facebook-icon Twitter-icon

อย่าลืมเม้นให้กำลังใจกันบ้างน้าาา

ติวรัก Love Tutor : ตอนที่ 5 [100%] *แก้ไข

ชื่อตอน : ติวรัก Love Tutor : ตอนที่ 5 [100%] *แก้ไข

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 18.4k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ก.ค. 2562 23:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ติวรัก Love Tutor : ตอนที่ 5 [100%] *แก้ไข
แบบอักษร

​ติวรัก Love Tutor ตอนที่ 5 

 

เมื่อคืนกว่าจะนอนได้ก็ปาเข้าไปเที่ยงคืนกว่าแล้ว เพราะไอ้พี่แทนนั่นแหละ ที่ถึงแม้ตัวพี่มันจะไม่อยู่แล้วแต่ก็ดันเอาสติของผมพกติดตัวมันออกจากห้องไปด้วย กว่าจะรวบรวมกลับมาได้ก็ใช้เวลาอยู่นาน เพราะฉะนั้นเช้านี้มันก็จะมึนๆ หน่อยครับ 

แต่เพราะตั้งใจแล้วว่าวันนี้จะออกเร็วหน่อย ก็เลยต้องรีบตื่น เดี๋ยวค่อยไปงีบรอที่ห้องเรียนแล้วกัน จัดการยัดทุกอย่างลงกระเป๋า สวมรองเท้าอย่างคนวิญญาณหลุดออกจากร่าง และเปิดบานประตูออกไป... 

“เหี้ย!!” 

วิญญาณที่ลอยหายไปถูกกระชากกลับเข้าร่างด้วยความไวแสง เพราะคนบางคนยืนรอผมอยู่หน้าห้อง เสื้อยืดสีดำกับกางเกงยีนส์สีซีด พร้อมเสื้อช็อปที่ตอนนี้พี่มันพาดบ่าไว้เฉยๆ ดูยังไงก็ไม่ต่างจากพวกเด็กช่างกล แต่ดีที่หน้าหล่อๆ ของพี่มันช่วยไว้ 

“ดีใจขนาดนั้นเลยที่เห็นกู” 

ไอ้เชี่ยพี่แทน! มันมายืนอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่วะ ผมว่าผมตื่นเช้าแล้วนะ แต่พี่มันที่ยืนรออยู่ตรงนี้แสดงว่าต้องตื่นเช้ากว่าผมมากแน่ๆ ถึงกับมือไม้อ่อนจนทำกระเป๋าล่วงดังตุบ 

“หึหึ อะไรวะ ดีใจจริงๆ สินะเนี่ย” พี่มันพูดขำๆ ก่อนจะเดินเข้ามาและหยิบกระเป๋าผมขึ้นไปถือ 

แม่ง...เซอร์ไพรส์ฉิบหายเลยชีวิตกูเนี่ย 

“มาทำอะไร” ในสุดก็รวบรวมสติหาปากตัวเองจนเจอแล้วครับ 

“มาอยู่หน้าห้องมึงก็ต้องมารอมึงสิ จะให้มาทำอะไรล่ะ” 

“แล้วมารอกูทำไม” 

“เดี๋ยวกูไปส่ง” 

“ไม่ต้อง ไอ้ปั้นมารับอยู่แล้ว” 

“แต่ตอนนี้ไอ้ปั้นยังไม่มา” 

“มึงรู้ได้ไง” 

“กูลงไปดูมาแล้ว” 

รอบคอบมาก พี่มันมีเวลาว่างมากขนาดนั้นเลย มันตื่นกี่โมงวะเริ่มสงสัย แต่ผมไม่สนที่พี่มันพูด รีบเดินลงไปด้านล่างทันที เผื่อบางทีไอ้ปั้นอาจจะมาถึงแล้ว ผมยื่นมือไปหวังจะคว้ากระเป๋าคืน แต่พี่มันก็เหวี่ยงหลบได้ 

มันอยากถือก็ให้มันถือไป 

...แล้วก็เป็นอย่างที่พี่มันพูดครับ ไอ้ปั้นยังไม่มา 

ไอ้เพื่อนเวร เมื่อวานก็พูดซะดิบดีว่าจะมาเร็วๆ เอาเข้าจริงก็หายหัว มันน่าโมโหไหมเนี่ย 

“บอกแล้วว่ายังไม่มา ไปด้วยกันเถอะน่า เดี๋ยวพาไปกินข้าวเช้าด้วยเลย เวลาเหลือเฟือ ไม่นึกว่ามึงจะตื่นเช้าขนาดนี้นะเนี่ย” 

ก็ตั้งใจหนีมึงนั่นแหละ! แต่ดันเสือกตื่นเช้ากว่ากู 

“กูปฏิเสธได้ไหม” 

“ถือว่ากูเลี้ยงตอบแทนมาม่ามึงเมื่อวานก็ได้ เป็นค่ามาม่าค่าเช่าที่ด้วยไง” 

“พูดอย่างกับจะพากูไปเลี้ยงหูฉลาม ทั้งที่ความจริงตั้งใจจะพาไปแดกแค่โจ๊ก...ใช่ไหม” เพราะเวลาอย่างนี้มีแค่ร้านโจ๊กหน้าปากซอยเท่านั้นแหละครับที่เปิดแล้ว 

“แสนรู้เหมือนกันนี่หว่า พันธุ์อะไรวะ” 

พ่องงง ไม่ใช่หมาเว้ย! 

“ไม่ต้องพูดเลย ครั้งนี้กูไม่นับ แค่โจ๊กมันไม่พอที่กูต้องเสียพลังงานทำมาม่าให้มึงกินหรอก” 

“งั้นแปลว่ามึงจะไปกินข้าวกับกูอีกใช่ป่ะ” พี่มันถามกลับมาด้วยแววตาระยิบระยับ เชื่อว่าถ้าหูพี่มันตั้งกว่านี้คงกระดิกไปแล้ว ...มึงมันเหมือนหมามากกว่ากูอีก โธ่ 

แต่เดี๋ยวก่อน...ทำไมเหมือนผมขุมหลุมฝังตัวเองเลยวะ 

“ไม่รับปากเว้ย!” 

“ได้ไง ลูกผู้ชายพูดแล้วไม่คืนคำสิวะ แมนๆ หน่อยครับคุณครูน้องอชิ” 

“กูชื่ออชิ ไม่ต้องเพิ่มตำแหน่งให้กู ...แล้วนี่จะไปไหม เดี๋ยวกูเข้าสายไปสอบควิซไม่ทัน” ถ้าเป็นแบบนั้นไอ้ที่ท่องมาทั้งคืนก็สูญเปล่าสิ 

“สรุปไปด้วยกัน?” 

อ้าว อะไรของมันวะ พอบอกว่าจะไปด้วยเสือกทำท่าทางไม่มั่นใจอีก สรุปมันอยากไปส่งผมหรือเปล่า 

“กูไม่ไปละ” หมั่นไส้ 

“เฮ้ยๆ เดี๋ยวๆ ล้อเล่น แค่นี้ทำงอน ไปดิ ไปๆ” ไอ้พี่แทนกดเปิดรถตัวเองก่อนที่ผมจะก้าวขึ้นรถพี่มันไป 

งอนบ้างอนบออะไรของมัน ไม่ใช่ตุ๊ด แล้วที่สำคัญผมกับมันเป็นอะไรกันล่ะ ทำไมผมต้องงอนมันด้วย คิดเองเออเองจริงๆ ได้แต่มองออกไปนอกหน้าต่างอย่างเซ็งๆ เพราะไม่อยากต่อล้อต่อเถียง เดี๋ยวความรู้ที่เก็บสะสมไว้เมื่อคืนจะกระเด็นออกไป 

พอถึงร้านพี่มันก็จัดการเลือกโต๊ะเองเสร็จสรรพ มีลูกค้านักศึกษาอยู่บ้างประปรายครับ ผมหันไปสั่งโจ๊กเมนูประจำก่อนจะกลับมาประจันหน้ากับไอ้พี่แทนอีกครั้ง 

“หน้าบูดจังวะ ยิ้มบ้างก็ได้ เดี๋ยวตีนกาก็ขึ้นไวหรอก” 

“เรื่องของตีนกากูไปหนักส่วนไหนของมึงล่ะ เดือดร้อนแทนเพื่อ?” 

“ฮ่าๆ ดุจังวะ พูดแค่นี้เอง” 

“อ้าปากพูดแต่ละทีไม่พ้นเรื่องกวนตีนกู” 

“ไม่ชอบรึไง ใครๆ เขาก็ชอบทั้งนั้น” 

“ก็เพราะกูคือกูไง ไม่ใช่ใครๆ ที่มึงพูดถึง จบไหม” 

ผมยกแก้วน้ำขึ้นมาดูดแก้เซ็ง นี่ก็เป็นอีกหนึ่งอภินันทนาการจากพี่มันครับ บริการทุกระดับแต่กูไม่ประทับใจ เพราะกูทำตัวไม่ถูก 

“น่ารักว่ะ” 

แค่กๆ ๆ 

เชี่ย... ดีนะน้ำไม่ออกจมูก ผมเหลือบมองไอ้พี่แทนตาเขียว อยู่ๆ มันจะชมขึ้นมาทำไมวะ พูดคำว่าน่ารักในขณะที่มองหน้าผมนี่ผมต้องทำหน้ายังไง ใจก็เสือกสั่นขึ้นมาอีกแล้ว 

โว้ยยย ไอ้ปั้น ช่วยเพื่อนมึงด้วย! 

“พูดเหี้ยอะไรเนี่ย ขนลุก!” 

“มึงนี่เวลาเขินชอบด่าเนอะ แสดงว่าที่ด่ากูอยู่หลายๆ ที เพราะเขินมากใช่ไหม” 

“ใช่เหี้ยอะไรเล่า!!” 

“นั่นไง ด่าอีกแล้ว” 

งับปากตัวเองปิดแทบไม่ทัน ได้แต่นึกก่นด่าพี่มันอยู่ในใจ แต่คนที่ต้องด่ามากที่สุดก็ตัวผมเองนี่แหละ ดันเป็นอย่างที่พี่มันพูดจริงๆ ใบหน้าร้อนผ่าวช่วยยืนยันสถานการณ์ตอนนี้ได้ดี ทำได้เพียงหลับตาสงบสติอารมณ์ตัวเอง 

จนกระทั่งป้าเจ้าของร้านเอาโจ๊กมาเสิร์ฟ ผมก็จ้วงตักเข้าปากด้วยความรวดเร็วจนลืมไปว่า... 

“เชี่ย ร้อน! โอ๊ยๆ” โจ๊กร้อนมากกก ลวกปากลวกลิ้นน้ำตาไหลพราก ไอ้พี่แทนรีบคว้าน้ำส่งให้ผมแทบไม่ทัน แถมยังทำเนียนลุกมานั่งข้างๆ ลูบหลังผมไปมาอีก แต่ผมที่กำลังน้ำหูน้ำตาไหลไม่ได้สนใจอะไรทั้งนั้นครับ 

ฟู่วว เกือบตาย ลิ้นนี่ชาไปแล้ว คงไม่รับรู้รสไปอีกเป็นวัน เซ็งฉิบ เพราะความตะกละล้วนๆ 

“ใจเย็น ค่อยๆ กิน เวลามีเยอะ ไม่ต้องรีบอยากหนีกูขนาดนั้น” ผมถอนหายใจพลางว่าพี่มันกลับไป 

“รู้ตัวก็ดี! รีบกินแล้วก็รีบพากูไปส่งได้แล้ว” 

“ครับๆ พาไปส่งอยู่แล้วครับคุณครู อย่าหัวร้อน” 

คว่ำโจ๊กใส่หัวแม่งซะเลยดีไหมเนี่ย 

...ไม่สนใจแล้วโว๊ย เติมพลังก่อนแล้วกัน 

หลังจากทานกันเสร็จพี่มันก็ขับรถมาส่งผม และในตอนที่เกือบถึงคณะนั่นเองโทรศัพท์ผมก็ดังขึ้น 

..ไอ้ปั้น.. 

เพิ่งได้ฤกษ์นึกถึงกูรึไง หลังจากกรอกตาครบสามสิบแปดตลบจนเกือบเวียนหัวก็รับสายมัน (เพื่อ?) 

“เออ” 

(“ลงมาได้แล้ว กี่โมงกี่ยามแล้วเนี่ย ไหนบอกว่าจะรีบไปไง”) ได้แต่เบะปากคว่ำเป็นสระอิใส่โทรศัพท์ กล้าพูดนะมันเนี่ย 

“ไม่โทรมาพรุ่งนี้เลยล่ะ กูจะถึงคณะอยู่แล้ว” 

(“อ้าว มึงออกไปแล้วเหรอ”) 

“เออ!” 

(“ไปกับใครวะ”) 

“มึงคิดว่าใครล่ะ” 

(“ไอ้ต้นเหรอ”) 

“ไอ้ต้นเหี้ยอะไรเล่า มันจะมารับกูทำไม” ผมโวยวายออกไป หางตาแอบเห็นไอ้พี่แทบเหลือบมองนิ่งๆ มาทางผม 

(“ไอ้พี่แทน?”) 

“ก็เอออะดิ” เพราะรู้ว่ามีคนแอบฟังอยู่ จึงหันไปทางหน้าต่างเพื่อแอบกระซิบกระซาบกับมัน “แม่งมารอกูหน้าห้องตั้งแต่ไก่โห่ กูว่ากูตื่นเช้าแล้วนะ มันตื่นเช้ากว่ากูอีก” 

(“ขนาดนั้น”) 

“เออดิ แล้วไม่ใช่แค่นั้นนะ เมื่อคืน...” 

“กระซิบกระซาบอะไรกันวะ กูได้ยินนะมึง” ไอ้พี่แทนพูดแทรกขึ้นมาก่อนที่ผมจะได้เล่าให้ไอ้ปั้นฟังจนจบ ได้แต่กระแอมไอกลบเกลื่อนไปตามเรื่องตามราว กลับมานั่งตัวตรงปกติเหมือนเดิม 

“แค่นี้ก่อนนะ ไว้เจอกันที่คณะแล้วกันมึง” ผมตัดสายไอ้ปั้นทิ้งทันที หูดีขนาดนี้ก็ไม่บอก 

“มึงกับไอ้ปั้นสนิทกันดีเนอะ” 

“ก็เพื่อนกู ไม่สนิทสิแปลก” 

พี่มันนิ่งไปนิด ก่อนจะจอดรถเมื่อถึงหน้าคณะผมแล้ว ผมจึงคว้ากระเป๋าขึ้นมาถือเพื่อเตรียมตัวลงจากรถ แต่พี่มันกลับคว้าแขนผมไว้เสียก่อน 

“เดี๋ยว” 

“อะไรของมึงอีก กูจะไปเรียน จอดนานเดี๋ยวรถมันติดมึงเห็นไหมเนี่ย” 

“จะกลับกี่โมง” 

“ถามทำไม จะมารับกูอีกรึไง” 

“ก็เออดิ ไม่งั้นจะถามเพื่อ” 

“กูมีรับน้อง เลิกเย็นๆ นู่นแหละ เดี๋ยวไอ้ปั้นไปส่ง” 

“กูบอกว่ากูจะมารับ รอกูด้วย แล้วถ้ามึงไม่รอ...คืนนี้กูบุกถึงห้องมึงแน่” 

ไอ้พี่แทนชี้หน้าขู่ผมด้วยเสียงโหด ห่า แม่งเปลี่ยนอารมณ์อีกแล้ว แล้วมีสิทธิ์อะไรมาบังคับผมแบบนี้วะ แต่ถ้าพี่มันบุกมาที่ห้องผมจริงๆ ล่ะ ความปลอดภัยกูอยู่ที่ไหน 

“เออๆ อยากมารอก็เรื่องของมึงแล้วกัน” 

ผมดึงแขนคืนกลับมาและรีบลงจากรถ จ้ำอ้าวเดินเข้าคณะด้วยความรวดเร็ว แล้วมือมันกำถ่านมาหรือไงวะ แขนผมตรงที่พี่มันจับ...อุ่นฉิบหายเลย 

“ไงมึง ผู้ชายมาส่งเหรอ” เสียงไอ้ตาลลอยตามหลังผมมาเมื่อเดินเข้าห้องเรียน นี่มันเดินตามผมมาตั้งแต่เมื่อไหร่ 

“อะไรของมึง” ผู้ชายอะไรของมัน 

“กูเห็นนะ หน้าคณะอะ เดี๋ยวนี้ร้ายนะมึง...” ผมตีสีหน้าไม่รู้เรื่องเมื่อมันหรี่ตามองผมอย่างจับผิด พูดแบบนี้แสดงว่ามันเห็นผมลงจากรถไอ้พี่แทนแน่ๆ 

“เห็นอะไร เพ้อเจ้อใหญ่แล้ว นอนน้อยรึไงมึงอะ” 

“หึหึหึ” แม่งขำเสียงหลอนๆ ก่อนจะเดินไปนั่งประจำที่ตัวเอง ท่าจะท่องศัพท์จนประสาทไปแล้ว 

ปล่อยมันไปเถอะครับ เรามานั่งทบทวนคำศัพท์ที่จะควิซเช้านี้ดีกว่า แต่ผมทบทวนได้ไม่นานไอ้ปั้นก็เดินหล่อเข้ามา 

“ตัดสายกูทิ้งเฉยเลยนะ อารมณ์เสือกกำลังมาเลย” มือมันโบกลงมาบนหัวผมเบาๆ หนึ่งทีก่อนจะนั่งลงด้านข้าง 

“ก็พี่มันฟังอยู่กูจะเล่ายังไง” 

“งั้นเล่ามาเลย ขอแบบทุกรายละเอียด” 

“ขี้เสือกจริงๆ เลยนะมึงเนี่ย” 

“เออ กูยอมรับ” 

ผมได้แต่ถอนหายใจเซ็งๆ ก่อนจะเล่าเรื่องทุกอย่างให้มันฟัง ทั้งเรื่องที่ไอ้พี่แทนมารอผม ขึ้นไปบนห้องของผม รวมทั้งที่พี่มันมาส่งเมื่อเช้าด้วย ไอ้ปั้นร้องอื้อหืออ้าหาตลอดการเล่าจนน่าถีบ 

“พี่มันจริงจังเลยนี่หว่า” 

“ก็เออดิ ลงทุนฉิบหาย” 

“แต่กูว่ามึงใจดีกับพี่มันมากไปหรือเปล่าวะ” 

“ใจดงใจดีอะไรล่ะ กูไม่ได้เต็มใจนะเว้ย” 

“แต่คนที่อนุญาตให้พี่มันทำทุกอย่างก็คือมึงไม่ใช่หรือไง” 

จุกเลยครับ... แต่ก็ใช่ เพราะผมเป็นคนยอมให้พี่มันทำทุกอย่างเองจริงๆ ก็ขี้ตื๊อขนาดนั้น ใครจะปฏิเสธได้วะ 

แต่ผมยังไม่มีโอกาสได้เถียงเพราะอาจารย์ประจำคลาสเข้าห้องมาก่อนแล้ว 

สรุปควิซวันนี้ผมรอดครับ แถมคะแนนน่าพอใจไอ้พี่แทนจึงรอดตัวไป ไอ้ปั้นก็รอดตายหวุดหวิดเช่นกัน เพราะฉะนั้นวันนี้จึงเป็นวันที่น่ายินดีปรีดา พวกผมนั่งเม้าส์กันมันตลอดชั่วโมงเรียนที่เหลือ รักเรียนกันจริงๆ นะครับ แถมตอนกลางวันไอ้พี่แทนก็ไม่ได้มาวุ่นวายที่คณะผมอีก ตลอดจนเย็นวันนั้น 

“อชิ วันนี้ขึ้นห้องชมรมแทนพวกฉันหน่อยสิ ต้องไปคุมน้องเรื่องระเบียบว่ะ” เพื่อนผู้หญิงในห้องคนหนึ่งเดินเข้ามาหาผมหลังเลิกเรียน 

“แล้วใครจะช่วยยกของล่ะ” 

“ไม่เป็นไร วันนี้ไม่มีอะไรมาก แกกับปั้นขึ้นสอนแทนที พอดีมีนักเรียนประจำมาเรียนด้วย ฉันกลัวเขารอเก้อเพราะไม่มีเบอร์โทรแจ้งเขา” 

“งั้นก็ได้ เดี๋ยวพวกฉันจัดการเอง ว่าแต่ทางนี้โอเคแน่นะ” 

“แน่สิ ขอบใจพวกแกมากนะ” 

“อืม” 

เป็นอันว่าวันนี้ผมต้องขึ้นห้องชมรมไปสอนแทน ไอ้ปั้นทำหน้าเซ็งนิดหน่อย เพราะบทบาทอาจารย์ไม่ใช่สิ่งที่มันชอบมากนัก แต่ถ้าเป็นสาวๆ น่ารักก็อีกเรื่องนะครับ 

“แบบนี้ไอ้พี่แทนก็มารอมึงเก้อสิ” 

“ช่างมัน อยากอาสามาเอง ไม่ใช่เรื่องของกู” 

“แล้วมึงจะกลับยังไง” 

“ถ้าถึงเวลากลับแล้วมันยังไม่มากูก็กลับกับมึง” 

“แล้วถ้าพี่มันมาทันล่ะ” 

“ก็...” ก็อะไรดีวะ วันนี้จะยอมกลับพร้อมพี่มันดีไหม หรือจะเล่นตัวต่อไปอีกดี แต่ถึงเล่นตัวยังไงก็หนีพี่มันไม่พ้นอยู่แล้วหรือเปล่าวะ ในเมื่อมันอยู่หอเดียวกับผมซะขนาดนั้น 

“โว้ย เบื่อพวกเลือกได้!” ไอ้ปั้นโวยขึ้นมาเสียงดัง แต่ดูยังไงก็แค่กวนตีนครับ มันไม่ได้โกรธอะไรผมจริงจังหรอก 

“พูดมากว่ะมึง ไปชมรม” 

แล้วพวกเราก็ใช้เวลาหมดไปกับการสอนน้องๆ ปีหนึ่งจากคณะบริหาร ซึ่งน่ารักมากครับ แอบเห็นไอ้ปั้นขอไลน์น้องเขาแล้วแม่งก็ได้มาด้วย ไอ้หน้าหม้อเอ๊ย 

“ไวจริงนะมึง” ผมยื่นปากแซวมันเมื่อน้องๆ เรียนเสร็จ ทยอยออกจากห้องไปหมดแล้ว พลางช่วยกันเก็บโต๊ะไปด้วย 

“ทำไงได้ คนมันหน้าตาดี” 

ถุย 

แล้วว่าแต่...ไอ้พี่แทนมันหายไปเลยว่ะ เหลือบมองนาฬิกาก็พบว่าหกโมงกว่าเข้าไปแล้ว ป่านนี้ที่คณะคงรับน้องเสร็จ ปล่อยน้องกลับบ้านหมดแล้วละ 

ไหนว่าจะมารับ? 

ถ้าบอกว่าไม่รู้ว่าผมอยู่ที่นี่คงไม่ใช่แน่ เพราะแค่ถามเพื่อนผมก็รู้แล้ว หรือไม่ขอเบอร์ผมจากเพื่อนๆ ในเอกก็ได้ แต่นี่มันกลับเงียบ ทั้งตัวมันและโทรศัพท์ผม 

“ปากบอกไม่สนใจ แต่ชะเง้อหาใครน้อ” 

เสียงไอ้ปั้นเรียกสติผมที่กำลังมองออกไปด้านนอกโดยไม่รู้ตัวให้กลับมา 

“กูก็แค่มองทั่วๆ ไป ไม่ได้มองหาใครสักหน่อย” 

“เหรออออ” 

“เออ!!” 

“ป่ะ กลับเหอะ กูหิวแล้ว” ไอ้ปั้นลุกขึ้นพร้อมคว้ากระเป๋าสะพายเรียบร้อย แต่ผมยัง... 

“มึง... นั่งเล่นกันอีกหน่อยได้ไหมวะ” 

ไอ้ปั้นที่ยืนอยู่เหลียวกลับมามองผมอย่างไม่อยากเชื่อหูตัวเอง ผมเปล่ารอพี่มันนะครับ ก็แค่ยังไม่อยากกลับเฉยๆ หรอก 

“ไอ้ชิ... นี่มึง...” 

“มึงไม่ต้องสงสัยเหี้ยอะไรทั้งนั้นแหละ แค่นั่งรออีกหน่อย” 

แล้วไอ้เพื่อนตัวดีของผมมันจะทำอะไรได้ นอกจากถอนหายใจและทิ้งตัวนั่งลงตามเดิม และนี่คือข้อดีของมันครับ เพราะส่วนใหญ่มันจะตามใจผม 

“กูถามอะไรมึงหน่อยดิ” 

“อะไรวะ” 

ทำไมเวลาได้ยินคำถามแบบนี้ทีไรแล้วมันไม่สบายใจทุกที เหมือนไปทำความผิดอะไรมาอย่างนั้นแหละ ทั้งที่ความจริงก็ไม่มีอะไร 

“มึงคิดอะไรกับพี่มันรึเปล่า” 

คำถามของไอ้ปั้นทำเอาผมที่นั่งพิงผนังอยู่ข้างมันหันไปมอง มันเองก็กำลังมองหน้าผมเหมือนกัน ทำหน้าตาจริงจังจนผมต้องเบือนหน้ากลับมาตามเดิม 

“บ้า กูจะคิดอะไรกับพี่มันได้ไง” 

“ที่กูถาม เพราะกูห่วงมึงนะ มันเป็นยังไงมึงก็น่าจะรู้” 

“กูรู้ กูก็แค่อยากเอาคืนเรื่องที่มันพนันกับเพื่อนมันเท่านั้นเอง” 

“แค่นั้นเหรอวะ” 

“เออดิ แค่นั้นแหละ ไม่มีอะไรมากกว่านั้น” 

.. 

 

 

TBC 

...................................... 

พี่แทนกับน้องอชิมาแล้ววว 

หายไปหลายวันขอโทษนะคะ 

ปล.ขอกำลังใจหน่อยยย ชอบกันไหมคะะะ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว