ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เลือดพล่าน ll < บทที่8 > 100%

ชื่อตอน : เลือดพล่าน ll < บทที่8 > 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 13.5k

ความคิดเห็น : 31

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ธ.ค. 2561 20:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เลือดพล่าน ll < บทที่8 > 100%
แบบอักษร

8


ก๊อกๆ

ก๊อกๆๆ

ก๊อกๆๆๆๆ

“ไอ้เค! เปิดประตูหน่อยเว้ย”

ก๊อกๆๆๆ

“เค!”

ปังๆๆๆๆ

“ไอ้เค! ตายหรือยัง เปิดประตูหน่อยเว้ยยย”

หนวกหู...เสียงทุบประตูเอะอะโวยวายอะไรนักหนาคนจะหลับจะนอน ผมย่นหน้า ค่อยๆลืมตาขึ้นมาช้าๆและพบว่าตัวเองยังนอนอยู่บนพื้นที่เดิมแบบเมื่อคืนเลย

พอได้สติ ขาผมก็ปวดหนึบขึ้นมาทันทีเลย ว้อยยยย!!

ปังๆๆๆ

“เค!”

“รู้แล้วๆ!” ผมตะโกนตอบกลับไปแล้วลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบาก เสียงพวกพี่ๆทุบประตูเร่งกดดันมาไม่หยุด แต่คือขามันล้าครับ ก้าวทีสั่นแทบล้มพับอยู่แล้วเนี่ย

แกร่กๆ

“มีไรพี่” ผมถามเสียงงัวเงีย เกาหัวฟูๆของตัวเองแล้วเดินกลับไปที่เตียง ปวดหลังชะมัดเลยนอนพื้นเนี่ย

พวกพี่ๆไม่มีใครพูดอะไร พอผมทิ้งตัวลงนอนบนเตียงได้ก็คว้าหมอนข้างกับผ้าห่มมากอดแล้วหันไปมองพวกพี่ๆเขาอย่างสงสัย

“เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น” พี่ใหญ่ถามเสียงเครียด

“เมื่อคืน?” อ้อ…

“ช่างมันเถอะ” ผมไม่อยากนึกถึงเรื่องเมื่อวานแล้ว ตอนนี้ง่วง อยากนอนต่อ ล้าไปทั้งตัวแล้วเนี่ย

“แกโวยวายใส่บอสเลยนะเว้ย ผลักบอสแถมยังบอกว่าไม่ให้ยุ่งกับแกอีก” พี่โซ่พูดเสียงดัง ทำให้ผมนึกขึ้นได้ เออว่ะ! เมื่อวานผมฟิวขาดไปหน่อย สติสตังเลยไม่ค่อยมี ซวยแล้วงานนี้ ผลักมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลแถมยังขึ้นเสียงใส่อีก บอสไม่ส่งคนมาฆ่าผมเลยเหรอ

เห็นผมทำหน้ายุ่งยากใจ พวกพี่ๆเลยมานั่งล้อมเตียงผมไว้ อย่างกับจะไว้อาลัยให้

“บอสเครียดมาก” พี่ใหญ่บอกน้ำเสียงเคร่งเครียดไม่แพ้กัน

“เมื่อวานตอนแกกลับเข้าห้อง บอสเงียบมากเลย ตลอดทางไม่พูดอะไรกับใครทั้งนั้น ถึงที่พักก็ไล่คนอื่นออกไปหมด”

“บรรยากาศโคตรกดดัน ฉันอยู่ข้างๆแทบจะไม่กล้าหายใจดัง” พี่โซ่เสริมขึ้น

“อืม” แต่เขาเครียดก็ไม่เกี่ยวอะไรกับผมนี่

“แค่เนี้ย! อืมอย่างเดียวเนี่ยนะ” พี่โซ่มองผมตาโต

“จะให้พูดอะไรอีกล่ะ” ผมพูดเซ็งๆ เชยตามองพวกเขาอย่างขอความเห็นใจ “บอสทิ้งผมอ่ะพี่ ตอนเดินกลับบ้านก็โดนโจรปล้นจนหมดตัว แถมยังเจอ…”

ผมเว้นช่วงไว้เมื่อนึกถึงเรื่องเมื่อคืนที่เจอไบรอัน

“พี่” ครั้งนี้ผมลุกขึ้นนั่งอย่างจริงจัง มองหน้าพี่ๆทุกคนอย่างเคร่งเครียด “เมื่อวานนี้ผมโดนพวกไบรอันดักเล่นงาน พวกมันอยากได้ตัวผม ผมไม่รู้ว่าทำไมแต่มันบอกว่าผมเป็นเด็กเฉิน”

อยู่ๆพวกพี่ๆก็หน้าซีดลงถนัดตา ผมไม่ได้สนใจแล้วพูดต่อ

“แล้วไอ้เฉินนี่มันใครวะพี่ ผมไม่เห็นรู้จักมันเลยผมจะไปเป็นเด็กมันได้ยังไง”

“อะ ไอ้เค” พี่ซิ่วเรียกชื่อผมพยายามสกิดแขนผมเบาๆ

“ซวยแล้วแก” พี่โซ่กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

“ก็ซวยน่ะสิ ไม่งั้นผมจะหงุดหงิดฟิวขาดแบบนั้นเหรอ พวกพี่รู้ไหม ถ้าเมื่อวานบอสไม่ทิ้งผม ผมก็ไม่ต้องเจอโจร ไม่ต้องเดินกลับบ้านมาเป็นสิบๆกิโล ไม่ต้องเจอพวกไบรอัน เรื่องบ้าๆพวกนี้คงไม่เกิดขึ้นถ้าไม่ใช่เพราะบอสบังคับผมไปเดตแล้วทิ้งไว้กลางทาง” ผมใส่ไปชุดใหญ่ ยอมรับว่าความโกรธลดลงมากแล้วแต่ผมก็ยังไม่พอใจอยู่ดี ถึงบอสจะเป็นผู้ชายที่ตรงสเป็กผมแค่ไหน หรือต่อให้มีเสน่ห์ดึงดูดเท่าไหร่แต่ผมไม่โอเคแล้ว ไม่มากๆด้วย

“ไม่ใช่เว้ยเค พี่พวกฉันบอกว่าซวย หมายถึงไบรอันมันรู้แล้วว่าแกเป็นเด็กบอส!” พี่นัทไขความกระจ่างให้ผม

“รู้ว่าผมเป็นเด็กบอสอะระ…” เดี๋ยวนะ “บอสชื่อเฉินเหรอ”

ผมเบิกตากว้าง ดูจากสีหน้าเคร่งเครียดของพี่ๆแล้วเห็นทีจะใช่ บ้าเอ๊ยยย!! แบบนี้ซวยหนักแน่ๆ ไบรอันกับบอสเป็นศัตรูตัวฉกาจกัน ถ้าไบรอันคิดว่าผมเป็นเด็กบอส มันจ้องเล่นงานผมแบบกัดไม่ปล่อยแน่

“ต้องบอกบอสเรื่องนี้” พี่ใหญ่ตัดสินใจแน่วแน่แล้วลุกขึ้นยืน เขาทำท่าจะไปบอกบอสเดี๋ยวนี้ พวกพี่ๆคนอื่นๆเลยลุกตามแล้วทำท่าจะออกจากห้องไป

“เดี๋ยวพี่!” ไม่ได้ ให้เขาบอกบอสไม่ได้ ผมรีบลุกขึ้นวิ่งไปคว้าพี่ใหญ่ไว้ แต่เพราะขายังล้าอยู่ เพียงก้าวไปไม่กี่ก้าวขาก็อ่อนยวบลงฟุบลงกับพื้นทันที

ตุบ!

“ไอ้เค!” เสียงร้องลั่นของพวกพี่ดังขึ้นอย่างตกใจ

“อึก!” ผมค่อยๆใช้แขนยันตัวเองขึ้นโดนมีพวกพี่ๆช่วย ขาบ้าเอ๊ย! จะมาเป็นอะไรตอนนี้

“เป็นอะไรของแกวะ เห็นเดินแปลกๆตั้งแต่เมื่อวานแล้ว” พี่ซิ่วที่หิ้วปีกซ้ายผมถามขึ้น

“ก็เดินกลับบ้านมาทั้งวันนี่แหละ แถมยังต้องวิ่งหนีพวกบ้านั่นตาตั้งอีก ปวดขาไปหมดแล้วเนี่ย” ผมบ่นหน่อยๆตอนถูกพยุงมานั่งปลายเตียง “พี่อย่าบอกบอสเรื่องนี้นะ ไม่งั้นเขาเอาคนมาเฝ้าผม 24 ชั่วโมงแน่ ถ้าอยากช่วยผมจริงๆ บอกเขาเลิกยุ่งกับผมดีกว่…”

“จะบ้าเรอะ!” พี่โซ่ร้องขัดขึ้นทันที “ใครมันจะไปใจกล้าล้าบิ่นแบบแก ขืนใครไปบอกบอสไม่ให้ยุ่งกับแกได้โดนยิงกะบาลจนหมดแม็กแน่ เห็นๆอยู่ว่าบอสชอบแกมาก ขนาดโดนไล่เมื่อวานยังยอมกลับไปเงียบๆเลย ถ้าเป็นคนอื่นป่านนี้โดนระเบิดสมองไปแล้ว”

“บอกบอสเรื่องนี้เค เราจัดการกันเองไม่ได้ ไบรอันไม่ใช่คนที่แกคิดจะหนีก็หนีได้ง่ายๆ ถ้ามันมั่นใจขนาดส่งคนมาจับแกก็แปลว่ามันหมายหัวแกไว้เรียบร้อยแล้ว” พี่ใหญ่อธิบายเครียดๆ

“ได้ยินกิติศัพท์เรื่องความโหดร้ายรุนแรงของไบรอันไหม ถ้าแกยังอยากรอด หนีไปพึ่งบอสซะ” ตามด้วยพี่โซ่จอมขู่ขวัญเจ้าเก่า

ไซโคกันดีเหลือเกินพวกพี่ๆเนี่ย ผมจะไปพึ่งเขาได้ยังไง เมื่อวานผมเพิ่งไล่เขาแล้วบอกว่าไม่ต้องมายุ่งกับผมอีก และที่สำคัญ ผมไม่อยากเข้าใกล้บอสไปมากกว่านี้แล้ว เรื่องเมื่อวานทำให้ผมรู้ว่าตัวเองใจง่ายให้บอสแค่ไหน และบอสไม่เห็นความสำคัญของผมแค่ไหน ถ้าขืนผมต้องอยู่ใกล้บอสนานกว่านี้ คนที่จะตกหลุมรักเขาจนถอนตัวไม่ขึ้นคือผม และคนที่เจ็บเมื่อโดนเขี่ยทิ้งก็คือผมอีกนั่นแหละ

“ผมจะกลับต่างจังหวัด ถ้าอยู่เงียบๆพวกนั้นคงเลิกยุ่งกับผมเอง”

“ร้านแกเพิ่งสร้างเสร็จ ไหนบอกไม่มีเงิน” ไอ้พี่โซ่

“ขอหน่อย” ผมแบมือไปตรงหน้า

“ฝัน!!”

“ช่วยน้องนุ่งหน่อยก็ไม่ได้!”

“หนีไม่ช่วยแกปัญหานะเค” พี่นัทบอก แล้วยังไง นี่ผมต้องไปขอร้องบอสให้ช่วยผมจริงๆเหรอ ไม่เอาอ่ะ ผมไม่อยากทำ เห็นแบบนี้ผมก็มีศักดิ์ศรี ผมจะหาทางของผมเอง!

เมื่อพวกพี่ๆเห็นว่ากล่อมผมเท่าไหร่ผมก็ไม่ยอมไปหาบอสทั้งหมดก็เลยยอมแพ้และกลับไปทำงาน ปล่อยให้ผมได้นอนต่ออย่างสงบเงียบตั้ง...ห้านาที!

ก๊อกๆๆ

ใครมาอีกกกก

ก๊อกๆๆ

หงุดหงิดแล้วนะ


40%


ก๊อกๆๆ

หงุดหงิดแล้วนะ ผมลุกขึ้นอย่างรำคาญแล้วค่อยๆเดินไปที่ประตู คนปวดขาเข้าใจไหมว่าไม่อยากเดิน!

ลูกบิดประตูถูกหมุนและกระชากออกแรงๆตามอารมณ์คนเปิด แต่พอเห็นหน้าคนเคาะปุ๊บ อารมณ์ง่วงก็ถูกเป่าหายปั๊บ ผมเหวี่ยงประตูปิดใส่หน้าคนมาดังปังแล้วล็อกไว้ไม่ให้เข้า

ก๊อกๆๆ

“เค เปิดประตู” น้ำเสียงนุ่มทุ้มดังขึ้นจากด้านนอก ไม่เปิด! ไม่ให้เข้าเฟ้ยย!!

“เค” เขาเร่งมาอีก อย่าคิดว่าจะเป็นเสียงอ่อนเสียงหวานออดอ้อนง้องอนอะไรนะ ก็น้ำเสียงราบเรียบปกตินั่นแหละ

ผมไม่สน ไม่ฟัง ไม่อะไรทั้งนั้นแล้วเดินกลับไปที่เตียงนอนต่อ ยกหมอนขึ้นมาปิดหูไม่ฟังเสียงเคาะ ทนได้ทนไป ยังไงผมก็ไม่เปิด

เสียงเคาะเงียบไปแล้ว ผมนิ่งฟังอยู่พักหนึ่งก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินห่างออกไป

กลับไปแล้วสินะ ค่อยยังชั่ว

แกร่กๆ

เฮ้ย…

แอดด

ชิบหาย!

“บอส!” ผมเด้งตัวลุกขึ้นนั่งทันทีที่รับรู้ได้ว่ามีคนเปิดประตูเข้ามาในห้อง

“เรียกทำไมไม่เปิด” เจ้าของไหล่กว้างเดินเข้ามาในห้องนอนผมพร้อมกับกุญแจพวกใหญ่ที่เป็นกุญแจสำรองของเจ้าของหอ

“บอสเข้ามาทำไม”

เขาไม่ตอบผม มองสำรวจรอบๆห้องอย่างพิจารณาก่อนจะเบนสายตามาที่ผมอีกครั้ง

“ฉันไปคิดเรื่องที่นายพูดเมื่อวาน” เขาว่า ขาทั้งสองก้าวเข้ามาหาผมที่ปลายเตียง “ฉันคงทำให้นายไม่ได้”

“..!!”

“ฉันสนใจนายมาตั้งนาน เพิ่งได้คุยกันแค่สองสามครั้งแล้วเลิกฉันทำไม่ได้” สนใจผม...มาตั้งนานเนี่ยนะ เอาจริงดิ

“เมื่อวานนายคงโกรธที่ฉันทิ้งนายกลางคัน แต่ฉันรับรองว่ามันจะไม่มีอีก เรื่องเมื่อวานสำคัญมากจริงๆไม่งั้นฉันไม่มีทางทำแบบนั้นกับนาย...เค” บอสเชยคางผมขึ้นมองตา

ตึกตัก ตึกตัก

หัวใจผมเต้นแรงมากเมื่อถูกจ้องด้วยสายตาจริงจัง

“ยะ อย่ามองผมแบบนั้นได้ไหม…” ผมเบนหน้าหนี ไม่กล้าสบตาเขา

“ฉันไม่รู้ว่าเมื่อวานนายเป็นอะไร แต่ถ้านายต้องการให้ฉันขอโทษฉันก็จะทำ”

“บอส!” มาเฟียอย่างเขา ควรแล้วเหรอที่ต้องมาก้มหัวให้คนตัวเล็กๆอย่างผม “มะ ไม่ต้องหรอก ผมไม่ได้…”

“ขอโทษนะ…” สิ้นเสียงริมฝีปากอุ่นก็ประกบลงบนเรียวปากของผมทันที

ผมตัวแข็งค้าง เบิกตากว้างอย่างช็อก เพราะคาดไม่ถึง บอสประกบจูบแผ่วเบาดุจปุยนุ่นอันอ่อนโยน ขบเม้มริมฝีปากล่างผมเบาๆก่อนจะค่อยๆถอนปากออกอย่างอ้อยอิ่ง

“หายกัน”

หัวใจ!...ผมตะบบหน้าอกตัวเองอย่างแรง กลัวว่าหัวใจจะเต้นแรงจนกระดอนออกมาข้างนอกเสียก่อน ใบหน้าเห่อร้อนเหมือนจะมีลมออกจากหูได้ แถมสมองผมขาวโล่งจนคิดอะไรไม่ออกเลย

“เมื่อเช้ายังไม่ได้อาบน้ำแปรงฟันสินะ”

“บอส!” บอสบ้า หมดกันความเขินเมื่อกี้

“หึๆๆ” ยังจะมีหน้ามาหัวเราะ ผมเสียเปรียบชัดๆ นี่ผมโกรธเขาอยู่นะ ทำไมเหมือนเขาได้กำไรเลยอ่ะ

บอสยืนยิ้มมองผมอยู่ใกล้ๆ ดูเขาจะขำกับท่าทางไปไม่เป็นของผมมาก

“หายโกรธแล้วนะ”

“...” ไม่หายเฟ้ยยย ผมไม่ตอบ ก้มหน้างุดพยายามไม่มองตาเขาให้ตัวเองง่ายอีก

“เงียบแปลว่าไม่หาย อีกสักรอบละกัน”

“บอส! หายแล้วๆ หายโกรธแล้ว” ผมรีบยกมือห้ามเป็นพัลวัน ถ้าถูกจูบอีกรอบจริงๆเช้านี้ผมไปสวรรค์แน่

“ไปอาบน้ำเถอะ แล้วไปกินข้าวกัน ฉันอยากฟังว่าเมื่อวานนายไปเจออะไรมาถึงได้หัวเสียขนาดนั้น”

“เอ่อ…” ผมควรเล่าไหม

“ไปสิ หรือจะให้อาบให้ ก็ดีนะ”

“ไปแล้วครับ!” ไม่ไหว อันตรายเหลือเกินผู้ชายคนนี้ ผมรีบสะบัดผ้าห่มออกจากตัวแล้วลุกพรวดลงจากเตียง ทันทีที่ขาก้าวถึงพื้น มันก็อ่อนยวบไร้เรี่ยวแรงจนหัวทิ่มเหมือนตอนพวกพี่บอดี้การ์ดอยู่เลย

หมับ!

“ค่อยๆ” บอสรับผมไว้ มือข้างหนึ่งเขาคว้ารอบเอวผมอีกข้างจับไหล่ผมไว้ ผมยกมือขึ้นจับต้นแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของบอส ค่อยๆพยุงตัวลุกขึ้นยืน ดูเหมือนกล้ามเนื้อจะฉีกขาดมันเจ็บแปลบๆทุกครั้งที่ออกเดิน

บอสจ้องหน้าผม ท่าทางใช้ความคิดก่อนจะทำสิ่งที่ผมไม่คาดคิด

“เฮ้ย! บอส!” บอสอุ้มผม! ผมใช้มือดันเขาออกและพยายามดิ้นเพื่อให้เขาปล่อยผมลง น้ำหนักผมก็ไม่ใช่น้อยๆ ช่วยอย่าอุ้มแล้วเดินด้วยท่าทางสบายๆแบบนั้นได้ไหม

“อยู่นิ่งๆสิ เดี๋ยวก็ร่วงหรอก”

“บอสปล่อย!”

“บอกให้นิ่งไง ดิ้นแบบนี้อุ้มไม่ถนัด”

“ก็ปล่อยผมลงสิ!”

“หัวแข็งแบบนี้ไงฉันถึงได้ติดใจนาย” ผมกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ให้ผมครั้งหนึ่งเล่นเอาผมชะงักนิ่ง เขาใช้เท้าถีบประตูห้องน้ำเข้าไปแล้ววางผมลงกับชักโครกที่ปิดฝาไว้เรียบร้อย

“บอสจะทำไรเนี่ย!” ผมปัดมือบอสออกแล้วมองเขาอย่างไม่ไว้ใจเมื่อเขาทำท่าจะเข้ามาปลดกระดุมเสื้อผม

“อาบน้ำให้ อย่าดื้อ”

“ไม่ต้อง! ผมทำเองได้”

“ยืนยังไม่ไหวเลย”

“ไหว”

“เถียง?”

“ไหวจริงๆ”

“เถียงอีกจูบนะ”

“นี่กลายเป็นคนหื่นตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย!”

“ตั้งแต่เจอเคนั่นแหละ”

“...” กินจุดไปสิครับ นี่เหรอมาเฟีย รังสีน่ากลัวเขาหายไปไหนหมด เหลือแต่รังสีความหื่นเนี่ย ลวนลามผมเหลือเกิน

“ผมอาบเองได้จริงๆ” ผมบอกเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนลง ยอมรับเลยว่ารู้สึกเขินกับคำตอบของบอสเมื่อกี้มาก

“งั้นอาบไป ฉันจะยืนดู”

“ฮะ!”

“เผื่อนายล้มฉันจะได้ช่วยทัน”

“บอส!”

“อีกหน่อยนายก็เป็นของฉันแล้ว ยังไงก็ต้องเห็นอยู่ดี” โอ้โห มั่นใจมาก

“ไม่มีทาง!” ผมหันหน้าหนีเขา อีกหน่อยผมก็เป็นของเขาเหรอ...แค่คิดภาพก็...ฮืออออ กลัวววว

“บอสถามจริง ทำไมเป็นผมอ่ะ”

“หืม?”

“แบบ...คนอื่นก็มีเยอะแยะทำไมถึงสนใจผม”

“ต้องมีเหตุผลด้วยเหรอ” เอ๊า! ได้เหรอ

“ต้องมีสิ ผมก็ไม่ได้มีดีอะไรให้บอสมาสนใจเลยนะ”

“เค…” บอสเดินเข้มาประชิดผมอีกครั้ง เขานั่งยองๆลงตรงหน้าผมที่นั่งอยู่บนชักโครก มือหนาคว้าหยิบมือผมไปกุมไว้แล้วจ้องผมด้วยแววตาจริงจัง

“ฉันแค่ชอบนาย มันเป็นความรู้สึกที่ไม่ต้องมีเหตุผล ฉันเห็นนายตั้งแต่เมื่อสามปีก่อน นายสะดุดตาฉัน ทุกครั้งที่ฉันฟังรายงานเรื่องน้องฉัน สิ่งที่ดึงดูดความสนใจฉันมากที่สุดคือเรื่องของนาย ฉันอาจจะไม่ได้มาสัมผัสเอง แต่ฉันรู้ฉันเห็น นายเป็นคนเรียบร้อย แต่ก็แอบหัวดื้อ เป็นคนที่มีความมุ่งมั่นถ้าอยากทำอะไรนายก็จะทำมันให้สำเร็จ แต่ถึงอย่างนั้นสิ่งที่ฉันชอบมากที่สุดคือความอ่อนโยนของนาย”

ผมไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะถูกสารภาพความรู้สึกตรงๆแบบนี้ สายตาบอสที่มองผมมันลึกล้ำราวกับเขาอยากจะพูดอย่างนี้มานานแล้ว

บอสสนใจผมตั้งแต่ผมเข้ามาทำงานใหม่ๆ ซึ่งผมไม่เคยรู้มาก่อนเลยจนกระทั่งวันนี้

“นายมีน้ำใจ ชอบช่วยเหลือคนอื่น แถมยังรักพี่รักน้องอีก ในสังคมของคนอย่างพวกเรา มันหายากนะคนที่จริงใจใสซื่อแบบนาย”

“เค” บอสบีบมือผมกระชับเข้า

“คะ ครับ”

“มาเป็นคนของฉันนะ”

ทุกสรรสิ่งเงียบงันจนผมได้ยินแต่เสียงหัวใจตัวเองเต้น ทั้งชีวิตนี้ผมไม่เคยถูกสารภาพรักมาก่อน การที่เขามาพูดแบบนี้กับผมทำให้ผมทำตัวไม่ถูก และไปต่อไม่เป็น

“บอสกำลังขอผมเป็นแฟน…”

แต่ยอมรับ...ผมเขินมาก

“ใช่”

“คือผม…” บอสก็ดี ดีทุกอย่าง เขาอบอุ่น เอาใจใส่ แต่สิ่งหนึ่งที่ฉุดรั้งผมไว้คือความกลัว

“ยังไม่ต้องให้คำตอบตอนนี้ก็ได้ ฉันให้เวลานายคิด”

บอสเป็นมาเฟีย มาเฟียอย่างเขาไม่ควรมีคนรัก ไม่ควรมีหัวใจ การที่เขามาชอบผมแล้วสร้างข้อผูกมัดให้ตัวเองแบบนี้คือการสร้างจุดอ่อนให้ตัวเอง

มันเป็นอันตรายต่อทั้งตัวเขาแล้วก็ผม

“หมดเวลาคิดแล้ว”

“What!?” เอาจริงเหรอ!

“ตอบมา”

“ฮะ…” ผมคิดว่าเขาจะให้เวลาผมแบบหนึ่งอาทิตย์ สามวัน หนึ่งวัน ไรงี้ นี่คือ...สองนาที?  

“ว่าไง ตกลงไหม”

“บอสใจเย็น” เอาไงดีวะ

“สาม สอง หนึ่ง...หมดเวลา สรุปว่านายเป็นแฟนฉันแล้ว”

ช้าก่อนนนน!!!

“บอส!”

“ว่าไงที่รัก”

“อย่าเล่นอย่างนี้” จะร้องไห้แล้วนะ นี่มันมัดมือชกชัดๆ

“ใครว่าเล่น ฉันจริงจัง ต่อไปนายคือนายหญิงของแก็งค์เรา ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ห้ามแตะต้องนายเด็ดขาด ตามนี้นะ”

ม่ายยยยยย ว่าแต่...ทำไมผมต้องเป็นนายหญิงด้วยล่าาาาา


.............................................................................................................................


ความคิดเห็น