ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร

LOSE BALANCE+ : INTRO

LOSE BALANCE+

INTRO

‘ขุนทัพ ลูกต้องไปรับน้องที่โรงเรียนนะลูก วันนี้น้องเลิกเร็ว’

‘ที่แม่ให้ผมยกเลิกงานที่โมเดลิ่งเพื่อมาดูแลน้องเหรอครับ?’

‘ใช่แล้วจ๊ะ ลูกมีปัญหาเหรอ ลูกก็น่าจะรู้นะว่าตอนนี้น้องโตเป็นสาวแล้ว และแม่ก็ไม่มีเวลาดูน้องเท่าไหร่ เราน่ะออกไปใช้ชีวิตของตัวเองมานานแล้ว ช่วยรับผิดชอบมาดูแลน้องด้วยสิ’

‘คือดูแลก็ได้นะครับ แต่ไม่เห็นว่าจะต้องให้ผมยกเลิกงานที่โมเดลิ่งเลยนี่’

‘ถ้าลูกดูแลแค่ผับอย่างเดียวลูกก็จะมีเวลาดูน้องด้วย ถ้าพ่วงงานที่โมเดลิ่ง ลูกก็จะไม่มีเวลาดูน้องให้แม่’

‘...’

‘ไปรับน้องสิ ลูกไม่ได้เจอน้องนานแล้วนี่นา แล้วลูกจะได้รู้ว่า แก้มยุ้ย น้องสาวของลูกโตเป็นสาวแล้วจริงๆ’

และเพราะเหตุผลนี้ไงผมถึงได้มายืนหล่ออยู่ที่หน้าโรงเรียนมัธยมเอกชนหญิงล้วน ย้ำนะว่าหญิงล้วน! เด็กที่เดินเข้าออกโรงเรียนต่างพากันมองผมด้วยสีหน้าที่ตื่นตกใจ อาจจะเพราะไม่เคยเห็นผู้ชายหล่อๆ อย่างผมมายืนที่หน้าโรงเรียนพร้อมกับรถปอร์เช่สุดหรูสีดำสนิท วันนี้ผมเลือกที่จะแต่งตัวด้วยแจ็กเก็ตสีดำและกางเกงขาเดฟขาดๆ สีดำ คือดำทั้งชุด ใบหน้าของผมก็คงจะไปโดนตาต้องใจเด็กน้อยหลายๆ คน ฝ่ามือทั้งห้าเสยผมขึ้นไปและยกข้อมือซ้ายขึ้นมาดูนาฬิกาก็พบว่าใกล้เวลาที่น้องสาวของผมจะเลิกเรียนแล้ว

‘แก้มยุ้ย’ น้องสาวของผมวัยสิบแปดปีบริบูรณ์ เธอเป็นน้องสาวนอกไส้ของผม ใช่ นอกไส้ไม่ใช่น้องสาวแท้ๆ เนื่องจากพ่อกับแม่ของผมอยากมีลูกสาวแต่ว่าแม่สุขภาพไม่ค่อยดี ท่านทั้งสองก็เลยปรึกษาผมและตัดสินใจไปรับแก้มยุ้ยที่กำพร้าพ่อกับแม่ตั้งแต่เด็กๆ เธออาศัยอยู่กับป้าที่มีฐานะไม่ค่อยดี พ่อกับแม่ของเธอเป็นพนักงานที่บริษัทพ่อของผม แต่ดันประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตทั้งคู่ ทำให้แก้มยุ้ยต้องอยู่กับป้าที่กำลังจะพาเธอไปเร่ขาย พ่อกับแม่ผมเอ็นดูแก้มยุ้ยที่อายุเพียงหกขวบ และผมเองก็ไม่ได้ขัดอะไรที่จะมีสมาชิกเพิ่ม แก้มยุ้ยเป็นเด็กน้อยร่างเล็กที่หน้าตาน่ารัก แต่เธอมักจะเก็บตัวเงียบตอนที่มาอยู่ที่บ้านของผม แต่พออยู่นานวันเข้าเธอก็ร่าเริงเหมือนเด็กทั่วไป และผมเองก็สนิทกับเธอ กระทั่งเราสองคนต้องแยกจากกันเนื่องจากผมเรียนม.ปลาย ก็เลยขอพ่อกับแม่ออกจากบ้านไปใช้ชีวิตคนเดียวซึ่งพ่อกับแม่ก็ไม่ได้ว่าอะไร แก้มยุ้ยในตอนนั้นก็ร้องไห้ไม่อยากให้ผมไปเพราะเหงา แต่ทว่าผมก็ทำตามใจตัวเองโดยไม่สนใจความรู้สึกของน้อง พอตอนนี้ผมโตแล้วอายุก็เข้าเลขเบญจเพสพอดี แก้มยุ้ยก็โตเป็นสาวสิ่งที่แม่กลัวมากที่สุดคือการเติบโตของเด็กรุ่นนี้

ผมยืนรอแก้มยุ้ยที่ยังคงไม่ออกมาจากโรงเรียน เด็กสาวที่เลิกเรียนแล้วก็ทยอยกันออกมา พอเห็นผมก็พากันกรี๊ดไปมาจนผมแทบอยากจะมุดดินหนี ให้ตายเหอะ! ถึงได้ไม่อยากมาที่โรงเรียนเด็กๆ ก็งี้ล่ะ สายตาของผมหรี่มองไปที่กลุ่มนักเรียนหญิงที่สวมชุดนักเรียนเอกชน กระโปรงลายสก๊อตสีน้ำเงินเขียวกับเสื้อเชิ้ตสีขาวและเสื้อสูทสีน้ำเงินเข้ม ใบหน้าหวานน่ารักที่ดูโดดเด่นมากกำลังยิ้มและหัวเราะอยู่ ดวงตากลมโต แก้มป่องๆ มีสีชมพูระเรื่อ ผมสีน้ำตาลเข้มก็ถูกรวบมัดไว้อย่างเรียบร้อย แถมยังมีผมหน้าม้าปิดหน้าผากทำให้ใบหน้าหวานยิ่งดูน่ารักราวกับเด็กญี่ปุ่น ผมอึ้งไปทันทีที่เห็นน้องสาวของตัวเองโตขึ้นขนาดนี้ แก้มยุ้ยหัวเราะและหันมาสบตากับผม เธอหยุดเดินจนเพื่อนของเธอมึนงง ใบหน้าหวานยิ้มกว้างและวิ่งตรงมาหาผมราวกับเด็กน้อยที่วิ่งหาพ่อกับแม่

หมับ

“อ้ะ!”

“พี่ขุนของแก้ม”

“หึ ไงคะเด็กดีของพี่ขุน”

“ฮึก แก้มคิดถึงพี่ขุนที่สุดเลยนะคะ ฮือๆ” ร่างบางวิ่งมากอดคอผมพร้อมกับซบใบหน้าลงกับลำคอ ผมโอบอุ้มแก้มยุ้ยไว้ในอ้อมแขนโดยมีสายตาของอาจารย์ที่เดินมาด้วยสีหน้าดุๆ

“กชกร ทำไมถึงได้ทำเรื่องน่าอายแบบนี้ วิ่งกอดผู้ชายหน้าโรงเรียนแบบนี้ได้ยังไงกัน?”

“ฮึก เปล่านะคะอาจารย์นี่พี่ชายแก้มนะคะ ชื่อพี่ขุนทัพ ชนะศึก”

“พี่ชาย?”

“สวัสดีครับ ผมเป็นพี่ชายของแก้มยุ้ยครับ พอดีเราไม่ได้เจอกันมาหลายปีแล้วน่ะครับ ขอโทษด้วยนะครับที่ทำให้เกิดเรื่องน่าอายที่หน้าโรงเรียนสตรี” ผมยิ้มให้กับอาจารย์คนสวยที่พอเจอคำหวานและใบหน้าที่ยิ้มอ่อนของผม ก็เข่าอ่อนในทันที

“ไม่ยักรู้นะคะว่ากชกรจะมีพี่ชายหล่อ อุ้ย! มีพี่ชายด้วย”

“คือผมเพิ่งจะมาดูแลแก้มยุ้ยตั้งแต่วันนี้ล่ะครับ...”

“จริงเหรอคะพี่ขุน”

“จริงสิคะ พี่จะโกหกแก้มทำไมล่ะหืม?” แก้มยุ้ยยิ้มกว้างให้ โดยที่ผมก็ลูบศีรษะของเธอเบาๆ อาจารย์จะสงสัยก็ไม่แปลกหรอกนะเพราะว่าผมกับแก้มยุ้มนอกจากจะเป็นพี่น้องนอกลำไส้ใหญ่กันแล้ว เราสองคนยังไม่ได้ใช้นามสกุลเดียวกัน เพราะว่าพ่อกับแม่ผมอยากให้แก้มยุ้ยระลึกถึงพ่อแม่ตัวเองตลอดซึ่งแก้มยุ้ยก็ไม่ปฏิเสธที่จะใช้นามสกุลพ่อแม่จริงๆ ของตัวเอง พ่อกับแม่ผมจะบอกแก้มยุ้ยเสมอว่าแก้มเป็นครอบครัวและเป็นลูกสาวคนเล็กของตระกูลชนะศึก ซึ่งแก้มยุ้ยเป็นเด็กที่มองโลกในแง่ดีมาเสมอ ผมมองร่างอาจารย์สาวที่เดินนวยนาดเข้าไปในโรงเรียน

“ชิ มารับแก้มนะคะ ไม่ใช่ให้มาจีบอาจารย์”

“พี่เปล่าทำสักหน่อย เราน่ะเพ้อเจ้อ” ผมผลักศีรษะของแก้มยุ้ย จนเธอทำหน้าบูดก่อนจะกวักมือเรียกเพื่อนของเธอที่เดินมาสองคน อีกคนหนึ่งดูน่ารักและสวมแว่นตา ส่วนอีกคนก็สวยมากแต่ดูจากการแต่งตัวแล้วเธอดูห้าวๆ ยังไงไม่รู้ แต่ผมก็ไม่ได้สนใจอะไร

“พี่ขุนนี่เพื่อนของแก้มเองนะคะ คนที่สวมแว่นตาแล้วน่ารักที่สุดในโรงเรียนชื่อปิ่นค่ะ”

“แก้มก็พูดเกินไป สวัสดีค่ะพี่ขุน... แก้มเล่าเรื่องพี่ให้พวกเราฟังบ่อยๆ ไม่อยากเชื่อเลยว่าพี่ขุนจะหล่ออย่างที่แก้มพูดกรอกหูปิ่นประจำ”

“จริงปะล่ะ พี่ขุนของแก้มหล่อที่สุดในสามโลกเลยล่ะ” แก้มยุ้ยกอดแขนผมและส่งยิ้มให้อย่างน่ารัก ใช่ น่ารักมาก

“ส่วนคนที่สวยที่สุดในกลุ่มและดูมาดแมนที่สุดชื่อว่ามุกค่ะ”

“สวัสดีค่ะพี่ขุนทัพ”

“ครับผม เอาล่ะจะกลับกันยังไงให้พี่ไปส่งไหม?”

“เดี๋ยวพ่อปิ่นมารับค่ะ มุกล่ะวันนี้กลับเองหรือเปล่า” ผมมองผู้หญิงที่ชื่อมุก เธอมองผมอย่างนิ่งๆ และมองแก้มยุ้ยที่พยักหน้าราวกับว่าจะให้ผมไปส่ง เธอสวยมากนะ แต่แววตาดูไม่ชอบใจผมยังไงก็ไม่รู้สิหรือผมคิดไปเองนะ

“ไม่เป็นไรค่ะ มุกว่าจะไปเดินซื้อหนังสือต่อด้วย”

“งั้นเดี๋ยวเสาร์นี้มุกมาค้างที่บ้านแก้มอีกนะ” แก้มยุ้ยผละจากผมไปเขย่าแขนมุกที่ยิ้มออกมาและวางมือไปที่ศีรษะของแก้มยุ้ย กระทั่งพวกเธอเดินจากไปผมก็ขับรถพาแก้มยุ้ยกลับมาถึงบ้าน ร่างบางวิ่งเข้าไปกอดแม่ผมอย่างแนบแน่นจนผมยืนมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้ม

“เป็นไงบ้างลูก แม่ส่งคนไปรับ ประทับใจไหม?”

“ประทับใจมากเลยค่ะคุณแม่ แต่ว่าจะงอนเพราะว่าหายไปนานจนแก้มลืมไปเลยว่าเคยมีพี่ชาย ชิ”

“ฮ่าๆ น้องใครงอนกันเนี่ย ตามง้อด้วยนะ”

“ครับๆ” ผมเกาศีรษะตัวเองและมองแก้มยุ้ยที่เดินสะบัดตูดงอนผมขึ้นไปที่ห้อง แม่ของผมมองตามด้วยสีหน้าที่หนักใจนิดหน่อย

“แม่เป็นอะไรหรือเปล่าครับ?”

“ก็นะ หมู่นี้แก้มดูโตขึ้นมากเลยนะตาขุน”

“ยังไงครับ”

“เรื่องการแต่งตัวที่จากเรียบร้อยตอนนี้ดูเหมือนจะแต่งตัวมากขึ้น แม่รู้นะว่าน้องกำลังโตเป็นสาว แต่แม่ก็ไม่อยากห้ามน้องเพราะว่าสมัยนี้เขาก็แต่งตัว แต่งหน้ากันแบบนี้ อีกอย่างแก้มยุ้มก็มีผลการเรียนที่ดีมาเสมอ เพราะงั้นแม่ถึงได้ไม่อยากเอ็ดน้องไง”

“แม่ก็เลยตามให้ผมมาช่วยดูน้อง”

“ใช่ แม่คิดว่าเราน่าจะดูน้องแทนแม่ที่ตามน้องไม่ทันได้ แม่เป็นห่วงน้องนะขุน หมู่นี้สมัยนี้มันอันตรายมาก แก้มเองก็ไปเที่ยวกับเพื่อนบ่อย ถึงแม้จะบอกว่าไปอ่านหนังสือกันก็ตามที และแก้มเองก็มีแต่เพื่อนผู้หญิง ถ้าถูกชักจูงไปในทางที่ไม่ดี ไปเจอกับพวกวัยรุ่นที่วันๆ ไม่ทำอะไร แม่กลัวว่าน้องจะ...”

“ผมเข้าใจแล้วครับ แม่ไม่ต้องห่วงนะ ผมจะดูแลน้องไม่ให้คลาดสายตาเลย ไหนๆ แม่ก็ตามตัวผมให้กลับมาดูแลแก้มแล้ว ทุกอย่างในตัวของแก้มผมจะเป็นคนจัดการเองครับ” แม่ของผมมีสีหน้าที่ดีขึ้น ผมรู้ว่าแม่รักและเป็นห่วงแก้มยุ้ยขนาดไหน วันนี้ผมได้รู้แล้วไงว่าน้องของผมเป็นเด็กแบบไหน แก้มยุ้ยเป็นเด็กไร้เดียงสาและอ่อนต่อโลกมาก เพราะงั้นผมต้องคอยดูแลน้องไม่ให้ออกนอกลู่นอกทางเป็นพอ

ผมเดินขึ้นมาที่ชั้นสองซึ่งเป็นห้องของผมที่อยู่ตรงข้ามกับห้องของแก้ม ผมเลยตัดสินใจเคาะประตูและเปิดเข้าไป มองหาร่างบางก็ไม่เจอ ผมเลยถือวิสาสะเปิดประตูห้องนอนไปก็เห็นแก้มยุ้ยกำลังยืนอยู่ที่หน้ากระจก ผมยืนมองร่างบางที่หมุนตัวไปมาก่อนจะหันมาเจอกับผม

“พี่ขุน ทำไมพี่ขุนมองแก้มแบบนี้ล่ะคะ?” ผมมองแก้มยุ้ยที่สวมกางเกงขาสั้นยีนส์โชว์เรียวขายาวกับเสื้อกล้ามสีขาวตัวเล็กที่มันรัดร่างบอบบาง ผมไม่เคยรู้เลยว่าแก้มยุ้ยจะมีสัดส่วนที่ดูดีขนาดนี้โดยเฉพาะอกที่เป็นอก กับเอวที่เป็นเอว ผมสะบัดหน้าไปมาก่อนจะกอดอกมองน้องสาวตัวน้อยตั้งแต่หัวจรดเท้า

“ใครสั่งให้แต่งตัวแบบนี้”

“ก็แก้มแต่งประจำ คุณแม่ก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่คะ”

“แต่ถ้าพี่มาอยู่ที่นี่แล้ว แก้มไม่ควรแต่งตัวแบบนี้”

“ทำไมล่ะคะ ก็แก้มชอบนี่นา” เธอทำหน้าบูดและเต้นเร่าไปมาราวกับเด็กถูกขัดใจ ผมเดินไปใกล้เธอก้มมองใบหน้าหวานที่ไม่ได้แต่งแต้มเครื่องสำอางใดๆ

“พี่สั่งห้ามเลยนะว่าห้ามเราแต่งตัวแบบนี้ไม่ว่าจะอยู่บ้านหรือไปข้างนอก”

“แต่ว่าแก้ม...”

“ไม่แต่ค่ะ ตอนนี้คุณแม่สั่งให้พี่มาดูแลแก้มและพี่ก็ได้รู้ไงว่าน้องสาวของพี่กำลังโตเป็นสาว เพราะงั้นเรื่องแต่งตัวพี่ขอห้ามค่ะ” ผมจับจ้องใบหน้าหวานที่ออกอาการงอนผม ตอนนี้ผมยืนอยู่ในห้องนอนของเด็กผู้หญิง ห้องนอนของแก้มยุ้ยที่ผมไม่เคยเข้ามาเลยสักครั้งและนี้เป็นครั้งแรก ผมกวาดสายตามองไปรอบห้องและมาหยุดที่ร่างบางที่กำลังถอดเสื้อกล้ามต่อหน้าต่อตาผม

“กะ แก้ม! แก้มจะถอดเสื้อทำไม?”

“พี่ขุนบอกให้แก้มเปลี่ยนไม่ใช่เหรอคะ แก้มก็กำลังจะเปลี่ยนนี่ไง”

“ให้พี่ออกไปก่อนสิ แก้มจะแก้ผ้าต่อหน้าพี่ไม่ได้นะ!” ผมที่เบือนหน้าหนีอยู่ก็มองประตูทางออกแต่ทว่าร่างบางก็เดินมาดักหน้าผมไว้ ใบหน้าหวานของแก้มยุ้ยเอียงคอมองผมด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัย

“แต่ก่อนพี่ขุนก็ไม่เคยเดินหนีแก้มเวลาถอดเสื้อผ้าเลยนี่คะ”

“ก็ตอนนั้นแก้มยังเด็ก แต่ตอนนี้แก้มโตแล้วนะ” ร่างบางทำหน้ามึนงงแต่ก็พยักหน้ารับเหมือนจะเข้าใจจนผมถอนหายใจออกมาแต่ทว่าก็ต้องเบิกตากว้างที่แก้มยุ้ยถอดเสื้อกล้ามออกจนผมกลืนน้ำลายลงคอ เมื่อเห็นทรวงอกอวบที่ดันล้นอยู่ในบราเซียสีขาว แก้มยุ้ยโยนเสื้อกล้ามไปที่เตียงและยิ้มให้ผมอย่างไร้เดียงสา

“แก้มโตมากไหมพี่ขุน ดูแก้มสิ... แก้มโตกว่าที่พี่ขุนเคยเห็นเมื่อตอนเด็กๆ หรือเปล่า?”

ผมมองร่างบางของแก้มยุ้ยที่เดินต้อนผมจนล้มลงกับเตียงนอน ใบหน้าหวานยิ้มให้กับผมอย่างไร้เดียงสา แต่ทว่าทำไมผมถึงมองว่ามันเป็นยิ้มที่แอบแฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์นะ ผมมองไปที่นม ไม่สิ! มองไปที่ทรวงอกของแก้มยุ้ยก็แทบจะสำลักกับความใหญ่โต เธอก้มตัวลงมาจนใบหน้าของเราเสมอกัน

“พี่ขุนเป็นอะไรเหรอ? ทำไมเหงื่อแตกล่ะ”

“แก้มไปแต่งตัวใหม่เดี๋ยวนี้...”

“แต่พี่ขุนยังไม่ได้ดูแก้มเลยนะ”

“พี่บอกให้ไปแต่งตัวไงคะ” น้ำเสียงของผมฟังดูแปลกมาก อาจจะเป็นเพราะว่าผมกัดฟันพูดมากกว่า แก้มยุ้ยทำหน้าบูดและเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า นั่นแหละผมถึงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก แก้มยุ้ยออกมาจากห้องแต่งตัว ตอนนี้เธอสวมแค่เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวใหญ่ตัวเดียวที่ยาวจนเกือบถึงเข่า

“แบบนี้พอใจยังคะ?”

“ดีมาก ทีหลังห้ามแต่งตัวแบบนี้อีกนะ ไม่งั้นพี่จะตีแก้ม”

“แก้มไม่ให้พี่ขุนตีหรอก ทิ้งแก้มไปตั้งหลายปี กลับมาหาแล้วจะมาสั่งๆๆๆ แก้มไม่ให้ทำนู่นทำนี่ แก้มไม่ทำตามหรอก แบร่!” แก้มยุ้ยเดินสวนผมไปพร้อมกับแลบลิ้นให้ผมอย่างเกี่ยงงอน ผมถอนหายใจอย่างโล่งอก ถึงแม้จะเคยเห็นของผู้หญิงมาเยอะแต่กลับแก้มยุ้ยทำไมถึงทำให้ผมรู้สึกร้อนกายยังไงก็ไม่รู้ บ้าจริงไอ้ขุน! มึงอย่ามาหื่นกับน้องกับนุ้งนะเว้ย

มื้อเย็นวันนี้แม่ก็ทำอาหารด้วยตัวเองเพราะว่าผมกลับมาอยู่ที่บ้านแล้ว อาจจะกลับไปที่คอนโดบ้างเพราะต้องไปดูแลผับ พ่อของผมอยู่ต่างประเทศต้องทำงานเกี่ยวกับโมเดลิ่งที่ตั้งอยู่หลายประเทศ แต่ที่นี่ตอนนี้มีคนมาดูแลแล้ว ซึ่งผมก็ยังคงป้อนงานให้กับบริษัทอยู่ดี

“จริงสิ แม่ได้ข่าวลือในบริษัทว่าลูกมีข่าวกับช่างภาพสาวคนหนึ่งจริงหรือเปล่า?”

“แค่กๆ ทำไมแม่รู้อะ”

“จริงเหรอขุน ใครอะ? แม่จะได้ลูกสะใภ้แล้วเหรอเนี่ย” ผมมองแม่ที่ทำท่าดีใจจนผมกุมขมับก่อนจะมองแก้มยุ้ยที่นั่งอยู่ตรงข้าม น้องสบตากับผมด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยคำถามมากมาย

“ก็แค่ข่าวลือน่ะแม่ ไม่มีอะไร”

“แหม แต่แม่ก็ไม่เคยเห็นขุนเข้าบริษัททั้งๆ ที่ไม่ชอบ แสดงว่าสาวคนนี้ต้องไม่ธรรมดาที่ทำให้ขุนทัพของแม่ ยอมเข้าไปทำงานที่บริษัทตั้งหลายเดือน”

“แม่อะ”

“แม่อะไร?” แม่ยังคงแซวผมเรื่องของแม็ก ใช่รุ่นน้องของผมที่ผมบอกเลยว่าผมชอบมาก แม็กเป็นผู้หญิงที่แกร่งและเข้มแข็ง แต่ว่าตอนนี้ผมกลับปล่อยให้เธอได้รักกับคนที่เธอรักและรักเธอไปแล้ว ซึ่งมันไม่ใช่ผมไง ถึงผมจะเสียใจแต่ผมก็ดีใจนะที่แม็กมีความสุขกับคนที่ตัวเองรัก

“บอกแม่มาหน่อยสิ สาวคนนั้นเป็นยังไง?”

“โธ่แม่ก็...”

“เร็วสิตาขุน” ผมมองแม่ที่ยังคงคาดคั้นให้ผมพูดเรื่องของแม็ก แต่ทว่าคนที่เงียบเห็นจะเป็นแก้มยุ้ยที่เอาแต่ตั้งหน้าตั้งตากินข้าวลูกเดียว คงจะเพราะงอนผมเรื่องการแต่งตัวแน่ๆ

“โอเคครับ น้องเขาเป็นรุ่นน้องของผมที่มหาลัย ผมก็ชอบน้องเขาแต่ตอนนี้น้องเขามีแฟนแล้ว”

“ว้ายตายจริง แบบนี้ขุนทัพของแม่ก็อกหักน่ะสิ”

“ผมไม่นับว่าเป็นการอกหักหรอกนะครับ เพราะผมแค่อยากให้น้องเขามีความสุขกับคนที่ตัวเองรัก นั่นแหละครับคือสิ่งที่ผมต้องการจริงๆ ไม่ใช่ตัวเธอ”

“โหย ลูกขุนของแม่ หล่อและนิสัยดีมาก...” แม่ของผมพยักหน้าให้ราวกับว่าผมน่าสงสารมากๆ ผมหัวเราะออกมากับท่าทีของแม่ กระทั่งเรากินข้าวกันเสร็จแม่ก็ขอตัวขึ้นไปพักผ่อนพรุ่งนี้มีงานที่สมาคมอะไรก็ไม่รู้ ส่วนผมก็กำลังอาบน้ำอยู่ในห้องของตัวเอง พอพูดถึงแม็กผมก็ใจห่อเหี่ยวขึ้นมาทันทีเลยแหะ ถึงปากจะบอกว่าไม่เป็นไร แต่ทำไมในใจมันเจ็บหนึบๆ แบบนี้นะ ผมเงยหน้าขึ้นให้น้ำจากฝักบัวชะล้างความคิดตอนนี้ออกไป ก่อนจะออกมาจากห้องน้ำด้วยผ้าขนหนูผืนเดียวที่พันเอวอยู่ พลางเช็ดผมตัวเองไปด้วยแต่ทว่า...

“เฮ้ยแก้ม! เข้ามาในห้องพี่ได้ไงเนี่ย”

“จะตะโกนทำไมคะเนี่ย แก้มตกใจหมดเลย แค่จะเอานมอุ่นมาให้ต่างหาก” แก้มยุ้ยพยักเพยิดไปที่หัวเตียงเพื่อให้ผมรู้ว่าเธอเอานมอุ่นมาให้จริงๆ ผมมองแก้มยุ้ยที่สวมชุดนอนสายเดี่ยวกระโปรงสั้นสีชมพู ที่มันดันทรวงอกอวบจนล้นเห็นร่องอก ผมเบือนหน้าหนีและเดินมานั่งข้างเธอ

“เรียนเป็นยังไงบ้างคะ?”

“ก็ดีค่ะ แก้มเรียนเก่งที่สุดในห้องเลยนะ แก้มก็เป็นดาวโรงเรียนด้วย พี่ขุนชอบไหม?”

“ชอบสิคะ ชอบที่แก้มขยันเรียนมากขนาดนี้”

“แก้มทำตัวดีแค่ไหน พี่ขุนก็ไม่เคยมาหาแก้มเลย ปล่อยให้แก้มคิดถึงพี่ขุนทุกวันทุกคืน” ร่างบางสวมกอดเอวผม ซบใบหน้าลงกับลำแขนพลางใช้จมูกถูไถไปมาจนผมแทบลืมหายใจ บ้าจริงไอ้ขุน!

“พี่ก็กลับมาแล้วไงคะ จะกลับมาดูแลแก้มเหมือนเดิมแล้วไง”

“จริงเหรอคะ พี่ขุนไม่โกหกแก้มนะ”

“พี่จะโกหกแก้มทำไมล่ะ? พี่พูดจริง”

“เย้ แก้มรักพี่ขุนที่สุดเลยค่ะ จุ๊บ!” ผมหันไปมองใบหน้าหวานที่จูบแก้มผมอย่างแนบแน่น รอยยิ้มของแก้มยุ้ยกับน้ำเสียงที่น่ารัก ใบหน้าของผมอยู่ใกล้กับเธอมาก มากจนผมกระพริบตาถี่รัวมองน้องสาวของตัวเองที่จากตอนนั้นแก้มยุ้ยเป็นแค่เด็กเงียบๆ คนหนึ่ง แต่ตอนนี้แก้มยุ้ยตรงหน้าผมเปลี่ยนไปมาก

“พี่ขุนล่ะรักแก้มไหม?”

“ระ รักค่ะ” น้ำเสียงของผมขาดห้วงที่พูดกับน้องสาว แก้มยุ้ยยิ้มออกมาก่อนจะพลิกตัวลงไปนอนบนเตียงของผมด้วยท่าทางที่ดีใจ ส่วนผมก็สะบัดหน้าไปมาราวกับคนปวดหัว ใช่ ผมกำลังปวดหัวไง ปวดมากด้วย!

“แก้มขอนอนกับพี่ขุนนะคะ”

“พี่ว่า...”

“รังเกียจแก้มเหรอ?” นั่นไง น้ำเสียงอ้อนๆ กับสีหน้าที่ดูเศร้าสร้อยและไร้เดียงสา ทำให้ผมแพ้! แพ้ทุกทีเลยสินะ ผมพ่นลมออกมาก่อนจะเดินไปหยิบกางเกงผ้าร่มขายาวสีดำยี่ห้อดีมาสวม ปิดไฟและนอนลงบนเตียงที่มีแสงจากโคมไฟสาดส่องเบาๆ อยู่ แก้มยุ้ยขยับตัวมานอนกอดผม จนผมกอดไหล่บางไว้

“แก้มคิดถึงร่างอุ่นๆ ของพี่ขุนที่สุดเลยนะ ไม่รู้ว่าไปให้ใครกอดนอกจากแก้มหรือเปล่าก็ไม่รู้”

“ไม่มีค่ะ”

“แล้ว... ผู้หญิงที่เป็นช่างภาพล่ะ ได้กอดหรือเปล่า?” ผมก้มลงมองใบหน้าหวานที่อยู่บนแผงอกของผม แก้มยุ้ยทำหน้าบูดจนผมเลื่อนมือมาลูบศีรษะของเธอเบาๆ

“ไม่ได้กอดค่ะ ไม่มีใครกอดพี่ทั้งนั้นล่ะ”

“แต่พี่ขุนชอบเขา”

“แต่ตอนนี้ไม่ได้ชอบแล้วนี่คะ” เสียงถอนหายใจของแก้มยุ้ย ทำให้ผมเลื่อนมือไปกอดเอวเธอไว้แน่น ผมรู้ว่าแก้มยุ้ยสนิทกับผมที่สุด ผมผิดเองที่ทิ้งน้องไว้ให้อยู่คนเดียวและตัวผมก็ออกไปใช้ชีวิตของตัวเอง

“แล้วแก้มล่ะมีหนุ่มที่ไหนมาจีบหรือเปล่า?”

“ไม่มีหรอก แก้มอยู่โรงเรียนหญิงจะมีได้ยังไงล่ะคะ” ผมมองเพดานและมองรูปภาพครอบครัวที่ติดอยู่หลังทีวี เป็นรูปของพ่อแม่ มีผมและแก้มยุ้ยถ่ายด้วยกัน

“ดีแล้วล่ะค่ะ ยังไม่ถึงเวลานะเพราะงั้นอย่าเพิ่งมี เข้าใจไหม?”

“งั้นพี่ขุนก็อย่าเพิ่งมีนะ” แก้มยุ้ยขยับใบหน้ามามองผมที่ขมวดคิ้วจับจ้องใบหน้าหวาน สีหน้าของแก้มยุ้ยดูว้าวุ่นจนผมเลื่อนมือไปเกี่ยวเส้นผมเธอให้เหน็บข้างใบหู

“ทำไมล่ะคะ ห้ามพี่ทำไม?”

“แก้มหวงพี่ขุน ไม่อยากให้ใครมาแย่งพี่ขุนไปจากแก้ม! แก้มไม่ยอมให้ใครมาแย่งพี่ขุนไปหรอก”

“ฮ่าๆ ไม่เอาสิคะเด็กดีของพี่ โอเคพี่สัญญาก็ได้ว่าจะยังไม่มีใคร โอเคไหม?”

“สัญญาแล้วนะคะ” ผมมองแก้มยุ้ยที่ชูนิ้วก้อยมาเกี่ยวคำสัญญากับผม แน่นอนว่าผมก็ต้องทำตามความต้องการของเด็กดื้อคนนี้ ใบหน้าหวานดูดีขึ้นเยอะเลยก่อนจะนอนซบลงกับแผงอกผมอีกครั้ง

“พี่ขุนสักเยอะจังเลยนะ แก้มชอบ”

“...”

“ชอบรอยสักพี่ขุนแค่คนเดียวนะ คนอื่นที่แก้มเห็นไม่เห็นจะดูเท่เหมือนพี่ขุนของแก้มเลย” นิ้วมือเรียวของแก้มยุ้ยลากไล้ไปตามแผงอกของผม รู้ไหมว่านิ้วมือเรียวของแก้มยุ้ยทำให้ผมใจสั่นขนาดไหน ปล่อยให้น้องเล่นอะไรแบบนี้มันไม่ดีเลยนะไอ้ขุน! แก้มยุ้ยเหมือนจะรู้ตัวก็เลยหยุด ผมถอนหายใจออกมาแต่ก็ต้องสะดุ้งอีกครั้งที่แก้มเลื่อนนิ้วไปที่ขอบกางเกงของผม

หมับ

“อ้ะ!”

“แก้มจะทำอะไร?”

“ก็รอยสักพี่ขุนลงไปอีกนี่นา แก้มก็เลยจะดู” ผมหลับตากัดฟันตัวเองแน่นที่ความไร้เดียงสาและอยากรู้ของแก้มจะทำให้ผมเสียสมดุลขนาดนี้ ถ้าต่ำไปกว่านี้มีหวังผมได้ตบะแตกแน่ๆ และนั่นมันไม่ใช่เรื่องดีเลยสักนิด เพราะแก้มคือน้องของผม ซึ่งพี่อย่างผมไม่ควรคิดอะไรเวรๆ แบบนี้อยู่ในสมอง รอยสักเวรนี้ก็ดันไปอยู่ตรงท้องน้อยพอดีอีก

“นอนเถอะนะ พรุ่งนี้ไปเรียนอีกวันหนึ่งวันเสาร์เพื่อนจะมาค้างด้วยไม่ใช่เหรอ?”

“อ่อ ใช่ค่ะมุก มาค้างเหมือนอาทิตย์ที่แล้ว... แก้มก็เลยอยากให้มุกมาค้างอีก”

“ทำไมล่ะคะ? เธอเรียนเก่งเหรอ”

“ก็มั้งคะ แก้มนอนแล้วฝันดีนะ” แก้มยุ้ยพูดรัวๆ และก็หลับพร้อมกับการกอดร่างกายผม ดูแล้วแก้มยุ้ยก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงนี่นา แม่คงจะคิดมากไปหรือเปล่า? เรื่องผู้ชายก็ไม่มีให้หลุดออกมา จะมีก็แต่เรื่องการแต่งกายและก็ความอ่อนต่อโลกและความไร้เดียงสาเนี่ยล่ะ ที่ผมจะต้องดูแลไม่ให้คลาดสายตา เฮ้อ... ดูแลพนักงานยังง่ายกว่ามาดูแลน้องสาวที่กำลังโตอีกนะเนี่ย เหนื่อยชะมัด!

วันนี้เป็นวันเสาร์ซึ่งผมก็ไปดูแลผับกลับมาที่บ้านก็ดึกแล้ว แม่ของผมไปสปาที่เชียงใหม่หลายวัน ทำให้ผมอยู่กับแก้มยุ้ยเท่านั้น วันนี้ยอมรับว่าเหนื่อยมากที่ต้องจัดการสินค้าและตรวจผับที่นับวันยิ่งดีขึ้นๆ ผมเดินไปถึงหน้าห้องของตัวเอง ก่อนจะชะงักและหันไปมองประตูของแก้มยุ้ย วันนี้เพื่อนของแก้มยุ้ยมาค้างผมเลยจะไม่รบกวนสาวๆ ก็เลยจะเข้าห้องไปอาบน้ำและนอนพักผ่อน แต่ทว่าถ้าไม่เข้าไปดูหน่อยจะโดนงอนหรือเปล่า? เพราะตั้งแต่เช้าแก้มยุ้ยก็ไม่ได้เจอหน้าผมเลย เพราะงั้นผมเลยตัดสินใจเปิดประตูห้องของแก้มยุ้ยเข้าไปก็เห็นมีหนังสือและโน้ตบุ๊คตั้งอยู่ที่โซฟา

“หรือจะนอนกันแล้ว?” ผมขมวดคิ้วและมองประตูห้องของแก้มยุ้ย ตอนนี้ก็ดึกมากแล้วด้วยผมเลยว่าจะไม่กวนน้องๆ แต่ทว่ายังไม่ทันได้ก้าวเท้าออกจากห้องของแก้มยุ้ยเลยก็ได้ยินเสียงเล็กๆ ของแก้มยุ้ยดังออกมา

“อื้ออ... มุก”

“แก้ม” น้ำเสียงแหบพร่าทำเอาผมขมวดคิ้วอย่างหนัก เดินไปที่หน้าประตูห้องนอนของแก้มยุ้ยที่ถูกเปิดไว้นิดหน่อย ผมเอื้อมมือไปผลักประตูออกช้าๆ ก็ต้องเบิกตากว้างที่เห็นแก้มยุ้ยกับมุกเพื่อนสาวแสนสวยกำลังกอดจูบกันอย่างดูดดื่ม แก้มยุ้ยจูบมุกอย่างร้อนแรง ส่วนมุกก็เลื่อนมือไปบีบเค้นทรวงอกของแก้มยุ้ยที่ตอนนี้เสื้อเชิ้ตหลุดลุ่ยออกมาแล้ว

“ทำไมอะไรกันน่ะ!”

“อะ อ้ะ! พี่ขุน” ผมรู้สึกว่าตอนนี้ร่างกายมันร้อนไปหมดเพราะความโกรธ เผลอเดินไปกระชากแก้มยุ้ยจนร่างบางหล่นตุบลงกับพื้นห้อง

“ฮึก แก้มเจ็บนะพี่ขุน”

“นี่เราทำบ้าอะไรกันเนี่ย จูบกันทำไม? เพราะอะไร!”

“มุกชอบแก้ม”

“ห้ะ!”

“ใช่ มุกอยากได้แก้ม” ผมจับจ้องใบหน้าสวยที่พูดขึ้นมาอย่างหน้าตาย นี่เป็นพวกเลสเบี้ยนเหรอเนี่ย? ผมดึงข้อมือของแก้มยุ้ยให้ลุกขึ้นยืนก่อนจะดึงเสื้อน้องให้สวมดีๆ

“เธออยู่ที่นี่ ฉันมีเรื่องต้องคุยกับเธอ... ส่วนแก้มตามพี่มา” แก้มยุ้ยเดินตามผมมาที่ห้องนอนของผม แก้มยุ้ยสะบัดมือออกและเดินไปนั่งบนเตียงโดยมีผมที่ยืนเท้าเอวอยู่

“แก้มทำแบบนั้นได้ไง ไปจูบกับผู้หญิงแบบนั้น ไหนบอกพี่สิ?”

“ก็แก้มแค่อยากรู้ว่าจูบกันมันเป็นยังไงบ้าง แก้มไม่เคยคบกับผู้ชาย และมุกเองก็อยากสอนแก้มด้วย”

“แต่มันไม่ได้นะแก้ม รู้ตัวไหมว่าตัวเองยังเด็ก จะมาอยากรู้เรื่องแบบนี้ได้ยังไงกัน!”

“เพื่อนในห้องของแก้มเขาก็พูดกันบ่อยนะคะ ว่าจูบกับแฟนแล้วมีอารมณ์”

“!”

“แถมยังบอกด้วยว่าเซ็กส์กับแฟน เลิศเลอที่สุดด้วย แก้มก็เลยอยากรู้ว่าจูบกันมันจะมีอารมณ์แบบนั้นไหม?”

“แล้วมีหรือเปล่าล่ะ?”

“ไม่เห็นจะรู้สึกอะไรแบบนั้นเลย แต่แก้มก็ชอบนะ” ผมพ่นลมออกมา เสยผมตัวเองขึ้นไปอย่างหงุดหงิด ที่หงุดหงิดไม่ใช่เพราะว่าอะไรนะ หงุดหงิดที่แก้มไร้เดียงสาจนผมกุมขมับ

“อย่าบอกนะว่าแก้มชอบผู้หญิงด้วยกัน?”

“เปล่าค่ะ แก้มก็ชอบผู้ชายด้วย แบบพี่ขุนอะแก้มชอบ”

“เฮ้อ ฟังพี่นะคะ” ผมเดินไปทิ้งตัวนั่งลงข้างๆ ร่างเล็กที่จับจ้องมองผมด้วยแววตาที่สงสัยและรอฟังคำพูดของผม แก้มยุ้ยเป็นเด็กที่เชื่อฟังผมมาตลอด เธอปฏิบัติตามที่ผมสั่งหรือบอกเสมอ

“ตอนนี้พี่อยากให้แก้มหยุดคิดเรื่องนี้นะคะ เพราะแก้มยังเด็กเกินกว่าจะรู้”

“แล้วเมื่อไหร่แก้มจะได้รู้ล่ะคะ เพื่อนๆ ของแก้มเขาก็มีแฟนกันและเขาก็จูบ มีเซ็กส์กันแล้วด้วย”

“นั่นมันเรื่องของเขา แต่สำหรับแก้มพี่บอกว่ายังไม่ถึงเวลาก็ยังไม่ถึง เชื่อพี่ไหมเนี่ย?”

“เชื่อก็ได้ค่ะ” แก้มยุ้ยทำหน้าบูดก่อนจะยกแขนโอบลำคอผม โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ๆ จนผมพยายามผลักร่างบางออกไปแต่ก็ไม่ได้ผล

“แก้มเชื่อพี่ขุน เพราะว่าพี่ขุนคือคนที่แก้มรัก”

“ดีมากค่ะ พี่รับแก้มได้ทุกอย่างนะไม่ว่าแก้มจะชอบผู้หญิงหรือผู้ชาย แต่แก้มอย่าทำแบบนั้นอีก เข้าใจไหม?”

“แก้มจะไม่ทำแบบนั้นกับผู้หญิงด้วยกันแล้วล่ะคะ พี่ขุนห้ามแบบนี้แก้มคงหยุด”

“...”

“แต่ถ้าทำแก้มจะทำกับผู้ชาย เพราะว่าแก้มชอบผู้ชาย... ผู้ชายแบบพี่ขุนทัพของแก้ม” ริมฝีปากบางจูบมาที่แก้มของผมทั้งสองข้าง แน่นอนมันทำให้ผมสั่นไหวไปหมด แก้มยุ้ยไม่เคยโดนตัวผมได้มากขนาดนี้มาก่อนเลยนะ และมันทำให้ผมรู้สึกหวั่นไหวกับหัวใจตัวเองแล้วสิ

“พี่ขุนหอมแก้มมั้งสิ แต่ก่อนหอมตลอด ตั้งแต่กลับมายังไม่โดนพี่ขุนหอมสักทีเลย”

“พี่ว่า...”

“รังเกียจแก้มเหรอ?” เอิ่ม ไอ้ท่าไม้ตายของแก้มยุ้ยเนี่ยมันทำให้ผมใจอ่อนระทวยทุกทีสินะ ผมพยักหน้ารับและโน้มใบหน้าจูบไปที่แก้มป่องๆ ของเธอ มันหอมและนุ่มนิ่มจนผมหอมย้ำอยู่แบบนั้น

“พี่ขุน พอแล้ว อิอิ แก้มจั๊กจี้นะ” ผมผละใบหน้าออกมามองแก้มยุ้ยที่ยิ้มให้กับผมอย่างอ่อนโยน เธอประคองแก้มผมไว้ทั้งสองข้าง ก่อนจะเลื่อนนิ้วมาแตะที่ริมฝีปากของผม

“ตรงนี้หอมได้ไหมคะ?”

“พี่...”

“ไม่ได้เหรอ? แก้มอยากหอมตรงนี้ของพี่ขุนนะ” ใบหน้าไร้เดียงสา บวกกับดวงตากลมโต ทำเอาผมกัดปากตัวเอง โว้ย! กูแพ้ลูกอ้อนแบบนี้ กูแพ้สายตาแบบนี้ กูแพ้น้องกูเอง ไอ้ขุน! ผมแทบอยากจะกรีดร้องออกมาที่พยักหน้ารับ จนแก้มยุ้ยโน้มใบหน้ามาใกล้กับริมฝีปากของผม เธอเอาจมูกแตะลงที่ริมฝีปากของผมและเลื่อนขึ้นมาจนริมฝีปากของเราเกือบจะแตะกัน

“พะ พอแล้วแก้ม นอนที่ห้องพี่เดี๋ยวพี่จะไปเคลียร์กับมุก”

“ค่ะ บอกมุกด้วยนะว่าแก้มชอบแบบพี่ขุน ไม่ได้ชอบแบบมุกแล้ว” ผมเดินออกมาจากห้องตัวเอง ก่อนจะทึ้งหนังหัวและกระชากอย่างแรง ให้ตายเหอะไอ้ขุน! มึงนี่นะ ใจร่มๆ สิวะ แก้มยุ้ยเป็นน้องมึง โอเค! ห้ามคิดอะไรเวรๆ น้องยังเด็ก น้องยังไร้เดียงสา น้องยังอ่อนต่อโลก มึงอย่าหื่น อย่าลามกนะ! ขณะที่ผมกำลังยืนทำใจเรื่องของแก้มยุ้ย ประตูห้องแก้มยุ้ยก็เปิดขึ้นพร้อมกับร่างสวยเลสเบี้ยนของมุก

“เธอคุยกันหน่อยสิ?”

“...”

“ฉันไม่อนุญาตให้เธอทำแบบนั้นกับน้องสาวของฉัน มันไม่ควรเลยสักนิด”

“แต่แก้มชอบนี่นา ทำไมมุกจะทำไม่ได้?” เธอกอดอกมองผมด้วยสีหน้าที่นิ่งเฉย แหมมันน่านักนะ!

“แก้มไร้เดียงสาและอ่อนต่อโลกมาก เพราะงั้นอย่าชักจูงแก้มไปในทางที่ไม่ดี ฉันไม่อยากทำอะไรเธอเพราะงั้นอยู่ห่างแก้มซะ และอย่าทำแบบนี้อีก”

“...”

“อย่าหาว่าฉันไม่เตือนนะ แก้มยุ้ยคือน้องสาวของฉัน พี่ต้องมอบสิ่งดีๆ ให้กับน้อง ส่วนเธอถ้ายังอยากเป็นเพื่อนกับแก้มอยู่อย่าล่วงเกินแก้ม” ผมหยิบมือถือออกมาโทรหาคนสนิทให้ไปส่งยัยเลสเบี้ยนที่ยืนมองหน้าผมอย่างนิ่งเฉย

“แก้มยุ้ยชอบผู้ชาย เขาฝากบอกฉันมา เพราะงั้นเป็นเพื่อนแต่อย่าล้ำเส้น ฉันสามารถทำให้เธอท้องได้ถ้าขืนยังทำแบบนี้กับแก้มอีก”

“!”

“รู้จักฉันน้อยไปนะ ฉันทำได้ทุกอย่างถ้าใครมาทำให้แก้มยุ้ยต้องเปลี่ยนไปจากเดิม” ยัยเลสเบี้ยนมองผมด้วยสีหน้าตกใจ คงจะไม่คิดว่าผมจะร้ายขนาดนี้ บอกเลยว่าผมร้ายกว่าที่ทุกคนเห็นนะ แต่เพียงแค่ว่าผมปกปิดความร้ายกาจเอาไว้เท่านั้นเพื่อไม่ให้ครอบครัวของผมต้องตกใจ ผมถึงเป็นพี่ชายที่ดี เป็นลูกที่ดี แต่ในทางกลับกันผมก็เป็นคนเลวที่สามารถทำลายชีวิตของคนอื่นได้ ถ้าหากคนพวกนั้นมาทำร้ายคนในครอบครัวของผม

“ผมมาแล้วครับคุณขุนทัพ”

“มึงไปส่งเพื่อนของแก้มที ส่งให้ถึงบ้านนะ”

“ครับ”

“อย่าลืมที่ฉันเตือน นี่แค่เตือน แต่ถ้ายังมีอีก เธอเตรียมตัวหมดอนาคตไปเลยเก้าเดือน” ผมหมุนตัวหันเข้าห้อง ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ที่ดันมารู้ความลับของแก้มยุ้ย ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าน้องไม่ได้ยุ่งกับผู้ชายที่ไหน แต่กลับยุ่งกับผู้หญิงด้วยกันเองนี่สิ ผมเดินเข้าห้องไปเห็นแก้มยุ้ยนอนหลับอยู่ ก่อนจะเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำเพื่อพักผ่อน กลับจากผับก็เหนื่อยพออยู่แล้ว ดันมีเรื่องให้ต้องปวดหัวอีกนะ ผมทิ้งตัวลงนอนข้างแก้มยุ้ยที่ขยับตัวมากอดผมไว้พร้อมกับลืมตาโตๆ ของตัวเองขึ้น

“มุกไปแล้วเหรอคะ?”

“ใช่ พี่ให้คนของพี่ไปส่งแล้ว อีกอย่างพี่บอกเธอไปแล้วตามที่แก้มบอกนะ”

“พี่ขุนน่ารักที่สุดเลย”

“แก้มกับมุกเป็นแบบนี้มานานหรือยัง?”

“ไม่นานนะคะ เพิ่งจะอาทิตย์ที่แล้วเอง” แก้มยุ้ยเท้าคางบนอกผมและส่งยิ้มให้ราวกับว่ามันเป็นเรื่องเล็กน้อยมาก

“พี่ขอให้แก้มหยุดทำแบบนี้ แก้มสัญญากับพี่ได้ไหม?”

“ได้สิคะ แก้มบอกแล้วไงว่าแก้มจะเชื่อฟังพี่ขุนทุกอย่างและตอนนี้แก้มก็ชอบพี่ขุนมากกว่าชอบมุกด้วย”

“...”

“แก้มพี่ขุนหอมมากและก็ตรงนี้ของพี่ขุนด้วย” นิ้วมือเรียวแตะลงที่ริมฝีปากของผม แก้มยุ้ยจับจ้องมองริมฝีปากและเลื่อนสายตามามองผม สายตาแบบนี้มัน...

“นอกจากหอมแล้ว แก้มทำแบบที่ทำกับมุกได้ไหม?”

“!”

“แต่ทำกับพี่ขุนนะ ได้ไหมคะ” น้ำเสียงเล็กหวานทะลุทะลวงเข้ามาในหัวใจของผม โอ๊ย! กูจะบ้าตาย นี่แม่คิดจะทำให้ผมบ้าตายใช่ไหมเนี่ย ผมกัดปากตัวเองแน่นมองสบตากับแก้มยุ้ยที่ยังจ้องมองผมด้วยแววตาใสซื่อ

“คือแก้มฟังพี่นะ ตรงนี้สำหรับเราที่เป็นพี่น้องกันทำไม่ได้นะ”

“ทำไมล่ะคะ?”

“ก็ต้องทำกับคนที่เรารักไง”

“แก้มก็รักพี่ขุน เพราะงั้นแก้มทำได้สิ ขนาดกับมุกแก้มไม่ได้รัก แก้มยังทำได้เลย” กูปวดหัว! ผมขยับตัวขึ้นไปพิงกับหัวเตียง โดยที่แก้มยุ้ยก็ลุกขึ้นนั่งแน่นอนว่าขยับมานั่งคร่อมผมนี่สิ

“แก้ม นั่งแบบนี้ไม่ได้นะ!”

“ทำไมล่ะคะ แต่ก่อนแก้มก็นั่งตักพี่ขุนบ่อยๆ” ผมแทบอยากจะลืมหายใจที่กลางกายของผมกับแก้มเสียดสีกันไปมา ความรู้สึกของผมตอนนี้มันแทบจะระเบิดแล้วนะ

“พี่ขุนแข็งจัง”

“!”

“ทำไมพี่ขุนทำตัวแข็งด้วยล่ะ แก้มตัวหนักเหรอ?” ใบหน้าหวานมองผมก่อนจะขยับตัวลงไปนอนข้างผมอีกครั้ง ลมหายใจของผมแทบจะพ่นออกมาจนหมดปอด

“เอาเป็นว่าไม่ได้ก็คือไม่ได้ แก้มเข้าใจพี่ไหม?”

“เข้าใจก็ได้ค่ะ”

“เฮ้อ...”

“แต่ว่าถ้าแก้มอยากทำ แก้มจะทำกับพี่ขุนนะ เพราะว่าแก้มรักพี่ขุนนี่นา”

กูอยากจะบ้าตาย! น้องสาวกูแค่ไร้เดียงสาหรือว่าอ่อนต่อโลกวะ ทำไมทุกครั้งถึงได้เห็นแววตาของแก้มยุ้ยที่มันเร่าร้อน และแววตาที่เซ็กซี่ราวกับว่าแก้มยุ้ยเผลอหรือจงใจทำ? แต่ไม่ว่าจะยังไง แก้มยุ้ยในตอนนี้ทำผมเสียสมดุลเชิงชายมากเลยทีเดียว น้องสาวที่ใกล้ชิดมากขนาดนี้ ผมเองก็ใช่ว่าจะทนไหวนะ! ไหวไม่ไหวก็ต้องทน เกิดเป็นขุนทัพ มันเลือกไม่ได้... เลือกที่จะไม่หวั่นไหวกับน้องตัวเองไม่ได้

INTRO แรกมาแล้วนะคะ อืมจะบอกว่าน้องแก้มยุ้ยไม่ได้ใสอย่างที่พี่ขุนคิดนะ

น้องไม่ได้ไร้เดียง แต่น้องน่ะ ร้ายเดียงสาเลย

หัวใจพี่ขุนเริ่มกระสันแล้ว น้องแก้มจะเล่นแบบนี้อีกนานแค่ไหน ต้องติดตามตอนต่อไปนะคะ

**เมนต์ ถูกใจเข้ามาเยอะๆ มารอพี่ขุนเต๊าะแก้มกันนะคะ**

แล้วเจอกัน ซารางฯ

--ลืมไปรักพี่ขุน รักน้องแก้มยุ้ย อย่าลืมโยนดาวให้ไรท์ด้วยนะคะ

ขอบคุณมากและจะรีบมาต่อให้นะ

  

 

อีกช่องทางหนึ่งที่สามารถติดตามผลงานของไรท์ได้นะคะ ReadAwrite & MEB  

สำหรับนักอ่านที่ตามไรท์นะคะ ขอบคุณพวกคุณมากๆ นะ 

ขอบคุณที่ติดตาม รักไรท์และรักนิยายของไรท์ 

สัญญาว่าจะพัฒนาฝีมือและตั้งใจแต่งนิยายดีๆ ให้พวกคุณได้ติดตาม 

และไม่ทำให้ผิดหวังค่ะ 

  

 

  

  

  

ลิงค์อีบุ๊คทุกเรื่องของไรท์ใน MEB นะคะ  

กดเลย :: www.mebmarkat.com 

    

  

  

  

  

 ฝากแฟนเพจด้วยจ้าาา 

  ไม่พลาดทุกการเคลื่อนไหวของไรท์ และการอัพนิยายแต่ละเรื่อง 

กดถูกใจและติดตามได้เลยจ๊ะ -3- 

  

//  

 

Sweet_Moon 

แสดงเพิ่มเติม
แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั้งหมด ()

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น