ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เลือดพล่าน ll < บทที่7 > 100%

ชื่อตอน : เลือดพล่าน ll < บทที่7 > 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 12.5k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ธ.ค. 2561 20:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เลือดพล่าน ll < บทที่7 > 100%
แบบอักษร

7


เหนื่อยครับบอกเลย ผมเดินลากเท้ามาตั้งแต่ร้านอาหารไฮโซในตัวเมืองจนเกือบถึงเขตปริมณฑลที่เป็นที่อยู่ของผม ระยะทางเป็นสิบๆกิโล เงินไม่มีติดตัวสักแดงเดียว จะโทรตู้สาธารณะก็ไม่มีแม้แต่เหรียญบาท ตอนนี้เหงื่อผมออกท่วมตัว เสื้อผ้าเปียกจนชุ่มจนเริ่มจะหงุดหงิดขึ้นมา ไอ้ลุงนะไอ้ลุง จะใจดีเหลือเงินไว้สักหน่อยก็ไม่ได้ ฉกกระเป๋าคนอื่นไปยังมีหน้ารับแบงค์พันที่ผมยื่นให้ไปด้วยอีก

แต่ตัวการสำคัญที่ทำให้ผมต้องมาเดินเตร็ดเตร่อยู่แบบนี้น่ะคือ บอส!

เล่นทิ้งกันแบบนี้ต่อให้ตรงสเป็กยังไงผมก็ไม่สน! จำไว้เลย!

“เฮ้ออ” ผมหยุดมองระยะทางที่ยังคงเหลืออีกยาวไกลอย่างท้อแท้ หิวน้ำมากเลย เมื่อไหร่จะถึงสักที งานนี้น่าจะค่ำแหละกว่าจะถึง จะขอยืมโทรศัพท์คนที่เดินผ่านไปผ่านมาเขาจะให้ไหม แต่ปัญหาคือตอนนี้ไม่มีใครเลยนี่สิ เหนื่อยก็ดันมาเหนื่อยเอาตรงที่เปลี่ยวๆ เกลียดชีวิตซวยๆของตัวเองชะมัด อยากหนีกลับบ้านนอกกก ที่ที่สงบสุขมีแต่วัวควายของผมมมมม

ปี๊น!

เสียงแตรรถดังลั่นซะจนผมสะดุ้งโหยง ผมเดินแอบเข้าข้างทางเพื่อเปิดทางให้รถหรูติดฟิล์มดำแล่นผ่านไปได้ ตรงนี้เป็นถนนแคบๆเลนเดียว ประมาณว่าถ้ามีรถยนต์บังเอิญมาสวนกันก็ต้องแอบจนแทบตกข้างทางอ่ะถึงจะไปได้  

ผมเดินของผมต่อ แต่มันก็ยังไม่ไป ทางก็หลีกให้แล้ว หันไปมองก็แล้ว มันก็ขับเอื่อยๆตามหลังผมมาไม่ยอมแซงสักที

เดินต่อไปได้ระยะหนึ่ง ผมก็ชักโมโห เลยหันกลับไปมองรถรถหรูติดฟิล์มดำคันนั้นนิ่งๆ ไม่ยอมเดินต่อ พอผมหยุด มันก็หยุด

อะไรของมันฟระ!

บรื้น!

“เฮ้ย!” ผมกระโดดหลบจนเกือบตกข้างทางเมื่ออยู่ๆไอ้รถบ้าคันนั้นมันเร่งเครื่องใส่ผม ตัวรถแซงหน้าผมไปแล้วหักเลี้ยวปิดทางเดินสนิท กระจกคนขับเลื่อนต่ำลงมาจนเห็นคนขับที่กำลังถือโทรศัพท์อยู่ในมือ

แชะ!

แสงแฟลชสาดเข้าเต็มหน้าผม นี่ไม่คิดจะปิดจะบังอะไรเลยสินะว่าถ่ายรูป

“ทำอะไรน่ะ”

ฟื้ดดดด เสียงกระจกเลื่อนขึ้นปิด

บรื้นนน

เดี๋ยวก่อนนนนน ขับตามมาตั้งนานจบด้วยการถ่ายรูปแล้วชิ่งหนีเนี่ยนะ เป็นแมวมองเรอะ! หรือสตอร์กเกอร์!

ช่างเถอะ เหนื่อย ไม่มีอารมณ์จะสู้รบปรบมือกับใครเขาเลยจริงๆ



ผมได้แต่เดินต่ออย่างมองไม่เห็นจุดหมาย เหนื่อยก็หยุดพัก หายเหนื่อยก็ไปต่อ จนเดินมาเกือบถึงเขตที่อยู่หอพักของตัวเองแล้ว พระอาทิตย์ก็กำลังตกดิน โพล้เพล้ๆ ขาผมลากพื้นจนแทบจะนอนกลิ้งไปแทนแล้ว แต่ยอดตึกอยู่ข้างหน้าลิบๆแล้ว สู้เว้ย! กลับไปนอนเลยน้ำไม่ต้องอาบ

ขณะที่ผมกลั้นใจเดินต่อ รถดำติดฟิล์มดำคันเดิมก็แล่นฟื้บมาบาดหน้าผม พร้อมกับคันที่เหมือนกันอีกสองคันดักหน้าดักหลัง

...อะไรวะ?

ประตูรถถูกเปิดออก ผู้ชายในชุดสูทหลายคนเดินลงจากรถไปเปิดประตูให้ใครบางคนที่อยู่เบาะหลัง

ชายร่างสูงโปร่ง มีเส้นผมสีทองบ่งบอกว่าเป็นชาวตะวันตก ใบหน้านิ่งเฉยภายใต้กรอบแว่นสีชาหันมองมาทางผม พร้อมกระตุกยิ้มร้าย

รู้สึกไม่ดีเลยแฮะ

“คนนี้แหละครับที่ผมบอก” ไอ้หมอที่ถ่ายรูปผมไปพูดขึ้น ชายผมทองคนนั้นเหยียดยิ้มกว้างกว่าเดิม ยกมือถอดแว่นสีชาออกแล้วเดินตรงเข้ามาหาผม

ผมก้าวถอยไปโดยอัตโนมัต ผู้ชายคนนี้ดูอันตรายและไม่น่าคบหาเป็นอย่างมาก ใบหน้าคุ้นๆเหมือนผมเคยเจอที่ไหนทำให้ผมต้องนึกย้อนความทรงจำ

“เอาไงดีครับคุณไบรอัน”

“ไปเถอะ ฉันไม่มีเวลาขนาดนั้น”

ภาพความทรงจำตอนอยู่สนามบินย้อนกลับมา ผมจำได้แล้ว! ผู้ชายคนนี้คือมาเฟียอังกฤษที่ชื่อว่าไบรอัน ศัตรูอันดับหนึ่งของบอสและเป็นคู่หมั่นของคุณหนูเล็ก!

“เด็กเฉินสินะ” สำเนียงพูดเป็นภาษาไทยเหน่อๆดังขึ้นจากคนตัวสูงที่ตอนนี้แทบจะเข้าประชิดตัวผมได้แล้ว ผมถอยหนีตามสัญชาตญาณ แต่ด้านหลังก็มีพวกมันอีกเพรียบรอดักอยู่

“ไบรอัน”

“รู้ชื่อฉันด้วย”

“มีธุระอะไร”

“หน้าคุ้นๆ เคยเจอกันมาก่อนหรือเปล่า” ที่สนามบินไง ผมปาน้ำแข็งใส่พวกเขา แต่ไม่พูดดีกว่า แค่นี้ก็เหมือนจะโดนกระทืบได้ทุกวินาทีแล้ว

“อ้า...จำได้แล้ว สนามบิน” จำได้เฉย!! ผมกลืนน้ำลายเอือกลงคออย่างยากลำบาก รู้สึกกดดันจนอยากแทรกแผ่นดินหนีจากตรงนี้ไปแต่ทำไม่ได้

“ชักน่าสนุกแล้วสิ” ไบรอันว่าแล้วเหยียดนิ้มมองผมอย่างเจ้าเล่ห์ ไม่ว่ามันจะคิดอะไร ไม่ใช่เรื่องดีแน่ตอนนี้

ไบรอันพยักหน้าให้ลูกน้องที่อยู่ด้านหลัง เสียงฝีเท้าหลายคู่ดังใกล้เข้ามาโดยที่ผมไม่ต้องหันไปมอง สัญชาตญาณของผมสั่งให้เตรียมต่อสู้ เมื่อบางอย่างเข้ามาใกล้ ผมก็เบี่ยงตัวหลบไปด้านข้างแล้วหันกลับไปใส่เข่าคนที่เข้ามาเล่นงานทันที ผมยกเท้าถีบมันอีกครั้งหนึ่งให้กระเด็นไปโดนพวกมันเอง แรงถีบดีดตัวผมถอยหลังไปจนชนบางอย่างด้านหลังดังปึก

มือเรียวหนาของไบรอันคว้าไหล่ผมไว้ ผมพยายามเบี่ยงตัวออก แต่ถูกคนตัวสูงกว่าบีบไหล่ไว้แน่น

“ไปกับฉันดีๆ จะได้ไม่ต้องเสียเลือดเนื้อ” สำเนียงแปร่งกระซิบเบาๆข้างหูผม มันเป็นประโยคข่มขู่ หัวใจผมเต้นรัวด้วยความกลัว จำนวนพวกมันมีเยอะมาก แถวแต่ละคนตัวพอๆกับพี่ใหญ่ ไบรอันถือเป็นศัตรูตัวฉะกาจของบอส นั่นแปลว่าระดับความน่ากลัวและอำนาจเขามีพอๆกัน

ผมยืนนิ่ง เก็บอาการตื่นกลัวไว้ข้างในไม่แสดงออกทางสีหน้า ผมค่อยๆพยักหน้าช้าๆเพื่อบอกยอมแพ้ ไบรอันปล่อยมือออกจากตัวผม ผมใช้จังหวะนั้นกระทุ้งศอกใส่ท้องเขาแล้วรีบวิ่งสุดฝีเท้า กระโดดข้ามกระโปรงรถฟิล์มดำที่จอดขวางทางอยู่ พวกลูกน้องไบรอันมัวแต่ตกใจและเข้าไปดูเจ้านายตก ผมใช้โอกาสนั้นวิ่งให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เข้าตรอกซอกซอยไหนได้ก็เลี้ยวเข้าไปก่อน อะไรก็ได้ที่พวกมันตามไม่ทัน อะไรก็ได้ที่รถเข้าไม่ได้

ผมใช้เวลาเดินกลับบ้านนานจนขาล้า การวิ่งเต็มฝีเท้าแทบจะทำผมขาอ่อนล้มคว่ำไปหลายรอบ แต่ด้วยความกลัว ผมต้องวิ่ง ต้องวิ่ง และห้ามหยุดเด็ดขาด

ปึก!

“โอ๊ย!” ผมชนเข้ากับใครบางคนที่ร้องลั่นอยู่ตอนนี้ เสียงคุ้นเคยทำให้ผมเงยหน้าขึ้นมอง

“เฟรม!” เด็กนี่ยังไม่กลับ ผมวิ่งมาถึงหลังร้านของตัวเองแล้ว!

“เกิดอะไรขึ้นพี่เค ทำไมหน้าตื่นแบบนั้น” น้องถามด้วยความเป็นห่วง ผมรีบคว้าแขนนอกลากเข้าร้านแล้วปิดประตูลงกลอนแน่นหนา ลากถังแก๊สหนักๆมาขวางประตูไว้อีกชั้น จากนั้นก็วิ่งไปหน้าร้าน เห็นอลินนั่งอ่านหนังสือเรียนอยู่ที่เคาน์เตอร์แต่ตอนนี้ไม่มีเวลาทัก ผมรีบไปปิดล็อกประตูหน้าร้าน เลื่อนประตูเหล็กปิดเข้ามาแล้วล็อกทุกอย่างมิดชิด หัวใจผมยังเต้นแรงไม่หยุด มือไม้สั่นอย่างควบคุมไม่ได้พอปิดทุกอย่างเสร็จขาผมก็หมดแรงจนทิ้งตัวลงกับพื้นทันที

“พี่เค!!” อลินกับเฟรมรีบวิ่งเข้ามาดูผม ผมแรงอธิบายกับน้องๆ แค่หายใจผมยังทำไมทัน

“ยาดมอลิน ไปเอายาดมมา” ใช่ ยาดม ยาอม ยาหม่อง อะไรก็เอามาเถอะครับ ตอนนี้จะเป็นลมจริงๆแล้ว

“พี่เค เกิดอะไรขึ้น ทำไมพี่หน้าซีดแบบนี้ล่ะ”

“ยามาแล้ว” เสียงน้องๆทั้งสองเหมือนเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา ผมคิดอะไรไม่ออก เหมือนเพิ่งผ่านความตายมาหมาดๆ

เชื่อเถอะครับ ไบรอันมีบางอย่างในตัวที่น่ากลัวมาก แค่ยืนอยู่ใกล้ๆผมก็รู้สึกได้ถึงการคุกคามแล้ว แล้วเขาเป็นมาเฟีย ทำได้ทุกอย่างตั้งแต่ฆ่าคนตาไม่กระพริบถึงทำให้คนคนหนึ่งหายไปได้อย่างไร้ร่องรอย

แล้วคนแบบนั้นต้องการอะไรจากผมวะ! แล้วคนชื่อเฉินที่เขาพูดนี่หมายถึงใคร ทุกอย่างนี่เกี่ยวอะไรกับผมด้วย เขาจะต้องการตัวผมไปทำไม

“โอ๊ยย” ผมยีหัวตัวเองจนฟูฟ่อง คิดอะไรก็คิดไม่ออก น้องน้อยสองคนได้แต่นั่งมองผมอย่างเป็นห่วงอยู่ข้างๆ



ผมหลบอยู่ในร้านจนมืด สองทุ่มนู่นแหละผมถึงเริ่มใจเย็นลงได้ อลินกับเฟรมอยู่เฝ้าผมตลอด น้องอ่านหนังสือเรียน ติวกันไปหันมามองผมบ้างเป็นระยะๆ

“เฟรมกับอลินกลับบ้านเลยก็ได้นะ”

“แล้วพี่เคล่ะ”

“เดี๋ยวพี่ก็กลับ” ผมหันไปมองประตูอย่างกล้าๆกลัวๆ ไม่รู้พวกนั้นจะรู้ไหมว่าผมอยู่ในนี้ ถ้าเกิดเปิดออกไปแล้วเจอพวกมันดักหน้าอยู่ล่ะ

“พี่เค ผมนอนนี่เป็นเพื่อนพี่ได้นะถ้าพี่ต้องการ”

“พรุ่งนี้วันจันทร์ ต้องตื่นไปโรงเรียนแต่เช้าไม่ใช่หรือไง”

“...” น้องๆมีสีหน้าหนักใจ

“เอาเถอะ พี่ไม่เป็นอะไร กลับพร้อมกันนี่แหละดึกมากแล้ว” ผมลุกขึ้นยืน ขาทั้งสองข้างล้าจนแทบล้มลงอีกครั้ง แต่ไม่ได้ น้องเป็นห่วงขนาดนี้ต้องกัดฟันทนไว้ก่อน

“พรุ่งนี้พี่อาจไม่เปิดร้านนะ เลิกเรียนแล้วก็กลับบ้านเลยไม่ต้องมาหรอก”

“ปิดมา 2 วันแล้วนะพี่ ไม่ขาดทุนแย่เหรอ” ...จริงของน้องมัน จุดสำคัญที่ร้านค้าที่ดีควรทำคือเปิดร้านสม่ำเสมอและเป็นที่พึ่งของลูกค้าเมื่อยามต้องการได้ แต่ว่า…

“พี่รู้สึกเหมือนจะไม่สบาย ขอพักอีกวันละกัน พรุ่งนี้ไม่ต้องมานะ”

“...ก็ได้พี่ ถ้ามีอะไรโทรเรียกพวกผมได้นะ” โทรศัพท์พี่โดนฉกไปแล้ว แต่ผมกลัวน้องมันเป็นห่วงเลยไม่ได้บอกไปได้แต่พยักหน้ายอมๆมัน มันจะได้ยอมกลับบ้าน

อลินกับเฟรมไปเปิดหน้าร้าน เลื่อนประตูเหล็กขึ้นข้างนอกมืดและเงียบ ไม่มีใครดักอยู่อย่างที่ผมกลัว แต่ถึงจะอย่างนั้นก็เถอะ เหตุการณ์ที่เพิ่งเจอมาทำผมระแวงไปหมด ไม่มีคนผ่านไปผ่านมาเลยสักคนเดียว ถ้าเกิดผมเดินกลับแล้วโดนดักอยู่ข้างทาง…

“ให้ผมไปส่งพี่ที่หอก่อนไหมค่อยกลับมารับอลิน”

“หนูรอที่นี่ได้ค่ะพี่เค พี่ให้เฟรมไปส่งก่อน”

“ไม่เป็นไร เราน่ะกลับกันได้แล้วดึกมากแล้ว” ผมทำใจดีสู้เสือยิ้มให้เด็กน้อยทั้งสองแล้วหันไปปิดร้าน ใจเต้นตุ้มๆต่อมๆเมื่อน้องทั้งสองขับรถออกไป บรรยากาศเงียบๆตอนกลางคืน ไร้แสงไฟ ทางเดินเปลี่ยวๆมืดๆ ผมไม่ใช่คนขวัญอ่อนแต่ตอนนี้สภาพจิตใจกำลังผวาอยู่

เสียงฝีเท้าของผมดังสะท้อนตลอดทางเดิน หอพักผมอยู่ใกล้ๆนี้แล้ว แต่แล้วเสียงฝีเท้าที่เคยมีแค่เสียงเดียวก็เพิ่มเป็นสอง จากสองเป็นสาม สี่ และห้าตามมา ผมไม่กล้าหันกลับไปมอง ก้าวเท้ายาวๆเพื่อให้ถึงหอเร็วๆ แต่พอเร่งฝีเท้า เสียงฝีเท้าด้านหลังก็เร่งตามมาอีก

มาแล้ว…

ผมกลัวจนทำอะไรไม่ถูก มือสั่นขาสั่นแต่ต้องบังคับตัวเองให้ก้าวต่อไปเรื่อยๆอย่างหยุด ฝีเท้าหลายคู่ที่ตามผมมาด้านหลังเร่งเข้ามาจนเกือบประชิดตัวผม มือข้างหนึ่งแตะลงบนไหล่ผม ทันทีที่ถูกจับได้ผมก็ปัดมือนั้นออก ขาทั้งสองออกวิ่งทันที

ผมวิ่งสุดชีวิตเข้าไปในหอ เสียงฝีเท้าหลายคู่นั้นวิ่งตามมา ไม่ใช่ความบังเอิญ พวกมันตามผมจริงๆ พวกมันดักรอเล่นงานผมจริงๆ

หมับ!

“เค!”

เฮือก! ไหล่ผมถูกจับเหวี่ยงให้หันกลับไปด้านหลัง ผมสวนหมัดกลับไปอย่างไม่ต้องคิด คนด้านหลังเอนตัวหลบได้แล้วจับข้อมือที่ผมชกออกไปไว้แน่น

“หายไปไหนมา! โทรหาทำไมไม่รับ” น้ำเสียงนุ่มทุ้มแต่แฝงความดุดันดังขึ้น ผมเงยหน้าขึ้นมองคนที่จับแขนผมอยู่เต็มๆตา

“บะ บอส…” เป็นเขา ด้านหลังมีพวกพี่ใหญ่ยืนอยู่ด้วย ไม่ใช่พวกมัน ไม่ใช่ไบรอัน แค่รู้ว่าไม่ใช่ ความรู้สึกโล่งใจก็พุ่งเข้ามาทันที ปลอดภัยแล้ว ปลอดภัยแล้ว... กระบอกตาผมร้อนผ่าว เหมือนจะร้องไห้ เรี่ยวแรงที่มีอยู่เมื่อกี้มลายหายไปจนเกลี่ยงแทบยืนไม่อยู่

ผมกลัว กลัวมากด้วย กลัวจนไม่รู้จะทำยังไง ผมตัวคนเดียวสู้พวกนั้นไม่ได้แน่ๆ

“เค!” บอสประคองผมไว้ แต่ผมกัดฟันผลักเขาออก

“ถอยไป” ถ้าไม่ใช่เพราะบอสทิ้งผมไว้ ผมคงไม่ต้องเจอเรื่องแบบนี้

“เค”

“อย่ามายุ่งกับผม” ผมบอกเสียงเย็น ขาแทบยืนไม่อยู่ทำผมเซถอยไปหลายก้าว

“เกิดอะไรขึ้น ฉันบอกให้นายกลับมาตั้งนานแล้ว”

“ถ้าไม่ใช่เพราะคุณ! ผมคงไม่ต้องเจอเรื่องแบบนี้” ผมมองเขาด้วยสายตาแข็งกร้าว เขาไม่รู้หรอกว่าวันนี้ผมโดนอะไรมาบ้าง นาทีนี้เขาจะเป็นใครหน้าไหนผมไม่สนแล้ว จะมาเฟีย ยากูซ่า หรืออันธพาลก็มา อยากฆ่าผมก็เชิญ ผมเหนื่อย หวาดกลัว กลัวจนไม่รู้จะทำยังไงนอกจากร้องไห้!

นัยน์ตาผมร้อนผ่าว แสบจมูก และภาพทุกอย่างตรงหน้าก็พร่าเบลอเพราะผมกำลังร้อง ผมปลอดภัยแล้ว มีบอสกับพวกพี่ใหญ่อยู่ตรงหน้าแต่ก็ยังกลัวอยู่ดี

“ถ้าไม่ใช่เพราะบอสลากตัวผมกลับมากรุงเทพ ผมคงไม่ต้องเจออะไรแบบนี้” ปล่อยผมไว้ที่เดิม ให้ใช้ชีวิตเรื่อยๆเปื่อยๆไปวันๆมันก็ดีอยู่แล้ว

นาทีนี้ผมโทษทุกอย่าง ความกลัวจะทำให้เราเห็นแก่ตัว ผมไม่สนแล้วว่ามันจะเป็นเพราะบอสหรือเพราะอะไรแต่เขาเป็นคนทิ้งผม ผมคิดได้แค่ว่ามันเป็นเพราะเขา คิดจนโยงไปว่าเขาทำให้ผมต้องมาอยู่ที่นี่

“อย่ามายุ่งกับผมอีก” ผมบอกแค่นั้นแล้วเดินกลับห้องไป ไม่มีใครเข้ามาห้ามผม สภาพผมก้าวขาสะเปะสะปะอย่างอ่อนแรงไปจนถึงหน้าห้อง ไขกุญแจอย่างยากลำบากเพราะมือยังสั่นไม่หาย ถึงห้อง ผมทิ้งตัวลงอย่างหมดแรง เตียงอยู่แค่เอื้อมแต่ขาผมไม่ยอมยืนขึ้น

เหนื่อยแล้ว...ไปไหนไม่ไหวแล้วจริงๆ

ผมเอนตัวลงกับพื้นพรม ภาพตรงหน้าค่อยๆเลือนและดับวูบไปในที่สุด

.............................................................................................................................

ความคิดเห็น