ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เลือดพล่าน ll < บทที่6 > 100%

ชื่อตอน : เลือดพล่าน ll < บทที่6 > 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.1k

ความคิดเห็น : 21

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ธ.ค. 2561 20:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
เลือดพล่าน ll < บทที่6 > 100%
แบบอักษร

6


บอสในชุดคลุมอาบน้ำหลวมๆหมิ่นเหม่เดินเข้ามาประชิดตัวผมที่หมดทางหนี กลิ่นแอลกอฮอล์จางๆออกมาจากลมหายใจของเขาทำใจผมเต้นหนัก ทั้งดวงตาสีน้ำตาลเข้มมีเสน่ห์ เต็มไปด้วยอำนาจ ความสง่างามที่ต่อให้มองไกลๆยังต้องเหลียวหลัง พอมาอยู่ใกล้ๆแบบนี้...หายใจไม่ออก

“อื้ม!” บอสไม่พูดพล่ามทำเพลง หลังเข้ามาจ้องตาผมอยู่ครู่เดียวก็โน้มตัวลงมาประกบจูบที่ริมฝีปากผมทันที ผมที่ยังไม่ทันตั้งตัวได้แต่เบิกตากว้าง ยืนตัวแข็งทื่อรับสัมผัสนุ่มชื้นจากเขา

บอสเชี่ยวชาญมาก ผมไม่รู้ว่าเขาผ่านผู้หญิงมากี่คนแล้วแต่...เขาจูบเก่งเหลือเกิน บอสขบเม้มริมฝีปากล่างของผมจนมันเผยอออกแล้วสอดแทรกลิ้นเข้าไปสำรวจข้างใน

มันร้อน...ผมหายใจไม่ออก หัวใจเต้นเร็วมากจนเหมือนจะกระเด็นออกมาข้างนอก

บอสลากมืออ้อมไปด้านหลังผม ดันแผ่นหลังผมเข้ามาจนชิดอกกว้างของเขาแล้วโอบกอดผมไว้เพื่อประคอง

ไม่ไหว...จะยืนไม่อยู่แล้ว...ร่างกายผมอ่อนระทวยเพียงโดนจูบไม่กี่นาที ความร้อนแรงถูกส่งผ่านรสจูบดูดดึงเอาพลังงานของผมไปจนหมดสิ้น

“เด็กดี” บอสถอนปากออก ผมหอบหายใจหนักๆเหมือนเพิ่งผ่านการออกกำลังกายมา เขาว่ากันว่า การจูบเผาผลาญพลังงานได้มาก ผมเชื่อจริงๆก็วันนี้แหละ

ระหว่างที่ผมเอาแต่เรียกสติที่กระเจิดกระเจิงกลับมาอยู่นั้น บอสก็เอียงหน้าลงไปแถวๆต้นคอของผม จากนั้นผมก็รู้สึกถึงความเจ็บจี๊ดแล่นขึ้นมาจากตรงบริเวณนั้น

“อ๊ะ!”

“เป็นของฉันแล้วนะ” บอสทำอะไร! ผมตะบบมือไปตรงที่รู้สึกเจ็บ เขาทำอะไรมัน กัดผมเหรอ กัดทำไม!

“อย่าไปทำหน้าแบบนี้ให้ใครเห็นล่ะ” เขาว่า ปล่อยมือออกจากการโอบกอดผมแล้วเดินไปหยิบแก้วไวน์ที่ยังเหลืออยู่ขึ้นมาดื่มต่อโดยไม่ละสายตาไปจากผม “นายคงอยากกลับไปพักผ่อนแล้ว พรุ่งนี้ฉันจะไปหา ไม่ต้องเปิดร้านนะ เราจะไปเดตกัน”

ผมควรตอบว่ายังไงดี ไม่รู้สิ ในหัวผมขาวโล่งไปหมด ผมได้แต่เดินงงๆไปยังลิฟต์ที่เพิ่งขึ้นมา กดไปไม่นานมันก็เปิดออกพร้อมกับพวกพี่ๆยืนรออยู่ในนั้น

ตลอดทางในลิฟต์และในบริษัทพวกพี่เขาไม่ได้พูดอะไรกับผมเลย เอาแต่ลอบมองผมหลายๆครั้งจนกระทั่งขึ้นรถแล้วนี่แหละพี่โซ่ถึงเปิดประเด็น

“ไงวะ โดนไปยัง”

“ไอ้บ้า! ไปว่าน้อง” พี่นัทด่าให้แทนแต่ก็หันมามองผมอย่างอยากรู้เหมือนกัน

“ก็รอยที่คอมันอ่ะ”

“พอๆสองคนเลย ไอ้เค เล่ามา ทำอะไรกันบ้าง” พี่ซิ่วถามขึ้นอย่างอยากรู้ ไม่ยอมออกรถสักที ขามาพี่โซ่ขับ แล้วไหง๋ขากลับเป็นพี่ซิ่ววะ

“บอสเขา...ขอผมเดต”

“...” พี่ใหญ่ พี่นัท พี่โซ่ พี่ซิ่ว ทุกคนต่างก็นิ่งไม่พูดอะไรเลย กระพริบตามองผมปริบๆ จนสุดท้ายพี่โซ่ก็โพล่งขึ้นมาเสียงดัง

“แค่เนี้ย! แล้วรอยที่คอมาได้ไงวะ” รอยไรของพี่มันวะ ผมย่นคิ้วไม่เข้าใจจนกระทั่งพี่ใหญ่ส่งโทรศัพท์เปิดกล้องหน้ามาให้ผมดู

ไอ้เชี่ยยย!! คิสมาร์ก

ขอหยาบคายหน่อย นี่มันอะไร ไอ้ที่เจ็บๆนั่นบอสทำรอยไว้เหรอ!!

“ฮื้อออ ลบไงนิพี่” ผมใช้มือถูคอจนแดงไม่เห็นว่ารอยนั่นจะลบออกเลย บอสสส บอสสสส!! อยากจะกรีดร้องเป็นภาษาฮ่องกง ชัดเจนขนาดนี้จะปิดยังไงงง

“พอๆ เลิกถูได้แล้ว” พี่ใหญ่ดึงมือผมออก ผมันไปมองพวกพี่ๆทั้งน้ำตา จะตอบน้องนุ่งยังไงว่าได้รอยนี้มาจากมาเฟียหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล

“คอแดงหมดแล้ว ถลอกมาเป็นแผลเดี๋ยวพวกฉันก็ซวยอีก” พี่ซิ่วหันมามองคอผม

“บอสขอแกเดตแล้วไงต่อวะ” พี่จะเผือกทำไมล่ะเนี่ยย แทนที่จะช่วยน้องคิดวิธีเอารอยออก

“ก็ถูกขู่ว่าถ้าไม่ยอมจะไล่พวกพี่ออกแล้วก็พังร้าน พี่คิดว่าผมเลือกได้ไหมล่ะ อีกอย่าง...พอตอบตกลงไปแล้วบอสก็…” งื้ออออ ทำไมต้องหน้าร้อนตอนคิดถึงฉากเมื่อกี้ด้วยยยย

“ดีดดิ้นเป็นสาวน้อยแรกแย้มเลยแก โว้ะ!” พี่โซ่ว่าแล้วหันหน้ากลับไปเหมือนไม่อยากจะมอง รับไม่ได้เหรอ นี่น้องนะเว้ย!

“ไม่ต้องเล่าและ ดูอาการก็เดาทางได้หมด” พี่ซิ่วพูดขำๆแล้วหันไปสตาร์ทรถก่อนจะออกตัวไปส่งผมที่ร้าน

“พรุ่งนี้ต้องไปกับบอส ไม่ได้เปิดร้าน พวกพี่เป็นคนมารับใช่เปล่า” ผมถามก่อนจาก

“ไม่รู้ ยังไม่มีคำสั่ง” พี่โซ่ทำหน้าเซ็งๆ ล้วงมือเข้ากระเป๋าพิงกระโปรงรถ

“ไอ้เค” พี่ใหญ่เรียกผมเสียงจริงจังก่อนจะเดินเข้ามาหาแล้วกอดคอผมไว้อย่างสนิทสนมเหมือนเมื่อก่อน “ฟังฉันนะ ถ้าแกไม่อยากทำจริงๆก็ไม่ต้องทำ ถ้าบอสจะไล่พวกฉันออกมันก็ไม่เป็นอะไร แกไม่จำเป็นต้องฝืนใจตัวเอง”

“...จริงเหรอ”

“ไม่จริง” ไอ้พี่โซ่!!!

“เออ ออกก็หางานใหม่ ยากอะไร ถ้าฉันต้องอยู่บนความทุกข์ของแก ฉันก็ไม่อยากอยู่ แกเป็นน้องฉัน ถึงฉันจะบอกบ่อยๆว่าให้ยอมๆบอสไปเถอะแต่ถ้าแกไม่อยากทำจริงๆก็ไม่ต้องทำ พวกฉันไม่สน”

“พี่ใหญ่…”

“แต่ระหว่างที่พวกฉันตกงานแกต้องเลี้ยงดูปูเสื่อพวกฉันให้ดีด้วยนะเว้ย” ว้อยยย!! ไอ้พี่โซ่!!! คนกำลังจะซึ้ง

ผลัว!

พี่ใหญ่หันไปโบกหัวพี่โซ่ดังผลัว เอาเลยพี่ใหญ่ สมน้ำหน้า ปากหรือกรงหมา ผมแลบลิ้นใส่พี่โซ่ที่มาถลึงตาใส่ผม จริงๆพี่โซ่แกไม่ได้อะไรมากมายหรอก ถึงปากจะพูดไปแบบนั้นแต่เอาเข้าจริงๆคนแรกที่จะไม่มาขอความช่วยเหลือจากผมก็คือแก พี่โซ่เป็นพวกปากหนัก ปากแข็ง ปากไม่ตรงกับใจ สุดๆ ถ้าวันไหนไม่ได้พูดจากวนประสาทผมเหมือนแกจะนอนไม่หลับ เพราะงั้น ปล่อยๆไป

“ไม่ฝืนหรอกพี่ บอสก็ดูใจดีอยู่ ผมว่าผมอยู่ได้” ผมหันไปคุยเรื่องสำคัญกับพี่ใหญ่ต่อ ทิ้งให้พี่โซ่คนไร้สาระอยู่คนเดียวไป

“ถ้าแกไม่ไหวหรือบอสทำอะไรแกขึ้นมาบอกพวกฉันนะ ถึงจะช่วยอะไรมากไม่ได้แต่พวกฉันจไม่อยู่เฉยแน่” ผมซึ้งใจกับมิตรภาพของเรามาก แม้จะรู้จักกันเพียงสามปี แต่ทุกคนในบ้านของคุณหนูเล็กสนิทกันเหมือนครอบครัว คุณหนูเล็กไม่เคยมองพวกเราเป็นลูกจ้าง เธอมองพวกเราเหมือนเพื่อน เหมือนพี่น้อง นั่นทำให้เราทุกคนรักกันจริงๆ

พวกพี่ๆของผมกลับไปแล้ว เหลือทิ้งไว้แต่ผมกับร้านร้างๆเพราะวันนี้ไม่ได้เปิด ขาดรายได้ไปดิ เงินไม่ได้ แถมยังโดนขโมยจูบแล้วก็มีรอยอะไรไม่รู้ขึ้นมาบนคอ วันสงบสุขของผม คงจะหมดไปแล้วนับแต่วันนี้สินะ...



ช่วงเที่ยงวันถัดมา ผมนัดกับบอสไว้ว่าวันนี้จะไปเดตกัน ผมไม่รู้ว่าเดตในความหมายของบอสคือยังไง ดังนั้นเลยเลือกแต่งตัวไม่ถูก เมื่อแต่งไม่ถูก ก็ใส่มันเสื้อยืดกางเกงยีนเซอร์ๆปกติเหมือนทุกวันนี่แหละ

หลายคนบอกว่าผมหน้าตาน่ารัก ผิวไม่ได้ขาวมากมายตามประสาคนไทยที่ได้รับไออุ่นจากนรกทุกวัน แต่โครงหน้าผมกับความสูงระดับมาตรฐานทำให้ผมดูเหมือนเด็กหนุ่มหน้าใส ผมโดนว่าบ่อยมากจนโมโหเลยต้องปล่อยผมยาวระต้นคอ ไว้หนวดหน่อยๆ แต่กายแบบเสื้อยืดกับกางเกงยีนสีซีดจะได้ดูดิบๆเซอร์ๆ กลบภาพที่คนมองว่าน่ารักไปได้

Rrrr Rrrrr

“ครับ” เบอร์แปลก แต่ให้ผมเดานะ...บอส

[พร้อมไหม] นั่นไง เขาไม่ได้บอกผมว่าจะไปตอนไหนกี่โมง บอกแค่ว่าไม่ต้องเปิดร้านดังนั้นผมเลยไม่ทำอะไรทั้งวันเพื่อนั่งรอเขา

“ครับ”

[รถจอดอยู่ข้างล่าง]

“ถามได้ไหมครับว่าเราจะไปไหนกัน” เผื่อเปลี่ยนเสื้อทัน

[เดี๋ยวก็รู้]

“...ครับ” ผมรอให้บอสวางสายไปส่วนตัวเองรีบเอากระเป๋าสะพายข้างมาห้อยไหล่แล้วปิดล็อกห้องให้เรียบร้อย ไม่ยอมบอกผมว่าจะไปไหนก็ไปมันทั้งชุดนี้แหละ

รถของบอสจอดอยู่หน้าหอพักผมพอดี ผมรู้ได้เพราะมันเป็นรถหรูราคาแพงคันเดียวที่จอดอยู่ตอนนี้ ขณะที่ผมกำลังเดินเข้าไปหาตัวรถ จังหวะนั้นเองที่หน้าต่างข้างคนขับก็เลื่อนลง

“ขึ้นมา”

“บอส!” ผมช็อกหนัก ไม่ใช่อะไรหรอก แต่บอสเป็นคนขับ! เขาขับรถมารับผมด้วยตัวเองแทนที่จะเป็นลูกน้องพามา

“เป็นอะไร”

“แล้วลูกน้อง…”

“เดตที่ไหนเอาคนนอกไปด้วย มาเร็ว” เขาเห็นผมไม่ยอมขึ้นรถสักทีก็เอื้อมตัวข้ามเบาะมาเปิดประตูผลักออกให้เป็นการเร่ง

คือเขาใจนะว่าเดต แต่แบบ...เขาจะเดตจริงๆ แบบเดตจริงๆน่ะเหรอ!(?)

“คาดเข็มขัดด้วย” ผมมัวแต่มองเขาอย่างอึ้งๆ โคตรยอมใจเลย ขับรถมารับเอง พาไปเดตจริงๆโดยไม่มีลูกน้อง นี่เขาสนใจผมขนาดนั้นเลยเหรอ

บอสมองผมนิ่ง เมื่อเห็นว่าผมเอาแต่จ้องเขาไม่ขยับก็เอื้อมมือผ่านตัวผมไปดึงสายเข็มขัดนิรภัยมาล็อกให้ จังหวะที่ประชิดตัวผม กลิ่นน้ำหอมผู้ชายลอยติดจมูกกระตุ้นฮอร์โมนผมจนพุ่งพล่าน เซ็กส์แอพพีลสูงจริงๆคนคนนี้

“หึ!” บอสหันหน้ามาจ้องหน้าผม กระตุกยิ้มโปรยเสน่ห์ให้ครั้งหนึ่ง ใบหน้าใกล้กันจนแทบชิดทำให้ผมได้มองใบหน้าเขาชัดๆเป็นครั้งแรก ขนตายาวเป็นแพ จมูกโด่งได้รูป ผิวเนียนจนแทบไม่มีตำหนิอะไรเลยนอกจากแผลเป็นเล็กๆที่หัวคิ้ว ดวงตาสีน้ำตาลคมกริบจ้องลึกเข้ามาในตาผม มันดูลึกลับน่าค้นหา และโคตรมีเสน่ห์

หัวใจ...เย็นไว้ก่อน แค่ผู้ชายเฟอร์เฟคคนหนึ่งยื่นหน้ามาใกล้ห่างไม่ถึงห้าเซ็นติเมตรเอง ใจเย็นไว้ อย่าเพิ่งทำตัวเป็นสาวน้อยแรกแย้ม แกเป็นผู้ชายท่องไว้ เป็นผู้ชาย

“ทำหน้าแบบนี้อีกแล้วนะ” บอสว่าขึ้นเบาๆแล้วยื่นปากมาจุ๊บผมเบาๆ โอ๊ยย ตาย! ฆ่าผมให้ตายไปเลยย! หัวใจถูกแอ็กแท็กแรงมาก จนตอนนี้สั่นจนควบคุมไม่อยู่แล้ว

“แมลงจะเข้าปากหมดแล้วนะเค” บอสพูดยิ้มๆ แล้วกลับไปนั่งดีตัวเองตรงๆ ริมฝีปากได้รูปยังคงเหยียดยิ้มขำขันอยู่เช่นเดิม เขาหยิบแว่นกันแดดสีดำขึ้นใส่ เพิ่มความเท่แบบแบดๆเข้าไปอีกขั้น วันนี้เขาอยู่ในชุดเสื้อยืดโปโลสีดำยี่ห้อดัง กับกางเกงขายาวสีเทาเข้ม เป็นลุคที่ดูสบายๆแต่ก็ดึงดูดสายตาจริงๆ

ผมหุบปากที่อ้าค้างขึ้น หันหน้าหนีออกไปทางกระจกเพื่อสงบสติอารมณ์ หัวใจเต้นโครมครามไม่หยุด แถมหน้ายังร้อนผ่าวอีก แค่จุ๊บเบาๆแบบปากแตะปากเอง งื้อออ ทำไมผมใจง่ายหลงง่ายแบบนี้



บอสขับรถพาผมเลี้ยวเข้าร้านอาหารหรูแห่งหนึ่ง ทันทีที่จอดรถ ก็มีพนักงานมารอต้อนรับ ผมเปิดประตูลงจากรถพร้อมๆกับบอส พนังงานรับรถมองดูการแต่งตัวของผมอย่างพิจารณา เขาคงคิดว่าผมเป็นคนขับรถของบอสเลยไม่ได้สนใจอะไร พอเห็นบอส พนักงานพวกนั้นก็วิ่งกรูกันเข้าไปพินอบพิเทาทันที

“คุณลูกค้าไม่ทราบว่ามากี่คนครับวันนี้ แล้วจองไว้กี่ที่ครับ”

“สองคน จองไว้แล้ว” บอสตอบนิ่งๆโดยไม่ชายตาแลพนักงานพวกนั้น เขาเดินอ้อมรถมา โยนกุญแจให้พนักงานรับไว้อย่างไม่ใส่ใจแล้วโอบไหล่ผมพาเดินเข้าร้าน

“เอ่อ…” พนักงานด้านนอกทำหน้ากันไม่ถูก แต่บอสไม่ได้มองอะไรเลย ดันตัวผมเข้าร้านอย่างเดียว

“ทำไมไม่บอกล่ะครับว่าจะมาร้านแบบนี้ ผมจะได้แต่งตัวสุภาพกว่านี้”

“ไม่สำคัญหรอก นายอยากแต่งตัวยังไงมันก็เป็นสิทธิ์ของนาย”

“ก็ต้องให้เกียรติสถานที่นี่ครับ”

“...ถ้าไม่สบายใจฉันพาไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ก่อนก็ได้”

“บอส ไม่ใช่อย่างนั้นครับ” คนคนนี้ดูท่าจะเอาแต่ใจพอสมควร ผมถูกพามาที่โซนวีไอพี เป็นมุมส่วนตัวที่ถูกกันออกห่างจากโต๊ะอื่นๆ แต่ไม่ใช่ห้องมิดชิด มันแค่ไกลจากโซนธรรมดาและติดกระจกมีวิวข้างนอกให้ชมสวนเท่านั้น บอสส่งเมนูให้ผม ตัวเองนั่งดูอีกอัน ผมไม่รู้ว่าเขากำลังทำหน้ายังไงอยู่แต่แบบ...ราคา! ผมเหลือกตามองราคาอาหาร แต่ละอย่าง กินข้าวร้านผมได้ทั้งวันอ่ะ

“บอส…” ผมกระซิบเรียกเบาๆ เขาเงยหน้าขึ้นมาจากเมนูสีดำ เลิกคิ้วมองผมงงๆ

“คือราคา…”

“อย่าคิดมาก ฉันจ่ายเอง” ผมทำหน้ามุ่ย ไม่ได้ชอบให้ใครมาเลี้ยงแบบนี้เท่าไหร่ มันเหมือนติดหนี้บุญคุณ ทั้งๆที่ผมไม่ได้อยากได้อะไรจากเขาเลย

บอสสั่งอาหารกับพนักงานเงียบๆ เสร็จแล้วก็ส่งเมนูคืนให้ พนังงานเลยหันมาทางผมต่อ

“สปาร์เก็ตตี้ละกันครับ” ผมสั่งไปอย่างเดียว กลัวใจราคาร้านนี้เหลือเกิน มิน่า ลูกค้าน้อยๆ พอสั่งเสร็จ พนักงานก็เก็บเมนูไป ผมได้แต่เกาหลังคอแก้เก้อ จะบอกบอสยังไงดีว่าแบบนี้มันไม่โอเค ผมรู้สึกเกรงใจเหลือเกิน ถึงจะรู้ว่าเขารวยล้นฟ้าก็เถอะ

“เป็นอะไร”

“เปล่าครับ ผมแค่เกรงใจ” ผมบอกบอสแบบกล้าๆกลัวๆ กลัวเขาจะหาว่าเรื่องมาก

“เป็นคนของฉัน ไม่จำเป็นต้องเกรงใจอะไรทั้งสิ้น” พูดแบบนี้ผมก็ได้แต่ยิ้มแหยๆ เมื่ออาหารมาเสิร์ฟ ผมก็รอบอสลงมือก่อนแล้วค่อยตามทีหลัง แต่ยังไม่ทันที่บอสจะได้จับมีดส้อม เสียงโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นมาก่อน

“ว่า...อืม...จัดการให้เรียบร้อย ฉันจะไปเดี๋ยวนี้” บอสพูดโทรศัพท์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ดูเหมือนจะมีเรื่องสำคัญต้องไปทำ

“ฉันต้องรีบไปธุระ นายกลับเองได้ใช่ไหม”

“...”

“นี่ค่าแท็กซี่ ค่าอาหารฉันจัดการเอง นายกินไปเถอะนะ ฉันไปล่ะ” แล้วเขาก็ไป...ผมได้แต่นั่งนิ่งๆ กระพริบตาปริบๆมองเขาเดินออกจากร้านไปจนลับตา อาหารมากมายที่บอสสั่งมายังกองเต็มโต๊ะไม่มีใครได้แตะอะไรเลย ธนบัตรสีเทาที่เขาบอกเป็นค่าแท็กซี่วางอยู่ตรงหน้าผมขยับไปมาเพราะถูกลมแอร์

ผมเม้มปากเป็นเส้นตรงอย่างใช้ความคิด น่าจะรู้ตั้งแต่แรกว่าเดตของเรามันไม่มีทางเป็นไปได้ เขาเป็นมาเฟียใหญ่ เป็นเจ้าของบริษัทที่มีชื่อเสียง ใครจะว่างมาเดตกิ๊กก๊อกกับเด็กแบบผม แต่ถึงจะอย่างนั้น ผมก็ไม่คิดว่าตัวเองจะถูกทิ้งไว้กลางทางแบบนี้ ดีที่ร้านเปิดแต่เพลงสากลไม่งั้นคนซวย2017อย่างผมคงเจอเพลงพี่ปั๊บเข้าไปแล้ว

“พี่ครับ ห่อกลับบ้านหมดนี่เลยนะ” ผมเรียกพนักงาน เก็บแบงค์พันที่บอสให้มาเข้ากระเป๋า เอาวะ...น้อยใจไปไม่ได้อะไรขึ้นมา เอาของพวกนี้กับเงินไปทำบุญให้คนยากไร้ดีกว่า เผื่อชีวิตจะเลิกนกซะที



ผมเดินถือห่ออาหารถุงใหญ่ออกจากร้าน เดินผ่านถนนที่มีรถแล่นไปมา ข้ามทางม้าลาย ขึ้นสะพานลอย กลับลงมาเดินข้างทาง…

ถามว่าทำไมผมไม่ขึ้นแท็กซี่ บอกตรงๆเลยว่า...เขาไม่จอด

นกแค่ไหนถามใจดูสิ

“ลุง...กินข้าวยัง” ผมเดินไปนั่งยองๆถามลุงขอทานเสื้อผ้ามอมแมมที่นั่งอยู่หน้าเซเว่น ลุงหันมามองผม สายตาเลื่อนไปยังถุงอาหารข้างๆ

“ผมให้เอาไหม อาหารอย่างแพงเลยนะ ยังไม่ได้กินเลยด้วย” ลุงพยักหน้าอย่างดีใจ ผมเลยยื่นถุงไปให้ลุงทั้งถุง แต่พอลุงจะหยิบ ผมก็ชักกลับมา

“เดี๋ยวลุง ขอแบ่งกลับไปกินก่อน หิว” ผมหยิบเอากล่องสปาร์เก็ตตี้ที่ตัวเองสั่งออกมาแล้วยื่นถุงให้ลุงอีกครั้ง ลุงยื่นมือมาเอา แต่เอะ! เมื่อกี้ผมเห็นอะไรแวบๆ

“เดี๋ยวลุง” ผมชักถุงกลับ ทีโบนสเต็กนี่หว่า ของโปรดหนูอลินเลย ผมหยิบกล่องสเต็กออกมาจากถุงแล้วยื่นกลับไปอีก

“อ่ะ!” ลุงยื่นมือมารับ แต่เอะ!

“เดี๋ยวลุง”

“จะให้ไหมเนี่ย” ลุงทำหน้าเหมือนจะร้องไห้

“ล้อเล่นคร้าบบบ นี่ เอานี่ไปด้วย ไว้ซื้อข้าวมื้ออื่นกินนะ”

“มื้ออื่นภาษาอีสานที่แปลว่าพรุ่งนี้เหรอหนุ่ม”

“ถุยครับ! หมายถึงมื้อหน้า ลุงนี่” ผมยัดแบงค์พันใส่มือลุง บอสน่ะ รวยนักใช่ไหม ให้ค่าแท็กซี่มาเป็นพันกะจะให้ผมนั่งไปไหนไม่ทราบ เงินแค่นี้มันเป็นแค่เศษเหรียญของเขา แต่สำหรับใครบางคนมันต่อชีวิตเขาได้อีกหลายวัน ผมกลับบ้านเองได้ ไม่ต้องพึ่งคนที่ทิ้งผมไปหรอก

ลุงมองเงินกับอาหารในมืออย่างซาบซ้ำใจ แค่แกดีใจผมก็สุขใจแล้วล่ะ ผมลุกขึ้นยืน กะว่าจะเดินไปขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดิน พอเดินไปได้ไม่กี่ก้าว ลุงแกก็ควักไอโฟนอันคุ้นตาออกมาจากอกเสื้อขาดๆ กดโทรเรียกใครไม่รู้แล้วรถกะบะคันใหญ่ก็แล่นมารับ แกโดดขึ้นรถนั้นแล้วโบกมือบ๊ายบ่ายให้ผมตอนขับผ่าน

อ้าวเฮ้ย! ไม่เหมือนที่คุยกันไว้นี่ครับ

ลุงไม่ได้จนเหรอ! แค่มิจฉาชีพมาหลอกขอเงินคนเนี่ยนะ

ผมตบอกเสื้อและกระเป๋ากางเกงเพื่อตรวจสอบ

ชิบหาย! ไม่ใช่สิ กระเป๋าตังค์หาย!! โทรศัพท์ด้วย!! ไอ้ไอโฟนเมื่อกี้ที่ลุงโทรมันของผมใช่ไหม ใช่ไหมลุงตอบบบบ!!!

หมดกันอาหารหรูหรา แบงค์เทาเรียบกริบ และสมบัติส่วนตัว อย่างน้อยก็ช่วยไปส่งผมที่บ้านก่อนสิครับลุง ลุงงงงงงง!!!

...........................................................................................................


ความคิดเห็น