นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายหื่นฮา เป็นแนวใหม่ที่ไม่เคยเขียนเหมือนกัน หวังว่าคนอ่านคงจะชอบนะคะ อัพไม่เป็นเวลาค่ะ สุดแต่ว่าจะว่างตอนไหนและปั่นทันรึเปล่า แรกๆ คงอัพได้ทุกวัน แต่หลังจากหมดสต็อกแล้วอาจต้องรอกันบ้างนะคะ อย่าด่ากันล่ะถ้าอัพช้าหรือหยุดอัพไปบ้าง ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่า ^ ^

ทลายกรอบ (ต้น) อดีตของบัว

ชื่อตอน : ทลายกรอบ (ต้น) อดีตของบัว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 93.9k

ความคิดเห็น : 15

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ก.ค. 2560 00:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ทลายกรอบ (ต้น) อดีตของบัว
แบบอักษร

8.ทลายกรอบ

หญิงสาวอาบน้ำอย่างรวดเร็ว ไม่ถึงสิบนาทีก็เดินออกมาจากห้องนอนด้วยใบหน้าที่สดชื่นขึ้น บนลำคอมีผ้าขนหนูผืนยาวพาดเอาไว้ มือทั้งสองใช้ปลายผ้าขนหนูนั้นขยี้ผมสั้นให้แห้ง

กลิ่นบะหมี่สำเร็จรูปลอยฟุ้งในอากาศทำให้หญิงสาวอดยิ้มออกมาไม่ได้ โธ่...อาสาทำอาหาร นึกว่าจะทำอะไร ที่แท้ก็บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

สัตตบงกชย่างเท้าเข้าไปในครัวเล็กแล้วถามกวนๆ "อยากให้ช่วยอะไรไหม" แค่ต้มบะหมี่จะต้องการให้ช่วยอะไร ช่วยตัดซองเครื่องปรุงหรือ

บุญฤทธิ์เห็นคนที่ใบหน้าผ่องใสขึ้นแล้วก็ยิ้ม "ช่วยเทบะหมี่พวกนี้ใส่กระชอนที"

"หือ" ทั้งเสียงทั้งใบหน้าหญิงสาวออกจะสงสัย ทำไมต้องเทบะหมี่ใส่กระชอน "ทำแบบนั้นน้ำก็รั่วออกหมดสิ" เมื่อสงสัยเธอก็ถาม

"พี่ไม่ต้องการน้ำบะหมี่ พี่จะเอาบะหมี่มาทำคาโบนาร่า"

แม้สัตตบงกชจะไม่สันทัดเรื่องอาหารฝรั่งนัก แต่เธอก็เคยกินคาโบนาร่ามาครั้งสองครั้ง "เอ๊ะ คาโบนาร่ามันต้องใช้เส้นสปาเกตตีไม่ใช่เหรอ"

"ที่นี่ไม่มีเส้นสปาเกตตี วันหลังบัวซื้อเอาไว้ก็ดีนะ"

สัตตบงกชรับคำในลำคอก่อนปิดแก๊สแล้วเทบะหมี่ลงกระชอนที่บุญฤทธิ์ซึ่งกำลังผัดผักและแฮมเตรียมเอาไว้ให้

"อื้อ" พอเทบะหมี่ลงในกระชอน กลิ่นหืนของบะหมี่สำเร็จรูปที่เก็บมานานก็โชยขึ้นจนสัตตบงกชทำหน้าเบ้แล้วหันไปบอกบุรุษที่ยืนอยู่ถัดจากเธอไปเพียงหนึ่งก้าว "บะหมี่มันเก่าแล้วพี่ กลิ่นหืนออกเลย"

คนที่กำลังผัดของหน้ากระทะจนเริ่มมีเหงื่อซึมเหลียวกลับมามองคนที่ยืนอยู่หน้าซิงค์ล้างจาน "พี่ได้กลิ่นแล้ว"

"เอาไงดี ทำอย่างอื่นไหม"

"ไม่ต้อง พี่ว่าบัวใช้น้ำล้างหลายๆ รอบก็น่าจะใช้ได้"

"จะดีเหรอ ถ้ากลิ่นไม่หายมันต้องไม่อร่อยแน่"

"ไม่ต้องห่วง" บุญฤทธิ์ยิ้มก่อนรับรอง "เดี๋ยวเอาลงไปคลุกคาโบนาร่าก็จะถูกกลิ่นหอมกลบเอง"

"แน่ใจเหรอ" สีหน้าสัตตบงกชไม่ค่อยเชื่อถือ

"ไม่แน่ใจ"

"อ้าว"

หญิงสาวเริ่มหัวเราะทำให้ชายหนุ่มหัวเราะตามก่อนส่ายหน้า "เอาน่า อย่างมากก็ไม่อร่อย หรือว่าอาจจะท้องเสียอีกอย่าง"

"เป็นไงเป็นกัน" สัตตบงกชนำบะหมี่ไปล้าง ล้างหลายครั้งแล้วก็ดมไปด้วย พบว่ากลิ่นหืนก็จางไปเล็กน้อย จากนั้นจึงลองชิมเส้นดูแล้วร้อง "อี๋ กลิ่นมันยังติดเส้นอยู่เลย"

"จริงเหรอ" บุญฤทธิ์เบาไฟก่อนหันมาด้วยสีหน้ากังวลเล็กน้อย "ไหนบัวหยิบเส้นมาให้พี่ชิมซิ"

สัตตบงกชจับเส้นมาม้วนเป็นคำแล้วป้อนให้ถึงปากบุญฤทธิ์

"อือ มีกลิ่นจริงๆ ด้วย ทนๆ หน่อยก็แล้วกัน" เพราะไหนๆ ก็ทำมาจนจะเสร็จแล้ว ให้เลิกไปตอนนี้มันก็เสียดายของ บุญฤทธิ์จึงทู่ซี้ทำต่อ ด้วยหวังว่าคาโบนาร่าหอมกรุ่นจะกลบกลิ่นหืนของเส้นได้ หรือถ้าไม่ได้ กินแค่เครื่องคาโบนาร่าไปก็แล้วกัน

"บัวน่ะทนได้อยู่แล้ว ข้าวบูดยังเคยกินมาแล้วเลย กลัวก็แต่พี่นั่นแหละที่จะกินไม่ได้"

บุญฤทธิ์พอจะรู้ประวัติของสัตตบงกชมาบ้างจากแม่ เขารู้ว่าเธอเป็นเพียงแค่ลูกคนงาน พ่อไปทางแม่ไปทางตั้งแต่เด็ก เธอถูกทิ้งให้อยู่กับพ่อที่ขี้เมาและชอบเล่นการพนัน พออายุได้สิบห้า เป็นตัวเธอเองที่มาขายตัวให้แม่เขาเพื่อจะได้ไม่ถูกพ่อขายกินเสียก่อน

แม่เขาบอกว่าสัตตบงกชนั้นเป็นเด็กสู้ชีวิต ตอนนั้นบุญฤทธิ์แค่ฟังเฉยๆ ไม่คิดเหมือนกันว่าเธอจะลำบากขนาดต้องกินข้าวบูด มันเป็นอย่างไรนะ เด็กที่เติบโตขึ้นมาโดยมีข้าวของเงินทองล้นเหลือแบบบุญฤทธิ์จินตนาการไม่ออกเลย

"ก่อนจะมาอยู่กับแม่บัวคงลำบากมากสินะ"

สัตตบงกชชะงักไปนิดเมื่อถูกถามเช่นนั้น เธอเงยหน้ามองบุญฤทธิ์ที่สูงกว่าเธอหนึ่งคืบ ชั่งใจนิดหน่อยว่าจะเล่าดีหรือไม่เล่าดี หากเขารู้อดีตของเธอแล้ว เขาจะรังเกียจมันหรือไม่นะ

แต่...รังเกียจแล้วอย่างไร เธอกับเขามีพันธะต่อกันก็แค่เรื่องทำลูก รังเกียจก็ฝืนๆ หน่อยก็แล้วกัน

"มาก" หญิงสาวตอบ "ก่อนนี้พ่อบัวไม่ได้ทำงานในไร่มีบุญ สภาพความเป็นอยู่เลยไม่ได้ดีแบบนี้ บางวันต้องนอนในกระต๊อบคนงานร่วมกับคนงานอีกหลายคน เบียดก็เบียด เหม็นก็เหม็น ยุงก็กัด บางทีฝนตกก็เปียก ก็หนาว ข้าวไม่เคยได้กินจนอิ่มท้องเพราะพ่อบัวชอบเอาเงินไปซื้อเหล้ามากกว่า"

"พ่อบัวชอบกินเหล้าอย่างนั้นเหรอ"

"ใช่ นอกจากชอบกินเหล้าแล้วยังชอบเล่นการพนัน ชอบมั่วผู้หญิง แต่ก็ยังดีหน่อยเพราะพอมีบัวแล้วพ่อก็รู้ว่าการมีลูกเป็นภาระ เลยไปทำหมันซะ บัวเลยไม่ต้องลำบากฉีกผ้าอ้อมเลี้ยงน้องอีก"

ภาพลักษณ์ของ...จะเรียกอะไรดี พ่อตาอย่างนั้นหรือ บุญฤทธิ์ทำหน้าประหลาด ก่อนจะตัดสินใจเรียกพ่อของสัตตบงกชว่า...ผู้ชายคนนั้น

ภาพลักษณ์ของผู้ชายคนนั้นเลวร้ายในความคิดของบุญฤทธิ์ ชายคนนั้นคงเหมือนตาแก่ขี้เหล้าที่เมาหลับอยู่ตามริมทาง ดีนะที่สัตตบงกชหนีมาพึ่งแม่เขา ไม่อย่างนั้นป่านนี้เธอจะเป็นอย่างไรก็สุดรู้

บุญฤทธิ์คิดถึงสภาพของเพิงหมาแหงนในไซต์งานที่เขาเคยเห็น เพิงพวกนั้นจะปลูกติดๆ กัน ไม่แข็งแรงนักเพราะคนอาศัยไม่คิดอยู่ถาวร เขาเห็นสัตตบงกชยืนหน้ามันอยู่หน้าเพิงนั้น มือเธอเท้าสะเอว ท้องยื่นออกมาราวคนใกล้คลอด กำลังยืนด่าผู้ชายตัวดำเกรียมซึ่งนอนกอดขวดเหล้าอยู่บนเพิงนั้น

ปกติแล้วคนใช้แรงงานก็จะมีสภาพเป็นแบบนั้น ลูกหลานก็วนเวียนทำงานเหมือนพ่อแม่ ไม่มีโอกาสได้ลืมตาอ้าปาก

นี่ถ้าสัตตบงกชต้องมีสภาพเป็นแบบนั้นคงน่าเสียดายแย่


永远


ขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด รู้จักกันมากขึ้นอีกหน่อย อีกเดี๋ยวก็ไปไหนไม่รอด หุหุ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว