facebook-icon Twitter-icon

อย่าลืมเม้นให้กำลังใจกันบ้างน้าาา

ติวรัก Love Tutor : ตอนที่ 7 [50%] *แก้ไข

ชื่อตอน : ติวรัก Love Tutor : ตอนที่ 7 [50%] *แก้ไข

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 17k

ความคิดเห็น : 20

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ก.ค. 2562 21:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ติวรัก Love Tutor : ตอนที่ 7 [50%] *แก้ไข
แบบอักษร

ติวรั​ก Love Tutor ตอนที่ 7 

 

ก๊อก ก๊อก 

เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นในขณะที่ผมกำลังส่องกระจกเพื่อเช็กความหล่อเป็นครั้งสุดท้าย พอจะเดาได้แหละครับว่าเป็นใคร เพราะเมื่อวานมันประกาศออกมาซะขนาดนั้นแล้ว แต่ก็ไม่คิดว่ามันจะกล้าเคาะห้องผมไง เดี๋ยวนี้ไปเอาความมั่นใจมาจากไหนวะ 

เดินออกไปส่องตาแมวก็เป็นไอ้พี่แทนจริงๆ ครับ ยืนหล่อเซอร์ๆ ตามภาษาของพี่มันนั่นแหละ 

“มีอะไร” ผมที่เปิดประตูออกไปแกล้งตีหน้านิ่งถามขึ้น ทำเป็นยังเคืองมันไว้ก่อน 

“เสร็จรึยัง” 

“ยัง” 

“งั้นขอเข้าไปรอข้างในได้ป่ะ เพราะยังไงก็หนีไม่พ้นอยู่แล้ว” 

เนียนตลอด ใครบอกว่าผมจะหนีพี่มันวะ แล้วคนโกรธอยู่นี่คิดว่าจะยอมให้เข้าห้องง่ายๆ ไหม ...โนครับ วันนี้ผมจะใจแข็ง! 

“ไม่ได้จะหนี แล้วกูก็ไม่ให้เข้าด้วย พื้นที่ส่วนตัวกู” 

“ใจร้ายว่ะ รอนานๆ มันเมื่อย” 

“แล้วกูขอให้มึงมารอรึไง เดือดร้อนอะไรกูล่ะ” 

“ทำไมยังทำเสียงแบบนี้ใส่กูอยู่อีกวะ ยังไม่หายโกรธเหรอ เมื่อวานที่กูเล่าให้ฟังนั่นเรื่องจริงนะ ไม่ได้โกหกอะไรเลย” 

เห็นพี่มันทำหน้าหมาหงอยแล้วก็แอบขำอยู่ในใจ แต่ยังคงสวมหน้ากากมาดนิ่งเหมือนเดิม 

“ไม่ได้โกรธ” ผมพูดพลางเอื้อมไปหยิบกระเป๋าที่วางเตรียมไว้ใกล้ๆ ประตู และเดินออกมาจากห้อง ไม่เปิดโอกาสให้พี่มันได้ย่างกายหรือเหลือบสายตาเข้าไปในห้องได้แม้แต่น้อย 

“หวงจังวะพื้นที่ส่วนตัวมึงเนี่ย” 

“แน่นอน ห้องกูไม่ใช่ที่สาธารณะที่ใครอยากจะเข้าเมื่อไหร่ก็ได้” พูดพลางทำท่าไม่รู้ไม่ชี้และเดินนำพี่มันเข้าลิฟต์ 

“อย่างน้อยกูก็เคยเข้าไปแล้วครั้งหนึ่งล่ะวะ” แต่พี่มันก็ยังอุตส่าห์หาข้อมาลบล้างได้อยู่ดี 

เออ ครั้งนั้นผมยอมรับว่าใจอ่อนยอมให้พี่มันมากไปหน่อย แต่ครั้งต่อไปไม่มีแล้วครับ อชิตะจะไม่ยอมเห็นใจลูกแมวหลงอย่างวันนั้นอีกแล้ว ขอสัญญา! 

“กินข้าวเช้าหรือยัง” ไอ้พี่แทนถามขึ้นมาอีกครั้งในระหว่างเดินออกจากหอ พี่มันเอาราชรถมาเกยรอที่หน้าประตูเรียบร้อย ถือว่าทำงานได้รอบคอบมาก 

“กินแล้ว” 

ตอแหลล้วนๆ จะเอาอะไรที่ไหนกินได้ล่ะ ตื่นขึ้นมาอาบน้ำเสริมหล่อเสร็จปุ๊บมันก็มาเคาะประตูห้องปั้บ ไม่กะเวลาให้กูได้ต้มน้ำเลย แต่ปกติผมไปทานข้าวเช้าที่โรงอาหารมหาวิทยาลัยกับไอ้ปั้นอยู่แล้ว แถมเช้าขนาดนี้มีเวลาเหลือเฟือ 

“โกหก กูรู้มึงเพิ่งตื่น ยังไม่ได้ลงไปหาอะไรกินหรอก” 

“รู้ได้ไง กูอาจจะตื่นเช้าลงไปวิ่ง แล้วหาอะไรกินเรียบร้อยแล้วก็ได้” โอโห อันนี้ยิ่งเป็นสิ่งมหัศจรรย์เข้าไปใหญ่ อย่าว่าแต่ลงไปวิ่งเลยครับ แค่ตื่นเช้าๆ ให้ได้ก่อนยังลำบากเลย 

“มึงคงไม่ตื่นเช้ากว่ากูหรอก กูมั่นใจ” 

อย่างไอ้พี่แทนเนี่ยนะจะตื่นเช้า 

“มึงตื่นกี่โมง” 

“ตีห้า” 

อะไรนะ!! มันบ้ารึเปล่า ผมที่กำลังเดินออกจากลิฟต์ถึงกับหยุดฝีเท้าเพื่อหันกลับไปมองหน้าพี่มันอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ มีเรียนเก้าโมงจะตื่นเช้าอะไรขนาดนั้น อย่าบอกนะว่าตื่นลงไปวิ่งออกกำลังกาย หน้าไม่ให้อย่างแรงเลย แม้มันจะหุ่นดีมากๆ ก็เถอะ 

“ตื่นเช้าจังวะ” 

“ถ้ากูไม่ตื่นเช้าขนาดนี้จะมารอมึงทันได้ไง เดี๋ยวมึงแกล้งตื่นเช้ามากๆ หนีกูไปก่อนอีก กูก็ต้องมาสแตนบายรอแต่เนิ่นๆ สิ” 

ถึงกับก้าวสะดุดไปนิดหนึ่ง แต่ก็ยังคงเดินต่อไม่ให้พี่มันสงสัย พยายามทำตัวปกติทุกอย่างทั้งที่ใจเจ้ากรรมมันดันเต้นโครมครามขึ้นมาอีกแล้ว แรงเสียจนอยากยกมือขึ้นกุมมันไว้ และห้ามอะไรก็ตามที่มันกำลังจะรู้สึก แต่พี่มันยังคงอธิบายต่อไปไม่ได้สนใจเสียงหัวใจผมเลย 

“กูตื่นตีห้า รีบอาบน้ำแต่งตัวมารอหน้าห้องมึงตอนเกือบๆ หกโมง เรียนเก้าโมงก็จริง แต่มึงชอบพิเรนทร์ออกจากหอเช้าฉิบหาย ไม่รู้รีบไปช่วยลุงยามเปิดประตูคณะหรือไง” 

“...” กูก็หนีมึงนั่นแหละ 

“ตั้งใจหนีกูใช่ไหมล่ะ” 

“...” รู้ตัวก็ดี 

“เพราะกูรู้ไงว่ามึงจะทำแบบนั้น กูถึงต้องมารอตั้งแต่เช้า” อย่างกับพี่มันรู้ว่าผมพูดอะไรอยู่ในใจ “แล้วดูดิว่ามึงออกมาจากห้องกี่โมง ห่า... จะแปดโมงเข้าไปแล้ว กูยืนรอมึงสองชั่วโมงเลยนะเว้ย ทนไม่ไหวต้องเคาะห้องเรียกมึงนั่นแหละ ขอเข้าไปนั่งสบายๆ ในห้องแป๊บเดียวก็ไม่ได้” 

พี่มันพูดจบในขณะที่ผมก็หยุดเดินเช่นกัน ทำให้ไอ้พี่แทนที่เดินตามหลังมาหยุดตามไปด้วยอย่างงงๆ 

“มึง...” ผมเรียกพี่มันขึ้นเบาๆ ทั้งที่หันหลังให้อยู่อย่างนั้น 

“ว่าไง” 

“...” 

อยากถามมันว่าที่ทำทั้งหมดนี่เพื่ออะไร เพื่อรองเท้า? หรือว่าเพื่อ...ผม? 

แต่ปากมันก็หนักเกินกว่าจะถามออกไป 

“ว่าไง เรียกทำไมวะ” ไอ้หล่อมันเดินอ้อมตัวผมเพื่อมายืนตรงหน้าและพูดคุยกันดีๆ 

ผมมองคิ้วที่เลิกขึ้นเป็นเชิงถามอย่างกวนตีนตามประสามัน กับใบหน้าแบดๆ ที่ดูยังไงสาวก็กรี๊ดวัวตายความล้มอยู่แล้ว แค่มันชายตาให้ครั้งเดียวคงได้หิ้วขึ้นห้องโดยไม่ต้องออกแรง แล้วนี่มันมาวุ่นวายมากมายอยู่กับผมทำไมวะ 

ผมที่เป็นผู้ชายเหมือนกับมัน 

“...เปล่า แค่จะบอกว่ากูหิว รีบไปเหอะ” แม่ง... ใครจะกล้าถามวะ 

ไอ้พี่แทนยิ้มกว้างออกมาทันที พร้อมเปิดประตูรถให้ผมเสร็จสรรพ ไม่ได้รู้เรื่องอะไรกับเขาเลย 

“ไหนบอกว่ากินแล้วไง ขี้โม้นี่หว่า” 

“ก็รู้อยู่แล้วยังจะมากวนตีนกูอีก รีบไปเลยเดี๋ยวก็สายหรอก” 

“เวลาเยอะแยะ พามึงไปแดกแถวเยาวราชแล้วค่อยกลับมาเรียนยังทันเลย” 

เหี้ย... ผมหันไปทำปากด่ามันแบบไม่ออกเสียงก่อนจะสะบัดตูดขึ้นรถ เรื่องเว่อร์เรื่องกวนประสาทนี่ขอให้บอก แทนคุณทำได้ดีไม่มีขาดตกบกพร่อง เลิกดราม่าทันทีเลยกู 

ไอ้พี่แทนพาผมมาทานโจ๊กหน้าปากซอยเจ้าเก่าเจ้าเดิม เพิ่มเติมคือวันนี้มีลูกหมามาขอแดก 

ไอ้ตูบตัวน้อยๆ มันนั่งจ้องผมมาได้พักใหญ่ๆ แล้วครับ ทั้งที่มันก็ตัวอ้วนตุ้บ กำลังน่ารักน่าฟัด แต่การที่มันมานั่งกดดันผมอยู่แบบนี้ผมก็อึดอัดสิวะ แถมไอ้พี่แทนมันยังเอาแต่ขำอีกต่างหาก เพราะมันกินหมดแล้วไง ไอ้ตัวเล็กเลยไม่ให้สนใจ มีผมนี่แหละที่ยังเหลือบหมูอยู่สองชิ้น มันรู้ดีขนาดนั้นเลยหรือไงวะ 

“มึงนี่เสน่ห์แรงนะเนี่ย ขนาดหมายังนั่งเฝ้าไม่ห่างเลย กูมีคู่แข่งแล้ว” 

ไอ้เหี้ยนี่ก็เล่นไม่ดูกาลเทศะ 

“ภูมิใจไหมล่ะ แย่งกูแข่งกับหมาเนี่ย” 

“ฮ่าๆ แต่กูได้เปรียบกว่ามันนะ เพราะกูหาแดกเองได้” 

สาดดด ก็แหงสิ แล้วที่มันมานั่งจ้องผมอยู่ก็เพราะหมูในชามนี่ไง แต่ว่าเดี๋ยวนะ...ผมว่ามีคนเข้าใจอะไรผิด 

“ได้ข่าวว่าเมื่อวานก็เกือบหาแดกเองไม่ได้ไม่ใช่หรือไง ไม่ควรไปว่าหมามันหรอกนะ” 

“เจ้าคิดเจ้าแค้นนะมึงเนี่ยยย” พูดจบมันก็ตักหมูในจานผมลงให้หมาหน้าตาเฉย 

ใช่ครับ คุณอ่านไม่ผิด หมู ใน จาน กู! 

“เชี่ย! ของกู!!” ผมก็โวยดิ อุตส่าห์เก็บของชอบไว้กินทีหลังนะ! ไม่ใช่ว่าไม่รักสัตว์ถึงไม่อยากให้ แต่เพราะตอนนี้ผมรักกระเพาะตัวเองมากกว่าไงเล่า 

พี่แทนแม่งขำใหญ่ที่แกล้งผมได้ ผมก็สู้ดิ เตะขาใต้โต๊ะใส่พี่มันระรัว แต่แทนที่มันจะสำนึกกลับหัวเราะเสียงดังเข้าไปใหญ่ ผสมโรงกับเสียงด่าของผม มันคงดังมากจนเจ้าของร้านเขาได้ยิน 

“อ้าวไอ้หลง มากวนอะไรลูกค้า ดูสิให้กินจนอ้วนเป็นหมูยังมารบกวนคนอื่นอีก ขอโทษนะพ่อหนุ่ม เดี๋ยวป้าเอามาคืนให้” ป้าหันไปดุไอ้หลงลูกหมาตัวเล็ก ก่อนจะหันมาขอโทษผมด้วย แถมทำท่าจะเดินกลับไปตักหมูให้ผมอีกต่างหาก 

“เฮ้ย ป้าครับ ไม่ต้องครับ ไม่ต้อง ผมอิ่มแล้ว ไม่เป็นไร” ปฏิเสธเป็นพัลวันเลยสิงานนี้ แค่เพราะหมูชิ้นเดียวเนี่ย 

“เอางั้นเหรอลูก” 

“ครับ ไม่เป็นไรครับ” 

ป้าแกถึงได้ยอมเดินกลับไป แม่ง... คนมองกูทั้งร้าน 

“หึหึ” ยังๆ ยังไม่เลิกขำ ซึ่งตอนนี้ไอ้ตัวเล็กมันวิ่งหนีหายไปแล้วครับ ได้ของที่ต้องการไปแล้วนี่ 

“เพราะมึงอะ” 

“แค่หมูชิ้นเดียวมึงจะงกอะไรขนาดนั้น เดี๋ยวกูซื้อคืนให้เป็นกิโลเลย” พูดไปยิ้มไปนะมัน 

“กูไม่ได้งก! กูให้เองได้เถอะ แต่ประเด็นคือมึงมาตักของกูไปไง” 

“ให้ได้แต่ลีลาอยู่ว่างั้น” 

แม่ง คว่ำถ้วยโจ๊กที่เหลือใส่หัวมันเลยดีไหม โมโห ผมหยิบเงินในกระเป๋าสตางค์ออกมาสามสิบวางกระแทกลงบนโต๊ะและลุกขึ้นเดินหนีมันออกจากร้าน ไม่ใช่อะไร กูอายเขาครับ 

“อ้าว รอด้วยดิ” ไอ้พี่แทนเรียกไปขำไป พลางเดินไปจ่ายเงินและรีบตามผมมา มันวิ่งมาดักหน้าผมยิ้มๆ และยื่นเงินคืนกลับมาให้ 

“เอาไปเถอะ กูเลี้ยง” 

“เออ!” ไม่เอาก็ไม่ต้องเอา ผมกระชากเงินกลับมาเก็บลงกระเป๋ากางเกง อยากเลี้ยงก็เลี้ยงไป เลี้ยงให้ได้ตลอดแล้วกัน 

พวกผมพากันขึ้นรถเพื่อไปยังมหาวิทยาลัย ตลอดทางไอ้คนข้างๆ มันนั่งฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีไปตลอดทาง ปล่อยมันไปครับ เหนื่อยจะโมโห 

แต่แล้วอยู่ๆ มันก็หยุดไปซะเฉยๆ 

“เออใช่ เรื่องเมื่อวานยังไม่เคลียร์” 

สิ่งที่ได้ยินทำเอาผมถอนหายใจออกมาอย่างเซ็งๆ ก็จะเรื่องอะไรล่ะครับถ้าไม่ใช่เรื่องไอ้ต้น 

“กูไปสอนพิเศษมันมา” อธิบายเองก็ได้วะ จะได้จบๆ 

“แต่มึงก็มีสอนกูเหมือนกันนะ” พี่มันหันมาโวยวายผมก่อนจะหันกลับไปมองถนนต่อ ยังดีที่มันรักชีวิตครับ เพราะถ้ามันไม่รักคนที่ซวยไปด้วยก็ผมนี่ไง 

“ก็กูไม่อยากสอนมึง มีอะไรไหม” ผมตอบกวนตีนมันไปอย่างนั้นเองแหละ เพราะเดี๋ยวมันก็ต้องสวนอะไรกลับมาอีกแน่ 

...แต่ก็ไม่ เพราะมันเลือกที่จะเงียบไปแทน 

“...” 

อะไรของพี่มันวะ 

“รังเกียจกูขนาดนั้นเลย” 

ดึงดราม่าเฉย ผมเหลือบสายตามองหน้าพี่มันนิดๆ ซึ่งตอนนี้มันตีหน้านิ่งไม่ได้แสดงอารมณ์อะไรออกมาทั้งนั้น ทำเอาผมอดกลืนน้ำลายไม่ได้จริงๆ จะว่าไปบางมุมหน้าพี่มันก็โหดอยู่เหมือนกันนะครับ 

“...” เงียบไว้ปลอดภัยสุด 

“ไม่อยากอยู่ใกล้กูถึงขนาดต้องหนีไปเลยใช่ไหม” 

ทำไมกลายเป็นแบบนี้ไปได้วะ ผมไม่ใช่เหรอที่โกรธพี่มัน แล้วไหงกลายเป็นผมที่ต้องรู้สึกผิดวะครับ ยิ่งพี่มันแผ่รังสีอึมครึมออกมาแบบนี้ด้วยแล้ว 

“ก็เปล่า...” 

แล้วกูจะเสียงอ่อนทำไมเนี่ย... 

“โกรธกูขนาดนั้นเลยเหรอวะ” ไอ้พี่แทนถามขึ้นมาอีกครั้งพลางจอดรถที่หน้าคณะผม  

บทจะถึงก็ถึงซะไว ทั้งที่บรรยากาศในรถยังอึมครึมอยู่เลย 

ผมกัดฟันแน่น สูดลมหายใจลึกหนึ่งครั้งก่อนจะหันไปหาพี่มัน 

“กู...” แต่ไอ้พี่แทนเสือกหันมาหาผมพร้อม...ยิ้ม 

ใช่ครับ มันยิ้ม แถมยิ้มระรื่นเสียด้วย 

“ที่มึงโกรธกูมากเพราะมึงก็หวังไว้มากว่ากูจะไปรับใช่ไหมล่ะ” 

“...” 

“งี้แสดงว่ามึงก็สนใจกูเหมือนกันอะดิ” 

เชี่ยยยยยยยย แม่ง เอาความรู้สึกผิดเมื่อกี้กูคืนมาเลย! ใครจะไปคิดว่าพี่มันแกล้งดึงดราม่าเพื่อแกล้งผมวะ ไอ้ที่ตีหน้านิ่งๆ เมื่อกี้ก็สตอล้วนๆ เลย เอาอีกแล้วไง ผมตกหลุมพรางพี่มันอีกแล้ว 

“มึงนี่มัน...” ด่าไม่ออกเลยกู 

“กูไม่โกรธมึงหรอกเพราะกูก็ผิดที่ไม่รักษาสัญญา เพราะงั้นวันนี้กูขอแก้ตัวนะ เดี๋ยวเย็นนี้กูมารับมึงเอง” 

ผมเตรียมจะอ้าปากปฏิเสธแต่พี่มันเอื้อมมือมาปิดปากผมไว้ก่อน แถมด้วยการโน้มตัวหอมๆ ของมันมาใกล้ผมด้วย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ประดับบนใบหน้าจนผมไม่กล้าขยับตัว 

“แล้วมึงก็ต้องสอนชดเชยให้กูด้วย ที่กูไม่ได้เรียนเมื่อวาน ไอ้สามคนนั้นมันเรียนกันไปหมดแล้ว” 

เมื่อได้สติกลับมาผมก็ปัดมือพี่มันทิ้งทันที แต่มันกลับไม่ยอมถอยกลับไปนั่งดีๆ แถมกดปลดล็อกเข็มขัดนิรภัยให้ผมอีกต่างหาก 

“ก็ให้พี่สามคนนั้นสอนให้สิ กูติดรับน้อง” 

“กูรู้มึงโดดได้” 

ไอ้พี่แทนยื่นหน้าเข้ามา...ใกล้อีก จนปลายจมูกมันจะชนผมอยู่แล้ว บรรยากาศในรถเงียบสนิทชนิดที่ผมได้ยินแม้กระทั่งเสียงหัวใจตัวเอง ได้แต่ภาวนาว่าพี่มันจะไม่ได้ยิน เพราะไม่งั้นมันล้อผมยันลูกบวชแน่ 

“โอเคนะ...” ลมหายใจอุ่นๆ กระทบใบหน้าผมจนตัวแข็งทื่อ ทุกส่วนมันแข็งไปหมด ยกเว้นหัวใจนี่แหละครับ 

ปรี๊น 

เฮือก! 

เสียงบีบแตรจากรถด้านหลังทำเอาผมสะดุ้งสุดตัว เมื่อรวบรวมสติได้ก็ถอยหลังไปชิดกระจกไว้ทันที โอ๊ย... เกือบไปแล้วกู ไอ้คนที่ถูกขัดจังหวะถอนหายใจอย่างเซ็งๆ ก่อนจะยอมถอยกลับไปยังที่ของตัวเองในที่สุด 

“มึงจอดนานแล้วรถมันติด ...กูไปแล้วนะ” งึมงำบอกพี่มันไปก็เตรียมเผ่นลงจากรถ แต่ฝ่ามือแกร่งคว้าแขนผมเอาไว้ก่อน 

“รอกูนะ ...เดี๋ยวมารับ” 

ผมเม้นปากแน่นก่อนสะบัดมือทิ้งแล้วรีบลงจากรถพร้อมปิดประตูเสียงดังสนั่นไม่พูดไม่จา ก็ใครใช้ให้พี่มันทำเสียงนุ่มอบอุ่นแบบนั้นวะ ผมที่เดินแค่ไม่กี่ก้าวเพื่อไปนั่งพักที่ม้าหินอ่อนถึงกับหายใจหอบ ทั้งที่ไม่ได้วิ่งอะไรเลย แต่เพราะหัวใจมันทำงานหนักเกินไปจนร่างกายตามไม่ทัน 

มือยกขึ้นกุมหน้าอกข้างซ้ายหวังว่ามันจะช่วยทุเลา 

นี่มันเกิดอะไรขึ้นวะ...ทำไมผมเป็นแบบนี้ 

แล้วไอ้ความรู้สึกแปลกๆ ที่เกิดขึ้นนี่อีก...มันคืออะไร 

 

 

 

50% 

...................................... 

แถ่แด๊ ตายแล้ววว มีคนหวั่นไหว >< 

ปล. คนอ่านเพิ่มน้อยมากกก T^T ฮือออ อยากให้มีคนเปิดใจกว้างๆ อ่านเรื่องนี้เยอะๆ ทำยังไงดีคะ :( 

ขอกำลังใจหน่อยยยย <3 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว