ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : เมีย (100%)

คำค้น : กลรักวีมาร์ค กลรักรุ่นพี่ วีมาร์ค ดราม่า วายมหาลัย love Mechanics

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 434k

ความคิดเห็น : 393

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ธ.ค. 2560 23:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เมีย (100%)
แบบอักษร

-****16-

เมีย

[Mark Masa]



          ผมนั่งอยู่บนรถเงียบๆ ไม่ได้คุยกับใครมากมาย พี่เหนือที่เคยมาป้วนเปี้ยนก็ไปดูน้องรหัสที่เหมือนจะไม่สบาย ฟิวส์กับคำผานนั่งด้วยกันซึ่งตอนนี้พวกมันไปเล่นอยู่หลังรถ เสียงดัง…แต่ไม่เท่าเสียงเรียกเข้าของคนคนหนึ่งที่ยังดังอยู่ในหูผม ทั้งๆ ที่ผมเดินออกมาจากตรงนั้นตั้งนาน

          ผมไม่กล้าที่จะยืนอยู่ ไม่อยากจะคิดว่าพี่มันกดรับสายอดีตของตัวเองหรือเปล่า สองคนนั้นไม่มีสถานะ จะว่าแฟนก็ไม่ใช่ จะว่าไม่ใช่มันก็ไม่ถูก ผมไม่เคยลืมหรอกนะว่าพวกเขาแค่ห่างกัน ถึงความสัมพันธ์มันจะไม่เหมือนเดิมแต่พวกเขาก็ไม่ได้เลิกกัน มันไม่ผิดถ้าพี่วีจะรับสายพี่พลอย…

          ผมจะมีสิทธิ์ไปว่าอะไร

          Ploy Napas

          3 hrs

          กลับมาได้ไหม ถ้าเรากลับไปเธอจะกลับมาหรือเปล่า

          681 likes 54 comments

          Yupa pa***:***คืนดีกันเถอะค่ะ ใจจะขาด

          ส้ม โอ***:***พี่วีกับพี่พลอยกลับมาคบกันเถอะ ไม่ชอบแบบนี้เลย

          Tewin***:*pVnnชื่อเฟซมันยังไม่เปลี่ยนเลย

          ผมไม่ได้อ่านคอมเมนต์ต่อไป อ่านแค่นี้ก็น่าจะรู้แล้วว่าคนส่วนใหญ่เขาคิดอะไรกันอยู่ ก็อย่างว่า…คู่นี้เขารักกันมานาน คนก็ต้องเชียร์ให้กลับไปคบกันเป็นธรรมดา ผมไม่รู้ว่าพี่วีกับพี่พลอยได้คุยกันบ้างหรือเปล่า ไม่รู้ว่าชื่อเฟซบุ๊กของพี่วีมีความหมายว่าอย่างไร แต่ผมรู้…

          พี่วียังไม่ได้ชอบผม

          เขาอาจจะหวง เขาอาจจะหึง แต่นั่นเป็นเพียงช่วงเวลาหนึ่ง เวลานั้นเขาไม่มีใคร ไม่มีใครนอกจากผม ไม่แปลกถ้าเขาจะหวงของของเขา ของที่เต็มใจจะเป็นของเขาแม้การเป็นของพี่วีจะเจ็บมากก็ตาม

          “มือเป็นยังไงบ้าง พี่ขอโทษนะที่ไปต้องดูเต้มันก่อน” ผมละสายตาจากโทรศัพท์แล้วเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของเสียง รอยยิ้มและคำขอโทษของพี่เหนือทำให้ผมยิ้มตาม

          “ไม่เป็นอะไรมากหรอกครับ” ผมบอกก่อนจะยิ้มให้พี่เขา แล้วพี่เขาก็แทรกตัวนั่งลงที่ว่างข้างผม

          “ไม่เป็นอะไรมากก็เป็นห่วง” รอยยิ้มที่สดใสกับคำพูดที่ฟังแล้วเรียกรอยยิ้มได้ทำให้ผมยิ้มตาม

          ไม่ใช่ไม่รู้ว่าที่พี่มันทำอยู่นี่คืออะไร พี่เหนือประกาศตั้งนานแล้วว่าจะจีบผม แรกๆ ผมก็ไม่แน่ใจจนช่วงที่ผ่านมาพี่เขารุกหนักขึ้นผมเลยคิดว่าใช่จริงๆ ผมคิดกับพี่เหนือแค่พี่น้อง ไม่ใช่ว่าไม่เคยบอก เราเคยคุยกันเรื่องนี้ ผมบอกไปแล้วว่าผมมีคนที่ชอบ พี่เหนือก็โอเค พี่เขาไม่ได้ว่าอะไร แต่พี่เขาขอทำแบบนี้ต่อไปจนกว่าผมกับคนคนนั้นจะคบกันจริงๆ

          ผมห้ามพี่เขาไม่ได้ ผมยอมรับว่ารู้สึกดี การที่มีคนมาทำดีด้วยเราไม่มีทางรู้สึกแย่หรอกครับ พอห้ามไม่ได้ผมก็เลยไม่ห้าม มีบ้างที่พี่วีรู้ พี่มันก็โมโหแต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไรทำไมถึงยังไม่ชัดเจนสักที ถ้าพี่วียังเป็นแบบนั้นและพี่เหนือยังเป็นแบบนี้ แล้วผมต้องทำยังไง

          “อ้าว…เหม่อ เหม่อทำไมครับ ตั้งแต่ขึ้นรถมานี่เราไม่คุยกับใครเลยนะ เจ็บมากเหรอ?” พี่เหนือว่าแล้วดึงมือผมไปดู

          “เปล่าครับ ผมคิดอะไรนิดหน่อย” ผมบอกยิ้มๆ ก่อนจะดึงมือกลับซึ่งพี่มันก็ไม่ได้ว่าอะไร

          “คิดถึงพี่แน่เลย” พี่มันว่าก่อนระบายยิ้มเต็มหน้า

          “พี่จะให้ผมพูดความจริงไหมล่ะ?” ผมถามกลับยิ้มๆ

          “ไม่อ่ะ เราปฏิเสธอีกพี่ก็เจ็บสิ” พี่มันว่าแล้วจับที่หน้าอก ทำหน้าทุรนทุรายก่อนจะซบลงที่ไหล่ผม “คิดเรื่องพี่บ้างสิ” เสียงทุ้มที่อ้อนอยู่ข้างหูไม่ได้ทำให้ผมคิดตามที่พี่เขาบอก มันกลับทำให้ผมคิดถึงคนอีกคนที่ไม่รู้ว่าเคยคิดถึงผมบ้างหรือเปล่า

          “พี่จริงจังกับผมเหรอ?” ไม่ใช่ว่าผมไม่รู้ว่าพี่เหนือเป็นคนยังไง เรื่องของพี่เขามันมีมากและมันเคยผ่านหูผมบ้าง

          “ตอนแรกก็ไม่…” พี่มันว่าแล้วลุกขึ้นนั่ง “แต่ต่อไปคิดว่าอาจจะ…ตอนมาร์คบอกว่ามีคนที่ชอบแล้วพี่ก็กะจะถอย แต่พอพี่มองตามาร์คมันไม่เหมือนคนมีความสุขกับการชอบใครสักคน มันมีบางครั้งที่ตาสวยๆ นี่เศร้า พี่เลยคิดว่าพี่รอเราอย่างนี้ก็น่าจะได้” พี่มันว่าแล้วยกมือขึ้นไล้แก้มผม

          “พี่เหนือ…คือผม…”

          “ตอนนี้พี่ก็ยังไม่จริงจังนะ ถ้ามาร์คเลิกชอบเขาพี่จะค่อยจะจริงจัง ถ้าจริงจังตอนนี้ต้องเจ็บกว่านี้แน่ๆ” พี่มันว่าก่อนจะส่งยิ้มให้ผม รอยยิ้มที่เหมือนจะมีความสุขแต่ดวงตาคู่นั้นกลับเว้าวอน

          “ถ้าผม…”

          “ถ้ามาร์คคบกับเขา มาร์คไม่ต้องกังวลพี่จะเลิกชอบมาร์คเอง แต่ถ้าไม่ได้คบกับเขาหรือเจ็บจากเขาก็ให้มองมาหาพี่ เข้าใจไหม?” ผมพยักหน้าให้กับคนที่ผมคิดว่าเป็นพี่ชาย หลับตาลงช้าๆ ก่อนจะซบลงตรงไหล่กว้าง

          “ขอนอนแบบนี้จนกว่าจะถึงเลยนะ” ผมเอ่ยขอ พี่เหนือไม่ได้ตอบอะไร ยกมือขึ้นมาลูบหัวผมแล้วยืดตัวขึ้นดีๆ ให้ผมวางหัวได้สบายมากขึ้น

          ผมไม่ได้อยากทำกับพี่เหนือเหมือนที่พี่วีทำกับผม แต่ผมเข้าใจความรู้สึกของพี่เหนือ ความรู้สึกของคนที่รอ…แม้ว่าจะไม่ได้อะไรจากคนที่เรารอก็ตาม

          ผมลงจากรถและต่อเรือเข้าไปที่หาดอะไรสักอย่างที่ผมจำชื่อไม่ได้ ตอนที่เขาปะกาศหรือพูดกันผมก็นอนอยู่กับพี่เหนือไม่ได้สนใจฟัง ตอนนี้ก็ยังเดินมึนๆ แบกกระเป๋าเดินตามเพื่อนแบบงงๆ

          “เอาล่ะ ครบแล้วพี่จะแบ่งห้องให้นะครับ ห้องละสามคนนะ ปีหนึ่งหนึ่งคน ปีสองกับปีสามห้องละคนเหมือนกัน มีพี่ปีสี่มาไม่กี่คนเดี๋ยวพวกพี่เขาจัดการกันเอง” พี่ปอนด์บอก

          “ไม่เบานี่หว่าเพื่อนกู” ฟิวส์เดินมาหาผมก่อนจะยิ้มแซวๆ

          “ไม่เบาอะไรของมึง” ผมถามกลับเบาๆ เพราะตอนนี้รุ่นพี่กำลังบอกห้องพัก

          “ก็กับพี่เหนือไง นี่ดูเลย…” มันว่าแล้วยื่นโทรศัพท์มาให้ผม ผมดูโพสต์ที่เป็นรูปของผมกับพี่เหนือแล้วลมหายใจก็สะดุด รูปมันใกล้ชิดกันมาก ทั้งระยะห่างและท่าทาง มองตาเดียวก็รู้เลยว่ามากกว่าพี่น้อง มันถูกโพสต์ลงในกลุ่มของวิศวะ ยังไม่ได้ออกไปข้างนอกมากเท่าไหร่ แต่ผมก็ไม่ได้สนใจคนข้างนอกหรอกครับ ผมสนใจคนในกลุ่มนี่แหละ

          “ใครถ่ายวะ”

          “ไม่รู้เว้ย แต่พี่ภัทรที่เป็นตากล้องเอาลง ถ่ายสวยมากมึง” มันใช่เวลามาชมฝีมือการถ่ายรูปไหม? 

          “ห้องสุดท้าย 316 ปีหนึ่งฟิวส์ ปีสองพล ปีสามเหนือ” หลังจากที่พี่ปอนด์พูดจบฟิวส์มันก็หันมามองผมทันที ผมเลยเลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถาม

          “ไม่มีชื่อมึงว่ะ” เพื่อนผมบอก

          “เออ…กูนั่งฟังอย่างตั้งใจมาตลอดระยะเวลาที่พวกมึงตั้งใจคุยก็ไม่มีชื่อมึง หรือว่ามึงไม่ได้ลงชื่อวะ” คำผานถามต่อ

          “ก็ลงกับพวกมึง” ผมบอกพวกมันกลับไปก่อนจะยกมือขึ้น

          “ว่าไง มีอะไรสงสัยเหรอ?” พี่ปอนด์ถาม

          “ไม่มีชื่อผมครับ” ผมตอบพี่เขา พี่เขาก็มองมางงๆ ก่อนจะก้มลงไปอ่านรายชื่อใหม่อีกรอบ

          “ชื่ออะไรนะ?”

          “มาสะครับ” ผมตอบ พี่ปอนด์ก็พยักหน้าให้ ไล่หาอีกทีก่อนจะเดินไปถามพี่ผู้หญิงคนหนึ่ง ผมยังยืนอยู่ที่เดิมเพื่อนคนอื่นทยอยเอาของไปเก็บแล้ว ที่อยู่ตรงนี้กับผมก็มีแค่ฟิวส์แล้วก็คำผานกับรุ่นพี่อีกสี่ห้าคน หนึ่งในนั้นมีพี่เหนือกับพี่วีที่กำลังคุยกับพี่ปอนด์อยู่

          “กูจะให้มันเปิดห้องใหม่ พวกมึงจะอะไรนักหนาวะ มันอยู่สี่คนไม่ได้นะ!” พี่ปอนด์ว่าแล้วพวกเขาก็เดินมาทางผม

          “แต่ว่านอนเบียดๆ กันก็น่าจะได้นะ” พี่เหนือบอก

          “อยากนอนด้วยกันมากพวกมึงก็ไปเปิดห้องใหม่กันแค่สองคนไป” พี่วีบอกกับพี่เหนือ สองคนนั้นจ้องกันแบบไม่มีใครยอมใครจนพี่ปอนด์ถอนหายใจออกมาแล้วเดินมาหาผมคนเดียว

          “พวกกูจองไม่ครบว่ะ มึงเปิดใหม่ได้ไหม เดี๋ยวกูจ่ายให้” พี่ปอนด์บอกผม

          “ไม่เป็นไรพี่ เดี๋ยวผมเปิดเองก็ได้” ปกติแล้วผมเป็นคนที่ไม่ชอบอยู่กับคนอื่น อย่างเช่นเวลาที่ต้องพักรวมหรือเข้าค่ายผมก็จะหาที่นอนเอง ถ้าเป็นป่าผมจะกางเต็นท์นอนคนเดียว ส่วนถ้าเป็นทะเลหรือโรงแรมผมจะเปิดห้องใหม่เอง มันเป็นนิสัยส่วนตัวของผมที่เป็นมาตั้งแต่เด็ก ผมไม่ชอบคนเยอะๆ มันวุ่นวาย

          “ได้เหรอวะ ไม่กวนมึงเหรอ?” พี่ปอนด์ถาม

          “ไม่กวนครับพี่ เพื่อนผมมันรวย จ่ายอย่างอื่นมันจ่ายเยอะกว่านี้อีก” ฟิวส์ว่า

          “เอาไว้กินข้าวอย่างเดียวก็พอไหมปากน่ะ” ผมหันไปว่าเพื่อนอย่างนั้น พี่ปอนด์หัวเราะก่อนจะตบบ่าฟิวส์เบาๆ แล้วไล่มันเข้าห้อง ส่วนผมก็เอากระเป๋าไปติดต่อเปิดห้องใหม่

          “ให้พี่ช่วยอะไรไหม?” พี่เหนือถามตอนที่ผมกำลังคุยกับพนักงานต้อนรับของที่นี่อยู่

          “จะต้องช่วยอะไร ช่วยแชร์ค่าห้องมันสิ” อีกคนที่เดินตามมาไม่ห่างพูดแขวะขึ้น ผมเลยหันไปมองพี่วี พี่มันก็มองมาที่ผม รู้เลยว่าต่างคนต่างโกรธ แต่สุดท้ายเราสองคนก็เก็บความรู้สึกเอาไว้เหมือนเดิม

          “อะไรของมึงวะวี” พี่เหนือหันไปถามเพื่อนตัวเอง

          “อะไรของมึงล่ะ ห้องมึงอยู่นู่น” พี่วีว่าแล้วชี้ไปที่ทางห้องของพี่เหนือ

          “ห้องมึงก็ไปทางนั้น” พี่เหนือบอกกลับอย่างไม่ยอมแพ้

          “เอ่อ…คุณมาสะคะ กุญแจค่ะ” พนักงานเธอยื่นกุญแจมาให้ผมอย่างกล้าๆ กลัวๆ ผมเลยรับมายิ้มๆ ก่อนจะเดินออกจากตรงนี้ ตรงที่มีผู้ชายสองคนกัดฟันมองหน้ากันอยู่

          ผมเปิดห้องแล้วเสียบคีย์การ์ด ไปในห้องสว่างขึ้นผมจึงวางกระเป๋าลงพื้น เดินทางมาเหนื่อยมากอยู่เหมือนกัน ปกติไม่มีหรอกเดินทางด้วยรถหลายๆ ชั่วโมงแบบนี้ อย่างที่ฟิวส์มันบอกนั่นแหละ บ้านผมมีฐานะอยู่ระดับหนึ่ง

          “ไง…มองระเบียง มองทะเล คิดถึงไอ้เหนือหรือคิดถึงใคร” เสียงทุ้มที่ดังอยู่หน้าประตูทำให้ผมหันไปมอง สบถคำไม่สุภาพกับตัวเองเมื่อรู้ว่าลืมปิดประตู พี่วียืนอยู่ตรงนั้นและกำลังก้าวเข้ามา พี่มันปิดห้องและล็อคให้เรียบร้อย คนหน้าหล่อเดินเข้ามาหาผมนั่งยืนมองทะเลสีฟ้าสวยอยู่ ส่วนผมถอยหนี…

          ตอนนี้ผมไม่อยากเจอพี่วี ผมไม่อยากฟังว่าพี่มันจะเลือกใคร เพราะผมไม่มั่นใจว่าพี่มันจะเลือกผม

          “อะไรทำให้มึงเดินหนีกูอย่างนั้น” พี่มันว่าเสียงนิ่งแต่แววตาไม่ได้นิ่ง มันวาวโรจน์ขึ้นก่อนจะกลับมาเรียบเฉยเหมือนเดิม

          “ผมอยากพักผ่อน” ผมบอกพี่มันก่อนจะหันไปมองหน้า

          “ยังพักไม่พออีกเหรอ ไปกอดไปซบกันขนาดนั้นมึงยังไม่พออีกเหรอ!” เสียงเข้มตวาดขึ้นจนผมตกใจ ตาผมตวัดขึ้นมองพี่มันทันทีไม่ต่างจากที่มันมองมาที่ผม

          “แล้วพี่ล่ะ คุยกับพี่พลอยพอหรือยัง?” ผมถามกลับนิ่งๆ อีกคนก็ชะงัก ตาคมวาวขึ้นก่อนจะเดินเข้ามากระชากแขนผมเข้าตัว

          “กูไม่ได้คุย” เสียงทุ้มบอกรอดไรฟัน “กูบอกมึงว่าจะเลิกก็คือกูจะเลิก ไม่เหมือนมึงที่บอกว่าชอบกูแล้วไปกับผู้ชายคนอื่น” พี่เขาว่าชิดหูผม ผมเงยหน้าขึ้นมองคนที่สูงกว่านิดหน่อย สูดลมหายใจเข้าปอดแล้วค่อยๆ ดึงตัวเองออกมา

          “ผมไม่ได้ไปกับใคร พี่เขามาหาผมเอง”

          “มึงเห็นกูโง่เหรอ! หรือกูดูเหมือนคนตาบอด คนเขาพูดกันทั้งคณะว่ามึงกับมันไปได้กันที่ไหนต่อไหนบ้าง!” ตัวผมชาวาบเมื่อได้ยินคำนั้นจากพี่วี

          “พี่คิดว่าผมง่ายเหรอ! ผมดูเหมือนคนที่ยอมให้ใครเอาง่ายๆ หรือไง!”

          “กับกูมึงยังง่ายเลย!” น้ำใสๆ มันคลออยู่ที่ดวงตาผม อีกไม่นานมันก็คงไหลลงมา ผมไม่ได้เข้มแข็งมากพอที่จะไม่รู้สึกกับคำพูดพวกนี้ ถึงผมจะเป็นแบบนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะไปกับใครง่ายๆ อย่างที่ใครๆ เขาว่ากัน

          “นั่นมันกับพี่…” ผมว่าก่อนจะช้อนตาขึ้นมองอีกคน “ถ้าผมเป็นแบบนั้นกับพี่แล้วมันทำให้พี่คิดว่ากับคนอื่นผมก็เป็นเหมือนกัน พี่คิดผิดนะ…”

          “มันน่าเบื่อนะที่กูต้องมาหึงมาหวงมึงแบบนี้ มึงทำให้กูคิดเอง กูอยากได้กูก็ได้ คนอื่นอยากได้ก็คงไม่ต่าง…”

          ผลั่ว!

          ผมชกพี่วี…ตอนที่ชกพี่มันน้ำตาผมไหลออกมาพอดี ไหลแบบที่ไม่สามารถห้ามให้หยุดได้ ไหลออกมาเงียบๆ แบบที่ผมเองก็เพิ่งจะรู้ตัว  

          “ถ้าเป็นแบบนี้แล้วพี่เบื่อมาก พี่ก็กลับไปหาเมียที่แสนดีของพี่ไป กลับไปหาคนที่พี่เคยรักมากๆ คนที่พี่ไม่เคยต้องตามหึงตามหวง คนที่ไปกับคนอื่นโดยที่พี่ไม่ห้ามน่ะ กลับไปหาเมียพี่เลยไป!”

          “มึงอย่าลากพลอยมาเกี่ยว!” พี่วีตะคอกกลับทันทีที่ผมว่าจบ ผมเหยียดยิ้มยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาบ้าๆ นี่ออก

          “เก็บไว้บนหิ้งเหรอ! แตะไม่ได้เลยหรือไง รักมากหรือไง!”

          “นี่มันเรื่องของกูกับมึง ไม่เกี่ยวกับเขา!”

          “ทำไมจะไม่เกี่ยว ก็เพราะใจพี่มันยังมีเขาไม่ใช่เหรอพี่ถึงไม่เปิดรับผมทั้งใจ แล้วเพราะพี่ไม่เปิดรับผมไม่ใช่เหรอเราถึงเป็นอยู่อย่างนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะเมียพี่มันเพราะใคร!” ผมตะคอกกลับ มือสั่นๆ ของผมเอื้อมไปกระชากเสื้อเชิ้ตสีอ่อนของพี่มันเข้ามาหา

          “คำก็พลอยเมียกู สองคำก็พลอยเมียกู แล้วมึงไม่ใช่เมียกูหรือไง!” พี่มันพูดออกมาเสียงดัง มือสวยที่ตกอยู่ข้างลำตัวนั่นถูกเจ้าของมันใช้กระชากผมไม่ต่างจากที่ผมทำกับพี่มัน ผมแค่นยิ้มให้กับตัวเองก่อนจะปล่อยเสื้อพี่มันออก แล้วค่อยๆ ดึงมือพี่มันออกจากคอเสื้อผม

          “คำคำนั้นผมไม่มีวันได้ใช้หรอก ผมเป็นแค่คนที่พี่อยากได้เมื่อไหร่แล้วพี่ก็ได้แค่นั้นแหละ” ผมว่าก่อนจะเดินกระแทกไหล่ร่างสูงออกมา

          จะแฟน? จะเมีย? หรือคนรัก? ผมก็ไม่มีวันได้เป็นหรอก กับพี่วีน่ะ…ผมหาสถานะไม่ได้หรอก ไม่ว่าจะเป็นก่อนหน้านี้หรือตอนนี้ก็ตาม…

          หาดทรายเวลาใกล้ค่ำแบบนี้มันเหมาะที่จะมาเดินกับคนรัก ดูทะเลระยิบระยับกับดวงอาทิตย์สีส้มๆ ค่ำลงอีกหน่อยก็หาเบียร์มานั่งจิบด้วยกัน พอมืดก็ดูดาวดูพระจันทร์ต่อ มันก็แค่ความคิดที่ผมคยคิดจะทำกับใครสักคน ซึ่งมันเป็นได้แค่ความคิดเท่านั้นแหละ

          “กัณฐ์!” ผมเรียกคนคนหนึ่งที่น่าจะมาเดินแบบนี้กับแฟน แต่ไม่ใช่…ทศกัณฐ์มันมาคนเดียว

          “อือ ไปไหนมาวะ” มันถามผม

          “ก็เดินไปเรื่อยแหละว่ะ มึงล่ะ?” ผมตอบแล้วถามมันกลับ

          “เหมือนกัน” มันตอบกลับมาก่อนจะเริ่มเดินอีกครั้งและผมเองก็เดินตามมันเรื่อย           

          “ช่วงนี้มึงดีเนอะ อิจฉาว่ะ” ผมว่าหลังจากที่เราเดินมาด้วยกันสักพัก ผมไม่ได้ติดตามข่าวของทศกัณฐ์กับพี่บาร์โดยตรงแต่คนรอบข้างผมก็พูดให้ผมได้ยินอยู่ตลอด ความรู้สึกอิจฉามันหมดไปตั้งนานแล้ว ตอนนี้ที่ผมมีให้ก็คือความยินดี

          “ดีเหี้ยอะไรล่ะ เพิ่งทะเลาะกันมา” มันตอบ

          “อ้าวเฮ้ย! ไอ้สัสนี่ กูหลีกทางให้เพราะคิดว่ามึงจะดูแลพี่เขาได้ดี แล้วอะไรคือทะเลาะกันวะ เห็นหวานมาตลอด” ผมดึงไหล่มันไว้แล้วถามออกไป

          “ก็ไม่อะไรว่ะ ก็มีทะเลาะกันบ้างงอนกันบ้างตามประสา” มันตอบแล้วมองหน้าผม

          “กูว่าไม่ใช่แล้ว ดูจากหน้ามึงนี่มันไม่ใช่ตามประสาแล้ว” ผมว่าหลังจากได้สบตากับคนหล่อของมหาวิทยาลัย ดวงตาคมกริบชนิดบาดใจใครต่อใครได้ตอนนี้หม่นแสงลง มีแค่ความกังวลและไม่สบายใจเท่านั้นที่ผมมองเห็น

          “เขาโกรธกู…แต่กูไม่รู้ว่าเขาโกรธอะไร” มันตอบแล้วนั่งลงผมเลยนั่งลงตาม

          “แล้วมึงทำอะไรก่อนที่เขาจะโกรธ”

          “คุยกับผู้หญิง…” ผมหันขวับมองมันทันทีที่มันตอบ

          “ไอ้เหี้ย! เป็นกูนี่ถีบคว่ำแล้ว ไม่ปล่อยให้มาเดินกินลมชมทะเลแบบนี้หรอก” ผมว่า

          “กูก็มีคนมาคุยอย่างนนี้ป่ะวะ พวกแฟนคลับงี้อ่ะ แล้วกูก็ไม่ได้คิดอะไรนะ คุยกันตามมารยาท มีคนมาทักมึงจะให้กูนั่งอมขี้ฟันอยู่เฉยๆ เหรอ” มันตอบผม

          “มันก็ต้องดูด้วยเว้ย ตอนนี้มันไม่มีแฟนคลับมึงโผล่มาแน่ๆ ถ้ามีผู้หญิงมาทักแสดงว่าเขาอยากจับมึงไปแดก ง่ายๆ พี่เขาก็ไม่สบายใจสิ” ดูเหมือนว่าผู้ชายคนนี้ไม่เคยผ่านอะไรแบบนี้มา โลกสวยๆ มีความซื่อสัตย์นั่นมันไม่มีอยู่จริงหรอกนะทศกัณฐ์

          “แต่กูไม่คิดอะไรกับเขาไงประเด็น ทำไมต้องขนาดนี้ด้วยวะ” มันยังถามต่อ มือเรียวเขี่ยพื้นทรายไปมาก่อนจะวาดรูปหัวใจแล้วเขียนชื่อพี่บาร์ลงไป

          “ตอนทะเลาะกันแม่ง เหตุผลไม่มีหรอก ใช้แต่อารมณ์ทั้งนั้นแหละ” ผมว่าแล้วคิดไปถึงอีกคน หันหน้าออกมองทะเลแล้วค่อยๆ พรูลมหายใจออกมา

          “กูก็…อารมณ์เสียจริงแหละ แต่เขาเริ่มก่อนนะเว้ย แบบ…หาเรื่องทะเลาะกูอ่ะ” มันบอกหลังจากเขียนเสร็จ ปัดมือกับกางเกงแล้วก้มลงมองสิ่งที่มันเพิ่งเขียน

          “มึงได้พี่เขาแล้วใช่ไหม?” ผมถามมัน

          “มึงว่าไงนะ…” มันเงยหน้าที่ซบอยู่บนเข่าขึ้นมาหาผม

          “กูถามว่ามึงกับพี่บาร์น่ะ ได้กันแล้วใช่ไหม?” ผมถามมันซ้ำ

          “อือ…” ผมพยักหน้าเข้าใจเมื่อมันตอบรับในลำคอ

          “ก็เป็นธรรมดาที่เขาจะงี่เง่าแหละ มึงไม่เคยมีแฟนมาก่อน มึงรักแต่พี่เขามึงก็มั่นใจในความรักของมึง แต่พี่เขาที่รักมึงกลับแล้ว ค่อยๆ รักมึงมากขึ้นเรื่อยๆ เขาก็ต้องกลัวความรักของมึงลดลงเป็นธรรมดา” ผมบอกมัน เหมือนจะสอนคนอื่นได้ แต่พอคิดถึงเรื่องตัวเองแล้วผมกลับทำอะไรไม่ได้

          “ไม่มีทาง กูรักเขามากนะเว้ย” มันหันมาตอบทันที

          “ใครเขาจะไปรู้ว่ามึงรักเขามากแค่ไหนนอกจากมึง มึงบอกรักเขาๆ แต่ยังคุยกับคนอื่น แม้จะนิดหน่อยก็เหอะ คนคิดมันคิดนะเว้ย” พูดไปแล้วก็คิดถึงตัวเอง เรื่องที่เพิ่งทะเลาะกับพี่วีมามันก็คล้ายๆ แบบนี้

          “….”

          “ยิ่งมึงได้เขาแล้ว เขายิ่งกลัว” แต่คนที่กลัวคงไม่ใช่พี่วี เพราะพี่มันมีตัวจริงอยู่แล้ว คนที่กลัวมากๆ ตอนนี้คือผมต่างหาก

          “กลัวอะไรวะ” คนหล่อที่นั่งอยู่ข้างๆ เอียงหน้าถาม

          “กลัวมึงเบื่อไง” ผมตอบแล้วก้มลงมองข้อความที่กัณฐ์เขียนไว้ ถ้าได้มารู้จักกัณฐ์มุมนี้รับรองว่าเป็นใครก็ต้องยอม เป็นใครก็ต้องเข้าใจในความมั่นคงของมัน เวลาคนเรารักกันแล้วจะมั่นคงแบบนี้ใช่ไหมนะ? เหมือนกัณฐ์กับพี่บาร์ เหมือนพี่วีกับพี่พลอย ไม่ว่าจะทะเลาะกันขนาดไหนหรือมีใครมาแทรกก็กลับไปหากันได้อยู่ดีใช่หรือเปล่า

          ความรู้สึกของผมไม่เคยไปถึงจุดๆ นั้นสักที

          ผมหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบเมื่อความคิดผมมันลอยไปไกลเกินไปแล้ว ความเครียด ความกลัวมันเหมือนจะลดลงไปและผมเองก็ผ่อนคลายมากขึ้นเมื่อได้กลิ่นบุหรี่

          “มองอะไรวะ หรือจะเอา?” ผมถามกัณฐ์ที่มองมาก่อนจะยื่นซองบุหรี่ให้

          “ไม่ว่ะ พี่เขาไม่ชอบ”

          “มึงก็เข้าใจเขาหน่อย มึงหล่อไง คนเข้าหาเยอะเขาก็กลัวเป็นธรรมดา” ผมพูดหลังจากดึงความคิดตัวเองให้กลับมาที่เรื่องของทศกัณฐ์ได้แล้ว

          “ใช้อะไรคิดว่ากูจะเบื่อเขาวะ”

          “คนที่ถูกทำมันกลัวทุกอย่างแหละมึง ยิ่งมึงเป็นคนแรกของเขาเขายิ่งคิดมาก….” ใช่…พี่วีเป็นคนแรกของผม เพราะแบบนั้นผมเลยคิดไปไกลมาก

          “เหมือนมึงใช่ไหม?” ผมสำลักบุหรี่มันทีที่มันถามกลับ มันหัวเราะน้อยๆ แต่ผมกลับไม่ขำ

          “มึง…รู้เหรอ?” ผมถามมันหลังจากจี้บุหรี่ลงกับพื้นทราย หยิบไอ้บุหรี่เจ้าปัญหานั่นมาใส่กระเป๋าเสื้อเพราะไม่อยากทิ้งไว้ให้เกะกะทรายสีสวยพวกนี้

          “อือ…” กัณฐ์ตอบผม

          “มันบอกมึง?” ผมเลิกคิ้วถาม

          “เปล่า…กูเดาเอา แล้วเมื่อเช้ากูได้คุยกับพี่เขากูเลยมั่นใจ” มันตอบแล้วหันมามองหน้าผม

          “คุยอะไร” ผมขมวดคิ้วแล้วถามกลับ มันคุยอะไรกันบ้าง พี่วีบอกอะไรกัณฐ์บ้าง พี่มันได้บอกหรือเปล่าว่าผมเคยคิดอะไรชั่วๆ กับพี่บาร์ ถ้าบอกล่ะก็นะ…ผมก็ไม่รู้จะมองหน้าสองคนนี้ยังไง

          “เขาบอกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้ก็รู้สึกดีกับมึง…แต่ก็สับสนเรื่องแฟนเก่า” คำตอบของมันทำให้ผมกลอกตาขึ้นมองฟ้า

          “มันเหี้ยไง” ผมว่าเมื่อคิดถึงหน้าหล่อๆ ของพี่วี “เอากู…แต่ไม่ลืมเขา” พูดเรื่องนี้แล้วก็เจ็บไม่หาย ทั้งเจ็บทั้งอึดอัด ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไรต่อและไม่กล้าคิดต่อด้วย

          “แต่อย่างน้อยพี่เขาก็รู้สึกดี”

          “ถ้าได้ปล่อยออกมามันก็รู้สึกดีหมดแหละ” ผมตอบกลับ “มึงยังดี…ได้คบกัน ได้รักกัน แต่กูนี่…แค่นอนเอากันไปวันๆ” ยิ่งคิดถึงคำพูดของพี่มันเมื่อตอนบ่ายยิ่งทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองไม่มีตัวตน เป็นแค่อะไรไม่รู้ที่พี่มันมาหาเวลาไม่มีใครแล้วจากไปเวลาที่ดีขึ้นแล้ว

          “มาร์ค…”

          “ที่สำคัญ…ต้องเป็นตอนที่มันต้องการด้วยนะ”

          “เหี้ยเอ๊ย!” เสียงสบถของกัณฐ์ไม่ได้ทำให้ผมตกใจ แขนยาวที่พาดมาโอบผมไม่ได้ทำให้ผมมรู้สึกดีขึ้นสักนิด ผมเคยคิดว่าจะเปลี่ยนพี่วีได้ ผมเคยคิดว่าความเป็นผมจะเอาชนะใจพี่มันได้ แต่ผมก็ทำไม่ได้เพราะพี่มันไม่เคยลืมเขาเลย คนที่ลืมกลับเป็นผมเอง เผลอตัวเผลอใจตอนได้ใกล้ชิดจนลืมไปว่าพี่เขาไม่เคยลืมอดีต

          คนที่ไม่เคยลืมอดีตจะมามีอนาคตกับผมได้อย่างไร

          ผมยอมให้ทศกัณฐ์มานอนด้วยหลังจากที่รู้เรื่องของมันกับพี่บาร์ พี่บาร์มาตามแต่ไอ้คนหล่อนี่มันกลับไม่ยอมคุย ผมอยากจะด่ามันสักคำแต่ก็คิดได้ว่าถ้าอารมณ์ไม่เย็นจริงๆ คุยไปก็คงทะเลาะกันอีก

          ผมรู้มาว่ากัณฐ์มันเป็นคนเข้ากับคนยากเหมือนกันกับผม แต่ผมกลับสนิทใจให้มันมานอนด้วย มันไม่ใช่คนเรื่องมากและคืนนี้มันไม่ได้นอน มันยังนั่งอยู่ข้างระเบียงและมองดวงจันทร์เหมือกันกับผมที่นอนอยู่บนเตียงและมองฝ้าสีสวยของโรงแรม

          “มึงคิดว่าตอนนี้พี่บาร์จะทำอะไรอยู่วะ” เสียงทุ้มถามขึ้นท่ามกลางความเงียบ

          “กูจะไปรู้ไหม” ผมตอบมันกลับ

          “เขาจะคิดถึงกูเหมือนที่กูคิดถึงเขาหรือเปล่า”

          “…” นั่นสิ…ตอนนี้พี่วีจะคิดถึงผมหรือเปล่า หรือว่าพี่เขาจะคุยกับแฟน

          “มึงคิดว่ากูควรขอโทษพี่บาร์ก่อนหรือเปล่า” ผมหันไปมองมันทันทีที่มันถามคำถามโง่ๆ นี่ออกมา

          “มึงมองผู้หญิง มึงคุยกับผู้หญิง มึงขึ้นเสียงใส่เขา มึงเดินหนีเขา มึงคิดว่ามึงควรขอโทษเขาก่อนไหมล่ะ” ผมถามมันกลับ

          “ร้ายแรงขนาดนั้นเลยเหรอวะ”

          “เออ…”

          “แล้วทีมึงกับพี่เหนือล่ะ มีรูปชัดขนาดนั้นพี่วีไม่ว่าอะไรเหรอ” ผมขมวดคิ้วอีกครั้งหลังจากได้ยินคำถาม

          “มึงรู้ได้ไง?”

          “ไอ้ฟิวส์ส่งมาให้กูดูในไลน์” เพื่อนเหี้ย…ผมได้แต่ด่ามันในใจ

          “กูกับเขาไม่ได้เป็นอะไรกันนี่” ผมว่าแล้วหันกลับมานอนเหมือนเดิม

          “บางทีพี่เขาอาจจะรักมึงแล้วก็ได้นะ แต่ยังไม่รู้ใจตัวเอง แล้วพี่เขาก็ไม่เคยรักกับผู้ชายเลยอาจจะแสดงออกไม่เป็น มึงก็เข้าใจเขาหน่อย” มันว่าแล้วลุกขึ้นยืน

          “หน้าอย่างกูจะเข้าไปอยู่ในใจใครได้” ผมว่า

          “เข้าใจไม่จำเป็นต้องเข้าไปอยู่ในใจ มึงแยกให้ถูกด้วย” มันว่าแล้วกดปิดไฟเหลือแค่ไฟหัวเตียง คนที่สูงไม่ต่างจากผมนอนลงข้างๆ มันมองขึ้นไปบนเพดานไม่ต่างจากผม

          “ทำมาเป็นสอนกู เอาตัวเองให้รอดเถอะ”

          “มึงก็เหมือนกันแหละ” พูดกันแค่นั้นแล้วความเงียบก็เข้ามาปกคลุมห้องนี้ เราเงียบทั้งๆ ที่ยังนอนไม่หลับ กัณฐ์คงจะคิดเรื่องของพี่บาร์ และแน่นอนว่าในหัวผมตอนนี้มีแต่พี่วี

#กลรักวีมาร์ค

อยู่ระหว่างการทำเล่มและตรวจคำผิด แป้งจึงจะทยอยลงตอนที่ตรวจคำผิดแล้วเรื่อยๆ นะคะ

สามารถสั่งจองหนังสือได้ที่

เพจเฟซบุ๊ก : faddist

ทวีตเตอร์ : @pflhzt

Line ID : @hzn1709t

ความคิดเห็น