเสิร์ฟตาโต

“ฮ่าๆๆๆ มึงเจอของจริงแล้วไงมึง”

“หุบปากไปเลยไอ้คิม!”

“พี่นอนด้วย”

“ไม่!!”

“พู่กัน”

“ไม่ค่ะ” เรื่องอะไรจะยอมให้เขามานอนด้วยล่ะ ฉันเพิ่งเจอเขานะอีกอย่างวันนี้ยังอดที่จะแปลกใจตัวเองไม่ได้เลยที่ยอมไปเที่ยวแล้วยังทานข้าวกับเขาอีก วันนี้เขาทั้งเอาใจใส่ทั้งดูแลฉันอย่างดีจนฉันรู้สึกแปลกๆบางทีหัวใจก็เต้นแรงบางทีก็ร้อนวูบวาบที่ใบหน้าไม่รู้ว่าทั้งหมดเป็นเพราะเขาหรือเป็นเพราะอะไรกันแน่

“น้องพู่”

“ห้องรับแขกอยู่ทางนู้นค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ”

พูดจบฉันก็เดินเข้าห้องนอนตัวเองทันที ฉันใช้เวลาไม่นานในการอาบน้ำแต่งตัวตอนนี้สี่ทุ่มครึ่งแล้วล่ะฉันกระโดดขึ้นบนเตียงนอนจากนั้นก็หลับทันทีโดยที่ลืมไปเลยว่ายังมีใครอีกคนอยู่ในบ้าน ฉันหลับไปและรู้สึกตัวอีกทีตอนที่มีคนเรียกและแรงเขย่าที่ไหล่เบาๆ

“พู่ พู่กัน”

“อื้อ” ใครกัน ฉันตะแคงตัวหนีเสียงที่ได้ยิน

“พู่กันครับ ตื่นก่อนพี่จะพาไปซื้อดอกไม้”

“ไม่เอา”

“พู่ครับ ตื่นไปอาบน้ำก่อนเร็วพู่กัน”

“อื้อ! ไม่เอาง่วง” ฉันบอกอย่างงอแงแต่คนที่ปลุกกลับดึงมือฉันให้ลุกนั่งบนเตียง

“ไปอาบน้ำแต่งตัวเร็ว” พี่อินยังบอกต่อ แต่ฉันล้มตัวนอนลงบนเตียง

“กี่โมงแล้วอ่ะ?”

“ตีสองครับ ไปอาบน้ำจะได้ไปรีบซื้อแล้วจะพาไปไร่”

“พู่ง่วง”

“ครับพี่รู้ แต่ไปอาบน้ำก่อนได้ไหม”

“ก็ได้ค่ะ ก็ได้”

ฉันรับปากเซ็งๆพรางก้าวลงจากเตียงนอนมึนๆ ฉันเดินเข้าไปอาบน้ำอีกครั้งทั้งที่เพิ่งอาบไปเมื่อสี่ชั่วโมงที่แล้ว ฉันสวมเสื้อยืดสีขาวตัวใหญ่กางเกงยีนขาสั้นผมก็รวบขึ้นลวกๆพอเดินออกจากห้องน้ำก็เห็นพี่อินกำลังนั่งเล่นโทรศัพท์ยู่บนเตียง ร่างสูงเงยหน้าขึ้นมองฉันจากนั้นก็ยิ้มให้บางๆ

“เค้าง่วง”

“หึหึ เดี๋ยวไปนอนบนรถก็ได้ ป่ะพี่เก็บกระเป๋าให้แล้วเช็คดูก่อนก็ได้”

“จะพาไปไหนเหรอทำไมต้องตื่นเช้าอ่ะ” ฉันยังงอแงไม่หยุด แต่คนตัวสูงก็แค่ยิ้มมาให้อย่างเอ็นดู

“ไปซื้อดอกกุหลาบที่จะใช้ในงานแต่งเราไง วันมะรืนน่ะแต่วันนี้จะพาไปสั่งดอกไม้เสร็จแล้วก็จะพาไปไร่เลย”

“ฮะ!? แต่งมะรืนทำไมเร็วจัง”ฉันมองพี่อินตาแทบถลน ฉันเพิ่งสอบเสร็จไม่ถึงสามวันแล้วนี่อะไรแต่งงาน จะบ้าเหรอทำไมมันเร็วแบบนี้ล่ะ

“เขาเตรียมงานกันเป็นเดือนแล้วแม่คุณ ไม่ต้องมาทำหน้างอเลยไปกันได้แล้วครับ”

“ฮื่อ! ทำไมเร็วแบบนี้ล่ะ”

“ไม่เร็วหรอกน่า ถ้ากลัวจะบอกเพื่อนไม่ทันไม่ต้องห่วงพี่บอกเพื่อนเราแล้ว”

“พี่อิน!!”

อย่าถามว่าฉันโกรธเขามากแค่ไหนเพราะตั้งแต่ออกจากห้องจนถึงตลาดดอกไม้ฉันก็ยังไม่ได้พูดกับเขาสักประโยคเขาพาไปที่ร้านดอกไม้จากนั้นก็สั่งดอกไม้หลายร้อยดอกแต่ทุกอย่างล้วนเป็นสิ่งที่ฉันชอบทั้งดอกกุหลาบสีขาวหรือสีแดงและยังมีดอกไม้อีกหลายชนิดที่ถูกสั่งเพื่อนำไปใช้ในงาน

“พู่หนาวหรือเปล่า” เสียงทุ้มดังขึ้นหลังจากที่เขาขับรถออกจากตลาดดอกไม้ได้สักพักโดยที่ฉันนอนตะแคงหันหลังให้เขาบนเบาะแคบๆนี่แหละ

“...”

“พู่กัน อย่าโกรธพี่เลยนะ”

“...”

“พู่กัน”

“ช่วยเบาเสียงหน่อยได้ไหมคะ”

“พู่กัน”

เสียงเรียกชื่อฉันเงียบไปพร้อมๆกับฉันที่หลับไปด้วยความง่วง ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แต่พอรู้สึกตัวฉันก็นอนอยู่บนเตียงหลังใหญ่ความเย็นที่ส่งมาจากเครื่องปรับอากาศยิ่งทำให้บรรยากาศน่านอนกว่าเดิมผ้าม่านสีเทาผืนใหญ่กางกั้นแสงแดดไม่ให้เล็ดลอดเข้ามา ว่าแต่ ที่นี่ที่ไหน?

“ตื่นแล้วเหรอ? หิวไหม” พี่อินเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับรอยยิ้มอบอุ่น ฉันกำลังจะยิ้มตอบแต่ก็ต้องตีหน้านิ่งใส่เขาแทนคนตัวสูงทำหน้าหมองลงแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ

“ลงไปทานข้าวกัน แม่บ้านทำไว้ให้แล้วส่วนพ่อกับแม่เห็นบอกว่าจะไปธุระในเมืองคงจะกลับค่ำๆ”

“อยากอาบน้ำก่อนไหม” พี่อินยังถามต่อ

“ไม่ค่ะขอล้างหน้าแล้วกัน”

“ครับ ให้รอไหม?” พี่อินยังคงถามอย่างใส่ใจ

“ไม่เป็นไรค่ะ” ฉันตอบสั้นๆก่อนจะเดินเข้าไปยังห้องน้ำที่เขาชี้มือบอก เกือบสิบนาทีฉันเดินลงมาชั้นล่างของบ้าน บ้านสองชั้นหลังใหญ่ถูกตกแต่งอย่างสวยงามและลงตัว ชั้นสองของบ้านเท่าที่กวาดสายตามองก็พบว่ามีหลายห้องมากพอลงมาถึงชั้นหนึ่งก็เจอกับเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหรูวางตามจุดตามมุมอย่างลงตัว

“นายหญิงคะ นายรออยู่ห้องอาหารแล้วค่ะ” ป้าวัยห้าสิบเดินเข้ามาหาฉันที่กำลังยืนงงกับตัวเองอยู่ตรงบันได

“สวัสดีค่ะ” ฉันยกมือไหว้ป้าท่านรับไหว้ยิ้มๆ

“ไม่ต้องไหว้ป้าก็ได้ค่ะนายหญิง” ป้าบอกอย่างเกรงใจ

“คือไม่ต้องเรียกหนูว่านายหญิงหรอกค่ะ เรียกหนูว่าพู่กันก็ได้ค่ะป้า”

“ไม่ได้หรอกค่ะ” ป้าปฏิเสธพรางโบกมือพัลวัน

“อะไรกันครับเนี่ย พู่หิวไม่ใช่เหรอมัวทำอะไรอยู่” เสียงพี่อินดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงที่เดินเข้ามายืนตรงหน้าฉัน ฉันไม่ยอมสบตาเขาเลย งอนอยู่เคืองอยู่ค่ะ

“ไม่ต้องทำหน้างอนเลยไปทานข้าว” พี่อินพูด มือก็เอื้อมมารั้งมือฉันให้เดินตามเขาไปที่ห้องอาหาร

“จะเข้าไร่อยากไปด้วยไปไหม”

“ไป! ไปค่ะไป” ฮื่อ พลาดแล้วฉันพอบอกว่าอยากไปเขาก็ยิ้มมาให้อย่างเอ็นดูไหนจะสายตาที่ป้าคอยมองอยู่เด็กในบ้านเขาที่กำลังนำอาหารมาวางที่โต๊ะด้วย

“ถ้าไปก็ทานข้าวก่อนเดี๋ยวพาไปวันนี้มีเก็บส้มด้วยนะอยากลองเก็บไหม”

“เก็บค่ะ!”

“ฮ่าๆๆๆ โอเคทานข้าวได้แล้ว”

“นายหญิงน่ารักจังเลยป้า”

“น่ารัก สวยด้วยนะ” 



==================-------------------==================


มาแล้วๆๆ ฝากให้กำลังใจลุงอินกันหน่อยนะคะ เมียเด็กของเขางอนอยู่ค่ะ ^^


ความคิดเห็น