ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ห่างกันก่อนนะคนดี (100%)

ชื่อตอน : ห่างกันก่อนนะคนดี (100%)

คำค้น : กลรักวีมาร์ค กลรักรุ่นพี่ วีมาร์ค ดราม่า วายมหาลัย love Mechanics

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 370.6k

ความคิดเห็น : 491

ปรับปรุงล่าสุด : 30 พ.ย. 2560 01:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ห่างกันก่อนนะคนดี (100%)
แบบอักษร



-11-

ห่างกันก่อนนะคนดี

**[**Vee Vivis]



          ผมมองคนที่นอนอยู่บนเตียงแล้วส่ายหัวให้มันน้อยๆ ก่อนจะเดินเข้าไปดึงผ้าห่มขึ้นห่มให้มัน อีกคนก็ขยับตัวนอนให้สบายๆ แล้วจับเอาผ้าห่มจากผมไปกอด

          ช่วงนี้คือสัปดาห์การสอบครับ หลังจากเตรียมตัวและเรียนกันมาเทอมหนึ่งแล้วก็ต้องมีการวัดความรู้กันหน่อย ซึ่งไอ้เด็กบ้านี่ไม่รู้จะฟิตไปไหน มันอ่านหนังสือจนดึกดื่นทุกวัน ตอนเช้าๆ ก็ตื่นมาอ่าน ทำอยู่อย่างนั้นวนไปจนถึงตอนนี้ ส่วนผมน่ะเหลืออีกตัวสองตัวก็จะสอบเสร็จ ตารางสอบไม่ได้ติดกันเหมือนปีหนึ่งแต่ก็ไม่ใช่จะง่าย

          ผมอยู่กับมาร์คได้เป็นอาทิตย์แล้ว ไม่ใช่ว่าอยู่ตลอดหรืออะไรแบบนั้นแต่ทุกครั้งที่กลับห้องพลอยพลอยจะไม่อยู่ห้อง หรือวันไหนที่พลอยอยู่ห้องวันนั้นผมกลับไม่ว่าง อ่านหนังสือกับเพื่อนหรือวุ่นวายอยู่กับเรื่องอื่น พอจะกลับห้องไม่รู้ทำไมผมถึงหันหน้าเคาะห้องของมาร์คแทนที่จะเดินตรงไปที่ห้องของพลอย

          ผมยอมรับว่าเรื่องพลอยกับคนอื่นยังติดค้างอยู่ในใจผม ยอมรับว่าไม่พอใจและเสียใจมาก อีกอย่างก็คือความรู้สึกผิดที่ผมมีต่อพลอย การที่ผมมีมาร์คทั้งๆ ที่ยังคบกับพลอยอยู่แบบนี้ผมรู้ว่ามันไม่ดี ผมอยากหยุดแต่ผมหยุดตัวเองไม่ได้แล้ว

          ผมยอมรับว่าการอยู่กับมาร์คผมรู้สึกดี

          “อือ…” ผมขยับเข้าไปหาเมื่ออีกคนส่งเสียงในลำคอ ยื่นมือไปสัมผัสที่หน้าผากสวยนั่นแล้วต้องขมวดคิ้ว

          “ไงมึง” ผมทักเมื่อมันลืมตาขึ้นมองผม ตาเฉี่ยวดุๆ นั่นมองผมตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ

          “จะนอน อย่ากวน” เสียงแข็งว่าแล้วดึงผ้าห่มขึ้นคลุมตัวเอง

          “ใครพานอนตอนห้าโมงเย็น ตื่นเลย” ผมว่าแล้วดึงผ้าห่มออกจากตัวมัน

          “ผมก็ทำมาเป็นอาทิตย์แล้วป่ะ ยุ่ง!” อ้าว…ผมแทบเงิบเมื่อได้ยินคำสุดท้าย สั้นๆ แต่ได้ใจความจากมัน

          “ใครพาทำวะ เหลือสอบอีกกี่ตัว” ผมบ่นแล้วถาม

          “ตัวเดียว มะรืน” มันบอกผมเลยพยักหน้า ลูบผมมันอีกทีก่อนจะลุกออกมา

          ไม่ใช่ว่าผมไม่เคยเป็น ช่วงสอบเป็นช่วงที่ทรมานที่สุดแล้วสำหรับเรา ข้อสอบมันเป็นข้อสอบเขียนไง แสดงวิธีทำไม่ถูกก็คือจบเห่เลยชีวิต แล้วดูๆ เหมือนไอ้เด็กนี่มันก็เรียนเก่ง มันก็คงคาดหวังเรื่องเกรดเรื่องเรียนอยู่เหมือนกัน

          ผมเดินเข้ามาในโซนครัวก่อนจะเริ่มทำอะไรง่ายๆ ไว้ให้มัน มาร์คจะตื่นอีกทีตอนสามสี่ทุ่มมาหาอะไรกินแล้วแม่งก็จะอ่านหนังสือต่อจนเช้า ถ้ามีสอบมันก็จะไปสอบเลยแต่ถ้าไม่มีมันจะนอนอีกทีช่วงบ่ายแก่ๆ เลยไปสามทุ่มเหมือนเดิม นอนวันละไม่กี่ชั่วโมงจนหน้าตานี่ไปหมดแล้ว

          ผมทำข้าวต้มหมูง่ายๆ ไม่ใช่ว่าจะปลุกให้มันมากินตอนนี้ ผมทำกินเองเพราะผมหิว ส่วนมันตื่นขึ้นมาตอนไหนก็ค่อยอุ่นให้มันเอา ถ้าเข้าไปปลุกตอนนี้ก็เหมือนรบกวนเวลานอนอันมีค่าของมัน

          ผมนั่งกินเงียบๆ กินไปก็มองรอบๆ ไป ห้องนี้ออกแบบไม่ได้แตกต่างจากห้องของพลอยเลย แต่แปลกที่ตอนอยู่ห้องพลอยผมอึดอัด ไอ้เหนือถามผมว่าทำไมไม่เลิก มันถามว่าทำไมไม่คุยกันดีๆ ผมอยากคุย…แต่ทุกครั้งที่เปิดปากคุยพลอยกลับไม่คุยกับผม เคยตัดสินใจจะบอกเลิกแต่ทุกครั้งที่เจอหน้าพลอยกลับบอกว่ารักและคิดถึงผมเหมือนเดิม

          ผมเลื่อนโทรศัพท์ไปเรื่อยๆ พลางกินข้าวไปด้วย ก่อนที่จะหยุดนิ้วอยู่ที่สเตตัสหนึ่ง เพจของดิวที่เพิ่งถูกโพสต์ไปเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว ผมกับดิวรู้จักกันแต่ไม่ได้สนิทมากมาย ดิวเป็นเพื่อนของยี่หวาอีกที

          Dew Dely

          8 mins

          เจ้เคยสงสัยว่าทำไมช่วงนี้หนุ่มหล่อพ่อทุกสถาบันพันแชร์ อย่าคุณวี วิวิศน์ไม่มาป้วนเปี้ยนแถวคณะศิลปกรรม นี่คือคำตอบหรือเปล่านะ? อะไรยังไง คู่รักในตำนานอย่างคู่ดาวเดือนต้องออกมาพูดแล้วล่ะ หลายคนก็ถามเข้ามาว่าทำไมช่วงนี้คุณพลอย พลอยนภัสถึงขึ้นรถคันนี้บ่อยเหลือเกิน อะไรยังไงวอนออกมาชี้แจงให้เหล่าติ่งได้สบายใจกันด้วยค่ะ ถ้าเลิกกันจริงเจ้จะได้เสียบ อ่ะโทษๆ ผิดประเด็น

          56 likes 31 comments

          สเตตัสถูกโพสต์โดยมีรูปประกอบเป็นรูปที่ถ่ายจากคณะของพลอย พลอยยืนยิ้มให้ผู้ชายคนหนึ่งที่ผมจำได้ดี เพราะมันคือคนเดียวกันกับที่ไอ้เหนือส่งมาให้ผมดู

          ผมกดเข้าไปอ่านคอมเมนต์ที่โอดครวญของแฟนคลับผม บางคนก็บอกว่าช่วงนี้ไม่เห็นผมกับพลอยไปด้วยกันเหมือนเดิม เดากันไปต่างๆ นานา เพื่อนแท็กผมในความคิดเห็นของตัสนี้แต่ผมก็ไม่ได้เข้าไปตอบ ไม่กดไลค์ด้วยซ้ำเถอะ

          Rrrr~

          ผมก้มลงดูโทรศัพท์อีกครั้งหลังจากที่โยนมันออกไป หน้าจอบอกผมว่าคนที่โทรเข้าคือพลอย แฟนคนสวยของผมที่ผมเพิ่งอ่านข่าวคราวความเคลื่อนไหวของเธอไป

          “ครับผม” ผมกดรับและทักทายเธอด้วยคำสุภาพเหมือนทุกครั้งที่เคยคุยกัน ผมไม่ใช่ผู้ชายที่หล่อแล้วเลว กับคนที่ผมรัก…ผมดีด้วยหมดแหละ

          [วี…] เสียงหวานเรียกผมเบาๆ ก่อนจะเงียบไป [เห็นข่าวที่ดิวอัพลงยังอ่ะ]

          “…อืม” ผมเงียบไปพักหนึ่งก่อนจะตอบพลอยออกไป ความเงียบเกิดขึ้นระหว่างเราหลังจากที่ผมตอบ พลอยยังไม่พูดอะไรและผมก็ไม่รู้จะพูดอะไรออกไป

          [คือ…]

          “เราเจอกันดีไหมพลอย ตอนนี้พลอยอยู่ไหนวีจะไปหา” ผมตัดสินใจบอกก่อนที่พลอยจะพูดจบ ผมอยากคุยแบบที่เจอหน้า สามารถมองตาและกอดกันได้ สุดท้ายจะเป็นอย่างไรหรือผลลัพธ์มันจะเลวร้ายแค่ไหน เราก็ควรคุยกันดีๆ

          [พลอย…อยู่บ้านพี่ต้น] ผมกำโทรศัพท์แน่นขึ้นหลังจากที่ได้ฟังเสียงแผ่วเบาจากปลายสาย

          “จะกลับตอนไหน…หรือจะให้วีไปรับ” ผมพยายามพูดกับพลอยด้วยน้ำเสียงโทนเดิมแม้ว่าใจมันจะกระตุกไปเยอะแล้วก็เถอะ

          [วี…]

          “วีจะรออยู่ที่ห้องนะครับ” ผมบอกอีกคนออกไป พลอยก็ตอบรับและวางสาย ไม่มีคำบอกรักแม้จะไม่ได้บอกกันนาน ไม่มีคำว่าคิดถึงทั้งๆ ที่ช่วงนี้เราไม่ค่อยได้คุยกัน

          ก็ควรจะเข้าใจแล้วไหมวี…

          “จะไปเมื่อไหร่” ผมหันกลับไปหาเจ้าของเสียงที่ยืนเท้าประตูถามผม ขมวดคิ้วนิดหน่อยที่เห็นมันยืนอยู่ตรงนี้ ก่อนจะสงสัยมากๆ ว่ามันมาตั้งแต่ตอนไหน

          “ทำไมตื่นเร็ว” ผมถาม เพราะนี่ก็เพิ่งจะหกโมง

          “เข้าไปกวนขนาดนั้นใครมันจะไปนอนต่อ” มันว่าแล้วเดินมานั่งที่โซฟากับผม ดึงเอาชามข้าวต้มที่ผมยังกินไม่หมดไปกินต่อ

          “กูไปเอาให้ใหม่” ผมว่าแล้วดึงชามออกจากมัน มาร์คเงยหน้าขึ้นมองผม ดวงตาเฉี่ยวนั่นฉายแววไม่พอใจปนหงุดหงิดก่อนจะดึงกลับ

          “จะไปตอนไหน” มันว่านิ่งๆ ตาไม่ได้มองมาที่ผม มีแค่ผมที่มองมัน

          “ไล่?” ผมเลิกคิ้วถาม อีกคนก็เงยหน้าขึ้นมามอง

          “ก็…เห็นคุยกันดีแล้ว” มันพูดแล้วหันกลับไปกินต่อ

          “ไม่ได้หมายความว่าเรื่องมันจะดีเหมือนคำพูดสักหน่อย” ผมบอก มาร์คเลยยืดตัวขึ้นนั่งดีๆ แล้วมองมาที่ผม ผมก็มองสบตามันเพื่อที่จะบอกว่าผมยังไม่ได้ตัดสินใจ มองเพื่อที่จะขอร้องและขอให้มันรอทั้งๆ ที่ไม่สมควรขอ

          “ไปตักมาให้อีกหน่อย หมดแล้ว” มันว่าแล้วมองไปที่ชามข้าวต้ม ปากผมกระตุกยิ้มเองทันทีโดยไม่ได้ใช้สมองส่วนไหนสั่ง ยื่นมือไปขยี้ผมฟูของมัน แล้วยกชามข้าวต้มเปล่าๆ ขึ้นมา

          “รอกูหน่อย…” ผมบอกมันอย่างนั้น มันก็เงยหน้าขึ้นมาหาผม เราสองคนสบตากันแล้วมันก็ส่งเสียงในลำคือ

          “อือ…รีบไปรีบมา”

          ผมนั่งอยู่ในห้องที่คุ้นเคย ห้องที่ผมไปๆ มาๆ มากกว่าหนึ่งปี ทุกซอกทุกมุมทุกที่ของห้องนี้คือที่ที่มีแต่ภาพความทรงจำของผมกับพลอย คิดถึงช่วงเวลาที่เคยอยู่ด้วยกันแล้วผมก็เสียดาย ผมเริ่มจีบพลอยตอนปีหนึ่งและเราเริ่มคบกันตอนปีสอง ผมยอมรับว่าถ้าคิดจริงๆ แล้วเราก็ยังเด็ก และยังเรียนรู้คำว่ารักได้ไม่มาก ผมยังไม่คิดถึงขั้นแต่งงานกับพลอย แต่การใช้ชีวิตกับพลอยผมมีความสุขดี มีความสุขมากจนไม่อยากจะให้เวลาพวกนั้นเสียเปล่า

          เรารักกันมากและถ้าจะเลิกกันเพราะมือที่สามนี่มันคงเป็นเรื่องที่น่าตกใจพอสมควร ถ้าเลิกเพราะเราเข้ากันไม่ได้ หรือเลิกเพราะพลอยไม่รักผมแล้วนั่นผมก็พอจะทำใจยอมรับ ก็ถ้าเขาไม่รักเราแล้วเราจะทำอะไรได้ล่ะครับ

          ผมหันไปมองประตูที่ถูกเปิดเข้ามาโดยคนที่เป็นแฟนผม คนสวยในชุดนักศึกษายิ้มน้อยๆ มาให้ก่อนจะวางกระเป๋าแล้วเดินมานั่งข้างผม เราสองคนสบตากันเนิ่นนานแล้วน้ำตาพลอยก็ไหลออกมา

          “ขอโทษ…” ผมสบดวงตาฉ่ำน้ำนั่นแล้วน้ำตาก็ไหลออกมาตาม ยกมือขึ้นลลูบหน้าแรงๆ ก่อนจะยื่นนิ้วไปเช็ดน้ำตาให้พลอย

          “ไม่เอา…ไม่ร้อง วียังไม่ได้ว่าอะไรเลย”

          “ฮึก! พลอยขอโทษ…” พลอยสะอื้นแล้วโถมตัวเข้ากอดผม หน้าสวยซุกอยู่ที่อก เสียงสะอื้นดังขึ้นเรื่อยๆ จนผมเจ็บตาม

          “ไม่เอาครับคนดี…หยุดร้องนะ” ผมลูบหลังพลอยแล้วกอดปลอบ คนตัวเล็กส่ายหน้าไปมากับอกผม ปากสวยพร่ำพูดอะไรไม่รู้เรื่องผมจับใจความได้แค่ว่าขอโทษ

          “อึก…พลอยไม่ได้ตั้งใจ” พลอยผละตัวออกจากผมแล้วพูดขึ้นเบาๆ “พลอย…ไม่ได้อยากให้มันเป็นแบบนี้ เขาเข้ามาแล้วพลอย…ฮึก!”

          “…” ผมพยักหน้าให้แต่ไม่ได้ตอบอะไร จับมือสวยมากุมไว้แล้วขยับหาคนที่เป็นเจ้าของหัวใจผมมาเป็นปี

          “พลอยยังรักวีนะ พลอยรักวีแต่…”

          “หวั่นไหวกับเขา?”ความรู้สึกของผมกับพลอยตอนนี้ก็คงไม่ต่างกัน พลอยคงสับสนและรู้สึกผิดมาก ไม่ต่างจากผม ผมเข้าใจความรู้สึกนี้ ผมยังรักพลอย…ถามว่าตอนนี้ผมรักใครผมก็ตอบได้เลยว่ารักพลอย แต่ถ้าถามว่ากับอีกคนผมรู้สึกอย่างไรผมก็ตอบได้เลยว่าผมรู้สึกดี

          “พลอยขอโทษ…” เสียงหวานเอ่ยคำขอโทษพร้อมกับช้อนตาขึ้นมองผม ผมมองปากอิ่มที่แดงเพราะพลอยกัดตอนสะอื้นกับดวงตาแดงก่ำนั่นแล้วยกมือขึ้นแนบแก้มสวย ใช้นิ้วหัวแม่มือไล้วนไปมา มองเข้าไปในดวงตาสวยที่สะท้อนความรู้สึกออกมาเช่นเดียวกันกับผม น้ำตาพลอยไหลลงมาอีกครั้ง ผมก้มลงจูบหน้าผากมนแล้วเลื่อนลงมาที่ดวงตาแดงก่ำ จูบซับเอาน้ำตาก่อนจะหอมแก้มนิ่มเบาๆ แล้วผละออกมา

          “วีก็ขอโทษ” ผมบบอกแล้วดึงคนตัวเล็กเข้ามากอดอีกครั้ง กดจมูกลงกับผมหอมนั่นแล้วค่อยผละออกมา

          “พลอยไม่รู้จะทำยังไงอ่ะวี พลอยไม่กล้าคุยกับวี…พลอยรู้สึกผิด” พลอยค่อยๆ พูดช้าๆ ผมก็พยักหน้าตาม ก็อย่างที่เคยบอกสิ่งที่พลอยพูดมา ผมเข้าใจและสัมผัสได้

          “วีก็รู้สึกผิด…ช่วงที่ผ่านมาวีก็ไม่ได้ใส่ใจพลอยด้วยนั่นแหละ แล้ววีก็…ไม่ได้ทำตัวดีสักเท่าไหร่” พลอยเงยหน้ามองผม ตากลมโตฉายแววสงสัยแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรออกมา

          “วี…แต่วียังรักพลอยใช่ไหม วีไม่ได้เกลียดพลอยใช่ไหม” เสียงแหบหวานถาม

          “รัก…วีรักพลอยครับ”ผมว่าแล้วจูบหน้าผากสวย พลอยหลับตาลงรับจูบนั้นก่อนจะเงยหน้าขึ้นแล้วเราสองคนก็ประกบปากเข้าหากัน จูบเพื่อบอกว่ายังรักและขอโทษ จูบเพื่อถ่ายทอดทุกความรู้สึกให้กัน

          “คืนนี้นอนกอดกันนะวี…”

          ผมนอนกอดพลอยจนเช้า กอดแบบที่โอบเอาคนตัวเล็กแนบเข้ามาในอก ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะหน้าอกผมทั้งคืนและมีบางครั้งที่พลอยตัวสั่น ผมรู้…คนสวยของผมร้องไห้

          ผมนอนไม่หลับเหมือนที่พลอยนอนไม่หลับ แต่ผมก็ยังนอนนิ่งๆ อยู่แบบนั้น หลับตาและซึมซับเอาคำว่าเราไว้แบบนี้ ผมไม่รู้ว่าพลอยจะตัดสินใจอย่างไร แม้แต่ผมเอง…มันยังยาก เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ยากมากสำหรับผม ยากกว่าข้อสอบที่เพิ่งจะสอบไปล่าสุดเสียอีก

          แรงขยับตัวของคนในอ้อมกอดทำให้ผมรู้ว่าพลอยกำลังจะลุก ผมอยากจะตื่นขึ้นมามองหน้าสวยๆ ของคนรักที่ไม่ว่ามองตอนไหนก็สวยแต่แรงกดจูบที่ริมฝีปากทำให้ผมไม่กล้าลืมตาขึ้นมอง

          “พลอยรักวีนะคะ รักมากๆ เลยนะ…” เสียงใสเงียบไปแล้วมก็รู้สึกถึงแรงกดจูบที่ข้างแก้ม “กับพี่ต้น…พลอยไม่ได้รักเขาขนาดนั้นนะวี แต่…เขาทำให้พลอยรู้สึกดี เขามีให้พลอยทุกอย่าง เขาเอาใจพลอยมาก ตามใจพลอยมาก…มากจน…ตอนนี้พลอย…”

          Rrrr~

          เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นขัดจังหวะการพูดของพลอย แต่มันกลับทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นมานิดหน่อย ผมรู้สึกว่าคำต่อไปที่พลอยจะพูดมันไม่ได้ดีต่อใจผม ผมเหลือบตามองคนสวยที่ก้มมองโทรศัพท์และหลับตาลงเมื่อพลอยมองมาที่ผมช้าๆ

          “ค่ะพี่ต้น…” ชื่อนั้นทำให้หัวใจผมบีบตัวอีกครั้ง “พลอยกำลังจะกลับค่ะ…พลอยไปเองได้ รอพลอยก่อนนะคะพี่ต้น” แต่ครั้งนี้…บีบแรงจนเจ็บ

          เสียงสนทนาเงียบไปแต่เสียงสะอื้นของพลอยมันเริ่มดังขึ้น ผมไม่รู้ว่าพลอยรู้หรือเปล่าว่าผมตื่นแล้ว แต่ไม่ว่าพลอยจะรู้หรือไม่รู้แต่ผมก็รู้คำตอบของพลอย

          “วี…ฮึก!” เสียงแผ่วเบาดังอยู่ข้างหู “พลอยรู้สึกดีที่วีหลับตา พลอยไม่กล้าสู้หน้าวีตอนนี้จริงๆ นะ” เสียงหวานว่าพร้อมกับจูบลงที่ใบหูของผม “พลอยขอทบทวนเรื่องของพลอยกับเขาอีกครั้งก่อน…คนดีของพลอย…ตอนนี้เราห่างกันก่อนนะคะ”

          จบคำพูดที่บาดหัวใจพลอยก็จูบลงที่ขมับเหมือนผม น้ำตาหนึ่งหยดหยดลงที่ข้างขมับ พลอยจูบลงมาอีกครั้งก่อนที่จะลุกออกไป

          พลอยออกไปแล้ว แต่ผมยังนอนนิ่งๆ อยู่ตรงนี้ หลับตาลงแบบนี้…กับน้ำตาที่ไหลลงมามากขึ้นทุกที

          ผมใช้เวลาทั้งวันนอนโง่ๆ อยู่บนเตียงอย่างนั้น พลิกโทรศัพท์ไปมาจะโทรหาใครก็ไม่กล้าโทร มองไปรอบๆ ห้องแล้วน้ำตาแม่งก็ไหลลงมาเรื่อยๆ เวลาปีกว่าๆ ไม่ใช่สิ่งที่น่าเสียตายเท่ากับความรักของเรา คำว่ารักที่พลอยพร่ำบอกผมทุกวัน แม้กระทั่งวันนี้…ที่ขอให้ห่างกัน

          Rrrr~

          “…อือ” ผมกรอกเสียงแหบๆ ลงไปเมื่อมองดูแล้วรู้ว่าเป็นพี่ชายโทรมา มันเงียบอยู่สักพักก่อนจะถอนหายใจแล้วพูดกับผมช้าๆ

          [จะกลับบ้านไหม?]

          “ทำไมต้องกลับ” ผมถามกลับ

          [กูรู้แล้วนะเว้ย เห็นน้องดิวอัพเรื่องมึงลงเฟซ] มันบอกเสียงหงุดหงิดแต่ก็พยายามไม่เอามาลงที่ผม

          “เรื่องอะไร เรื่องพลอยไปกับไอ้รุ่นพี่อะไรนั่นพวกกูเคลียร์กันแล้ว” ผมบอกมันไปแบบนั้น ไม่อยากให้ใครเป็นห่วง เพราะคนที่รู้จักผมทุกคนรู้ว่าผมรักพลอยมาก ถึงขั้นพาไปเล่นที่บ้านกับพ่อแม่แล้ว เหลือแต่เรื่องแต่งงานเท่านั้นแหละที่ผมกับพลอยยังไม่ได้คุยกัน เพราะผมอยากให้เราโตกว่านี้สักหน่อย จนตอนนี้…ไม่รู้ว่าจะได้พูดหรือเปล่า

          [คุยเหี้ยไรของมึง เมื่อกี้เพจน้องดิวยังอัพรูปพลอยกับไอ้ต้นลงอยู่เลย กูรู้ว่ามึงเก่ง แต่บางทีคนเก่งก็ต้องการคนปลอบไม่ใช่เหรอวะ กูพี่มึงนะวี] ไอ้ยูว่าแบบนั้นแต่ผมนี่ชาไปทั้งแถบแล้ว

          “ยู…กู…ฮึก!...”

          [ตอนนี้มึงอยู่ไหน] เสียงแข็งๆ ถามกลับมาอย่างร้อนรน

          “ห้องพลอย…”

          [ลงมาข้างล่างตอนนี้เลย ไอ้น้องโง่!]

          ยูมันพาผมกลับบ้านและผมก็กลับมานอนเลียแผลใจอยู่ที่นี่ได้สามสี่วันแล้ว ตอนที่พี่ชายพาผมมาแม่ก็มองมาที่ผมกับมันแล้วขมวดคิ้วแปลกๆ ปกติผมไม่ได้กลับกับมันบ่อยๆ ไง มันไล่ผมขึ้นมานอน ส่วนตัวมันเองลงไปคุยกับแม่ น่าจะเรื่องผม

          ผมใช้เวลาหนึ่งวันเต็มๆ ในการนอนมองเพดานห้องตัวเอง ทบทวนเรื่องราวต่างๆ และพยายามทำความเข้าใจ อย่างไรก็เถอะพลอยบอกแค่ขอเวลา แค่ขอให้ห่างกัน มันก็ดีเหมือนกันผมก็จะได้ห่างออกมาคิดเรื่องของผมบ้าง ทบทวนความรู้สึกที่มีต่อพลอยบ้าง

          วันที่สองที่สามผมก็ทำงานช่วยพ่อ อ่านหนังสือบ้างสลับกันไปให้ตัวเองไม่ว่างมาก ทั้งๆ ที่เนื้อหาพวกนั้นมันอยู่ในหัวผมอยู่แล้วแต่ผมก็ยังยัดมันเข้าไปอีก ผมยอมรับว่าผมทำเพื่อไม่ให้คิดถึงพลอย ผมไม่เปิดเฟซบุ๊กหรือแอปพลิเคชันไหนก็ตามที่ติดตามพลอยอยู่ จะดิวหรือจะเพื่อนคนไหนผมก็ไม่รับสาย จนผมคิดว่าผมทำใจได้แล้วจริงๆ ผมเลยหยิบโทรศัพท์มากดดู

          แจ้งเตือนจากสารพัดโซเชียลเด้งขึ้นรัวๆ จนผมเบ้หน้า คงไม่พ้นเรื่องผมกับพลอย สายเรียกเข้าและข้อความก็มีอยู่มากเหมือนกัน ส่วนใหญ่จากเพื่อน ผมกับพลอยไม่ได้ติดต่อกันอีก พลอยไม่ได้โทรมาและผมก็ไม่ได้โทรไป

          เศร้า…แต่ผมก็พอจะเข้าใจ

          Dew dely

          2 hrs

          คุณๆ ทั้งหลายขา บทสรุปสำหรับเรื่องดาวเดือนในตำนานนี่มันเหมือนจะมีมาลางๆ แล้วนะคะ เมื่อสามสี่วันก่อนเจ้เพิ่งอัพเดทไป วันนี้ก็มีมาให้อัพเดทใหม่สดๆ ร้อนๆ จากเฟซบุ๊กของอดีตดาวคณะเจ้เอง คุณพลอยนภัสอัพสเตตัสไปทานข้าวเช้ากับหนุ่มหล่อรุ่นพี่ที่คณะ คุณคะ! วี วิวิศน์ของฉันอยู่ไหน เอามือทาบอกแล้วหายใจเข้าออกแรงๆ ไม่แคร์สื่อก็แคร์วีหน่อยไหมล่ะพลอย หรือไม่มีอะไรต้องแคร์กันแล้ว

          1872 likes 1659 comments 781 shares

          ผมอ่านแค่นั้นเพราะมันขึ้นที่หน้าฟีดพอดี เพื่อนหลายคนทักมาหาผมแต่ผมก็เลือกที่จะเมินพวกมัน หลายคอมเมนต์กล่าวถึงผมแต่ผมก็ไม่ได้ใส่ใจจะเปิดดู ผมกดปิดสัญญาณเชื่อมต่อแล้วโยนโทรศัพท์ไปข้างๆ ก่อนจะล้มตัวลงนอน

          ทำใจได้บ้าบออะไรกันล่ะ

          “วี…กินข้าวเย็นไหมลูก” เสียงแม่เรียกให้ผมได้หันไปมองประตู ไม่อยากจะเปิดออกไปเจอใครตอนนี้แต่ถ้าเป็นคนคนนี้ผมอยากกอดเธอ

          “แม่ครับ…” ผมเรียกคนเป็นแม่ก่อนจะโถมตัวเข้ากอด แม่ยกมือขึ้นมาลูบหลังผม ผมซบหน้าลงกับไหล่บางนั่นแล้วกระชับกอดแม่

          “ไม่เป็นไรลูก สุดหล่อของแม่เก่งจะตาย แค่นี้เอง…” แม่ปลอบแล้วลูบหัวไปด้วย

          “วีไม่อยากกินข้าว วีไม่หิว” ผมบอกอ้อนๆ หลังจากที่ผละออกมา

          “ไม่กินได้ไงล่ะ ทั้งเหนือทั้งปอนด์มาหาลูกอยู่ข้างล่างแหนะ” แม่บอกแล้วชี้ลงไปข้างล่าง ผมเลยถอนหายใจออกมายาวๆ

          “บอกพวกมันว่า…”

          “ไม่ต้องบอกอะไรแล้วไอ้เพื่อนเวร มึงรีบลงมาคุยกับยี่หวานี่มา มันจะไปลากแฟนมึงมาตบอยู่แล้ว!” ปอนด์ตะโกนขึ้นมาบอกจากบันได้ขั้นแรก ผมเลยผละออกจาแม่แล้วลงไปหาพวกมัน

          “ตบบ้าตบบออะไร! พลอยไม่ได้ทำอะไรผิด” ผมหยุดยืนมองหน้ายี่หวา สีหน้าที่ดูโกรธเปลี่ยนไปเมื่อเห็นผม เพื่อนคนสวยร้องไห้ออกมาก่อนจะเข้ามากอดผม

          “กูขอโทษ…ฮึก!” มันว่าทั้งสะอื้นไปด้วย “กูเห็นมันไปกับไอ้บ้านั่น…ตั้งแต่ประกวดดาวเดือนแล้ว” มันว่าแล้วซุกเข้าที่อกผม ส่วนผมนี่เงยหน้าขึ้นมองเพดานบ้าน ห้ามน้ำตาไม่ให้ไหลลงมาอีก เพราะผมร้องไห้มากพอแล้ว

          “ไม่เป็นไรมึง…กูกับพลอยคุยกันแล้ว” ผมบอกแล้วลูบหลังยี่หวา

          “คุยว่าไงวะ” เหนือถาม

          “ก็…ห่างกัน” ผมตอบเพื่อน แล้วพวกมันก็เงียบ พ่อเดินมาตบไหล่ผมเบาๆ ก่อนจะเดินออกไปนั่งที่โต๊ะกินข้าว ส่วนแม่ก็แค่ยิ้มมาให้ แต่เพื่อนผมนี่หน้าเหวอค้างไปเลย

          “มึงยอม?” ปอนด์ถามต่อ

          “ก็เขาเหมือนอยากไปอยู่แล้ว…ถึงห้ามยังไงก็ต้องไปอยู่ดี” ผมบอกแล้วเดินไปนั่งตรงที่นั่งตัวเอง มองกับข้าวง่ายๆ ที่แม่ทำแล้วยิ้มออกมาเบาๆ

          ผมน่ะ…มันก็แค่คนทั่วไป บ้านไม่ได้หลังใหญ่ รถก็ไม่ได้มีขับ ต่างจากพลอยที่ทั้งสวย ทั้งรวย ชาติตระกูลก็ดี เมื่อก่อนผมเคยคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้แต่พลอยบอกว่าไม่ต้องคิดมาก รักก็คือรัก อะไรอย่างอื่นไม่จำเป็นต้องใส่ใจ แต่มันไม่ใช่แล้ว…ตอนนี้มันไม่ใช่แบบตอนนั้นแล้ว

          “เขาอยากไปอยู่แล้ว หรือมึงก็อยากไปด้วย” เสียงทุ้มของพี่ชายดังขึ้นขัดกับความคิดของผม ผมเลยหันไปมองมันแต่มันก็ทำหน้าเฉยๆ เดินมานั่งตรงข้ามกับผม

          “หมายความว่าไงวะพี่ยู” ไอ้เหนือถามมันพลางเดินเข้ามาหา

          “ถามเพื่อนพวกมึงเองสิ” มันว่าแล้วมองมาที่ผม มองมาเหมือนมันรู้อะไรมากกว่าคนอื่น

          “มึงมารู้อะไรกับกู” ผมถาม

          “กูรู้แล้วกัน”

          “อย่ากวนน้องน่าตายู น้องมันยิ่งอารมณ์ไม่ดีอยู่” แม่หันไปดุไอ้ยู ส่วนพี่ชายผมมันก็แค่กระตุกยิ้มเท่ๆ เสยผมไปข้างหลังแล้วตักข้าวกิน

          “ผมไปกับเพื่อนนะ” ผมบอกพ่อกับแม่ พ่อมองมาเอือมๆ ส่วนแม่ก็ยิ้มให้

          “อย่ากลับดึกนะลูก” แม่บอกแล้วลูบหัวผม ผมเลยหอมแก้มคนสวยกลับไป

          “แม่ก็ไปตามใจมัน มันเลยเป็นแบบนี้ไง วันๆ กินแต่เหล้า ใครเขาจะไปเอา” พ่อว่าเสียงแข็งๆ แล้วมองมาที่ผมตอนท้ายประโยค

          “พ่อบอกให้แม่ตามใจเจ้าวีเองไม่ใช่เหรอ นี่ก็บอกว่าถ้าลูกกลับมาก็ให้โอ๋ลูกมันหน่อย” แม่แย้งพ่อ ส่วนผมนี่ก็ได้แต่อมยิ้มที่มุมปาก…ความปากแข็งของพ่อนี้

          “เอ๊ะ! แม่นี่…”

          “ก็ตามใจมันทั้งสองคนนั่นแหละ นี่ผมจะเป็นหมาหัวเน่าอยู่แล้ว” ยูมันว่าก่อนจะทำหน้าอ้อนพ่อกับแม่ ผมเบะปากให้พี่ชายแล้วมันก็แยกเขี้ยวให้ผม

          “พ่อรักยูที่สุดอยู่แล้วลูก” พ่อว่าแล้วยื่นมือไปลูบหัวไอ้ยูเบาๆ

          “ปากอย่างใจอย่างเหมือนไอ้วีไม่มีผิด ผมไม่คุยกับพ่อหรอก” มันว่าแล้วกินข้าวต่อ

          “ที่พี่ยูพูดหมายความว่าไงวะ” ไอ้ปอนด์เดินเข้ามาถามผม

          “ไม่มีอะไร…มันคิดไปเอง” ผมตอบช้าๆ ยูมันก็เงยหน้าขึ้นมามองผม ตาคมมองมาที่ตาผมก่อนที่มันจะหลุบตามองลงต่ำ

          “งั้นก็คงไม่ใช่กูคนเดียวที่คิดไปเอง…” เสียงทุ้มว่าไว้อย่างนั้น แต่ผมไม่ได้ตอบอะไรมันกลับไป แค่เดินกอดคอไอ้เหนือกับไอ้ปอนด์ออกมา

          ร้านเดิมๆ บรรยากาศเดิมๆ แต่ความรู้สึกไม่เหมือนเดิม ปกติผมเคยชอบนะไอ้คำพูดประมาณว่า ห่างกันสักพัก หรือขอทบทวนตัวเองก่อน อะไรเทือกนั้น มันเหมือนการขอความแน่ใจและผมเคยคิดว่ามันดีกับทุกฝ่าย แต่พอมาได้ยินเองกับหูผมกลับไปไม่เป็น ทั้งๆ ที่คิดว่าพอเป็นแบบนี้แล้วผมจะมีที่ให้ไปแต่ผมก็ไม่กล้าไป

          คำพูดไอ้ยูเมื่อกี้ยังติดอยู่ในหู คำพูดของพลอยที่ขอให้ห่างก็ยังติดอยู่ในใจ ตอนนี้จะก้าวไปทางไหนก็หนักไปหมด ผมยกแก้วขึ้นดื่มอีกครั้ง ก่อนจะวางลงให้เหนือมันชงให้ใหม่ เพื่อนไม่ได้เซ้าซี้หรือพูดอะไรกับผมอีก มันก็แค่นั่งดื่มเป็นเพื่อนอยู่อย่างนี้

          “เดี๋ยวเด็กๆ จะมา” ยี่หวาบอกหลังจากวางโทรศัพท์ลง

          “เด็กที่ไหนวะ” ไอ้เหนือหันไปถามพลางยื่นแก้วเหล้าให้ผม

          “เด็กมึงอ่ะ พวกไอ้มาร์ค”

          “บ้าสิมึง…เด็กกูที่ไหนกัน” ผมส่งเสียงเหอะในใจเมื่อเห็นท่าทางของไอ้เหนือ อยากยกเท้าถีบจากนี่ให้ไปถึงหน้าเวทีเลย

          รอไม่นานหน้าหล่อๆ ของเดือนคณะปีนี้อย่างไอ้ฟิวส์ก็โผล่มาให้เห็น ตามด้วยไอ้คำผานและอีกคนที่ผมรู้จักดี มาร์คนั่งตรงข้ามผม ข้างๆ มันคือไอ้เหนือ ผมมองมือของเพื่อนที่ยื่นแก้วเหล้าให้เด็กรุ่นน้องก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองมัน มาร์คมองตรงมาที่ผมแต่ผมไม่สามารถอ่านสายตาของมันได้ อาจจะเป็นเพราะผมดื่มไปหลายแก้วแล้วหรืออาจจะเป็นเพราะผมไม่สามารถอ่านมันออกจริงๆ

          “สอบเสร็จกันแล้วเหรอ?” เสียงใสของยี่หวาถาม เด็กมันก็พยักหน้าตอบ

          “เมื่อสองวันที่แล้วอ่ะพี่ ข้อสอบแบบ…ยากมาก แต่ไอ้เหี้ยนี่กลับทำได้” คำผานว่าแล้วชี้มาที่มาร์ค

          “แน่นอน สายฉันนอกจากจะหน้าตาดีก็ยังเรียนดี ถูกไหมเหนือ?”

          “ถูกต้องแล้วครับผม…แบบนี้ต้องมีรางวัลเนอะ” ผมหันไปมองเพื่อนเมื่อมันพูดคำว่ารางวัลออกมา อยากด่าว่าปัญญาอ่อนแต่เพื่อนคนสวยนี่ก็เชียร์จังเลย ต่างจากไอ้ปอนด์ที่นั่งนิ่งๆ รักษาภาพพจน์เฮดว้าก

          “รางวัลก็คือ…”

          “ความรักที่แสนบริสุทธิ์จากพี่เอง”

          ปึก!

          ผมวางแก้วเหล้าที่กินหมดแล้วลงที่โต๊ะแรงๆ คนทั้งโต๊ะมองมาที่ผมไม่เว้นแม้แต่คนที่นั่งตรงข้าม ผมตวัดสายตาไปมองไอ้เหนือดุๆ แต่มันกลับเลิกคิ้วขึ้นเหมือนไม่รู้ไม่ชี้

          “ไอ้เหนือ! ไอ้บ้า! เพื่อนมึงเฮิร์ทไง มาพูดเรื่องรักๆ ใคร่ๆ เดี๋ยวถูกมันถีบ” ยี่หวาตบไหล่เหนือแล้วบอกเสียงดัง

          “อ้าว…ก็แม่งบอกเคลียร์กันแล้วไง” ไอ้เหนือว่าแล้วมองมาที่ผม

          “มันก็ต้องมีติดๆ ค้างๆ บ้างแหละวะ มึงจะให้หายภายในสามสี่วันเลยก็ไม่ใช่ไหม?” ไอ้ปอนด์ว่าต่อพลางยกมือขึ้นจะเขกหัวเหนือ แต่ไอ้เพื่อนตัวดีกลับเอี้ยวหลบ ไม่รู้ว่ามันจงใจหรือว่าเป็นเรื่องบังเอิญแต่หัวของไอ้เหนือมันซบแหมะลงที่ไหล่ไอ้มาร์ค

          “มาร์ค…ขอหลบที พวกนี้มันทำร้ายพี่” เหนือว่าแล้วยิ้มให้มาร์ค เด็กนั่นมันก็กระตุกยิ้มให้ไม่ได้ผลักออก ผมก็ไม่ได้อะไร…แค่มองมันไปแบบน้อยใจนิดๆ ก็แค่นั้น

          กูอกหักเว้ย! ปลอบกูไหมล่ะบางที

          “ผม…ขอไปเข้าห้องน้ำก่อนะครับ” มาร์คมันว่ายิ้มๆ แล้วลุกออกไป ไอ้เหนือเลยลุกขึ้นนั่งดีๆ

          “นกไหม?” ยี่หวาถาม

          “ไม่นกครับ บางทีน้องเขาอาจจะอ่อยกู” เหนือตอบอย่างมั่นใจ ทำเอาเท้าผมกระตุกครั้งแล้วครั้งเล่า อ่อยบ้านมึงสิไอ้เพื่อนเวร!

          “ไอ้มาร์คอ่อยมึงนี่กูว่าไม่ใช่ แต่สิบเอ็ดนาฬิกาตรงนั้นมองมึงนานมากกูมั่นใจ” ไอ้ปอนด์ว่าแล้วเหล่มองไปทางที่มันบอก เหนือมองตามก่อนที่คนอื่นในโต๊ะจะมองไปด้วย

          “เพื่อนอกหักแต่เหมือนกูจะเจอรักแท้ว่ะมึง” มันว่าก่อนจะยกแก้วเหล้าขึ้นแล้วสาวสวยคนนั้นก็ส่งยิ้มตอบ

          “งานดีด้วยครับพี่กู” คำผานว่าแซวๆ

          “ของกูมันดีทุกงานเว้ย”

          “กูไปห้องน้ำนะ” ผมบอกพวกมันนิ่งๆ พวกมันก็มองมาที่ผมเหมือนเพิ่งจะนึกได้ว่าผมอยู่ตรงนี้ ขอโทษที…ใครมันไปหากูแล้วชวนกูออกมาวะ

          “ไหวนะมึง” ปอนด์ถาม

          “กูยังไม่เมา” ผมตอบแล้วลุกขึ้นก่อนจะเดินออกไป

          ทางเข้าห้องน้ำเป็นทางที่มืดและเปิดโล่งพอสมควร หลายคนยืนสูบบุหรี่อยู่แถวนี้ บางคนก็มานัวเนียกันแถวนี้ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับผม แต่ที่มันแปลกก็สายตาพวกมันนี่แหละ อยากตะโกนบอกว่าจะทำอะไรก็ทำไปสิ มองกูทำไม แต่ก็ทำไม่ได้ ได้แต่เดินต่อไปเรื่อยๆ จนเห็นคนที่เดินออกมาก่อนหน้านี้ยืนสูบบุหรี่อยู่ข้างกำแพง

          “…” มาร์คเงยหน้าขึ้นมองผม เมื่อผมหยุดยืนอยู่ตรงหน้ามัน มันมองมาที่ผมกับดวงตาที่สั่นไหวแบบที่ผมไม่คิดว่าจะได้เห็น

          “ทำไมมองกูแบบนั้น” ผมถามมันนิ่งๆ

          “มาช้าขนาดนี้ได้ยังไงวะ” เสียงแหบว่าเบาๆ

          “หืม?”

          “วันนั้นพี่บอกให้รอ…ผมรอนานมากเลย” คำพูดมันว่ากระตุกหัวใจผมแล้วแต่ดวงตาของมันกลับทำให้ใจผมเต้นเร็วกว่า ตาเรียวรีที่มองมาอย่างตัดพ้อแกมน้อยใจ ปากบางขบเข้าหากันหลังจากที่ดึงบุหรี่ออก

          “มาร์ค…มึงรอกูจริงๆ เหรอ?”

          “พี่หมายความว่าไงวะ!” เสียงมันดังขึ้นนิดหน่อย คนที่อยู่ใกล้ๆ ก็มอง แต่ก็ช่างเถอะเห็นก็เห็นไปตอนนี้ผมไม่ได้สนใจเรื่องพวกนั้น

          “กู…ไปหามึงได้จริงๆ เหรอ?” ผมถามต่อหลังจากที่เงียบอยู่นาน มองดวงตาคู่สวยที่ผมเคยหลงใหลไปครู่หนึ่ง มองตรงเข้าไปว่าที่ผ่านมาผมแค่หลงใหลหรือติดใจจริงๆ คำพูดของมันและแววตาที่สบกลับมามันทำให้ผมตัดสินใจอะไรบางอย่างได้

          บางอย่างที่ทำให้ผมรู้สึกขอบคุณคำว่าห่างกันของพลอย

          “ก็…คิดว่าจะรอตั้งแต่แรกอยู่แล้ว”

#กลรักวีมาร์ค

อยู่ระหว่างการทำเล่มและตรวจคำผิด แป้งจึงจะทยอยลงตอนที่ตรวจคำผิดแล้วเรื่อยๆ นะคะ

สามารถสั่งจองหนังสือได้ที่

เพจเฟซบุ๊ก : faddist

ทวีตเตอร์ : @pflhzt

Line ID : @hzn1709t

ความคิดเห็น