สิโรนิล

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 43

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.7k

ความคิดเห็น : 18

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ก.ค. 2560 23:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 43
แบบอักษร

คุณแม่ให้บ่าวมาเรียกไปกินข้าวเย็น มื้อนี้กับข้าวหลากหลายอย่างมากเลยครับ น่ากินทั้งนั้น มีทั้งของที่ผมชอบ แล้วก็ของที่คุณหลวงชอบ แล้วแบบนี้จะไม่ให้ผมรักคนบ้านนี้ได้อย่างไร

เราทั้งสามกินข้าวกันไป ผมก็ชวนคุยนู่นคุยนี่ เหมือนเดิม คุณหลวงก็ตอบบ้าง เงียบบ้างแต่ผมก็ยังซักไม่หยุด มื้อเย็นวันนี้เป็นมื้อที่เจริญอาหารที่สุดในหลายวัน อร่อยทุกอย่างเลย

“แม่ว่ากับข้าวมื้อนี้ คงอร่อยนะ” คุณแม่ที่ฟังอยู่นานพูดขึ้น

“ทำไมละครับ” ผมถามอย่างสงสัย

“ก็เจ้ากินเสียเยอะ มื้อก่อนๆกินเหมือนแมวดม” ชะอุ้ย ผมได้แต่ส่งยิ้มแห้งๆไปให้

“ว่าอย่างไรเล่า พ่อศิรา นิ่งเงียบเชียว” คุณแม่หันไปถามคุณหลวงบ้าง

“ก็อร่อยดีขอรับ”

“งั้นรึ แต่แม่ว่ากับข้าววันนี้มันหวานไปหรือเปล่า แม่ก็กลัวว่าน้ำตาลมันจะหกใส่” พอได้ยิน ผมก็ตักอาหารตรงหน้าชิมอีกครั้ง

“ไม่หวานนะครับ กำลังอร่อย” ผมตอบออกไปอย่างซื่อๆ

“เป็นอย่างนั้นรึ แม่เห็นมองกันหวานเชื่อมเสียขนาดนั้น ก็เลยคิดว่ากับข้าวมันคงหวานตามไปด้วยเสียอีก”เอ่อคุณแม่พูดกระทบผมกับคุณหลวงอยู่ใช่หรือเปล่าครับ

“พวกเราเข้าใจกันแล้ว ใช่มั้ยครับคุณหลวง” ผมมองคุณหลวงพร้อมกับส่งยิ้มตาหยีไปให้ คุณหลวงเองก็ยิ้มรับเช่นกัน

“ก็ดีนะ ลูกชายก็ยิ้มหน้าบาน หลานชายก็ยิ้มแก้มปริ” ผมกับคุณหลวงมองหน้าคุณแม่พร้อมๆกัน “ทั้งคู่ไม่ต้องมาทำเป็นหหน้าแดง” คุณแม่พูดจบก็กินข้าวต่อไป แต่ผมนี่สิครับอายจนแทบจะแทรกใต้โต๊ะอยู่แล้ว

กว่าการกินข้าจะสิ้นสุด ผมอายแล้วอายอีกจากถามไม่หยุดกลายเป็นกินเงียบๆ สงบเสงี่ยม เรียบร้อยทันทีทันใดคุณแม่เล่นแซวแบบนี้ ผมถึงกับไปไม่ถูกเลยทีเดียว

“วันนี้เหนื่อยมาทันวันแล้ว แม่ขอตัวนอนก่อนละ” คุณแม่พูดขึ้นเมื่อบ่าวเก็บสำรับไปหมดแล้ว ผมนั่งท้าวแขนตีพุงกะทิเบาๆ “อ่อ พรุ่งนี้ศิรามีงานที่กรมหรือไม่” คุณแม่ถามคุณหลวง

“ไม่ขอรับ ท่านเจ้าคุณให้หยุดเพื่อเตรียมงานวันมะรืนขอรับ”

“อย่างนั้นรึ วันมะรืนนี้ ช่างเร็วเสียจริงนะ เอาละแม่ขอตัวแล้ว เมื่อยไปหมดทั้งตัว” แล้วคุณแม่ก็เดินทุบบ่าตัวเองกลับเข้าห้องไป

วันมะรืนเป็นวันงานเลี้ยงสินะ แล้วผมจะแต่งชุดไหนออกงานละเนี้ย รู้งี้เตรียมชุดทักซิโด้มาด้วยก็ดี ที่มีอยู่ก็แค่เสื้อยืดกางเกงยีนส์ หรือว่าจะแหวกไปเลย ไม่ดีๆขายหน้าคุณหลวงเปล่าๆ ผมกำลังคิดว่าจะใส่ชุดไหนดี เอิบก็สะกิดผมเบาๆ

“คุณฟ้าง่วงหรือยังขอรับ”

“ยัง เอิบง่วงเหรอ เอิบง่วงไปนอนก่อนก็ได้นะ” ผมบอกไปเพราะคิดว่าเอิบคงง่วงนอน

“ไม่ขอรับ คือว่า พวกทาสมันกินกันน่ะขอรับ กระผมเลยจะขออนุญาต” เอิบพูดเสียงเบาเหมือนจะกลัวใครได้ยิน

“กินอะไรกันเหรอ” ผมถามเพราะยังไม่เข้าใจอยู่ดี

“กินยาดองกันขอรับ”

“ฟ้าไปด้วย!!!” ผมตะโกนออกมาเสียงดัง

“ไปไหนกันรึ” คุณหลวงถามเสียงเข้ม

“ไปไหน ไม่นิ เอิบฟ้าอยากเดินย่อย เราไปเดินย่อยกัน” ผมปฏิเสธคุณหลวงไป ก่อนจะหาเรื่องชวนเอิบไปข้างล่าง

“ขอรับ” เอิบก็รู้งานรับคำทันที ดีมากกกกก แบบนี้สิถึงจะอยู่กันได้

“อย่าไปไกลนักละ มืดแล้ว” คุณหลวงพูดด้วยความเป็นห่วง แต่ก็ไม่ยักจะตามมา ดีจุง

“คร้าบบบบบบ” ผมรับคำยาวๆแล้วแทบจะวิ่งลงจากเรือน โดยมาบ่าวคนสนิทตามหลังมา

พอลงจากเรือนได้ ผมสองคนก็ทำเป็นเดินไปเรื่อยๆ ขมนกชมไม้ (ตอนกลางคืน) เดินช้าๆ พอมองซ้ายมองขวาลับตาคนเท่านั้นแหละ ผมรีบหันมาหาเอิบทันที

“เอิบพวกเขากินกันที่ไหน”

“เอ่อ คุณฟ้าจะไปกินด้วยหรือขอรับ” เอิบถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ

“ใช่ ไปไม่ได้เหรอ ไปไม่ได้งั้นฟ้ากลับขึ้นเรือนก็ได้” ผมพูดติดเสียงงอนๆ

“ไม่ใช่อย่างนั้นขอรับ กระผมกลัวคุณหลวงท่านรู้แล้วจะทำโทษพวกผมเอา” อ่อที่กระซิบเมื่อกี้คือกลัวเจ้านายรู้ว่าอู้งานว่างั้น โถๆๆๆ เอิบจ๋านี่ใคร ฟ้าประทาน แค่นี้คุณหลวงไม่รู้หรอก

“ฟ้าจะกินน้อยๆ แล้วก็กินไม่นานด้วย สัญญา” ผมชูนิ้วชี้กับนิ้วกลางเป็นสัญลักษณ์ เอิบทีสีหน้ากังวลเล็กน้อยแต่ก็ยอมตกลงให้ผมไป

เอิบเดินนำผมไปยังเรือนทาส ที่นั้นมีคบไฟไม่มาก และมีเสียงเล็ดลอดออกมาเพียงแค่ได้ยิน แต่ก็ไม่ดังมาก เหมือนคนพูดคุยกันมากกว่า แคร่ไม้ที่ตั้งกลางลานกว้าง ตอนนี้มีคนมุงอยู่ประมาณ หกเจ็ดคน

“มาไอ้เอิบมา เห้ย....” เสียงบ่าวคนหนึ่งเรียกเอิบเมื่อเห็นว่าเอิบเดินเข้าไปใกล้ ก่อนจะตกใจเมื่อเอิบไม่ได้มาคนเดียวแต่มีผมพ่วงมาด้วยอีกคน

“เอ็งเอาคุณฟ้ามาทำไมวะ” บ่าวอีกคนเห็นผมก็ถามเอิบ

“แบบนี้ คุณหลวงไม่เอาพวกเราตายรึ” ตอนนี้เสียงเริ่มระงมเพราะทุกคนกลัวว่าผมจะเอาเรื่องที่พวกเขากินยาดองไปฟ้องคุณหลวง ผมจะฟ้องทำไมในเมื่อผมมากินด้วย

“พวกเอ็งฟังข้าก่อน คุณฟ้าจะมาร่วมด้วย” เอิบบอก ทุกคนในที่นั้นดูตกใจไม่น้อย

“แล้วคุณหลวงทราบหรือไม่วะ” บ่าวคนเรียกดึงเอิบเข้าไปใกล้ก่อนจะกระซิบถาม

“ไม่ทราบ คุณฟ้าแอบออกมา พวกเอ็งอย่าถามมาก กินๆข้าเปรี้ยวปากจะแย่” เอิบคงกระสันไม่น้อยเลยหยุดให้พวกนั้นถาม ก่อนจะพาผมไปนั่งเก้าอี้ใกล้ๆ

พอทาสทั้งหลายรู้ว่าผมจะมาแจมด้วยเท่านั้นแหละ ต้อนรับขับสู้ดีเหลือเกิน หาแก้ว หากับแกล้มให้ผมจ้าละหวั่น ความสุขมันอยู่ตรงนี้นี่เองครับ ดื่มกันไปคนละก๊งสองก๊ง พูดคุยเฮฮา บางทีก็นินทาเจ้านาย

ข้างแคร่มีโถยาดองสองสามโถ สีสันหลากหลาย แถมข้างโถก็มีป้ายเขียนกำกับไว้ด้วย สีแดงนั้นเป็นม้ากระทืบโรง อีกโถออกจะเหลืองๆหน่อยคือโด่ไม่รู้ล้ม ส่วนอีกโถไม่มีป้ายติดแต่สีใสมากคล้ายน้ำเปล่า

กับแกล้มก็ง่ายๆครับ มะม่วงเปรี้ยวเข็ดฟัน มะขามเปียกจิ้มเกลือ แต่ละอย่างชวนผมน้ำลายสอทันที ว่าแล้วบ่าวทั้งหลายก็ยื่นแก้วใบเล็กส่งให้ผม บรรจุน้ำดีแดง ม้ากระทืบโรง ผมกินเข้าไปถึงกับ สีหน้าเหยเก รสชาติฝาดแถมขมติดรส จนต้องรีบเอามะม่วงยัดเข้าปาก เท่านั้นแหละครับ รู้ถึงว่ายาดองที่กินไปเมื่อกี้หวานกลืนง่ายทีเดียว

ผมนั่งกินไปแก้วแล้ว แก้วเล่าโดยมีเอิบคอยห่วงอยู่ข้างๆ ผมที่ตอนแรกนั่งหลังตรง ตอนนี้ผมกลับรู้สึกว่า พื้นที่ผมนั่งอยู่มันเริ่มเอียง

“คุณฟ้าขอรับ พอก่อนไหมขอรับ” เอิบถามผมด้วยความเป็นห่วง

“พอเพอไร กินอีกๆ เอ้า ชน!!!!!” แล้วผมก็ชนกับพวกทาสต่อไปเรื่อยๆ โดยไม่สนใจเอิบอีกเลย

กินไป มึนไป พื้นเอียงไป สนุกดีครับ ผมนั่งเอียงซ้ายที ขวาทีแต่ก็พอปักหลักไม่ให้ไปกองบนพื้นได้ พอเอียงซ้ายมากๆ เอิบก็จะดึงผมไว้ พอเอียงขวาไปหน่อยเอิบก็จะดันให้ผมตัวตรง ไม่ต้องถามว่าหน้าผมเป็นแบบไหน ตาที่ตี่ตอนนี้ เยิ้มหวาน หน้าจากที่ขาวผ่องเปลี่ยนสีเป็นแดงเถือก ปากที่ตอนนี้กลายเป็นคนยิ้มไม่หุบ มือไม้ก็ไม่รู้จะอ่อนเปลี้ยไปไหน

“คุณฟ้าเมาแล้วนะขอรับ” เอิบพยายามเรียกสติผม

“ม่ายมาววววว ฟ้ายางงงงงหวายยยยยยย” ตุบ....

“นั้นไงว่าแล้ว” เอิบรีบมาพยุงตัวผมลุกขึ้น ผมลงไปกองบนพื้นได้ไง ใครถีบเดี๋ยวแม่งกระทืบเลย

“ครายยยยย ใครถีบฟ้า บอกมาน้า.....” ผมเริ่มโวยวาย

“คุณฟ้าเบาๆขอรับ ประเดี๋ยวคุณหลวงท่านจะทราบเอา” เอิบรีบบอกให้ผมลดเสียง แต่มีหรือฟ้าประทานจะฟัง

“คุณหลวงงงง เอิ้กก ฟ้าม่ายกลัววววววว มาเยยยยยย ฟ้ากลัวที่หนายยยยย เอิ้ก” ผมเริ่มพูดไม่รู้เรื่อง เอิบรีบประคองผมให้นั่งดีๆอีกครั้ง

“ดีไหนเมื่อไม่กลัว ข้าก้จะเฆี่ยนมันให้หมดนี้แหละ” เสียงกัมปนาทดังขึ้น แก้วเหล้าที่อยู่ในมือของแต่ละคนถึงกับร่วงกราว

“คะ คุณหลวงงงงงงง”บ่าวทั้งหลายพูดเป็นเสียงเดียวกัน

ผมหันไปมองทางต้นเสียง ทำไมคุณหลวงมีหลายคนจังวะ คนนั้นก็คุณหลวง คนนี้ก็คุณหลวง แล้วคนไหนที่เป็นสามีผมละ ผมตาปรือมองคุณหลวงก่อนจะเพ่งดี อ่อๆๆเห็นละสามีของผมคืนคนตรงกลาง ผมยื่นมือไปหา แต่คุณหลวงก็ทำเมิน ง่าคุณหลวงไม่สนใจโผมมมมมม

“พวกเอ็ง ริกินเหล้าเมายากันรึ”เสียงคุณหลวงเอ็ดพวกทาส

“กระผม กระผม....”

“คุณหลวงงงงง จาดุทามมายยยย เอิ้ก ฟ้าชวนพวกเขากินเองงงงงง เอิ้ก ม่ายดุน้า ฮรี่...” ผมพูดก่อนจะส่งยิ้มหวานเชื่อมให้คุณหลวง คุณหลวงหันมามองผมแว๊บเดียวก่อนจะไปสนใจพวกทาสต่อ

“พวกเอ็งก็รู้กฎของบ้านนี้ ก็ห้ามกินเหล้า เหตุใดจึงขัดคำสั่ง!!!” คุณหลวงถามเสียงดัง ทาสทั้งหลายกลัวจนหัวหด

“คุณหลวง เสียงดังทำไม เดี๋ยวข้างบ้านได้ยิน” ผมพยายามพูดให้เป็นปกติที่สุด แต่ลิ้นเจ้ากรรมก็จะพันกันอยู่เรื่อย

“เงียบไปเลยเจ้า” คุณหลวงหันมาดุผมอีกครั้ง

“คุณหลวงดุฟ้า ฟ้าจะโกรธคุณหลวงงงงงงง” ผมพูดแล้วก็ยืนขึ้นประจันหน้ากับคุณหลวง แต่แล้วก็เหมือนกับว่า โลกเอียง ผมโอนเอนไปมาก่อนจะฟุบลงข้างๆแต่ไม่เจ็บแหะ

ผมมองที่ตัวเอง แขนของใครบางคนกำลังช้อนตัวผมไว้ก่อนจะลงถึงพื้น กลิ่นกายที่คุ้นเคย แขนแกร่งที่ผมชอบจับเล่น คุณหลวง คุณหลวงรับผมไว้ทันอีกแล้ว เอิ้กกก

“ขอบคุณคร้าบบบบบบ” ผมพูดขอบคุณก่อนที่คุณหลวงจะให้ผมยืนทรงตัวดี

“พวกเอ็งเก็บให้หมด หากจะกินคราวหน้าจงขอข้าเสียก่อน ครั้งนี้ข้าจะถือว่าพวกเจ้าผิดครั้งแรก จะไม่เอาความ ส่วนเอ็งไอ้เอิบ พรุ่งนี้เตรียมรับโทษ ข้อหาเอาเมียข้ามากินเหล้า!!!” คุณหลวงพูดเสียงเฉียบขาด ทาสทั้งหลายรีบทำตามทันทีไม่ต้องรอสั่งรอบสอง

“ม่ายยยย เอิบไม่ผิด เอิบห้ามแล้วววววว แต่ฟ้าดื้อเอง ถ้าจะทำโทษ ทำโทษฟ้าคนเดียววววว” พอได้ยินว่าเอิบจะโดนลงหวาย ผมรีบพูดแก้ต่างให้เอิบ พยายามรวบรวมสติทั้งหมดที่เหลืออยู่น้อยนิด บอกคุณหลวง

“อย่างนั้นรึ” คุณหลวงถามผม ผมรีบพยักหน้างึกงัก “ดี!!! เจ้าเตรียมตัวรับบทลงโทษได้เลย” พูดจบ ตัวผมก็เหมือนจะลอยขึ้นกลางอากาศ

ผมตกใจรีบคว้าคอคุณหลวงไว้มั่น คุณหลวงอุ้มผมคร้าบบบบบบ อุ้มในท่าเจ้าสาวด้วย และที่สำคัญต่อหน้าประชาทาสอีกหลายคน โอ้ไม่ เดี๋ยวพวกเขาก็เอาไปพูดกันหรอกคุณหลวง ผมดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมแขนของคนตัวโต

“อยู่นิ่งๆ” คุณหลวงพูดเสียงนิ่ง แล้วเดินกลับเรือน

“ม่ายๆๆๆๆ ผมเดินเองด้ายยยย อายค้าวววววววว” ผมรีบพูด

“ทีอย่างนี้ทำเป็นอาย ทีกินเหล้ากับผู้ชายทั้งโขยงยังกล้า” คุณหลวงไม่สนใจยังคงเดินต่อไป

“โผมก็ผู้ชายยยยยย กินเหล้าจะอายไม เอิ้ก” ผมพูดไปสะอึกไป ทำไมเวียนหัวอีกแล้วอ่า...

ผมเวียนหัวจนไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับคุณหลวงแล้ว ผมได้แต่เงียบอยู่ในอ้อมแขนของคุณหลวง จะว่าไปคุณหลวงก็แข็งแรงใช่เล่น อุ้มผมที่ตัวพอๆกันได้ แถมยังอุ้มขึ้นเรือนอีก ไม่หนักมั้งหรือไงนะ โอ้ยไม่อยากคิดอะไรแล้ว แล้วทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวก็มืดดับลง....

ผมลุกขึ้นจากที่นอนหนานุ่ม ทำไมเตียงผมมันหมุนงี้อะ ผมพยายามพยุงตัวเองลุกขึ้นช้าๆ อาการปวดหัวตุบก็บังเกิด ทำไมมันเหมือนตอนที่ผมท้าดวลกับนายปีเตอร์เลย ผมพยายามระลึกชาติว่าเมื่อวานผมทำอะไรมา

เมื่อวานกินข้าวเสร็จ ก็แอบคุณหลวงไปเรือนทาส กินเหล้า ใช่เมื่อวานกินเหล้า แล้วผมกลับขึ้นมานอนเตียงตัวเองได้ไง หรือว่าเอิบพามา โอ้ยปวดหัวตึบๆ ผมสะบัดหัวไล่อาการมึนๆออกไปแต่ทำเท่าไรก็ไม่ดีขึ้น จนประตูห้องเปิด

“ฟื้นแล้วรึตัวแสบ” เสียงคุณหลวงเอ่ยถามผม

“ตื่นแล้วครับ” ผมเอ่ยออกไปเสียงแห้ง

“เอิบเอ็งเอาน้ำเข้ามาให้คุณท่านสิ” เอิบเข้ามาพร้อมกับถาดในมือ ก่อนจะยื่นแก้วในนั้นบรรจุน้ำสีขุ่นๆไว้

“นี่ขอรับคุณฟ้า” ผมรับมาอย่างงงๆ

“ดื่นซะ จะได้หายเมาค้าง” คุณหลวงรู้ได้ไงว่าผมเมาค้าง ผมทำหน้านิ่งๆไม่รับ ไม่กล้าที่จะร้อนตัว

“เอิบ เมื่อคืนเอิบมาส่งฟ้าเข้านอนเหรอ” ผมภาวนาให้เอิบตอบว่า ขอรับกระผมเอง แต่แล้ว....

“คุณหลวงขอรับ” เปรี้ยง!!!! ลงกลางกะบาล ฉิบหายแล้วฟ้าประทานแกไม่รอดแน่ๆงานนี้

ผมเงยหน้าไปมองคุณหลวงที่ตอนนี้หน้านิ่งไม่บ่งบอกอารมณ์ว่า อยู่ในโหมดไหน โกรธรึก็ไม่ งอนก็ไม่อีก แล้วอารมณ์ไหนวะ ดูไปดูมาก็ปกติทุกอย่าง

“เอิบ เอ็งออกไปก่อน แล้วปิดประตูเสียด้วย” คุณหลวงสั่งเอิบ

“ขอรับ” เห้ยเดี๋ยวจะเอาเอิบไปไหน เอิบอย่าทิ้งฟ้าไว้เผชิญโลกเพียงลำพังสิ “สู้ๆนะขอรับ คุณฟ้า” เอิบยังมีหน้ามาอวยพร

หลังจากเสียงประตูสวรรค์ปิดลง ทั้งห้องก็เปรียบเสมือนขุมนรกทันที คุณหลวงย่างสามขุมเข้ามาหาผมที่นั่งอยู่บนเตียงช้าๆ ทีละก้าว มีละก้าวอย่างใจเย็น ราวกับราชสีห์ที่กำลังจะตะครุบเหยื่ออันแสนโอชะ

ส่วนผมที่เป็นเหยื่อก็ได้แต่ขอให้ก้าวต่อไปของคุณหลวงเกิดหลุมอากาศ แต่คำขอนนั้นมักจะไม่ได้ผลกับผมเสมอ ไหงงั้นอะ คุณหลวงมาถึงตัวผมที่พยายามนิ่งเป็นหิน

“เมื่อคืนเจ้าพูดอะไรไว้ จำได้หรือไม่”

“จำไม่ได้”

“อย่างนั้นหรือ”

“ครับ” ผมตอบรับอารมณ์ดี

“ถ้าอย่างนั้นพี่คงต้องรื้อฟื้นให้เจ้าฟังเสียหน่อย” ไม่พูดพร่ำทำเพลง คุณหลวงก้ยื่นหน้าเข้ามาฉกจูบจากผมทันที

ผมที่ไม่ทันตั้งตัวถึงกับตาโต ชะงักค้าง เห้ยคุณหลวงจู่โจมผม ผมรีบผลักคุณหลวงให้ออกห่าง แต่มีหรือที่ตัวอย่างยักปักหลั่นอย่างคุณหลวงจะกระเทือน ไม่มีการขยับใดๆแม้แต่น้อย คุณหลวงยังคงตั้งหน้าตั้งตาจูบผมแบบลืมหายใจ จนเขาพอใจนั้นแหละถึงถอนจูบออก

“คุณหลวง เมื่อคืนผมไม่ได้จูบคุณหลวงนะ” ผมรีบอ้างทันที และถึงได้รู้ว่าผมไม่เคยทันเล่ห์เหลี่ยมของผุ้ชายตรงหน้าสักนิด

“อ้าวแสดงว่าเจ้าจำได้ ดังนั้นเจ้าต้องโดนลงโทษแท้ทาสเมื่อคืนทั้งหมด”

“เห้ย ไม่ใช่แบบนั้น”

“เจ้าพูดเองว่าอย่างลงโทษพวกมัน เจ้าจะรับโทษในครั้งนี้คนเดียว” ผมละอยากจะย้อนกลับไปอ่านเหลือเกินว่าผมได้พูดตอนไหนฟระ “ตามใจเจ้านะ ถ้าเจ้าไม่ยอม พี่คงต้องลงโทษเอิบอย่างที่พูดไว้เมื่อคืน”

ไม่ได้คุณหลวงจะลงโทษเอิบไม่ได้ เพราะเอิบไม่ผิด คนที่ผิดคือผม ที่ดื้อดึงจะตามไปกินเหล้ากับพวกเขาให้ได้ แถมยังเมาโวยวายจนคุณหลวงลงเรือนมาเจออีกด้วย และแล้วเรื่องเมื่อคืนก็ย้อนกลับเข้ามาในหัว ใช่ผมบอกว่าจะรับโทษเองแต่ไม่ใช่โทษแบบนี้สักหน่อย ไม้เรียวไปไหนอะ ผมมองหาอุปกรณ์ทำโทษ

“มองหาอะไร” คุณหลวงถามผมเสียงนุ่ม

“หาไม้เรียว”

“หาทำไม”

“ก็คุณหลวงจะทำโทษผมหนิ แล้วไม้เรียวไม่เอามารึ หรือว่าคุณหลวงเปลี่ยนใจไม่ลงโทษผม คุณหลวงน่ารักที่สุดเลย” ผมพยายามพูดโน้มน้าวใจคุณหลวง หรือเรียกว่าปลอบขวัญตัวเองอยู่

“ไม้เรียวไม่ใช้ แสบอย่างเจ้าแค่พี่ก็ทำโทษเจ้าได้” พูดจบคุณหลวงก็ผลักผมล้มลงบนเตียงนอน แถมยังขึ้นคร่อมผมไว้ด้วย

“เห้ย... คุณหลวงทำไร” ผมรีบถาม คุณหลวงไม่ตอบแต่ก้มหน้าลงมาใกล้ผม ชิดชนิดที่ลมหายใจเรารับรู้ถึงกันได้ ผมหันหน้าหนีกลายเป็นว่าคุณหลวงหอมแก้มนุ่มๆของผมเสียฟอดใหญ่

“คุณหลวง ผมยังไม่ได้อาบน้ำล้างหน้าแปรงฟัน เหม็นออก” ผมรีบบอกอีกครั้ง

“เหม็นรึ” แล้วคุณหลวงก็หอมผมทั้งซ้ายทั้งขวาอีกรอบ แถมยังจู๊บปากผมอีกด้วย “ไม่นะ หอมชื่นใจดีพี่ชอบ” อ๊ากกกก ทำไมคุณหลวงถึงเป็นแบบนี้ใครเอาอะไรผิดสำแดงให้คุณหลวงกินเข้าไปเปล่า

“แต่ๆๆๆๆ ตอนนี้ฟ้าใกล้สว่างแล้ว ทำแบบนี้อายผีสางเทวดานะคุณหลวง” ในเมื่อเอาความจริงมาพูดคุณหลวงไม่เชื่อ ต้องพึ่งสิ่งมองไม่เห็นแล้วละ

“ท่านไม่มายุ่งเรื่องของคนหรอก ท่านเข้าใจว่าคนเขาจะรักกัน” เห้ยเป็นงั้นไป โอ้ย ไม่ใช่แบบนั้น

คุณหลวงไม่สนใจตัวผมที่พยายามดีดดิ้นหนีเอาชีวิตรอดจากเงื้อมือของคุณหลวง คุณหลวงจากที่แต่หอมผมเริ่มรุกล้ำริมฝีปากเข้ามาขบกัดปากเล็กของผมแล้วครับ เช้านี้ผมจะรอดมั้ยละ คิดซิฟ้า คิดเอาตัวรอด

มือไม้คุณหลวงละเลื่อยเข้ามาในเสื้อผืนบางของผม ลูบไล้ขึ้นลงอย่างเป็นจังหวะ ผมที่เริ่มสยิวก็เผยอปากเล็กน้อย ทำให้คุณหลวงได้ทีสอดลิ้นร้อนเข้ามาเกี่ยวกระหวัดลิ้นเล็กของที่ ยังไม่ทันจะได้หนีก็ตีรันพันตู แลกน้ำลายกันแล้ว มือร้อนที่ลูบคล่ำด้านข้างเลื่อนมายังด้านหน้า ที่มีตุ่มไตสองเม็ด ที่กำลังแข็งสู้มือ

“อ๊า...” ผมเปล่งเสียงออกมาแผ่วเบา ฟ้าประทานแกอย่าเพิ่งเคลิ้ม หาทางเอาตัวรอดก่อน “คุณหลวง อื้ม....”

“หมดเวลาพูดแล้ว เมียพี่” คุณหลวงพูดงึมงำชิดริมฝีปากผม

ฝีปากอุ่นจัดลากต่ำลงมายังลำคอขาว ขบเม้ม อยากใจต้องการ จนเกิดทั้งเสียงและรอยแดงคงตามมาในไม่ช้า ผมพยายามหลบการรุกรานของคุณหลวง แต่กลายเป็นว่าเปิดช่วงคอให้คุณหลวงขบเม้มได้ตามใจปรารถนา

“อือ.... คุณหลวง ผม....” ผมลองเรียกคุณหลวงอีกครั้งแต่เขาก็ไม่สนใจเสียงเรียกของผมเลย

เสื้อของผมตอนนี้ร้นขึ้นมายังหน้าอก เปิดเปลือยให้คนด้านบนเอาหน้าหล่อๆไปซุกไซ้ แถมติ่งไตสีชมพู น่ากินทั้งสองข้างก็กลัวน้อยหน้า ชี้เชิญชวนให้ลิ้มลอง ผมรวบรวมสมองและสติอีกครั้ง ว่า สิ่งไหนที่สามารถหยุดการกระผมนี้ได้

“คุ คุณหลวง ฟ้ามีเรื่องจะคุย”

“เอาไว้คุยทีหลังนะ”

“อ๊ะ... มะไม่” ผมดันหัวคุณหลวงออกจากหน้าอกที่แบนราบของผมอย่างยากเย็น “คุณหลวง ผมขอละ”

“ก็กำลังจะจัดให้อยู่นี่ไง”

“ไม่ใช่ขอแบบนั้น” คุณหลวงคงรำคาญ เขาหยุดทุกการกระทำ เงยหน้ามองผม เห้อได้พูดสักที

“คุณหลวงจำได้มั้ยว่าเคยทำอะไรผม” คุณหลวงทำสีหน้าคิดแต่ก็คิดไม่ออก “งั้นผมเฉลย คุณหลวงเคยตบผม” คุณหลวงถึงบางอ้อ

“แล้วอย่างไร” คุณหลวงถามอย่างไม่เข้าใจ

“เพราะฉะนั้น ความผิดของผมครั้งนี้ กับความผิดของคุณหลวงครั้งนั้น ถือว่าเจ๊ากันไป”

“แบบนี้ก็ได้หรือ” คุณหลวงถามผม

“ได้สิ”

“ถ้าอย่างนั้น พี่ให้เจ้าตบคืน แล้วเรามาต่อกัน” พูดจบคุณหลวงก็ก้มลงไปละเลงลิ้นที่หน้าอกของผมเหมือนเดิม ไม่เอาแบบนี้อ๊ากกกกก

“มะ ไม่ เอา แบบนี้ อ่ะ” เสียงผมเริ่มกระท่อนกระแท่น สติที่ครบเริ่มหลุดลอยไปอีกครั้ง

“เอาแบบนี้แหละ” โหยเพิ่งรู้เวลาหื่น จะเอาเหตุผลมาง้างกับคุณหลวงไม่ได้เลย

“งะงั้น คะคืนนี้” คุณหลวงหยุดชะงักฟังว่าผมจะพูดอะไรต่อ “คืนนี้ผมให้คุณหลวงทำโทษต่อ แต่ตอนนี้หยุดก่อน คุณหลวงกับผมต้องไปช่วยคุณแม่ทำงานก่อน” คุณหลวงได้ยินก็ทำท่าครุ่นคิด “นะครับ นะ” เห็นว่าได้ที ผมรีบอ้อนใหญ่ แถมส่งสายตาวิ้งๆไปให้อีกด้วย

“แน่ใจ” คุณหลวงถามเพื่อความมั่นใจ รอดแล้วโว้ย

“ชัวร์”

“พี่ว่าไม่ดีกว่า ต่อกันเถอะ” เดี๋ยวๆๆๆ เหมือนจะรอดแล้ว ทำไมงี้อะ

“คืนนี้ นะๆๆๆๆ นะครับสามี ผมให้เบิ้ลเลย” ข้อต่อรองที่ผมโคตรจะเสียเปรียบ แต่ ณ ตอนนี้ผมยอมครับบบ

“ตกลง ตามนี้” คุณหลวงลุกขึ้นจากตัวผม จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ แล้วยิ้มให้ผมอย่างมีเลศนัย.....

เอาวะรอดตอนนี้ไปก่อน อย่างอื่นค่อยว่ากัน เอาใจช่วยผมด้วยนะครับ ว่าคืนนี้ผมจะรอดจากน้ำมือคุณหลวงมั้ย ... ฟ้าประทานสู้ๆ....



talk: ใครค้างยกมือ ....... สิโรนิลก็ค้าง แต่ว่ามาลุ้นกันดีกว่า ว่าน้องฟ้าที่แสบซนของเราจะรอดพ้นจากคุณหลวงสุดหล่อหรือไม่ ทีมคุณหลวง ไม่พ้นแน่ๆ  ทีมน้องฟ้า ช่วยคิดแผนการหน่อย 555555  => สิโรนิล ^^

ความคิดเห็น