นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายหื่นฮา เป็นแนวใหม่ที่ไม่เคยเขียนเหมือนกัน หวังว่าคนอ่านคงจะชอบนะคะ อัพไม่เป็นเวลาค่ะ สุดแต่ว่าจะว่างตอนไหนและปั่นทันรึเปล่า แรกๆ คงอัพได้ทุกวัน แต่หลังจากหมดสต็อกแล้วอาจต้องรอกันบ้างนะคะ อย่าด่ากันล่ะถ้าอัพช้าหรือหยุดอัพไปบ้าง ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่า ^ ^

รสชาติใหม่ (ปลาย) โอ๊ย เผือกเอ๊ยเผือก เผือกไม่เข็ดเลยชิมิคะ

ชื่อตอน : รสชาติใหม่ (ปลาย) โอ๊ย เผือกเอ๊ยเผือก เผือกไม่เข็ดเลยชิมิคะ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 104.7k

ความคิดเห็น : 30

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ก.ค. 2560 23:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รสชาติใหม่ (ปลาย) โอ๊ย เผือกเอ๊ยเผือก เผือกไม่เข็ดเลยชิมิคะ
แบบอักษร

สัตตบงกชต้องยึดข้อมือเขาเอาไว้แทบไม่ทันก่อนบ่น "เดาผิดแล้ว!”

“พี่ไม่ได้เดา พี่รู้ได้จากประสบการณ์”

คำพูดที่ผิดหูไปนิดทำให้สัตตบงกชเสียงเขียวพร้อมหยิกมือที่กำลังวุ่นวายกับเนื้อตัวเธออยู่ “อ้อ คงมีประสบการณ์มาเยอะสิ"

"ผู้ชายเขาไม่กินในที่ลับไขในที่แจ้งจ้ะ" ตอบแล้วบุญฤทธิ์ก็ยิ้มกว้าง "ถามแบบนี้หึงรึเปล่า"

คำว่า 'หึง' เหมือนจะทำให้หัวใจสัตตบงกชเจ็บจี๊ดไปนิด แต่ก็แค่นิดเดียวเท่านั้นเนื่องจากเธอเตรียมใจเอาไว้แล้ว "บัวไม่มีสิทธิ์หึงไม่ใช่เหรอ บัวไม่ใช่เมียพี่"

"ทำไมจะไม่ใช่" บุญฤทธิ์ยื่นมือไปหาคนที่เขายอมรับว่าเป็นเมีย "ถึงเราจะไม่ได้แต่งงานกัน ไม่มีอะไรเป็นหลักประกันทางกฎหมายให้บัว แต่คนแบบพี่เป็นคนมีความรับผิดชอบ พี่ไม่คิดจะทอดทิ้งบัว ทิ้งลูก อยู่ที่นี่บัวคือเมียพี่ ถ้าใครมาถามก็บอกไปเลยว่าบัวเป็นเมียพี่ พี่อนุญาต"

*'แล้วถ้าอยู่ที่อื่นที่ไม่ใช่ที่นี่ล่ะ'*ทันทีที่เขาอนุญาตสิ่งหนึ่งให้เธอ สัตตบงกชก็สงสัยอีกสิ่งทันที แต่แล้วก็ต้องรีบเตือนตัวเองว่าสิ่งที่ได้นี่มันก็มาพอแล้ว โลกของเธอคือโลกใบเล็ก แค่คนที่ไร่นี้รู้ว่าเธอเป็นเมียใคร ไม่ได้ท้องลูกไม่มีพ่อที่ไหน มีศักดิ์และมีสิทธิ์ที่จะครอบครองที่นี่อย่างถูกต้อง แค่นี้ก็พอแล้วสำหรับเธอ

คิดได้ดังนั้นคนที่รู้จักหน้าที่ของตนดี รู้สิทธิ์ของตัวเองดีก็ยิ้มให้เขาได้เหมือนเดิม

"พี่จะรีบกลับรึเปล่า กลับเย็นนี้ได้ไหม"

"ทำไม มีอะไร อ้อ บัวจะให้พี่ชี้ตัวคนที่ปล้ำพี่ใช่ไหม"

หญิงสาวส่ายหน้าทันที "เปล่า บัวตั้งใจจะให้พี่ปล้ำอีกรอบต่างหาก"

ได้ยินแบบนี้บุญฤทธิ์ก็เบิกตากว้างขึ้นนิดแล้ว...หัวเราะลั่น“ไหนเมื่อกี้ยังห้ามพี่อยู่เลย”

“แต่ตอนนี้บัวเปลี่ยนใจแล้วนี่ จะปล้ำไม่ปล้ำ”

ในเมื่อเมียรักให้ท่ามาแบบนี้แล้ว สามีที่เชื่อฟังจะปฏิเสธได้อย่างไร...จริงไหม

- - - - - - - - - -


คนงานสาวที่มายืนอออยู่หน้าเรือนใหญ่หันซ้ายหันขวาซุบซิบกันถึงเรื่องที่พวกเธอถูกตามให้มาที่นี่โดยไม่มีใครบอกว่าแม่นายตามพวกเธอมาทำไม

บุญฤทธิ์และสัตตบงกชยืนอยู่ในเรือนเล็กซึ่งปลูกถัดไปจากเรือนใหญ่ทางด้านซ้ายเพื่อแอบมองสาวๆ เหล่านั้น

"คนไหนที่ปล้ำพี่"

พอถูกถาม ผู้เสียหายที่กำลังเขม่นมองเหล่าสาวชาวไร่ก็ขมวดคิ้ว จากนั้นหันมาทำหน้าลำบากใจแล้วจึงสารภาพ "พี่ไม่รู้"

"อะไรคือไม่รู้ นี่คิดจะช่วยมันเหรอ" สัตตบงกชขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ "ไม่ต้องช่วยเลยนะ คนแบบนี้เลี้ยงเอาไว้ไม่ได้ อันตราย"

"พี่ไม่ได้คิดจะช่วย เพียงแต่...พี่จำหน้าผู้หญิงคนนั้นไม่ได้จริงๆ มองๆ ไปคนโน้นก็คล้าย คนนี้ก็อาจจะใช่"

"อ้าว แล้วกัน ทำไมเป็นแบบนี้ล่ะ"

บุญฤทธิ์ถอนหายใจ "ก็เขาโป๊ พี่เลยไม่อยากมอง เดี๋ยวเขาจะคิดว่าพี่เอาเปรียบเขา เพราะแบบนั้นเลยเห็นหน้าแบบแวบๆ รู้แต่ว่าขาวๆ หน่อย ปากแดงๆ คิ้วดำๆ ผมยาว"

จ้ะ! ถ้าจะหาผู้หญิงที่มีลักษณะแบบที่บุญฤทธิ์พูดมา...ก็ราวๆ หนึ่งในสามของพวกคนงานนั่นแหละ

ผู้จัดการไร่ยกมือเท้าสะเอวแล้วทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอก่อนบ่น "ถ้าเจ้าทุกข์ยืนยันไม่ได้นักปล้ำก็ลอยนวล"

พอเห็นเจ้าทุกข์ถอนใจอีกครั้ง สัตตบงกชก็เปิดประตูออกไปจากบ้านแล้วจัดการไล่คนงานหญิงที่เรียกมากลับไปทำงานโดยไม่อธิบายว่าเรียกพวกหล่อนมาทำไม

แน่นอนว่าต่อหน้าเจ้านายไม่มีใครกล้าปริปากบ่นถึงคำสั่งแปลกๆ นั้น แต่ลับหลังสาวๆ ก็วิจารณ์กันเซ็งแซ่ เพียงแต่...คงมีเพียงเผือกซึ่งวันนี้เดินก้มหน้าก้มหน้าไม่พูดไม่จากับใครเลยเท่านั้นกระมังที่พอเดาออกว่าเจ้านายเรียกคนงานผู้หญิงมาทำไม

- - - - - - - - - -


"อะไรนะอีเผือก! ที่แกให้ฉันไปคอยดู คอยโทรบอกว่าคุณบอสออกจากเรือนเมื่อไหร่ก็เพราะแกจะไปดักอ่อยเขาเนี่ยนะ" ต้อยติ่งตะโกนลั่นจนชาวบ้านที่กำลังเอ็นจอยกับส้มตำในร้านอร่อยข้างทางหันมามองเจ้าหล่อนเป็นตาเดียว

เผือกใช้เท้าเตะหน้าแข้งเพื่อนก่อนถลึงตาดุ "นั่งลงอีติ่ง มึงจะทำให้กูเดือดร้อน"

"ฉันเนี่ยนะทำให้แกเดือดร้อน" ต้อยติ่งยิ้มสมเพชก่อนนั่งลง "ฉันว่าแกต่างหากที่ทำให้ตัวเองเดือดร้อน นี่บัวคงกะจะเรียกคนที่ไปปู้ยี่ปู้ยำผัวมันไปจัดการสินะ เออ...แต่ทำไมเรียกไปแล้วไม่ทำอะไรแกวะ"

พอถูกถามเรื่องนี้เผือกก็ยิ้มกริ่ม ดวงตาแพรวพราวอย่างมั่นใจ "ฉันว่าคุณบอสสุดหล่อคงช่วยพูดให้ฉันแน่ เขาคงติดใจฉันแน่ๆ "

"ติดใจ! " น้ำเสียงผู้ถามสูงปรี๊ด "ถ้าติดใจทำไมไม่เอาแก ถีบแกลงจากรถทำไมวะ อีเผือก แกอย่ามโนไปหน่อยเลย"

"แกไม่รู้อะไร คุณบอสน่ะเขาเป็นคนเมือง คนเมืองย่อมต้องหน้าบาง ขี้อาย เขาคงตกใจที่ฉันรุกแรงก็เลยปฏิเสธ ต้องเป็นแบบนั้นแน่ๆ เขาคงชอบแบบสาวน้อยไร้เดียงสา โธ่เอ๊ยยยยย ฉันไม่น่าใจร้อนไปคร่อมเขาเลย ถ้าอ่อยไปเรื่อยๆ ป่านนี้คง..."เผือกทำตาลอย ยิ้มหวาน ฝันไปไกล ฝันไปถึงสิ่งที่ไม่มีวันเป็นจริงไปได้

ต้อยติ่งเห็นท่าของเพื่อนแล้วก็เบ้ปากมองบนก่อนตักส้มตำปูปลาร้าแสนเผ็ดร้อนเข้าปาก ในเมื่อเตือนเพื่อนแล้วไม่ฟัง ยังวาดวิมานในอากาศ เธอก็ไม่อยากขวางให้เสียบรรยากาศในการกิน

ทว่าแม้ต้อยติ่งจะไม่ขัด ไม่ขวาง ไม่ห้าม วิมานในอากาศของเผือกก็จำต้องหยุดลงเมื่อเสียงล้งเล้งหน้าร้านดังเข้ามาเรียกความสนใจ

"กูไม่ให้เชื่อแล้ว มึงไปไกลๆ เลยไอ้นัด ถ้าไม่ไปกูจะเอาสากนี่ทุบหัวมึง"

เพราะเผือกนั่งหันหน้าไปยังเพิงส้มตำ เธอจึงเห็นถนัดตาว่าคนที่กำลังวิวาทกับแม่ค้าขายส้มตำนั้นเป็นใคร มุมปากสาวชาวไร่ที่คิดว่าตนเองนั้นสวยที่สุดในจักรวาลเบ้ลง

"นึกว่าใคร ที่แท้ก็คุณพ่อของคุณบัว ว่าที่คุณผู้หญิงของไร่มีบุญนี่เอง"

แม้ประโยคที่เผือกพูดออกมานั้นจะไม่มีคำหยาบเลยสักคำ แต่ฟังดูอย่างไรมันก็ไม่ใช่คำชื่นชมด้วยเช่นเดียวกัน ต้อยติ่งเหลียวกลับไปมองที่เพิงของแม่ค้าแล้วทำสีหน้าขนลุกขนพอง

"ไอ้ขี้เหล้า ขี้หลี ขยะแขยง"

ต้อยติ่งไม่ได้รู้เลยว่าสิ่งที่ตนเพิ่งพูดออกมานั้นจุดประกายเรืองรองขึ้นมาในใจอีเผือก ใช่แล้ว แม้ว่าอีบัวหรือคุณสัตตบงกชจะถูกแม่นายเอาไปชุบตัวจนดูเหมือนขาวสะอาด แต่แม้ดอกจะชูช่องามอย่างไรรากมันก็ยังอยู่ในตม ตมที่เหม็นเน่าจนใครๆ ก็ไม่อยากข้องแวะ!

- - - - - - - - - -

**บทเรียน **

อยากให้บัวรู้จริงๆ ว่าเผือกคิดร้ายนางอยู่ อยากรู้มากกกกกว่าบัวจะกระทืบเผือกไหม

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว