ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : No. 04

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 767

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ส.ค. 2560 09:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
No. 04
แบบอักษร

ก๊อก ก๊อก  เสียงเคาะประตูทำให้ผมหลุดจากความฝันแสนหวาน หื้ออยากกินเค้กต่อจากในฝันจังเลย ก๊อก ก๊อก "คุณหนูค่ะ"เสียงเคาะประตูตามด้วยเสียงของป้านวลทำให้ผมย้ายร่างตัวเองออกจากเตียง  "อื้อ คร๊าบบบ"ตะโกนบอกก่อนเดินเกาพุง เปิดประตูออกก็เห็นคนสวยของบ้านส่งชุดสูทสีครีมมาให้  "คุณหนู คุณใหญ่ให้ป้าเอาชุดของคุณหนูมาให้คะ" "ขอบคุณครับ " ผมเบะปากก่อนจะรับชุดมาไว้คงไม่พ้นต้องไปงานกับป๊าแหงๆ ป้านวลยิ้มสวยให้ "รีบลงมานะคะ วันนี้ป้าทำแกงส้มปลาช้อนกับน้ำพริกกะปิปลาทูของไว้ด้วยโปรดใครก็ไม่รู้" งื้อ รู้ใจที่สุดอะคนนี้  "ครับๆ "

ผมวางชุดไว้บนเตียงก่อนจะเข้าอาบน้ำ พอตาสว่างนึกขึ้นได้มานอนบนห้องตอนไหนยังไม่รู้สงสัยฟังพี่รามเล่าจนเผลอหลับคงเป็นพี่รามอีกแหละที่อุ้มผมขึ้นมานอนบนห้อง

มองดูตัวเองในชุดสีครีมแล้วปวดใจไอ้หน้าสวยปากแดงในกระจกนั่นคือใครน้องรักคนหล่อหายไปไหน ฮื่อ  นี่ไม่ได้หลงตัวเองนะครับตอนเรียนมัธยมมีคนมาจีบผมเยอะนะขอบอกแต่ขอไม่บอกว่าทุกคนที่มาจีบเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายนะคิดแล้วเจ็บใจ ทำไมความหล่อของผมก็สูสี มาริโอ้เป็นรองแค่อนันดาแค่เนี้ยโด่ว 

เดินมาถึงโต๊ะอาหารก็เห็นผู้ชายสองคนที่รักผมที่สุดในโลกนั่งคุยกันอยู่

ผู้ชายที่เป็นแม่พิมพ์ของพี่ราม หน้าตาหล่อเหลาใบหน้าคมเข้มแบบไทยแท้แต่ขัดกับผิวขาวจัดแบบคนไม่ค่อยออกแดด สูทสีกรมเข้ากับส่วนสูงเกินมาตรฐานไปหลายเซน แม้อายุเข้าเลขสี่ช่วงปลายเส้นผมกลับยังดกดำริ้วรอยที่มีอยู่น้อยนิดไม่ทำให้ป๊าดูแก่กลับกันทำให้ดูเป็นชายกลางคนที่พราวเสน่ห์ทุกวันนี้ยังมีสาวสวยชายงามรุ่นลูกเข้าหาผมอยู่เลย แต่ป๊ากลับยังครองโสดจนทุกวันนี้ผมรู้ป๊ารักครอบครัวมาก พอคุณแม่เสียไปแทนที่จะหาแม่ใหม่ให้ผมกับพี่ป๊ากลับพยายามเป็นทั้งพ่อและแม่ให้พวกเราแทน แถมยังรักษาความหล่อเหลาดุจเกลือรักษาความเค็ม บางทีก็สงสัยว่าพี่รามเป็นโครนนิ่งป๊ารึเปล่ามองป๊าเหมือนมองพี่รามเวอร์ชั่นแก่ อ๊ะแต่ว่าตาพี่รามออกสีเขียวคล้ายสีตาคุณแม่แทนที่จะเป็นสีดำเหมือนป๊า ถึงตาผมจะเหมือนคุณแม่กว่าก็เถอะ แต่ นิสัยนี่ถอดแบบกันมาเป๊ะ ฮ่าๆๆๆ

ผมเดินเข้าไปกอดอ้อนป๊าอย่างเอาอกเอาใจ หึหึ อาทิตย์หน้ามหาลัยจะเปิดเทอมแล้วยังไม่ได้คุยเรื่องไปอยู่คอนโดกับทั้งคู่เลย ฟอด ฟอด  "ชื่นใจ คิดถึงจังเลย"โดนป๊าหอมแก้มซ้ายขวาเอ่ยน้ำเสียงพอใจ  เจอกันทุกวันป๊าก็บอกคิดถึงทุกวัน รักที่สุดอะคนนี้ ฟอด หอมคืนบ้าง 

เราทานมื้อค่ำไปจากบ้านเลยเพราะถึงที่งานจะจัดอาหารไว้เสิร์ฟแต่ก็เหมือนเดิมอาหารผู้ดีเน้นหน้าตาแต่ไม่พอยาใส้ มื้อนี้ผมเอาใจป๊ากับพี่รามอย่างดีตักให้คนนี้ทีคนนั้นที เด็กดีก็เงี่ย  "อันนี้ปลาสามรสของโปรดป๊า" "อันนี้ก็ของโปรดป๊า"ตักแกงเขียวหวานใส่จานป๊าอีกที พอถึงของหวานผมก็จัดการยกเสิร์ฟป๊าถึงที่ "อ้อนกันเข้าไปจะขออะไรอีกละ หืม"สงสัยพี่รามจะทนความน่ารักของผมไม่ไหว เอ่ยขัดขึ้นป๊าเลยจ้องหน้าผมนิ่งๆ ผมยิ้มกว้างทั้งใบหน้าและดวงตากอดแขนป๊าถูแก้มนิ่มๆก่อนตอบช้าๆชัด "แฮร่ๆ ก็แบบว่าอาทิตย์หน้าน้องรักจะเปิดเทอมแล้วไง มหาลัยมันก็ค่อนข้างไกลจากบ้านใช่มั้ยล่ะก็เลยคิดว่า..." "ไม่ได้\ไม่ได้"ยังพูดไม่จบทั้งสองก็ขัดขึ้นทันทีเสียงแข็งด้วย งื่อน้องรักกลัวแว้ว "น้องรักพูดไม่จบเลยนะ"ผมทำใจดีสู้เสือ เอะหรือสิงโตดีทั้งดุทั้งหวงขนาดนี้ "มองหน้าก็รู้แล้วครับคนเก่ง " "งื่อ ให้รักอยู่คอนโดกับพี่รามนะ นะ" ผมหันไปอ้อนพี่รามแกะแขนเงยหน้า ตาโตๆกระพริบปิบๆ ท่าอ้อนแบบนี้พี่รามแพ้ชัวร์ พี่รามมองผมคิ้วขมวด  "คอนโดเก่าของพี่รามก็ได้นะ น้องรักสัญญาจะเป็นเด็กดี "ผมรีบเติมเชื้อบีบน้ำตานิดๆเบะปากหน่อย พี่รามหันมองป๊าเหมือนจะพูดอะไร

"ไม่ได้คือไม่ได้"ก่อนที่พี่รามจะพูด ป๊าก็ขัดกลางอากาศ  "ป๊าใจร้าย งอนป๊าแล้ว ไปเถอะพี่รามรักจะรีบไปฟ้องคุณย่าคนแถวนี้ใจดำ เชอะ " ผมสะบัดหน้าใส่ป๊าเดินควงแขนพี่รามไปขึ้นรถทันที 

เรามาถึงงานในช่วงเวลาพอดีๆไม่ช้าไม่เร็วลงจากรถเดินเข้างาน งานนี้ค่อยข้างหรูหราแต่ขนาดที่จะปูพรมแดงเป็นงานการกุศลโดยแม่งานเป็นคุณหญิงเพื่อนสมัยเรียนของคุณย่าเห็นหน้าเห็นตาลูกหลานกันและกันตั้งแต่ผมกับพี่รามยังจำความไม่ได้ ปกติผมไม่มางานแบบนี้หรอกนานทีปีครั้งคุณย่าท่านเลยรีเควสให้พวกเราพ่อลูกมาให้ครบ  บันไดเข้างานเป็นหินอ่อนค่อนข้างกว้างมีหลายคนมาเป็นคู่แต่ส่วนมากจะมาเป็นครอบครัวแบบผม ทุกคนแต่งตัวกันดูดีสาวๆไม่มีแต่งกายอวดทรวดทรงจะเน้นหรูหราดูแพง บางคนเหมือนตู้เพชรเคลื่อนที่ยิ่งรุ่นคุณหญิงคุณนายไม่ต้องพูดถึง ทำให้งานนี้การ์ดแน่นหนามาก สองข้างทางเป็นนักข่าวหลายสำนัก บ้านผมถูกขอถ่ายรูปสักพัก ก่อนนักข่าวจะหันไปถามเรื่องการลงทุนธุระกิจของป๊าหรือเรื่องผู้หญิงของพี่ราม ทั้งๆที่พี่ชายผมไม่ได้คบกับใครจริงจังแต่กับมีคนจับคู่กับผู้หญิงคนนั้นคนนี้ตลอด นักข่าวยังถามเรื่องผมที่ยืนยิ้มอยู่ตรงกลางซึ่งป๊ากับพี่รามตอบแทนหมด แอบดีใจที่ทุกคนยังมองเห็นผมอยู่ในสายตา กระซิกๆ เช็ดน้ำตาแปป "พวกเราขอตัวก่อนนะครับ เรื่องการเซ็นสัญญาทางเราจะจัดงานเลี้ยงฉลองอีกทียังไงก็ขอเชิญทุกท่านครับ"ป๊าบอกตบท้ายด้วยยิ้มกระชากใจ พี่หินเดินไปที่โต๊ะที่จัดให้เซ็นชื่อเข้างานก่อนจะส่งการ์ดให้พนักงาน การ์ดเฝ้าประตูทั้งสองก้มก้มหัวให้ป๊าเล็กน้อยก่อนจะเปิดประตูให้ ป๊าเดินนำพวกเราเข้างาน ด้านนอกดูวุ่นวายแต่ด้านในเงียบสงบ เสียงพูดคุยไม่ดังมากมีเสียงดนตรีบรรเลงคลอเบาๆ นักข่าวจะถูกแยกอยู่ต่างหากจะไม่มีการสัมภาษณ์ในห้องนี้ สมกับเป็นงานของผู้ใหญ่คนส่วนมากเป็นผู้มีอายุไม่ก็ลูกหลานของคนแวดวงไฮโซคงไม่อยากทำเสียหน้าในงานแบบนี้หรอก

ระหว่างนั่งรอคุณย่ามีหลายคนเข้ามาทักทายป๊ากับพี่รามตอนนี้ก็เช่นกัน  ป๊ายืนคุยกับนักธุรกิจที่เห็นจอทีวีบ่อยๆ หน้าตาบอกยี่ห่อว่าเป็นคนต่างชาติดูจากรูปร่างที่สูงกว่าป๊ามาก แก่กว่าพ่อแน่นอนเพราะเขาแทนตัวเองว่าลุง ดูท่าทั้งพ่อทั้งพี่รามจะรู้จักแกแต่ทำไมผมไม่รู้อะ "นี่ใช่ลูกชายคนเล็กแกรึเปล่า" คุณลุงที่พึ่งรู้ว่าชื่อวสันเอ่ยกับป๊าแต่หันมายิ้มให้ผม  "ครับนี่พระลักษณ์ลูกชายคนเล็กผม"ป๊าดึงผมมาด้านหน้า ทำให้ผมรู้สึกเหมือนเป็นหลักกิโลข้างเสาไฟฟ้า "สวัสดีครับ"ผมยกมือไหว้คนตรงหน้าอีกรอบ ท่านมองหน้าผมยิ้มๆ "หน้าตาเหมือนโรสมากเลยนะเนี่ย ถ้าไม่เห็นใส่สูทแบบนี้นึกว่าเป็นเด็กผู้หญิง"ผมยิ้มรับแม้คิ้วจะกระตุกยิกๆ อีกฝ่ายรู้จักแม่ผมแสดงว่าต้องรู้จักป๊าผมมานาน แต่ผมกลับไม่คุ้นหน้าคุ้นตาอีกฝ่ายเลย  "คุณลุงรู้จักแม่ผมด้วยหรอครับ" ผมถามงงๆ  "ฮ่าๆๆๆ สงสัยลูกชายผมจะลืมพี่ไปแล้วหละเจอครั้งสุดท้ายก็ตอนอยู่ประถม" พ่อผมหัวเราะเหมือนสะใจที่ผมจำหน้าเขาไม่ได้  อีกฝ่ายยังรักษารอยยิ้มใจดีไว้เหมือนเดิม  "ลุงเป็นรุ่นพี่สมัยเรียนของพ่อกับแม่เราเองแหละแถมยังเป็นช่วยพ่อเราจีบแม่เราอีกนะ " "อย่าโม้หน่า พี่ก็จีบพี่พลับผ่านทางผมเหมือนกันแหละ" หลังจากนั้นทั้งสองก็วกเข้าเรื่องธุระกิจอีก ผมปล่อยให้ผู้ใหญ่คุยกันไประหว่างนั้นก็มองนั่นนี่ไปเลย แอบชิมทั้งไวน์ไปหลายแก้ว จนปวกฉี่ "พี่รามน้องปวดฉี่ "ผมแอบกระซิบข้างหู พี่รามหันมองผมนิด  "อิฐพาน้องรักไปเข้าห้องน้ำ "พี่อิฐพยักหน้า "ผมไปคนเดียวก็ได้" ผมบอกกะว่าจะแอบออกไปข้างนอกด้วยเมื่อกี้เห็นไอ้เปรี้ยวเดินมากับพ่อแม่มันแต่ไร้เงาไอ้หยกเลยจะไปแหย่หน่อย พี่รามมองรอบๆก่อนจะพยักหน้าตกลง คงเห็นว่ามีการ์ดอยู่ทุกมุมเลยวางใจมั้ง

เสร็จธุระผมก็เดินออกจากห้องน้ำมาสวนจำลองแทนที่จะเดินกลับเข้าในงานมีเวลาอีกครึ่งชั่วโมงกว่างานจะเริ่ม

"ทศคะ ไหนคุณบอกว่ามางานนี้กลับที่บ้านไงนังนี่มันใคร"เสียงนึงดังมาคงไม่ไกลจากทางเดินมั้ง ว่าแต่ที่บ้านเธอให้กินนกหวีดแทนข้าวรึไงนะ  "เธอมันน่ารำคาญไงยะ ทศเขาเขี่ยทิ้งยังไม่เจียม"สงสัยคนนี้ที่บ้านจะเลี้ยงด้วยข้าวสาร "แกดีนักรึไงวิ่งอ้าขาให้ผัวคนอื่นนงหน้าด้าน" "รำคาญไสหัวไปทั้งสองคนแหละ" "ทศทำแบบนี้ได้ไง คุณมันเลวที่สุด" เดจาวูคุณเคยรู้สึกแบบนี้มั้ย  สาวสวยสองคนยืนประจันหน้าสาดคำหยาบใส่กัน โดยตรงกลางเป็นชายหล่อโคตรพ่อโคตรแม่ยืนล่วงกระเป๋ากางเกงสูบบุหรี่ชิวๆ  ก่อนจะเขวี้ยงก้นบุหรี่เฉียดหน้าสองสาวพร้อมเสียงที่โคตรเย็นชาจนสองสาวหน้าแตกหมอไม่รับเย็บ (ก็เวอร์ไป) ชื่อคุ้นหูแต่ไม่คุ้นปาก พึ่งรู้นะเนี่ยว่าชื่อทศมันโหลขนาดนี้ เจอสองวันติดๆจำไว้นะครับมีลูกมีหลานอย่าตั้งชื่อนี้ เดี๋ยวมันหล่อเกินหน้าเกินตาผมอีก

ผมเบะปากเลิกสนใจเดินมานั่งตรงโซนสูบบุหรี่ที่ไร้ผู้คนไม่ได้มาสูบบุหรี่หรอกครับสูบไม่เป็น แค่หยิบมือถือที่สั่นมาเปิดดูเป็นข้อความจากไอ้หยกฝากดูแลเปรี้ยวด้วยเพราะมันไปต่างประเทศกับแม่มันคงรู้ว่าผมต้องมางานนี้ รู้สึกสงสารตัวเองยังไงก็ไม่รู้แหะ  สักพักรู้สึกเหมือนมีเงาผ่านหน้าไปไม่ใช่ผีหรอกครับไอ้หล่อโคตรพ่อโคตรแม่เมื่อกี้ไง  มันนั่งลงข้างๆผมก่อนจะจุดบุหรี่สูบอีกมวน คิดว่าเท่ห์หรือไงเดี๋ยวแม่งก็ตายเร็วหมั่นไส้ความหล่อแช่งแม่งเลยเผื่อมันตายผู้ชายแบบผมจะได้มี ศัตรูน้อยลง  เฮือก! สงสัยจะมองมันนานไปหน่อยไอ้หล่อมันหันมาสบตาผมพอดี ตาดุๆของมันเข้ากับหน้าคมๆผิวเข้มๆดีชิปหาย นี่ถ้าไว้หนวดไว้เคราอีกนิดนะผมจะเรียกมันว่าคุณหลวงเลย  วันนี้เป็นไรวะมานั่งชมผู้ชายด้วยกันอยู่ได้สงสัยน้องรักจะเมาไวน์ "อ่อยกูรึไง" "ห๊ะ!!!"เขาพูดกับน้องรักใช่มั้ย อะไรยังไงน้องงง "กูไม่เคยลองกับผู้ชายแต่ถ้าได้แบบมึงก็โอเค หึ"ได้อะไร คุณงงเหมือนผมมั้ย "ห๊า อะ " สมองยันประมวลผลไม่ทันเข้าใจคำพูดคนตรงหน้า ไอ้หล่อก็ก้มหน้าลงมาประจบปากจูบผม เล่นเอาสมองเบลอไปชั่วขณะ

 เดี๋ยวนะผมโดนจูบหรอ?

  เอ๊ จูบ!!! 

ไอ้เหี้ยนี่มันจูบผม!!!



#ไม่ได้ลงนิยายนานทำไมมันมั่วแบบนี้อะ ไม่เรียงตามที่เราเขียนไว้เลยอ่านกันรู้เรื่องมั้ยเนี่ย#

ความคิดเห็น