facebook-icon

ฟินโดนติ่งไต จิ้ม ถูกใจนิยายเรื่องนี้ ให้ไรท์ด้วย ได้มั้ยอ๊ะ...ขอบคุณค่า

บทที่ 3 บังเอิญจูบผิดคน...

ชื่อตอน : บทที่ 3 บังเอิญจูบผิดคน...

คำค้น : พรานร้ายพ่ายรัก, เอลยา, นิยายโรมานซ์, นิยายอีโรติด, นิยายรักสำหรับผู้ใหญ่, พระเอกมาเฟีย, พระเอกเจ้าพ่อ, พระเอกแบดบอย, Bad Boy

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 80.1k

ความคิดเห็น : 54

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ธ.ค. 2562 10:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 400
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3 บังเอิญจูบผิดคน...
แบบอักษร

เฮ้ย...ไวน์ ทางนี้ 

เสียงเรียกดังมาจากโต๊ะหินใต้ซุ้มดอกไม้หลังตึกเรียน โต๊ะประจำของวีรตา โซเฟียและแซม สามเกลอเพื่อนซี้ที่สนิทกันตั้งแต่ไฮสกูลและกอดคอตามกันมาเข้ามหาวิทยาลัยอีก วีรตาเร่งฝีเท้าตรงไปหาเพื่อน 

“ไวน์คร้าบ แซมซื้อกาแฟร้านโปรดมาฝาก” 

เสียงกรุ้มกริ่มเอ่ยพร้อมกับยื่นกาแฟยี่ห้อดังมาให้ วันนี้เป็นวันสอบปลายภาควันสุดท้ายสำหรับปีการศึกษาที่หนึ่ง 

วีรตาเพิ่งทำข้อสอบวิชาสุดท้ายเสร็จในขณะที่โซเฟียซึ่งเรียนสาขาการเงินและการบัญชีอยู่ห้องเดียวกันทำเสร็จก่อนนานแล้ว หล่อนเป็นประเภทเก่งเรื่อง เวิร์บ ทู เดา แต่ก็เอาตัวรอดได้ดีเสมอมา 

ส่วนวีรตาเป็นประเภทใช้ทุกนาทีจนคุ้ม คือใช้มันจนนาทีสุดท้ายนั่นแหละ ทั้งๆ ที่เป็นคนเรียนเก่งสอบได้ท็อปแทบทุกวิชา แต่ก็ไม่วายรอบคอบนั่งแช่จนกว่าโปรเฟสเซอร์จะส่งสายตามาเตือนว่าหมดเวลาแล้วจึงจะยอมลุก 

แซม แม็คเคนซี่ หนุ่มน้อยร่างสูงโปร่งผมสีน้ำตาลเข้มตัดสั้นด้านหน้าใส่เจลจนตั้งแข็งตามสมัยนิยม ใบหน้าขาวตาสีฟ้าน้ำทะเล จมูกโด่งปากหยักได้รูปสีแดงเข้มน่าอิจฉา ยิ้มชวนฝันสำหรับสาวๆ ทั้งรุ่นเดียวกันและรุ่นพี่ จัดว่าหล่อเหลาเป็นนายแบบได้สบายหากขี้เกียจอ่านตำรา แต่เจ้าตัวมีความใฝ่ฝันอยากเป็นคุณหมอมากกว่า 

“แหม ไม่ต้องออกนอกหน้าขนาดนั้นหรอกไอ้นายแซม ไหนล่ะของฉัน” เสียงโซเฟียกระแนะกระแหนเพื่อนชายคนสนิทด้วยความหมั่นไส้ใบหน้าระรื่นของเขา 

“ของเธอไม่มี ไปด้วยกันทำไมไม่สั่งเองล่ะครับคุณโซเฟีย”  ไอ้คนหน้าทะเล้นหันมาทำลอยหน้าลอยตาตอบ โซเฟียจึงเอามะเหงกเขกโป๊กไปบนหน้าผากขาวจนเจ้าตัวร้องลั่นเพราะเจ็บจริงอะไรจริง 

“แซมมารอตั้งนาน ทำไมไวน์ช้าจัง” 

ทำเสียงอ้อนพร้อมกับตาปริบๆ อย่างเสแสร้ง 

“ไวน์ไม่เก่งเหมือนแซมกับโซเฟียนี่นาเลยออกคนสุดท้าย” 

วีรตาแกล้งกล่าว ร่างเพรียวระหงใบหน้าสวยหวาน ไม่สวมแว่นสายตาแล้วหากสวมคอนแทคเลนส์แทน ผมที่เคยซอยสั้นบัดนี้ยาวสลวยเลยบ่า แซมกับโซเฟียแกล้งทำเสียงพ่นลมออกทางจมูก 

“ไม่ต้องประชดน่า โซวรู้ตัวเองดีว่าขืนนั่งแช่ไปก็เท่านั้น คิดไม่ออกอยู่ดี สู้รีบเสร็จรีบส่ง เอาเวลาไปนั่งกินน้ำปั่นดีกว่า อิ่มท้องกว่ากันเยอะ” 

โซเฟีย แบรดดี้ หญิงสาวผมสีทองยาวสลวย ใบหน้าขาวนวลมีรอยยิ้มเก๋ที่หนุ่มๆ มักต้องหันมามองจนเหลียวหลังหากบังเอิญได้เห็น ตระกูลของหล่อนทำธุรกิจส่งออกและบิดาเป็นเจ้าของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง โซเฟียไม่ได้ต้องการเรียนแพทย์เพราะไม่คิดว่าตัวเองเก่งพอ สาวน้อยมีเพื่อนรักอย่างแซมเรียนแทนด้วย ในใจแอบคิดว่าจะตื๊อเขาให้มาทำงานที่โรงพยาบาลของบิดาเมื่อเขาเรียนจบ 

“สอบเสร็จไวน์จะกลับบ้านไปช่วยแม่  เปิดเทอมค่อยเจอกัน ยกเว้นใครจะไปเที่ยวเวกัส ช่วยไวน์เสิร์ฟอาหารและล้างจานหลังร้าน” 

“นี่ถ้าแซมไม่ติดเรียนซัมเมอร์ แซมไปช่วยไวน์แน่นอน ว่าที่แม่ยายจะได้เห็นว่าแซมหน่วยก้านดี รับเป็นเขยแล้วไม่ผิดหวัง ไวน์รับแซมไว้พิจารณาด้วยนะคร้าบ” 

“พอๆ นายแซม โซวจะอ้วก ไวน์เขาเบื่อหน้านายจะแย่แล้วยังไม่รู้ตัวอีก จริงมั้ยไวน์ พูดตรงๆ บอกมันไปเลย โซวรำคาญแทน” 

โซเฟียพูดขวานผ่าซากไม่เกรงใจ เห็นไอ้คนตัวสูงแกล้งทำตาละห้อยพูดแทะโลมเพื่อนรักมาตั้งแต่ปีมะโว้สมัยอยู่ไฮสกูลด้วยกันแล้ว โซเฟียเบ้หน้าด้วยความปวดตับและอยากอ้วกใส่หน้าหล่อของเขา 

“เฮ้ย อย่าพูดแบบนี้ไอ้คุณโซว ปากแบบนี้ถึงไม่มีใครกล้าจีบ ไวน์ไม่ต้องไปฟังนะ แซมรอได้ อีกหลายปีกว่าเราจะเรียนจบและพร้อมไปขอไวน์น่ะ ไวน์ยังไม่ต้องให้คำตอบแซมตอนนี้ แซมไม่รีบ” 

คนหน้าหล่อรีบบอก ชายหนุ่มมักพูดทะเล้นเล่นกับวีรตาเพราะมีกันอยู่แค่นี้ ส่วนโซเฟียเขาชอบแทะกัดหล่อนมากกว่า มันกว่ากันเยอะเลย แซมชอบคิดว่าตัวเองโชคดีที่มีเพื่อนสนิทคนหนึ่งเอาไว้แทะโลม อีกคนเอาไว้แทะกัดเล่นเช่นนี้ 

“หยุดๆ พอทั้งคู่นั่นแหละ จะไปไหนกันต่อหรือเปล่า” วีรตาถาม รีบห้ามศึกเพราะเพื่อนรักสองคนของหล่อนชอบกัดกันเช่นนี้เสมอทั้งๆ ที่ตัวติดกันราวกับฝาแฝด 

“แซมไปส่งโซวก็ต้องรีบกลับบ้าน” 

“อ้าวเฮ้ย ไหนว่าจะเลี้ยงหนังฉันไอ้นายแซม รอบนี้ตานายเลี้ยงนะ ฉันอุตส่าห์บอกให้คนรถไม่ต้องมารับนี่เตรียมถล่มเจ้ามือเต็มที่” 

ปกติโซเฟียมีคนขับรถมารับมาส่ง แต่เพราะวันนี้เป็นวันสอบวันสุดท้ายอยากอยู่เอ้อระเหยต่อกับแซมและวีรตาอีกหน่อยหนึ่ง จึงบอกให้ลุงไมค์ไม่ต้องมารับ 

“ไม่ได้เบี้ยวแม่คุณ หุบปากแล้วฟังให้จบก่อนจะโวยวาย พอดีพี่ชายมาจากลาสเวกัสน่ะ คุณพ่อสั่งให้ทานข้าวพร้อมกัน เอาไว้วันพรุ่งนี้ดีมั้ย ไวน์ว่าไง พรุ่งนี้เจอกันนะครับ แซมจะพาไปเลี้ยงฉลองปิดเทอม” 

“ไวน์จะโทรบอกคืนนี้ได้มั้ย ขอคิดดูแป๊บ เพราะไวน์จะต้องไปซ้อมเทควันโดไม่รู้ว่าจะลุกไหวหรือเปล่าพรุ่งนี้” 

สาวน้อยหน้าหวานแต่ซ่อนความคล่องแคล่วปราดเปรียวอย่างใครคาดไม่ถึง แซมทึ่งยิ่งนักกับการผสมผสานที่แปลกประหลาดอย่างลงตัวของเพื่อนสาวนามวีรตา 

“โอเคครับ แซมจะรอนะ เดี๋ยวแซมจะขับรถไปส่ง” 

“ไม่เป็นไรหรอก เดินลัดไปสองบล็อกเอง แซมกับโซวไปกันเถอะ ขอบคุณมากสำหรับกาแฟนะแซม” 

ปกติแล้ววีรตาจะเดินไปกลับเพราะอพาร์ตเม้นต์อยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัย ประมาณหนึ่งไมล์กว่าเท่านั้น ทั้งการเดินในเมืองที่มีตึกสูงและร้านค้าให้ดูอย่างเพลิดเพลินตลอดระยะทางจึงเหมือนไม่ไกลเท่าไหร่เลย 

“นี่ถ้าไม่รีบกลับแซมจะไปเป็นเพื่อน...จริงๆ นะ” 

ชายหนุ่มยังคงไม่วายทำตาละห้อย โซเฟียได้แต่ส่ายหน้าเอือมระอากับท่าทางเสแสร้งเกินจริงของเพื่อนหนุ่ม 

วีรตาได้แต่ยิ้มยกมือโบกลาเพื่อนสนิท เห็นแซมแกล้งยกมือยีผมโซเฟียก่อนจะคว้าคอมากอดราวกับเป็นเพื่อนชาย หญิงสาวอดยิ้มขำพลางส่ายหน้าให้เพื่อนสองคนไม่ได้ 

วีรตาทราบมาบ้างว่าครอบครัวของแซมนั้นทำธุรกิจเกี่ยวกับเงินทุนหลักทรัพย์ร่ำรวยมหาศาล เห็นว่าพี่ชายคนโตดูแลสาขาอยู่ที่ลาสเวกัส วีรตาไม่ได้ถามเรื่องส่วนตัวของครอบครัวเขามากนักเพราะเห็นเป็นเรื่องไกลตัว ชาตินี้คงไม่ได้เกี่ยวข้องกันหรอก นอกเสียจากการเป็นเพื่อนกับแซมไปเช่นนี้เท่านั้นแหละที่วีรตาต้องการ 

วีรตาใกล้จบคอร์สเทควันโดที่คุณแม่เคี่ยวเข็ญให้เรียนแล้ว ด้วยท่านเป็นคนรอบคอบเป็นห่วงลูกสาวคนเดียวที่ยิ่งโตยิ่งสวย เกรงว่าจะถูกพวกผู้ชายลามกลวนลามเอา 

วีรตาจึงเรียนเพื่อให้ท่านสบายใจและถือเป็นการออกกำลังกายไปในตัวด้วย ร่างเพรียวสูงร้อยหกสิบห้าเซ็นติเมตรของหล่อนจึงแข็งแรงและได้สัดส่วนน่ามอง หากถูกซ่อนไว้ภายใต้เสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงยีนส์ตัวเก่งอย่างมิดชิด 

เมื่อวีรตาเปิดประตูเข้าไปในอพาร์ตเม้นต์เป็นเวลาหนึ่งทุ่มครึ่ง เจอโน้ตแผ่นเล็กติดบนตู้เย็นจากพิชนีบอกว่าหล่อนไปงานปาร์ตี้วันเกิดของเพื่อนไม่ต้องทำกับข้าวเผื่อ อาจจะกลับดึก 

ซึ่งวีรตาก็ไม่แปลกใจอะไรเลยเพราะถือเป็นเรื่องปกติของเพื่อนรุ่นพี่คนนี้ โดยเฉพาะช่วงหลังๆ มานี้วีรตาสังเกตว่าเจ้าพ่อมาเฟียอะไรนั่นไม่ค่อยได้มาหา พิชนีก็คบเพื่อนชายหลายคนลับหลัง บางครั้งยังพามาค้างที่ห้องเฉย แต่วีรตาก็ไม่ต้องการยุ่งกับเรื่องส่วนตัวของใครอยู่แล้ว 

หญิงสาวรู้สึกเพลียจากการฝึกเทควันโดจึงหาอะไรทานง่ายๆ แล้วอาบน้ำ แล้วคิดว่าจะนอนเลย หล่อนปิดไฟหมดเปิดผ้าม่านไว้ครึ่งหนึ่งให้แสงจากข้างนอกเข้ามาพอให้เห็นลางๆ 

วีรตาเผลอหลับในเวลาต่อมาและต้องสะดุ้งตื่นเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูด้านนอก หญิงสาวงัวเงียลุกขึ้นนั่งเปิดปากหาวก่อนจะเดินสะโหลสะเหลออกจากห้อง ในใจคิดว่าคงเป็นพิชนี แต่ทำไมไม่รูด คีย์การ์ดเข้ามาเอง หรืออาจจะลืม เพราะมีบางครั้งเหมือนกันที่เพื่อนรุ่นพี่เจ้าของห้องลืมกุญแจเวลาออกไปข้างนอก 

วีรตาดึงประตูเปิดออกก็ต้องผงะตกใจเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่สวมเสื้อหนังสีดำกับกางเกงยีนส์ยืนตาปิดปรือครึ่งหนึ่ง ขายาวก้าวเข้ามาในห้องที่มืดสลัวแล้วคว้าเอวของวีรตาเข้าไปปะทะอกก่อนจะฉกหน้าลงมาหา ปากหนาบดจูบไปบนเรียวปากอิ่มทันที กลิ่นวิสกี้คละคลุ้งผสมกับลมหายใจร้อน วีรตาช็อกกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น หัวใจกระโดดเต้นอย่างรุนแรงแทบทะลุออกมาภายนอกร่างแข็งทื่อทำอะไรไม่ถูก 

สเตฟานเพิ่งกลับจากผับดื่มเหล้ากับเพื่อนฝูงหลังจากไปทานข้าวกับครอบครัวมาแล้ว พอดีอพาร์ตเม้นต์ของพิชนีเป็นทางผ่านเขาจึงตัดสินใจแวะมาหา หลังจากที่ไม่ได้มานานหลายเดือนแล้ว 

กลิ่นหอมหวานอ่อนๆ จากร่างนุ่มอรชรในอ้อมแขนรู้สึกแปลกแตกต่าง อารมณ์ครึ้มอกครึ้มใจด้วยฤทธิ์วิสกี้ราคาแพงทำให้ยังไม่อยากปล่อย 

ทำไมพิชนีถึงปิดไฟมืดไปทั้งห้องเช่นนี้ กลิ่นหอมกรุ่นไม่ใช่จากน้ำหอมราคาแพงที่เขาคุ้นเคย ชายหนุ่มดูดริมฝีปากนุ่มหวานอย่างติดใจดูเหมือนร่างในอ้อมแขนจะเกร็งแข็งทื่อ ก่อนที่สเตฟานจะสอดลิ้นเข้าไปชอนไชหารสหวานต่อก็ต้องผงะและตัวงอเมื่อเข่าแหลมของคนในอ้อมกอดกระแทกอย่างแรงเข้าให้ที่ขาอ่อนเสียงหนักแน่น ปั๊ก! 

“โอ๊ย!” 

ร่างเพรียวระหงรีบวิ่งเข้าไปในห้องเล็กแล้วล็อกประตูทันที วีรตายืนพิงประตูหัวใจเต้นสั่นรัวอย่างหาจังหวะไม่ได้ คุณพระ! ไอ้...ไอ้เจ้าพ่อมาเฟีย...มัน...มัน...ยี้...วีรตาขนลุกซู่ไปทั่วร่างรีบวิ่งเข้าห้องน้ำแล้วบ้วนปากแปรงฟันทันที รสวิสกี้ขมปร่ายังคงติดอยู่ในความรู้สึกจนต้องวิ่งกลับเข้าไปแปรงฟันใหม่อีกรอบหนึ่ง รู้สึกขยะแขยงเสียจนขนลุกขนชันไปหมด 

ส่วนสเตฟานนั้นต้องสูดปากครางด้วยความเจ็บปวด ชายหนุ่มเดินกะเผลกไปนั่งตรงโซฟา อาการเมาหายไปกว่าครึ่ง เขายกมือขึ้นเสยผมแล้วลูบหน้ายังคงรู้สึกมึนงงอยู่ หากก็มึนงงอยู่ได้ไม่นานเมื่อประตูอพาร์ตเม้นต์เปิดออกพร้อมกับเสียงหัวเราะคิกคักที่เขาจำได้ว่าเป็นเสียงของพิชนี...คิ้วหนาขมวดเข้าหากันทันที พิชนีเพิ่งเข้ามา? แล้วเมื่อตะกี้ที่เขาจูบคือใครกัน?...สเตฟานหันไปมองยังห้องเล็กอีกครั้ง 

Oh, Shit! คนที่เขาจูบไม่ใช่พิชนี! 

“อืม...อย่าเพิ่งซิคะเดฟ...พีชขออาบน้ำก่อนคนดี” 

“อาบด้วยกันดีกว่าที่รัก...ผมคิดถึงคุณใจจะขาด ไม่ได้นอนกับคุณตั้งหลายวัน” เสียงสองหนุ่มสาวนัวเนียปล้ำจูบคลุกวงในกันตรงประตู สเตฟานถอนหายใจก่อนจะเอื้อมไปกดสวิทช์ไฟจนเปิดสว่างจ้า เขาดีใจที่เขามาในคืนนี้ 

“ว้าย...ฟาน!” เสียงอุทานร้องด้วยความตกใจของพิชนีดังขึ้น ชายหนุ่มคู่ขาหน้าซีดเผือดเพราะรู้มาว่ามาเฟียร่างสูงตรงหน้าเป็นผู้มีเงินและอิทธิพลมากแค่ไหน และอพาร์ตเม้นต์นี้ก็เป็นเงินของผู้ชายคนนี้ที่เช่าให้พิชนีอยู่ 

“ฟานขา...เอ่อ...มัน...มันไม่ได้เป็นอย่างที่ฟานคิดนะคะ” 

รีบพูดแก้ตัวจนลิ้นพันกัน สเตฟานจ้องมองหล่อนด้วยสายตาเย็นเยียบไร้อารมณ์ความรู้สึกใดๆ ทั้งสิ้น พิชนีขนลุกตัวสั่นด้วยความกลัว เพราะเขาเคยพูดไว้แล้วว่าเขาเกลียดพวกร่านและสำส่อนแค่ไหน 

“พรุ่งนี้เธอเก็บของออกจากอพาร์ตเม้นต์นี้ทันทีที่ฟ้าสว่าง ฉันจะให้คนของฉันมาดู ถ้าหากเธอไม่ออกไปหลังเก้าโมง ฉันจะส่งคนมาจัดการลากเธอโยนออกไปเอง ได้ยินไหม” พิชนีร้องไห้โฮทันที โผทรุดลงไปนั่งกอดขาแข็งแรงของสเตฟานไว้แน่น 

“อย่าทำอย่างนี้กับพีช ฟานขา ได้โปรด พีชผิดไปแล้ว...ยกโทษให้พีชสักครั้งเถอะนะคะ...พลีส” 

“ถ้าไม่ปล่อยขาฉันก็ไสหัวออกไปคืนนี้เลย...เฮ้ยแกอย่าเพิ่งไป” เสียงห้าวของสเตฟานเรียกเจ้าหนุ่มนามเดฟที่กำลังจะเผ่นแน่บออกประตูเอาไว้ทัน 

“รอแฟนแกก่อน...ฉันเปลี่ยนใจแล้ว... เธอไปเก็บของเดี๋ยวนี้เลย ฉันจะให้คนของฉันช่วย” 

สเตฟานยกโทรศัพท์ถึงคนติดตามสองคนที่รออยู่ที่รถให้ขึ้นมา จากนั้นสมบัติของพิชนีก็ถูกโยนออกมาไว้ตรงหน้าห้อง เสียงร้องไห้โวยวายของหล่อนดังลั่นอย่างน่าอาย สเตฟานส่ายหน้าก่อนจะหันไปมองประตูห้องเล็กที่ยังคงปิดสนิทเงียบอยู่... 

 

ความคิดเห็น