email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Look Like 1

คำค้น : Look Like รักเราใกล้กัน 2017-08-04 อินทร พู่กัน nana nanaกะหอยทาก น่ารัก อบอุ่นละมุ่น ใส่ใจ รัก หวาน นุ่มนวล สวีท ไร่ ฟิน ขยี้ความฟิน รักแรก แรกพบ เบาสมอง สบายๆ พระเอกหล่อนางเอกสวย พระเอกนิ่งแต่น่ารัก ปากแข็งเย็นชา นางเอกเข้มแข็ง มีลูก

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 15.6k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ส.ค. 2560 20:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Look Like 1
แบบอักษร


Look Like 1 



ในช่วงสายของวันรถหลายคันวิ่งเข้าออกบ้านฉัน จนฉันเริ่มจะหงุดหงิดเพราะเสียงเครื่องยนต์รถกระทั่งทนไม่ไหวฉันเลยตัดสินใจลุกออกจากเตียงเพื่อไปอาบน้ำแต่งตัว เช้านี้มึนหัวมากจริงๆอาจจะเป็นเพราะเมื่อคืนไปเที่ยวกับอาร์ตฉันเลยมีอาการแบบนี้

ฉันสวมแส็กสีขาวลูกไม้น่ารักๆพอลงมาถึงด้านล่างก็ต้องแปลกในเพราะในบ้านไม่ได้มีแต่พ่อกับแม่ตอนนี้มีผู้ชายคนหนึ่งนั่งอยู่ฉันไม่รู้ว่าเขาคือใครเพราะเขาหันหลังมายังฉัน

“นั่นไงลงมาพอดี”  ฉันชะงักเท้าเมื่อมองมาทางฉันยิ้มๆ

“หนักเหรอลูกพี่เขามารอตั้งแต่เช้าแล้ว”พ่อเอ่ยถาม ฉันเลยก้าวเข้าไปนั่งลงตรงโซฟาที่ว่างอยู่

“นิดหนึ่งค่ะพ่อ แล้วนี่เกิดอะไรขึ้นคะทำไม...”

“อ๋อ อินเขาให้คนมาขนของลูกไปที่ไร่น่ะ”

“คะ? ขนของอะไรไร่ไหนคะทำไมหนูไม่รู้เรื่อง” ฉันถามออกมาอย่างสงสัยแต่ยิ้มฝืนๆมาให้ฉันรู้สึกขอบตาร้อนผ่าวอีกครั้ง

“ก็เราจะไปจัดงานที่ไร่แล้วเราก็ต้องอยูกับพี่ที่ไร่เลย พี่เลยให้คนมาขนองเรากลับไร่ก่อนเดี๋ยวพรุ่งนี้พี่ถึงจะพาเราไปไร่วันนี้ตอนบ่ายจะพาไปทำธุระก่อน”

“แม่คะ” ฉันหันไปมองแม่น้ำตาคลอ

“วันนี้อยู่อยู่กับพี่นะลูก เดี๋ยวพ่อกับแม่จะไปรอที่ไร่”

“แม่คะ” ฉันมองแม่อย่างตัดพ้อแต่ท่านก็ยิ้มมาให้จากนั้นก็ลุกเดินขึ้นบนบ้านตามด้วยพ่อที่เดินตามแม่ไป คราวนี้ในห้องรับแขกมีเพียงฉันและแขกอีกหนึ่งคน เอาจริงๆเลยนะสารพไปเลยว่าฉันยังจำชื่อผู้ชายคนนี้ไม่ได้เลย รู้เพียงว่าเขาอายุเยอะกว่าฉันและฉันต้องแต่งงานกับเขา

“ไปเก็บของได้แล้ว จะได้เอากลับไร่”

“แต่...”

“ลุกได้แล้วพี่จะพาไปข้างนอก” พี่เหรอ? เขาน่าจะเหมาะกับลุงมากกว่านะ

“พู่กัน” คนตรงหน้ายังเรียกเสียงเข้ม ฉันทำหน้างอก่อนจะเดินกลับขึ้นห้องเพื่อเก็บของคอยดูนะฉันจะเอาไปเยอะๆเลย จะพาลูกๆไปด้วย

“ให้เก็บช่วยไหม” เสียงเข้มดังอยู่หน้าประตู ไม่นานร่างสูงๆของเขาก็ก้าวเข้ามาอยู่ในห้องนอนของฉันฉันมองเขาแวบหนึ่งก่อนจะเปิดตู้เสื้อผ้าแล้วเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ของใช้จำเป็นอยู่ในนั้นครบทุกอย่างจากนั้นก็เปิดกระเป๋าเดินทางอีกใบจัดการเก็บลูกๆใส่ในกระเป๋าคนที่นั่งอยู่บนเตียงก็มองฉันยิ้มขำแต่ก็ไม่ได้ห้ามอะไร

“เดี๋ยวจะให้คนมาขนไปไว้ไร่ก่อนนะ ถ้าวันนี้ทำธุระเสร็จเร็วจะพากลับไร่เลยหรือว่าอยากอยู่ต่อก่อน” คนตัวสูงที่ลากกระเป๋าไปไว้หน้าห้องเดินกลับเข้ามาพร้อมกับคำถาม

“อยากอยู่ต่อ”

“ถ้างั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าพี่จะพาไปไร่แล้วกันวันนี้อยากไปไหนก็บอกพี่นะ”

“ค่ะ”

“ให้เอาโน้ตบุ๊คไปเลยไหม”

“ค่ะ”

ฉันตอบเขาสั้นๆจากนั้นก็รูดซิบกระเป๋าเดินทางใบที่สอง คนตัวสูงเข้ามาลากกระเป๋าไปไว้ที่หน้าห้องทันที

“ป่ะพี่จะพาออกไปข้างนอก”

“...”

ฉันไม่ตอบแต่เดินไปหยิบกระเป๋าสะพายตัวเองแล้วเดินออกจากห้องนอน ฉันเดินลงบันไดมาก็เจอพ่อกับแม่กำลังจะออกจากบ้านเราคุยกันนิดหน่อยก่อนที่พ่อกับแม่จะนั่งรถออกไป

“นายครับ! ของมีอีกไหมครับ” เสียงห้าวๆของผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้นฉันตกใจจนสะดุ้งหยุดเดินแผ่นหลังฉันชนกับอะไรสักอย่างที่แผ่ไออุ่นออกมา

“ของหมดยัง?” เสียงทุ้มกระซิบข้างหู แค่ถามไม่ว่าทำไมต้องยกมือขึ้นโอบเอวฉันด้วย

“ว่าไง...” เขาถามย้ำ

“หมดแล้วค่ะ”

“หมดแล้ว! ยังไงก็เอากลับไร่เลยแล้วกันอย่าให้ของเปียกนะเว้ย” คนที่ยืนซ้อนหลังฉันอยู่ตะโกนบอกกลุ่มผู้ชายกลุ่มนั้น

“นายหญิงพวกผมกลับแล้วนะครับ สวัสดีครับ” พี่ๆวัยสามสิบต้นๆยกมือไหว้ฉัน ฉันนี่ยกมือไหว้กลับแทบไม่ทันฉันเพิ่งจะยี่สิบสองเองนะทำไมถึงไหว้กันล่ะ

“ฮื่อ ยังไม่แก่นะทำไมต้องไหว้ด้วย”

“ฮ่าๆๆๆ พวกเขาก็เป็นแบบนี้แหละป่ะเดี๋ยวจะพาไปทานข้าวด้วย”

“ลุง! ไม่ต้องมากอดร้อน” ฉันจับมือร้อนออกจากเอว

“เดี๋ยวนะ? ลุงเหรอนี่เรียกใครลุงเราห่างกันแค่หกปีเองนะ” คนที่ถูกเรียกว่าลุงเริ่มโวยวาย

“ลุงนั่นแหละ  ไม่ใช่แค่แต่ตั้งหกปี”

“ฮึย! เด็กดื้อไปได้แล้วเดี๋ยวพาไปทานข้าว”

“ลุงแล้วลุงชื่ออะไรอ่ะ” เอาสิถ้าเขาทนความกวนไม่ไหวภาวะนาให้เขายกเลิกงานแต่งแล้วฉันก็จะเป็นอิสระ

“อิน อินทร”

“อ้อ ลุงอิน”

“พี่อิน!” คนถูกเรียกว่าลุงบอกเสียงดัง แต่ฉันแต่ยิ้มกวนๆให้เขาแทน

“ลุง อิน” ฉันย้ำอีกรอบแล้วเดินไปที่รถที่จอดอยู่ไม่ไกล คิดว่ารถคันนี้น่าจะเป็นของเขาเพราะตอนนี้ในบ้านมีรถจอดอยู่คันเดียว

“เด็กดื้อ” พี่อินเดินเข้ามาใกล้พร้อมกับเอื้อมมือมาเปิดประตูรถให้ฉันขึ้นไปนั่งบนรถไม่นานร่างๆสูงๆก็อ้อมมานั่งอีกฝั่งก่อนจะสต๊าทรถแล้วขับเคลื่อนรถออกจากบริเวณบ้าน พี่อินพามาที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งจากนั้นเขาก็พาเดินไปที่ชั้นที่มีร้านอาหารหรูๆหลายร้าน

“อยากทานอะไรเลือกเลย”

“ไม่อยากทานอะไรเลยมันจะอ้วก” ฉันบอกเขาเบาๆ ก็เมื่อคืนดื่มหนักนี่นาตอนนี้มันเลยมีอาการแฮงค์ๆ

“เดี๋ยวไปทำธุระก่อนแล้วกันถ้าหิวก็บอกนะเข้าใจไหม”

“ค่ะ”

“สวัสดีค่ะไม่ทราบว่าสนใจวงไหนคะ?”

“ขอแบบที่พิเศษๆหน่อยครับ”

“เชิญทางนี่เลยค่ะ” พนักงานของร้านเครื่องจิลเวอร์รี่ผายมือเชิญเข้าไปข้างใน เราสองคนเดินตามโดยมีคนตัวสูงเดินอยู่รั้งท้าย

“นี่คือแหวนที่ทางร้านสั่งทำแบบพิเศษค่ะมีแค่คู่เดียว” 

“เอ่อคือ” จะพูดยังไงล่ะเพราะไม่รู้เรื่องเลยว่าเขาจะซื้อแบบไหน

“ลุงอิน” ฉันเรียกคนที่ยืนซ้อนหลังอยู่

“ทำไงถึงจะเลิกเรียกว่าลุงฮะ? เดี๋ยวเขาก็หาว่าพี่หลอกเด็กมาหรอก”พี่อินบอกสายตาก็มองไปยังตู้กระจกที่มีแหวนหลายวงเรียงรายอยู่ แต่มีเพียงคู่เดียวที่พนักงานนำออกมาวางให้ดู

“ลองสวมดูว่าใส่ได้ไหม” พี่อินกระซิบบอกแต่ฉันก็ยังไม่กล้าที่จะลอง เลยส่ายหน้าไปมาเบาๆ พี่อินหัวเราะออกมาอย่างเอ็นดู

“กลัวอะไร” พี่อินมือก่อนจะหยิบแหวนมาลองสวมที่นิ้วให้

“ใส่ได้พอดีเลย งั้นพี่ลองของพี่บ้าง” พูดจบเขาก็หยิบแหวนอีกวงมาสวมและมันเป็นอะไรที่บังเอิญสุดๆเมื่อเขาสวมแหวนวงนั้นได้พอดี

“เอาคู่นี้ครับ”

“ไม่ทราบว่าจะให้จัดใส่กล่องไหมคะ”

“ไม่ครับ”

“รอสักครู่นะคะ”

พนักงานหายเข้าไปทางด้านหลังพร้อมกับบัตรเครดิตการ์ดของพี่อิน ฉันนั่งนิ่งเพราะตกใจแหวนมันไม่ได้ถูกๆเลยนะแล้วทำไมถึงได้ตัดสินใจซื้อง่ายๆแบบนี้ล่ะ

“เดี๋ยวเสร็จนี่เราไปทานข้าวกันนะ”

“แหวนมันแพง” ฉันหันกลับไปทางคนตัวสูงพรางยกมือข้างที่มีแหวนสวมอยู่ให้เขากู และไม่รู้มันตลกหรือว่าอะไรไม่รู้เพราะพี่อินขำออกมาฉันได้แต่มองเขาค้อนๆ

“อันนี้แหวนหมั้น แหวนแต่งแม่เตรียมให้แล้ว” พี่อินยังบอกน้ำเสียงนุ่มนวล

“แต่มัน...”

“เรียบร้อยแล้วค่ะ ขอบคุณที่ใช้บริการค่ะ” เสียงพนักงานดังขึ้นพร้อมกับวางถุงกระดาษลงบนเคาน์เตอร์ฉันเลยเงียบเสียงไปปล่อยให้เขาคุยกับพนักงาน

“ป่ะเดี๋ยวพาไปทานข้าว” มือใหญ่จับเข้าที่มือของฉันจากนั้นก็พาเดินออกจากร้านจิลเวอร์รี่ เราสองคนเข้าร้านอาหารร้านหนึ่งที่คนไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ หลังจากสั่งอาหารเราก็นั่งรอคนตรงข้ามก็เอาแต่นั่งมองฉัน

“พู่ดอกไม้อยากได้ดอกอะไรใส่ในงาน”

“ลุงเลือกเลย” ฉันตอบเขาก่อนจะเอนหลังพิงพนักเก้าอี้แล้วหลับตา

“ถ้างั้นเดี๋ยวผมจะแวะซื้อเข้าไปเองครับ เดี๋ยวพาน้องไปเลือก”

“พู่ พู่กัน”

“หือ คะ?” ฉันสะดุ้งลืมตาเมื่อพบว่าตัวเองเผลอหลับไปจริงๆ

“ยังง่วงอยู่เหรอ?” พี่อินถาม

“ค่ะ ง่วงเมื่อคืนไปเที่ยวกับอาร์ตมา” ฉันพี่อินก่อนจะยกแก้วน้ำส้มตรงหน้าขึ้นดื่ม ไม่รู้ว่าอาหารถูกนำมาเสิร์ฟตั้งแต่เมื่อไหร่

“พี่รู้แล้ว” พี่อินบอกมือก็ตักอาหารมาใสจานให้

“รู้ได้ไง แม่บอกเหรอ?”

“เปล่า แต่เมื่อคืนจำอะไรไม่ได้จริงๆเหรอ”  พี่อินถามแต่ฉันส่ายหน้าไปมา

“จำอะไรคะ? ลุงทานข้าวเสร็จกลับเลยได้ไหมง่วงอ่ะ”

“จะไม่พากลับเพราะไอ้คำว่าลุงนี่แหละ”

“ก็อายุเยอะแล้วเป็นลุงอ่ะถูกแล้ว” ฉันบอกพี่อิน ที่จริงจะให้เรียกพี่ก็ได้นั่นแหละแต่อยากแกล้งเขาเท่านั้นเองเลยเรียกลุง

“ทำไงถึงจะเลิกเรียกลุง”

“อือ ทำอะไรดีล่ะ” ฉันรวนถามกลับ มองคนต้องข้ามอย่างสนุก แต่แล้วก็ต้องร้อนวาบไปทั้งหน้าเมื่อพี่อินกำลังใช้สายตาอบอุ่นจ้องมองฉันอยู่

“อย่ามองแบบนี้สิ” ฉันบอกเขาเขินๆทำให้คนตัวสูงมองฉันขำๆ

“เขินหรือไงเรา”

“บ้าสิ ใครเขินไม่ได้เขิน”

“หึหึ เด็กเลี้ยงแกะ” 



=================--------------===============


ขอติดเหรียญเรื่องที่เคยอัพจบนะคะ ส่วนเรื่องนี้จัไม่ติดเหรียญจนกว่าจะอัพจบเนอะ

ตอนที่สองแล้วยังไงก็ฝากด้วยนะคะ

ความคิดเห็น