facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่4 หนูเฝ้ารอจนกว่าวันนั้นจะมาถึง (พาร์ทไทเกอร์) rewrite

ชื่อตอน : ตอนที่4 หนูเฝ้ารอจนกว่าวันนั้นจะมาถึง (พาร์ทไทเกอร์) rewrite

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 12.5k

ความคิดเห็น : 101

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.ย. 2563 09:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่4 หนูเฝ้ารอจนกว่าวันนั้นจะมาถึง (พาร์ทไทเกอร์) rewrite
แบบอักษร

 

#พาร์ทไทเกอร์ 

  

"เฮียอย่าทำอะไรผมเลย ผมขอร้อง.." 

ผมจ้องหน้าไอ้แก่เจ้าเล่ห์ที่คุกเข่าพนมมือไหว้ผมตัวสั่นงกๆ ด้วยแววตาดุดัน สภาพของมันดูไม่ค่อยดีนักเพราะถูกลูกน้องของผมลงไม้ลงมือนิดหน่อย โดยที่ผมยืนดูอย่างสะใจ 

"มึงก็หาเงินมาคืนกูสิวะ!! กูบอกมึงแล้วว่ามีปัญญายืมก็ต้องมีปัญญาคืน" 

ผมตะคอกเสียงใส่มันก่อนจะยกเท้าขึ้นถีบไปที่ไหล่คนที่นั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเต็มแรงจนมันหงายหลังล้มลงไปกับพื้น แต่มันยังมีหน้าลุกขึ้นมาเกาะขาพูดขอร้องผมต่อ 

"ผมยังไม่มีเลยเฮียเสือ ผมขอเวลาอีกสักหน่อยนะเฮียนะ" สีหน้าลนลานท่าทางตื่นกลัวของมันทำให้ผมกระตุกยิ้มออกมาอย่างชอบใจ ก่อนจะใช้ปลายเท้าเชยคางมันให้เงยหน้าขึ้นมาสบตากับผม 

"ถ้ามึงไม่เอาเงินที่กูให้ไปซื้อยาซื้อเหล้ามาแดกหมดกูก็อาจจะสงสารมึงอยู่บ้าง..." 

ผมพูดแล้วเว้นวรรคให้มันใจสั่นเล่นๆ 

"แต่เสียใจที่คนอย่างมึงทำให้กูรู้สึกสงสารไม่ลง!! " ผมพูดต่อจนทำให้คนที่กำลังมองหน้าผมตัวสั่นสะท้าน พอเห็นว่ามันดูกลัวหนักกว่าเดิมผมจึงยิ้มให้มันก่อนยกเท้าขึ้นมาจะถีบหน้าอกมันจนตัวมันกลิ้งไปกองบนพื้น 

ตุบ!!! 

"จัดการต่อให้กูด้วย" 

ไม่รอให้ผมพูดจบพวกลูกน้องที่แสนรู้ใจของผมก็พากันพังข้าวของในบ้านของไอ้แก่จนแทบไม่เหลือชิ้นดี หากกู้เงินผมไปลงทุนทำมาหากินผมอาจจะเห็นใจแล้วยืดเวลาส่งดอกให้ แต่มันกลับเอาไปซื้อเหล้ามาดื่มหรือไม่ก็หาซื้อยามาเสพ โดนแบบนี้ไปก็สมควรแล้ว 

ผมออกมายืนรอข้างนอกเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงผิวปากอย่างอารมณ์ดีฟังเสียงข้าวของถูกทำลายด้วยความสบายอกสบายใจ สักพักไอ้หนุนก็ยืดเส้นยืดสายเดินออกมาพร้อมกับลูกน้องของผมอีกสี่คน 

"เรียบร้อยแล้วเฮีย ได้ยืดเส้นยืดสายตอนเช้านี่มันดีจริงๆ " ลูกน้องคนสนิทหน้าตากวนตีนเดินมาพูดกับผมแล้วมองเข้าไปดูผลงานมันในบ้านไม้หลังเก่าโทรมด้วยความพอใจ 

"เออ เรียบร้อยก็กลับกันได้แล้ว!! " ผมพูดก่อนจะเอื้อมมือไปกอดคอไอ้หนุนแล้วออกแรงลากให้มันเดินตามผมมา ไอ้หนุนก็หันไปเรียกพวกที่เหลือ 

"เห้ย! พวกมึง กลับกันได้แล้วโว้ย" 

  

... 

กว่าผมจะกลับมาถึงบ้านก็เกือบสิบโมง ผมหิวข้าวมากเลยเร่งให้ไอ้หนุนไปทำกับข้าวให้กิน ส่วนตัวเองมานั่งกระดิกเท้าดูทีวีอยู่ในห้องนั่งเล่นรอ 

สำหรับผมแล้ววันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ช่างเป็นวันที่โชคร้าย เพราะว่ามันเป็นวันหยุดของไอ้นะโม ไอ้เด็กเวรที่จ้องจะงาบผมอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน อ่อยอย่างไรให้รู้ว่าแรดคือวิธีที่มันใช้กับผมตลอด 

ไม่รู้ว่ามันเป็นโรคอะไรรึเปล่าถึงเป็นเอามากขนาดนี้ จะพาไปหมอก็ไม่รู้จะบอกหมอว่ายังไง จะให้บอกว่า 'มันแรดเกินไป ช่วยรักษามันให้หน่อย' ก็ใช่เรื่อง 

"เฮียจ๋า~" 

นั่น!! นึกถึงผี ผีก็โผล่มาทันที 

"อะไรของมึง ไปไกลๆ ไป" 

ผมหันไปพูดกับไอ้นะโมที่กำลังแบกแมวอ้วนพาดบ่าเดินมาหาผมพร้อมกับโบกมือไล่ด้วยความรำคาญ ใช้คำว่า'แบก'นะ ไม่ใช่อุ้มเพราะแมวมันตัวโตมาก โปรดเข้าใจตรงกัน เกิดมาเป็นแมวไอ้เด็กแรดนี่น่าสงสารจริงๆ 

"เห็นหน้านะโมก็ไล่เลยนะเฮีย ใจร้ายกับเด็กจัง" 

ไอ้นะโมเดินอ้อมมานั่งข้างผมแล้วยกแมวที่มันแบกมาด้วยมาวางบนตักมันพร้อมกับใช้มือลูบเบาๆ เห็นแมวตัวนี้แล้วยังเจ็บใจเรื่องวันนั้นไม่หาย โดนไอ้นะโมจับกล่องดวงใจแบบเต็มไม้เต็มมือเลย 

บัดซบมาก! 

"มึงอย่ามาทำหน้าตาตอแหลแถวนี้" 

ผมด่ามันก่อนสายตาจะไล่มองชุดนอนเสื้อแขนยาวกางเกงขายาวลายการ์ตูนปัญญาอ่อนของไอ้นะโม นี่แหละตัวตนที่แท้จริงของมัน ชุดบ้าบอที่ใส่เข้ามาหาผมในห้องทำงานคืนวันก่อนคงเป็นแค่การแสดงฉากหนึ่งของแรดฝึกหัด 

"แหม~ รู้ทันหนูด้วย คิกๆ " มันหัวเราะคิกคักพร้อมกับทำเนียนเอียงใบหน้าจะมาซบไหล่ผมจนผมต้องดันหัวมันออก 

"กูเกลียดเสียงหัวเราะมึงฉิบหาย" ผมสบถใส่หน้าไอ้นะโม มันก็ยิ้มหวานตอบรับราวกับไม่รู้สึกสะทกสะท้านเลยสักนิด 

"ทำไมต้องเกลียดอ่า หนูน่ารักจะตาย" 

ร่างเล็กยื่นหน้ามายิ้มใกล้ๆ ผมจนผมต้องผงะขยับถอยใบหน้าออกห่างใช้มือยันหน้าผากมันไว้ เออ! ยอมรับว่ามันน่ารัก แต่ความน่ารักของมันถูกความแรดบดบังไว้หมด 

"ใครบอกมึง? " 

ผมแสร้งเลิกคิ้วถามมันเพื่อกลบเกลื่อนอาการแปลกๆ ข้างในเวลาเห็นมันยิ้ม ไอ้นะโมมันเป็นคนน่ารักมาตั้งแต่เด็กอยู่แล้ว ใครเห็นก็ต่างรักและให้ความเอ็นดู 

"ไม่มีใครบอกหรอกจ้ะ แต่หนูส่องกระจกทุกวันหนูรู้ตัวเองดี" 

เออ เอาเข้าไป หลงตัวเองก็เป็นไอ้เด็กนี่ ผมขมวดคิ้วมองไอ้นะโมที่ยิ้มหวานตอบเสียงใสก่อนจะวางมือแหมะบนต้นขาผม เนียนไอ้สัสเนียน การกระทำของมันก็ทำให้ผมต้องชักสีหน้าไม่พอใจใส่แล้วจับมือมันไปวางบนหลังแมวอ้วนบนตักมันเหมือนเดิม 

"มึงมานั่งคุยกับกูแบบนี้มึงล้างหน้าแปรงฟันมารึยัง? " ผมเปลี่ยนเรื่องถามไอ้นะโมพร้อมกับทำท่ารังเกียจจนไอ้นะโมก็ทำหน้ามุ่ยตอบผม 

"แปรงแล้วจ้ะเฮีย ไม่ต้องทำหน้ารังเกียจหนูแบบนั้นเลย!! " 

ไอ้นะโมพูดด้วยน้ำเสียงดัดจริตมีท่าทางแง่งอนก่อนจะยืดตัวขึ้นเอามือทั้งสองข้างของมันมาจับหน้าผมให้หันมาหา 

โถ~ ไอ้คุณหนู! มือของมันโคตรนุ่ม สงสัยผมคงเลี้ยงมันให้อยู่กินสบายเกินไป 

"นับวันมึงยิ่งแรดนะ กูจะทำยังไงกับมึงดีเนี่ย" 

ผมจับมือมันออกแล้วถอนหายใจพูดด้วยสีหน้าหนักใจ ไอ้นะโมก็บิดตัวยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ผมก็สงสัยว่ามันยิ้มอะไร พอก้มดูมือตัวเองก็รู้ทันที มันเขินที่ผมจับมือมัน ผมรีบปล่อยมือจากมือไอ้นะโมทันทีแล้วเก็บมือตัวเองซุกกระเป๋ากางเกงตัวเองไว้อย่างมิดชิด 

ผมจับมือแค่นี้ทำเป็นเขิน ทีนั่งส่ายสะโพกโยกบนตักของผมนี่เสือกหน้าด้านหน้าทน ไม่เห็นจะรู้จักอาย ผมล่ะงงใจกับมันจริงๆ 

"เฮีย... หนูรู้แล้วว่าเฮียไม่ชอบเด็กแบบนี้ หนูจะเลิกแรดเข้าพรรษาแล้วนะจ๊ะเฮีย" มันใช้นิ้วสะกิดข้างเอวผมพร้อมกับก้มหน้าพูดเสียงอุบอิบ 

อะไรคือเลิกแรดเข้าพรรษาของมัน? 

แบบนี้ก็ได้เหรอวะ? 

"พ่อง! ประสาทแดกอะไรมึงเนี่ย จะไปไหนก็ไปได้แล้วไป" ผมกระแทกเสียงใส่คนตัวเล็กด้วยความรำคาญอีกครั้งจนมันสะดุ้งตกใจ คุยกับมันทีไรแล้วผมรู้สึกปวดหัวทุกที 

"ฮื่อ! นะโมพูดจริงๆ นะจ๊ะเฮีย หนูจะ (พยายาม) ทำให้ได้" 

ไอ้นะโมพูดเสียงอ่อนแล้ววางมือบนหน้าตักผมอีกครั้งจนผมต้องกดสายตาจ้องเขม็งให้มันเอามือออกไป ผมไม่ชอบเวลาที่ไอ้นะโมสัมผัสร่างกายของผมเลยเพราะมันรู้สึกวูบไหวแปลกๆ ยังไงไม่รู้ 

"กูไม่เชื่อมึงหรอก! " 

เด็กที่แรดใส่ผมทุกวันอย่างมันต่อให้อมวัดมาพูดผมก็ไม่มีทางเชื่อ! ไอ้นะโมมันน่ากลัวจะตาย ถ้าไม่ติดว่ารักและเอ็นดูมันเหมือนคนในครอบครัวผมคงถีบมันออกจากบ้านไปนานแล้ว 

"เชื่อเถอะนะจ๊ะ นะโมจะเป็นคนเรียบร้อย พูดน้อยๆ ไม่ทำให้เฮียรำคาญเลย" 

ไอ้นะโมยืดตัวขึ้นแล้วพูดด้วยน้ำเสียงและใบหน้าที่จริงจังเหมือนซ้อมมาดี ผมว่าแบบนี้แม่งท่องสคริปต์มาแน่นอน คิดสภาพมันตอนเรียบร้อยไม่ออกเลยจริงๆ 

"แค่เห็นหน้ามึงกูก็รำคาญแล้ว" 

ผมต่อว่าไอ้นะโมจนมันหน้าเสียก่อนจะปรับสีหน้ายิ้มหวานออกมา ผมก็พูดไปงั้นแหละไม่ได้รำคาญมันมากอะไรขนาดนั้นหรอก ไอ้นะโมมันน่ารักจะตาย แต่ถ้าไม่แสดงออกแบบนี้มันจะยิ่งเต๊าะผมไม่เลิก มันยังเด็ก (ในสายตาของผม) อยู่ ผมไม่อยากให้มันทำนิสัยแบบนี้ 

"อย่ารำคาญสิจ๊ะเฮีย อีกหน่อยก็ได้นอนเตียงเดียวกันทุกคืน" ไอ้นะโมยิ้มหวานแล้วขยับมากอดเอวผมจนผมสะดุ้งโหยง ไอ้เมี๊ยวอ้วนที่นั่งบนตักมันก็ขยับลุกมานั่งอยู่บนตักผมบ้าง 

"ไอ้นะโมปล่อยกู! " 

ผมโวยวายจนลูกน้องหลายคนหันมามอง มือผมก็แกะแขนไอ้นะโมออกจากเอวตัวเองไปด้วย กลิ่นตัวมันแม่งโคตรหอมจนผมเผลอสูดดมเข้าปอดไปหลายที ก่อนจะเรียกสติตัวเองกลับมารีบดันตัวไอ้นะโมออก 

ไอ้ไทเกอร์!! 

สติโว้ย 

สติ!! 

"โอ๊ะ! เจ้าเมี๊ยว!! แกจะแรดไปนอนตักเฮียเสือของนะโมไม่ได้นะ นะโมหวง" ไอ้นะโมผละออกมาอุ้มยกแมวมันออกจากตักผมไปนั่งตักมันเหมือนเดิม แล้วทำท่ายกนิ้วชี้สั่งสอนแมวราวกับพูดกับคน 

"มันก็แรดเหมือนเจ้าของมันนั่นแหละ! " ผมพูดแซะไอ้นะโมแต่มันกลับหน้ามึนใส่ 

"หนูแรดกับเฮียแค่คนเดียวนะจ๊ะ เฮียก็รู้ คิกๆ " 

"มึงก็ลองไปแรดกับคนอื่นดูสิ กูจะได้จัดการทั้งคู่!!! " 

ไอ้นะโมยิ้มที่โดนผมพูดขู่ด้วยน้ำเสียงและแววตาที่จริงจัง ผมรู้มาตลอดว่าไอ้นะโมมันเป็นแบบนี้กับผมแค่คนเดียว เลี้ยงมันมาตั้งนานทำไมผมจะไม่รู้ แต่ถ้าเกิดวันไหนมันไปแรดกับคนอื่นนอกจากผมขึ้นมาผู้ชายคนนั้นคงถึงคราวซวยที่สุดในชีวิต เด็กในปกครองของผม ผมก็ย่อมหวงเป็นธรรมดา 

"เฮียหวงหนูเหรอจ๊ะ? หนูจะเขินแล้วนะ" 

ไอ้เด็กแรดยื่นหน้ามาถามผมก่อนจะบิดตัวไปมา หน้ามันแดงระเรื่อจนทำให้ผมเชื่อว่ามันเขินจริงๆ 

"กูว่าจบมอหกเรียนคณะมโนศาสตร์คงเหมาะกับมึงว่ะ มโนเก่งเหี้ยๆ " 

ผมพูดออกมาด้วยความหนักอกหนักใจกับความแรดที่รักษาไม่ได้ของไอ้นะโม ผมต้องทำยังไงมันถึงจะหาย หรือต้องถูกจับฟัดสั่งสอนให้หายแรด? 

(แค่คิดนะครับ ผมไม่ทำจริงหรอก) 

"แล้วคณะหาสามีศาสตร์มีไหมจ๊ะ? ถ้ามีหนูจะไปเรียนHow to ให้ได้เป็นเมียเฮียเสือ" 

รอยยิ้มและแววตาคลั่งรักของไอ้นะโมในตอนนี้ทำให้ผมรู้สึกขนลุกชั้นไปทั่วร่าง ผมไม่เข้าใจเลยว่าทำไมมันถึงโตมาคิดกับผมแบบนี้ทั้งที่ผมก็เลี้ยงมันแบบคนปกติทั่วไป 

งงมาก ว่ามันไปเอานิสัยแรดๆ แบบนี้มาจากไหนหรือว่าใครเป็นเสี้ยมสอน 

"ไหนมึงบอกว่ามึงจะเลิกแรดเข้าพรรษา" ผมพูดย้อนในสิ่งที่ไอ้นัโมพูดไว้ก่อนหน้านี้ด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง ไอ้นะโมก็ทำหน้าตาตกใจเหมือนคิดอะไรขึ้นได้ 

"อุ๊ย! นะโมลืมไปจ้ะเฮีย ไม่แรดๆ เราต้องไม่แรด..." ร่างเล็กยิ้มอ่อนให้ผมแล้วก้มหน้าพูดพึมพำคนเดียวเหมือนคนบ้า ท่องคาถา 'ไม่แรด' ซ้ำๆ อยู่อย่างนั้น 

ผมถอนหายใจออกมาพรืดใหญ่ด้วยความหนักใจมากก่อนจะลุกเดินมานั่งรอไอ้หนุนทำกับข้าวที่โต๊ะกินข้าวแทน แต่ไม่นานก็ต้องฟุบหน้าลงกับโต๊ะด้วยความอ่อนแรงเมื่อ ไอ้นะโมแบกแมวตามมานั่งข้างผมพร้อมกับยิ้มหวานให้ 

ห่าเอ้ย! 

ทำไมชีวิตผมต้องมาเจอเด็กเวรแบบนี้ด้วยวะ!! 

  

... 

สามวันมานี้ผมสังเกตกิริยาท่าทางของไอ้นะโม มันดูเปลี่ยนไปจริงๆ มันดูพูดน้อย ไม่มาพูดเต๊าะให้ผมรู้สึกรำคาญ เจอหน้าผมมันก็แค่ยิ้มให้ เรียบร้อยไปอีก เรียบร้อยราวกับผ้าพับไว้จนผมแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง 

"เฮียว่ามันจะเลิกแรดจริงปะวะ? " 

ตอนนี้ผมกับไอ้หนุนกำลังเล่นหมากรุกกันอยู่ที่สวนหน้าบ้าน ไอ้หนุนมันก็ถามผมขึ้นก่อนจะพยักพเยิดหน้าไปทางไอ้นะโมที่นั่งชิงช้าในสวน มือมันลูบตัวไอ้เมี๊ยวอ้วนที่นอนบนตักมันอยู่พลางโยกตัวฮัมเพลงและยิ้มไปด้วยเหมือนคนบ้า 

แต่เป็นคนบ้าที่ทำให้ผมเผลอยิ้มตาม... 

"กูไม่อยากจะเชื่อ แต่กูว่ามันก็ดีขึ้นมั้ง" ผมมองตามไอ้หนุนแล้วตอบมันตามความคิดของตัวเอง 

"มันน่ารักเนอะเฮีย" ไอ้หนุนพูดพร้อมกับออกมาจนผมหันมามองหน้ามัน ไม่รู้ว่าทำไมตัวเองต้องรู้สึกว่าคิ้วกระตุกเหมือนไม่พอใจนิดๆ ด้วย 

นิดเดียวจริงๆ นะ 

"น่ารักตรงไหนวะ! ไม่ต้องไปสนใจมัน เล่นต่อๆ " ผมโบกมือไล่ให้ไอ้หนุนเลิกมองไอ้นะโมแล้วหันมาสนใจกระดานหมากรุกตรงหน้าแทน 

"แหมเฮีย~ บอกผมไม่ให้มองแต่เฮียกลับมองมันเองเนี่ยนะ คิดอะไรกับเด็กมันรึเปล่าครับเนี่ย" 

"ไอ้สัสหนุน!! " 

ผมหันมาด่าลูกน้องคนสนิทด้วยความหงุดหงิดที่โดนมันแซว ผมไม่ได้มองไอ้เด็กแรดนั่นสักหน่อย แค่เหลือบไปเห็น ย้ำ! สายตามันแค่เหลือบไปเห็นจริงๆ 

ไอ้หนุนแม่งก็หัวเราะใหญ่ก่อนจะส่ายหัวแล้วเล่นกับผมต่อจนเริ่มเย็นมันก็ไปทำกับข้าว จ้างไอ้หนุนคนเดียวแม่งโคตรคุ้ม เป็นได้ทุกอย่างแล้วแต่ที่เจ้านายสะดวก 

พอไอ้หนุนลุกไปผมก็หยิบโทรศัพท์มาเล่นแก้เซ็ง เปิดทีแชทเด้งเป็นร้อย เข้าใจว่าผมเป็นหนุ่มหล่อที่ค่อนข้างฮอตมาก (?) แต่ไม่ต้องทักมากันเยอะขนาดนี้ก็ได้ ตอบไม่ทัน เอาไว้พอใจใครจะเข้าไปเต๊าะเอง 

"เฮียจ๋า คุยกับใครอยู่เหรอจ๊ะ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เชียว" 

ไอ้นะโมเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าผมส่วนแมวมันไปไหนไม่รู้แล้ว ก่อนที่มันจะยิ้มให้ผมแต่เป็นรอยยิ้มที่ดูฝืนยิ้มพร้อมกับกัดฟันถามเหมือนเวลาเมียจับผิดผัวที่คุยกับกิ๊ก มันชะเง้อหน้ามาดูแต่ผมเบี่ยงหนีไม่ให้มันเห็น 

"เสือก! " 

พอโดนผมตะคอกใส่มันก็ทำหน้ามุ่ยก่อนจะเดินมานั่งลงข้างผม มันหยิบโทรศัพท์มันมากดเล่นบ้างจนใบหน้าที่บึ้งตึงใส่ผมกลายเป็นใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มมีความสุข มันคุยกับใครวะ? 

"มึงคุยกับใคร? " 

ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้ผมถามไอ้นะโมออกไป แต่มันทนเก็บความสงสัยไว้ไม่ได้ เห็นคุยยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เชียว ผมเป็นผู้ปกครองของมันเพราะฉะนั้นผมมีสิทธิ์ ถูกไหม? 

"เพื่อนจ้ะ" 

มันตอบโดยไม่เงยหน้าขึ้นมาสบตาผม ไม่มีมารยาทเอามากๆ เวลาพูดโดยไม่สบตาผู้ฟัง!! 

"เพื่อนจริงรึเปล่า? " ผมตะคอกถามไอ้นะโมด้วยความไม่พอใจแบบไม่มีเหตุผล ก่อนที่มันจะเงยหน้ามาพูดกับผมยิ้มๆ 

"แค่เพื่อนจริงๆ จ้ะ ส่วนแฟนของหนูก็นั่งข้างหนูอยู่นี่ไงจ๊ะ" 

จากที่นั่งทำหน้าดุดันอยู่ทำเอาผมแทบหงายหลังตกเก้าอี้กับคำพูดของไอ้นะโม ข้างมันก็มีผมนั่งคนเดียวนี่แหละ แต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้หงายหลังไอ้นะโมก็ลุกมานั่งคร่อมตัวผมไว้ทันที 

แม่งจู่โจมเร็วมาก! 

"เด็กเวร! เด็กนรก!! ไหนมึงบอกกับกูว่าจะเลิกแรดไง ทำไมมึงตอแหลแบบนี้วะ? " 

ผมโวยวายเสียงดังใส่ไอ้นะโมทันทีเมื่อมันใช้แขนคล้องคอผมไว้แล้วขยับเบียดตัวมันเข้ามาหาร่างของผม ตัวมันก็แม่งโคตรหอมจนผมแทบอยากขย้ำให้แหลก แต่ติดที่ว่ามันเป็นเด็กในความดูแลของผมนี่แหละ เลี้ยงมันมาตั้งแต่เล็กๆ จะให้ทำแบบนั้นมันคงไม่ดี 

ผมไม่อยากได้ชื่อว่าทำตัวเป็นสมภารกินไก่วัดหรอกนะ! 

"โถ่~ เฮียจ๋า นะโมแรดนะจ๊ะไม่ได้เป็นไข้ อะไรมันจะไปหายเร็วขนาดนั้น" 

มันทำหน้างอนดูสะดีดสะดิ้งแบบที่ผู้ชายเขาไม่ทำกัน จากนั้นก็เบียดแซะตัวนุ่มนิ่มไปมากับอกผมจนผมเริ่มหงุดหงิดที่โดนมันทำแบบนี้ มันอึดอัด! 

"บาป! โกหกผู้ใหญ่มึงโคตรบาปไอ้เด็กเวร!! " ผมด่ามันจนไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาด่ามันแล้ว เลิกแรดเข้าพรรษา ถุย! เลิกได้แค่สามวันก็อาการกำเริบ 

"แต่เรื่องอยากเป็นเมียเฮียนะโมไม่เคยโกหกนะจ๊ะ นะโมอยากเป็นจริงๆ หนูยังเฝ้ารอจนกว่าวันนั้นจะมาถึง" ไอ้นะโมพูดพร้อมกับคลี่ยิ้มกว้างขยิบตาใส่ผมจนผมอยากจะฟาดก้นมันให้ช้ำ สั่งสอนอะไรไปมันไม่เคยจะจำ 

"ทำอะไรอายสายตาคนอื่นบ้าง ลงไปได้แล้ว! " ผมไล่ไอ้นะโมพร้อมกับแงะตัวมันออก มันก็ส่ายหน้าแล้วยิ้มหวานกวนส้นตีนผม 

"ไม่เอา หนูไม่ลงจ้ะ" 

"โหเฮีย~ จะเอากันตั้งแต่หัวค่ำเลยเหรอวะ? " ผมหันไปตามเสียงก็เห็นไอ้คิระเดินเข้ามาหาผม ไอ้คิระนี่แค่เด็กที่บ้านอยู่ซอยเดียวกันแล้วคุยกันถูกคอเลยสนิทกัน 

ผมรีบดันตัวไอ้นะโมออกไปทันที มันก็ยอมลุกไปสวัสดีไอ้คิระแล้วโน้มคอไอ้คิระไปกระซิบห่าเหวอะไรไม่รู้ 

"มันขนาดนั้นเลยเหรอวะ? " ไอ้คิระถามไอ้นะโมอย่างไม่เชื่อหูตัวเองก่อนจะหันมามองหน้าผม 

"คิกๆ ๆ จริงจ้ะพี่ หนูไปเตรียมตัวรอก่อนนะ" 

มันพยักหน้าหัวเราะคิกคักก่อนจะเดินออกไป ยังไม่วายมีหน้าหันมาจูบส่งให้ผมอีก เห็นแล้วอยากกระโดดถีบให้สร่างจากความแรด! 

"มึงมาทำเชี่ยไรวะ? " ผมถามไอ้คิระเด็กที่สนิท (กันตอนไหนไม่รู้) ตอนที่มันเดินมานั่งกับผม 

"ชวนเฮียกินเหล้าไง จัดมาสักหน่อยดิเฮีย" 

มันยิ้มกวนตีนตอบผม บ๊ะ! ไอ้เด็กห่านี่! เห็นบ้านผมเป็นร้านเหล้าสาธารณะรึไง แต่จัดสักกรึ๊บก็ดี ไม่ได้ดื่มเหล้ามาหลายเพลาแล้ว 

"หายหน้าหายตาไปเลยนะมึง" 

"ผมก็อยู่บ้านแหละเฮีย คิดถึงผมไม่มีเพื่อนกินเหล้าด้วยอะดี๊" มันเลิกคิ้วถามผม แม่งยิ้มโคตรกวนตีน 

"เออ! กูเปรี้ยวปากเปรี้ยวคอมาหลายวันละ จัดไป! " 

ผมพูดกับไอ้คิระเสร็จก็เรียกลูกน้องที่อยู่ใกล้ๆ ไปจัดชุดเหล้าราคาแพงที่ผมชอบดื่มมาให้ ผมมีเหล้าเก็บโคตรเยอะเพราะมีแต่คนชอบซื้อมาฝาก (คือเห็นผมติดเหล้าขนาดนั้นเลย?) ซื้อมาจากต่างประเทศบ้างไรบ้าง แต่ผมไม่ค่อยสนยี่ห้อหรอก แพงไม่แพงถ้าถูกปากผมกินหมด 

หลังจากที่เด็กยกเหล้ามาผมกับไอ้คิระก็นั่งดื่มกันไป คุยเรื่องที่หาสาระไม่เจอ พอไอ้หนุนยกกับข้าวมาอีกก็ชวนไอ้หนุนนั่งร่วมวงด้วยกันยาวไปจนถึงตอนกลางคืน หัวก็เริ่มโงนเงนๆ กันแล้ว 

"เออ เมื่อตอนเย็นไอ้นะโมมันกระซิบห่าอะไรมึงวะ? " ผมถามไอ้คิระที่เริ่มหน้าแดงกรึ่มๆ กำลังจะตักต้มยำเข้าปาก ตอนแรกก็ว่าจะถามแต่ผมลืม กำลังมานึกได้ตอนนี้ 

"มันบอกว่าคืนนี้เฮียขอจัดมันสามดอก จริงเหรอวะเฮีย? " 

พรวด!!! 

คำตอบของไอ้คิระทำเอาเหล้าที่ผมพึ่งกระดกเข้าไปพุ่งพรวดออกมาจากปากทันที สามดอกพ่อง! 

"แค่กๆ ไอ้เด็กเวร! กูอยากจะตบปากมันจริงๆ " ผมกัดฟันพูดเสียงต่ำ แรดไม่เกรงใจใครเลยไอ้เด็กคนนี้ 

"เด็กมันอยากโดนก็จัดให้มันไปสักดอกสองดอกจะเป็นไรเฮีย ถือว่าสงสารเด็กตาดำๆ ฮ่าๆ ๆ " 

ไอ้คิระพูดกวนตีนออกมาแล้วหัวหัวเราะสะใจใหญ่ไอ้หนุนก็หัวเราะตามเยาะเย้ยผมไปอีก ถ้าหัวผมมีหงอก คงโดนไอ้นะโมจับถอนจนหัวล้านไปหมดแล้วมั้ง 

"จัดห่าไรล่ะ! เวรเอ้ย!! " 

ผมสบถออกมาก่อนจะเทเหล้ากระดกลงคอเข้าไปอีกรัวๆ จากนั้นก็ชวนพวกมันเปลี่ยนเรื่องคุย แล้วกินกันต่อจนเริ่มพากันแดกไม่ไหวเลยหยุดแยกย้ายสลายตัว ผมเดินขึ้นมาที่ห้องตัวเองด้วยสภาพมึนๆ แต่ไม่ได้เมาอะไรมากเพราะผมเป็นคนคอแข็ง หนักสุดก็แค่มึน 

พอเปิดประตูเข้ามาก็ต้องชะงักเมื่อเห็นไอ้นะโมนอนอ่านหนังสือการ์ตูนอยู่บนเตียงตัวเอง นับวันมันยิ่งชักเหิมเกริมจริงๆ ไอ้เด็กเวรนี่ เข้าออกห้องนอนผมเป็นว่าเล่น มันทำให้ผมรู้สึกไม่มีความปลอดภัยเลยสักนิด 

"กลับห้องตัวเองไป! กูจะนอน" 

ผมเดินมาดึงแขนไอ้นะโมให้ลุกขึ้นแต่มันกลับรั้งคอผมลง จนตัวเองที่เริ่มยืนยังเซล้มลงไปคร่อมทับร่างมัน ดีที่ผมใช้มือยันกับเตียงไว้ได้ทัน 

"เฮียก็นอนสิจ๊ะ" 

มันพูดเสียงหวานพร้อมกับรั้งคอผมลงมาใกล้ และสิ่งที่ทำให้ผมโมโหคือมันใส่เสื้อคอยานตัวเดิมที่กว้างจนแทบจะเห็นนมมัน ทั้งที่ผมสั่งห้ามไปแล้ว แดกเหล้ามามันยิ่งทำให้หงุดหงิดง่าย 

"มึงจะยั่วกูไปถึงไหนวะ? ปล่อย!! " 

ผมเบนสายตาหนีแผ่นอกขาวเนียนของไอ้นะโมแล้วตะคอกใส่อย่างไม่สบอารมณ์ กลิ่นตัวหอมๆ จากร่างกายมันกำลังทำให้ผมรู้สึกหวั่นไหว ต้องเป็นเพราะผมเมา ต้องใช่แน่ๆ คงเป็นเพราะวันนี้แดกเหล้าเยอะเกินไป 

"ก็จนกว่าเฮียจะเอาไงจ๊ะ" 

มันยิ้มหวานขยิบตาพูดพร้อมกับแอ่นอกขึ้นมาจนแทบจะกระแทกหน้าผม สิ่งที่ไอ้นะโมทำ ทำให้ผมกัดฟันกรอด ผมบอกมันไปแล้วว่าผมเป็นผู้ชายมีอารมณ์ได้ตามปกติทั่วไป ถ้าเกิดผมทำอะไรมันขึ้นมาจริงๆ จะทำยังไง 

นี่ถ้ามันไม่ใช่เด็กในปกครองที่ผมเห็นมาแต่เล็กๆ ไม่มีทางที่จะได้ลอยหน้าลอยอยู่แบบนี้หรอกเพราะผมคงจับฟัดให้จมเตียงไปนานแล้ว 

ทุกวันนี้ผมก็กัดฟันอดทนจะบ้าตายอยู่แล้ว ผมไม่อยากทำมันเพราะมันยังเด็ก (ในความคิดผม) แถมยังอยู่บ้านเดียวกันอีกเกิดมองหน้ากันไม่ติดจะทำยังไง แต่เด็กมันก็ยั่วผมอยู่ได้! 

"อยากโดนกูเอามากรึไงห๊ะ! " ผมกระแทกเสียงถามมันตามแรงอารมณ์คุกรุ่นที่พุ่งสูงขึ้น 

"หนูอยากเป็นเมียเฮีย อ๊ะ อื้อออ!!! " 

ความโกรธที่มันไม่ยอมเชื่อฟังทำให้ผมก้มลงไปกระแทกปากจูบไอ้นะโมอย่างรุนแรง เพื่อสั่งสอนให้มันหลาบจำว่าอย่ามายั่วผมแบบนี้อีก 

ผมประกบจูบบดขยี้ริมฝีปากอ่อนนุ่มพร้อมกับสอดลิ้นเข้าไปกระหวัดเกี่ยวลิ้นเล็กดูดดุนแรงๆ เพื่อสั่งสอน แต่จูบไปได้สักพักกลับทำให้เริ่มผมติดใจใช้ลิ้นกวาดต้อนดูดชิมความหวานไปทั่วโพรงปากเล็กอย่างดูดดื่มจนได้ยินเสียงหยาบโลน 

ไม่คิดว่าปากของมันจะหวานขนาดนี้... 

"อึ่ก! แฮกๆ เฮีย..." 

ผมผละหน้าออกมาเมื่อเห็นว่ามันครางประท้วงในลำคอเมื่อหายใจตามไม่ทัน ผมคิดว่ามันจะกลัวแต่แม่งเสือกปรือตาเรียกผมด้วยน้ำเสียยั่วยวนอีกไง ความหวานจากโพรงปากเล็กทำให้ผมใช้ลิ้นเกี่ยวกระหวัดกับลิ้นอ่อนนุ่มพลางดูดชิมไปทั่วอย่างชอบใจ อาการตอบกลับแบบเงอะงะไม่ประสีประสาของมันทำให้ผมแทบคลั่ง 

ผมก้มลงมาไซร้ไปทั่วซอกคอขาวเนียนของไอ้นะโมตามอารมณ์ที่เพิ่มมากขึ้น กลิ่นหอมแป้งเด็กอ่อนๆ ทำให้ผมซุกไซร้ใช้จมูกสูดดมอย่างย่ามใจ ทำไมกลิ่นเด็กแรดอย่างมันหอมขนาดนี้ หอมจนทำให้ผมอยากขย้ำให้แหลก! 

"อื้อ! เฮียจ๋า..." 

ไอ้นะโมร้องเสียงสั่นเมื่อผมสอดมือเข้าไปในกางเกงขาสั้นแล้วบีบเค้นก้นมันแรงๆ ก้นมันทั้งใหญ่ทั้งนุ่มเต็มไม้เต็มมือผมดีนัก ยิ่งบีบยิ่งมันส์มือ 

"เฮียทำเบาๆ หนูเจ็บ" 

ไม่รู้ว่าแรงอารมณ์ผมพุ่งสูงขนาดไหนแต่ผมกดจมูกสูดดมไปทั่วซอกคอไอ้นะโมสลับกับดูดเม้มเบาๆ ไปด้วย มือก็บีบเค้นก้นทั้งสองข้างของไอ้นะโมแรงขึ้นจนเนื้อแทบปลิ้นทำให้มันร้องเสียงสั่นออกมา 

นั่นผมจึงทำให้ผมเริ่มรู้สึกตัวได้สติกลับคืนมา 

ผมผละตัวออกมาจากไอ้นะโมทันทีจนมันตกใจมองหน้าผมด้วยแววตาสั่นไหว ผมสลัดหัวไล่ความมึนก่อนจะตั้งสติตัวเอง นี่มึงกำลังจะทำอะไรเหี้ยลงไปวะไอ้ไทเกอร์เอ้ย!! 

"ออกไป! " ผมตะคอกเสียงใส่ไอ้นะโมจนมันสะดุ้ง มันมองผมด้วยแววตาสั่นก่อนจะเอื้อมมือมาจับมือผม 

"เฮีย... นะโมขอโทษ" 

"กูบอกให้ออกไปก็ออกไปสิวะ!! "ทผมสะบัดมือไอ้นะโมออกอย่างแรงด้วยความโกรธและความสับสนกับสิ่งที่ตัวเองทำลงไป 

และสิ่งสุดท้ายที่ผมเห็นก็คือไอ้นะโมสะอื้นร้องไห้ออกมาก่อนจะลุกจากเตียงเดินกลับห้องมันไป หลังจากที่ไอ้นะโมออกไปแล้วผมก็ทิ้งตัวนอนหงายยกมือมานวดขมับตัวเองอย่างคิดหนัก ทำบ้าอะไรลงไป แม่งผมทำบ้าอะไรลงไปวะ! 

"สัสเอ๊ย!!! " 

ผมกำมือทุบที่นอนด้วยความอึดอัดใจ แล้วพรุ่งนี้ผมกับมันจะมองหน้ากันยังไง จะโทษไอ้นะโมก็ไม่ได้เพราะผมผิดเองที่ไปจูบมันแบบนั้น แถมยังเกือบเลยเถิดไปอีก 

กูเครียดโว้ย! 

  

  

++++++++++++++++++++++ 

ตอนนี้สรุปได้ว่าน้องแรดน้อยกับอิเฮียต่างหลงตัวเองด้วยกันทั้งคู่^^'  

 

 

ความคิดเห็น