ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Chapter 1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.8k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ก.ค. 2560 22:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 1
แบบอักษร

- 1 -


อากาศยามเช้าแสนสดชื่นด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้นานาพันธุ์ ปูน เด็กหนุ่มหน้าตาสวยจนใครๆ ถึงกับไม่เชื่อว่าเป็นชายหนุ่ม ด้วยสรีระบอบบาง มองยังไงก็ผู้หญิง มีแค่หน้าอกแบนๆ เท่านั้นที่คลายความสงสัยจากคนภายนอก แต่ถึงอย่างนั้น เด็กหนุ่มก็มักถูกผู้หญิงตามจีบเพราะคิดว่าเป็นทอม 

นี่มันดูยากขนาดนั้นเชียวหรือ 

มือขาวจัดดอกไม้มาใหม่ใส่ตู้ทำความเย็นเพื่อให้ดอกไม้ดูสดสวยเสมอ ก่อนเสียงกระดิ่งที่ผูกกับที่จับประตูจะดังขึ้น ริมฝีปากบางก็รีบฉีกยิ้มอย่างทุกที 

“สวัสดีครับ ร้านสวีทฟลาวเวอร์ยินดีต้อนรับครับ” เสียงใสพร้อมรอยยิ้มสวยเรียกรอยยิ้มตอบกลับจากอีกฝั่งได้เสมอ “ไม่ทราบว่าอยากได้แบบไหนหรือครับ” ปูนวางแค็ตตาล็อกรูปแบบดอกไม้ ทั้งช่อ ทั้งกระเช้า รวมไปถึงชนิดของดอกไม้ทั้งร้านให้ลูกค้ารายใหม่ได้เลือกสรร 

“อยากได้เป็นของขวัญให้ลูกสาวค่ะ ต้องใช้ดอกไม้อะไรดีคะ” ลูกค้าสาวสูงวัยเอ่ยถามในขณะที่พลิกดูรูปภาพอย่างเลือกไม่ถูก 

“ลูกสาวของคุณลูกค้าชอบดอกไม้อะไรหรือครับ” ปูนถามกลับอย่างสุภาพ คุณป้าเงยหน้าขึ้นมามองพร้อมรอยยิ้ม คราแรกที่เปิดประตูเข้ามายังคิดว่าเป็นผู้หญิงอยู่เลย ไม่คิดว่าจะเป็นเด็กผู้ชาย

“อืม...น่าจะกุหลาบขาวมั้งนะ ป้าเห็นลูกสาวชอบซื้อมาใส่แจกันบ่อยๆ” 

“ถ้าแบบนั้น รับดอกกุหลาบสีขาวเป็นช่อเล็กๆ แต่เรียบหรูแบบนี้ดีไหมครับ เด็กสาวมักจะชอบแบบนี้กัน” 

“จ้ะ เอาตามนี้เลย”

“กรุณารอสักครู่นะครับ” 

หลังจากได้ชนิดของดอกไม้และรูปแบบ ปูนก็รีบคัดเลือกดอกกุหลาบสีขาวสวยออกมาจัดช่อทรงกลมซึ่งเป็นที่นิยมและเหมาะสำหรับงานวันเกิด 

มือขาวหยิบจับทุกอย่างดูคล่องแคล่วจนคนมองอยู่ถึงกับทึ่ง ผู้ชายที่จัดดอกไม้สวยแถมยังประณีตขนาดนี้ หากมีลูกชายจะยอมยกให้โดยไม่สนเพศเลย คุณป้ายิ้มมองช่อดอกไม้ที่เริ่มเป็นรูปเป็นร่างสวยงาม ตอนนี้ถูกผูกริบบิ้นสีชมพูหวานเป็นอย่างสุดท้าย 

“สวยจังลูก” 

ช่อดอกกุหลาบสีขาวถูกจัดเป็นช่อทรงกลม ห่อกระดาษสีขาวสะอาดผูกโบว์สีชมพูสวย แม้ช่อดอกไม้จะสมบูรณ์แบบแค่ไหนก็ยังแพ้คนถืออยู่ดี คุณป้าเม้มริมฝีปากพลางคิดว่าตั้งแต่เกิดมาจนอายุปูนนี้ เธอไม่เคยเจอผู้ชายที่สวยเกินหน้าผู้หญิงมากขนาดนี้มาก่อน ทั้งโครงหน้าได้รูป ดวงตาโต แถมปากนิดจมูกหน่อย หากใครกล้าบอกว่าไม่สวย เธอจะไปตบปากเลย 

“ขอบคุณครับ” ปูนยิ้มยินดีที่ลูกค้าชอบ “การ์ดที่เลือกไว้ จะให้ผมเขียนให้เลย หรือคุณลูกค้าจะเขียนเองครับ...คุณลูกค้าครับ”

“จ๊ะ? เอ๋ หนูถามป้าว่าอะไรนะ” ดูเหมือนลูกค้าจะเผลอหลงใหลไปกับรอยยิ้มหวาน 

“เรื่องการ์ด จะให้ผมเขียนหรือคุณลูกค้าจะเขียนเองครับ”

“หนูเขียนให้ป้าเลยจ้ะ เขียนว่า.....” ปูนเปิดการ์ดรูปหัวใจออกแล้วรีบบรรจงเขียนตามคำบอก “หน้าสวย ลายมือยังสวยอีกนะหนู” เป็นคำชมที่ได้ยินบ่อยตั้งแต่ทำงานที่นี่มา ปูนยกมือไหว้ขอบคุณสำหรับคำชม “ถ้าป้ามีลูกชาย ป้าจะจองให้ลูกป้า” 

“จองดอกไม้หรือครับ” คนหน้าหวานกระพริบตาปริบๆ ถามกลับอย่างสงสัย

“จองหนูนั่นแหละ ผู้ชายอะไรสวยกว่าผู้หญิงอีก สวยกว่าลูกสาวป้าตั้งเยอะ” ว่าแล้วก็ขำออกมา แต่คนถูกชมทำเพียงแค่ยิ้มบางๆ “เท่าไหร่จ๊ะ” 

“ทั้งหมดก็หนึ่งพันห้าร้อยบาทครับ” 

ปูนเดินออกมาส่งลูกค้ารายแรกของวันที่ประตูหลังจากคิดเงินแล้วเสร็จสรรพ รู้สึกวันนี้ช่างโชคดีที่มีลูกค้าตั้งแต่ช่วงเช้า ปกติมักจะเป็นช่วงบ่ายซะมากกว่า เมื่อรถลูกค้าลับตาไป เด็กหนุ่มก็เดินกลับเข้ามาในร้าน พร้อมเก็บกวาดเศษใบไม้ที่ร่วงบนพื้นลงถังขยะ 

“ปูนจ๋า” เสียงใสทักทายจากหน้าประตู เจ้าของชื่อเงยหน้ายิ้มตอบกลับ “ว้าว วันนี้ได้ลูกค้ารายแรกแล้วเหรอ ดีจริง ตั้งแต่ปูนมาทำงาน ร้านพี่กำไรเยอะมาก” 

“พี่โรสพูดเกินไปแล้วครับ ร้านพี่ดังออกอย่างนี้ ไม่เกี่ยวกับปูนหรอก” แม้ร้านดอกไม้จะไม่ใหญ่มาก แต่เจ้าของอย่างโรสก็เป็นที่รู้จักในวงสังคม หลายครั้งที่มีกลุ่มไฮโซไฮซ้อมาซื้อ ไม่ก็สั่งให้ไปส่ง ดังนั้น ไม่ใช่เพราะเขาหรอกร้านถึงได้กำไร 

“ไม่เกินไปหรอก เพราะปูนทำให้ลูกค้าที่ซื้อไปแล้วกลับมาซื้ออีกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่ใช่เพราะปูน จะเพราะใครล่ะ” โรสยื่นมือดึงแก้มป่องของเด็กหนุ่ม 

“แก้มปูนยานพอดี” เด็กหนุ่มย่นหน้าน้อยๆ เมื่อแก้มเป็นอิสระ 

โรสหัวเราะร่าก่อนเดินไปเก็บของหลังร้าน เธอมาร้านสายเพราะเมื่อคืนต้องคิดงานซุ้มงานแต่งงานของเพื่อน แต่ถึงจะมาสายหรือไม่มา ปูนก็สามารถจัดการได้อยู่แล้ว 

“ปูนจ๋า เดี๋ยวไปซื้อของให้พี่หน่อยนะ เพื่อนพี่จะมาทานมื้อเที่ยงพร้อมคุยงานน่ะ” โรสเดินออกมาพร้อมใบรายการของที่ต้องใช้ “รบกวนด้วยน้า”

“ได้อยู่แล้วครับ แล้วก็ไม่ได้รบกวนอะไรเลย” ปูนรับใบรายการมาดูแล้วยิ้มออกมา

“น่ารักเสมอน้องพี่ นี่ถ้าปูนไม่สวยกว่าพี่นะ พี่จะจีบไปแล้ว” ไม่ชมเปล่า โรสยังดึงแก้มคนหน้างออีกรอบ ตอนขามาก็อยากจะแวะซื้อ แต่ถ้าให้ปูนไป อาจจะได้ของมากขึ้น เพราะเด็กหนุ่มเป็นขวัญใจของตลาดสด มีบางครั้งที่ไปซื้อของเอง ทั้งแม่ค้า พ่อค้าต่างก็พากันถามหา นั่นคือสาเหตุว่าทำไม โรสถึงให้ปูนไป 

ปูนเก็บกวาดร้านจนเสร็จก็หยิบกระเป๋าพร้อมหมวกกันน็อคมาสวม บอกลาเจ้าของร้านก่อนออกรถ ตลาดสดอยู่ไม่ไกลเท่าไหร่ ขี่มอเตอร์ไซค์ไม่ถึงสามสิบนาทีก็ถึง 


ตลาดสดที่ผู้คนมาจับจ่ายซื้อของไม่ขาดสาย ปูนจอดรถไว้ที่ลานด้านหน้าแล้วเดินหาซื้อของตามใบรายการ จากการดูคร่าวๆ เจ้าของร้านคนสวยคงอยากจะทำหมูชุบแป้งทอด ปูนแวะทักทายแทบทุกร้าน และได้ของแถมทุกร้านที่ซื้อ 

“ไม่เห็นตั้งหลายวัน” คุณป้าเจ้าของแผงผักสดทักทายเป็นกันเอง ปูนยิ้มแป้นส่งคืนจนป้าหัวเราะ “อยากได้อะไรละ วันนี้ผักแพงขึ้นนิดหนึ่งนะ แต่สำหรับปูน ป้าคิดราคาคนกันเอง” 

“ขอบคุณครับ” มือสวยยกขึ้นไหว้ 

“หนูไม่สนใจลูกชายป้าจริงๆ เหรอ” ระหว่างเลือกกะหล่ำปลี คำถามที่ได้ยินหลายครั้งก็ถูกถามอีกครั้ง “ป้ายกให้เลยนะถ้าเป็นหนูปูนน่ะ”

“โธ่ คุณป้าละก็ ปูนเป็นผู้ชายนะครับ ลูกชายคุณป้าก็ผู้ชาย” หน้าหวานง้ำงออย่างน่าเอ็นดู 

“ไม่เห็นเป็นไร ป้าดูทีวี มีละครทำเยอะ ป้ารับได้” จากรอยยิ้มที่เห็นคงจะรับได้อย่างที่พูดจริงๆ “เอาๆ คิดได้เมื่อไหร่ก็บอกป้านะ ป้าไม่คิดสินสอด เอ๊ะ หรือป้าต้องให้สินสอดหนู” 

“โธ่ คุณป้า” 

จากแผงผักสดมาเขียงหมู ซึ่งก็ไม่พ้นถูกแซวเรื่องคู่ครองของลูกชายหรือหลานชาย ไม่มีหรอกที่จะขอให้ลูกสาวหรือหลานสาว กว่าจะซื้อของเสร็จก็ปาไปเกือบชั่วโมง ไม่ใช่ของเยอะ แต่เพราะแวะคุยเกือบทุกร้าน ปูนหอบหิ้วถุงของใส่ตะกร้าหน้ารถแล้วขี่กลับ



หน้าร้านมีรถสีเทาราคาแพงจอดอยู่ ปูนย่นคิ้วมองนิดๆ ก่อนขี่มอเตอร์ไซค์เข้าที่โรงจอดด้านข้างของร้าน รถคันนั้นไม่คุ้นตาสักนิด หรือจะเป็นรถของลูกค้า พอคิดแบบนั้นขาเรียวก็รีบเร่งเข้าร้านจากด้านหลัง ข้าวของถูกวางบนโต๊ะไว้ก่อนจะรีบเดินออกมาหน้าร้าน

“โอ๊ะ” พอออกมาด้านหน้าก็ต้องสะดุ้งโหยง เมื่อเห็นโรสกำลังดึงแก้มของผู้ชายตรงหน้าอย่างเมามันส์ แต่พอทั้งคู่เห็นปูนก็รีบผละออกจากกัน “ขอโทษที่มาขัดจังหวะครับ งั้นปูนไปหลังร้าน...”

“ไม่ได้ขัดจังหวะเลย” ขณะกำลังจะหันหลัง ข้อมือขาวก็ถูกดึงไว้ซะก่อน เป็นเจ้าของร้านคนสวยที่ออกแรงดึงให้ปูนไปนั่งเก้าอี้ระหว่างเธอกับผู้ชายที่เคยเจอวันก่อน “จำกรได้ใช่ไหม ที่มาวันนั้นน่ะ” ปูนกระพริบตาปริบๆ มองคนที่พี่โรสว่า ศีรษะทุยพยักหน้าช้าๆ เป็นคำตอบ 

“สวัสดีครับน้องปูน” คำทักทายกับน้ำเสียงทุ้มดูเป็นมิตร ปูนยิ้มแล้วทักทายกลับเช่นกัน “ไปไหนมาครับ พี่มาไม่เห็นเจอ” 

“ไปซื้อของครับ” ปูนตอบพลางหันไปคืนเงินถอนให้โรส แม้จะเหลือแค่บาทเดียว ปูนก็ยังคืนทุกครั้ง 

“ไม่ถามพี่หรือ ว่ามาทำไม” 

คำถามนี้สร้างความแปลกใจให้ปูนพอสมควร นี่เขาต้องถามด้วยหรือ

“พูดมากจริง ไปเถอะปูน ไปทำกับข้าวกัน ปล่อยให้แขกนั่งรออยู่ที่นี่แหละ” โรสเห็นพนักงานตัวเองตีหน้ายุ่งก็รีบขวาง มือนุ่มดึงข้อมือขาวให้ยืน “เดี๋ยวปูนจะทำอาหารให้ชิม จะได้รู้ว่าฉันไม่ได้โม้” 

“พี่จะรอนะครับ” 

ทั้งที่โรสพูดด้วย แต่สายตาของกรพัฒน์กลับมองมาที่ปูนจนหญิงสาวส่งเสียงจิ๊จ๊ะขัดใจ 

ปูนเดินตามโรสเข้ามาในครัวด้านหลัง ทั้งสองช่วยกันทำอาหารมื้อเที่ยง อีกทั้งวันนี้มีเพื่อนของโรสมาด้วย อาหารเลยต้องทำเพิ่มไปอีก โชคดีมื้อนี้เป็นข้าวหน้าหมูทอด เลยไม่จำเป็นต้องทำกับข้าวอื่นๆ อีก ปูนใช้มือหยิบหมูชุบแป้ง ชุบไข่ไก่ ชุบเกร็ดขนมปังแล้วนำลงไปทอด


“ลูกค้ามา” ปูนพูดขึ้นหลังจากได้ยินเสียงกระดิ่งหน้าร้านเตือน 

“เดี๋ยวพี่ไปเอง” มือของปูนเปื้อนแบบนี้คงเสียเวลาล้าง โรสเลยออกไปรับลูกค้าเอง 


ปูนหันกลับมาทอดหมูตามเดิม มือที่เปื้อนทำให้ต้องรีบนำหมูลงกระทะเพื่อจะได้ทอดพร้อมกันทีเดียวก่อนจะต้องไปล้างมือ จังหวะหย่อนหมูชิ้นสุดท้ายลงไป น้ำมันร้อนๆ ก็กระเด็นขึ้นมาถูกแขนขาวเป็นวงกว้าง ร่างผอมสะบัดแขนไปมาด้วยความแสบร้อน   “อย่าทำแบบนั้น” เสียงห้าม ดังมาพร้อมแรงดึงแขนขาวเพื่อไม่ให้เช็ดกับผ้ากันเปื้อน “ต้องล้างน้ำนะรู้ไหม ห้ามเช็ดกับผ้ากันเปื้อน มันสกปรก” คำสั่งกลายๆ ของคนที่ควรจะนั่งด้านนอก กรพัฒน์ดึงปูนไปที่อ่างล้างจาน มือใหญ่เปิดน้ำชะหยดน้ำมันที่เปื้อนเป็นดวงๆ ที่แขนขาวพร้อมลูบเบาๆ “จะพองไหมเนี่ย” 

“ไม่หรอกมั้งครับ” ปูนตอบ ดวงตากลมมองแขนตัวเองถูกมือใหญ่กว่าล้างแขนให้อย่างแปลกใจ ก็ดูตกใจมากกว่าคนโดนน้ำมันกระเด็นซะอีก 

“ทำไมไม่ระวังตัว เกิดน้ำมันกระเด็นใส่เยอะกว่านี้จะทำยังไง เป็นแผลมาไม่คุ้มนะ เพราะมันจะเป็นแผลเป็น” เสียงเข้มดุคนไม่ระวังตัว ตอนเดินมาได้ยินเสียงร้องลั่นก็ตกใจจนต้องรีบวิ่งเข้ามาหา พอเห็นคนตัวขาวสะบัดแขนไปมาก็เริ่มใจเสียกลัวจะเป็นอะไรมาก ยังดีที่โดนน้ำมันกระเด็นใส่แขนไม่เยอะ  

“ขอบคุณครับ” ปูนเอ่ยขอบคุณคนเป็นห่วง กรพัฒน์ปลายตามองปูนนิดๆ ก่อนดึงทิชชู่มาซับแขนเปียก แขนขาวที่จับอยู่นี้ ผิวเนียนละเอียดยิ่งกว่าผู้หญิง ไม่สิ อาจจะเนียนมากกว่านางแบบในสังกัดเขาซะอีก “หมู!” กลิ่นแปลกๆ ลอยมาขัดการจ้องตาของทั้งคู่ ปูนรีบวิ่งไปหน้าเตา คนถูกขัดจังหวะส่งเสียงจิ๊จ๊ะเบาๆ ทั้งที่เมื่อกี้เขาสะกดดวงตากลมโตนั่นได้อยู่หมัดแล้วเชียว

กรยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ดูปูนทอดหมูอย่างตั้งใจ ใบหน้าขาวดูตราตรึงมากกว่าที่คิด จากที่เจอวันแรก ชายหนุ่มถึงกับเก็บไปเพ้อฝัน ขนาดหลับตา ใบหน้ากับกลิ่นหอมอ่อนๆ ยังตามวนเวียนรอบตัว อานุภาพความน่ารักนี้ช่างอันตรายต่อหัวใจเพลย์บอยอย่างเขาซะจริงๆ

“ปูนเรียนจบแล้วหรือ จบอะไรมาล่ะ” เพราะห้องครัวดูเงียบจนเกินไป อีกทั้งก็อยากจะรู้ข้อมูลอีกฝ่ายบ้าง กรเลยออกปากถามก่อน คนทอดหมูหันมาสนใจนิดๆ แล้วก็หันกลับไปสนใจหมูในกระทะต่อ

“ผมเพิ่งเรียนจบครับ” กรย่นคิ้วนิดๆ ไม่ใช่ไม่พอใจคำตอบ แต่บางอย่างมันขัดกับความต้องการ 

“แล้ว...”

“แหม แค่ลูกค้ามาแป๊บเดียว ถึงกับหายเข้ามาอยู่ในนี้นะ” เหมือนกับว่ากรจะพูดอะไรต่อ แต่โรสดันเข้ามาขัดซะก่อน ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาและขอกลับไปรอด้านนอกตามเดิม ทั้งที่กำลังจะได้ข้อมูลมากกว่านี้อยู่แล้วเชียว 

โรสขำเพื่อนหนุ่มที่หัวเหวี่ยงออกไปด้านนอก ที่จริงอยากขัดตั้งแต่คำถามแรก แต่เห็นเพื่อนจ้องไม่วางตาขนาดนั้นเลยยอมให้ถามก่อน 

“ปูนจัดจานเลยนะครับ” เจ้าของร้านแสนสวยมองด้านหลังของเด็กหนุ่มร่างผอม เธอรักปูนเหมือนน้องชายแท้ๆ ด้วยความที่เป็นลูกสาวคนเดียว พอเจอคนน่ารักแบบนี้ก็อยากได้เป็นน้องชาย “พี่โรสออกไปรอด้านนอกก่อนก็ได้ เดี๋ยวปูนยกไปให้”

“จ้า พ่อคนน่ารักของพี่” โรสดึงแก้มป่องส่งท้ายก่อนเดินออกมาจากห้องครัว ดวงตาสวยมองเพื่อนสนิทตั้งแต่มหาวิทยาลัยที่ยังนั่งรอมื้อเที่ยง “หวังว่าปูนคงไม่ถูกฉกไปหรอกนะ” หญิงสาวพึมพำเบาๆ

       โรสเดินออกมาด้านนอก แต่สายตาของกรพัฒน์กลับมองเลยเธอเข้าไปในครัว จนต้องส่งเสียงจิ๊จ๊ะเบาๆ 

“แล้ว...” 

“เดี๋ยวก็ออกมา” โรสว่าอย่างรู้ทัน “เด็กคนนี้ฉันขอได้ไหม” 

“อะไรของเธอโรส ฉันยังไม่ได้อะไรเลยนะ” กรพัฒน์ตอบกลับพร้อมรอยยิ้มมุมปาก 

“ฉันคบกับนายมาตั้งกี่ปีทำไมจะไม่รู้ แค่มองแป๊บเดียวก็เห็นไปถึงไส้ติ่งแล้ว” หญิงสาวทำหน้าตาจริงจัง แต่คนตรงข้ามกลับเอาแต่ขำ “ฉันจริงจังนะกร กับปูนเนี่ย เป็นเด็กดีแล้วก็น่ารัก...”

“ใช่ น่ารักดี” 

“ไอ้กร” 

“เอ๊า ก็พูดจริง” 

โรสกำลังจะอ้าปากต่อว่าเพื่อน แต่คนที่ตกอยู่ในประเด็นสนทนากลับเดินออกมาซะก่อน ปูนยิ้มพร้อมวางจานข้าวหน้าหมูทอดสองจานลงบนโต๊ะ 

“ขอบใจจ้ะ” โรสเอ่ย แต่อีกคนกลับย่นคิ้วไม่ยอมแตะต้องอาหารในจาน “เป็นอะไร” 

“ทำไมมีแค่สองจานล่ะ” กรพัฒน์เอ่ยถาม 

“ก็ของคุณกรกับพี่โรสไงครับ” คนยกจานออกมาถึงกับทำหน้างง

“แล้วของปูนล่ะ” คราวนี้ดวงตาคมจับจ้องหน้าขาว

ปูนย่นคิ้วนิดๆ หลังจากถูกถาม “ผมยังไม่หิวครับ” ยังไม่ทันที่อีกฝ่ายจะถามกลับ ประตูหน้าร้านก็เปิดออกพร้อมลูกค้าของร้าน ปูนเลยถือโอกาสผละไป เด็กหนุ่มถอนหายใจนิดๆ ไม่คิดว่าจะถูกคาดคั้นเรื่องไม่เป็นเรื่อง

ตลอดเวลาในการพูดคุยหรือจัดช่อดอกไม้ หางตากลมจะต้องแอบเหล่มองเพื่อนของเจ้าของร้าน กรพัฒน์ยังไม่ยอมแตะต้องอาหารจานนั้น ทั้งที่โรสละเลียดทานไปเรื่อยๆ และเมื่อลูกค้าเดินออกจากร้านปุ๊บ คนที่นั่งจ้องก็ลุกไปหาทันที มือใหญ่เคาะเคาน์เตอร์เพื่อเรียกความสนใจ 

“ครับ?” ปูนมัวแต่ทำความสะอาด พอเงยหน้ามาก็เจอคนตีหน้ายุ่งยืนจ้องเขาอยู่

“ไปกินข้าวก่อน” เสียงทุ้มบอก นั่นไม่น่าแปลกใจเท่ากับดวงตาที่จ้องดุอย่างกับปูนกำลังทำความผิด   “ผมยังไม่หิวเลยครับ” ปูนตอบพร้อมรอยยิ้มบางๆ แต่ไม่ทำให้คนอีกฝั่งเข้าใจ 

“ไม่หิวก็ต้องกิน นี่จะเที่ยงอยู่แล้ว” กรพัฒน์ชี้นาฬิกาข้อมือตัวเองบอก “ไปกินข้าว”

“แต่ผมยังไม่หิวจริงๆ นะครับ” เสียงใสยืนยันหนักแน่น แต่ดูท่าจะไม่เข้าหู เพราะข้อมือขาวถูกดึงให้เดินตาม ปูนย่นคิ้วมองแผ่นหลังคนที่ฉุดตัวเองออกมาจากเคาน์เตอร์ “คุณกร”

“นั่ง” คำสั่งกลายๆ กับดวงตาดุ ปูนได้แต่เม้มริมฝีปากก่อนนั่งลง กรพัฒน์นั่งเก้าอี้ตัวเอง มือใหญ่เลื่อนจานข้าวหน้าหมูทอดตัวเองมาด้านหน้าของปูน “กินข้าว” 

“เดี๋ยวผมไปเอา...”

“กินกับพี่นี่แหละ” 

ไม่รอให้จบประโยค กรพัฒน์รีบพูดแทรกขึ้นมา ปูนหันหน้าไปมองโรสหวังจะให้ช่วย แต่หญิงสาวกลับยิ้มบางๆ พยักหน้า ก่อนก้มหน้ากินข้าวของตัวเองต่อ ปูนเลยได้แต่ทำหน้ามุ่ย 

“คือผม...”

“อย่าดื้อ” เสียงเรียบๆ แต่ดวงตากำลังข่มขู่ กรพัฒน์ตักข้าวพอดีคำยื่นมาจ่อปากแดงที่เจ้าตัวขบเม้มริมฝีปากแน่น “อ้ำๆ”   ปูนช้อนตามองค้อนแวบหนึ่งเมื่อถูกทำเหมือนเด็กเล็ก 

แต่เมื่อไม่มีใครช่วยได้ ปากบางเลยต้องอ้ารับข้าวจากช้อน อันที่จริงปูนเป็นคนกินข้าวตรงเวลาทุกครั้ง แต่เพราะวันนี้โรสพาเพื่อนมา ปูนเลยเผื่อเวลาของตัวเองไว้ ไม่คิดว่าจะต้องมานั่งทานข้าว แถมยังเป็นจานของคนอื่นที่ไม่สนิทด้วยการถูกป้อนอีกต่างหาก 

ปูนกินข้าวสลับกับกรพัฒน์ทีละคำ มันดูแปลกจนแทบไม่อยากเคี้ยวข้าว แต่ไม่เคี้ยวก็จะถูกดุ คนอะไรไม่รู้ ดุทั้งคำพูดและสายตา คนถูกบังคับได้แต่ค่อนขอดในใจ

“พี่ไปล้างจานแป๊บนะ” ปูนอมข้าวทั้งสองแก้มหันไปมองตาโต โรสลุกจากโต๊ะเข้าไปด้านหลัง ปูนได้แต่มองตามเพราะไปไหนไม่ได้เมื่อถูกบังคับให้กินข้าวให้หมดจาน 

“ทำไมอมข้าวเหมือนเด็กแบบนั้นล่ะ” เสียงอีกด้านทำให้ต้องหันกลับมา กรพัฒน์ยื่นมือเช็ดมุมปากแดงที่มีเม็ดข้าวติดอยู่ นั่นไม่น่าตกใจเท่าเจ้าของมือเอาข้าวเม็ดนั้นเข้าปาก 

“ผม...อิ่มแล้ว” ตกใจจนหาเสียงตัวเองแทบไม่เจอ หลายครั้งที่ถูกจีบจากเพศเดียวกัน แต่คนๆ นี้กลับจู่โจมไวซะจนตั้งตัวไม่ทัน 

“ว่าจะพูดตั้งแต่ในครัวแล้ว” กรพัฒน์วางช้อนลง ชายหนุ่มเอนหลังพิงพนัก ยกแขนสองข้างกอดอก ดวงตาคมจ้องกดดันจนคนถูกมองต้องย่นคิ้ว “ทำไมปูนถึงทำตัวสองมาตรฐานแบบนี้ล่ะ” 

“ครับ?” คนถูกว่าถึงกับมึนงงกับสิ่งที่ได้ยิน “สองมาตรฐานคืออะไร?” 

“ก็ปูนแทนตัวเองกับโรสด้วยชื่อ แต่กับพี่แทนด้วยผม เนี่ย มันสองมาตรฐานเห็นๆ” ใบหน้าหล่อเข้มง้ำงอเหมือนเด็กน้อย ปูนกระพริบตาปริบๆ ไม่นานก็เผยรอยยิ้มกว้าง ก่อนจะเริ่มมีเสียงหัวเราะ “ปูน พี่ไม่ตลกนะ”

“ก็มันขำ” พูดไปก็ขำไป คนตัวโตแถมดูดุ ไหงคิดเล็กคิดน้อย แถมทำหน้าเหมือนเด็กงอแง

“ปูน” กรพัฒน์เรียกชื่อคนข้างๆ เสียงอ่อน “พี่จริงจังนะครับ”

“แต่เราไม่ได้สนิท...”

“ตอนนี้ไม่ อีกเดี๋ยวก็สนิท” คนอยากสนิทยิ้มพราย “พี่โรสของปูนต้องไปถ่ายแบบให้พี่ แล้วปูนก็ต้องไปช่วยด้วย” 

“งานถ่ายแบบเหรอครับ” เสียงใสถามย้อนกลับ

“ใช่ครับ” 

“แล้วปูนต้องไปด้วยเหรอ” เด็กหนุ่มชี้เข้าหาตัวเองอย่างงงๆ ก็พี่โรสถ่ายแบบ มันเกี่ยวอะไรกับที่เขาต้องไปด้วย กรพัฒน์พยักหน้าช้าๆ “ไปทำไม” ว่าแล้วก็มองหาคนที่เข้าไปด้านหลังที่ยังไม่ยอมออกมาสักที

“งานมันต้องใช้ดอกไม้ แล้วโรสขอให้ปูนไปด้วย นี่พี่ไม่ได้บอกโรสให้พาปูนไปช่วยนะ” น้ำเสียงสองเสียงช่างน่าเชื่อซะจริงๆ เด็กหนุ่มขำเบาๆ พยักหน้าพยายามเชื่อ 

“ถ้าพี่โรสว่าไง ปูนก็ว่าแบบนั้นแหละครับ” 

“ดีจริง แล้วปูน...”

“เสียงคุยดังจนไปถึงหลังร้านเชียวนะ” เสียงแหลมแทรกมาก่อนกรพัฒน์จะพูดจบ ชายหนุ่มส่งเสียงจิ๊จ๊ะที่ถูกขัด

“พี่โรสจะให้ปูนไปด้วยเหรอครับ” พอคนที่อยากถามออกมา เสียงใสก็เอ่ยถาม หญิงสาวพยักหน้าลงช้าๆ “เมื่อไหร่เหรอครับ”

“วันศุกร์ต้องไปเตรียมของก่อนใช่ไหม” โรสไม่ตอบคำถาม แต่เปลี่ยนไปถามเจ้าของงานแทน พอได้คำยืนยันจากการพยักหน้า หญิงสาวก็ยักไหล่ “ตามนั้นแหละ” 

“เดี๋ยวจะบอกเวลาอีกที แต่คงเย็นๆ เพราะห้องนั้นต้องเคลียร์งานช่วงเช้า” กรพัฒน์ว่า “ปูนมีไลน์ไหม พี่จะได้บอกเวลากับรายละเอียดให้” มือใหญ่รีบหยิบโทรศัพท์เครื่องแพงออกมารอไว้ ปูนหันไปมองเจ้าของร้านคนสวย เมื่อพี่โรสของเขาพยักหน้า ปูนเลยรับมากดหาชื่อตัวเอง ก่อนส่งกลับคืน “เดี๋ยวพี่ส่งไปให้นะ” 

“ครับ” 

ผายใต้ใบหน้านิ่งเฉยแต่ผายในเหมือนอย่างลิงโลด กรพัฒน์พยายามข่มตัวเองให้ทำตัวเป็นปกติ มือตักข้าวหน้าหมูทอดมากิน ริมฝีปากพยายามจะห้ามรอยยิ้มตัวเองอยู่ตลอด ซึ่งท่าทางแบบนั้น ไม่พ้นสายตาของเพื่อนสนิทของโรส หญิงสาวส่ายหน้าช้าๆ อย่างรู้ทัน ก็ในเมื่อเธอเป็นนางแบบก็ต้องรู้ข้อมูลเหมือนกัน แต่เพื่อนสนิทกลับจงใจจะบอกเอง  


นี่เธอกำลังพาลูกกวางไปให้พ่อเสือขย้ำหรือเปล่า แค่คิดไมเกรนก็พาลจะขึ้น 


...TBC


พี่ปูนเวอร์ชั่นใสๆ ค่า ฮ่าๆๆ 

ขอโทษที่มาช้าค่ะ ยอมรับผิดเลย พอดีต้องทำธุระเลยไม่สะดวกจริงๆ (โค้ง) ต้องขอโทษที่หายไปนานนะคะ 

ตอนนี้ธุระเรียบร้อยแล้ว พร้อมแล้วค่า มาพร้อมการรุกหนักจากพ่อเสือร้าย 

แล้วพบกันตอนหน้าค่าา

ความคิดเห็น