ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทนำ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 12.5k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ก.ค. 2560 21:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทนำ
แบบอักษร

- บทนำ -



การจราจรที่แสนติดขัดทำเอาเจ้าของรถราคาแพงต้องอารมณ์เสีย เกือบสองชั่วโมงเห็นจะได้ที่เขายังไม่สามารถออกจากถนนเส้นนี้ได้ ทั้งที่วางแผนเอาไว้ล่วงหน้าเป็นอย่างดี แต่กลับต้องมาติดแหง็ก ตอนนี้ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็มีแต่เรื่องที่น่าหงุดหงิดใจ 

เมื่อสัญญาณไฟเปลี่ยนสี รถสปอร์ตคาร์สีควันบุหรี่ก็เคลื่อนออกตัว ความเร็วที่เหยียบตอนนี้ไม่สมกับสมรรถนะสักเท่าไหร่ อีกทั้งรถราที่แน่นขนัดทำให้เร่งความเร็วได้ไม่เต็มที่ แม้หงุดหงิดแต่ก็พอเข้าใจ 

รถราคาแพงวิ่งฉิว ปลายทางคือร้านดอกไม้ของเพื่อนสนิทที่เพิ่งรู้ข่าว แม้เขาจะเป็นหนุ่มโซเชียลแค่ไหน แต่ก็ไม่ได้ติดตามใครเป็นพิเศษ ขืนติดตามคงมีเป็นล้านๆ แน่นอน ก็คนมันเพื่อนเยอะนี่นะ 

กรพัฒน์ ชายหนุ่มลูกครึ่งไทยจีน เขาร่วมทุนกับเพื่อนสนิทเปิดบริษัทเอเจนซี่เล็กๆ ในสมัยก่อน ผ่านมาไม่ถึงห้าปี บริษัทเริ่มเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จนตอนนี้ บริษัทของเขาเทียบเท่าบริษัทยักษ์ใหญ่ชั้นนำของประเทศ มีดารา นายแบบ นางแบบ ทั้งในและต่างประเทศรวมๆ หลายร้อยชีวิตในสังกัด ยังมีนิตยสารแฟชั่นที่ได้รับความนิยมมากและมักติดอันดับอยู่ทุกปี 

ชายหนุ่มขับรถหรูฝ่าการจราจรติดหนึบจนมาถึงหน้าร้านขายดอกไม้ขนาดกลางสไตล์โมเดิร์นลอฟท์ดูเท่และแปลกกว่าร้านอื่นๆ เจ้าของรถหรูก้าวขายาวลงจากรถ ดวงตาคมมองผ่านแว่นตากันแดดสีชาเข้าไปด้านหน้าร้านที่เป็นกระจกบานใส เห็นหลังไวๆ ของใครสักคนที่คาดว่าจะเป็นคนที่เขาจะมาเจอ 

ขายาวก้าวตรงเข้าไปด้านใน ทันทีที่ดึงประตูกระจก เสียงกระดิ่ง ที่มัดติดกับที่จับก็ดังขึ้น ภายในร้านดูสวยสมกับเป็นร้านขายดอกไม้ อีกทั้งเจ้าของยังตกแต่งไว้ได้เรียบแต่หรู กรพัฒน์ยืนมองทั่วร้านแล้วก็นึกแปลกใจ เพราะเขามายืนนานขนาดนี้กลับไม่มีใครออกมาต้อนรับสักคน อีกทั้งเมื่อครู่ กระดิ่งประตูก็ดังลั่นร้านขนาดนั้น 

“มีใครอยู่ไหมครับ” สุดท้ายก็ต้องร้องถามขึ้น “ฮัลโหล มีคนอยู่ไหม...”

“ครับๆ” 

จังหวะที่จะเรียก อยู่ๆ ก็มีศีรษะโผล่ขึ้นมาจากเคาน์เตอร์ หากไม่ได้ยินเสียงตอบกลับเขาคงตกใจและอาจวิ่งหนี ชายหนุ่มเตรียมบ่นหากคนที่ขานรับไม่ยิ้มกว้างส่งมา 


เหมือนเจอลูกกวางตัวน้อยเลยให้ตาย


เด็กหนุ่มหลังเคาน์เตอร์เอียงคอมองเขา ดวงตากลมแวววาวเหมือนลูกกวางกำลังจ้องมาที่เขาจนทำตัวไม่ถูก ในมือเด็กนั่นถือดอกกุหลาบสีขาวหนึ่งดอกที่ดูยังไงก็ยังสวยสู้คนถือไม่ได้...


ใช่ ผู้ชายคนนี้ สวยกว่าดอกกุหลาบซะอีก


“คุณลูกค้าต้องการซื้อดอกไม้หรือครับ” เสียงใสยิ่งกว่าบรรดานางแบบที่เคยพูดคุย “เอ่อ คุณลูกค้าครับ”

“ครับ? อ่อ พอดีผมมาหาโรส เจ้าของร้านครับ” กว่าจะมีสติก็ถูกเรียกอยู่หลายครั้งจนอยากตบหัวตัวเองที่เผลอหลงใหลรูปร่างและหน้าตาคนตรงหน้า 

“พี่โรสออกไปข้างนอกครับ เดี๋ยวก็คงกลับ เอ่อ...ใช่คุณกร หรือเปล่าครับ” 

“รู้จักผมด้วยเหรอ” 

รู้สึกแปลกใจจนต้องขมวดคิ้ว หรือชื่อเสียงเขาจะดังมากถึงขนาดมีคนรู้จัก แม้ไม่ใช่กลุ่มไฮโซเซเลปก็ตาม หากความมั่นใจกลับถูกขยี้ลงจนอกเกือบแฟบเมื่อได้ยินคำตอบ

“เปล่าครับ พอดีพี่โรสบอกก่อนออกไปว่าเพื่อนที่ชื่อกรจะมาหา” แม้หน้าตาจะใสซื่อ แต่คำพูดคำจาดูไม่ใช่เด็กที่หลอกง่ายสักนิด “เชิญนั่งก่อนครับ อีกเดี๋ยวพี่โรสคงถึงแล้ว” 

“ครับ” กรพัฒน์เดินมานั่งที่เก้าอี้ที่ถูกดัดจากโครงเหล็กที่ตกแต่งด้วยไม้ดูเข้ากับร้าน ก่อนคนที่ทำให้ตะลึงจะวางแก้วน้ำเปล่าให้ “ขอบคุณครับ” 

“ไม่เป็นไรครับ” ตอบกลับพร้อมรอยยิ้มที่ไม่อาจละสายตาได้ ยิ่งกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่ติดอยู่ปลายจมูกของเขายามที่เด็กหนุ่มมาเข้าใกล้จนไม่อยากให้เดินไปที่อื่น 


ตัวหอมกว่ากลิ่นดอกไม้ในร้านนี้ซะอีก


ช่วงเวลาที่กรพัฒน์ต้องนั่งในร้านช่างรู้สึกอึดอัด ไม่ใช่ที่ต้องรอนาน แต่เพราะอยากคุยกับเด็กหนุ่มที่ง่วนอยู่กับดอกไม้ ใบหน้าหวานมีแก้มป่องนิดๆ ดูน่าฟัดด้วยจมูก ผมที่คิดว่าคงจะยาวประบ่าถูกรวบหางม้าโชว์ท้ายทอยขาว จมูกโด่งไม่มากเช่นลูกครึ่งแต่ก็สวย ริมฝีปากแดงโดยไม่ต้องทาลิปสติกช่างน่า... 

...น่าหลงใหลเป็นที่สุด

จังหวะที่ความอดทนจบลง กรพัฒน์ส่งเสียงเรียกไปพร้อมกับประตูร้านเปิดออก ใบหน้าหวานเงยขึ้น ปากแดงเผยรอยยิ้มหวานให้คนที่เพิ่งเข้ามา 

ขัดใจที่รอยยิ้มนั่นมอบให้คนอื่น ทั้งที่รู้ว่ายังไม่มีสิทธิ์ 

“อ่าว กร มานานแล้วเหรอ ขอโทษที่ให้รอนะ” เจ้าของร้านคนสวยเดินเข้ามาพร้อมของพะรุงพะรัง “ปูนจ๋า พี่ฝากเอาไปเก็บหลังร้านให้หน่อยได้ไหมจ๊ะ” 

ชื่อปูนนั่นเอง

“พี่โรสซื้อขนมมาขนาดนี้แล้วก็มาบ่นอ้วนกับปูนอีก” น้ำเสียงกึ่งเย้ากับแก้มป่องนั่น ดูน่าหยิกซะจริง

“แหม มีของปูนด้วยต่างหาก พี่ไม่ยอมอ้วนคนเดียวหรอก” เจ้าของร้านยิ้มเอ็นดูพนักงานที่เธอรัก “ฝากทีนะ”

“ครับ” 

กรพัฒน์มองตามร่างผอมที่เดินเข้าไปด้านหลังร้าน มองตามจนไม่ได้ยินเสียงร้องเรียกของเพื่อนที่ถึงกับต้องสะกิดคนเหม่อถึงจะสนใจ

“เป็นอะไร” โรสเอ่ยถามอย่างสงสัย เพราะเห็นเพื่อนสนิทมองตามพนักงานของตัวเองไม่กระพริบตา 

“เปล่า ไม่ได้เป็น” กรพัฒน์กระแอมก่อนตอบ “ว่าแต่ ที่คุยในโทรศัพท์ โรสจะว่าไง ตกลงหรือเปล่า” 

“มันจะเหมาะเหรอ เราไม่ได้เป็นนางแบบนะ” 

“เหมาะสิ” 

กรพัฒน์ยิ้มให้เพื่อน เขาโทรชวนเพื่อนให้มาถ่ายแบบลงนิตยสารให้ในธีมเจ้าหญิงดอกไม้ และที่เลือกเพื่อนคนนี้ก็เพราะตรงคอนเซ็ป ทั้งสวย มีสไตล์กับดวงตาเฉี่ยวไม่เหมือนใคร 

“งั้นเหรอ” 

“ที่สุด”

หญิงสาวหัวเราะเพื่อนสนิทที่ขยิบตาให้ กรพัฒน์เป็นผู้ชายที่ถูกขนานนามว่า พ่อเสือร้ายหรือคาสโนว่าตัวท็อป ไม่ว่าสาวคนไหนที่ได้จ้องมองดวงตาคมก็มักจะหลงใหลแทบทุกคน 

“กรว่าไง เราก็ว่างั้น” ในที่สุด โรสก็ตอบรับ “แต่เราพาปูนไปด้วยได้หรือเปล่า ปูนจัดดอกไม้สวย เราว่าฉากคงจะสวยดีนะ”

“ได้” รีบตกลงอย่างไม่ต้องคิด ชายหนุ่มยิ้มกริ่ม ทั้งที่ตอนแรกก็คิดหาวิธีที่จะให้เพื่อนพาลูกกวางไปด้วย แบบนี้ก็ไม่ต้องคิดหาเหตุผล ช่างดีจริง “เดี๋ยวจะส่งรายละเอียดมาให้อีกทีนะ” 

“อ่าห๊ะ” โรสเลิกคิ้วมองหน้าเพื่อนที่คุยกับเธอ แต่สายตากลับมองไปที่คนที่เพิ่งเดินออกมา “ปูนจ๋า มานี่หน่อย” อดไม่ได้ที่จะลอง พอคนที่เรียกเดินมาใกล้ ก็ยิ่งเห็นท่าทีของเพื่อนหนุ่ม “พอดีคุณรุฒแกอยากได้ดอกไม้ช่อหนึ่งน่ะ ปูนจัดให้พี่หน่อยนะ”

“ได้ครับ ว่าแต่ ดอกไม้อะไรหรือครับ” หน้าใสเอียงคอถาม ยิ่งทำให้จังหวะการเต้นของหัวใจชายหนุ่มเต้นแรง 

“ดอกลิลลี่”

“อ๋อ เอาไปฝากแฟนนี่เอง ได้ครับ” 

ว่าแล้วเด็กหนุ่มก็รีบเดินไปเปิดตู้ดอกไม้และง่วนอยู่กับการจัดช่อดอกลิลลี่ ความสุข รอยยิ้มและท่าทาง ดูแล้วไม่อาจละสายตาได้แม้เพียงเสี้ยววินาที 

“กรไม่มีงานต่อเหรอ” โรสถามเมื่อเห็นเพื่อนไม่ยอมขยับตัวไปไหน ทั้งที่คุยกันจบแล้ว แถมยังเอาแต่จ้องปูนจนเหมือนจะกลืนลงท้อง “กร!”

“หา? โรสถามอะไรนะ”

“เราถามว่ากรไม่ไปทำงานต่อเหรอ” 

“อ๋อ เออใช่ มีงานต่อ งั้นเดี๋ยวส่งรายละเอียดมาให้นะ” แม้ไม่อยากไป แต่ก็ต้องไป กรพัฒน์ลุกขึ้นยืน ขายาวก้าวไปที่ประตู คนที่จัดดอกไม้ก็ไม่คิดจะเงยหน้ามามอง ทั้งที่เขาจะกลับแล้วแท้ๆ “อะแฮ่ม กลับก่อนนะ” อดไม่ได้ที่จะพูดเสียงดังก่อนลา 

“จ้าๆ” โรสขำเพื่อนหนุ่มที่บอกลาซะเสียงดัง คงอยากให้พนักงานของเธอได้ยิน “พ่อคาสโนว่า” หญิงสาวพูดกับตัวเองพร้อมรอยยิ้ม ดูแล้วเพื่อนหนุ่มคงหลงเสน่ห์พนักงานดอกไม้เธออีกคนซะแล้ว 

“พี่โรสเป็นอะไร ทำไมยิ้มคนเดียว” 

“ปูนจ๋า พี่ว่า ปูนคงปวดหัวแน่นอนต่อจากนี้” 

แม้จะไม่เข้าใจและงงมากๆ เด็กหนุ่มก็ไม่คิดจะถามต่อ เพราะตอนนี้ต้องจัดช่อดอกไม้ให้ลูกค้าเจ้าประจำซะก่อน ส่วนเรื่องอื่น หากไม่เกี่ยวกับตัวเองก็ไม่คิดจะสนใจอยู่แล้ว รู้ไปก็ปวดหัวเปล่าๆ...


แต่ดวงตาคมเมื่อกี้ยามสบสายตา ดูน่ากลัวแต่ก็ดึงดูด คงเป็นคนที่น่ากลัวพอดู คนๆ นั้น


...TBC



สวัสดีค่า ไม่รู้ว่าวันนี้วันดีหรือเปล่า แต่เราจะมา ฮ่าๆๆๆ 

เรื่องนี้ หากใครได้อ่านเรื่อง No Sugar ไม่หวานก็รักว่ะ จะรู้ว่า คู่ของเรื่องนี้เป็นตัวประกอบมาในช่วงพาร์ทของพี่เกนแล้วก็ป่านค่ะ 

อาจไม่หวานเท่า? หรืออาจจะเลี่ยนมากกว่าก็ขอได้โปรดให้อภัยด้วยค่า 

หรือมีตรงไหนตกหล่นหรือก๊งๆ งงๆ ก็บอกกันได้ค่า จะได้รีบแก้ไขให้ดีกว่าเดิม 

ขอฝากป๋ากรกับน้องปูนไว้ในอ้อมอก อ้อมใจด้วยนะคะ  

ขอบคุณค่าาา

ความคิดเห็น