ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 1 ขัดใจ

ชื่อตอน : ตอนที่ 1 ขัดใจ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 460

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ก.ค. 2562 15:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1 ขัดใจ
แบบอักษร

ตอนที่ 1 ขัดใจ

 

ก๊อก ก๊อก

 

"เข้ามา..." เสียงนุ่มนวลของเจ้าของร่างสูง เอ่ยบอกอีกคนหลังจากได้ยินเสียงเคาะประตูหน้าห้องทำงานของตนเอง

 

"สวัสดีค่ะคุณธีม ดิฉันจะมาบอกคุณว่า ท่านประธานใหญ่ต้องการพบค่ะ" ชดา เลขาสาวสวยส่วนตัวของธีม พูดขึ้นหลังจากที่เธอได้รับข้อความจากเลขาของประธานใหญ่หรือก็คือพ่อแท้ๆของธีม

 

"เอ่อ...บอกเขากลับไปว่าผมไม่ว่าง กำลังยุ้งอยู่" ธีมบอกปัดไปพร้อมกับก้มหน้าตรวจเอกสารที่ไม่ได้มากมายอะไรนัก เขาคิดว่าไม่จำเป็นเท่าไหร่ที่จะต้องไปพบกับพ่อของเขาในตอนนี้ เพราะช่วงนี้คุยอะไรกันก็ไม่ค่อยจะลงเอยดี เจ้าตัวเลยคอยหลบหน้าอยู่บ่อยๆไม่ว่าจะที่ทำงานหรือที่บ้านก็ตาม

 

"ท่านประธานใหญ่ฝากบอกมาอีกด้วยว่า หากไม่ไปพบท่านตอนนี้และเดี๋ยวนี้ ท่านจะยกทรัพย์สินของบริษัททั้งหมดให้กับคณะกรรมการหุ้นส่วนค่ะ" ชดา พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงนิ่งๆออกไปพร้อมกับดันแว่นขึ้น

 

"ห๊ะ!!! นี่พ่อจะบ้าไปแล้วหรอ?"

 

"สรุปแล้วจะไม่ไปใช่ไหมคะ ดิฉันจะได้เตรียมเอกสารของบริษัทให้คณะกรรมการหุ้นส่วน"

 

"เฮ้ย! เดี๋ยวๆ คุณดา คุณเป็นเลขาของผมนะ ทำไมไม่ทำอะไรสักอย่างล่ะครับ"

 

"ฉันจะทำอะไรล่ะได้คะ ในเมื่อประธานใหญ่ท่านสั่งมา แล้วอีกอย่างคุณธีมก็น่าจะรู้ว่าท่านประธานใหญ่เป็นคนที่ถ้าพูดออกมาแล้วก็ไม่มีทางคืนคำ"

 

"โอ้ยยย โอเคๆ ผมจะไปเดี๋ยวนี้แหล่ะ อยากเปลี่ยนเลขาซะจริง" พูดจบ ธีม ก็ยันตัวเองลุกขึ้นจัดสูทตัวเองแล้วก้าวเดินออกมาจากโต๊ะทำงาน

 

"เสียใจด้วยค่ะคำขอของคุณไม่เป็นผล" ชดาบอกกับเจ้านายของตัวเองก่อนจะส่งยิ้มให้แล้วเดินตามหลังไปติดๆ

 

 

#teem

 

ผมยืนอยู่หน้าประตูบานใหญ่ของชั้นสูงสุดในอาคารหลักของบริษัทอันเป็นที่รักของตระกุล อัครสิริเดชา นี่ผมจะต้องเผชิญหน้ากับสารพัดคำด่า และ สารพัดคำบ่น ของพ่อบังเกิดเกล้าอีกแล้วใช่ไหม อันที่จริงเรื่องที่ผมหลบหน้าท่านมันก็ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องงานหรอกครับแต่เป็นเรื่องเมื่อเดือนก่อนที่จู่ๆท่านก็เกิดความคิดที่โคตรจะทรมานตัวผมมากขึ้นมา ท่านบอกให้ผมไปดูตัว แต่ผมดันโดดนัดประมาณสามสี่ครั้งจนกลายเป็นว่าทำให้ท่านเสียหน้า เราเลยทะเลาะกันยกใหญ่ ผมเลยพยายามหลบหน้าท่านมาเกือบเดือนหนึ่งละ อีกแค่วันเดียวก็จะครบเดือนถ้าท่านไม่งัดไม้นี้มาล่ะก็ หัวเด็ดตีนขาดยังไงผมก็ไม่มาอะ

 

"เชิญเข้าไปเลยค่ะคุณธีม คุณท่านรออยู่" คุณนิชา เลขาของพ่อผมพูดขึ้นหลังจากกดโทรศัพท์รายงานคนข้างในว่าผมมาถึงแล้วก่อนที่จะเดินออกมาจากโต๊ะทำงานของหล่อนแล้วมาเปิดประตูให้ผมเข้าไป

 

ผมสูดหายใจลึกๆก่อนจะเดินเข้าไปข้างใน ถึงผมจะทำงานอยู่ที่นี่แต่ผมเองก็แทบจะไม่เคยมาเหยียบชั้นนี้ของตึกเลยมันเลยรู้สึกเกรงๆนิดหน่อย ปกติถ้าผมไม่ลงไปดูฝ่ายผลิตผมก็ทำงานอยู่ที่ชั้นหก ตึกของบริษัทมีสิบห้าชั้น ชั้นหนึ่งถึงชั้นที่สองจะเป็นฝ่ายผลิต และตั้งแต่ชั้นที่สามไปจะเป็นที่ทำงานของพนักงานออฟฟิต แต่แผนกผลิตนั้นมีแยกออกไปอีกสามตึกใหญ่ๆ มันเลยทำให้ผมต้องงานยุ้งมากเพราะเดินไปนั่นทีนี่ทีเลยไม่มีเวลาขึ้นมาดูแลชั้นบนหรือมาหาท่านประธานใหญ่สักเท่าไหร่

 

"ไง ไอ่ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน นึกว่าจะลืมพ่อมันซะละ" คำพูดที่ตัดพ้อของคนแก่วัยเกือบหกสิบปี ที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงานของตัวเอง ทำเอาผมรู้สึกผิดนิด แค่นิดเดียวอะนะ

 

"โธ่~ พ่อผมจะลืมได้ไงละครับ ก็งานมันยุ้งๆ" ผมบอกก่อนจะเดินไปทำเป็นรินน้ำใส่แก้วให้ท่าน ถึงพวกเราจะทะเลาะกันยังไงแต่ผมก็รักท่านมากนะ แค่ช่วงนี้ไม่อยากจะเจอหน้าเท่าไหร่เอง

 

ผ"เหอะ แกทำพ่อเสียหน้าแค่ไหนยังไม่สำนึกอีก ไม่พอยังหลบหน้าพ่อแทบจะทุกวัน รู้งี้น่าจะแบ่งๆหุ้นบริษัทออกให้หมดไม่ต้องเหลืออะไรให้ซักแดงเดียว"

 

"ผมก็บอกพ่อไปแล้วว่าผมไม่เอา ผมไม่แต่ง ผมยังไม่อยากได้เมีย"

 

"แต่พ่ออยากอุ้มหลาน พ่ออยากเกษียรตัวเองสักที อยากใช้ชีวิตบั้นปลายแบบคนแก่บ้าง"

 

"ก็ไอ่แพรไงพ่อ ทำไมพ่อไม่ให้มันแต่งล่ะครับ แฟนมันก็ดี แล้วก็ดูจะรักกันมากด้วย"

 

"น้องมันไม่ยอมแต่งถ้าหากพี่คนโตไม่ไม่ยอมแต่งไง"

 

"ไอ่ธามด้วยหรอ?"

 

"เออ"

 

หมดคำจะพูดครับ ครอบครัวผมค่อนข้างจะหัวโบราณกันทั้งบ้านมันเป็นตั้งแต่รุ่นคุณปู่ของปู่ ของปู่ และก็ของปู่ๆทั้งหลายแหล่ะครับ ถ้าพี่คนโตยังไม่เป็นฝั่งเป็นฝาอย่าหวังเลยว่าน้องๆจะยอมออกเรือนก่อน บ้านผมก็สอนแบบนี้มาตั้งแต่เด็กๆ ทั้งผม ทั้งแพร และทั้งไอ่ธามน้องคนสุดท้อง ความซวยมันก็เลยมาเยือนที่ผม 'เป็นพี่คนโต ก็ต้องรับมรดกและสานต่อกิจการของตะกุลพร้อมกับให้กำเนิดทายาท' เหอะๆ ทำอย่างกับว่าเป็นเชื้อพระวงค์อย่างนั้นแหล่ะ แต่ผมเองก็พยายามคัดค้านที่จะแต่งงานมาโดยตลอด ทางฝั่งคุณแม่ก็โอเค แต่ทางฝั่งคุณพ่อ คุณปู่ คุณย่า ดูจะไม่เห็นด้วยสักเท่าไหร่มันเลยกลายเป็นปัญหาโลกแตกสำหรับผมในตอนนี้

 

"แล้ว...พ่อมีเรื่องจะคุยแค่นี้ใช่ปะครับ? ผมจะได้ออกไป"

 

"อย่ามาทำอวดดีกับพ่อนะเดี๋ยวก็ตัดเงินเดือนซะหรอก ที่พ่อจะคุยก็คือ พ่ออยากรู้ว่าการเจรจาทำสัญญาเป็นยังไงบ้าง"

 

"อ่อ...ก็ค่อนข้างจะไปได้สวยครับ แค่มีเงื่อนไขนิดหน่อย" อันที่จริงผมไม่ได้รายงานลายละเอียดทั้งหมดกับท่านหรอกครับเพราะถ้าท่านรู้ท่านคงจะอาลาวาดบ้านแตกแน่ๆที่กล้าเอาผลบัญชีกำไรของบริษัทไปโพยทะนาให้คนอื่นรู้

 

"วันนี้เจ้าชินมันมาหาพ่อ เจ้าชินมันมาคุยเรื่องที่ไปเจรจากับพ่อค้าให้ฟัง เฮ้อ...อย่าพยายามเอาบริษัทเข้าไปเสี่ยงดีกว่านะธีม เพทายไม่ใช่คนที่จะทำงานร่วมกับใครได้ง่ายๆ มันอันตรายเกินไปสำหรับแกนะ แกพึ่งเข้ามาทำงานไม่กี่ปีแกน่ะยังไม่รู้จักโลกนี้ดีพอเลย"

 

คำพูดของพ่อทำให้ผมชะงักไปนิดหนึ่ง หึ ไม่รู้จักดีพอ คำพูดเดียวกันกับไอ่คนที่ผมโคตรจะเกลียดขี้หน้าชิบหายเลย ไม่รู้จักดีพองั้นหรอ กูจะทำให้เห็นเองว่าคนอย่างกูไม่จำเป็นต้องรู้อะไรที่มันไม่จำเป็นสำหรับกูหรอก กูจะเอาชนะมึงและกูจะทำให้พ่อกูยอมรับให้ได้ว่าคนอย่างกูมันรู้ดีมากกว่าที่คิด!

 

"ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวนะครับ"

 

ผมไม่รอคำตอบจากผู้เป็นพ่อแต่อย่างใด รีบก้าวเท้าพาร่างของตัวเองออกไปทันที ยิ่งคิดยิ่งแค้นไอ่งูพิษนั่น มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรหรอกครับที่มันจะเข้าออกบริษัทผมบ่อยๆ มันนับถือพ่อของผมเหมือนเป็นพ่อของมัน และพ่อผมก็เอ็นดูมันเหมือนเป็นลูกแท้ๆ และอาจจะรักมันมากกว่าผมก็ได้ อะไรๆก็มันทั้งๆที่มันก็ไม่ใช่ลูกแท้ๆ นึกละอยากจะฆ่าทิ้งแม่ง อารมณ์บ่อจอยโว้ยยยย!!!

 

ติ๊ด ติ๊ดๆๆๆ

 

"รับสิวะ!" ผมหยิบโทรศัพท์ออกมากดหาเบอร์ เบอร์หนึ่ง ขณะที่ตัวเองกำลังเดินออกจากตึก

 

[ว่าไงครับ คุณชายไอ่ธีม]

 

"ถ้าจะเรียกขนาดนั้นมึงไม่ต้องเติมคุณชายหรอกสัส!"

 

[โว๊ะ อารมณ์เสียมาจากไหนวะ เดี๋ยวนี้เพื่อนรักมึงเล่นหน่อยไม่ได้เชียว]

 

"รักไปฆ่าน่ะสิ ไอ่กันต์ มึงว่างไหมคืนนี้กูอยากจัดสักสิบขวด"

 

[ใจเย็นๆมึงจะห้าวไปไหน กูว่าง เดี๋ยวจะชวนไอ่ภพกับคินไปด้วยละกัน แล้วที่ไหนดีล่ะ?]

 

"คอนโดมึงแหล่ะ ชวนคนอื่นๆมาด้วยก็ดีเดี๋ยวตอนเย็นกูไป แค่นี้แหล่ะ" พูดจบผมก็วางสายทันที ก่อนจะเดินไปขึ้นรถของตัวเอง

 

เวลา 18.40 น.

 

ผมขับรถมาราวๆเกือบสามสิบนาทีก่อนจะถึงคอนโดของไอ่กันต์ ผมเอารถไปจอดแล้วก็เดินเข้าไปในตึก พวกไอ่ภพคงมากันแล้ว และผมคงจะเป็นคนที่สายที่สุดเหมือนทุกทีแหล่ะครับ ที่ผมมาสายบ่อยๆก็เพราะว่าผมไม่ชอบรอใครที่จริงผมเตรียมตัวเสร็จตั้งแต่ห้าโมงเย็นแต่แค่แวะเที่ยวดูนั่นนี่ตามทางมาด้วยมันก็เลยฆ่าเวลาได้ดีกว่าการไปนั่งรอใครสักคน

 

ปิ๊งป๊อง!

 

ผมกดกริ่งหน้าห้องของไอากันต์ ก่อนที่จะมีใครสักคนมาเปิดประตูให้ผมเข้าไป ซึ่งมันเป็นใครก็ไม่รู้ที่ผมไม่รู้จักเลย เป็นผู้ชายตัวเล็กกว่าผม เตี้ยกว่าผม หน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม หน้าสวยตัวบางอย่างกับผู้หญิงแต่มันเป็นผู้ชายครับ ผมมองมันอยู่สักพักก่อนจะขมวดคิ้วมองเข้าไปในห้อง ก็เห็นพวกไอ่กันต์นั่งอยู่ทำให้โล่งใจขึ้นมาหน่อย กูนึกว่าผิดห้องซะละ

 

"มาได้ซักทีนะครับคุณชาย" ไอ่ภพแขวะผมทันทีที่เดินเข้าไป

 

"ใครจะเหมือนพวกมืงล่ะ พูดถึงเหล้าทีไรมาไวกว่าสี่จี" ผมตอบกลับไปก่อนจะนั่งข้างๆไอ่ภพ

 

"เออ พวกกูมันสายแดก ไม่ใช่สายเจ้าชายอย่างมึงไง นี่จะแดกหรือจะมานั่งแขวะพวกกูห๊ะ" ไอ่คิน เพื่อนอีกคนพูดขัดขึ้นมา ก่อนจะรินเหล้าใส่แก้วให้ผม

 

"ก็มันแขวะกูก่อน แล้วนี่....ใคร?" ผมถามพวกมันก่อนจะชี้ไปที่ไอ่คนที่มันเปิดประตูให้ผม ที่ตอนนี้กำลังนั่งก้มหน้าก้มตาไม่ปริปากพูดอะไรข้างๆไอ่กันต์

 

"อ่อ ของเฮียเขา อย่าไปยุ้งเดี๋ยวเจ้าพ่อลง ฮ่าๆ" ไอ่ภพตอบแทนไอ่กันต์ที่กำลังกระดกเหล้าเข้าปากอย่างไม่สนใจคนข้างๆ

 

จบคำตอบของไอ่ภพ ผมก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ นอกจากจะลอบมองไอ่เด็กนั่นเป็นระยะๆ น่าตามันก็น่ารักดีก็ไม่แปลกที่ไอ่กันต์จะชอบ สเป็คมันเลยก็ว่าได้ ผมกับไอ่กันต์ก็รู้จักกันตั้งแต่ขึ้นมอปลายเพราะมันย้ายมา มันชอบผู้หญิงตัวเล็กน่ารัก ขาวๆจั๊วะๆ แต่ผมก็ไม่คิดว่ามันจะถึงขั้นที่ชอบอะไรน่ารักๆโดยไม่สนเพศด้วย ผมไม่ได้รังเกียจอะไรหรอกนะครับ เพราะเดี๋ยวนี้ใครๆก็เปิดเผยเรื่องแบบนี้กัน ผมแค่สงสัยว่ามันไปได้กันตอนไหน และดูแล้วเด็กมันก็ไม่ค่อยจะดูมีความสุขเลย หรือเพื่อนกูจะบังคับ ขืนใจมันวะ

 

"มึงจะจ้องอะไรนักหนาไอ่ธีม สนใจมันรึไง" จู่ๆเสียงไอ่กันต์กก็ทำผมชงักหน่อยๆ สงสัยจะหวงจริง

 

"เออ สน"

 

"หืม!/ห๊า!?/.../..." ทั้งสี่คนหันมามองผมเป็นตาเดียว โดยเฉพาะสายตาของไอ่กันต์ที่เหมือนแทบจะกระโดดมางับหัวผมซะให้ได้ จนผมแทบจะกลั้นขำไม่อยู่

 

"กูสนว่า พวกมึงเนี่ยไปได้กันตอนไหน แล้วทำไมมึงไม่แนะนำให้พวกกูรู้จักบ้าง" ผมพูดออกไปก่อนที่ไอ่กันต์จะหันหน้าไปมองไอ่เด็กนั้น

 

"มึงไปนอนได้ละ พรุ่งนี้มีเรียนไม่ใข่หรอ" ไอ่กันต์พูดออกไปพร้อมกับเสียงนิ่งๆ

 

"ค...ครับ" ไอ่เด็กนี่ก็ว่าง่าย ลุกออกไปแทบจะทันทีที่ไอ่กันต์พูด

 

"เอาล่ะ เล่ามาพวกกูก็สงสัยเหมือนกัน ไม่ได้เสือกนะ แค่สงสัย" ไอ่ภพพูดขึ้นทันทีหลังจากที่เด็กนั่นเดินออกไปจนลับสายตา

 

"พวกขี้เสือกชิบหาย"

 

"สรุปจะไม่เล่า?" ผมถาม

 

"ต่อให้พวกมึงมารุมง้างปากกู กูก็ไม่เล่า" ไอ่กันต์พูด ก่อนจะกระดกเหล้าขึ้นอีกแก้ว จังหว่ะนั้นที่พวกผมมองหน้ากันแล้วรุมทารุนกรรมมันจนเหล้าในมือหกเละเทะไปหมด

 

"อ๊ากกกกก!! ไอ่พวกเหี้ยปล่อยกู!! ปล่อยยยย"

 

"เจ้าจะยอมบอกข้าหรือไม่!! ไม่เช่นนั้นข้าจะทรมานเจ้าให้ตายคาที่ซะ!! ฮ่าๆๆ"

 

น้ำเสียงที่โคตรจะหยะแหยงของไอ่คินพูดออกมา พร้อมกับทำมือยึกยือเข้าหาไอ่กันต์โดยมีพวกผมจับตัวมันล๊อคไว้ มันก็ตัวใหญ่ชิบหาย ดิ้นทีผมแทบจะตัวปลิว พวกผมเล่นกันแบบนี้มาตั้งแต่อยู่มัธยม พอมาอยู่กับพวกนี้มันก็ทำให้ผมรู้สึกสบายใจขึ้นเยอะ เรื่องบางเรื่องที่ไม่มีใครเข้าใจผม ไอ่พวกนี้ก็เข้าใจผมมาตลอด เวลาที่ผมเครียดผมก็มาหาพวกมัน สุขก็มาหาพวกมัน มีเรื่องพวกมันก็ช่วย คิดไปคิดมาผมก็ไปนึกถึงคำพูดของพ่ออีกแล้ว เฮ้อ....

_______________________________________________________

 

"เฮ้อ...."

 

"เป็นอะไรไปวะไอ่ธีม" คินถามออกไปทันทีที่ธีมพ่นลมหายใจออกมา

 

"เครียด เรื่องงานว่ะ เอาเหล้ามาอีกขวดดิ...อึก.!"

 

"นี่มึงแดกเพียวมาสองขวดละนะ ยังไหวอีกหรอ" ภพ ถามออกมาอย่างห่วงๆเมื่อเห็นท่าทีของเพื่อนตัวเองที่ตอนนี้กำลังหน้าแดงก่ำเพราะฤทธ์แอลกอล์ฮอลที่ดื่มเข้าไปเกินขนาด

 

"ม่ายยย!!!! ม่ายเถิงสิบ กูม่ายเลิก!! เอามา"

 

"นี่มึงไปทะเลาะกับหมามารึไงถึงได้อารมณ์เสียขนาดนี้" กันต์พูดขึ้นก่อนจะ ดึงแก้วเหล้าออกจากมือเพื่อนตัวเองทันที

 

"หมาเหี้ยไร!! กูทะเลาะกับพ่อกู!"

 

"อะ...อ่าว กูขอโทษ"

 

"เพราะไอ่หมานั้นตัวเดียว อึก...เอาเหล้ามาห้ายกูววว!!"

 

"สรุปมันทะเลาะกับพ่อ ตีกับหมา หรือว่าอกหักวะ?" คินถามขึ้นมาทันทีหลังจากที่มองเพื่อนตัวเองแล้วอดสงสัยไม่ได้

 

ในตอนนี้ทั้งสามคนแทบจะไม่ได้แตะขวดเหล้ากันเลยทีเดียว ได้แต่มองเพื่อนตัวเองกระดกเอาๆจนต้องคอยห้าม คอยปลอบไม่ให้ธีมดื่มต่อ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ธีมจะเป็นแบบนี้ แต่ไหนแต่ไรถ้าไม่มีอะไรมากวนใจเจ้าตัวก็แทบจะไม่แตะเหล้าหรืสุราใดๆเลยด้วยซ้ำ แต่กลับครั้งนี้มันหนักกว่าทุกทีที่เคยเป็น เพราะห้ามหรือปลอบยังไงธีมก็พูดไม่รู้เรื่องอยู่ดี เอาแต่บ่นๆสารพัดสารเพให้ทั้งสามคนฟัง จนได้เวาลาสักพัก จู่ๆร่างสูงก็ลุกพรวดขึ้น พยายามเดินโซซัดโซเซออกจากวงสุรา

 

"เฮ้ย! ไอ่ธีมมึงจะไปไหน" คินถามเพื่อนตัวเองพร้อมลุกตามไปประครอง

 

"จะปาย..ฮึ.. ตีหมาาาา อึก"

 

"หมา???"

 

"มันจะไปหาไอ่ชิน" กันต์พูดอย่างรู้ดี

 

"ถะ ถะ ถูกต้องนะค่าบบบ อึก ฮี่ๆ ปายส่งกูหน่อย" ธีมหันมาพูดกับคิน

 

"ห๊ะ!? มึงจะไปทำไม เกลียดมันนักเกลียดมันหนาไม่ใช่หรอ?"

 

"อึก..เออ!!! กูเกลียดมานนน เพราะฉะน้าน ปายส่งกูตีหัวมานซะ"

 

"เอาไปส่งที่บ้านไอ่ชินเถอะ เมาขนาดนี้พูดไม่รู้เรื่องหรอก นอกจากจะไปหาไอ่ที่ขัดใจมันนะแหล่ะ" ภพพูดพร้อมกับประคองธีมไว้อีกข้างหนึ่ง

 

"เออๆ งั้นพวกกูขอตัวกลับเลยละกันนะมึง" คินหันไปบอกกับกันต์ ที่ยืนกอดอกพยักหน้าให้ ก่อนจะพากันลากธีมออกจากคอนโดของกันต์

______________________________________________________

 

#shin

 

ในขณะที่ผมกำลังนั่งอ่านหนังสือในบ้านตามปกติเหมือนทุกที จู่ๆก็มีรถกับไอ่กลุ่มคนที่ผมไม่ประสงค์จะพบหน้าเท่าไหร่ ถึงมันจะเป็นเรื่องที่ไม่ได้แปลกมากอะไรสำหรับผม ที่ไอ่ธีมมันจะมาอาวาดที่นี่ และมันก็มักจะมาบ่อยๆตอนมันเมาแล้วอารมณ์เสีย แต่ผมก็ไม่นึกว่ามันจะเมาขนาดที่ว่าตอนนี้ยืนเองยังไม่อยู่ต้องคอยให้เพื่อนมันประคองอยู่อย่างนั้นไม่พอยังจะอวดดีท้าผมต่อยอีก เฮ้อ...

 

"ปล่อยมันไว้ตรงนั้นแหล่ะ" ผมบอกกับไอ่คินและไอ่ภพ ก่อนที่พวกมันจะมองหน้ากันแล้วก็วางไอ่ธีมลงกับพื้น

 

"เอ้อ ปล่อยมันอยู่ตรงนี้ตั้งแต่แรกก็จบ หนักชิบหาย ส่วนมึงไอ่ชิน กูฝากดูมันด้วยละกัน พวกกูจะกลับละ" ไอ่ภพพูดออกมาก่อนจะดึงคอเสื้อไอ่คินกลับออกไปด้วยจนลับสายตาของผม

 

พอสองคนออกไปได้สักพัก สายตาของผมก็เหลือบไปมองลงไปยังร่างอีกคนที่กำลังล้มลุกคุกคลานพยายามจะยืนขึ้นให้ได้ จนในที่สุดก็ยืนขึ้นมาได้ ถึงมันจะไม่มั่นคงก็เถอะนะ

 

"เมิง!!! ไอ่ตัวขวางคอ! กูจะเอา..อึก เลือดหัวเมิงออก!" ยิ่งดูยิ่งอนาถ ถ้าไม่ติดว่ามันเป็นลูกชายของคนที่ผมเคารพล่ะก็ ผมจะโยนมันลงบ่อน้ำในสวนหลังบ้านให้จมน้ำตายไปซะเลย

 

"มึงเมามากแล้วนะไอ่ธีม" ผมบอกออกไปพร้อมกับทำหน้าเอือมๆ

 

"เออ! เมาแล้งงาย....กูเอาเลือดหัวมึงออกได้ละกัน อึก"

 

"เฮ้อ.... ไอ่นพ!!" ผมถอนหายใจสั้นๆ ก่อนจะหันหน้าตะโกนเรียกลูกน้องคนสนิท มันก็รีบวิ่งออกมาทันทีที่สิ้นเสียง

 

"ครับนาย?"

 

"เอาไอ่ธีมไปเก็บที มันเรี่ยราด"

 

"คะ...ครับ" ไอ่นพหันไปมองบุคคลที่ผมพูดถึงที่ตอนนี้กำลังล้มลุกคลุกคลานพร่ำด่าผมไม่หยุด ก่อนจะตะกุตะกักรับคำ

 

"แล้วก็เฝ้ามันอย่าให้มันมากวนกูและถ้ามันยังไม่สงบอารมณ์หมาบ้ามึงก็ห้ามกลับ"

 

"หา~....นายครับ"

 

"มึงมีปัญหา?"

 

"ป่าวครับ..."

 

รับคำผมเสร็จ ไอ่นพก็ทำหน้าอย่างกับจะร้องไห้ทันทีก่อนจะเดินไปพยุงคนที่กำลังกึ่งเดินกึ่งคลาน พอเห็นว่ามีคนดูแล ผมจึงเดินกลับเข้าไปในบ้าน ปล่อยให้ไอ่นพมันพยายามลากไอ่ตัวปัญหาไปเก็บ

_______________________________________________________

 

ทางด้านนพหลังจากที่ทั้งลากทั้งพยุงธีมเข้ามาที่พักแขกเสร็จก็ค่อยๆปล่อยธีมลงบนเตียงอย่างยากลำบาก เพราะเจ้าของร่างสูงทั้งชก ทั้งกระชาก และสาดคำด่าเจ้านายของตัวเองไม่ยั้ง และนี้ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่นพจะโดนอะไรแบบนี้ เพราะเวลาที่ธีมมาอาลาวาดที่นี่ทีไร เจ้านายแสนรักของเขาเป็นต้องสั่งให้เขามาจัดการตลอดจนเจ้าตัวเริ่มจะชิน

 

"เฮ้อ...คุณธีมนะคุณธีม อาลาวาดทีไรลำบากผมทุกที นี่ก็โตเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว ทำไมไม่มานั่งจับเข่าคุยกันให้แบบแมนๆไปเลย ต้องมาลำบากลูกน้องตาดำๆตลอด" นพบ่นเสียงเบาๆเพราะกลัวอีกคนจะตื่นมาอาลาวาดอีกเป็นครั้งที่สอง ถึงแม้ว่าจะไม่เป็นไปแบบนั้น

 

"ฝันดีครับคุณธีม ขอให้พรุ่งนี้ตื่นมาอย่าสร้างเรื่องให้ผมลำบากอีกนะครับ ผมลาออกจากงานไม่ได้" พูดจบนพก็เดินออกไปจากห้องพักของแขกไปยังห้องนั่งเล่นเพื่อไปรายงานกับเจ้านายของตน

 

"คุณธีมหลับไปแล้วครับ"

 

"อืม ขอบใจ มึงไปพักได้ละ"

 

"ครับ"

____________________________________________

-อย่าลืมติชม คอมเม้นกันมาด้วยนะ ^^

-ไรท์ยังมือใหม่ผิดพลาดประการใดต้องขออภัยด้วยน๊า~~

ความคิดเห็น