สถานะ : กลับมาเขียนต่อหลังจากอู้เพราะโควิดไปนานนม ตอนต่อไป : ตอนที่38-?? รีไรท์ยังไม่มีในเร็ววันนี้ขอให้อดทนไปก่อน เพราะใจไรท์อยู่กับตอนใหม่มากกว่าตอนเก่า

ไปอ่านรีไรท์

ชื่อตอน : ไปอ่านรีไรท์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 2k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ม.ค. 2563 22:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ไปอ่านรีไรท์
แบบอักษร

​แสงสว่างในยามเช้าสาดส่องมาที่เตียงของผม พอดีว่าเปิดหน้าต่างทิ้งเอาไว้เพื่อให้ลมเย็นๆพัดผ่านมาในห้องนอนขนาดหกเสื่อทาทามิ แต่นี่เป็นแค่ในส่วนของห้องนอนเท่านั้น 

โรงแรมนี้น่ะเป็นโรงแรมที่เปิดร้านอาหารเอาไว้ด้านล่างและรับลูกค้าเข้ามาพัก โดยที่ห้องพักนั้นมีขนาดเท่าที่เห็นแต่ว่าภายในห้องนั้นแทบไม่มีอะไรเลย ถ้าระบุก็เตียงสำหรับหนึ่งคน เก้าอี้สองตัว โต๊ะหนึ่งตัวและตู้เสื้อผ้าหนึ่งตู้เท่านั้น 

ห้องอาบน้ำจะอยู่ที่ชั้นแรกถัดจากเคาน์เตอร์โดยที่เดินตามทางไป ตรงนั้นจะแยกออกเป็นสามส่วน ห้องอาบน้ำชาย ห้องอาบน้ำหญิงและห้องอาบน้ำของเพศที่สาม ตอนแรกก็ตกใจนึกว่าจะเป็นห้องอาบน้ำรวมที่ไหนได้... 

ช่างปะไร ที่ห้องนี้ก็ใหญ่พอควรพอไม่มีอะไรมาก สำหรับผมที่ปกติห้องก็มีขนาดประมาณนี้ถือว่าที่นี่ดีเยี่ยมสุดๆ เพราะว่าอยู่ตรงส่วนริมสุดที่หันหน้าไปทางทิศตะวันออกเลยรู้สึกสบายเป็นพิเศษล่ะมั้ง? 

จะว่าไปเมื่อคืนก็ยังไม่ได้ลองทานอาหารของที่โลกนี้เพราะว่ากินมาก่อนจากที่ญี่ปุ่นสินะ? ผมชันร่างกายที่ไร้ซึ่งความเหน็ดเหนื่อยของผมขึ้นช้าๆแล้วเดินออกจากห้องไปพร้อมกับชุดนักเรียนด้วยแหละนะ 

เพราะมีอยู่ชุดเดียวเลยถอดเอาไว้ใส่อีกวัน ตอนนอนก็เหลือแค่บ็อกเซอร์และเสื้อกล้ามเท่านั้น สงสัยวันนี้ผมคงต้องไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ก่อนซะแล้วล่ะ 

ผมตรงดิ่งไปยังด้านล่างที่ยังไม่มีใครตื่น...เดี๋ยวนะ นี่ก็สว่างแล้วยังไม่มีใครตื่นอีกรึไง? หรือว่าทุกคนอยู่ที่ห้องอาหารกันหมด? ช่างเถอะ 

ผมตรงไปยังทางเดินแล้วเดินต่อไปจนถึงห้องอาบน้ำ ก็เพื่อที่จะอาบน้ำอย่างสบายใจล่ะนะ...แต่คงจะสบายใจกว่านี้ถ้ารีบๆข้ามไปได้แล้วน่ะ 

 

 

 

"ตื่นเช้าจังนะนายน่ะ" 

"...เมื่อกี้ลงมาไม่เห็นจะมีคนเยอะขนาดนี้เลยนะ" 

"ก็เมื่อกี้ได้ข่าวว่ามีนักผจญภัยระดับ*Aไปเจอดีเข้าเล่นซะยับเยินกลับมาน่ะสิ! ทุกคนเลยออกไปดูและรับข่าวสารกัน ปรากฏว่ามีตัวประหลาดที่แกร่งสุดๆปรากฏออกมา ปาร์ตี้ระดับAแค่สี่คนน่ะสู้ไม่ไหวหรอก น่าเสียดายที่เสียสาวงามผู้มากความสามารถกับชายหนุ่มรูปหล่อไปอีกสองแฮะ เพราะงั้นเขาเลยรวบรวมนักผจญภัยระดับAหรือสูงกว่านี้เพื่อไปกำจัดมันน่ะ ในระหว่างนี้พวกเราออกจากเมืองไม่ได้หรอกนะ" 

"งั้นเหรอ?" 

ผมตอบแบบขอไปทีแล้วไปนั่งลงตรงเก้าอี้ที่รับประทานอาหาร พร้อมกับสั่งมื้อเช้ามาทาน แบบว่า...เป็นเมนูแนะนำน่ะ ดูจากสภาพแล้วคงไม่มีข้าวสินะ? ไม่ได้เสียใจแต่ก็ใช่ว่าจะไม่คิดถึงรสชาติอาหารญี่ปุ่นหรอกนะ 

"จะว่าไป...ดูเหมือนพนักงานที่นี่จะเยอะดีจังแฮะ" 

ผมพูดแบบเบาๆไม่ให้ใครได้ยินราวกับหลุดปากออกมา ก็อย่างที่พูดมีพนักงานเยอะพอควร แต่ละคนก็จะเป็นเด็กสาวที่มีอายุเยอะแบบเดียวกับพวกลิลลี่และรูบี้ และที่คุยเมื่อกี้ก็ลิลลี่ที่เข้าไปเตรียมอาหาร โดยที่คนทำอาหารคือรูบี้ เป็นเด็กสาวที่มีความสามารถเยอะดีจริงๆ...ยี่สิบนี่ไม่น่าจะเด็กแล้วแฮะ 

"มาแล้วๆ" 

"...เร็วไปไหม?" 

"น้องสาวฉันเก่งก็จริงแต่ว่าส่วนใหญ่ก็มาจากพนักงานที่เป็นญาติกันน่ะ ลูกพี่ลูกน้องหลายคนที่อยูในห้องครัวน่ะทำงานดีสุดๆเลยนะ และนี่ก็รับประกันเลยว่าอร่อยสุดๆเลยล่ะ" 

"นี่คือ?" 

"ขนมปังร้อนๆล่ะนะ นี่คือเนื้อของหมูป่าที่เอาไปย่างไฟอ่อนๆพร้อมกับวิธีปรุงแปลกๆของรูบี้น่ะ อันนี้คือผักที่เอาไปทอดจนกรอบส่วนนึงและเป็นผักสดกับน้ำหวานอีกส่วนนึง และองุ่นกับน้ำเย็นๆน่ะ" 

เธอชี้ไปที่อาหารเรียงกันแล้วนำเสนอออกมา น่าสนใจดีเหมือนกันและมันก็ดูน่าอร่อยสุดๆไปเลยด้วย โดยสำหรับผมไอ้ผักทอดกรอบนี่แทบจะไม่อมน้ำมันเลยนะ ทอดได้ดีจริงๆ...ทอดด้วยวิธีไหนกันเนี่ย? 

"ขอบคุณ แล้วก็...เรื่องที่ผมจะขอน่ะ ไว้จะบอกหลังจากนี้ก็แล้วกันนะ" 

"อืม งั้นฉันไปทำงานในส่วนของฉันก่อนนะ" 

เมื่อเธอจากไปผมก็กระกบมือพูดว่า "ทานแล้วนะครับ" ตามปกติแล้วเริ่มลงมือทานมัน ผมจะบอกสั้นๆง่ายๆแบบไม่ต้องพูดอะไรให้มากความเลยก็แล้วกันนะ ขนมปังทั้งอุ่นแล้วก็ร้อน เนื้อเองก็เหนียวนุ่มใช้ได้ดีทีเดียว ไม่ไหม้และไม่สุกจนเกินไปพอดีๆนี่แหละ ผักทอดกรอบก็อย่างที่บอก ทอดกรอบซึ่งมันก็กรอบจริงๆ ส่วนผักสลัดราดน้ำเชื่อมนั้นก็หวานนุ่มลิ้นสุดๆเลยล่ะนะ 

น่าเสียดายที่ไม่มีซุป หืม? ลิลลี่เดินกลับมาพร้อมกับถ้วยขนาดกลางใบนึงซึ่งข้างในเต็มไปด้วยข้าวโพดและน้ำเหนียวๆขุ่นๆสีเลืองอ่อนๆ ซุปข้าวโพดเหรอ? 

"แบบว่ารูบี้ทำเอาไว้ให้น่ะ อร่อยนะเจ้านี่น่ะ" 

ก็น่าอร่อยจริงๆนั่นแหละ แล้วเธอก็วางเอาไว้ข้างๆจานเนื้อหมูป่าย่างแล้วเดินกลับไปอีกครั้ง ผมจึงรีบเคี้ยวผักสลัดในปากของผมให้ละเอียดแล้วก็ตักซุปข้าวโพดเข้าปาก 

มันทั้งหวานและเหนียวเล็กน้อย คั่วมาดีสุดๆ อร่อยทุกอย่างแบบนี้มันเกินกว่าที่คิดซะจริงเลยนะเนี่ย แถมยังควบคุมความหวานแล้วเพิ่มความเค็มให้รสชาติกลมกล่อมได้ดีทีเดียว อร่อยสุดๆ 

"อร่อยรึเปล่าคะคุณคุโระ? ว่าแต่...เสื้อนอกอยู่ไหนเหรอคะ?" 

"วางไว้อยู่นั่นไง" 

ผมชี้ไปยังเก้าอี้อีกตัวนึงให้รูบี้ที่เดินเข้ามาถามถึงรสชาติได้ดู ซึ่งมันร้อนเลยไม่ใส่คงดีกว่าน่ะนะ จะว่าไป...รูบี้ในชุดผ้ากันเปื้อนนี่มันอาหารตาชัดๆเลยนะเนี่ย 

"ผมชอบซุปข้าวโพดนี่สุดๆไปเลยล่ะนะ อร่อยมากๆเลยล่ะ" 

"ฮิฮิ วันหลังให้ฉันทำให้อีกนะคะ" 

"อืม ฝากด้วยล่ะ" 

ผมรีบทานอาหารให้เร็วขึ้นแต่ไม่ได้มูมมาม เมื่อหมดก็ลุกขึ้นเก็บข้าวของแล้วเดินไปยังเคาน์เตอร์เพื่อจ่ายอาหาร ตอนแรกก็เห็นว่าลิลลี่จะไม่เอาแต่พอจ้องตาไปเท่านั้นแหละ... 

"ส...สามสิบโดระค่ะ..." 

ถูกสุดๆไปเลยล่ะ ดูๆไปแล้วถ้าทำเควสจากในกิลด์ก็จะได้รับเงินที่จะกินเจ้านี่ได้ห้าถึงหกรอบต่อวันเลยนะ แถมได้เยอะมากด้วย แล้วผมก็จ่ายเงินเธอไปด้วยธนบัตรหนึ่งหมื่นโดระ และรับทอนมาเก้าพันเก้าร้อยเจ็ดสิบโดระ 

เท่ากับว่าตอนนี้ผมมีเงินเหลือเพียงแค่สองหมื่นเก้าพันเก้าร้อยเจ็ดสิบโดระซึ่งไม่ใช่ประมาณแต่เป็นความจริง แต่จะเท่าไรก็ช่างเถอะแต่แค่นี้จะพอไหมนะ? ไอ้ชุดนักเรียนบางส่วนขายไปก็ไม่เป็นปัญหาอะไรด้วยแฮะ 

แล้วก็นะ...ผมยังมีเวทย์มิติอยู่ด้วย ซึ่งมันเป็นเวทย์ที่สามารถเก็บของและหยุดเวลาของไอเทมพวกนั้นเอาไว้ได้ ไอ้เวทย์นี่น่ะนะ ถึงจะไม่ใช่เวทย์ธาตุมืดแต่ก็ใช้พร่ำเพรื่อต่อหน้าคนอื่นไม่ได้หรอก เพราะมันเป็นเวทย์ในตำนานที่มีเพียงไม่กี่คน...ไม่สิ นอกจากพี่ฮานะแล้วก็คงไม่มีใครใช้ได้หรอกล่ะมั้ง? 

ยังไงก็ตามตอนนี้ก็พอใช้ได้แล้วเลยเอาสมาร์ทโฟนใส่เข้าไปข้างในพร้อมกับของบางอย่างที่ไม่ม่ีใครรู้จัก แต่ก็ไม่อยากให้ใครรู้เรื่องนี้เลยไม่ได้บอกพวกลิลลี่กับรูบี้ไป 

"แล้วก็ เรื่องที่จะให้ช่วยน่ะมีอยู่สามอย่าง อย่างแรกคือให้รวบรวมข้อมูลข่าวสารที่น่าเชื่อถือที่สุดมา หมายถึงข้อมูลจากทั่วทั้งโลกเกี่ยวกับทุกๆอย่างทั้งสัตว์เทวะหรือจอมมารก็ตามแต่" 

"เอ๊ะ? ย...อยากถามว่าทำไปทำไมอยู่หรอกแต่จะพยายามนะ" 

"อืม ข้อต่อไปคืออยากจะให้ช่วยหาแผนที่โลกให้หน่อย และแยกส่วนของแต่ละทวีปที่แบ่งหมู่บ้านชัดเจนมาด้วยนะ ในส่วนของแผนที่ผมอยากได้ภายในวันนี้เลยยิ่งดี" 

"ล...แล้วอย่างสุดท้ายล่ะคะ?" 

เมื่อรูบี้เอ่ยปากถาม ผมก็แสยะยิ้มเล็กน้อยจนพวกเธอสะดุ้งเฮือก 

"อย่างสุดท้ายคือข้อมูลเกี่ยวกับผู้กล้าที่ถูกอัญเชิญมา ถึงปกติจะมีผู้กล้าที่เกิดมาในโลกของพวกเธอแต่ความสามารถน่ะไม่เท่ากับคนที่ถูกเชิญมาแน่นอน และคนที่ถูกเชิญมาดันเป็นเพื่อนสนิทของผมซึ่งผมมาที่นี่เพื่อมาตามหาเธอ และจัดการสั่งสอนคนที่กล้าพอที่จะอัญเชิญยัยนั่นมาให้เข็ดหลาบซะหน่อยน่ะ" 

""ข...เข้าใจแล้ว(ค่ะ)!!!"" 

พวกเธอยืดตัวตรงแล้วทำท่าวันทยาหัตถ์​อย่างพร้อมเพรียงพร้อมกับเหงื่อที่ไหลไปเต้มใบหน้าของพวกเธอ ดูเหมือนว่าผมจะน่ากลัวสำหรับพวกเธอหน่อยๆแฮะ ผมถอนหายใจเบาๆแล้วเดินออกจากโรงแรมนี้ไปโดยที่ไม่หันไปบอกกล่าวอะไรเธอก่อน 

สถานที่ที่ผมที่ถือกระเป๋าและเสื้อนอกของชุดนักเรียนนี่มาด้วยนั้นไม่พ้นซอกตรอกที่จะทะลุไปยังร้านขายเสื้อผ้าถูกๆและร้านขายอุปกรณ์เครื่องป้องกันและอาวุธด้วย 

ระหว่างทางที่จะเดินไปผมก็เก็บของที่เกะกะแต่ไม่ได้จะขายไว้ในเวทย์มิติแล้วก็เดินไปออกมาจากซอยนี่ จากนั้นก็มุ่งตรงไปยังร้านเสื้อผ้าถูกๆนั่นเพื่อหาซื้อชุดโทนสีดำสีโปรดของผม...อะไร? ก็ผมชื่อคุโระก็ต้องชอบสีดำเป็นปกติสิ? 

"รับอะไรดีคะ!" 

ที่มรต้อนรับคือเด็กสาวที่เป็น...อมนุษย์ครึ่งแมว? หูสีแดงเพลิง ดวงตาเองก็ด้วย รูปร่างก็ไม่ต่างจากลิลลี่เลย...ไม่สิ นี่มันเหมือนกับรูบี้มากกว่า ร่างกายไม่ได้สูงผมสั้นและหูแมว...ดูยังไงก็เหมือนหูแมวหากผมไม่ได้มองไปที่หางจิ้งจอกสีแดงเพลิงนั่นน่ะนะ 

"มนุษย์จิ้งจอกเหรอ?" 

"โฮ่! นายเป็นผู้มาจากต่างโลกสิท่า? ว่าแต่ต้องการอะไรเหรอ?" 

"อยากได้เสื้อผ้าสบายๆโทนสีดำจำนวนมากน่ะ เอาเป็นเสื้อแขนสั้นหรือเสื้อกล้ามจำนวนนึง กางเกงขายาวสีดำจำนวนนึงและฮู้ดสีดำจำนวนเท่าๆกันก็โอเคแล้ว...ถุงเท้าก็ด้วยนะ แน่นอนว่าสีดำ" 

"บ็อกเซอร์ล่ะ?" 

"...มีด้วยเหรอ?" 

"ไม่มีอะไรที่ร้านเราไม่มี! อ๊ะ! ฉันชื่ออเดลยินดีที่ได้รู้จักนะ!" 

"คุโระ ยินดีเช่นกัน" 

"ถ้างั้นรอแปปนะ! ขอวัดตัวนายก่อนก็แล้วกัน!" 

ผมก็ยกแขนขึ้นแล้วให้เธอวัดตัวด้วย...สายวัดตัว? มันต่างจากโลกของผมนิดหน่อยเท่านั้นเลยตกใจน่ะ มีอะไรเหมือนๆกันหลายอย่างเลยแฮะเนี่ย... 

เธอวัดส่วนหน้าอก เอวและส่วนสูงของผมเล็กน้อย จากนั้นก็เดินไปรอบๆร้านแล้วก็หยิบชุดใส่ตะกร้าสีดำของเธอโดยไม่คำนึงเลยว่าเสื้อผ้าจะยับรึเปล่า 

แล้วจากที่เห็นก็ตามที่ผมรีเควส เป็นเสื้อแขนสั้นหรือเสื้อกล้ามจำนวนยี่สิบ กางเกงขายาวจำนวนเท่ากันและฮู้ดจำนวนสิบห้าตัว บ็อกเซอร์เองก็มีจำนวนเท่าๆกันกับฮู้ด ถุงเท้าจำนวนยี่สิบคู่...เยอะและเร็วดีจริงๆ 

"พอไหม?" 

"ทั้งหมดเท่าไร?" 

"สามพันโดระน่ะ" 

"แล้ว? ถ้าเอาเสื้อตัวนี้ขายให้เธอจะได้เท่าไรกัน?" 

ผมเอาเสื้อนอกของชุดนักเรียนที่ถืออยู่ให้เธอดู เมื่อเธอดูก็ทำตาเป็นประกายแล้วหยิบตะกร้าว่างไปเลือกหยิบชุดอีกครั้ง พร้อมกับทะยานออกไปเลือกชุดให้ผมอีกอย่างละห้าชิ้น...ถุงเท้าก็นับเป็นคู่น่ะนะ 

"เสื้อตัวนั้นแลกกับหมดนี่เป็นไง?" 

"...จัดใส่ให้ด้วยก็ดีนะ" 

ผมบอกอเดลไปว่า "เดี๋ยวจะกลับมาเอา" แล้วเดินออกจากร้านไปยังร้านอาวุธที่อยู่ด้านตรงกันข้าม ...เหมือนผมคิดไปเองรึเปล่าว่าทำไมแถวนี้คนมันน้อยแปลกๆ? แต่มันเช้าขนาดนี้คงยังมีคนหลับอยู่ล่ะมั้ง? 

"...ยินดี...ต้อนรับ...เฮ้อ..." 

...อะไรกันบรรยากาศแบบว่า "ขี้เกียจจัง~" นั่น? ผมขมวดคิ้วไม่ค่อยพอใจเล้กน้อยแล้วเดินดูอาวุธซะทั่วร้าน 

"เฮ้อ...รีบๆเลือกเถอะ ยังไงหุ่นผอมๆของนายยังไงก็ใช้ได้แค่ดาบสั้นและมีดเท่านั้นแหละ" 

เจ้าของร้านที่เป็นดวอร์ฟสาว ที่รู้ก็เพราะดวอร์ฟน่ะจะมีลักษณะคล้ายกับผู้ใหญ่แต่จะมีความเต่งตึงของผิวแล้วก็ความอ่อนเยาว์อาจจะดูเหมือนกับเด็กๆที่มีร่างกายเล็กแต่ถ้าดูดีๆแล้วร่างกายของดวอร์ฟค่อนข้างจะเหมือนกับมนุษย์ปกติที่ถูกย่อส่วนเลยทีเดียว 

ลักษณะที่จะอธิบายก็คือเธอดูเหมือนมนุษย์ปกติทุกอย่าง หมายถึงระดับความสูงเหมือนจะสูงร้อยหกสิบแบบสมสวนแต่ความจริงแล้วสูงเพียงร้อยสามสิบเซ็นน่ะนะ...จะอธิบายยังไงดีล่ะนั่น? ช่างเถอะ 

"แล้วดาบนี่ล่ะ?" 

ผมมองไปยังดาบขนาดใหญ่สีดำ มันเป็นดาบใหญ่ที่ส่วนของใบดาบรวมกับด้ามก็ยาวถึงสองเมตร มีใบดาบกว้างราวๆสี่สิบเซ็น 

"อย่าเลยเจ้าดาบนั่นหนักตั้งสองร้อยห้าสิบกิโลเชียวนะ ต่อให้เป็นดวอร์ฟก็แกว่งมันไม่ได้ง่ายๆหรอก แถมขนาดมันยังใหญ่กว่าร่างกายของนายด้---" 

"พอดีมือสุดๆไปเลยแฮะ" 

ผมยกดาบขึ้นด้วยมือข้างเดียว ก็จริงที่ดาบมันยาวและใหญแต่ถ้ารู้ตำแหน่งและวิธีก็สามารถถือและแบกได้โดยที่ไม่ให้เดือดร้อน แต่คมดาบนี่สุดๆไปเลยแฮะ ลำบากเรื่องนี้นี่แหละ 

"...นายเป็นตัวอะไรกันเนี่ย?" 

"ก็แค่มนุษย์ธรรมดาๆนั่นแหละนะ" 

"มนุษย์ธรรมดาๆที่สวมชุดแปลกๆและมีพลังมหาศาลน่ะสิ นี่ไม่ธรรมดาแล้วโว้ย!" 

"ช่างเถอะ ดาบนี่เท่าไร?" 

"...เฮ้อ ฉันจะคิดในราคาถูกๆก็แล้วกัน สองหมื่นโดระ" 

ผมวางเงินไปสองหมื่นโดระและตอนนี้ผมก็เหลือเงินเพียงไม่ถึงหมื่นโดระ จะนับไปก็เปล่าประโยชน์ยังไงก็ลืมๆอยู่ดี...ช่างมันเถอะ 

"ไม่มีพวกปลอกดาบหรืออะไรที่คล้ายๆกันหน่อยเหรอ?" 

"...ถือดีๆอย่าให้ไปโดนใครเข้าล่ะ" 

"...ไม่มีสินะ?" 

ดวอร์ฟสาวเลื่อนสายตาหลบผมก็ถอนหายใจเล้กน้อยแล้วเดินออกมาเพราะหมดธุระกับที่นี่แล้ว แถมดูเหมือนว่าอเดลจะเตรียมของให้พร้อมแล้วด้วย ทำงานเร็วดีมืออาชีพจริงๆเลยยัยนี่ 

"โห? ดาบนั่นท่าจะหนักนะ" 

"เห็นบอกว่าหนักสองร้อยห้าสิบกิโลได้ แต่มันก็แค่นั้นแหละ" 

"ไม่แค่นั้นแล้วย่ะ ถึงจะไม่หนักเท่าดาบศักดิ์สิทธิ์แต่มนุษย์ที่ไหนกันที่จะยกมันได้? และฉันไม่คิดว่ามันหนักแค่นั้นแน่" 

ผมก็เดาไว้งั้นแต่พอยกแล้วมันหนักไม่มากเลยนะ พอดิบพอดีกับความรู้สึกของผมเลยล่ะ แบบนี้ล่ะก็ชิลๆน่า แต่ถ้าจะถือไปแบบนี้มันไม่เกินไปหน่อยรึไงกันนะยัยนั่น? 

"ช่างเถอะ แล้วของผมล่ะ?" 

"กล่องนั่นน่ะ หนักหน่อยๆนะ" 

"..." 

"อุ๊บส์! เหมือนพูดอะไรไม่ควรแฮะ ไม่สิ ไม่พูดคำเมื่อกี้จะดีกว่าล่ะมั้ง?" 

"บอกว่ามันหนักทั้งๆที่ผมแบกดาบยักษ์นี่ได้เนี่ยนะ? เอาเถอะผมขอรับไปเลยก็แล้วกัน" 

ว่าแล้วผมก็ใช้มืออีกข้างแบกลังนั่นใส่บ่าของผมแล้วออกเดินไปยังตรอกซอยที่เชื่อมทางไปยังกิลด์...ถ้าถามว่าทำไมรู้เพราะกลิ่นน่ะ ผมมีประสาทสัมผัสทั้งห้าที่เหนือกว่าคนปกตินิดหน่อยเท่านั้น 

ก็แน่ล่ะ ถ้าเป็นปกติคงไม่รู้หรอกแต่บังเอิญว่ากลิ่นเหล้ามันหึ่งไปหมดเลย เมื่อคือก็มีกลิ่นของเหล้าแค่ส่วนรอบๆของกิลด์ในระยะหนึ่งตารางกิโลเมตรเท่านั้น วันนี้ก็แค่นั้นลงครึ่งนึงล่ะนะเลยพอจะตามหาได้ 

ก่อนที่จะออกจากตรอกซอยผมก็ยัดของเข้าไปในเวทย์มิติซะแล้วเดินออกไปอย่างไม่ผิดสังเกต จากนั้นก็ตรงดิ่งไปยังกิลด์อย่างรวดเร็ว...จะว่าไปเมื่อเช้านี้เกิดเรื่องขึ้นสินะ? 

ตัวประหลาดที่แกร่งสุดๆขนาดปาร์ตี้ปกติของพวกแรงค์Aที่แกร่งที่สุดในกลุ่มของคนปกติยังสู้ไม่ไหว ต่อให้รวมคนแต่ก็ต้องสูญเสียไปมากอยู่พอควรสินะ? ถ้าแบบนั้นจะดีเหรอ?... 

...เห็นทีผมต้องไปสืบดูหน่อยแล้ว เพราะอาจจะเป็นไปได้ว่าผมอาจจะได้ข่าวคราวเกี่ยวกับฮินะเพิ่มเติมบ้าง แต่ว่าผมก็ต้องได้แผนที่เพื่อยืนยันสถานที่ปัจจุบันที่ผมอยู่ซะก่อน ต่อด้วยเมืองหลวงของประเทศนี้และประเทศอื่นๆ...หรืออาณาจักร? 

"อ๊ะ! คุณคุโระ! ทางนี้เลยทางนี้!" 

พอเข้ามาไม่ทันไรยัยพนักงานสาวเมื่อวานก็โบกมือให้กับผม...เดี๋ยวนะ คนอื่นน่ะไม่คุ้นหน้าเลยเพราะว่าเป็นกะเช้าแต่ทำไมยัยนั่นถึงได้ทำงานกะเช้าด้วยล่ะ? 

"ทำไมเธอถึงอยู่ที่นี่?" 

"ก็ต้องทำงานสิ...อ๋อ! ฉันน่ะนะทำงานจนถึงห้าทุ่มแล้วกลับไปนอนตื่นเช้ามาหกโมงต้องมาทำงานก่อนเจ็ดโมงเช้าน่ะ! นี่ก็แปดโมงแล้วนะ!" 

เวลาผ่านไปไวจริงๆ...หรือผมตื่นเช้ากัน? แต่ว่าดวงอาทิตย์ที่นี่ขึ้นเร็วดีแฮะ ทั้งๆที่ยังไม่เจ็ดโมงแต่แดดก็ส่องแสงสว่างไปทั่ว ทั้งๆแบบนั้นแต่กลับไม่ร้อนเลยสักนิดกลายเป็นว่ารู้สึกอบอุ่นสบายสุดๆไปเลยล่ะนะ 

"หักโหมเกินไปเดี๋ยวก็ตายเร็วหรอก" 

"ปากเสียชะมัดเลยนะนายน่ะ แล้วถ้าจะล้อเล่นช่วยเปลี่ยนสีหน้าทีเถอะ!" 

เปล่าล้อเล่นนะ คนที่ตายเพราะทำงานหนักเกินไปก็มีนะ แถมนอนแค่นั้นจะพอเรอะ?...ไม่สิ ถ้านอนน้อยกว่านั้นได้ตายแหงๆแต่ยังอยู่ในเกณฑ์อยู่...ช่างเถอะ ไม่ใช่ธุระอะไรของผมสักหน่อย 

"ข้อมูล อยากได้ข้อมูลที่เกี่ยวกับเจ้าตัวประหลาดที่โผล่ออกมาเมื่อเช้านี้น่ะ" 

"ไอ้นั่นน่ะเหรอ?...ถึงจะดูไม่น่าเป็นห่วงแต่อีกฝ่ายนั้นแกร่งสุดยอดเลยนะ ข้อมูลรูปร่างไม่ค่อยแน่ชัดหรอกว่าเป็นตัวอะไรแต่ว่ามันอยู่ตรงป่าทางเหนือใกล้ๆกับหมู่บ้านเล็กๆไร้ชื่อน่ะ" 

"เฮ้ยๆ ใกล้หมู่บ้านแสดงว่ามีคนอีกหลายคนกำลังต้องการความช่วยเหลืออยู่ไม่ใช่รึไงน่ะ?...แต่ก็ไปช่วยกันแล้วทางนี้ว่าจะไปดูลาดเลาแล้วหาเบาะแสอะไรหน่อย คงจะหาทางเลี่ยงได้แต่ช่วยบอกตำแหน่งทีสิ" 

"ได้สิ...เดี๋ยวนะ แค่ออกจากประตูเมืองไปแล้วถามยามก็น่าจะรู้แล้วนี่?" 

"ทางนี้มาหาเควสด้วยน่ะ เผื่อจะได้อะไรดีๆกลับมาจะได้ไม่เสียเวลาฟรี" 

"เควสเหรอ? ตอนนี้ไม่มีหรอกนะ เพราะงั้นจะไปล่าอะไรก็ไปเถอะจนกว่าเรื่องนี้จะจบลงจะไม่มีการติดป้ายประกาศเควสน่ะนะ" 

ชิ...น่าเสียดายนิดหน่อยแฮะแต่เอาเถอะ พอพูดเสร็จแล้วทางนี้ก็หันหลังกำว่าจะเดินกลับไปแต่ก็นึกอะไรขึ้นได้บางอย่างเลยหันไปหายัยนั่นแล้วเอ่ยปากถาม 

"ชื่อของเธอล่ะ?" 

"ชื่อเหรอ? เรียกว่าฮารุก็ได้นะ" 

"ฮารุเหรอ? ชื่อเพราะดีนะ" 

พอพูดเสร็จก็หันหน้าเดินออกจากกิลด์แล้วตรงไปยังทางเดินในทันทีโดยไม่รีรอ ...รู้สึกว่าทางนี้จะมีกลิ่นอะไรหอมๆด้วย ควรจะซื้อเป็นเสบี่ยงดีไหมเนี่ย?...แต่ถ้าเป็นจำพวกผลไม้คงจะดีกว่า 

แล้วสายตาก็ไปสะดุดเข้ากับร้านขายผลไม้ดังว่าแต่...ก็ไม่ได้ซื้อแล้วเดินตามทางไปจนถึงหน้าประตูเมืองก็เจอยามอยู่สามคนโดยที่คนนึงเคยตรวจตาผมไปเมื่อคืน...เดี๋ยวนะ นี่ก็เช้าแล้วยังไม่เปลี่ยนกะเหรอ? 

"นาย...อ่า จะไปไหนล่ะนั่น?" 

"ว่าจะไปดูหมู่บ้านที่ป่าทางเหนือน่ะ บอกหน่อยว่าไปทางไหน" 

"เฮ้ยๆนั่นมันอันตรายนะเว้ย! ข้าไม่ให้เอ็งไปหรอกนะ!" 

แล้วจะตะโกนหาหอกอะไรของนายน่ะ?...อยากตอบไปอย่างงี้สุดๆแต่ทางนี้ก็ต้องสุขุมเข้าไว้จะได้ไม่ไปมีเรื่องกับคนอื่นได้ง่าย 

"ผมมีธุระที่ต้องไปทำ ไม่ต้องห่วงถ้าไม่ใช่ระดับผู้กล้ามันทำอะไรผมไม่ได้หรอก...มั้ง?" 

"ก็เพราะแบบนี้ข้าถึงได้ไม่เชื่อยังไงเล่า!" 

"หนวกหูถ้าไม่บอกทางนี้จะใช้กำลังแล้วนะ" 

ผมจ้องเขม็งกลับเจ้าบ้านี่เลยหยุดแหกปากแล้วเหงื่อไหลโชก เจ้าหมอนี่คงเข้าใจว่าที่พูดน่ะกะเอาจริงเลยกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่แล้วชี้ไปยังป่าที่ผมจากมาเมื่อคืนนี้ 

"เดินตามทางไปจนพ้นป่านั้นจะเจอกับแม่น้ำและสะพาน ข้ามไปได้แล้วตามทางไปเรื่อยๆก็ถึงหมู่บ้านแล้ว และตรงนั้นก็อยู่ใกล้บริเวณป่าทางเหนือที่มีภูมิทัศน์ที่แตกต่างจากตรงนี้เล็กน้อย" 

"ขอบใจ ทำงานให้ดีอย่าหักโหมจนตายไปซะก่อนล่ะ" 

ผมโบกมือลาเจ้ายามหน้าประตูที่ตัวแข็งทื่อแล้วเดินออกมา แน่นอนว่าเขาบอกให้ผมเดินตามทางผมก็จะเดินตามทางไปจนกว่าจะไปถึงที่แห่งนั้น...ต่อให้จะออกก็คงไปหาผลไม้สดๆล่ะมั้ง? ถ้ามีน่ะนะ 

"แต่ว่า....แถวนี้มีกลิ่นอายสัตว์อสูรที่ไม่เป็นอันตรายค่อนข้างเยอะแท้ๆแต่ราวกับว่ามันหนีอะไรบางอย่างจนหายไปกันหมดเลยแฮะ..." 

จริงๆนะ เพราะว่าได้กลิ่นอายแต่กลับไม่เจออะไรเลยแบบนี้คงคิดได้อย่างเดียวเท่านั้น คือแถวนี้มีอะไรบางอย่างที่ทำให้มันกลัว...บางทีไอ้เจ้าตัวประหลาดนั่นอาจจะมาถึงที่นี่แล้วก็ได้? 

และถ้าเป็นแบบนั้นคงไม่ดีแหงๆ ผมมองซ้ายมองขวาแต่เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีอะไรแล้วหยิบเอาดาบยักษ์ออกมา...ดูเหมือนว่าถ้าได้เปลี่ยนชุดด้วยก็คงดีแฮะ 

เหตุผลที่ผมเลือกซื้อเสื้อที่มีแขนสั้นหรือจำพวกเสื้อกล้าเพราะมันจะเคลื่อนไหวสะดวกกว่า ส่วนกางเกงขายาวนั้นก็แค่ปกปิดส่วนขาเท่านั้นแหละเพราะไม่ว่าจะเป็นกางเกงขายาวหรือกางเกงขาสั้นมันก็ไม่ต่างกันหรอก และเสื้อฮู้ดซื้อมาเพื่อสวมทับเสื้อกล้ามเอาไว้เวลาปกติน่ะ เหตุผลราวๆนี้ 

และพอมั่นใจว่าไม่มีคนจริงๆผมก็เปลี่ยนชุดอย่างรวดเร็วแล้วยัดชุดนักเรียนของผมเข้ามิติแห่งเวทย์ไปซะแล้วมุ่งน่าต่อด้วยความเร็วในการวิ่งที่มีมากของผม 

ผมขยายการรับรู้ทางประสาทสัมผัสทางหูให้กว้างขึ้นแลกกับการมองไม่เห็นด้วยการหลับตาแล้ววิ่งตรงไปไม่มีหยุด แต่เท่าที่ดูแถวๆนี้ก็ไม่เห็นจะมีอะไรเลยนี่นา...ไม่มีอะไรเลยสักอย่าง 

ทั้งสัตว์อสูรและปีศาจหรือสิ่งมีชีวิตอื่นๆ แม้แต่แมลงก็ไม่มีเลย...ช่างสิ ผมมาเพื่อสืบหาในส่วนของฮินะต่างหาก 

"หวังว่าคงจะเจอสิ่งที่ตามหานะ" 

ผมมองไปยังทางที่กำลังจะไปแล้วก็มุ่งหน้าไปด้วยความในทันที ถ้าเป็นไปตามที่คิดฮินะอาจจะถูกส่งมาจัดการก็ได้ เพราะเธอแข็งแกร่งกว่าผมซะอีก เป็นไปได้ว่าพรที่ได้จากพระเจ้าจะทำให้เธอแข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์เพราะงั้นการที่จะมีตัวอันตรายปรากฎย่อมโยงไปหาฮินะได้อยู่แล้ว 

แต่ปัญหาคือเวลาต่างหาก ผมอาจจะไปทันในขณะที่ฮินะกำลังจัดการมันหรืออาจจะช้ากว่าไปก้าวนึงก็ได้ ไม่ว่าจะยังไงก็ไม่อยากจะให้เธอสู้เลยแฮะ...ไอ้คนชั่วคนไหนกันที่กล้าอัญเชิญเธอมาที่นี่น่ะ? 

แค่คิดความมืดก็แทบจะปกคลุมผมแล้วเพราะงั้นผมควรจะใจเย็นเอาไว้ดีกว่า จำไว้สุขุมเป็นการดีที่สุด ฟู่...ว่าแต่...ทางจำยาวไปไหมเนี่ย? 

 

 

 

มันเป็นภาพที่ไม่น่าดูชมเสียเท่าไร เพราะเบื้องหน้าผมที่เร่งความเร็วจนสุดฝีเท้าวิ่งมานั้นคือซากปรักหักพังของหมู่บ้านซึ่งเคยเป็นสถานที่ที่อยู่อาศัยของเหล่าชาวบ้านผู้ไร้พลังและไร้ซึ่งยศและเงินทอง แต่ตอนนี้กลับเป็นเพียงซากศพอันไร้ชีวิต กลิ่นเลือดคาวคละคลุ้งไปทั่ว 

ตรงหน้าของผมมี 'ตัวประหลาด' ยืนอยู่ มันเป็นอะไรบางอย่างที่คล้ายกับแมลงประเภทแมลงปอที่มีปีกกว้างใหญ่สามคู่ มีเคียวของตั๊กแตนอยู่ที่แขนสองคู่และหน้าตาน่ากลัวสุดๆ ไม่เคยเจออะไรแบบนี้ในสารานุกรมของสัตว์ปีศาจในเทวะนิยายเลยสักนิดแต่... 

ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่ควรจะไปคิดเรื่องพรรณนั้นเพราะไอ้เจ้าตัวประหลาดนี่กำลังกัดกินคนในหมู่บ้านที่เหลือเพียงไม่ถึงห้าคนอยู่ ถึงจะไม่สามารถช่วยทุกคนเอาไว้ได้แต่...แค่สักคนก็ดี อย่างน้อยๆก็เพื่อไม่ให้ผมรู้สึกหงุดหงิดจนเกินไปล่ะนะ 

ถึงจะไม่ได้เป็นธุระของผมแต่ผมก็ไม่คิดจะปล่อยเอาไว้แบบนี้หรอก ส่วนนึงเพราะคนที่รอดชีวิตนั้นเป็นเพียงแค่เด็กสาวที่อ่อนแอแต่คนที่กำลังถูกเคี้ยวจนเลือดกลบปากนั่นดูท่าจะเป็นพวกผู้ใฆญ่ที่พยายามจะปกป้องเด็กเหล่านี้ 

ไม่มีทางให้หนีรอด ต่อให้พยายามแค่ไหนก็เปล่าประโยชน์ยังไงก็โดนโจมตีจากด้านหลังด้วยความเร็วที่แตกต่างกันอยู่ดี แถมอีกฝ่ายยังบินได้อีกด้วย... 

แล้วจะมัววิเคราะห์อยู่ทำไม? ในเมื่อผมมองเห็นทุกอย่างแล้ว ไม่ว่าจะยังไงไอ้เจ้าตัวประหลาดนี่ก็หนีจากผมไม่รอดอยู่ดี 

-ฉั่วะ!- 

ผมพุ่งเข้าหาเจ้าตัวประหลาดนี่แล้วเหวี่ยงดาบยักษ์ที่มีน้ำหนักมากเข้าใส่ แต่ดูเหมือนมันจะไหวตัวทันเลยโดนไม่มากแต่ก็เป็นแผลฉกรรจ์สุดๆอยู่ตรงกลางท้องของมันอยู่ดี 

"ถอยไปซะ เดี๋ยวผมจะจัดการที่เหลือให้" 

ผมสะบัดเลือดที่ติดอยู่ไปทางด้านข้างที่ไม่มีอะไรเลย...ว่าแล้วเชียวว่าเลือดของมันจะต้องเป็นกรด แถมยังกัดกร่อนดาบไปแล้วเล็กน้อยด้วย...แต่ไม่มีปัญหาสำหรับดาบของผมเท่าไรนักหรอกนะ 

ปัญหาคือถ้ามันโดนตัวผม ผมก็จะได้รับบาดเจ็บหนักพอควรแถมเด็กๆอาจจะเป็นอันตรายอีกด้วย...เวรเอ้ย ผมจะฆ่ามันด้วยวิธีอื่นก็แล้วกัน 

ผมยกดาบพาดบ่าเอาไว้แล้วก้มลงเก็บเศษซากของไม้หรือก้อนหิน...ก้อนหินดีกว่าล่ะมั้ง? ผมก็หยิบก้อนใหญ่มาด้วยแต่ไม่คิดจะบีบให้ละเอียดหรอกนะ 

ก่อนอื่นก็ต้อนให้มันจนมุมแล้วให้มันพยายามที่จะหนีจากนั้นก็ขว้างเจ้านี่พุ่งทะลุร่างของมันให้ตายจากไปซะ ไม่ก็ทำให้มันเปิดช่องว่างสุดๆก็เพียงพอแล้วล่ะ 

-ตูม!- 

วางแล้วก็ฟาดดาบลงพื้นใกล้ๆกับร่างกายของมันที่ถอยห่างไปเพราะกำลังระวังภัยจากผมอยู่เพราะว่าดาบนี่ก็ทำบาดแผลสาหัสให้มันได้แถมยังสามารถฆ่ามันได้ง่ายๆด้วยมันเลยระวังดาบนี่เป็นพิเศษ 

และมันคงจะคิดว่าก้อนหินที่ไม่มีประโยชน์นี่จะเป็นตัวล่อแน่ๆ ถึงจะคาดเดาไม่ได้หรืออาจจะได้แต่ไม่ค่อยแม่นยำแต่ก็วิเคราะห์ได้แบบนี้ล่ะนะ 

ถ้างั้น...แผนก่อนหน้านี้เอาไว้เป็นแผนสำรอง ขอลองทำอะไรบางอย่างหน่อยดีกว่า ...ผมคิดแล้วก็ลองตั้งท่าขว้างหินแล้วเหวี่ยงแขนโดยที่ไม่ปล่อนก้อนหินก้อนนี้ 

-วืด!- 

มันเลือกที่จะถอยหลังแล้วก็ตั้งป้องกันด้วยขาหน้าของมันพร้อมกับเตรียมที่จะบินหนีด้วยปีกของมัน และเมื่อเผลอในจังหวะนี้ผมก็หมุนตัวเหวี่ยงดาบใส่มันพอมันรู้ว่าที่ผมทำนั้นเป็นการหลอกมันก็บินหนีไปตามที่คาดเอาไว้ 

แต่ว่าบินถอยแบบนั้นมันพลาดสุดๆเลยนะ เพราะดา้นหลังเป็นป่าทำให้บินยากและคงหลบการโจมตีต่อไปไม่ได้แน่นอน 

ผมง้างแขนกว้างแล้วโยนก้อนหินธรรมดาด้วยความเร็วหลุดพ้นพุ่งทะลุร่างของมันไปในทีเดียว มันจะจบลงอย่างง่ายดายเพราะความแตกต่างกันของความคิดและการอ่านทาง สัตว์เซลล์เดียวมันก็แบบนี้นั่นแหละนะ 

ผมหันไปทางด้านหลังโดยที่หวังว่าพวกเด็กๆจะหนีกันไปแล้วแต่กลับยืนหัวโด่กันทั้งสามคนเลย เป็นผู้ชายผมน้ำตาลหนึ่งคนและสาวน้อยผมฟ้าและส้มอีกสองคน โฮ่? เจ้าหนูนี่มันร้ายแฮะ 

"บอกให้หนีไปไม่ใช่รึไงกัน?" 

"น...หนูคิดว่ายังไงพี่ชายก็ต้องจัดการมันลงได้ค่ะ แล้วก็! ต่อให้หนีไปก็จะเจอกับสัตว์ประหลาดที่พวกคุณนักผจญภัยเก่งๆกับคุณผู้กล้าไปจัดการด้วย..." 

"!? เธอพูดว่าผู้กล้าใช่ไหม? บอกผมทีว่าคนกลุ่มนั้นไปทางไหน?" 

"ท...ทางนั้นค่ะ" 

เธอชี้เข้าไปในป่าผมก็ออกตัวทันที แต่ก่อนที่จะวิ่งไปไกลผมก็หันกลับมาหากลุ่มของเด็กๆแล้วถอนหายใจเล็กน้อย 

"ตามมาสิ ผมไม่ปล่อยให้พวกเธอเป็นอันตรายหรอกน่า" 

กลุ่มเด็กๆที่เกือบจะร้องไห้ก็ยิ้มออกมาเล้กน้อยแล้ววิ่งตามผมมาด้วยความเร็วที่ค่อนข้างจะน้อย เฮ้อ...อยากจะรีบแท้ๆแต่ต้องมาดูแลเด็กงั้นเหรอ? เอาเถอะ 

ถึงจะดูเหมือนเสียเวลาแต่ก็ต้องจำยอมล่ะนะ ผมและกลุ่มเด็กๆก็เดินเข้าไปภายในป่าตามที่หนูน้อยผมส้มบอกมาโดยที่ไม่สนใจซากศพของเจ้าแมลงที่กลายเป็นฝุ่นผงนั่นเลยสักนิดเดียว... 

 

 

 

[จากไรท์] 

กะจะทำให้ฉากสู้มันนานๆแต่ถ้าลองคิดดูว่าฝ่ายนี้แข็งแกร่งกว่ามากกับอีกฝั่งนั้นอ่อนแอเมื่อเทียบกับฝั่งนี้แล้วมันจะยืดเยื้อยังไง? ก็เลยจัดไปแค่ไม่กี่บรรทัดแล้วจบนี่แหละนะ 

พระเอกเรื่องนี้เมพมาก! ไม่เหมือนเจ้าชอบเซ็กซ์นั่นเลยสักนิด!!! หึหึ คนแบบนี้แหละที่ผู้หญิงเขาชอบ #แต่เราชอบผู้หญิงที่จะออกมาในครึ่งหลังมากกว่าฟุฟุฟุ 

เอ้า ไปต่อบทพิเศษอีกสักหน่อยก็แล้วกัน! 

 

 

 

"ไง ไปเจอเขามาแล้วเหรอ? ว่าไงล่ะ?" 

"ก็หล่อดีนะ สูงด้วย ทำเอาหลงรักเลยล่ะ" 

"...ฉันไม่ได้ถามถึงเรื่องนั้น" 

"อ๊ะ! โทษทีๆเขายังดูคลุมเครือเกินไปฉันเลยคิดว่าเขาอาจจะยังไม่พร้อมที่จะขึ้นเป็นราชนย์ก็ได้นะ" 

"เฮ้อ..." 

เด็กสาวผมยาวผู้ที่สยายปีกออกกว้างปรับท่านั่งใหม่พร้อมกับถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย 

"ดูแค่ภายนอกจะไปรู้ถึงความสามารถและนิสัยของเขาได้ยังไงกัน? แล้วนี่อู้งานมาไม่กลัวโดนจับได้รึไง?" 

"น่าๆ ทางนี้ก็พยายามทำงานให้ดีที่สุดอยู่นา แถมนี่เป็นเวลาพักของวันนี้เพราะว่าคนส่วนใหญ่ไปจัดการสัตว์ประหลาดที่โผล่ออกมาและเพื่อที่จะเจอกับผู้กล้าสาวน่ะฉันเลยออกมาพักอยู่นี่ไง" 

"เหรอ? ว่าแต่สัตว์ประหลาดโผล่มาเยอะจังนะ ไม่ใช่ทั้งสัตว์อสูรและปีศาจหรือสัตว์เทวะแต่กลับเป็นตัวตนปริศนาที่แกร่งเอาเรื่องแบบนี้ เห็นทีว่าต้องพึ่งพาพลังของผู้กล้าไปชั่วขณะแล้วล่ะ" 

สาวกึ่งมนุษย์ส่ายหางไปมาในขณะที่หูของเธอเองก็กระดิกเป็นระยะๆ สาวสวยดวงตาน่ากลัวราวกับสัตว์ร้ายก็ได้แต่เกาหัวแล้วถอนหายใจเล็กน้อย 

"ที่ต้องพึ่งพาน่ะคือเขาคนนั้นต่างหาก ผู้กล้าอาจจะแกร่งที่ก็ยังไม่รู้ความสามารถที่แน่ชัดแต่รู้อะไรไหม? ชายที่ไร้ซึ่งอาวุธกลับจัดการกลุ่มของสัตว์อสูรที่ถึงแม้จะมีแรงค์น้อยแต่ก็สามารถจัดการได้สบายๆน่ะดูน่าเชื่อถือกว่ากันเยอะ" 

"ข้าหวังว่าเขาจะคู่ควรกับตำแหน่งราชันย์นะ แต่ยังไงเขาก็เกิดมาเพื่อครองราชย์อยู่แล้วอันนี้คงไม่น่าเป็นห่วง แต่หากเขาปฏิเสธบังลังก์พระเจ้าน่ะตรงนี้ต่างหากที่น่าเป็นห่วงที่สุด" 

"และถ้าเขากลายเป็นศัตรูของพวกเราคงได้ตายกันยกสวรรค์แน่ๆเลยล่ะ ขออย่าให้เป็นเช่นนั้นเลย" 

ถึงจะเป็นสามสาวสวยที่สุดแสนจะงดงามแต่เมื่อพูดถึงความน่ากลัวระดับตำนานอย่างการที่ได้เป็นศัตรูกับชายที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกก็ทำให้พวกเธอทำท่าทางตลกๆตัวแข็งอย่างช่วยไม่ได้... 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว