facebook-icon Twitter-icon

อย่าลืมเม้นให้กำลังใจกันบ้างน้าาา

ติวรัก Love Tutor : ตอนที่ 3 [50% *แก้ไข

ชื่อตอน : ติวรัก Love Tutor : ตอนที่ 3 [50% *แก้ไข

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 19.7k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ก.ค. 2562 11:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 300
× 0
× 0
แชร์ :
ติวรัก Love Tutor : ตอนที่ 3 [50% *แก้ไข
แบบอักษร

 

​ติวรัก Love Tutor ตอนที่ 3 

 

ถามว่าอะไรทำให้กล้าพูดออกไปแบบนั้น?  

ก็ความอยากเอาชนะล้วนๆ นั่นแหละครับ 

“แน่เหมือนกันนี่หว่า” ไอ้พี่แทนผลักหัวผมเบาๆ ผมจิ้ปากหงุดหงิดยกมือขึ้นปัดมันออก ได้ทีเอาใหญ่เลยนะ สนิทกันขนาดนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ!  

“พอตัว”  

“หึหึ” แม่งขำแบบนี้อีกแล้ว ผมไม่ชอบเลย เหมือนมีแผนบางอย่างในหัวที่เหนือกว่าผมยังไงไม่รู้ อชิตะไม่ปลื้ม 

“เพิ่งเคยเห็นว่าคณะมึงรับน้องหน่อมแน้มฉิบหาย” ผมหันมองไปตามสายตาพี่มันก็เห็นว่าตอนนี้พวกปีหนึ่งกำลังฝึกร้องเพลงเชียร์กันอยู่ พี่ระเบียบคุมน้องเข้มงวดตามบทกันไป ผมว่านี่มันก็โหดแล้วนะ ใครใช้ให้มันเอาไปเปรียบเทียบกับความป่าเถื่อนของวิศวะล่ะ 

“ไม่ได้ฝึกค่ายทหารแบบคณะมึงนี่”  

“เออ กูว่าจะพูดเรื่องนี้หลายครั้งแล้ว” ไอ้พี่แทนหันมาทำหน้าจริงจังใส่ผม แล้วนี่มันกระเถิบมาเบียดผมขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่วะ จะหายใจรดต้นคอผมอยู่แล้ว 

“อะไร” ถามมันกลับไปพลางกระเถิบห่างไปด้วย 

“เมื่อไหร่มึงจะเรียกกูว่าพี่ กูอยู่ปีสามแล้วนะ อายุห่างกว่ามึงตั้งปีหนึ่ง เรียกมึงๆ ปีนเกลียวกูอยู่นั่น” แต่พี่มันก็กระเถิบตามผมมาอยู่ดี 

“ห่างแค่ปีเดียวอย่ามาทำทวงว่ะ” อีกนิดเดียวกูก็จะตกเก้าอี้ละ... 

“ก็อายุมากกว่ามึงแล้วกัน”  

“แล้วมึงจะเบียดกูทำไมเนี่ย! เก้าอี้มันเทมาทางนี้รึไง” อารมณ์เสีย ลุกขึ้นหนีมันซะเลย 

“เกาอี้เทไหมไม่รู้ แต่ที่รู้ๆ อะหัวใจกูมันเทไปแล้ว”  

สาดดดดดดดดดดดดด หยอดกูอีกแล้วโว้ย ผมไม่ได้เขินนะ แต่โมโหกลบเกลื่อนแม่ง 

“ถามกูไหมว่ากูอยากได้รึเปล่า”  

“กูบอกว่าให้พูดเพราะๆ กับกูก่อนไง”  

“ทีมึงยังพูดไม่เพราะกับกูได้เลย”  

“งั้นน้องอชิก็พูดดีๆ กับพี่แทนสิครับ”  

กูไม่อยู่แล้ววว ขนลุก! ผมที่ทนไม่ไหวอีกต่อไปรีบเดินหนีพี่มันออกมาทันที ไอ้พี่แทนแทนตัวเองว่าพี่ แล้วเรียกผมว่าน้องอชิเนี่ยนะ รับไม่ได้โว้ย! รับไม่ได้! แต่ที่น่าแปลกใจอีกอย่างก็คือ... 

กูจะใจเต้นทำไมเนี่ย!  

หลายทีแล้วนะไอ้อชิ!  

ผมรีบวิ่งหลบมาอยู่ตรงทางเดินเข้าตึก หวังว่าพี่มันจะไม่ตามมา แต่ที่ไหนได้ 

“เดินหนีพี่มาทำไม ไหนว่าแน่จริง”  

“หยุดเลยไอ้เหี้ย พอเลย มึงพูดแบบเดิมเลยนะ กลับมาพูดกูมึงแบบเดิมเลย!”  

“อ้าว ไหนเมื่อกี้บอกให้พี่พูดดีๆ ไงครับ”  

“กูไม่ได้พูด มึงโมเมไปเอง”  

ผมไม่รู้ว่าผมทำหน้ายังไงออกไป แต่พี่มันหัวเราะผมฉิบหาย แล้วคิดว่าผมอายไหมล่ะ หน้าเห่อร้อนไปหมดแล้วเนี่ย 

“ฮะๆ แกล้งมึงนี่สนุกดีว่ะ รีแอ็คชั่นหลายช็อตดี”  

ไอ้บ้า นี่มันแกล้งผมเหรอ ขอต่อยสักทีได้ไหม โว้ย ไม่ช่งไม่ช่วยงานใครแล้ว กลับหอดีกว่าอยู่นานแล้วประสาทจะแดก 

“จะกลับแล้วเหรอ”  

“เออ”  

“งั้นเดี๋ยวรอแป๊บ ไปเอารถก่อน”  

“เอามาทำไม” ทำไมแววเดือดร้อนยังไม่หยุด 

“ก็จะไปส่งมึงไง ความจำเสื่อมหรือไงวะ เพิ่งพูดเมื่อกี้เอง”  

“แล้วใครบอกว่าจะกลับกับมึง คิดเองเออเองเสร็จสรรพ”  

“แล้วมึงจะกลับยังไง”  

“ไอ้ปั้นไง”  

“แล้วไหนไอ้ปั้น”  

เออ แล้วไหนไอ้ปั้น ตั้งแต่ที่พี่มันโผล่มาไอ้ปั้นก็หายไปเลย ไม่ได้อยู่ปกป้องผมสักนิด ไอ้เพื่อนทรพี นึกว่าจะเป็นห่วงกันจริงๆ เวลาคับขันแบบนี้ไม่รู้แม่งไปอยู่ไหน 

ควักโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหามันก็ไม่รับ ดีจริงๆ เพื่อนกู 

“เอาไง” ไอ้พี่แทนเลิกคิ้วถามผมด้วยความกวนตีนระดับสิบ 

“เดิน”  

“เดิน? หอมึงอยู่แถวนี้?”  

“เปล่า”  

“งั้น...?”  

“แต่กูไม่อยากนั่งรถไปกับคนแปลกหน้า!”  

“งั้นต่อไปกูต้องมาหามึงบ่อยๆ แล้วดิ จะได้ไม่เป็นคนแปลกหน้าสำหรับมึงไง”  

เชี่ยยยย ผมว่าพี่มันก็ต้องมีคัมภีร์มุกจีบสาวเป็นตั้งแน่ๆ คำพูดคำจามันถึงได้แพรวพราวขนาดนี้ ยิงทุกดอกจนผมพรุนไปหมดแล้ว 

“ถามความสมัครใจกูบ้างไหมว่าอยากรู้จักมึงรึเปล่า”  

“ถ้าไม่อยากรู้จักคงไม่ยืนคุยกับกูอยู่เป็นนานสองนานแบบนี้หรอก”  

เออไอ้เชี่ย กูไม่สู้กับมึงแล้ว เถียงอะไรเข้าตัวตลอด เจ็บตัวตลอดเลยกู อยากให้กูกลับกับมึงนักใช่ไหมไอ้พี่แทน ได้เลย 

“แล้วรถมึงอยู่ไหน”  

ไอ้พี่แทนหันมองหน้าผมด้วยความทึ่งนิดๆ ที่ดูเหมือนว่าผมจะยอมกลับกับมัน แต่หารู้ไม่หรอกไอ้อชิคนนี้มีแผนอะไร 

“ที่ถามนี่แปลว่าจะให้ไปส่งใช่ไหม”  

“เออ แล้วหมาตัวไหนอยากไปนักหนาล่ะ”  

และเพราะเหตุนี้ตอนนี้ผมจึงมานั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋อเป็นตุ๊กตาหน้ารถให้พี่มัน รถหรูซะด้วยนะครับ แต่เอาเถอะ มันเป็นเรื่องธรรมดาของคนรูปหล่อพ่อรวย 

“หิวไหม แวะกินอะไรก่อนป่ะ”  

“ฟรีไหมล่ะ ถ้าฟรีก็จะกิน” ไม่ค่อยเห็นแก่กินเลยผม แต่ท้องผมมันกำลังร้องประท้วงมาได้สักพักแล้วล่ะ ข้าวมันไก่ตอนเที่ยงมันสลายหายไปตั้งแต่บ่ายแล้วครับ 

“อยากกินอะไร” ไอ้พี่แทนถามผมด้วยท่าทางสบายๆ ในขณะที่ขับรถออกจากมหา’ ลัย เหมือนรู้ว่าผมอยู่ไหนนะครับ แต่ก็เปล่า 

“อะไรก็ได้เร็วๆ อยากกลับไปนอน”  

“กินแล้วก็นอน แบบนี้เขาเรียกว่าตัวอะไรวะ”  

หลอกด่าผมไปอีก แต่ผมเลือกที่จะเงียบแทนครับ การต่อล้อต่อเถียงกับพี่มันเป็นอะไรที่สูญเสียพลังงานมากเกินไป เพราะฉะนั้นจะพูดอะไรต้องเด็ดขาด 

“ตัวอะไรก็ได้ที่มึงกำลังจีบ”  

เออ เอาดิผมก็สู้เว้ย 

“โอ้โห มั่นใจ”  

“มาก” พูดจบพลางยักคิ้วให้พี่มันไปสองที เป็นอันว่ายกนี้ผมชนะว่ะ แต่ไอ้พี่แทนกลับนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียว ท่าจะประสาท แล้วนี่พี่มันกำลังตรงไปไหนเนี่ย ไม่ใช่ทางกลับหอผมนะ 

“จะไปไหนวะ”  

“พามึงไปเลี้ยงข้าวไง”  

“นี่เอาจริง?”  

“ลูกผู้ชายคำไหนคำนั้น พูดจริงทำจริง”  

ศักดิ์ศรีมาเต็ม เออ ป๋าให้ได้ตลอดแล้วกันไอ้พี่แทน 

“งั้นกูขอเลือกร้าน”  

“จัดไป”  

ผมบอกทางให้พี่มันไปยังร้านที่ผมอยากไป ไม่ได้ไกลจากมหา’ ลัยเท่าไหร่หรอกครับ เป็นร้านของพี่ที่ผมรู้จักกันดีอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นผมจึงส่งไลน์ไปเตี๊ยมกับพี่มันก่อนที่ผมจะพาป๋าแทนไป หึหึ อย่าดูถูกอชิตะคนนี้นะเว้ย 

“อ้าว ไอ้อชิ ไม่เห็นหน้าเห็นตานานเลยวะ ตั้งแต่พาสาวคนล่าสุดมานี่หายหัวไปเลย” พี่เจษเจ้าของร้านทักขึ้นเมื่อผมเดินนำไอ้พี่แทนเข้าไป แล้วดูพี่มันทักนะครับ แม่งยังอุตส่าห์จำได้อีกว่าผมพาหญิงมา กี่เดือนผ่านไปแล้ววะน่ะ 

ก็แหม... ร้านคนรู้จักมันเป็นมิตรกับเราเรื่องราคานี่ครับ 

“หวัดดีพี่ โต๊ะเดิมว่างอยู่ป่ะ”  

“ว่าง ไปนั่งก่อนเลย เดี๋ยวกูให้เด็กไปรับออเดอร์”  

“ไอ้ที่ให้เตรียมไว้ ทันใช่มั้ย” อาศัยจังหวะที่ไอ้เจ้ามือมันไม่ทันสนใจ แอบกระซิบถามพี่เจษให้ได้ยินกันแค่สองคน 

“ระดับนี้แล้ว ไม่ต้องห่วงไอ้น้อง แล้วว่าแต่ไอ้หน้าหล่อนี่ใครวะ ไม่เคยเห็น” พี่เจษกระซิบถามกลับมาด้วยความอยากรู้เพราะแกคุ้นเคยกับเพื่อนๆ ผมดีอยู่แล้ว ผมเหลือบมองไอ้พี่แทนที่มองไปรอบร้านไม่ได้สนใจพวกผมนิดๆ  

“ก็แค่คนกวนตีน”  

ไอ้พี่เจษเลิกคิ้วงงเล็กน้อย แต่ผมไม่ได้เปิดโอกาสให้พี่มันถามอะไรต่อ เพราะผมเดินตรงไปยังโต๊ะประจำของผมแล้ว ไม่ได้มาที่นี่สียหลายเดือน แต่บรรยากาศต่างๆ ยังคงเหมือนเดิม 

“มึงเคยพาสาวมาเหรอวะ”  

“อืม” ผมตอบ พลางรับเมนูมาจากพนักงานของร้านมาดู 

“งี้เท่ากับพากูมาทับรอยคนอื่นดิ ไปร้านอื่นดีกว่ามั้งถ้างั้น”  

“คิดเล็กคิดน้อยทำไมวะ มาถึงนี่ละ กูหิว” ผมพูดพลางกวาดสายตาไปทั่วเมนูด้วยรอยยิ้ม ทันใจดีจริงวุ้ย ขอปุ๊บได้ปั๊บ พี่เจษนี่มันเจ๋งจริงๆ  

“เอาซาชิมิล็อบเตอร์ กุ้งแม่น้ำเผา ปูผัดผงกะหรี่ แล้วก็ปลากะพงทอดน้ำปลาครับ” พนักงานจกยิกๆ ตามที่ผมสั่ง ส่วนไอ้พี่แทนทำได้เพียงมองผมตาปริบๆ เมื่อได้ยินแต่ละเมนูที่ผมสั่งไป แค่ชื่อก็รู้แล้วใช่ไหมว่าราคาไม่ใช่ถูกๆ  

“เอ้อ เอาหมึกไข่นึ่งมะนาวอีกอย่างหนึ่งครับ” ลืมได้ไงเนี่ย ของโปรดผมเลย คอเลสเตอรอลเยอะๆ นี่ล่ะ อชิตะชอบ 

“มึงกะเหมาทั้งทะเลเลยเหรอวะ” แต่เสียงไอ้พี่แทนที่บอกออกมานั้นกลับทีเล่นทีจริง ไม่ได้ทุกข์ร้อนแต่อย่างใด เดี๋ยวดิ... ราคารวมๆ นั่นหลายพันนะครับ แค่ล็อบเตอร์กับกุ้งแม่น้ำนั่นก็เกือบสามพันแล้วนะ ไหงมันยังยิ้มได้อยู่วะ 

“ก็กูชอบ เดี๋ยวหมดแล้วสั่งเพิ่มอีก” เห็นพี่มันยังนิ่งผมเลยขู่ไปอีกรอบ แต่มันก็ทำเพียงพลิกเมนูดูไปเรื่อยๆ ไม่ได้ใส่ใจอะไร ทำไมวะ หรือว่าเมนูนั้นไม่ใช่เมนูพิเศษที่ผมขอให้พี่เจษจัดให้ 

“สั่งมาประชดกู กูไม่ว่า แต่กินให้หมดก็แล้วกัน”  

อ้าววว แม่งเสือกรู้ทัน! หมดกันแผนกู รู้ทันไม่พอ พี่มันยังไม่ยี่หระกับแผนการของผมอีกต่างหาก ก็แหงสิ ดูจากรถที่มันขับราคาอาหารเท่านี้คงไม่ครณากระเป๋าเงินพี่มันมากเท่าไหร่ แต่กลับกลายเป็นผมเองที่ต้องซวยรับผิดชอบกินอาหารที่สั่งไปตั้งหลายอย่างนั้น 

ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว 

นี่ล่ะหนาที่เขาว่ากรรมตามสนอง 

ไอ้พี่แทนยักคิ้วส่งให้ผมอย่างกวนประสาทพร้อมรอยยิ้มแบดๆ ประจำตัวมัน จนผมได้แต่เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันที่แพ้มันอีกแล้ว 

“กูจำตัวอักษรได้หมดแล้วนะ กว่าจะเรียนอีกก็วันพฤหัสนู่น มีการบ้านอะไรจะให้กูก่อนป่ะ หรือจะสอนกูตอนนี้เพิ่มก็ได้นะ กูเอาชีทมา”  

ขยันอะไรขนาดนั้นครับพี่ 

“ใจเย็น นี่มากินข้าว ขอกินแบบคล่องคอหน่อยเหอะ” มีอย่างที่ไหนควักชีทออกมาตอนนี้ “เออ ถ้าอยากเรียนเร็วๆ ทำไมไม่มาทุกวัน มาเรียนแค่อาทิตย์ละครั้งมันก็ไม่ค่อยปะติดปะต่อดิวะ ไหนว่ารีบไง จะไปสอบชิงทุนไม่ใช่เหรอ”  

มันไม่ใช่ว่าเรียนปุบปับแล้วจะได้เลยนะครับ ไม่อย่างนั้นพวกที่เรียนมาตั้งแต่มอปลายก็เทพกันหมดแล้วสิ จะมานั่งตรากตรำลำบากกันขนาดนี้ทำไม 

“ก็วันอื่นคนสอนไม่ใช่คุณครูน้องอชิไงครับ” ชื่อนี้แม่งตามมาหลอกหลอนผมอีกแล้ว แต่ที่มันสั่นอีกแล้วก็ใจกูนี่แหละครับ 

“ใครสอนก็เหมือนกันแหละ” ผมบ่นพึมพำให้พี่มันได้ยิน 

“ไม่เหมือนดิ เรื่องที่สอนอาจจะเหมือน แต่ความรู้สึกตอนเรียนมันไม่เหมือนกันหรอก...จริงๆ”  

เอาอีกแล้ว ไอ้พี่แทนมันจะเอาให้ได้เลยสินะ ถึงได้ยิงกันทุกเม็ดทุกดอก จนผมตายแล้วตายอีกขนาดนี้ 

“ปากมึงนี่มัน...”  

“ปากกูดีนะ แต่จะให้ดีกว่ามึงต้องลองชิมดูก่อนจะได้รู้ว่าดีจริงไหม”  

โว้ยยยยยยยยยยยยยยยย 

“ถามจริง มึงไม่ขนลุกบ้างเหรอวะมานั่งหยอดกูเนี่ย กูก็ผู้ชายเหมือนมึงจะเว้ย!”  

“ก็อยากทำตัวน่ารักทำไมล่ะ” 

 

 

 

50% 

...................................... 

อนุญาตให้อ้วกได้คนละทีสองที 😂​ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว