facebook-icon Twitter-icon

อย่าลืมเม้นให้กำลังใจกันบ้างน้าาา

ติวรัก Love Tutor : ตอนที่ 4 [100%] *แก้ไข

ชื่อตอน : ติวรัก Love Tutor : ตอนที่ 4 [100%] *แก้ไข

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 18.3k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ก.ค. 2562 22:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ติวรัก Love Tutor : ตอนที่ 4 [100%] *แก้ไข
แบบอักษร

ติวรัก Love Tutor ตอนที่ 4​ 

 

[น้องอชิ]  

แทบอยากจะกลืนคำพูดของตัวเองลงคอ ไม่รู้ผีอะไรสิงผมให้ตอบพี่มันไปแบบนั้นทั้งที่เมื่อกลางวันยังวิ่งหนีพี่มันอยู่เลย หลังจากที่ตอบตกลงไปแบบฮาร์ทคอพี่มันก็ยอมปล่อยผมให้กลับมาช่วยเพื่อนอีกครั้ง ซึ่งตอนนี้เข้าสู้ช่วงสันทนาการแล้วครับ 

“อ้าวน้องอชิ สวัสดีครับ” ผมที่กำลังเดินผ่านหันไปตามเสียงเรียกของพี่ฟลุค ไอ้แก๊งบอยแบนด์นั่งกันหน้าสลอน ปล่อยให้สาวๆ เอกผมแทะโลมกันด้วยสายตา เลยยกมือไหว้พวกพี่เขาไป 

“สวัสดีครับ”  

“รับน้องเหนื่อยน่าดูเลย สู้ๆ นะ”  

“ขอบคุณครับ”  

“แล้วนี่เพื่อนพี่ไปไหนล่ะ”  

“ไม่รู้เหมือนกันครับ เดี๋ยวผมขอตัวไปช่วยเพื่อนก่อนนะ” ว่าแล้วก็ชิ่งเลย ไม่อยากอยู่ให้โดนล้อมากไปกว่านี้แล้ว แค่นี้ไอ้อชิก็พรุนพอแล้วครับ  

ผมตรงเข้าไปช่วยไอ้ปั้นยกน้ำเทใส่กระติกเตรียมให้น้องๆ  

“ไปไหนมาวะ”  

“เรื่องของกู” พาลใส่แม่งเลย ไม่มีที่ลง 

“อ้าว กูถามดีๆ เดี๋ยวโบก”  

ผมปล่อยให้ไอ้ปั้นมันบ่นของมันต่อไป แม้มือจะช่วยมันทำงานแต่หางตากลับเหล่ไปเห็นไอ้พี่แทนกำลังเดินอย่างสบายอารมณ์กลับมานั่งกับเพื่อน ยิ้มเรี่ยราดจนผู้หญิงคณะผมสติแตกกันหมดแล้ว 

“หล่อเนอะ” มาแล้วครับ เสียงเพ้อๆ แบบนี้ไอ้ตาลแน่นอน “อย่างกับอปป้าดาราเกาหลี ถ้าได้เป็นแฟนจะกราบเช้ากราบเย็นเลย”  

แฟนหรือพระพุทธรูปวะ ผมยกมือขึ้นโบกตรงหน้าไอ้ตาลที่ตอนนี้ทำหน้าเคลิ้มจนผมคิดว่าน้ำลายมันกำลังจะไหล เพื่อเรียกสติ 

“ตื่นไหมมึง”  

ไอ้ตาลรีบปัดมือผมทิ้งเมื่อไปขัดฝันกลางวันอันแสนหวาน พลางหันมามองตาเขียว ท่าทางหรี่ตามองแบบนี้ทำเอาร้อนๆ หนาวๆ อย่างไรชอบกล 

“ไม่ต้องมาพูดเลยมึงน่ะ! อย่าคิดว่าพวกกูไม่รู้นะ”  

“รู้อะไรของมึง”  

“พี่แทนเดินตามมึงไป บอกกูมาเลยนะว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมสุดหล่อของกูถึงทำท่าทางเหมือนตามไปง้อมึงอย่างนั้น”  

ง้อบ้าง้อบออะไรของมันวะ มั่วไปใหญ่ละ แล้วก็นะ... 

“เขาไปเป็นของมึงตอนไหน”  

“ไม่ต้องมาหวง! ตอบคำถามกูมาเลยไอ้ชิ”  

“กูไม่ได้หวง! แล้วมันก็ไม่ได้มีอะไรด้วย ไอ้พี่แทนก็แค่ตามไปถามกูเรื่องภาษาญี่ปุ่นแค่นั้น ไม่ได้มีอะไร” แล้วทำไมผมต้องทำท่าทางลุกลี้ลุกลนด้วยวะ ไอ้ตาลจ้องผมกลับมาอย่างจับผิดไม่ยอมลดละ 

“ถามคนอื่นก็ได้ ทำไมต้องถามมึง”  

“ก็กูเป็นคนสอนเขา”  

“แน่ใจ?”  

“เออสิ จะมาคาดคั้นกูทำไมเนี่ย ไปดูน้องมึงนู่น หิวน้ำแย่แล้วมั้ง กูรินน้ำใส่เหยือกให้เรียบร้อยแล้ว” เปลี่ยนเรื่องดีกว่าครับ ไม่อย่างนั้นละก็โดนซักฟอกจนขาวแน่ 

ไอ้ตาลหันมองไปทางน้องๆ อย่างนึกขึ้นได้ ก่อนจะคว้าเหยือกน้ำไปสองอัน แต่ไม่วายหันกลับมาหรี่ตามองผมอีกรอบ  

“อย่าให้กูรู้นะว่ามึงริจะฉกคนหล่อของพวกกูไป กูกินหัวมึงแน่”  

กูไม่คิดจะฉกอะไรของใครหรอกโว้ย มึงควรไปบอกคนหล่อของมึงนู่นว่าอย่ามายุ่งกับกู!  

ได้แต่เถียงอยู่ในใจเท่านั้นแหละครับ เรื่องอะไรจะบอกเรื่องนี้ให้ใครรู้ล่ะ พวกมันล้อผมตายแน่ แต่ก่อนจะโดนล้อผมคงโดนซักประวัติอีกยาว เหลือบมองไปทางไอ้ตัวต้นเหตุก็เห็นพี่มันโบกมือหย็อยๆ มาให้ ไม่ได้รู้เหนือรู้ใต้อะไรสักนิด นึกอยากฟาดหัวพี่มันสักครั้งจริงๆ แค่หน้าผากโขกมันน้อยไป!  

“กลับกับกูไหมวันนี้”  

ผมเหลือบมองไปทางไอ้ปั้นที่ถามขึ้นมาอย่างสงสัย ปกติมันต้องถามผมที่ไหน เพราะยังไงผมก็กลับพร้อมมันอยู่แล้ว 

“ถามทำไม”  

“ก็มึงชอบหายไปตอนกลับบ้านทุกที”  

“มึงสิหาย เพราะมึงหายนั่นแหละกูถึงต้องกลับกับไอ้พี่แทน” เพราะมันทั้งนั้นแหละครับ แล้วยังมาโทษผมอีก 

“แล้ววันนี้กลับพร้อมกูหรือเปล่าล่ะ”  

...น้ำท่วมปากเลยผม จะบอกมันยังไงดีครับ ดันรับปากไอ้พี่แทนแล้วด้วยว่าจะไปกินข้าวกับมัน ยิ่งเห็นไอ้เพื่อนตัวดีหรี่ตาทำท่าจับผิดยิ่งไม่อยากบอกเข้าไปใหญ่ 

“ก็...”  

“อย่าแม้แต่คิดจะโกหกกู” แสนรู้เป็นหมาเลยมึง 

“เออๆ วันนี้กูกลับกับไอ้พี่แทน เสือกไปรับปากมันไว้ว่าจะกินข้าวกับพี่มัน” สุดท้ายผมก็โกหกมันไม่ได้อยู่ดี ถ้าถามว่าใครรู้ใจผมมากที่สุดตอนนี้ก็ต้องเป็นไอ้ปั้นนี่แหละ  

“โอ้พระพุทธเจ้า!!”  

นี่คือคำอุทานของมันครับ ไทยรักไทยคือไทยแท้สุดๆ เพื่อนกู 

“อะไรยังไงวะ กูตกข่าวหรือเปล่าเนี่ย”  

“ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ ก็แค่กินข้าว”  

“พี่มันชวน?”  

“เออ”  

“แล้วมึงก็ตกลง?”  

“...เออ” แม่ง ตอบได้ไม่เต็มปากเลย 

ไอ้ปั้นทำตาโตแทบจะถลนออกมาจากเบ้าอยู่รอมร่อ ตกใจอะไรขนาดนั้นวะ ทำผมเริ่มเสียเซลฟ์แล้วเนี่ย 

“พี่มันชวนอันนี้กูไม่แปลกใจ เพราะมันมีแผนอะไรกูพอรู้อยู่ แต่ที่มึงตกลงนี่สิ... มึงมีแผนอะไรหรือเปล่าวะ” คำถามไอ้ปั้นทำให้ผมฉุกคิดขึ้นมาอีกครั้ง 

ใช่ครับ... ไอ้พี่แทนมันมีแผนอยู่แล้วข้อนี้ผมรู้ แต่ที่มีปัญหาก็คือผมครับ ...เพราะผมไม่ได้มีแผนการอะไร 

แล้วผมจะไปกับมันทำไม?  

“ก็...เปล่า”  

ไอ้ปั้นเบะปากคว่ำพร้อมทำสีหน้าพิเรนท์มองผม “เปอร์เซ็นต์สูงมากงี้... กูว่าไอ้พี่แทนได้รองเท้าไปใช้ฟรีๆ แน่นอน ฟันธง!”  

“ไอ้ปั้น! มึงควรจะเข้าข้างกูสิ! ห่า พูดจาไม่น่าฟังเลยนะมึง”  

“ก็มันจริง หมู่นี้มึงไปกับพี่มันบ่อยมากนะเว้ย แม้แต่ไอ้ตาลมันยังสงสัยมึงเลย”  

“หมู่นี้เหี้ยอะไรล่ะ ก็แค่วันสองวันเท่านั้นแหละ”  

“เออไง ทั้งที่มันก็แค่วันสองวันแต่คนอื่นยังสัมผัสได้ กูว่าไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แล้วมั้ง”  

บิ้วกูจัง... 

“แล้วกูควรทำไงวะ”  

“มึงก็ต้องทำตัวให้มันยากๆ กว่านี้หน่อยสิเพื่อน”  

ยากๆ อะไรของมัน แค่นี้ผมก็ว่าผมยากแล้วนะ แค่สู้พี่มันไม่ได้เท่านั้นเอง 

“ยังไงของมึง”  

“เอางี้... วันนี้มึงกลับกับกู”  

“แต่กูบอกพี่มันไปแล้ว”  

ผมเหลือบไปมองทางไอ้พี่แทนอย่างหวาดๆ ซึ่งทั้งแก๊งยังอยู่ครบ ตอนนี้กำลังนั่งคุยเล่นกันไม่ได้สนใจคนรอบข้างมากเท่าไหร่ ซึ่งถามว่าแปลกไหม...ก็แปลกมากครับ ไอ้เสื้อช็อปสี่ตัวมาทำอะไรท่ามกลางเสื้อนักศึกษาขาวสะอาดของคณะผม ไม่ได้มีกิจจำเป็นอะไรสักนิด 

“ก็แค่แกล้งทำเป็นลืม”  

“ลืมยังไงเล่า มันนั่งอยู่นั่น พูดง่ายจริงมึงเนี่ย”  

“คุยอะไรกัน ท่าทางซีเรียสเชียว” เสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากด้านหลัง ไอ้ปั้นไม่เท่าไหร่แต่ผมนี่สะดุ้งโหยงเลย ก็นี่มันเสียงไอ้พี่แทน! มันหายตัวได้หรือไงวะ  

“ตกใจหมด!!” มาได้ไงวะครับ เมื่อกี้ยังเห็นคุยกับเพื่อนอยู่ตรงนั้นไม่ได้สนใจผมสักนิด 

“เห็นคุยกันท่าทางเครียดๆ เลยเข้ามาถามดู หาทางหนีกูอยู่เหรอ” ถามด้วยท่าทางยิ้มแย้มเหมือนไม่มีอะไร แต่แววตาไม่ใช่เลยสักนิด 

ผมว่าไอ้ปั้นแสนรู้เหมือนหมาแล้วนะ ไอ้พี่แทนคือขั้นกว่าอีก โอ๊ย...อชิตะเหนื่อยครับ 

“หนีบ้าหนีบออะไรล่ะ ทำไมกูต้องหนีมึงด้วย / วันนี้ไอ้อชิมีนัดสอนภาษาญี่ปุ่นครับ” ผมที่กำลังหาทางแก้ตัวสะบัดหน้ามองไอ้ปั้นด้วยความงุนงงที่มันพูดแทรกขึ้นมา สอนอะไรของมันวะ วันนี้ผมไม่มีเวรขึ้นห้องชมรมสักหน่อย 

“สอน? สอนใคร ไหนมึงบอกว่าขึ้นสอนเฉพาะวันพฤหัสไง”  

“สอนไอ้ต้น”  

หื้มมมมมมมม กูเปล่า! กูไม่ได้ไปส๊อนนนน 

แล้วทำไมผมรู้สึกเหมือนถูกไฟแผดเผาเลยวะ มาจากไอ้คนที่กำลังจ้องผมไม่วางตานี่แหละ ไอ้พี่แทนกำลังจะแดกผมทางสายตาอยู่แล้ว 

ไอ้ปั้น...นี่มึงคิดจะช่วยกูอยู่ใช่ไหมเพื่อน 

“ไม่ยักรู้ว่ามึงมีสอนนอกรอบด้วย” เสียงเย็นเยียบมาเลยครับ ผมไม่ได้กลัวพี่มันนะ แต่ทำไมขนลุกก็ไม่รู้ 

“ไอ้อชิมันรับสอนพิเศษมานานแล้ว ไอ้ต้นก็เป็นนักเรียนของอชิมานานแล้วเหมือนกัน มันไปสอนกันอย่างนี้เป็นเรื่องปกติอยู่แล้วครับ” เป็นตุเป็นเลยนะมึง ส่วนผมได้แต่มองหน้าไอ้ปั้นอย่างไม่รู้จะสรรหาคำพูดอะไรมาว่ามันดี 

เพราะแบบนี้ใช่มั้ยถึงได้สลับรางรถไฟไม่เคยชนกันเลย  

“งั้นเหรอ...” ไม่กล้ามองหน้าไอ้พี่แทนเลยนาทีนี้ กลัวมีพิรุธ “แต่มึงรับปากกับกูแล้วนะว่าจะไปกินข้าวด้วยกัน”  

“มันคงลืมน่ะครับว่าวันนี้มีสอน”  

ยัง...ยังคงไม่หยุด กูเนี่ย...ยังซวยไม่หยุด เพราะไอ้คนในบทสนทนามันเดินมานู้นแล้วครับ 

“ไอ้ต้น!” ไอ้ปั้นหันเรียกไอ้ต้นเสียงดัง ผมว่ามันไม่รู้หรอกครับว่าไอ้ต้นจะมาที่นี่ด้วย มันแค่แหลไปตามเรื่องตามราวเท่านั้นแหละ แต่มันเป็นความบังเอิญไง ความบังเอิญในความบรรลัยของกูเนี่ย 

“มารับไอ้ชิเหรอวะ” ชิบ้านพ่อง 

“รับไอ้ชิ...” ผมว่าไอ้ต้นมันคงกำลังจะถามว่ารับไปไหน รับไปทำไม เพราะมันมาแบบไม่รู้เรื่องรู้ราวไงครับ แม้จะส่งสายตาเขม่นกับไอ้พี่แทนไปแล้วก็เถอะ ไอ้ปั้นก็พูดแทรกขึ้นมาก่อน 

“วันนี้ไอ้ชิมันมีสอนภาษาญี่ปุ่นมึงไง มึงมารับมันใช่ไหมล่ะ” ผมเห็นนะว่าไอ้ปั้นเหยียบเท้าไอ้ต้นให้เออออห่อหมกตาม แต่ไอ้พี่แทนมันไม่ทันสังเกตหรอกครับ เพราะกำลังเล่นเกมใครกะพริบตาก่อนแพ้กับไอ้ต้นอยู่ 

“เออ... กูมารับ เสร็จรึยังอะมึง” ไอ้นี่ก็แสนรู้ไปกับเขาอีกคน 

“ก็... ใกล้จะเสร็จแล้วแหละ เหลือส่งน้องกลับ” ผมเพิ่งได้มีบทพูดกับเขานี่เองครับ แม้จะกระท่อนกระแท่นไปสักหน่อยก็เถอะ แบบนี้ถ้าถ่ายหนังอยู่คงโดนสั่งคัตไปแล้ว ไม่เหมือนไอ้ปั้นที่รางวัลเมขลาควรมอบถ้วยนักแสดงสมทบดีเด่นให้มันไปเลย 

“มึงกลับเลยก็ได้ เดี๋ยวกูบอกคนอื่นให้เอง” เล่นดีฉิบหายจนกูจะหลงเชื่อไปอีกคนแล้วเนี่ย 

ผมทำท่าทางลังเลพลางเหลือบมองไอ้พี่แทน ซึ่งมันเม้มปากแน่นกำลังจ้องผมอยู่เช่นกัน ทางหางเห็นตาเห็นเพื่อนๆ พี่มันกำลังมองมาทางนี้ แต่คงไม่อยากเข้ามายุ่งเท่าไหร่จึงได้แต่คอยดูอยู่ห่างๆ ผมก็คงต้องปล่อยเลยตามเลย 

“เพื่อนมึงก็ยังอยู่ วันนี้มึงไปกินข้าวกับเพื่อนมึงแล้วกัน กูต้องไปสอนไอ้ต้น” มาครับ ยกรางวัลนักแสดงนำดีเด่นมาให้ผมเลย 

เป็นอันจบเมื่อผมพูดแบบนั้นออกไป ไอ้พี่แทนจ้องไอ้ต้นอย่างเดือดดาลแต่ทำอะไรมากไม่ได้เพราะคนค่อนข้างเยอะ และตอนนี้น้องๆ กำลังทยอยกลับกันแล้วครับ  

“งั้นมึงจำไว้ ว่ามึงติดหนี้กูอยู่ครั้งหนึ่ง” ทำไมคำว่าหนี้ของพี่มันฟังแปลกๆ วะ เหมือนผมไปทำอะไรผิดมากอย่างนั้นแหละ  

“เออ ไว้วันหลังแล้วกัน”  

“กูเอาคืนแน่”  

เสียงเย็นเยียบในประโยคหลังไอ้พี่แทนไม่ได้พูดกับผมครับ เพราะมันถูกส่งไปยังไอ้ต้นล้วนๆ ก่อนไอ้พี่แทนจะหันหลังเดินกลับไปหาเพื่อนมัน พี่เปรมถามอะไรบางอย่างกับพี่แทน ก่อนที่ทั้งกลุ่มจะหันมองมาทางพวกผมอีกครั้งและพากันเดินออกไป 

รอดตายวันนี้ เพื่อไปตายวันอื่นหรือเปล่าวะไอ้อชิเอ๊ย 

 

 

TBC 

......................................... 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว