email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทนำ

คำค้น : Look Like รักเราใกล้กัน 2017-08-04 อินทร พู่กัน nana nanaกะหอยทาก น่ารัก อบอุ่นละมุ่น ใส่ใจ รัก หวาน นุ่มนวล สวีท ไร่ ฟิน ขยี้ความฟิน รักแรก แรกพบ เบาสมอง สบายๆ พระเอกหล่อนางเอกสวย พระเอกนิ่งแต่น่ารัก ปากแข็งเย็นชา นางเอกเข้มแข็ง มีลูก

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 17.3k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ส.ค. 2560 19:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทนำ
แบบอักษร


บทนำ



ตลอดเวลา 22 ปี ฉันไม่เคยคิดเลยว่าต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคลายไม่ออก ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายนั่งคุยกันอย่างเป็นกันเองมีเพียงฉันและใครอีกคนที่นั่งหน้าบึ้งอยู่ตรงข้ามฉัน ใบหน้าหล่อเข้มของเขาทำเอาสาวๆหลายๆคนถึงกับต้องมองเหลียวหลังแตกต่างจากฉันที่หน้าตาจืดชืดและตอนนี้ฉันก็อยู่ในชุดนักศึกษาตอนนี้บ่ายสองซึ่งวันนี้ฉันมีสอบตอนเช้าแต่ต้องรีบสอบและมาทานข้าวและนั่งฟังเรื่องบ้าๆนี่น่ะเหรอ นี่มันยุคสองพันแล้วนะคลุมถุงชนแบบนี้มันไม่น่าจะมีแล้วนะ!

“พู่กันพรุ่งนี้หนูสอบวิชาสุดท้ายแล้วใช่ไหม” คุณป้าเพื่อนคุณแม่เอ่ยถามฉันพร้อมกับรอยยิ้มแต่ฉันแค่ยิ้มบางๆเท่านั้น

“ใช่ค่ะคุณป้า”

“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวป้าจะให้พี่อินเข้ามารับหนูไปลองชุดนะลูก ป้าคุยกับทางร้านไว้แล้ว”

“เอ่อ คือว่าหนู...”

“อินพรุ่งนี้มารับน้องที่มหาลัยแล้วพาน้องไปลองชุดเข้าใจไหม”

“ครับ”  ลูกชายคุณป้าเอ่ยรับแกนๆ คุณป้ายิ้มอย่างพอใจมีเพียงพ่อกับแม่ฉันที่มองอย่างกังวล

“ถ้าไม่มีอะไรแล้วฉันกับลูกขอกลับก่อนนะ”

“ได้ๆ อ้อ แล้วพรุ่งนี้หลังจากลองชุดฉันขอให้หนูพู่กันไปค้างที่บ้านนะ เราจะได้ช่วยกันจัดสถานที่ด้วยเลย งานวันมะรืนแล้วนะ” ยิ่งได้ยินฉันยิ่งบีบมือตัวเองแน่น ทำไมฉันต้องมารับกรรมทำอะไรแบบนี้ด้วย

“เอ่อ เดี๋ยวฉันพาลูกฉันไปเองดีกว่านะเดี๋ยวจะรบกวนเปล่า” แม่เอื้อมมือมาบีบมือฉันอย่างให้กำลังใจ

“แต่ว่า...”

“นะ ถือว่าฉันขอร้อง”

“ก็ได้ ถ้ามีอะไรบอกป้าเลยนะลูก”

“ค่ะ”

ฉันเดินออกจากร้านอาหารพร้อมๆกับพ่อแม่ ฉันเงียบตั้งแต่ที่ร้านจนกลับมาถึงบ้าน ฉันขังตัวเองอยู่ในห้องนอนไม่ได้ออกไปทานข้าวเย็นเพราะบอกแม่ว่าอ่านหนังสือสอบอยู่แต่ที่จริงฉันกำลังร้องไห้อยู่ต่างหาก ฉันรู้อยู่ลึกๆถึงสาเหตุของการแต่งงาน เพราะบริษัทพ่อกับแม่จะล้มละลายเลยต้องขอให้ครอบครัวเพื่อนแม่ช่วยเหลือแต่ให้แต่งงานแบบนี้ฉันไม่เข้าใจจริงๆนะ

“พู่ลูก ออกมาทานข้าวก่อนไหมนี่มันจะสี่ทุ่มแล้วนะลูก” เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นพร้อมๆกับเสียงของแม่

“ไม่เป็นไรค่ะแม่ หนูยังไม่หิวหนูขออ่านหนังสือก่อนนะคะ”

“พู่กัน”

แม่เรียกเสียงแผ่ว แต่ฉันยกหลังมือเช็ดน้ำตาเบาๆ แม้จะพยายามมากแค่ไหนให้ตัวเองมีสมาธิแต่มันก็ยังไร้ประโยชน์ หนูขอเวลาหน่อยนะคะแม่ หนูยังทำใจไม่ได้จริงๆ...

“พู่ไปฉลองสอบเสร็จกันไหม” เพื่อนในกลุ่มเอ่ยชวนแม้สีหน้าและแววตาพวกเธอจะดูขัดกับคำพูดที่เอ่ยมาก็ตามที ล

“ขอโทษนะ เรามีธุระ” ฉันตอบปฏิเสธไป ก่อนจะชักงักเท้าเมื่อเห็นร่างสูงๆใครบางคน เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีดำกางเกงยีนสีเข้มใบหน้าหล่อๆของเขาดูบึ้งตึงจนหลายๆคนเลี่ยงที่จะเดินเข้าไปใกล้

“เป็นไง ทำได้ไหม” เสียงเข้มเอ่ยถามพร้อมกับเอื้อมมือมารับกระเป๋าไปถือให้ เป็นฉันเองที่ผวาเข้าไปแย่งมาถือเอง

“พู่กัน ทำได้ไหม”

“ก็ได้ค่ะ” ฉันตอบเขาเสียงอุบอิบ

“งั้นเดี๋ยวจะพาไปทานข้าวก่อนแล้วค่อยไปทำธุระของเรา”

“ค่ะ”

เอ่อจะว่าอะไรไหมถ้าฉันจะบอกว่าฉันจำชื่อเขาไม่ได้ ฉันเดินตามร่างสูงๆที่อยู่ตรงหน้าไปกระทั่งถึงรถจากนั้นเขาก็พาไปที่ห้างสรรพสินค้าใกล้ๆกับมหาวิทยาลัยเราทานข้าวกันโดยที่ไม่มีบทสนทนาใดๆทั้งสิ้นกระทั่งเดินออกจากร้านอาหารก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินมายังเราทั้งสองก่อนที่เธอจะเข้าไปกอดแขนคนตัวโตไว้

“เนยคิดถึงอินจังเลย” แฟนเขาสินะ ยิ่งเห็นแบบนี้ยิ่งทำให้ฉันรู้สึกผิดที่ทำตัวเหมือนไปแย่งเขาออกจากแฟนของเขา

“เอ่อ คือ คืออินมากับ...” ผู้ชายที่ฉันมาด้วยพูดอึกอักพร้อมกับใช้สายตามองมาที่ฉันอย่างลำบากใจ

“อ๋อ คนนี้เหรอคะที่อินบอกว่าจะต้องแต่งงานด้วย” ฉันมองคนทั้งสองอย่างประเมินก่อนจะก้าวถอยหลังเมื่อพบว่าผู้หญิงคนนั้นเดินเข้ามาหาฉัน

“หึ ยังเด็กอยู่เลยนะ หน้าตาก็ดีแต่ไม่ติดว่าจะแย่งผัวชาวบ้านอย่างนี้” ฮึก! นั่นสินะเหมือนฉันไปแย่งสามีเธอจริงๆนั่นแหละ จะโดนด่าโดนว่าแบบนี้ก็สมควรแล้วล่ะ

“ขอโทษค่ะ ขอโทษจริงๆ”

ฉันไม่รู้จะพูดอะไรทำได้แค่บอกขอโทษเธอมือก็ยกไหว้อย่างรู้สึกผิด ฉันไหว้พวกเขาทั้งสองด้วยความรู้สึกผิดจากใจจริงๆ จากนั้นก็รีบเดินออกจากที่นั่นทันทีฉันยกมือปาดน้ำตาอย่างสมเพชตัวเองฉันนั่งแท็กซี่ไปที่ร้านตัดชุดเองฉันใช้เวลาเกือบยี่สิบนาทีในการลองชุด แค่ลองจริงๆจากนั้นก็ลากลับทันทีพี่ๆในร้านมองอย่างสงสัยที่ฉันดูรุกลี้รุกรนแบบนี้

“การ์ดกับของชำร่วยพี่จะเอาเข้าไปให้ดูพรุ่งนี้นะคะ”

“ค่ะ หนูขอตัวกลับก่อนนะคะสวัสดีค่ะ”

ฉันไหว้พี่ๆก่อนจะออกจากร้านคนที่บ้านกำลังจะล้มละลายอย่างฉันคงไม่มีสิทธิ์ต่อรองอะไรกับใครจริงๆ ฉันมันเป็นแค่คนขี้ขลาดคนหนึ่งเท่านั้นแหละ

“พู่กันทำไมวันนี้กลับเร็วล่ะลูก”

“แม่” ฉันปล่อยให้น้ำตาไหลลงมาอย่างไม่อายใครพร้องกับพุ่งเข้าไปกอดแม่ไว้แน่น

“หนูไม่อยากแต่งงาน ไม่อยากแต่ง” ฉันส่ายหน้าไปมาบนอกแม่อย่างกับเด็กไร้ที่พึ่ง

“แม่ขอโทษลูกที่ทำแบบนี้กับลูก ฮึกแม่ขอโทษจริงๆ”

“แม่คะ ฮึก หนูไม่ ไม่อยากแต่งกับเขา”

“ไหนบอกแม่สิ ทะเลาะอะไรกับพี่เขาหรือเปล่า” แม่ผลักฉันออกห่างพรางถามด้วยน้ำเสียงอบอุ่น แต่ฉันกลับส่ายหน้าไปมาอย่างกับคนขี้ขลาด จะให้บอกแม่ได้ยังไงว่าแฟนเขามาว่า ว่าแย่งสามีเธอน่ะ ฉันไม่อยากเป็นมือที่สามของใคร

“พู่กัน”

“แม่คะวันนี้หนูขอไปเที่ยวกับเพื่อนนะคะ ไปกับอาร์ต”

“ได้ลูก แต่อย่ากลับดึกล่ะ”

“ค่ะ”

ถ้ามันหยุดไม่ได้ ขอฉันหาที่ๆที่สามารถระบายความรู้สึกที่อยู่ในใจออกมาบ้างก็ยังดี เกือบหนึ่งทุ่มอาร์ตถึงมารับฉันที่บ้าน เราออกมานั่งดื่มที่ผับแห่งหนึ่งเสียงเพลงกับแสงสีที่นี่ทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองหลุดเข้าไปในโลกที่ไม่คุ้นชิน ฉันกับอาร์ตเรารู้จักกันตั้งแต่เด็กๆแล้วล่ะมันเป็นผู้ชายที่มีแฟนเป็นผู้ชายน่ะเห็นแล้วเสียดายแทนเลย

“แล้วนี่จะเอายังไงต่อ” อาร์ตถาม

“ก็คงต้องทำตามนั่นแหละ อาร์ตเราไม่อยากทำให้ผู้ชายคนนั้นทะเลาะกับแฟนเลยจริงๆเรารู้สึกไม่ดี”

“แล้วรู้ได้ไงว่าเขามีแฟน!?”

“ก็แฟนเขาบอกเราเองว่าฉันไปแย่งแฟนเขา” ฉันบอกเพื่อนไป ก่อนจะเริ่มเลื้อยไปฟุบหน้านอนบนโต๊ะ มันเริ่มเวียนๆหัวบ้างแต่ก็ยังพอไหวอยู่มั้งนะ อาร์ตมันพูดอะไรสักอย่างฉันเลยฝืนลุกนั่งแล้วมองเพื่อนอย่างสงสัย

“คุยกับใครน่ะ” ฉันถามเพื่อน น้ำเสียงอ้อแอ้เต็มที่ พอมองดีๆก็ไม่ได้มีแค่อาร์ตแต่กลับมีผู้ชายร่างๆสูงๆยืนอยู่ด้วยหน้าคุ้นๆเหมือนเคยเจอที่ไหนสักที่แต่ฉันก็ยังนึกไม่ออก

“ดื่มเยอะเกินไปแล้วนะ” เสียงผู้ชายคนนั้นดังเข้ามาในโสตประสาทแต่ฉันก็ไม่สามารถปรับโฟกัสภาพได้เลยทำให้มองเห็นหน้าเขาไม่ชัด

“คุณครับถอยห่างจากเพื่อนผมด้วย”

“อ้อ เพื่อนพู่กันเหรอ? สวัสดีนะพี่ชื่ออินทรเรียกพี่อินก็ได้เป็นว่าที่สามีพู่กันน่ะ”

“เอ่อ ครับผมอาร์ตครับเพื่อนพู่กัน พี่มาที่นี่ได้ไง”

“พี่นัดเพื่อนมาดื่มน่ะ พวกมันอยู่ข้างบนพี่เห็นพู่กันเลยเข้ามาหาก่อนแล้วนี่พู่กันดื่มเยอะไหมทำไมอาการหนักแบบนี้”

“ก็เยอะครับ มันเครียดเรื่องแต่งงาน”

“อื้อ!! คุยอารายกาน” ฉันผงกศีรษะขึ้นมองอาร์ตก่อนหน้านี้ได้ยินเสียงคนคุยกันแต่ก็ไม่รู้ว่าเขาคุยอะไรกันอยู่

“คุยเรื่องแกนั่นแหละ”

“หือ? คุยไรเหรอ” ฉันโน้มเข้าไปหาอาร์ตเพื่อที่จะขอพิงไหล่แต่จู่ๆร่างฉันก็เอนไปอีกทางเมื่อมีมือร้อนของใครบางคนโอบเข้าที่ไหล่แล้วรั้งฉันเข้าไปซบเขาแทน แต่นี่ฉันไม่รู้จักเขานะ!

“นี่คุณ! ปล่อยนะ” ฉันขืนตัวออกห่างจากเขาแต่เขาก็ยังกอดฉันไว้กระทั่งเสียงขำๆของเพื่อนดังขึ้น

“เอาน่าแก นั่งนิ่งๆไปเดี๋ยวเวียนหัวนะ”

“แต่ฉันไม่รู้จักเขานะ! ปล่อยฉัน” ฉันยังขืนตัวออกห่างแต่ก็สู้ร่างสูงๆไม่ได้เลยสักนิด

“ไม่รู้จักได้ไง ก็นี่ว่ามีเจ้าบ่าวแกเลยนะเว้ย” อาร์ตยังพูดต่อ

“เจ้าบ่าวอะไรไม่มี๊!”

“หึหึ เด็กเลี้ยงแกะ เออไอ้ทามกูอยู่ข้างล่างนะ อยู่กับเด็กน่ะ” อะไรคือไอ้คำว่าเด็กแล้วยกมือยีผมฉันน่ะ ฉันปัดมือเขาออกอย่างไม่ชอบใจก่อนจะนั่งตัวตรงแล้วดื่มเหล้าต่อ ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหนฉันถึงได้เอนไปซบอาร์ตอีกครั้ง

“อะไรวะ!? พวกกูรออยู่ข้างบนตั้งนานบทจะมาก็ดันบอกว่าอยู่กับเด็กข้างล่าง”

“เอาน่า พวกมึงจะบ่นทำไมวะ”

“เออๆๆ แล้วไหนเด็กของมึงล่ะกูอยากเจอมานานแล้ว”

“นั่นไง”

“พู่นั่งดีๆ เราหนักนะเว้ย” เสียงอาร์ตนี่นา

“อื้อ! พื้นมันหมุนอ่ะอาร์ตอย่าผลัก” ฉันร้องอกมาอย่างอแงเมื่อจู่ๆร่างฉันก็เอนไปอีกทาง อาร์ตมันผลักฉันแน่

“ผลักบ้าไรล่ะ ว่าที่เจ้าบ่าวแกดึงไปเองนะ” อาร์ตตอบฉันเลยหันไปมองคนข้างๆฉันบ้าง อ่า ฉันไม่ไม่ชัดเลยแต่ใบหน้าเขาขาวใสขนาดที่ว่าเห็นแล้วยังอิจฉาเลย

“ว่าที่เจ้าบ่าวเหรอ?”

“ทำหน้างงอีก” คนข้างๆยกมือยีผมเบาๆฉันเบาๆพร้อมกับส่งรอยยิ้มเอ็นดูมาให้

“ใครอ่ะ?”

“แล้วใครล่ะ” เขาคนนั้นถาม

“นึกไม่ออก” ฉันผลักเขาเบาๆแต่กลับเป็นฉันซะเองที่เอนไปทางด้านหลังแทบตกเก้าอี้

“น้องน่ารักว่ะ ทำไงไปได้น้องมาวะมึง”

“แม่กูดิ แต่ก็...”

“อาร์ตอยากกลับแล้ว” ฉันหันไปทำหน้าอ้อนๆให้เพื่อนเพราะดื่มเยอะจนนั่งไม่ไหวแล้วตอนนี้ไหนจะไอ้คนข้างๆฉันอีก

“ได้ๆ เดี๋ยวกลับกัน” อาร์ตรับคำฉันเลยยิ้มกว้าง

“จะไปไหนกัน” คนข้างๆที่ฉันไม่รู้จักชื่อเอ่ยถามมือก็เอื้อมมาจับมือฉันไว้พรางกระตุกเบาๆ

“กลับบ้านแล้วง่วง” ฉันตอบพร้อมกับดึงมือออกจากมือของเขา

“เดี๋ยวไปส่ง”

“อื้อ! ไม่เอาๆๆ ปล่อย อาร์ตช่วยด้วย!” ฉันหันไปจับแขนเพื่อนไว้แน่น

“เอ่อคุณอินครับ เดี๋ยวผมไปส่งพู่กันเองครับ” ดีมากอาร์ตเพื่อนรัก ฉันดึงแขนมือออกจากการเกาะกุมของผู้ชายคนนั้นก่อนจะเดินเซๆไปหาเพื่อนแล้วกอดแขนมันไว้แน่น

“เดี๋ยวพี่ขับตามหลังไปก็ได้กับกันเองมันอันตราย”

“อาร์ตกลับๆ” ฉันเร่งเพื่อนมือก็รั้งให้อาร์ตเดินมาด้วย ตอนนี้ยังพอมีสติเลยรีบดึงเพื่อนออกมาเพราะถ้านานกว่านี้ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะเป็นยังไง

“เดินช้าๆถ้าล้มลงไปจะว่าไง” เสียงอาร์ตดุมา พอถึงรถอาร์ตก็เปิดประตูรถให้ฉันเข้าไปนั่งก่อนจะเอนหลังพิงเบาะอย่างไร้เรี่ยวแรง ตาเริ่มปรือพร้อมจะหลับไม่รู้ว่าที่ดื่มไปมันคือเหล้าคือยานอนหลับกันแน่

“พู่กัน”

“อื้อ! จะนอน” ฉันมืออะไรบางอย่างที่ระหน้าผากออกก่อนจะปรือตามอง ใบหน้าของคนๆหนึ่งโน้มลงมาใกล้ทำให้ฉันมองเห็นไม่ชัดเพราะแสงด้านหลังเขาสว่างจ้าเกินไป

“พรุ่งนี้จะเข้าไปรับนะ”


===================================-------------------===============



เปิดเจิมตอนแรกเลยค่ะ เฮียอินรุกหนักนะคะ คนน้องนี่ก็ไม่รู้เรื่องอะไรหรอก 555555 เพื่อนเฮียอินจอมป่วนเลยล่ะ ฝากเฮียอินน้องพู่ด้วยนะคะ


ความคิดเห็น