จอมใจองค์ชาย
ตอนที่ 1 ข้ามมิติให้กำเนิดบุตรในโลงศพ
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร

ตอนที่ 1 ข้ามมิติให้กำเนิดบุตรในโลงศพ

​คำชี้แจงจากคุณอู๋ชาง (ผู้เขียน) 

สำหรับผู้อ่านที่ติดตามเรื่องนี้ ทางผู้เขียนต้องขออภัยที่จะต้องบอกว่าเนื้อหาในตอนที่ 202 เป็นตอนสุดท้ายของเรื่องนี้นะคะ สำหรับเรื่องราวต่างๆ ผู้เขียนจะเขียนเป็นตอนพิเศษในโอกาสต่อไปค่ะ ในส่วนนี้ผู้เขียนกำลังพยายามอย่างเต็มที่ที่จะเขียนเรื่องนี้ออกมาจนจบอย่างสมบูรณ์ที่สุด อย่างไรก็ต้องขอขอบคุณผู้อ่านทุกๆ ท่านที่ติดตามนิยายเรื่องนี้ และต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ 

 

 

เมฆครึ้มหนาทึบ ท้องฟ้าที่เมื่อครู่ยังสว่างจ้า 

ยามนี้ราวกับจะถล่มลงมา  ชายหลายคนแต่งกายเหมือนคนงานในบ้านคหบดีเดินแบกโลงศพโลงหนึ่ง ใช้ทางสายเล็กที่คดเคี้ยวมุ่งเข้าป่า ไปยังหลุมใหญ่ที่ขุดรอไว้แล้ว 

“เมื่อกี้ยังสว่างอยู่เลย เดี๋ยวเดียวฟ้าก็เปลี่ยนเสียแล้ว อย่างกับจะถล่มลงมาอย่างนั้นแหละ” ชายที่แบกโลงอยู่ทางด้านหน้าฝั่งซ้ายแหงนหน้ามองฟ้า ทำท่าขนลุกขนพอง 

“พวกเจ้าว่าเป็นเพราะว่าวิญญาณพระชายายังไม่ไปไหน อยากจะกลับมาแก้แค้นหรือเปล่า” คนงานที่อยู่ฝั่งขวาพูดขึ้น 

“เจ้าจะกลัวอะไร ต่อให้วิญญาณของพระนางยังไม่ไปไหน ก็คงไม่มาแก้แค้นเอากับพวกเราหรอก แต่ถ้าทำงานนี้ไม่สำเร็จ เราทุกคนนี่แหละจะกลายเป็นผี” คนงานร่างกำยำที่แบกโลงอยู่ด้านหลังทางซ้ายพูดขู่ขึ้น 

“รีบเดินกันหน่อย เร็วเข้า จะถึงอยู่แล้ว ทำให้เสร็จไวๆ จะได้รีบกลับไปรายงาน” 

ชั่วพริบตาก็มาถึงที่หมาย เหล่าคนงานรีบวางโลงศพ แล้วหยิบพลั่วที่นำมาด้วยตักดินถมลงไป ขณะนี้เองลมก็พัดโหมกระหน่ำ สายฟ้าสีเงินสว่างวาบพาดผ่านท้องฟ้าเป็นแนวอย่างเกรี้ยวกราด พวกคนงานพากันตกใจจนแข้งขาอ่อน ทรุดลงไปกับพื้น พอล้มลุกคลุกคลานปีนขึ้นมาจากหลุมได้ก็พากันวิ่งกลับไปทางเดิม ท่าทางแตกตื่นตกใจราวกับข้างหลังมีอสุรกายกินคนไล่ตามมา 

 

โลงศพไม้ถูกทิ้งไว้อย่างโดดเดี่ยวตรงนั้น หลุมดินที่ถมยังไม่ทันเต็มดีดูราวกับปากของสัตว์ร้ายที่แย้มยิ้มออกมา เสียงลมพัดโหมกระหน่ำ เมฆม้วนตลบ ตอนนั้นเองสายฟ้าสายหนึ่งก็ฟาดใส่โลงศพ ทั้งโลงถูกแสงสีขาวโอบล้อม ชั่วขณะหนึ่ง ลมก็สงบ ฟ้าเปิด ท้องฟ้ากลับกลายเป็นสีฟ้ากระจ่างดังเดิมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น 

 

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเพียงใด ก็ปรากฎร่างของหญิงสาวอายุราวสิบห้าสิบหกปี สวมชุดสีเขียวอ่อนวิ่งโซซัดโซเซเข้ามาในป่ามาถึงหน้าโลงศพ แล้วนางก็โผเข้าไปทุบโลงพลางตะกุยดินจนเลือดไหลซิบออกมาจากนิ้วมือทั้งสิบ 

“โธ่ คุณหนู อดทนอีกนิดนะเจ้าคะ เหลียนเอ๋อร์มาช่วยท่านแล้ว เป็นเหลียนเอ๋อร์ที่ไม่ดีเอง ปกป้องคุณหนูไม่ได้  คุณหนูต้องอดทนนะเจ้าคะ นายน้อยก็จะต้องไม่เป็นอะไร” น้ำตาไหลพรากออกจากสองตา เสี่ยวเหลียนยกแขนขึ้นปาดน้ำตาส่งๆ พลางออกแรงขุดดินต่อไป ท่านหวังช่างใจเหี้ยมยิ่งนัก บอกว่าคุณหนูกำลังตั้งท้องนายน้อย ยังจะไล่ให้นางกลับไปจวนแม่ทัพอีก  โชคร้ายที่นายท่านก็ไม่อยู่ ฮูหยินรองจึงไม่ให้คุณหนูเข้าจวน แล้วยังด่าทอต่อว่าอย่างร้ายกาจต่าง ๆ นานา “คุณหนู นายท่านใกล้จะกลับมาแล้ว ท่านจะต้องมาช่วยคุณหนูแน่นอนเจ้าค่ะ” ท่านหวังทำไมถึงไม่เชื่อใจคุณหนู คุณหนูรักท่านออกปานนั้น จะทำเรื่องพรรค์นั้นได้อย่างไร ดูก็รู้ว่าถูกใส่ร้ายชัดๆ เสี่ยวเหลียนคิดอย่างเคียดแค้น 

เจ็บ 

เจ็บเหมือนร่างถูกฉีก เหมือนได้ยินเสียงร้องไห้ดังขึ้นข้างๆหู “คุณหนู รีบตื่นเร็วเจ้าค่ะ เหลียนเอ๋อร์ไม่ดีเอง ปกป้องคุณหนูไม่ได้ ฮือ ๆ...” เสียงร้องไห้คร่ำครวญกับเสียงรัวทุบโลงไม้ดังแว่วมา บ้าเอ๊ย เสียงใครกันนะหนวกหูจัง สิ่งที่เห็นมีเพียงความมืดมิด ยกมือขึ้นแตะก็สัมผัสถึงแผ่นไม้โลงศพแข็งๆ นี่มันที่ไหนกัน ทั้งสี่ด้านคับแคบ ในหัวอวิ๋นชิงมีแต่ความมืดมิด เกิดอะไรขึ้น นี่คงไม่ได้รถคว่ำใช่ไหม ไม่ใช่ว่าอยู่ที่โรงพยาบาลหรอกเหรอ ทำไมตื่นมาแล้วรู้สึกเหมือนนอนอยู่ในโลงเลย เธอยังไม่ตายสักหน่อย ใครกันช่างใจดำจริง ๆ ไม่พาไปส่งโรงพยาบาล แล้วยังเอาเธอมาใส่ไว้ในโลงอย่างนี้อีก 

ไม่สิ เสียงร้องไห้ยังคงดังต่อเนื่อง ร่างกายท่อนล่างปวดปลาบ เมื่อลองยื่นมือไปคลำดู หน้าท้องนูนโป่งกลับมีอะไรเหนียวๆ ไหลออกมาจนเปียกแฉะไปหมด กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งเข้าจมูก ตามมาด้วยความรู้สึกเจ็บถี่ ๆ น่ากลัวเหลือเกิน! 

 

นี่...กำลัง...จะคลอดลูกนี่นา! 

เธอจำได้ว่าตัวเองกำลังจะไปส่งเอกสารแทนสามี ระหว่างทางรถเกิดขัดข้อง พุ่งไปชนกับรถตู้ที่แล่นสวนมาเข้าอย่างจัง ตอนนั้นเธอถูกชนจนกระเด็นออกมานอกตัวรถ มีแสงสว่างวาบเข้าตา แล้วเธอก็สลบไป ร่างกายนี้ไม่ใช่ของเธอ งั้นตอนนี้เธอคงย้อนเวลาทะลุมิติได้เหมือนในนิยายที่เขาเล่ากันมาสินะ หนำซ้ำยังทะลุมิติมาคลอดลูกในโลงศพเสียด้วย ชาติที่แล้ว ตัวเธอได้รับอุบัติเหตุจนมดลูกเสียหาย หมอบอกว่าชั่วชีวิตนี้คงไม่มีวาสนาได้เป็นแม่คนแน่ นี่สวรรค์กำลังชดเชยให้อย่างนั้นหรือ 

 

ความเจ็บปวดประดังมาอีกระลอก อวิ๋นชิงไม่อาจคิดอะไรได้อีก รีบทำใจให้สงบ ตอนนี้ต้องหาทางเปิดฝาโลงให้ได้ก่อน จากนั้นก็คลอดลูกซะ ไม่อย่างนั้นคงต้องตายตั้งแต่เพิ่งได้มีโอกาสมาเกิดใหม่อีกครั้งแน่ ร่างกายนี้อ่อนแอเหลือเกิน นางไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะยกแขนขึ้นดันฝาโลงเลย 

“ฮือ ๆ คุณหนู อดทนไว้นะเจ้าคะ เหลียนเอ๋อร์มาช่วยแล้ว รอนายท่านกลับมา ต้องสามารถช่วยคุณหนูได้แน่เจ้าค่ะ” สาวใช้นามเหลียนเอ๋อร์ใช้สองมือขุดดินไม่หยุด เลือดไหลอาบทั้งสิบนิ้ว แต่ก็ยังคงขุดดินต่อไป 

“โครม โครม!” เหลียนเอ๋อร์ได้ยินเสียงดังออกมาจากโลงก็นิ่งอึ้งไป นางชะเง้อคอยฟัง พลางถามอย่างหวาดๆ “คุณหนู คุณหนูใช่ไหมเจ้าคะ เป็นคุณหนูใช่ไหม คุณหนูยังไม่ตาย เสี่ยวเหลียนว่าแล้วว่าคุณหนูจะต้องปลอดภัย” แล้วเสี่ยวเหลียนก็กระโจนขึ้นไปบนโลงศพ ร่ำไห้ด้วยความยินดี 

ดีจริง  เจ้าสาวใช้คนนี้ ฟังจากน้ำเสียงแล้วนางคงไม่ได้เสแสร้ง น่าจะเป็นสาวใช้ที่ซื่อสัตย์ต่อนาง อวิ๋นชิงยิ้มออก ภายในใจรู้สึกอุ่นวาบขึ้นมา 

“เหลียนเอ๋อร์ใช่ไหม ไม่ต้องแตกตื่นตกใจไป ตอนนี้ช่วยไปหาอะไรมางัดฝาโลงเสียก่อน เรื่องอื่นไม่ต้องเป็นห่วง ข้าออกไปได้แล้วค่อยว่ากัน” เสียงสงบเย็นดังแว่วมา มีพลังแห่งการปลอบประโลมอยู่ในนั้น 

“เจ้าค่ะ คุณหนู ข้าจะรีบไปหา อดทนรอนะเจ้าคะ รอก่อน ข้าจะรีบกลับมา” ว่าแล้วเสี่ยวเหลียนก็ตะเกียกตะกายลุกขึ้น แล้วออกวิ่งกลับไปยังทางที่จากมา 

ได้ยินเสียงเหลียนเอ๋อร์วิ่งจากไป อวิ๋นชิงคิดว่าคงใช้เวลาอีกสักพักกว่านางจะกลับมา สถานที่แห่งนี้คงไม่มีใครมาช่วยนางได้หรอก  เจ็บจัง เจ็บมากเลย ตอนนี้เธอต้องช่วยเหลือตัวเองก่อน  ถึงชาติที่แล้วจะเคยได้ฟังเรื่องเกี่ยวกับการคลอดลูกมาบ้าง แต่ตัวเองก็ไม่เคยคลอดมาก่อน ทว่าในสถานการณ์ที่ความเจ็บประดังประเดมาเช่นนี้ เธอคงต้องปรับการหายใจและออกแรงเบ่งตามความเข้าใจของตนเอง 

เสื้อผ้าอวิ๋นชิงเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ พอได้ยินเสียงร้องของเด็กทารก อวิ๋นชิงก็ผ่อนลมหายใจ รอสักพักให้ร่างกายพอจะมีเรี่ยวแรง เธอก็กระถดตัวขึ้นกึ่งนั่งกึ่งนอน ฉีกชายกระโปรงเอามาห่อตัวทารกไว้ 

ตอนนี้เองก็มีเสียงเร่งฝีเท้าร้อนรนดังขึ้น อวิ๋นชิงรู้ว่าเหลียนเอ๋อร์กลับมาแล้ว มุมปากจึงยกยิ้มขึ้น 

“คุณหนู ข้าเจอพลั่วที่คนงานพวกนั้นทิ้งไว้บนทางข้างหน้า ข้าจะงัดฝาโลงให้นะเจ้าคะ รอหน่อยนะเจ้าคะคุณหนู” พูดจบเหลียนเอ๋อร์ก็เอาพลั่วงัดตะปูที่ตอกตรึงตรงมุมทั้งสี่ของโลงอย่างเอาเป็นเอาตาย อากาศภายในโลงแทบจะไม่มี อวิ๋นชิงต้องหายใจช้าๆ เพื่อเหลืออากาศไว้ให้ทารกน้อย 

ในที่สุด เสี่ยวเหลียนก็งัดตะปูสำเร็จ อวิ๋นชิงยกแขนทั้งสองข้างขึ้นดันฝาโลง อุ้มลูกลุกขึ้นแล้วก้าวออกมาจากโลงศพ 

เมื่อได้เห็นอวิ๋นชิงก้าวออกมา เสี่ยวเหลียนก็น้ำตาร่วงพรู พยายามระงับอารมณ์โศกเศร้าแล้วยื่นมือไปรับทารกน้อย ทำได้เพียงร้องเรียก “คุณหนู......”             อวิ๋นชิงรู้ตัวว่าสภาพตัวเองย่ำแย่เพียงใด จึงหันไปส่งยิ้มบางๆ ให้เสี่ยวเหลียนที่อุตส่าห์เป็นห่วงเป็นใย ทั้งเนื้อทั้งตัวอวิ๋นชิงเสมือนมีรัศมีเปล่งออกมาราวกับจันทราแรกฉาย ต่อให้ดูย่ำแย่แค่ไหนก็ไม่อาจบดบังสง่าราศีนี้ได้เลย 

เหลียนเอ๋อร์ตะลึงมองอวิ๋นชิง รู้สึกว่าคุณหนูของนางมีอะไรบางอย่างที่ต่างไปจากเดิม 

 

 

 

 

 

 

 

 

โปรเจกต์ "หอหมื่นอักษร" เป็นโปรเจกต์ที่ซื้อลิขสิทธิ์นิยายออนไลน์มาอย่างถูกต้อง  

เผยแพร่อย่างเป็นทางการโดย OokbeeU และ China Literature 

 

เจ้าของลิขสิทธิ์ต้นฉบับ China Literature 

 

 

จากใจเก๋อเก๋อ 

 

นิยายทุกเรื่องที่อยู่ในโปรเจกต์หอหมื่นอักษรเราเป็นนิยายที่เก๋อเก๋อพยายามพิถีพิถันคัดเลือกมาอย่างเต็มความสามารถโดยผ่านการเรียบเรียงและกลั่นกรองด้วยความตั้งใจของเหล่านักแปล เพื่อให้นายท่านได้รับความเพลิดเพลินอย่างถึงที่สุด 

เก๋อเก๋อหวังเป็นอย่างยิ่งว่านิยายของเราจะเติมเต็มความปรารถนาของนายท่านทุกๆ คนได้อย่างพึงพอใจ และเชื่อมั่นว่านายท่านจะสนับสนุนนิยายของเราอย่างถูกลิขสิทธิ์ เพื่อเป็นกำลังใจในการคัดสรรนิยายเรื่องอื่นๆ ของเราต่อไปในอนาคต 

ถ้าหากนายท่านพบเห็นนิยายของหอหมื่นอักษรถูกนำไปเผยแพร่อย่างผิดลิขสิทธิ์ที่ใด สามารถเข้ามาแจ้งกับเราได้ในทุกช่องทางการติดต่อ 

 

ท้ายที่สุดนี้เก๋อเก๋อขอขอบพระคุณแรงสนับสนุนของนายท่านทุกคนจากนี้และต่อไปในอนาคตด้วยเจ้าค่ะ 

 

เก๋อเก๋อ แห่งหอหมื่นอักษร 

แสดงเพิ่มเติม
แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั้งหมด ()

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น