ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 20 ตัวประกัน

ชื่อตอน : ตอนที่ 20 ตัวประกัน

คำค้น : สืบสวน , โคนัน , จอมโจรคิด , กองปราบ , กองปราบฯ , กองปราบปราม , ตำรวจ , โจร , ไทย , ประเทศไทย , ตลก , กวน , ป่วน , แสบ , ฮา , บ้าบอ , แก๊ง , โรบินฮู้ด , เก่ง , ขโมย , รหัส , ปริศนา , เงื่อนงำ , ก่อการร้าย , ระเบิด , ตื่นเต้น , ระทึก , ตาย , แอคชั่น , บู๊ , เลือด

หมวดหมู่ : นิยาย ลึกลับ,สืบสวน สอบสวน

คนเข้าชมทั้งหมด : 758

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ก.ค. 2560 01:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 20 ตัวประกัน
แบบอักษร

ตอนที่ 20 ตัวประกัน

เช้าวันใหม่มาเยือนในอีกไม่กี่ชั่วโมงให้หลัง และในเมื่อยังคงเป็นอีกหนึ่งวันทำงานไม่ว่าสำหรับมนุษย์หรือนาฬิกาปลุก เหล่าผู้คนจึงต่างพร้อมใจกันลุกขึ้นดำเนินกิจวัตรประจำวันของตนอย่างเสียไม่ได้ ถึงอย่างนั้นเมื่อนำเสียงหาวนอน เสียงบ่น จากทั่วทุกมุมมารวมกับเสียงร้องของนาฬิกาปลุกที่ดังประสานแล้ว มันก็ยังดังไม่เท่ากับเสียงซุบซิบนินทาและโจษจันภายในละแวกบ้านของนิรดา

“เมื่อคืนมีผู้ชายมานอนค้างที่บ้านคุณหมอด้วยล่ะป้า จะว่าญาติก็ไม่น่าใช่ หน้าตาไม่เห็นจะมีเค้าคล้ายกันสักนิด” หญิงสาวจอมจุ้นวัย 20 เศษเจ้าของนัยน์ตาเหล่ๆ กับแผงฟันยื่นๆ ชนิดที่ทันตแพทย์มือหนึ่งยังอาจหาญปฏิเสธการรักษา เป็นตัวต้นเรื่องในการกระจายข่าวแบบปากต่อปาก ด้วยระบบเซอร์ราวน์รอบทิศทาง

“แกแน่ใจเหรอ ปกติคุณหมอเธอไม่ใช่ผู้หญิงแบบนั้นสักหน่อย!”

“เฮ้ย! เรื่องแบบนี้มันไม่เข้าใครออกใครหรอก คงจะเป็นแฟนคุณหมอนั่นแหละ”

“อาจจะแต่งงานกันเร็วๆ นี้ก็ได้นะ”

และก่อนที่ข่าวลือผิดๆ จะก่อคำวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมากไปทั่วทั้งหมู่บ้าน บุคคลผู้ได้รับการขนานนามให้เป็น ‘ผู้ชายของคุณหมอ’ บ้างล่ะ หรือ ‘แฟนของคุณหมอ’ ซึ่ง... พึ่งคบกัน / กำลังจะหาฤกษ์ / ใกล้จะได้ฤกษ์ / วางแผนจะร่อนการ์ดแต่งงาน บ้างล่ะ ก็ปรากฏตัวออกมา

“ขอโทษนะครับ ขอความร่วมมือด้วยครับ” ภูผาแสดงบัตรประจำตัวข้าราชการตำรวจ พลางปั้นหน้าเข้มเคร่งเครียดจนประดาชาวบ้านที่กำลังวงแตกเพราะจุดไต้ตำตอ จำต้องกลับมารวมตัวกัน

“เอ่อ... มะ... มะ... มีอะไรหรือคะคุณตำรวจ พวกเราแค่ยืนคุยสารทุกข์สุขดิบยามเช้ากันก็เท่านั้น ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ” ใครคนหนึ่งพยายามหาหนทางเอาตัวรอดให้กับตัวเอง และเผื่อแผ่ไปถึงเพื่อนร่วมชะตากรรมทั้งหลายรอบๆ ด้วย

“ผมทราบครับ ผมแค่อยากขอความร่วมมือจากทุกท่านให้ช่วยเป็นหูเป็นตา สอดส่องดูแลบ้านของคุณหมอนิรดาและตัวคุณหมอเอง เนื่องจากตอนนี้เธอกำลังถูกคนปองร้ายอยู่ครับ” ชายหนุ่มเล่ารายละเอียดคร่าวๆ ของเรื่องราวเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน รวมไปถึงเหตุการณ์ที่รถยนต์ของนิรดาถูกตัดสายเบรกให้ทุกคนฟัง โดยสำทับปิดท้ายว่าตนเพียงทำหน้าที่คุ้มครอง ดูแลรักษาความปลอดภัยให้เธอเท่านั้น

“ไม่ต้องห่วงนะคะคุณตำรวจ พวกเราจะให้ความร่วมมือเต็มที่เลยค่ะ” ยัยสาวจอมจุ้นนักข่าวหัวเห็ดประจำซอยออกตัวรับหน้าที่นี้ขึ้นมาก่อนใคร

“ใช่ค่ะ ดิฉันเป็นแม่บ้านอยู่บ้านทั้งวัน ใครมาใครไปก็เห็นตลอด จะคอยสำรวจตรวจตราเองค่ะ”

“คุณหมอเป็นคนดี เป็นที่รักของทุกคนในซอย ยังไงพวกเราก็ร่วมด้วยช่วยกันเต็มที่นั่นแหละครับ”

ตามติดมาด้วยเสียงสนับสนุนอีกมากมาย พลอยให้ภูผาคลายความกังวลลงไปได้บ้าง

“ขอเบอร์โทรศัพท์ของคุณตำรวจหน่อยได้ไหมล่ะคะ มีอะไรพวกเราจะได้โทรแจ้งคุณตำรวจได้ทันที” จอมจุ้นสรุปปิดท้าย ด้วยเหตุนี้ทุกคนจึงต่างยืนกดโทรศัพท์มือถือบันทึกเลขหมายสำหรับติดต่อนายตำรวจหนุ่มกันพร้อมเพรียงถ้วนหน้า กลายเป็นภาพอันแสนแปลกตาของนิรดา ซึ่งพึ่งเปิดประตูออกมาจากภายในบ้าน

“ไม่ต้องห่วงนะคะคุณหมอ พวกเราจะช่วยกันกับคุณตำรวจลากคอไอ้คนที่มันคอดร้ายกับคุณหมอ เข้าตะรางไปให้ได้เลยล่ะค่ะ!”

ไม่ทันที่หญิงสาวจะได้ซักถามอะไร จุ้นสาวประจำซอยก็ยกขบวนเพื่อนบ้านเข้ามามะรุมมะตุ้มรุมล้อมเธอ ต่างคนต่างแย่งกันพูดแข่งกันให้กำลังใจ จนนิรดาไม่รู้จะกล่าวคำขอบคุณใครก่อนดี

“ต้องขอโทษจริงๆ นะครับ คุณนิเกือบต้องไปทำงานสาย เพราะผมไปพูดแบบนั้นกับทุกคนแท้ๆ”

เป็นประโยคคำพูดแรกจากภูผา หลังคนทั้งคู่สามารถฝ่ากลุ่มชาวบ้านออกมาขึ้นรถได้ในเวลา 7 นาฬิกา 30 นาที

“ไม่หรอกค่ะ ดิฉันเข้าใจ ดิฉันต่างหากล่ะคะที่ต้องขอบคุณผู้กอง ที่ช่วยรักษาเกียรติความเป็นผู้หญิงให้ดิฉัน” หญิงสาวยิ้มขอบคุณชายหนุ่มด้วยความรู้สึกเดียวกันกับที่กล่าว

“ขอบคุณที่เข้าใจผมนะครับ” ภูผายิ้มตอบ โดยที่ตายังคงจับจ้องอยู่กับภาพท้องถนนตรงหน้า เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุในเสี้ยวนาทีที่ตนละสายตาไป แต่... ไม่ทันที่ชายหนุ่มจะได้เลี้ยวรถออกจากหมู่บ้าน

กริ๊งงงง!! กริ๊งงงง!!

เสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์มือถือทำให้ภูผาจำต้องจอดรถรับสายปริศนา ซึ่งไม่เคยได้รับการบันทึกหมายเลขไว้

“คุณตำรวจขา!! มันโผล่หัวออกมาแล้วค่ะ ไอ้สารเลวที่คิดร้ายกับคุณหมอ พวกเราช่วยกันจับตัวมันไว้ได้แล้ว ให้รุมประชาทัณฑ์มันเลยไหมคะคุณตำรวจ คนแบบนี้มันต้องเอาให้หลาบจำจนวันตาย”

เสียงเจื้อยแจ้วของยัยสาวจอมจุ้นดังลอดโทรศัพท์มือถือ ออกมารายงานความคืบหน้าล่าสุด ทำเอาทั้งภูผาและนิดราถึงกับชะงัก

“อย่าทำแบบนั้นนะครับ ไม่อย่างนั้นพวกคุณจะถูกแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกาย ผมจะรีบกลับไปเดี๋ยวนี้ บอกทุกคนด้วยนะครับว่าห้ามทำอะไรเขาเด็ดขาด” ชายหนุ่มย้ำเสียงเข้ม และรอจนอีกฝ่ายตอบรับ แล้วจึงตัดสาย หักพวงมาลัยรถกลับไปยังจุดเริ่มต้นที่พึ่งจากมาเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น

“คุณนิพอจะจำรูปพรรณสัณฐานของเขาได้ไหมครับ?”

คำถามจากภูผาทำให้นิรดาต้องนั่งนิ่งทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืน เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดอันจะนำผลกระทบมากมายมาให้บุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

“ดิฉันมั่นใจว่าถ้าเห็นจะจำเขาได้ค่ะ ว่าใช่หรือไม่ใช่” เธอยืนยันหนักแน่นหลังผ่านการครุ่นคิดไตร่ตรองอย่างหนักแล้ว

“ดีครับ” ผู้กองหนุ่มพยักหน้าขรึมๆ เป็นเวลาเดียวกับที่รถยนต์แล่นเข้ามาถึงหน้าบ้านหลังเล็กของนิรดา ซึ่งมีชาวบ้านทำหน้าที่ไทยมุงกันอย่างแข็งขันอยู่จำนวนหนึ่ง

“คุณตำรวจมาแล้ว คราวนี้แกถูกจังขังลืมแน่!”

เสียงข่มขู่ขึงขังของยัยสาวจอมจุ้นดังกว่าใครเพื่อน ท่ามกลางกลุ่มคนนับสิบบริเวณนั้น และทันทีที่นิรดากับภูผาฝ่ากลุ่มชาวบ้านเข้าไปถึงตัวชายผู้โชคร้าย

“ใช่ไหมครับคุณนิ?” ภูผาหันไปถามหญิงสาว

“...ใช่ค่ะ!” นิรดาจ้องหน้าว่าที่ผู้ต้องหาอย่างพิจารณา ก่อนจะพิพากษาตัดสินให้เจ้าของร่างผอมกะหร่อง ผมยาว นัยน์ตาลึกโหลอย่างคนอดนอนมาแรมปี กับชุดเสื้อกล้ามกางเกงบ๊อกเซอร์คล้ายเตรียมพร้อมจะกระทำการบางอย่าง ว่าควรต้องรับผิดชอบในพฤติกรรมของตัวเองที่ได้ก่อไว้กับเธอ จนพลอยให้มีคนต้องเดือดร้อนตามไปด้วยมากมาย

“นั่น! ใช่จริงๆ ด้วย แกคิดจะทำมิดีมิร้ายคุณหมอของพวกเราจริงๆ สินะ” สาวเหยินจอมจุ้นตั้งท่าจะยกขบวนผองเพื่อนบ้านเข้ารุมประชาทัณฑ์ไอ้หนุ่มกุ้งแห้ง ทำให้ภูผาต้องรีบกันตัวอีกฝ่ายออกไป

“คุณตำรวจครับ!! ผมเปล่านะครับ มันเป็นเรื่องเข้าใจผิด ผมแค่มาเดินหาซิมการ์ดโทรศัพท์ที่ร่วงหาย ไม่ได้คิดจะทำอะไรอย่างที่เขาเข้าใจกันจริงๆ นะครับคุณตำรวจ” ชายหนุ่มดวงกุดพยายามแก้ข้อกล่าวหาของตัวเอง พลางถอยหลังกราดเมื่อเห็นคุณตำรวจที่ว่ามีกุญแจมือสีเงินสะท้อนเปลวแดดอยู่ในมือ หากแต่บรรดาชาวบ้านที่รายล้อมอยู่รอบตัว และพร้อมจะร่วมกันสหบาทาเขาได้ทุกนาที ก็ทำให้เขาไม่สามารถหลบหนีไปไหนได้

“ถ้าอย่างนั้นขอเบอร์โทรศัพท์ของซิมการ์ดที่ว่า กับขอดูโทรศัพท์มือถือที่ไม่มีซิมการ์ดหน่อยจะได้ไหมครับ?” ผู้กองหนุ่มจ้องหน้าอีกฝ่ายเขม็ง

“มะ... มะ... มันเป็นซิมการ์ดที่ผมซื้อมาใช้แทนซิมเดิมน่ะครับ ผมยังจำเบอร์ไม่ได้ แล้วก็พึ่งแกะด้วย ยังไม่ได้ถอดซิมเดิมออกเลย” เจ้าของร่างผอมกะหร่องละล่ำละลักแก้ตัวน้ำขุ่นๆ อีก

“ไม่เป็นไรครับ งั้นช่วยพาผมไปที่ร้านที่คุณซื้อซิมการ์ดก็แล้วกัน ผมคิดว่าคนขายคงจำคุณได้แน่นอน”

คราวนี้คำพูดของภูผาทำเอาไอ้หนุ่มผมยาวถึงกับเหงื่อตก หน้าถอดสี และสุดท้ายก็ยอมพูดความจริงออกมา

“ขะ... ขะ... ขอโทษครับ!! ความจริงแล้วมีคนจ้างให้ผมทำแบบนี้น่ะครับ ผมพูดจริงๆ นะครับคุณตำรวจ จะลากตัวผมไปสาบานวัดไหนหรือลุยไฟพิสูจน์ก็ได้”

สิ่งที่ได้ยินทำให้ภูผาและนิรดาชะงักไปทั้งคู่ ตรงข้ามกับบรรดาชาวบ้านที่ยังคงคิดว่านั่นเป็นเพียงคำโกหกเพื่อให้ตนพ้นผิด

“ยังมีหน้ามาสตอเบอร์รี่อีก แบบนี้มันต้องจับขังลืมให้แก่ตายในนั้นไปเลย!” ยัยจอมจุ้นเป็นตัวต้นเสียงอีกเช่นเคย

“ผมพูดจริงๆ นะครับคุณตำรวจ คุณหมอ เชื่อผมเถอะ เอ้อ! นะ... นะ... นี่ ผมมีเงินค่าจ้างให้เป็นของกลางด้วยนะครับ!!” ไอ้หนุ่มกุ้งแห้งล้วงมือสั่นๆ เข้าไปในช่องลับของกางเกง แล้วรีบควักธนบัตรหนึ่งพันบาทออกมายืนยัน

“เอาล่ะๆ เดี๋ยวไปให้ปากคำที่โรงพักก็แล้วกัน ส่วนทุกคนที่นี่ ผมจะขออนุญาตติดต่อไปให้ปากคำในฐานะพยานภายหลังนะครับ ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือครับ” ภูผาตัดบทสาวเหยินที่กำลังจะอ้าปากค้าน ก่อนจะใส่กุญแจมือชายหนุ่มดวงกุดและพาตัวไปขึ้นรถ โดยมีกลุ่มชาวบ้านเฮโลกันไปส่งนิรดาถึงประตูรถด้วย

“เอก! เดี๋ยวเจอกันที่กองปราบฯ หน่อยนะ”

เสียงพูดโทรศัพท์กับใบหน้าเครียดๆ ของภูผา ทำให้นิรดาชะงักมองชายหนุ่มด้วยความกังวล เพราะเกรงจะทำให้เขาต้องเดือดร้อน ในเมื่ออีกฝ่ายยังคงถูกสั่งพักราชการอยู่ แต่กลับต้องมาวุ่นวายเรื่องคดีของเธอ

“ขอโทษนะคะ ที่ทำให้ผู้กองต้องมาพลอยยุ่งยากไปด้วย” เธอเป็นฝ่ายพูดขึ้นก่อน หลังจากที่ภูผาวางสายเมื่อครู่แล้ว

“ไม่ครับ ไม่ ผมไม่ได้ยุ่งยากอะไรเลยครับ คุณนิไม่ต้องกังวลนะครับ” ชายหนุ่มยิ้มให้เธอ แล้วสตาร์ทรถขับออกไปอย่างเร็ว เพราะไม่อยากให้หญิงสาวเข้าทำงานสาย

จากการใช้เส้นทางลัดเลาะของภูผา ทำให้ชายหนุ่มสามารถฝ่าการจราจรอันติดขัดในช่วงเวลาทำงานมาจนถึงกองปราบปรามได้ในระยะเวลา 30 นาที และทันทีที่ลงจากรถ ทั้งภูผาและนิรดาก็พบว่าเอกพลกำลังรอคอยพวกตนอยู่แล้ว ภายใต้สีหน้าอันเคร่งเครียด เนื่องจากไม่ได้รับแจ้งถึงเรื่องราวอันเป็นต้นสายปลายเหตุแห่งการนัดหมายในครั้งนี้

“เกิดอะไรขึ้น!?” เอกพลเป็นฝ่ายถามขึ้นก่อน เมื่อสังเกตเห็นว่ามีบุคคลที่ 3 ซึ่งภูผาพาตัวมาด้วย มิหนำซ้ำยังถูกสวมกุญแจมือ บ่งบอกถึงสถานภาพได้เป็นอย่างดี

“เมื่อคืนมีคนไปเดินด้อมๆ มองๆ วนไปวนมาอยู่หน้าบ้านคุณนิ พอตอนสายก็ไปทำแบบเดิมอีก เลยถูกชาวบ้านจับได้” ภูผาให้คำตอบพร้อมกับพยักพเยิดหน้าไปทางหนุ่มดวงกุดที่ยืนหน้าซีดเป็นไก่ต้มอยู่

“ผะ... ผะ... ผมรับจ้างเขามาจริงๆ นะครับคุณตำรวจ คุณหมอ ผมไม่ได้โกหกนะครับ!!” เจ้าของร่างผอมกะหร่องละล่ำละลักยืนยันคำพูดเดิมของตนอีกครั้ง

“ก็แบบนี้แหละ ฉันฝากคดีไว้กับนายก็แล้วกัน” ภูผาบอกเอกพล สีหน้าแสดงความเป็นกังวลกับเบื้องหลังของเรื่องราวทั้งหมด

“วางใจได้! ...คุณนิไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจะสาวให้ถึงผู้ว่าจ้างเลย” เอกพลตอบรับหนักแน่น แล้วหันไปยิ้มยืนยันกับนิรดาเพื่อความสบายใจของเธอ

“ขอบคุณผู้กองเอกพลมากๆ นะคะ” นิรดายิ้มตอบ ถึงอย่างนั้นก็ยังคงปรากฏแววกังวลบนใบหน้าและดวงตาของเธออย่างเด่นชัด

“แล้วก็... ฉันฝากคุณนิไปอยู่กับน้องอ้อน้องสาวนายสักระยะได้ไหม ถ้าคนแถวบ้านถาม นายก็บอกว่าญาติก็ได้” ภูผาเสนอความคิดที่เฝ้าทบทวนมาตลอดทาง หากแต่นั่นเองที่ทำให้เอกพลถึงกับชะงัก

“...คงไม่ได้” เขาปฏิเสธ พลางก้มหน้าและถอนหายใจหนักๆ ปิดท้าย

“ทำไม?”

คำถามง่ายๆ สั้นๆ ของเพื่อนสนิท กลับกลายเป็นคำถามที่ให้คำตอบยากที่สุดสำหรับเอกพลไปเสียแล้วในเวลานี้

“ยัยอ้อหนีออกจากบ้านไปตั้งเกือบอาทิตย์แล้ว”

คำตอบของเอกพลสร้างความตกตะลึงให้กับทั้งภูผาและนิรดาเป็นอย่างมาก แต่นั่นก็ยังไม่เท่ากับบางสิ่งบางอย่างที่เกิดขึ้นอย่างประจวบเหมาะในเวลาเดียวกัน

ตุ้บ!

ไอ้หนุ่มกุ้งแห้งซึ่งยืนอยู่ข้างๆ ภูผาล้มหน้าคว่ำลงไปกับพื้น เลือดสีแดงสดไหลซึมออกมาจากบาดแผลอันเกิดขึ้นจากคมกระสุนที่ตัดขั้วหัวใจอย่างแม่นยำ ชนิดไม่ให้เหยื่อหลงเหลือเสียงร้อง!?

“บ้าเอ๊ย!!” เอกพลสบถออกมา พลางกวาดตามองไปรอบๆ มือแตะปืนพกที่เหน็บเอวในท่าเตรียมพร้อม ขณะที่ภูผาโทรศัพท์รับโทรศัพท์เรียกรถพยาบาล ด้วยหวังว่าอาจยังมีหนทางเยียวยาเหยื่อกระสุนได้ แม้นิรดาซึ่งนั่งลงตรวจชีพจรของไอ้หนุ่มกุ้งแห้งจะส่ายหน้า บ่งบอกสถานการณ์ในความเป็นจริงแล้วก็ตาม

“เจอจุดน่าสงสัยไหม?” ภูผาหันไปถามเอกพล สีหน้าเคร่งเครียดพอกัน นี่ถ้าเขาไม่ถูกสั่งพักราชการล่ะก็ คงทำอะไรได้มากกว่านี้!

“ไม่เลย... เดี๋ยวฉันจะให้พวกจ่าๆ ช่วยกันออกตามหาเบาะแส นายคุ้มกันคุณนิรดาเถอะ ไม่ต้องเป็นห่วง” เอกพลตบบ่าเพื่อนเป็นเชิงฝากฝัง

สองหนุ่มพยักหน้าให้กันเป็นสัญญาณ ก่อนที่เอกพลจะแยกตัวออกไป หลังจากนั้นไม่กี่นาที รถพยาบาลก็มาถึงและรับตัวชายหนุ่มผู้เคราะห์ร้ายไปอีกคน

...เวลานี้เหลือเพียงภูผาและนิรดาเท่านั้นที่ยังคงยืนอยู่เบื้องหน้าคราบเลือดแห้งกรังบนพื้นคอนกรีต ของลานจอดรถภายในกองปราบปราม

“คุณนิจะไปทำงานหรือเปล่าครับ?” ผู้กองหนุ่มเอ่ยถามทำลายความเงียบขึ้น

“ไปค่ะ...” นิรดาให้คำตอบทันที ราวกับไม่ได้ผ่านกระบวนการครุ่นคิดทบทวน ก็เพราะ... นั่นคือภาระหน้าที่และความรับผิดชอบของเธอน่ะสิ

“ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจะอยู่คุ้มครองคุณทั้งวันเหมือนเดิม” ภูผายืนยันถึงความรับผิดชอบของตน เพื่อให้หญิงสาวรู้สึกสบายใจขึ้น แม้ว่านั่นอาจเป็นเพียง 1 ใน 50 ส่วนของความรู้สึกที่ประเดประดังกันเข้ามา ทั้งตระหนก หวาดกลัว สับสน และเศร้าโศก

“ขอบคุณนะคะ” เธอฝืนยิ้มให้เขา ดูจะเป็นรอยยิ้มที่แย่ที่สุดของเธอตั้งแต่ชายหนุ่มเคยเห็นมา นิรดาเองก็คิดเช่นนั้น หญิงสาวไม่เคยรู้สึกหนักอึ้งในหัวใจเช่นนี้มาก่อน แม้ในวันที่ผู้เป็นพ่อจากเธอไปพร้อมเกียรติของเจ้าหน้าที่ฝ่ายพิสูจน์หลักฐานวันนั้น

มัน... ต่างกันกับสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้

“ขอบคุณค่ะ” นิรดากล่าวคำขอบคุณภูผาอีกครั้ง เมื่อเขาเปิดประตูรถให้เธอ ถึงอย่างนั้นก็เป็นเสียงพูดที่เบาจนอีกฝ่ายเกือบจะไม่ได้ยิน

“คุณนิอย่าคิดมากเลยนะครับ มันไม่ใช่เพราะคุณหรอก” ภูผารู้ดีว่าหญิงสาวทุกข์ใจแค่ไหน ชายหนุ่มพยายามคิดหาคำพูดมากมายมาปลอบใจเธอ หากแต่นิรดากลับไม่ได้ฟังมันเลย เธอเอาแต่ครุ่นคิดวนเวียนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ซ้ำไปซ้ำมาอยู่เช่นนั้น ราวกับจะปล่อยให้มันตามหลอกหลอนเธอไปชั่วชีวิต กระทั่ง...

“คุณนิครับ! เปิดเก๊ะหน้ารถ แล้วเอาเสื้อกันกระสุนในนั้นมาใส่เดี๋ยวนี้เลยครับ”

คราวนี้น้ำเสียงเครียดๆ ของชายหนุ่มสามารถปลุกหญิงสาวให้ตื่นจากภวังค์ได้เป็นผลสำเร็จ นอกจากนี้คำพูดของเขายังสร้างความตระหนกให้เธออีกด้วย ทั้งที่ภูผาไม่ได้ต้องการทำเช่นนั้นเลย

...ทุกอย่างอยู่นอกเหนือความคาดหมายของเขา!!

“เอ๊ะ!! ทะ... ทะ... ทำไมล่ะคะ!?” นิรดาย้อนถามเขาด้วยความตกใจในสิ่งที่ได้ยิน พลางมองกวาดตาไปรอบๆ เพื่อค้นหาบางสิ่งที่ผิดปกติ

“ตอนนี้เราถูกล้อมไว้หมด แล้วก็จำเป็นต้องไปตามเส้นทางที่ถูกบังคับด้วยครับ เพราะเราไม่รู้ว่าพวกมันมีกี่คน และมีอาวุธเท่าไหร่” ภูผาจำเป็นต้องบอกเธอถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในเวลานี้ พร้อมๆ กับจับตามองรถยนต์ทั้ง 4 คันที่ขนาบข้างรถยนต์ของเขาทั้งซ้าย-ขวา-หน้า-หลัง และใช้ความเร็วรถที่ไล่เลี่ยกันบีบไม่ให้เขาสามารถบังคับรถไปยังทิศทางที่ต้องการ หรือแม้แต่เปลี่ยนช่องทางการจราจรได้

“แล้วเราจะทำยังไงกันดีคะ!?” หญิงสาวหน้าซีดเผือด เธอกำลังคิดว่าตัวเองเป็นต้นเหตุทำให้ผู้กองหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างๆ ต้องเดือดร้อนอีกแล้ว หมายรวมไปถึงคนอื่นๆ ที่เธออาจจะยังไม่รู้ด้วย

“ก็อย่างที่ผมบอกเมื่อกี๊ คงต้องยอมทำตามที่คนพวกนี้ต้องการไปก่อนนั่นแหละครับ คุณนิรีบสวมเสื้อกันกระสุนเลยครับ ไม่ต้องห่วงผม” ภูผาย้ำเตือนถึงสิ่งที่นิรดาควรทำในเวลานี้อีกครั้ง

“แล้วผู้กองล่ะคะ ผู้กองเองก็ไม่ได้สวมเสื้อกันกระสุนนี่คะ!?” เธอทักท้วง

“ผมไม่เป็นไรครับ คนที่ถูกปองร้ายคือคุณนะครับคุณนิ คุณสวมเสื้อกันกระสุนเสียเถอะครับ”

เมื่อเห็นว่าหญิงสาวยังคงดึงดันและดื้อรั้นด้วยความเป็นห่วงเขา ภูผาจึงเอื้อมมือไปเปิดช่องเก็บของตรงตำแหน่งที่หญิงสาวนั่ง แล้วหยิบแจ็คเก็ตยีนส์กันกระสุนในนั้นออกมาส่งให้เธอ โดยที่มือข้างหนึ่งยังคงบังคับพวงมาลัยรถอยู่

“มันเป็นเสื้อกันกระสุนที่น้องธนูคิดขึ้นมาครับ ดูจากภายนอกจะไม่รู้เลย แต่ก็ช่วยป้องกันกระสุนได้ในระดับหนึ่ง” เขาอธิบาย พลางคลี่เสื้อออกให้เป็นเชิงบังคับ จนหญิงสาวจำต้องรับมันมาสวม

กริ๊งงงง!! กริ๊งงงง!!

โทรศัพท์มือถือของภูผาส่งเสียงร้องบ่งบอกสายเรียกเข้าปริศนาอีกครั้ง เมื่อหมายเลขโทรศัพท์ที่ปรากฏไม่ได้ถูกบันทึกไว้ในหน่วยความจำของเครื่อง

“สวัสดีครับ” ชายหนุ่มใช้มือข้างที่ไม่ได้บังคับพวงมาลัยรถ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดรับสาย แม้จะรู้ดีว่ามันเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและอาจก่อให้เกิดอันตราย หากแต่มันก็อาจส่งผลลัพธ์ที่ร้ายแรงกว่านั้น หากนิรดาเป็นคนรับโทรศัพท์แทนเขาเช่นกัน

“ว่าอะไรนะครับ ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือผู้เสียชีวิตคนที่ว่าอยู่ที่โรงพยาบาลนั้นอย่างนั้นหรือครับ!?”

แม้จะได้ยินเสียงพูดโต้ตอบของภูผาเพียงฝ่ายเดียว นิรดาก็พอจะคาดเดาได้ถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทางปลายสาย

“รถพยาบาลคันเมื่อกี๊เป็นของคนพวกนี้สินะคะ” หญิงสาวเอ่ยถามชายหนุ่ม หลังจากที่เขาจบบทสนทนาทางโทรศัพท์แล้ว

“ครับ อาจจะเป็นการปล้นเอารถพยาบาล โดยที่เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลยังอยู่บนรถ” ภูผาตอบพลางลอบถอนหายใจหนักๆ โดยที่ยังคงพยายามโทรศัพท์หาใครคนหนึ่งเพื่อขอความช่วยเหลือ

“คนที่ทำเรื่องพวกนี้ได้ คงจะเป็นพวกแก๊งค้ายาเสพย์ติดสินะคะ คงไม่ใช่คุณหมอรจเลขแล้วล่ะค่ะ” นิรดาหวนคิดถึงคำพูดของธนู ซึ่งได้คาดการณ์ถึงบุคคลผู้อาจมีความเกี่ยวข้องในการตัดสายเบรกรถยนต์ของเธอไว้ และจากเหตุการณ์ในวันนี้ก็คงจะเป็นที่แน่ชัดแล้วถึงคำตอบของคำพูดนั้น

“ครับ ถ้าไม่มีเบื้องหลังอะไรที่มากกว่านี้ล่ะก็” ภูผายังไม่ปักใจเชื่อนัก ชายหนุ่มต้องการหลักฐานยืนยันที่มากกว่านี้ หมายรวมไปถึงหลักฐานจากการเผชิญหน้ากับสถานการณ์ต่อจากนี้ด้วย และคนที่เขาจะสามารถฝากฝังให้จัดการทุกสิ่งทุกอย่างได้ก็มีเพียงแค่...

“เอก! โทรกลับด้วย” ผู้กองหนุ่มมือดีแห่งกองปราบปรามฝากข้อความเสียงทิ้งไว้ให้เพื่อนสนิท เมื่อได้ยินสัญญาณจากทางปลายสายที่บ่งบอกว่าเอกพลกำลังโทรศัพท์พูดคุยกับใครอีกคนอยู่ เป็นเวลาเดียวกับที่รถยนต์ทั้ง 4 คันซึ่งขนาบข้างรถของเขา บังคับเส้นทางให้ชายหนุ่มจำต้องเลี้ยวเข้ามาในซอยเปลี่ยวย่านชานเมืองอันรกร้างไร้ผู้คน

เอี๊ยดดดด!!

โครมมมม!!

ทันทีที่รถทั้ง 5 คันแล่นมาจนถึงกึ่งกลางซอย รถยนต์คันหน้าก็เบรกกะทันหัน แน่นอนว่านั่นทำให้รถยนต์ของภูผาพุ่งชนท้ายรถเจ้ากรรมคันนั้นเข้าอย่างแรง แม้ชายหนุ่มจะพยายามหลีกเลี่ยงแล้วก็ตาม หลังจากนั้นทุกอย่างก็เกิดขึ้นรวดเร็วเสียจนนิรดาแทบจับต้นชนปลายไม่ถูก ทั้งเธอและภูผาถูกลากตัวมาขึ้นรถยนต์คันข้างๆ โดยที่ชายหนุ่มไม่กล้าขัดขืนเนื่องจากเกรงหญิงสาวจะเป็นอันตราย ถึงอย่างนั้น...

ปังงงง!!

กรี๊ดดดด!!

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว