ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เวลาอ่อนแอก็ขอแค่คนปลอบ (100%)

ชื่อตอน : เวลาอ่อนแอก็ขอแค่คนปลอบ (100%)

คำค้น : กลรักวีมาร์ค กลรักรุ่นพี่ วีมาร์ค ดราม่า วายมหาลัย love Mechanics

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 483.5k

ความคิดเห็น : 476

ปรับปรุงล่าสุด : 30 พ.ย. 2560 01:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เวลาอ่อนแอก็ขอแค่คนปลอบ (100%)
แบบอักษร

-****9-

เวลาอ่อนแอก็ขอแค่คนปลอบ

[Vee Vivis]



          ผมนั่งมองโทรศัพท์ที่ถูกตัดสายไปแล้วถอนหายใจออกมาแรงๆ ก้มลงมองสเตตัสของใครสักคนที่ผมรู้จักผ่านๆ ที่โชว์อยู่บนจอมือถือแล้วก็หงุดหงิด ไหนไอ้ที่บอกว่าจะรีบกลับไปนอนตอนเช้ามีงานกลุ่ม เด็กเวร…ไปร้านเหล้ากับผู้ชายสิไม่ว่า

          ที่ไม่ออกมาส่งน่ะไม่ใช่อะไรหรอก ลุกขึ้นแล้ว…จะเดินตามมาแล้ว แต่สายตาของมันหยุดเท้าผมไว้ต่างหาก ไม่กล้าเดินตามออกไปกลัวใจตัวเองด้วยแหละ พอดีกับที่พลอยโทรมาผมเลยอยู่คุยกับพลอย มองไปที่มาร์คตอนนั้นมันก็ไม่เห็นสนใจอะไรผม ผมเลยกลับเข้าไปทำงานต่อ ช่างแม่ง…

          Rrrr~

          “เออ” ผมกดรับสายไอ้เหนือ ความจริงแล้วก็หงุดหงิดเพื่อนตัวเองด้วยแหละ แล้วบ้าบออะไรอีกโทรมาตอนตีสามตีสี่

          [มึงอยู่กับพลอยไหมวะ] เสียงมันถามกลับมาพร้อมๆ กับเสียงคนคุยกัน สงสัยเพิ่งออกจากร้านเหล้า วนมาพูดถึงร้านเหล้าแล้วผมก็เริ่มฉุนขึ้นมาอีก ไม่ใช่ไปร้านเดียวกันกับไอ้เด็กบ้านั่นหรอกนะ

          “ไม่ว่ะ เห็นว่ารุ่นพี่เขามาเลยไปกินข้าวกัน” ผมตอบมัน

          [กินข้าวจริงป่ะสัส เมียมึงยิ่งสวยๆ อยู่ รู้จักเฝ้าหน่อยสิวะ]

          “อะไรของมึงวะเหนือ” ผมถาม จากที่หงุดหงิดเรื่องไอ้มาร์คมาเจอไอ้เหนือพูดอะไรทำนองนี้อีกผมก็ยิ่งหัวร้อนเข้าไปใหญ่

          [ก็กูเจอพลอยอยู่ร้านเหล้า]

          “ไปกินข้าวแล้วไปกินเหล้าต่อมันก็ไม่แปลกป่ะวะ”

          [แล้วถ้าเขาไปกินอะไรอย่างอื่นต่อจากกินเหล้าล่ะ มึงว่าแปลกป่ะ]

          “เหนือ!” ผมตะคอกเพื่อนเสียงดัง มันเงียบไปก่อนจะถอนหายใจออกมา

          [เข้าไปดูไลน์กูด้วย จะคิดยังไงก็แล้วแต่มึง แต่กูมองในมุมของกู] มันว่าแค่นั้นแล้วกดตัดสายไป ทิ้งผมไว้กับความกลัวที่ไม่รู้จะกำจัดยังไง

          เรื่องมาร์คกลายเป็นเรื่องเล็กๆ ไปเลยทีเดียวเมื่อแชทไลน์เด้งขึ้น  ผมยื่นนิ้วสั่นๆ กดเข้าไปดูพร้อมกับหัวใจที่เต้นแรง หน้าชาแบบไม่รู้ตัวเมื่อเห็นแฟนตัวเองซบอยู่บนอกของคนอื่น พยายามคิดว่ามันอาจจะเป็นอุบัติเหตุหรือเรื่องบังเอิญแต่ข้อความไลน์ของเพื่อนที่บอกว่า อยู่กันอย่างนี้จนผับปิด ทำเอาผมหน้าสั่น

          ผมกลัว…ผมยอมรับว่าผมรู้สึกแบบนี้มาเป็นอาทิตย์แล้ว ตั้งแต่ที่ผมกับพลอยคุยกันน้อยลง แต่ผมก็พยายามจะบอกตัวเองว่ามันอาจจะไม่ใช่แบบที่ผมคิด ผมอาจจะคิดมากเกินไปหรืออาจจะเป็นเพราะช่วงนี้ผมใส่ใจพลอยน้อยลง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าผมหมดรักพลอย จริงอยู่ที่ผมเผลอเอามาร์คเข้ามามีอิทธิพลกับผม แต่พลอยก็คือคนที่สำคัญที่สุดของผมอยู่ดี แล้วเรื่องวันนี้ก็ไม่ใช่เรื่องที่ผมต้องตัดสินเอง

          ผมยกมือขึ้นลูบหน้าอีกครั้งก่อนจะเข้าห้องน้ำไปล้างหน้าล้างตา เดินกลับมาที่เตียงของผมกับพลอยแล้วค่อยๆ นั่งลง มองดูข้างๆ ที่ว่างเปล่าแล้วถอนหายใจออกมาอีกครั้ง

          บางที…พรุ่งนี้อาจจะดีกว่านี้

          แรงนุ่มหยุ่นข้างแก้มทำให้ผมลืมตาขึ้น เช้าวันใหม่ของผมถูกปลุกด้วยริมฝีปากสวยของพลอย เจ้าของใบหน้าที่ทำให้หัวใจผมสั่นไหวทุกครั้งยิ้มหวานอยู่ตรงหน้าผม เหมือนกับจะบอกว่า ตื่นสิคะเด็กดี ผมพยุงตัวขึ้นนั่งแล้วรวบเอาคนสวยเข้ามากอด

          “กลับเช้าเลยนะ” ผมว่างอนๆ ก่อนจะฝังจมูกลงบนหลังคอ กลิ่นที่ผมไม่คุ้นเคยปะทะเข้าที่จมูกทำเอาผมมึนไปพักหนึ่งเหมือนกัน

          “ก็เมาแล้วก็นอนบ้านเพื่อนไง” เสียงอ้อนบอกพร้อมกับหน้าสวยที่หันกลับมายิ้มหวานให้ผม

          “บ่อยเกินไปนะครับช่วงนี้” ผมว่าแล้วจ้องตาสวยนั่นตรงๆ

          “ขอโทษ…” พลอยว่าแล้วก้มลงมองที่ปลายคางผม มือสวยยกขึ้นโอบรอบคอก่อนจะซบลงมา “ขอโทษนะวี พลอยจะไม่ทำอีกนะ” ผมหลับตาลงช้าๆ ยกมือขึ้นกอดตอบพลอยแล้วถอนหายใจออกมาเบาๆ

          “วีเป็นห่วง”

          “รู้น่า…” พลอยว่าเสียงใสแล้วผละออกมา มือเล็กยื่นมาบีบแก้มผมแล้วยิ้มอย่างพอใจ “แฟนพลอยนี่แสนดีจังน้า…มีเป็นห่วงเป็นใยเค้าด้วยอ่ะ”

          “ก็รักไหม” ผมว่าแล้วบีบจมูกรั้น

          “งื้อ~ รักเหมือนกันค่ะสุดหล่อ รักที่สุดเลย” พลอยว่าก่อนจะแนบริมฝีปากลงกับปากผม เราจูบกันเบาๆ ก่อนจะผละออก

          “อย่าทำให้เป็นห่วงอีกรู้ไหม” ผมว่าแล้วดึงพลอยเข้ามากอด คนที่นั่งตักผมอยู่เบนสายตาไปอีกทางก่อนจะหันหลังให้เหมือนเดิม

          “พอแล้วน่า…แค่ไปเที่ยวแล้วกลับดึกเองนะ สำนึกผิดไม่ทันแล้วค่ะคุณพ่อ” เสียงใสว่าพร้อมกับยกนิ้วผมที่กอดพลอยจากด้วยหลังขึ้นไปจูบ จังหวะที่พลอยก้มลงแล้วผมสวยตกลงข้างไหล่ทำให้ผมเห็นรอยที่หลังคอ รอยที่ผมไม่ได้เป็นคนทำ

          ถ้าแค่ไปเที่ยวอย่างเดียววีก็ไม่ว่าอะไรหรอกพลอย…

          “พลอย…”

          “คะ?” เสียงหวานตอบรับพร้อมกับหน้าสวยที่เอี้ยวกลับมามองผม

          “วันนี้จะไปเรียนไหม?”

          “มีตอนบ่ายอ่ะ นี่ว่าจะนอนก่อน เมื่อคืนดึกมาเลย” ท้ายประโยคเสียงใสว่าเบาๆ เหมือนเป็นเรื่องตลก ผมเลยยิ้มให้แล้วยกมือขึ้นลูบแก้มพลอยก่อนจะวนลงไปที่หลังคอ พลอยสะดุ้งเล็กน้อยแต่คนสวยก็ยังยิ้มสดใสส่งมาให้ผม รอยยิ้มนั้นทำให้ผมคลี่ยิ้มตอบบางๆ

          “วี…ไปอาบน้ำก่อนนะ วันนี้มีเรียนเช้า” ผมว่าแล้วยกตัวพลอยให้ลุกขึ้น เธอทำตามอย่างว่าง่าย แต่ก่อนที่ผมจะเดินออกไปมือเรียวเล็กนั่นกลับฉุดมือผมไว้ พลอยช้อนตาขึ้นมองผม พอดีกับที่ผมก้มลงมองตาพลอย สายตาหวานฉ่ำที่มองสบมาทำเอาหัวใจผมกระตุก รอยไหวระริกในดวงตาของพลอยทำให้ผมรู้สึกเหมือนมีอะไรมาบีบที่หัวใจแรงๆ พลอยหลุบสายตาลงมองมือของเราที่จับกันอยู่ ก่อนที่เสียงหวานจะเอื้อนเอ่ยบอกผม

          “ตั้งใจเรียนนะคะ ที่รักของพลอย” ผมยิ้มให้คำหวานจากปากแฟนแล้วก้มลงจูบหน้าผากสวยนั่นเบาๆ ก่อนจะผละออกไปอาบน้ำ

          ทำไมคำว่าที่รักที่ผมชอบฟัง มันดูเหมือนจะไม่มั่นคงแล้วนะ

          ผมเดินออกมานอกห้องพร้อมกับใจหม่นๆ ของตัวเอง ได้แต่ตั้งคำถามว่าทำไมไม่ถามออกไปให้ชัดๆ แต่มันก็เป็นเพียงคำถามที่อยู่ในใจผม คำตอบก็ไม่ใช่อะไรหรอกครับ ผมกลัว…กลัวว่าถ้าถามออกไปแล้วผมจะรับคำตอบไม่ได้ เอาตรงๆ คือขอเวลาทำใจสักหน่อย ถ้าพลอยทำผิดจริงผมเองก็คงไม่ต่างกัน เราอาจจะต้องการเวลาอีกสักระยะ ถ้าเกิดมันไม่ดีขึ้นก็ค่อยหันหน้ามาคุยกัน

          ถ้าจะถามว่าตอนนี้ผมเจ็บไหมบอกได้เลยว่าผมเจ็บมาก น้ำตาแทบไหลตั้งแต่เห็นรูปพลอยกับผู้ชายคนอื่นแล้ว ตอนหลับตาลงก็นอนไม่หลับ ในหัวคิดแต่เรื่องนี้จนมันแทบจะระเบิดออกมา ยิ่งมาเห็นชัดๆ เมื่อตอนเช้าแล้วผมยิ่งชาจนทำอะไรไม่ถูก

          เสียงเปิดประตูจากอีกห้องเรียกสายตาผมให้หันไปมอง มาร์คเดินออกมาพร้อมกับกระเป๋าสะพายใบสวยของมัน ชุดนักศึกษาเป็นเครื่องบ่งบอกว่ามันพร้อมจะไปเรียนแค่ไหน ตาเรียวมองมาที่ผมก่อนจะหันกลับไปมองทางข้างหน้าเร็วๆ

          “มาร์ค” ผมเรียกมันไว้พร้อมกับก้าวเข้าไปหา “อยู่กับกูก่อนได้ไหม?”

          จะด่าว่าเห็นแก่ตัวหรืออะไรก็ด่าไปเถอะ เพราะผมก็กำลังด่าตัวเองแบบนั้นในใจเหมือนกัน ห้องที่ผมเคยเข้ามาบ่อยๆ ทั้งๆ ที่ไม่เคยระบุสถานะกับเจ้าของห้องมากไปกว่ารุ่นพี่กับรุ่นน้อง ผมมองไปที่รุ่นน้องของผมที่มองผมด้วยหน้านิ่งๆ แต่สายตามันบ่งบอกชัดเจนว่ารำคาญผม

          “ผมว่าเรามาคุยกันจริงๆ จังๆ สักทีเถอะ” ประโยคแรกออกจากปากเจ้าของห้อง ผมที่นั่งอยู่ที่โซฟาเงยหน้าขึ้นมองมันที่ยืนค้ำหัวผมอยู่

          “คุยอะไร” ผมถามกลับนิ่งๆ เวลาที่เห็นมันชักสีหน้าใส่ผมรู้สึกดีขึ้นมาแปลกๆ คือมันไม่ใช่แค่นิ่งกับเมินผมแล้วไง

          “อย่ามาทำเป็นไม่รู้” มันว่าเสียงแข็งแล้วปรายตามองผม ผมเลยลุกขึ้นยืนจ้องหน้ามัน

          “วันนี้กูเหนื่อยมากเลย อย่าเพิ่งคุยเลยนะ” ผมเอ่ยขอพร้อมกับมองเข้าไปในตาเรียว มาร์คขมวดคิ้วก่อนจะหรี่ตามองผม ผมเลยขยับเข้าไปหามันแล้ววางหัวลงบนไหล่มัน

          “เป็นบ้าอะไรอีกเนี่ย” มันว่าอย่างนั้นแต่ไม่ได้ผลักผมออก

          “ขออยู่แบบนี้แป๊บหนึ่ง” ผมตอบแล้วขยับเข้าไปชิด โอบเอวมันเข้ามาแล้วหันหน้าเข้าซอกคอสีสวย หลับตาลงช้าๆ หวังจะผ่อนคลายจากเรื่องต่างๆ มาร์คไม่ได้กอดผมตอบแต่มันก็ไม่ได้ผลักออก เสียงเครื่องปรับอากาศกับเสียงของลมหายใจของเราคือเสียงที่ชัดเจนที่สุดในเวลานี้

          น้ำตาผมค่อยๆ ไหลออกจากหางตาซึมลงเปื้อนเสื้อเชิ้ตสีขาวของมาร์ค เหมือนมันจะรู้สึกตัวเพราะหน้าหล่อก้มลงมามองผม ผมไม่พูดอะไรแค่ปล่อยน้ำตาให้ไหลอยู่อย่างนั้นพร้อมกับกระชับกอดมันเข้ามาให้เราสองคนแนบชิดกว่าเดิม

          เวลาผ่านไปหลายนาทีและแต่ละนาทีที่ผ่านไปมันทำให้ใจผมรู้สึกเบาลง ยอมรับว่าอยู่กับมาร์คแล้วรู้สึกดีขึ้น แต่หลายๆ เรื่องระหว่างผมกับมันก็ยังคงกวนใจผมอยู่ ผมผละออกมาหลังจากที่ร้องไห้จนพอใจแล้ว ไอ้เด็กตัวสูงนี่ก็ไม่ได้ทำอะไรมันมองมาที่ผม สายตาที่สั่นไหวกับปากที่กำลังเผยอออกทำให้ใจผมเต้นแรง

          มาร์คเป็นห่วงผมใช่ไหม…

          “ถ้าพี่ง่วงก็เข้าไปนอน ผมจะไปเรียน” คำพูดที่ออกจากปากมันหลังจากที่มันเบือนหน้าไปมองทางอื่นทำให้ผมยิ้มบางๆ ให้กับตัวเอง ถึงปากมันจะพูดแบบนั้นแต่สายตาของมาร์คมันชัดเจนมาก มันอาจจะชัดเจนแบบนี้ตั้งนานแล้วแต่ผมไม่เคยตั้งใจมองจริงๆ จังๆ สักที

          “อยู่เป็นเพื่อนกูหน่อย” ผมว่าแล้วจับข้อมือที่เล็กกว่าของตัวเองนิดเดียว กระตุกเบาๆ แล้วดึงเข้าหาตัวเอง มองคนตรงหน้าที่กัดริมฝีปากล่างตัวเองแล้วเอ่ยคำขอร้องเบาๆ “นะ…อยู่เป็นเพื่อนพี่ก่อนนะครับ”

          จบคำพูดของผมปากสวยที่เคยขบริมฝีปากตัวเองก็ฉกลงมาที่ปากผมอย่างที่ผมตั้งตัวไม่ทัน ผมลืมตาขึ้นมองคนตรงหน้าที่หน้าหล่อๆ ของมันอยู่ใกล้กับผมนิดเดียว ปากสวยนั่นดูดริมฝีปากผมก่อนจะยื่นลิ้นเข้ามาเกี่ยว ผมเปิดปากออกแล้วหลับตาลง…จูบตอบมัน รับความรู้สึกทุกอย่างที่มันส่งผ่านมาให้อย่างชัดเจน

          มาร์คมันผละออกจากปากผมแล้วจูบที่แก้มผมเบาๆ ความรู้สึกแปลกๆ กับอาการที่เขาเรียกว่าใจสั่นกำลังเกิดขึ้นกับผม ผมลืมตาขึ้นมองคนที่ตัวสูงเกือบจะเท่าผมตรงหน้า สายตาที่มันมองมาสะท้อนบอกผมทุกอย่าง

          “อยู่กับผม…อย่าคิดถึงเขานะ”

          ผมประกบปากลงกับปากมาร์คอีกครั้ง มันก็เปิดปากออกจูบตอบผม เราปรับองศาของใบหน้าให้จูบถนัดขึ้นแล้วค่อยๆ ป้อนรสจูบให้กันและกัน จะเรื่องอะไรตอนนี้ผมขอพักไว้ก่อน ผมขอสนใจคนตรงหน้าตอนนี้ก่อน คำพูดอ้อนวอนเมื่อกี้ยังติดอยู่ที่หูผม หัวใจผมยังเต้นแรงระรัว และปากของเราสองคนยังทำงานอย่างดีเหมือนเดิม

          ผมผละออกจากปากหวานของมาร์ค ก้มลงแล้วกดปากกับซอกคอสีสวย คนที่ยืนชิดกันอยู่ก็เอียงคอให้ผมจูบเป็นอย่างดี มือของมาร์คเลื่อนขึ้นมาลูบที่แผ่นหลังผม ผมกอดเอวสอบเข้าใกล้ตัวแล้วกดจูบซ้ำๆ ก่อนจะเอียงหน้าจูบที่สันกราม เหลือบตามองคนหน้าหล่อที่กำลังปรือตาและหอบหายใจแล้วก็ต้องกลืนน้ำลายลงคอ

          ทำไมมันเซ็กซี่อย่างนี้วะ

          ผมจูบปากมาร์คแล้วดันตัวมันไปที่โซฟา ขายาวของมาร์คก็ก้าวตามที่ผมบังคับ มันนั่งลงที่พนักพิงและผมก็ก้มลงจูบมันต่อ ปากมาร์คเป็นอะไรในร่างกายของมันที่ผมชอบมากถึงมากที่สุด

          “อืม…” เสียงครางที่ดังออกมาพร้อมกับแรงดันทำให้ผมยอมขยับหน้าออกมา มองสบตาคนตรงหน้าที่หน้ากำลังขึ้นสีแล้วกระตุกยิ้มมุมปากให้มัน นั่นยิ่งทำให้หน้าหล่อดุๆ ของมาร์คแดงขึ้นไปอีก

          “เขิน?” ผมเลิกคิ้วถามมันในสิ่งที่ผมรู้คำตอบอยู่แล้ว ผมถามทั้งๆ ที่รู้เพราะการแสดงออกของมาร์คตอนนี้มันทำให้ผมยิ้ม

          “เปล่า…” เสียงแหบตอบในลำคอพร้อมกับสายตาที่หลุบลงไปมองมือตัวเอง

          “หึ!” ผมหัวเราะในลำคอแล้วก้าวเข้าไปชิดตัวมัน จับคางแหลมให้เชิดขึ้นพร้อมๆ กับป้อนจูบให้มันอีก

          ผมต้อนมาร์คหนักขึ้นเรื่อยๆ จนมันต้องนอนราบลงกับโซฟา ข้อพับขายังติดอยู่ที่พนักพิงแต่ผมไม่สนใจ ก้าวเข้าไปแยกขายาวๆ นั่นออกแล้วแทรกตัวเข้าไปที่หว่างขามัน ก้มลงจูบซอกคอสีสวยพลางปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาวของมาร์คไปด้วย

          “อือ…” เสียงครางของคนใต้ร่างเป็นอีกอย่างหนึ่งที่กระตุ้นอารมณ์ผมตอนนี้ แถมเสียงแหบๆ ของมาร์คมันยังกระตุ้นผมได้ดีสุดๆ

          “อืม…” ผมไล่จูบตั้งแต่ซอกคอลงมาที่หน้าอกกว้างที่กำลังกระเพื่อมตามแรงหายใจหนักๆ ของเจ้าของมัน จูบลงที่เนินอกนั่นพร้อมกับวางมือลงที่หน้าอกอีกข้าง ผมเพิ่งรู้ชัดๆ ก็ตอนนี้แหละว่าแผ่นอกแข็งๆ ของผู้ชายก็ทำให้เกิดอารมณ์ได้เหมือนกัน

          “อ่า…อื้อ…” ผมดูดลงที่เม็ดสีสวยของมาร์คแล้วเขี่ยอีกข้างด้วยมือของผม เสียงครางอืออาเป็นสิ่งที่ผมชอบใจไม่น้อย ชอบ…พอๆ กับอาการบิดไปมาของมัน

          “อืม…ถอดเสื้อหน่อย” ผมจูบแรงๆ ที่กลางอกก่อนจะเลื่อนตัวลงมาเรื่อยๆ สาบเสื้อสีขาวแยกออกจากกันและผมรู้สึกว่ามันเกะกะจนต้องขอให้มาร์คถอดมันออก

          คนด้านล่างช้อนตามองผม ร่างที่บางกว่าผมเล็กน้อยลุกขึ้นนั่งแล้วค่อยๆ ถอดเสื้อสีขาวนั่นออก จังหวะที่มันถอดเสื้อออกสายตาของมันยังจ้องอยู่ที่ผม และนั่นทำให้ผมต้องแลบลิ้นเลียริมฝีปากที่แห้งผากของตัวเอง

          ใครบอกว่าผู้ชายยั่วไม่ได้ เดินมาตบหน้ากูตอนนี้เลยเถอะ

          “อื้อ~” ผมโถมตัวลงจูบมาร์คอีกครั้งและอีกครั้ง คนที่อายุน้อยกว่าก็นั่งหย่อนขาให้ผมจูบอย่างดี แต่ขามันกลับไปอยู่ดีๆ

          “มาร์ค” ผมว่าเสียงดุเมื่อรับรู้ถึงสัมผัสตรงกลางตัว หัวเข่าของมาร์คมันขยับอยู่ตรงเป้ากางเกงของผมพอดีและที่สำคัญ…ไอ้เด็กนี่มันจงใจ

          “หืม?” ยังมีหน้ามาเลิกคิ้วแล้วก็ส่งยิ้มกวนๆ มาให้อีก ผมปลดเข็มขัดก่อนจะถอดกางเกงออกแล้วขยับเข้าไปหาคนหน้าหล่อที่นั่งมองผมอยู่

          “อยากเล่นก็ขอดีๆ” ผมว่าแล้วกระตุกยิ้ม ตาเรียวหลุบลงมองผมแล้วแก้มมันก็ขึ้นสีระเรื่อ ผมขยับตัวเข้าไปชิดก่อนจะจับตัวเองขึ้นมา มาร์คช้อนตาขึ้นมองผมก่อนจะแลบลิ้นออกมาเลียริมฝีปากของมัน “ไม่เอาอย่าอ่อย” ผมว่าแล้วดันตัวเข้าหาคนเด็กกว่า มันแลบลิ้นออกมาชิมตัวผมและนั่นทำให้ขนตามตัวผมลุกชัน

          “อืม…” มาร์คขยับเข้ามาชิดแล้วก้มลงจัดการกับส่วนนั้นของผม ลิ้นที่ตวัดเลียอย่างรู้จุดทำให้ผมต้องซีดปากแล้วเงยหน้าขึ้นหอบหายใจ

          “อ่าห์…อืม…” เสียงครางที่ออกมาจากลำคออย่างไม่ตั้งใจทำให้อีกคนช้อนตาขึ้นมอง ผมที่มองอยู่ก่อนแล้วยิ่งมีอารมณ์เข้าไปใหญ่ ท่าที่มาร์คมันคลานอยู่บนโซฟา ปากไม่ห่างจากส่วนนั้นของผม กับสายตาอ้อนๆ ที่ผมไม่คิดว่าคนอย่างมันจะทำเป็น ทำเอาเลือดในตัวผมแล่นมารวมกันตรงใบหน้า

          “อื้อ…จุ๊บ! จ๊วบ!” เสียงดูดยังคงดังอยู่ต่อเนื่อง น้ำลายเฉอะแฉะหยดลงตามพรมข้างล่างแต่มันก็ไม่น่าสนใจเท่ากับคนตรงหน้า ผมถอดเสื้อที่เกะกะของตัวเองออกก่อนจะค่อยๆ ดึงตัวออกจากมาร์ค

               “เก่งจังนะเรื่องแบบนี้” ผมว่ามันที่กำลังนั่งเช็ดน้ำลายออกจากปากตัวเอง ตาเรียวมองมาที่ผมก่อนที่ปากมันจะกระตุกยิ้มและคิ้วสวยข้างเดียวเลิกขึ้นน้อยๆ

          “ให้สอนไหม?”

          “กูสิจะสอนมึง” ผมว่ากลับทันที เกลียดจังเลยสายตาที่มั่นใจของมันนั่นน่ะ อยากควักออกมาแล้วโยนทิ้งแม่ง จะบอกว่าตัวเองผ่านมาเยอะล่ะสิ ของแบบนี้เขาไม่วัดกันที่ปริมาณหรอกนะ เขาวัดที่คุณภาพ

          “จริงอ่ะ?” มาร์คมองผมกวนๆ แล้วกระตุกยิ้ม คนที่นั่งอยู่บนโซฟายืดตัวขึ้นแล้วจูบที่ซอกคอผม มือที่พาดอยู่เอวผมดึงผมเข้าหาอีกแล้วค่อยๆ ลูบขึ้นมาที่แผ่นหลัง

          “อ่า…มะ…มาร์ค” ผมต้องใช้เสียงสั่นๆ เรียกมันไว้เมื่อมันขยับปากลงไปที่หน้าอกของผม ก่อนจะแลบลิ้นแล้วเลียลงตรงนั้น                “อื้อ~” ผมสะดุ้งแล้วก็ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าแอ่นอกให้มันตั้งแต่เมื่อไหร่ มันรู้สึกแบบนี้นี่เองสินะ ตอนที่ผมเล่นกับมันมันก็คงรู้สึกดีแบบนี้สินะ

          “อืม…” มันครางแล้วไล่จูบลงมาเรื่อยๆ หยุดที่ตรงหน้าท้องผมแล้วไล่วนจูบซ้ำๆ ก่อนจะขยับลงมาที่กลางลำตัวผมอีก

          ผมมองคนที่คลานเข่าบนโซฟาเล่นกับกลางลำตัวผมอีกครั้ง ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เด้งตัวสวนเข้าปากมัน ทุกครั้งที่มันขยับตัวเข้าออกบั้นท้ายสวยของมันก็ขยับตามด้วย ผมมองตรงส่วนนั้น…ส่วนที่ผมเคยสัมผัสและเคยทำให้ผมรู้สึกดี ผมยื่นมือลูบลงไปตามแผ่นหลังมาร์ค คนข้างล่างสะดุ้งเล็กน้อยแต่ก็ยังทำให้ผมต่อ ผมลูบวนอยู่แผ่นหลังมันเรื่อยๆ จนหยุดอยู่ที่ขอบกางเกง สอดมือเข้าไปในนั้นแล้วลูบก้นแน่นๆ ของมันผ่านกางเกงชั้นใน

          “อื้อ! เล่นบ้าอะไรของพี่เนี่ย!” คนเด็กกว่าคายของผมออกจากปากแล้วทะลึ่งตัวขึ้น ทำให้เราหน้าของเราสองคนอยู่ใกล้กันและทำให้ผมได้โอบแผ่นหลังมันเข้ามาชิด ตาที่ฉายแววดุของมันไม่ได้ทำให้ผมกลัวสักเท่าไหร่แต่มันทำให้ผมชอบใจมากกว่า

          “กูไม่เล่น…” ผมว่าแล้วโน้มตัวลงกระซิบข้างหูมัน “กูเอาจริง”

          ผมจัดการถอดกางเกงของมาร์คออกพร้อมๆ กับชั้นในของมัน ส่วนกลางลำตัวที่ขายใหญ่ไม่ต่างจากผมกำลังทักทายมือผมอยู่ ผมลูบและกำมันเบาๆ นวดให้มันรู้สึกตาม และมาร์คมันก็ทำในสิ่งที่ผมต้องยิ้ม

          มันซบหน้าลงกับไหล่ผมและคราง

          “พะ…พี่วี อื้อ…” ชื่อของผมที่ออกจากปากมันทำให้ผมพอใจมาก…มากจนผลักตัวมันลงที่โซฟา มาร์คมองมาที่ผมที่กำลังจะขึ้นคร่อมมันแล้วกัดปาก

          “อย่ายั่ว” ผมว่าแล้วยื่นนิ้วไปเขี่ยปากมัน แต่ไอ้เด็กบ้านั่นกลับตวัดลิ้นมาเลียนิ้วผมแล้วดูดเล่น อืม…จะทำให้กูคลั่งตายจริงๆ ใช่ไหม

          “เจลอยู่ในห้อง” เสียงแหบเอ่ยบอกหลังจากยอมปล่อยนิ้วผมให้เป็นอิสระ

          “ไม่ใช่ได้ไหม?” จะว่าเห็นแก่ตัวก็ได้ ตอนนี้ผมน่ะอยากจะกินคนที่อยู่ตรงหน้าจะตายอยู่แล้ว

          “ผมก็เจ็บสิ” มันว่าแล้วหน้าหล่อก็เริ่มแสดงอาการไม่พอใจ

          “กูจะทำเบาๆ” ผมบอกแล้วมองตามัน ขอให้มันเชื่อใจและมาร์คก็พยักหน้าอนุญาตหลังจากที่มองตาผมอยู่สักพัก ผมก้มลงจูบคนที่นอนอยู่แล้วค่อยๆ ยื่นมือลงไปข้างล่าง กดนิ้วชี้ลงกับเนื้อนุ่มที่ผมเคยเข้าไปลิ้มลองมาแล้ว

          “อื้อ~” มาร์คส่งเสียงในลำคอแล้วสะดุ้งนิดหน่อย

          “อย่าเกร็ง เข้าไม่ได้” ผมเอ่ยบอกแล้วก้มลงจูบมัน เลื่อนมาจูบที่ซอกคอก่อนจะเล่นกับยอดอกทั้งสองข้าง

          “อ่ะ…พะ…พี่วี ผม…”

          “เจ็บเหรอ?” ผมผ่อนแรงที่ชักนิ้วเข้าออกแล้วเอ่ยถาม แต่คนข้างล่างกับหน้าแดงก่อนจะช้อนตามองผมแล้วพูดในลำคอเบาๆ

          “สะ…เสียว”

          “เด็กบ้า!” ผมว่าให้มันก่อนจะขยับนิ้วต่อ

          “อื้อ~” เพิ่มเป็นสองนิ้วและสามนิ้วติดๆ เมื่อรู้สึกถึงการขยายของรูเล็กๆ นั่น ผมก้มลงจูบคนที่กำลังครางอีกครั้ง แม้ว่าเสียงครางของมาร์คจะทำให้ผมรู้สึกดีแต่การจูบมันเป็นอะไรที่ทำให้ผมรู้สึกดีกว่า ผมถอดนิ้วออกเมื่อรู้สึกว่ามาร์คพร้อมสำหรับผมแล้ว แต่ปากเราสองคนยังไม่ห่างจากกัน ผมจูบมันอยู่อย่างนั้นก่อนจะค่อยๆ กดตัวลงช้าๆ

          “อื้อ~ อ้า…” แรงทุบที่แผ่นหลังกับปากของมาร์คที่ผละออกจากปากผมอย่างรวดเร็ว ตาเรียวตวัดขึ้นมามองก่อนที่จะส่งเสียงครางออกมายาวๆ เมื่อผมกดเข้าไปทีเดียวจนสุด

          “อืมมม” ผมครางยาวๆ เมื่อรับรู้ถึงแรงตอดรัดที่ทำเอาเนื้อผมเต้นตุบๆ อยู่ในโพรงนั่นไม่หยุด

          “อ่ะ…ไอ้…”

          “อืม…” ผมไม่สนเสียงด่าของมาร์ค เริ่มขยับตัวช้าๆ เมื่อรู้สึกว่าทนไม่ไหว ถ้าแช่ค้างไว้อย่างนั้นผมอาจจะแตกทั้งๆ ที่ยังไม่ทันได้ทำอะไรก็ได้

          “อ่า…พี่…อื้อ…”

          “อืม…มาร์ค…อือ…” ผมขยับและครางทุกครั้งที่รับรู้ถึงแรงตอดรัด สีหน้าบิดเบี้ยวและปากที่กัดกันอยู่ของมาร์คเพิ่มอารมณ์ผมให้มากขึ้นไปอีก

          “อื้อ…อ่ะอื้อ…พี่…” กระแทกลงไปแรงๆ เพื่อให้บางนั่นขยับครางเรียกชื่อผม

          “ซี๊ดดด มาร์ค…” ผมครางเรียกชื่อมันสลับกับสูดปากคลายความเสียว แรงจากก้นแน่นๆ ที่ขยับสวนเข้ามาทำเอาผมแทบจะคลั่งตายลงตรงนี้ ผมยกขามาร์คขึ้นมาพาดกับแขน เท้าแขนกับโซฟาแล้วกดตัวลงไปเร็วๆ จังหวะที่รุนแรงขึ้นพอๆ กับอารมณ์ของเราทั้งสองคนทำให้เสียงครางดังอืออาไม่หยุด เสียงกระทบกันของเนื้อมันน่าอายแต่กลับทำให้ผมมีอารมณ์มากขึ้น ผมยื่นมือไปจับส่วนแข็งขืนของมาร์คก่อนจะรูดรั้งให้คนที่อายุอ่อนกว่าตามแรงอารมณ์

          “อ้า…พี่วี…ผม…อืม…” มาร์คกระตุกก่อนจะปลดปล่อยออกมาแต่ผมยัง…ผมยังชอบช่วงเวลาที่ตัวของมันกลืนกินผมและชอบตอนที่ตัวผมเต้นตุบๆ อยู่ตัวมัน

          “อืม…” ผมแช่ตัวไว้ในตัวมาร์คในจังหวะที่คนข้างล่างกระตุกเกร็ง แรงบีบรัดมันมากขึ้นทำให้เสียงครางกระเส่าในลำคอของผมแทบจะกลายเป็นการคำราม

          “อา…พี่…” หลังจากที่มันปลดปล่อยตัวเองแล้วก้อนนุ่มนิ่มที่กลืนกินตัวผมอยู่ก็เริ่มขยับ

          “อือ…มาร์ค อืม…” บอกกูอีกรอบสิว่ากูนี่คนแรกของมึง ทำไมแม่งเชี่ยวขนาดนี้ ผมพับเก็บทุกคำถามที่มันดังอยู่ในหัวลง จับเอาเอวสอบนั่นกระแทกเข้ามาจนชิดก่อนจะรัวเอวตัวเองตามจังหวะที่ผมต้องการ

          “อ้า! พี่วี อา…อื้อ…” เสียงครางของมาร์คที่ดังขึ้นมันเป็นเหมือนเชื้อเพลิงที่เร่งให้ผมรัวเอวเร็วขึ้น จนถึงจุดหนึ่งที่ในหัวผมขาวโพลน ไม่รับรู้อะไรนอกจากแรงรัดของตัวมาร์คและแรงกระตุกเกร็งของตัวเอง

          “อ่ะ…อ่าห์…” ผมแช่ตัวเองไว้ในนั้นในตอนที่ปลดปล่อย มาร์คมันรีดเอาน้ำจากตัวผมจนแทบจะหมด ผมขยับตัวเข้าออกอีกนิดหน่อยแล้วถอนตัวออกมามองคนที่หอบหายใจอยู่ น้ำสีขาวขุ่นไหลทะลักออกมาตอนที่ผมถอดตัวออกมาจนหมด ไอ้สายตาไม่รักดีของผมก็จ้องมองก้นแน่นๆ ของมาร์คที่กำลังขมิบหลังจากที่ผ่านการร่วมรักแล้ว

          อึก…

          ผมกลืนน้ำลายลงคืออึกใหญ่ก่อนจะทำใจเบนสายตาไปทางอื่น แล้วไอ้สิ่งที่ผมมองนอกจากช่องทางสีสวยนั่นก็คือหน้าหล่อๆ ของไอ้มาร์ค เหงื่อที่ผุดขึ้นมาบนตัวมัน ปากบางที่หอบกระเส่าอย่างเซ็กซี่ กับแข้งขาที่แม่ง…ยังอ้าอยู่เหมือนเดิม

          “มาร์ค…” ผมเรียกมันด้วยเสียงสั่นๆ รู้ตัวว่าเสียงผมมันแหบกว่าเดิมแต่ผมก็ไม่ได้สนใจเท่ากับสายตาปรือปรอยที่มองมาที่ผม มาร์คหุบขาเข้าหากันก่อนจะพลิกตัวตะแคงเข้ากับโซฟา “ล้างตัว”

          “พี่แม่ง…” มันสบถเบาๆ ให้ผมได้ยิ้ม

          “แม่งอะไร พูดไม่เพราะว่ะ” ผมว่าก่อนจะก้มลงไปฉุดแขนมัน

          “ผมเจ็บไหมล่ะ!”

          “ก็ยั่วกูเองไหมล่ะ!”

          “ไม่ได้ยั่ว!” มันว่าในลำคอแล้วหลบตาผม

          “แล้วใครมันนอนกัดปากปรือตาให้กู” ผมก้มลงไปว่าข้างหูที่กำลังขึ้นสีแดงอ่อนๆ มาร์คเอียงหน้าหนีแล้วพูดออกมาเบาๆ

          “ไม่ได้ตั้งใจเถอะ…อารมณ์มันพาไป” ไอ้เด็กเวร! นี่ขนาดแค่อารมณ์พาไป ถ้ามันตั้งใจผมจะคลั่งตายขนาดไหนไม่อยากจะคิดเลย

          หลังจากอาบน้ำเสร็จผมกับมาร์คก็มานอนในห้องนอน มาร์คนอนคว่ำหน้าลงกับหมอนตะแคงหน้าหันมาทางผมที่นอนตะแคงข้างมองมันอยู่ ผมเท้ามือกับที่นอนก่อนจะวางหัวลงบนนั้น พาดแขนอีกข้างกับแผ่นหลังของมาร์ค มันช้อนตาขึ้นมองผมแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร

          “นี่แหละ มองกูแบบนี้แหละ” ผมว่าแล้วยื่นมือไปบีบจมูกมันเบาๆ

          “เจ็บ!” มันว่าแล้วสะบัดหน้าหนีจากมือผม

          “ทำจมูกมาเหรอ?”

          “ทำบ้าอะไรล่ะ ของแท้!” มันหันกลับมาอีกรอบ เสียงทุ้มตวาดสั้นๆ ให้ผมได้ยิ้มขำ

          “จับนิดจับหน่อยทำเป็นเจ็บ กูก็นึกว่าซิลิโคน” ผมว่า มันก็ส่งสายตาดุๆ มาให้

          “คงจะซิลิโคนทั้งตัวเลยมั้ง เจ็บทั้งตัวเลยเนี่ย” มันบ่นแล้วเบ้หน้า

          “งั้นกูพาไปเปลี่ยนเอาไหม? เริ่มจากตรงนี้ก่อนเลย” ผมว่าแล้วลูบที่ก้นแน่นๆ ของมัน แม้จะผ่านบ็อกเซอร์แต่คนอายุน้อยกว่าก็ถลึงตาใส่ผม

          “ทะลึ่ง!”

          “ฮ่ะๆ มึงน่ารักว่ะ” ผมหัวเราะก่อนจะพูดคำว่าน่ารักออกไป มาร์คเลยเงยหน้าขึ้นมองผม ตาคู่สวยนั่นสั่นไหวแปลกๆ จนผมเพิ่งรู้ตัว คำว่าน่ารักที่ผมพูดออกไป ผมไม่เคยพูดกับมัน

          “น่ารักบ้าอะไร” มันว่าแล้วก้มลงซ่อนหน้ากับหมอน นั่นทำให้ผมคลี่ยิ้มกับตัวเองก่อนจะขยับตัวเข้าหามันแล้ววาดแขนดึงอีกคนเข้ามากอด

          “ขอบคุณนะ” ผมกระซิบลงข้างหูแดงๆ อีกคนก็หันมามองจนหน้าเราชิดกัน “ขอบคุณที่ปลอบกู”

          “ไม่ได้อยากปลอบหรอก” มาร์คว่าชิดคางผม ผมก้มหน้าลงมองเพราะนอนสูงกว่ามันนิดหน่อยพอดีกับที่มันเงยหน้าขึ้นมา

          “แต่มึงก็ทำให้กูรู้สึกดีขึ้นไง ทั้งๆ ที่กูเจ็บมาจากเขา”

          “อยู่กับผมไม่คิดถึงเขาสิ” มาร์คว่าชิดริมฝีปากผมทันทีที่ผมพูดจบ ผมยิ้มบางๆ ก่อนจะก้มลงจูบปากบางนั่นแรงๆ แล้วผละออกมา

          “โอเคครับ ไม่คิดถึงใครนอกจากมาร์คเนอะ” ผมว่ายิ้มๆ หน้าหล่อนั่นขึ้นสีระเรื่อ ปากบางขบเข้าหากันพร้อมๆ กับตาเรียวรีที่เสออกจากหน้าผม

          “อือ” เสียงทุ้มที่ตอบในลำคอทำให้ผมหัวเราะร่า ยกมือขึ้นกดหัวของมาร์คซบลงกับซอกคอของตัวเอง จูบที่หัวสวยนั่นอีกครั้งก่อนจะนอลงข้างๆ มัน

          ผมจะลองไม่คิดถึงใครนอกจากมัน

#กลรักวีมาร์ค

อยู่ระหว่างการทำเล่มและตรวจคำผิด แป้งจึงจะทยอยลงตอนที่ตรวจคำผิดแล้วเรื่อยๆ นะคะ

 สามารถสั่งจองหนังสือได้ที่

เพจเฟซบุ๊ก : faddist

ทวีตเตอร์ : @pflhzt

Line ID : @hzn1709t

ความคิดเห็น