ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 1: มนุษย์คนสุดท้าย

ชื่อตอน : บทที่ 1: มนุษย์คนสุดท้าย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ก.ค. 2560 01:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 1: มนุษย์คนสุดท้าย
แบบอักษร

โลกทั้งใบกลายเป็นสีเทา เมื่อลองชายตามองมันดูทีแรก มันแทบจะมองไม่เห็นแม้แต่สีสันใดๆ ทั้งสิ้น

หากเป็นแค่เพียงพื้นที่เดียวที่เป็นเช่นนั้น มันก็คงไม่ใช่เรื่องอะไร แต่ตอนนี้ โลกทั้งใบได้กลายเป็นเช่นนั้น

ดวงอาทิตย์ยังคงอยู่เบื้องบนท้องฟ้ากว้าง หากแต่สีเหลืองแดงเจิดจ้าแต่เดิมของมันในตอนนี้ไม่อาจตัดผ่านฟากฟ้าสีเทาดำนั้นมาได้ และสุดท้ายก็หลงเหลือเพียงแสงสีเทาหม่นเจือจางเพียงเท่านั้น

ถ้าหากว่ามันมีพืชพรรณใดๆ อยู่บนโลก พวกมันก็คงจะเพราะดวงอาทิตย์นั้นได้ถูกบดบังและคงได้เน่าตายไปเป็นจำนวนมาก แต่ยังโชคดี ต้นไม้เหล่านั้นมันได้สูญพันธ์ไปหมดเมื่อนานมาแล้ว

ไม่สิ พวกมันยังไม่ได้สูญพันธ์ไปโดยสิ้นเชิง ด้านบนภูเขาที่สูงที่สุดในโลก มันยังมีต้นหญ้าขนาดเล็กเพียงเล็บมืออยู่

เจ้าต้นหญ้านี้ในก่อนวันสิ้นโลกจะมาเยือนนั้นพวกมันมีจำนวนมากมายมหาศาล และก็เป็นเพียงต้นหญ้าสามัญธรรมดาเท่านั้น มันมักถูกเอาไปใช้ปูพื้นสนามหญ้า พบเห็นได้ง่าย แต่แน่แท้ว่ามันมีน้อยคนนักที่จะรู้จักชื่อเรียกจริงๆ ของมัน

ผู้คนชินชาที่จะเหยียบย่ำพวกมันอยู่ใต้ฝ่าเท้า หากแต่ไม่เคยที่จะให้ความสนใจใดๆ กับมันอย่างแท้จริง

แต่ตอนนี้ มันได้กลายเป็นพืชชนิดสุดท้ายบนโลก ถูกบรรจุอยู่ในขวดแก้วใส แตกกระจายตัวมันออกไปมอบสีสันสีเขียวสดสุดท้ายให้แก่โลก

ชายในชุดคลุมมิดชิดสีดำโอบขวดแก้วนั้นไว้ในอุ้งมืออย่างจริงใจ มอบความอบอุ่นให้แก่พืชไม้ด้านในนั้น ยืนอยู่ด้วยกันกับมันในพื้นที่ซึ่งอยู่ใกล้กับแสงอาทิตย์มากที่สุด สายตาของเขามองมันเหมือนมองสิ่งที่ล้ำค่าที่สุดในโลก

มันก็แสนล้ำค่าโดยแท้จริงนั่นแหล่ะ เพราะสิ่งที่สวยไปกว่ามัน ต้นไม้ซึ่งเลอค่าไปกว่ามันนั้นได้กลายพันธ์ไม่ก็ตายไปหมดสิ้นแล้ว

ชายชุดดำยืนอยู่เงียบงันบนพื้นที่ที่สูงที่สุดของโลก เขาใช้ผืนผ้าสีดำนั้นของเขาปิดปกคลุมตัวเขาไว้จนมิดชิดแทบไม่เหลือช่องให้อากาศ ทั้งร่างของเขาดูเหมือนกันกับโลกที่ได้ตายไปแล้วนี้ หากแต่พื้นที่โดยรอบของเขานั้นสะอาดอย่างมาก

พวกหมอกสีดำเหล่านั้นกระจายไปทั่วไร้สิ้นสุด หากแต่ไม่อาจสามารถข้ามผ่านร่างเขามาได้แม้เพียงเสี้ยวหรือน้อยกว่านั้น ราวกับมีกำแพงที่โปร่งแสงกั้นมันไว้ด้านนอกนั้นอย่างสมบูรณ์แบบ

มันก็นับเป็นโล่กั้นอย่างแท้จริง หรือก็คือเขตแดน นี่คือความสามารถของผู้ใช้พลังระดับเจ็ดหรือมากกว่าเจ็ดขึ้นไปเท่านั้น

ชายชุดดำยืนอยู่ตรงนั้นเป็นช่วงเวลาอันยาวนาน จ้องมองไปยังขวดแก้วในมือโดยไร้การเคลื่อนไหวใดๆ กระทั่งมันมีอะไรบางอย่างเข้ามา เขาจึงหันคอของเขามองไปสุดไกลนั้นในที่สุด

แสงสีแดงสว่างเจิดจ้าล้างเอาพื้นที่สีเทากระจายออกไปมุ่งตรงมายังชายชุดดำ คนคนนั้นถูกโจมตีจากเหล่าพืชสีดำจำนวนมากรอบกายของเขา หากแต่พวกมันก็ถูกผลักดันออกไปด้วยเขตแดนสีแดงนั้น ไม่เพียงแต่มันไม่สามารถทำร้ายเขา มันยังไม่แม้กระทั่งทำให้เขาเคลื่อนที่ช้าลง

เขตแดนของชายชุดดำสั่นไหวเป็นระลอกไม่กี่ครั้ง ในวินาทีถัดมา พืชสีดำเหล่านั้นก็ถอยหนีห่างไปในทันที

“ลอร์ด ฉันกลับมาแล้ว” เส้นผมตัดสั้น คางเต็มไปด้วยหนวดเคราหากทว่าเต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์แบบผู้ใหญ่ ชายคนนั้นผลักเขตแดนของเขาเข้าไปใกล้ชายชุดดำ เขาสวมใส่เสื้อผ้าสกปรก มองดูน่าอับอายเล็กน้อย หากแต่ใครจะมาสนใจเรื่องพวกนี้

ชายชุดดำไม่ได้คิดสนใจชายคนนี้ หันกลับไปและมองดูขวดแก้วในมือนั้น

“ลอร์ด ฉันเจออาหารมาด้วย!” ยืนหยัดที่จะคงเขตแดนสีแดงของเขานั้นไว้ ชายผู้ใช้พลังไฟไม่สนใจเรื่องที่ชายชุดดำเมินเฉยเขา เขานั่งลงถัดจากชายชุดดำ ทำให้เขตแดนทั้งสองนั้นได้ซ้อนทับเข้าหากัน และจากนั้นก็ยื่นของในมือออกมา

มันคืออาหารกระป๋องเพียงไม่กี่กระป๋อง พวกอาหารกระป๋องเหล่านี้นั้นถูกผลิตขึ้นจากฐานรวมพลบางแห่งหลังวันสิ้นโลก หากแต่ฐานซึ่งมีกำลังสามารถผลิตอาหารกระป๋องเหล่านี้นั้นได้หายไปจากโลกนี้ได้นานอย่างน้อยก็ห้าปีแล้ว และเป็นที่แน่นอนว่าอาหารกระป๋องเหล่านี้นั้นได้หมดอายุไปนานแล้วเช่นกัน

“กระป๋องพวกนี้เก็บรักษาไว้ได้ดีเลยทีเดียว ถึงมันจะหมดอายุแล้ว แต่พวกมันก็ยังกินได้” ด้วยเขตแดนสีแดงนี้ เขาจะไม่ติดเชื้อจากหมอกดำที่อยู่โดยรอบ และอาหารกระป๋องนี่ เขาอยากจะส่งมันเข้าไปในเขตแดนของชายชุดดำ แต่ขณะยื่นมือออกไป อย่างกระทันหัน จังหวะหนึ่งที่ใบหน้าของเขาค่อนข้างเศร้า

“นายกินเถอะ” ชายชุดดำเอ่ยพูดมาในที่สุด เสียงของเขาแหบแห้ง หากทว่ากลับมีเสน่ห์อย่างแปลกประหลาด

“ฉันกินมาก่อนแล้ว” ชายผู้ใช้พลังไฟหัวเราะ และเอ่ยพูด “ท่านกินมันสักหน่อยเถอะ” เขาพูดระหว่างที่เปิดฝากระป๋องออก และแล้วสีหน้าของเขาก็กลายเป็นแข็งทื่อในไม่ช้า – ด้านในกระป๋องนั้น มันเหลือแต่เพียงกลุ่มก้อนของสีดำเท่านั้น

เห็นได้ชัดเลย อาหารกระป๋องนี้ถูกปนเปื้อนไปด้วยพลังงานความมืดบ้าๆ นี่หมดแล้ว

ชายผู้ใช้พลังไฟชินชากับเรื่องพวกนี้มานานแล้ว เขาจึงหยุดชะงักแค่ชั่วครู่ก่อนเริ่มเปิดกระป๋องที่เหลืออื่นๆ กระทั่งเขาเปิดฝากระป๋องพวกมันทั้งหมด และในที่สุดก็เจออันที่ยังอยู่ดีอยู่หนึ่ง

“ฉันว่านะ อ่า ทำไมอาหารกระป๋องพวกนี้จากศูนย์ทดลองในเขตแดนป้องกันถึงจะแย่ได้กันนะ?”

เขายิ้มอย่างง่ายๆ สบายๆ จากนั้นก็วางกระป๋องเพียงหนึ่งเดียวนั้นไปตรงหน้าชายชุดดำ

“แบ่งมันคนละครึ่ง” ชายชุดดำเอ่ยพูดอย่างรวบรัด

ชายผู้ใช้พลังไฟไม่ได้โต้แย้ง เพียงแต่หัวเราะ “โอเค แต่ฉันกินมาก่อนแล้ว และฉันจะเหลืออีกครึ่งไว้กินครั้งต่อไป”

ชายชุดดำจ้องไปยังชายผู้ใช้พลังไฟอยู่ชั่วขณะ และในท้ายที่สุด ภายใต้การเฝ้าคอยของชายผู้ใช้พลังไฟ เขาก็เริ่มกินอาหารกระป๋องครึ่งหนึ่งนั้นลงไป

แม้จะไม่ได้ปนเปื้อน แต่มันก็หมดอายุไปนานแล้ว รสชาตินั้นสุดแสนจะบรรยาย หากแต่ชายชุดดำก็ชินชานานแล้วกับการกินอาหารรสชาติน่าขยะแขยงทั้งหลายเหล่านี้ ครั้งนี้เขาไม่แม้แต่จะเปลี่ยนสีหน้าขณะกินมัน จากนั้นเขาก็วางอีกครึ่งที่เหลือให้แก่ชายอีกคน

“ฉันไม่เหลือพลังจะกางเขตแดนอีกแล้ว ท่านให้ฉันเข้าไปในนั้นหน่อยสิ” ชายผู้ใช้พลังไฟเอ่ย เขตแดนของเขาแคบลงเรื่อยๆ และขยับเถิบมาด้านข้างชายชุดดำ

ชายชุดดำมองเขาชั่วขณะ เขตแดนของเขาก็พลันขยายออกเล็กน้อย ชายอีกคนได้ถูกรวมเข้ามาด้วย

ชายผู้ใช้พลังไฟทำท่าทะเล้น ยกเลิกเขตแดนของเขาลงและนั่งลงข้างๆ ชายชุดดำ “ลอร์ด ท่านยอดเยี่ยมที่สุดสำหรับฉันเลย”

ชายชุดดำไม่ได้เอ่ยอะไรกลับมาในครั้งนี้ แต่ชายผู้ใช้พลังไฟไม่ได้สนใจ และเอ่ยพูดต่อไป “ลอร์ด ท่านนั่งลงเถอะ ท่านยืนอยู่นานแล้วไม่เหนื่อยบ้างเหรอ?”

ชายชุดดำค่อยๆ นั่งลงช้าๆ ชายผู้ใช้พลังไฟทำท่าทางทะลึ่งทะเล้น รีบเอนลงอิงกับชายชุดดำอย่างว่องไว ในเวลาเดียวกัน คำพูดของเขาก็เพิ่มขึ้นเยอะเรื่อยๆ

“ลอร์ด พวกเราสองคนนี่สุดยอดจริงๆ เลยเนอะ ตอนนี้พวกเรากลายเป็นมนุษย์สองคนสุดท้ายไปแล้ว และพวกนั้นที่ด่าให้เราไปตาย ผลสุดท้ายพวกมันก็ตายกันหมด แต่เรายังมีชีวิตอยู่”

ชายผู้ใช้พลังไฟนั้นไม่ได้คาดหวังว่าคำพูดของเขาจะได้รับการตอบกลับใดๆ จากชายชุดดำ หากทว่าชายชุดดำก็เอ่ยตอบกลับมา “อืม”

ได้ยินคำตอบรับนี้ ใบหน้าของชายผู้ใช้พลังไฟปรากฎรอยยิ้มขึ้น เขาเอ่ยขึ้นมาอย่างกระทันหัน “ฉีจิ่งเฉิน ฉันมีความสุขมากจริงๆ ที่ได้รู้จักนาย”

นานแสนนานมากแล้วที่ชายชุดดำไม่ได้ยินใครอื่นเอ่ยเรียกชื่อของเขา หากทว่าเขาก็ยังไม่ได้เอ่ยตอบอะไรกลับไป

“ฉีจิ่งเฉิน ตอนนี้โลกเหลือแค่พวกเราสองคนแล้ว และหากว่าเราไม่พูด มันก็เงียบเหงามากจริงๆ นะ นายพูดกับฉันหน่อยสิ”

ชายผู้ใช้พลังไฟก่อนหน้านี้นั้นเอ่ยเรียกชายชุดดำอย่างให้ความเคารพว่า “ลอร์ด” แต่ในตอนนี้นั้นคำสองคำกลับเอ่ยเรียกชื่อของเขาตรงๆ

“พูดอะไรล่ะ?” ชายชุดดำเอ่ยถาม

“นายยังจำชื่อของฉันได้มั้ย? ให้ฉันได้ยินมันสักหน่อยสิ”

หลังจากชายชุดดำหันมาและมองชายผู้ใช้พลังไฟชั่วครู่ เสียงแหบแห้งนั้นก็ดังขึ้น “เนี่ยอี่”

“ถ้ารู้ว่าโลกจะกลายเป็นแบบนี้นายจะทำยังไงเหรอ? ถ้าฉันรู้ว่าโลกจะกลายเป็นแบบนี้นะ ฉันจะมีชีวิตที่ดีแล้วก็จะไม่ขยันทำงานอย่างหนักทุกวันที่บริษัทหรอก”

“แต่นะ มันก็พูดแบบนั้นไม่ได้ ถ้าไม่ใช่เพราะฉันตั้งใจทำงานอย่างหนักเพียงพอล่ะก็ งั้นฉันคงไม่ได้มีชีวิตมาถึงตอนนี้ และก็ปรับตัวเองเข้ากับโลกในตอนนี้ได้หรอก”

“ฉันดีใจมากเลยที่ได้มารู้จักนาย ตอนที่ฉันคิดว่าฉันกำลังจะตาย ตอนนั้นนายก็มาช่วยฉันไว้...” เนี่ยอี่​เอ่ยพูดขณะที่หมอกควันรอบกายพวกเขาพลันเปลี่ยนเป็นสีเข้มขึ้น เข้มขึ้น และตอนนี้มันก็กลายเป็นเหมือนแสงอาทิตย์สีดำสนิท ... ... สาดส่องมายังภูเขาลูกนี้

“เป็นนายช่วยฉัน” ชายชุดดำเอ่ย

“ถ้าฉันไม่ได้ช่วยนาย ยังไงนายก็จะไม่ตาย แต่ถ้านายไม่มาช่วยฉันไว้ ฉันน่ะจะตายจริงๆ ดังนั้นฉันไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น ... ... ตอนนั้นที่นายมาช่วยฉัน ฉันคิดนะ โลกนี้ยังมีคนที่แสนดีขนาดนี้อยู่อีก ฉันจะต้องไม่ให้นายตายเด็ดขาด” เนี่ยอี่​เอ่ย

ชายชุดดำนิ่งเงียบ

“ฉีจิ่งเฉิน นายบอกฉันเกี่ยวกับชีวิตของนายก่อนวันสิ้นโลกหน่อยสิ ฉันเคยเล่าเรื่องของฉันให้นายฟังไปหมดแล้ว นายไม่ควรที่จะบอกฉันเกี่ยวกับเรื่องของนายบ้างเหรอ?” เนี่ยอี่​เอ่ยพูดด้วยรอยยิ้ม

ในตอนนี้โลกนั้นได้กลายเป็นมืดมิดอย่างสิ้นเชิง หากแต่เนี่ยอี่​คือคนที่ชายชุดดำคุ้นเคยด้วยมากที่สุด ดังนั้นแค่เพียงจินตนาการ เขาก็ยังสามารถรับรู้ได้ว่าในตอนนี้เนี่ยอี่​กำลังมีสีหน้าแบบไหน

เขาเงียบไปชั่วขณะ และเอ่ยขึ้นมาอย่างกระทันหัน “ฉันไม่มีอะไรให้พูดถึง”

“นายไม่มีอะไรให้พูดจริงๆ นะเหรอ? ฉันอยากจะรู้มากๆ เลยนะ!”

เนี่ยอี่​คลี่ยิ้มกว้างขวางอยู่ภายใต้ความมืดมิด – ชายผู้แข็งแกร่งที่สุดบนโลกนั้นชื่อว่าอะไร หน้าตาแบบไหน มันมีเพียงแค่เขาเพียงคนเดียวเท่านั้นที่รู้อยู่เสมอมา ความรู้สึกแบบนี้น่ะเยี่ยมยอดที่สุดอย่างแท้จริง แต่ช่างน่าเสียดาย เขายังไม่คุ้นเคยกับเรื่องของฉีจิ่งเฉินก่อนวันสิ้นโลกเท่าไหร่

ชายชุดดำนิ่งเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยพูดออกมาดื้อๆ “ตอนที่ฉันยังเด็ก พ่อแม่ของฉันก็หย่ากัน พวกเขาไม่ได้ต้องการฉัน ดังนั้นปู่ย่าของฉันเลยรับฉันไปเลี้ยงที่หมู่บ้าน ... ...”

ชายชุดดำไม่เคยชอบที่จะเอ่ยพูดกับใครเกี่ยวกับประสบการณ์ชีวิตของเขา หลังจากเผชิญหน้ากับความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสทั้งหลายเหล่านี้ แม้กระทั่งชื่อของเขาเองยังรู้สึกฝืนใจที่จะเอ่ยบอกแก่คนอื่น แต่ในครั้งนี้ เขาค่อยๆ เอ่ยเล่าประสบการณ์ชีวิตของเขาออกมาอย่างเชื่องช้า ความเจ็บปวดและความสิ้นหวังของเขาทั้งหมด ก็ยังเอ่ยบอกมันออกไปจนหมดสิ้น

เขาคือคนที่ได้รับการยอมรับอย่างแท้จริงว่าเป็นชายผู้เลวร้ายที่สุดในยุควันสิ้นโลก การกระทำซึ่งถูกเล่าขานที่สุดของเขามันก็มีอยู่สองเรื่อง – สั่งการซอมบี้ให้ทำลายฐานหลบภัยขนาดใหญ่ และสังหารหมู่เหล่ามนุษย์ผู้แข็งแกร่งไปกว่าครึ่งของทั้งหมด

หลังจากได้ทำสองสิ่งพวกนี้ลงไป เขาก็กลับกลายเป็นยืนอยู่ในฝั่งตรงข้ามกับเหล่ามวลมนุษย์โลก มันมีผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนต้องการสังหารเขาและตามไล่ล่า หากทว่าเขานั้นแข็งแกร่งเกินไป และพลังของเขาก็สามารถเมินเฉยการจู่โจมจากพวกซอมบี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ หรือแม้กระทั่งควบคุมซอมบี้ระดับต่ำด้วยพลังงานความมืด ดังนั้นจึงไม่มีใครเลยที่สามารถทำร้ายเขาได้

และในภายหลัง มันยังมีผู้คนมากมายเข้ามารวมตัวกันอยู่รอบๆ กายเขา ไม่ว่าจะเพื่อความแข็งแกร่ง เพื่อความปลอดภัย หรือเพื่อปกป้องคนในครอบครัวของพวกเขา คนเหล่านี้ได้มารวมตัวกันอยู่โดยรอบเขา จากนั้นรอบกายเขานั้นก็กลายเป็นครื้นเครงอย่างมากเลยทีเดียว

ช่างน่าเสียดาย ในท้ายที่สุดแล้วมันก็หลงเหลือเพียงแค่เขาและเนี่ยอี่​สองคนเท่านั้น

ในตอนที่สรรพสัตว์ทั้งหมดกลายเป็นสิ่งไร้เหตุผลที่รู้จักเพียงการเข่นฆ่าอันถูกเรียกว่าซอมบี้สัตว์ ในตอนที่พืชพรรณทั้งหมดไม่ได้เป็นสีเขียวอีกต่อไป แต่กลับกลายเป็นสีดำประหลาดและมีพิษ ในตอนที่โลกใบนี้นั้นนอกเหนือไปจากผู้ใช้พลังน้ำระดับห้าขึ้นไปก็ไม่มีใครสามารถหาน้ำสะอาดมาได้อีก ... มนุษยชาติจะสามารถคงอยู่ต่อไปได้อีกเช่นไร?

ต้องมาเห็นผู้คนโดยรอบลดน้อยลงไปในทุกที ทุกที ต้องมาเห็นโลกในทุกๆ พื้นที่กลับกลายเป็นย้อมไปด้วยสีดำ มันช่างเป็นเรื่องที่ไม่ดีเลยอย่างแท้จริง

เขานั้นแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก สามารถคงเขตแดนพลังงานของเขาไว้ได้ตลอดเวลา พลังงานความมืดทั้งหมดนั้นได้ถูกหยุดกั้นเอาไว้ที่ด้านนอก หากทว่ามันก็เป็นเพียงพื้นที่ขนาดเล็กเพียงเท่านั้น

ก่อนหน้านี้เขายังสามารถใช้ช่วงเวลาอันยาวนานอาศัยอยู่ในฐานที่สร้างขึ้น และมีชั้นวางของของเขาเองซึ่งเต็มไปด้วยต้นไม้และดอกไม้ แต่แล้วตอนนั้นชายผู้แข็งแกร่งที่สุดจากฝั่งฐานรวมพลที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับเขาก็เข้ามาพยายามสังหารเขาด้วยการระเบิดพลังฆ่าตัวตาย หลังจากนั้นทุกๆ อย่างก็ถูกทำลายลง

ในตอนนี้เขาหลงเหลือแค่เพียงต้นหญ้าในมือ และคนที่อยู่เคียงข้างก็เหลือเพียงแค่เนี่ยอี่​

แม้แต่เนี่ยอี่​เอง ไม่ช้าก็เร็วก็จะตาย ... ...

ชายชุดดำเงียบปากของเขาลง ชายคนที่เอนพิงเขาคนนั้น ... ... ไม่มีลมหายใจอีกต่อไป

ในกรณีที่ทุกสิ่งทุกอย่างได้ถูกปนเปื้อนไปจนหมดแล้ว สถานที่เพียงแห่งเดียวที่ยังมีอาหารอยู่นั้นก็มีแต่เพียงศูนย์วิจัยในฐานรวมพลขนาดใหญ่เท่านั้น และในสถานที่แบบนั้น มันจะไม่มีซอมบี้ที่แข็งแกร่งอยู่ได้อย่างไร?

เขาอาจสามารถควบคุมซอมบี้ได้ แต่ก็เพียงแค่ระดับต่ำเท่านั้น พวกซอมบี้ที่แข็งแกร่งพวกนั้นเองก็ยังสามารถทำร้ายเขา เนี่ยอี่​ต้องต่อสู้กับพวกนั้นจะเป็นไปได้อย่างไรที่จะไม่ต้องจ่ายอะไรออกไปเลย?

ชายชุดดำแตะสัมผัสไปบนร่างของชายอีกคน และอย่างที่คิด อีกด้านของแผ่นหลังนั้นเขาเจอแผลขนาดใหญ่อยู่สองสามแห่ง

ในตอนที่เนี่ยอี่​กลับมา เขายังไม่รู้ แต่ตอนที่เนี่ยอี่​เข้ามาใกล้เขา เข้ามาในเขตแดนป้องกันของเขา ในตอนนั้นเขาก็ล่วงรู้ได้ในทันทีว่าเนี่ยอี่​บาดเจ็บ

เขาไม่ได้เอ่ยพูดอะไรออกไป มันมาถึงจุดนี้แล้ว มันถึงจุดที่จะตายแล้ว พูดกับไม่พูดมันจะต่างอะไรกันตรงไหน? ยังไงเขาก็ยังไม่มีหนทางที่จะช่วยเหลือเนี่ยอี่​อยู่ดี

เนี่ยอี่​เองก็คงจะรู้อยู่เช่นกัน ถึงได้เอ่ยถามเขาหลายต่อหลายเรื่อง ... ... เพียงแต่ในท้ายที่สุด ยังไม่ทันที่เขาจะเอ่ยเล่ามันจนจบ เนี่ยอี่​ก็สิ้นใจเสียแล้ว

ความจริงแล้ว ได้มารู้จักเนี่ยอี่​นั้นเขาเองก็รู้สึกดีมาก ถ้าไม่ใช่เพราะเนี่ยอี่​ เขาทำเรื่องยิ่งใหญ่ลงไปขนาดนั้น เกรงว่าเขาเองก็คงจะตายไปนานแล้วเช่นกัน

การมีชีวิตอยู่ มันไม่มีความหมายอะไรเลยจริงๆ

หากทว่าเนี่ยอี่​นั้นอยากให้เขามีชีวิตอยู่ ดังนั้นเขาจึงเหลืออีกครึ่งของอาหารกระป๋องนี้ไว้

ชายชุดดำขยับร่างของเนี่ยอี่​เล็กน้อย วางร่างนั้นไว้บนหน้าตักของเขา และจากนั้นก็ใช้เขตแดนของตัวเองในการเป็นเครื่องป้องกันให้เนี่ยอี่​ – คนคนนี้จำเป็นต้องอยู่เคียงข้างเขา ดังนั้นเขาจะได้ไม่กลายเป็นซอมบี้ไปเพราะพลังงานความมืดด้านนอกนั้น ...

สองวันนับจากนั้น ชายชุดดำกินอาหารกระป๋องรสชาติน่าคลื่นไส้ที่เหลืออยู่อีกครึ่งนั้นไป และดื่มน้ำจำนวนเล็กน้อยที่เนี่ยอี่​ได้เตรียมเอาไว้เมื่อนานมาแล้วด้วยพลังธาตุน้ำของเขา

หลังจากนั้นอีกสิบวัน ชายชุดดำพรมน้ำเล็กน้อยให้แก่ขวดแก้วในมือ และจากนั้นก็ทำการปิดผนึกขวดแก้วนั้นเสีย

“ฉันกำลังจะตายแล้ว และฉันก็หวังว่านายจะยังมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีกสักสองสามวัน ... ... ถึงแม้ว่ามันจะยากเย็นเหลือเกินก็ตาม ... ...” ชายชุดดำใช้มือผอมแห้ง เหมือนกับเป็นเพียงแต่หนังหุ้มกระดูกวางขวดแก้วนั้นลงกับพื้น และค่อยๆ ปิดเปลือกตาของเขาลง

ในเวลาที่แทบจะไม่ทันได้ผ่านไป ต้นหญ้าในขวดแก้วนั้นก็แห้งเหี่ยวลง

หลังจากวันสิ้นโลกยุคหลังนั้น นักวิทยาศาสตร์จำนวนมากต้องการที่จะสร้างพื้นที่ปิดกั้นเพื่อให้มนุษย์อาศัยอยู่ต่อไปได้ แต่พวกเขาทั้งหมดต่างก็ล้มเหลว เช่นนั้นเพียงแค่ต้นหญ้าในขวดแก้วปิดผนึกนั้น มันจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้เช่นไร?

มันไม่หลงเหลือสิ่งมีชีวิตอื่นใดบนโลกอีกต่อไป

​​

ความคิดเห็น