facebook-icon Twitter-icon

อย่าลืมเม้นให้กำลังใจกันบ้างน้าาา

ติวรัก Love Tutor : ตอนที่ 7 [100%] *แก้ไข

ชื่อตอน : ติวรัก Love Tutor : ตอนที่ 7 [100%] *แก้ไข

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 16.3k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ก.ค. 2562 21:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ติวรัก Love Tutor : ตอนที่ 7 [100%] *แก้ไข
แบบอักษร

ติวรัก Love Tutor ตอนที่ 7​ 

 

“ไอ้อชิ มานั่งทำอะไรตรงนี้วะ” 

เหมือนเสียงใครบางคนแว่วเข้ามาในหู แต่ผมได้ยินไม่ถนัดเพราะสมองตอนนี้กำลังอื้ออึงไปหมด จนใครคนนั้นโบกมือไปมาตรงหน้าผมนั่นแหละถึงได้รู้สึกตัว นี่ผมนั่งอยู่ตรงนี้นานเท่าไหร่แล้ววะ 

“ไอ้ปั้น...” 

“มานั่งทำอะไรตรงนี้ แล้วไอ้พี่แทนมาส่งใช่ไหม” 

จากทางที่มันเดินมาแสดงว่าคงเพิ่งมาจากลานจอดรถ 

“อือ” ผมตอบกลับไปอย่างหมดแรง ยังดีที่ตอนนี้ใจผมเริ่มสงบลงบ้างแล้ว 

“เป็นอะไรวะ ทำไมดูเหนื่อยๆ วิ่งมาเหรอ เหงื่อออกด้วย” 

ผมหันหน้าหนีมือไอ้ปั้นที่ปาดลงมาบนหน้าผากผม พร้อมยกมือตัวเองขึ้นสัมผัสด้วยเช่นกัน เหงื่อออกจริงๆ ว่ะ แถมเยอะเสียด้วย ตั้งแต่เมื่อไหร่วะ ผมรีบยกมือสองข้างขึ้นเช็ดเม็ดเหงื่อบนหน้าผากอย่างรวดเร็ว 

“ไม่ได้วิ่ง” 

“แล้วมึงเป็นอะไร หรือว่าไอ้พี่แทนมันทำอะไร” 

ทำอะไรล่ะ... แค่คิดใจมันก็เริ่มเต้นแรงขึ้นมาอีกแล้ว 

“พอๆ! แม่ง ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ ขึ้นเรียนก่อนจะโดนเช็กขาดเหอะ” 

“อะไรของมันวะ” 

ได้ยินเสียงไอ้ปั้นบ่นตามหลังแต่ผมไม่ได้พูดอะไรต่อ เพราะขึ้นมาบนห้องก็เกือบไม่ทันเวลาเรียนแล้วครับ แสดงว่าถ้าไอ้ปั้นไม่มาเจอผมเข้าพอดีวิชานี้ผมสายแน่ๆ 

“ทำไมมึงเพิ่งมาวะ” ผมหันไปถามไอ้ปั้นเมื่อนึกขึ้นมาได้ เพราะปกติมันมาเรียนไวกว่านี้ ถึงวันนี้จะไม่ได้ไปรับผมก็เถอะ 

“ก็บังเอิญเจอ...” มันทำท่านึกพร้อมอมยิ้มไปด้วย แต่ยังไม่ทันได้ตอบคำถามผมอาจารย์ก็เดินเข้าห้องมาเสียก่อน เป็นอันว่าการสนทนาต้องจบไป 

เนื้อหาที่เรียนวันนี้เข้าหัวผมบ้างไม่เข้าบ้าง แถมไอ้ที่เข้าก็ทะลุออกหูอีกข้างไปมากเท่าไหร่ก็ไม่รู้ จนหมดชั่วโมง ถ้ามีใครถามผมว่าวันนี้เรียนเรื่องอะไรผมยังตอบไม่ได้เลย เพราะไอ้พี่แทนนั่นแหละทำลวนแต่เช้า 

“เอาสติมาไหมมึงเนี่ย” ไอ้ปั้นใช้ไหล่กระแทกผมเบาๆ ผมจึงกระแทกกลับไปด้วยแรงที่มากกว่าสองเท่าเพื่อเอาคืน อย่าคิดว่าสูงกว่าแล้วจะรังแกกูได้นะ 

“แล้วมึงอะ ลืมตาบ้างไหมตอนเรียน” เห็นแม่งหลับ โธ่... 

พวกผมเก็บข้าวของเตรียมลงไปทานข้าวกลางแล้ว แต่แล้วอาจารย์คนสวยประจำวิชาภาค แถมเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาเอกของผมอีกด้วยเรียกเอาไว้ก่อน 

“อชิตะ อย่าเพิ่งไปไหนนะ อยู่คุยกับครูก่อน” 

ผมกับไอ้ปั้นถึงกับมองหน้ากันอย่างไว แต่ผมไม่ได้ไปสร้างเรื่องอะไรไว้นะครับ ทำไมอยู่ๆ ถึงโดนเรียกได้ล่ะ เพราะเวลาแบบนี้ทีไรมักไม่ใช่เรื่องดีแน่ ไอ้ปั้นมันเตรียมรีบชิ่งหนี แต่ผมไวกว่าครับ คว้าแขนมันหมับและจับไว้แน่น 

“ทิ้งกูนะมึง...” กัดฟันด่ามันไปเบาๆ 

ผมลากมันเดินเข้าไปหาอาจารย์มณีรัตน์ด้วยกัน 

“ครับอาจารย์” 

“ครูมีเรื่องจะคุยด้วย เดี๋ยวไปคุยกันที่หมวด” 

ขนลุกซู่เลยกู ไอ้ปั้นหันมองผมด้วยความหวาดระแวงเช่นกัน เรื่องอะไรที่สำคัญขนาดคุยกันที่นี่ไม่ได้วะครับ ผมพยายามคิดทบทวนการกระทำต่างๆ นานา ของตัวเองที่ผ่านมาว่าแอบไปทำเรื่องไม่ดีไว้ตอนไหน หรือว่าจะเป็นเรื่องที่ผมโดดชมรมเมื่อวานวะ แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ แค่นั้นอาจารย์ไม่มีทางรู้หรอก 

แล้วมันเรื่องอะไร? 

“เอาล่ะ ครูมีเรื่องจะขอให้เธอช่วยหน่อย” อาจารย์มณีรัตน์พูดขึ้นเมื่อพวกผมไปถึงห้องหมวด และนั่งลงฝั่งตรงข้ามโต๊ะเรียบร้อย 

“เรื่องอะไรครับ” 

.. 

 

“เวรกรรมอะไรของกูวะเนี่ยยยยยย” ผมโวยวายขึ้นเสียงดัง ไม่ได้สนใจพวกรุ่นน้องที่นั่งแวดล้อมอยู่สักนิด รู้สึกเหมือนช่วงนี้ราหูอมชีวิตอย่างไรไม่รู้ 

จะอะไรซะอีกล่ะ ก็ไอ้เรื่องที่อาจารย์มณีรัตน์ขอให้ช่วยนั่นไง ความวัวยังไม่ทันหายความควายก็เข้ามาแทรก 

“ก็แค่ไปช่วยสอน เหมือนตอนที่สอนบนห้องชมรมนั่นแหละ มึงจะโวยวายทำไม” 

“เหมือนก็เหี้ยแล้ว ไปสอนที่คณะอื่นนะเว้ย คนเรียนกี่คนก็ไม่รู้” 

“ไม่กี่ครั้งหรอกน่า” 

“ถ้าเป็นคณะอื่นกูจะไม่บ่นเลย แต่นี่เสือกเป็นวิศวะไง” 

ใช่ครับ อาจารย์ขอให้ผมไปช่วยสอนพิเศษให้เด็กวิศวะที่กำลังจะสอบชิงทุน แต่เพราะบรรดาอาจารย์ส่วนใหญ่มีงานล้นมือมากมายกันพออยู่แล้ว ไอ้ลูกครึ่งอย่างผมเลยต้องรับกรรม 

“มึงไปสอนกับกูไม่ได้เหรอวะ” คิดภาพดูนะ ผมต้องไปยืนท่ามกลางบรรดาวิศวะที่ขึ้นชื่อว่าปากหมาที่สุดในมหาวิทยาลัย อชิตะจะเอาอะไรไปสู้ครับ อย่างน้อยการมีเพื่อนก็ทำให้อุ่นใจ ดีกว่าไม่มีใครเลย 

“เขาให้สอนคนเดียว มึงก็ได้ยินที่อาจารย์เขาพูดแล้วนี่ แต่ถ้ากูว่างเดี๋ยวไปนั่งเป็นเพื่อน” นี่แหละครับ เพื่อนอันประเสริฐ อย่างน้องมีมันผมจะได้อุ่นใจ คลายกังวลลงได้หน่อย 

“แดกข้าวเหอะ เดี๋ยวหมดเวลา” 

และในตอนที่ผมกำลังกินข้าวอยู่นั่นเอง เสียงแจ้งเตือนข้อความไลน์ก็ดังขึ้น 

Tankhun : ทำไรอยู่ กินข้าวยัง 

มันมาแล้วครับ ตามมาหลอกหลอนผมอีกแล้ว คิดผิดหรือคิดถูกวะที่ยอมรับพี่มันเป็นเพื่อน ได้แต่นึกชั่งใจอยู่เกือบสิบวิก่อนจะกดเข้าไปอ่านแต่เลือกที่จะไม่ตอบ ให้มันรู้ไปเลยว่าผมเมิน 

Tankhun : อ่านแล้วไม่ตอบแบบนี้สงสัยอยากให้ไปหา 

เชี่ยยยย จิ้มนิ้วพิมพ์ตอบกลับไปแทบไม่ทัน 

aShiTa : ไม่ต้องมาเลยมึง กูกินข้าวอยู่ 

Tankhun : กินกับอะไรครับ 

ถึงกับสำลักข้าวที่กำลังเคี้ยวจนไอ้ปั้นหันมามอง ผมจึงคว้าน้ำแป๊บซี่มันมาดูดเสียอึกใหญ่ แม้ตัวไม่อยู่ก็สร้างความเดือดร้อนให้กูได้อีกนะ 

aShiTa : กินกับข้าวนี่แหละ จะให้กูกินกับอะไร 

Tankhun : นึกว่าอยากกินกับกูซะอีก 

สัด ไม่ได้มีความเกี่ยวโยงกันใดๆ ทั้งสิ้น ผมส่งสติ๊กเกอร์กระโดดถีบกลับไปให้มันและวางโทรศัพท์คว่ำหน้าลง แต่พี่มันยังคงไม่ละความพยายาม 

Tankhun : เรียนเหนื่อยไหม 

aShiTa : เสือก 

Tankhun : โห คนน่ารักมักใจร้ายยยย 

aShiTa : มึงว่างมากใช่ไหมเนี่ย ข้าวกลางวันไม่กินหรือไง 

ไอ้พี่แทนไม่ตอบ แต่หายไปแป๊บหนึ่งก่อนจะส่งรูปภาพจานข้าวเปล่าๆ กลับมาให้ 

Tankhun : กินอิ่มแล้ว ขอบคุณครับที่เป็นห่วง 

aShiTa : กูไม่ได้ห่วง! อย่ามโน 

Tankhun : เขินแล้วชอบด่าอีกแล้ว ❤ 

อยากจะกระชากอิโมติคอนรูปหัวใจของพี่มันออกมากระทืบจริงๆ กวนตีนแม้กระทั่งตัวอักษร 

“คุยกับใครวะ” ไอ้ปั้นยื่นใบหน้าเข้ามาชิดกับหัวผมเพื่อดูข้อความในโทรศัพท์ด้วย ซึ่งผมไม่ได้ว่าอะไรหรอก ยื่นให้มันอ่านด้วยซ้ำ 

“โอ้โห เดี๋ยวนี้พัฒนาไปหลายขั้น แล้วพี่มันเอาเบอร์มึงมาจากไหน เมื่อวานกูไม่ได้ให้นะ” 

“เออ นี่ก็อีกเรื่อง ไม่รู้ใครให้ไป มันบอกว่ามาขอคนในเอก” 

ไอ้ปั้นเลิกคิ้วอย่างใช้ความคิด แต่ก็อย่างว่าแหละครับ คนขอคือไอ้พี่แทนไง มีเหรอที่ผู้หญิงจะปฏิเสธได้ ดีไม่ดีถือโอกาสแจกเบอร์ตัวเองไปด้วยเลย 

“เดี๋ยวเย็นนี้ไปรับนะครับ ไม่ต้องคิดถึง” ไอ้ปั้นอ่านข้อความล่าสุดที่ไอ้พี่แทนส่งมาด้วยสีหน้าทึ่งปนขำ แถมท้ายด้วยการหันมาทำหน้าล้อผม เลยโดนโบกหัวไปหนึ่งที 

“ขนาดนี้แล้วเหรอวะ” 

“ขนาดนี้ของมันคนเดียวไง ไม่เกี่ยวอะไรกับกู” 

“แน่ใจ...? แปลว่าเย็นนี้ไม่กลับพร้อมกูใช่ไหม” 

“ไม่รู้ ดูสถานการณ์ก่อน มึงก็เหมือนกัน ห้ามชิ่ง อยู่เป็นเพื่อนกูก่อน” 

“เออๆ” 

บ่ายนั้นพวกผมเรียนกันตามปกติจนถึงเวลาเลิกเรียน ผมและเพื่อนๆ เดินลงมาใต้คณะก็พบว่าวันนี้มีผู้หญิงมาชุมนุมกันเยอะผิดปกติ ...ต้องสงสัยไหมครับว่าทำไม 

“อชิ!” นู่นไง ต้นเหตุมันกำลังโบกมือไหวๆ ให้ผมอยู่นั่น พร้อมเพื่อนครบแก๊งของมันนั่นแหละครับ ประกายระยิบระยับรอบโต๊ะไปหมด จะไม่ตกเป็นเป้าสายตาได้ไง 

“โอ๊ะโอ...” เสียงไอ้ปั้นร้องขึ้นเบาๆ “มาไวฉิบหาย” 

ผมรีบเดินเข้าไปหาพวกพี่มันทันที ก่อนที่จะโหวกเหวกโวยวายกันมากกว่านี้ ยกมือไหว้บรรดาแก๊งเรียงตัว แต่ยกเว้นไอ้พี่แทนไว้คนนะครับ ผมไม่ไหว้แม่งให้เสียมือหรอก 

“อ้าว แล้วกูล่ะ กูก็พี่มึงนะ” ไอ้คนที่เห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนก็โวยสิครับ แต่กลับโดนพี่บูมเอ่ยขัดขึ้นซะก่อน 

“ไอ้แทน มึงอยากเป็นแค่พี่เหรอวะ” 

“เออ นึกว่าอยากเป็นผ...” ไอ้พี่เปรมที่กำลังเสริมอีกแรงถูกพี่ฟลุคปิดปากไว้ซะก่อน ดีแล้วครับ ไม่อย่างนั้นกูนี่แหละที่จะยกเท้าขึ้นปิดปากให้ พี่ก็พี่เหอะ 

“มึงก็...!! น้องเขาเขิน” 

กูไม่ได้เขินโว้ยยยย ได้แต่อดทนข่มกลั้นเถียงไอ้พี่ฟลุคอยู่ในใจ แต่ละตัว พอๆ กันเลย เมื่อกี้อุตส่าห์นึกชื่นชม 

ผมยืนจ้องหน้าไอ้ตัวต้นเรื่องที่กำลังยิ้มหน้าบานเป็นกระด้ง ปล่อยให้เพื่อนมันแซวผมอยู่อย่างนั้น 

จนเพื่อนผู้ประเสริฐของผมต้องออกตัว 

“พี่จะพาเพื่อนผมไปไหน” เบรกเสียงล้อได้ชะงัก ก็ไอ้ปั้นมันเล่นใส่ความหาเรื่องลงไปในน้ำเสียงด้วยนี่หว่า 

“ไปสอนชดเชย เมื่อวานมันไม่ได้สอนกู” 

“ผมสอนให้ก็ได้” ผมถึงกับหันไปมองหน้าไอ้ปั้นอย่างงงๆ จะเล่นห่าอะไรไม่เตี๊ยมกูเลยไง แล้วแบบนี้กูจะรับมุกถูกไหมล่ะ 

“แต่กูจะให้เพื่อนมึงสอน” 

“...” ไอ้ปั้นหันมองหน้าผมด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง แต่ผมนี่งงไปหมดแล้วครับ มันจะเล่นอะไรของมันวะ 

“มึงมีปัญหาอะไรกับกูหรือไง” ไอ้พี่แทนก็เลือดวิศวะเข้มข้นเหลือเกิน แค่ไอ้ปั้นมองหน้านิดหน่อยก็พร้อมจะมีเรื่องกันแล้ว 

“พี่ชอบเพื่อนผมเหรอ” แต่คำถามมันนี่สิที่ทำเอาผมหน้าร้อนวูบ ถามเหี้ยอะไรไม่ปรึกษากูเลยเพื่อน บรรดาชาวแก๊งของพี่มันร้องอู้วกันระงม คงคิดว่าจะเกิดศึกแย่งผมอยู่ล่ะมั้ง แต่หารู้ไมว่าไอ้ปั้นมันต้องมีแผนการอะไรบางอย่างแน่ๆ ผมรู้สันดานมันดี 

“เออ” แล้วดูไอ้พี่แทนตอบสิครับคุณ 

...ตรงกว่านี้ก็ไม้บรรทัดแล้วมึง นึกถึงใจกูบ้าง ทำงานหนักจนใกล้เป็นโรคหัวใจเข้าไปทุกทีแล้ว 

“ทั้งที่มันเป็นผู้ชายอะนะ” 

“แล้วไง” 

“ก็ไม่แล้วไง แค่ข่าวคาวๆ ของพี่ที่ผมได้ยินมามันไม่ใช่แบบนี้” 

“จะแบบนี้หรือแบบไหนก็ไม่เห็นเกี่ยวอะไรกับมึง” 

“ไอ้อชิมันก็เพื่อนผมป่ะวะ ถ้าพี่ไม่ได้คิดจริงจังกับมันจริงๆ ผมว่าพอเหอะว่ะ ต่างคนต่างเสียเวลาเปล่า” 

“สำหรับคนอื่นมันคือการเสียเวลาหรือเปล่าไม่รู้ แต่สำหรับกู... มันไม่เสียเปล่าแน่ๆ” 

ไอ้พี่แทนพูดกับไอ้ปั้นแล้วมันมองหน้าผมทำไมวะ ยิ่งประโยคหลังนั่นมันส่งมาให้ผมชัดๆ หมายความว่ายังไงที่ไม่เสียเวลาเปล่า ผมจะคิดเข้าข้างตัวเองได้ไหม...? 

ไอ้ปั้นหันกลับมามองหน้าผมอีกครั้ง ไม่รู้คนอื่นเห็นหน้ามันไหม แต่ที่แน่ๆ แม่งแอบขยิบตาให้ผมด้วย เห็นไหมล่ะ บอกแล้วว่ามันมีแผน แต่ไม่รู้ว่าแผนการครั้งนี้จะช่วยให้ผมดีขึ้นหรือแย่ลงกันแน่ 

เพราะตอนนี้หัวใจผมมันกำลังทำงานเกินหน้าที่อีกแล้ว 

“มึงว่าไง จะไปสอนพี่มันหรือเปล่า” 

แล้วไอ้เพื่อนเวรก็ทิ้งขี้มาให้กู จริงๆ ผมไปสอนพี่มันอยู่แล้วล่ะครับ แต่การที่มันถามขึ้นมาแบบนี้แปลว่าผมต้องตัดสินใจเองใหม่ ไม่ใช่การบังคับ แล้วแบบนี้ไอ้พี่แทนมันจะเหลิงเข้าข้างตัวเองไปอีกหรือเปล่าล่ะ 

ผมหันกลับไปมองไอ้พี่แทนอีกครั้ง ซึ่งสายตาของพี่มันที่มองมาเต็มไปด้วยความคาดหวัง ...แล้วผมจะปฏิเสธยังไง 

.. 

“เออ...เดี๋ยวกูไปสอนมันเอง”  

สิ้นคำพร้อมเสียงโหยหวนของลูกคู่ทั้งสามคนที่นั่งฟังเงียบๆ มานาน คงกำลังหาจังหวะอยู่มั้งครับ ป่านนี้ไอ้พี่แทนยิ้มปากฉีกไปถึงรูหูแล้วล่ะ แม้กระทั่งไอ้ปั้นยังยิ้มไปกับเขาด้วย นี่แม่ง... ตั้งใจจะช่วยผมจริงหรือเปล่าวะ 

“งั้นกูกลับนะ” 

“เฮ้ย พวกกูกลับด้วย” 

ไอ้ปั้นที่กำลังจะเดินออกจากคณะไปต้องชะงักเพราะพี่บูม พี่ฟลุค และพี่เปรมเดินตามติดมันออกไป ที่นี้ก็เหลือแต่ไอ้พี่แทนกับผมแล้วล่ะครับ 

“นั่งยิ้มเหี้ยอะไร ไปดิ” เห็นแล้วมันอดหมั่นไส้ไม่ได้จริงๆ 

“ด่ากูอีกแล้ว...” 

“รู้ตัวว่าโดนด่าแล้วก็ยังนั่งยิ้มอยู่เนอะ” 

“ก็ต้องยิ้มดิ เพราะกูรู้ว่าสาเหตุของการด่าคืออะไรไง” 

เออ...พอ กูยอมแล้ว แพ้มึงตลอดแหละ เถียงเหี้ยอะไรไม่ได้เลยเข้าตัวกูตลอด ได้แต่ก้มหน้าหลบหูตาแพรวพราวของพี่มันไป พร้อมเดินนำออกไปยังลานจอดรถ 

“จริงๆ กูต้องขอบคุณเพื่อนมึงนะ นึกว่าจะหาเรื่อง ที่ไหนได้ชงให้กูอร่อยเลย” เสียงไอ้พี่แทนเอ่ยตามหลังมาอย่างอารมณ์ดี 

ไอ้ปั้น ไอ้เพื่อนเวร สรุปแล้วมึงไม่ได้คิดจะช่วยกูจริงๆ ใช่ไหมเนี่ย 

แต่ก็ไม่รู้ทำไม ...ผมแพ้ทางพี่มันทุกทีสิน่า 

“เลิกพูดไปเลย แล้วจะให้สอนที่ไหน” 

“เมื่อวานมึงไปสอนไอ้ต้นที่ไหนล่ะ” พี่มันถามกลับมาด้วยน้ำเสียงสบายๆ แต่ทำไมผมถึงรู้สึกเหมือนถูกผู้ใหญ่จับได้ว่าทำความผิดไว้เลยวะ 

“...ห้องมัน” เสียงตอบมันเลยอ่อยๆ หน่อยน่ะครับ 

“ห้องมัน! นี่มึงไปสอนที่ห้องมันมาเหรอ!?” ถึงกับรีบจ้ำเพื่อเดินมาดักหน้าผมเลยทีเดียว ทำไมต้องตกใจอะไรขนาดนั้นวะ ไอ้ปั้นก็ทีหนึ่งแล้ว ผมผู้ชายนะเว้ย ผมดูแลตัวเองได้ 

“ทำไมไม่ห่วงตัวเองบ้าง เกิดมันทำอะไรมึงขึ้นมาจะทำยังไง” 

“มันจะทำอะไรเล่า มันก็เพื่อนกู” 

“แล้วมันคิดเหมือนที่มึงคิดหรือเปล่าล่ะ” 

ผมจิ๊ปากเสียงดังด้วยความขัดใจ ทำไมต้องเสียงดังใส่ด้วยวะ 

“กูดูแลตัวเองได้!” 

“งั้นถ้าวันนี้ไปสอนที่ห้องกูบ้าง มึงก็จะดูแลตัวเองได้เหมือนกันใช่ไหม” 

 

TBC 

..................................... 

คนหึง 2017 XD 

เอาล่ะครับคุณ ตอนหน้าอีน้องจะเปลืองเนื้อเปลืองตัวแค่ไหนน้ออออ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว