email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Ep 18 = ความรู้สึกของเด็กหนุ่ม=

ชื่อตอน : Ep 18 = ความรู้สึกของเด็กหนุ่ม=

คำค้น : 19

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 663

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.ค. 2560 17:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Ep 18 = ความรู้สึกของเด็กหนุ่ม=
แบบอักษร

ภารกิจในการคุ้มกันการขนส่งเครื่องบรรณาการของแคว้นทะ  ไปยังแคว้นคุสะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี  ถึงแม้จะมีกลุ่มโจร  และกลุ่มนินจาที่รับจ้าง มาดักปล้น  แต่ก็ไม่คณามือเหล่าสมาชิกทีมเจ็ดอยู่แล้ว 

    เวลานี้พวกเขาได้กลับมาถึงโคโนฮะ  และได้รายงานภารกิจให้ท่านโฮคาเงะรับทราบ 

    เมื่อรายงานภารกิจเสร็จเรียบร้อย  ซึนาเดะก็ให้ซากุระไปพักผ่อนก่อนเข้าเวรช่วงดึกที่โรงพยาบาล และไล่คาคาชิให้ไปทำรายงานสรุปภารกิจของทีมเจ็ดตามเดิม  เหลือเพียงนารุโตะ  ซาสึเกะ  และชิสึเนะอยู่ในห้องทำงานของโฮคาเงะ  และแน่นอนซึนาเดะก็อยู่ด้วย กำลังนั่งจ้องเด็กหนุ่มทั้งสองคน  ด้วยแววตามีเลศนัย

    “ ทำสำเร็จซินะ...วิธีย้ายร่างน่ะ พวกเธอนี่ ชักส่อแววขึ้นเรื่อยๆนะนี่” ผู้นำหญิงพูดพลางมองเด็กหนุ่มทั้งสองไม่วางตา  เล่นเอาเด็กหนุ่มผมทองรีบถลามาที่โต๊ะของโฮคาเงะทันที

    “ ส่อแววบ้าบออะไรกันป้าซึนาเดะ!!  นี่ป้าก็รู้อยู่แล้วใช่มั้ย! ว่าไอ้วิธีย้ายร่างมันทำยังไง!  แล้วทำไมไม่บอกผมซักนิดเล่า!!!” เด็กหนุ่มว่า พลางตบโต๊ะระบายความแค้นที่มี

    “ เป็นความผิดฉันเหรอ?  ฉันก็ถามเธอไปแล้วว่าเธอเข้าใจยังไง...แต่เธอเข้าใจแบบนั้นเองมันก็ช่วยไม่ได้”  ซึนาเดะกล่าวอย่างใจเย็น  พลางมองหน้านารุโตะอย่างยิ้มๆ

    “ ใจร้าย!! ทั้งป้า ทั้งพี่ชิสึเนะ ปล่อยให้ผมโดนหมอนี่จูบ  โดยไม่คิดจะเตือนกันก่อนรึไง!!” 

    คำพูดตรงของเด็กหนุ่มทำเอาสองหญิงสาวผู้ทรงคุณวุฒิ  หน้าขึ้นสีระเรื่อ

    “ ก็...เตือนไปก็เท่านั้น  ถ้าอยากได้ร่างคืน ยังไงก็มีวิธีนี้วิธีเดียวแค่นั้นแหละ  เรื่องมันผ่านมาแล้วก็อย่าไปซีเรียสนักเลยน่า”  ซึนาเดะว่าก่อนยกน้ำชาขึ้นจิบ

    “ ไม่ได้ซีเรียสอะไรหรอก! อย่างน้อยก็น่าจะบอกให้ผมได้ทำใจบ้าง...”  เด็กหนุ่มเสียงอ่อยลง  ก่อนที่หน้าจะขึ้นสีระเรื่อ

    “ ที่ฉันทำไปก็แค่อยากได้ร่างคืนเท่านั้น  ไม่ได้คิดพิศวาสนายสักนิด” 

    เสียงเรียบจากเด็กหนุ่มอีกคน เรียกให้นารุโตะหันขวับ พุ่งไปขว้าหมับตรงคอเสื้อของซาสึเกะ

    “ ฉันก็ไม่ได้อยากให้นายพิศวาสหรอกโว้ย!! เพราะนายคนเดียว ทำให้ฉันโดนซากุระซักจนเกือบเอาตัวไม่รอด  แล้วยังทำให้คนอื่นมองฉันแปลกๆด้วย!”

    “ ฉันทำอะไร?”

    “ ยังจะมีหน้ามาถาม...แล้วนายทำอะไรกับคอฉันฟะ!”  ด้วยแรงโมโหนารุโตะจึงพูดโดยไม่ทันคิดว่า  ไม่ได้มีแค่เขากับซาสึเกะอยู่ในห้องนี้

    ซาสึเกะยิ้มมุมปาก “ อ๋อ...นั่นน่ะ ฉันก็บอกแล้วไงว่าคิดบัญชีที่นายพาเรื่องวุ่นวายมาให้ฉัน”  นัยน์ตาสีรัตติกาลที่ฉายแววชอบใจ  สบกับนัยน์ตาสีฟ้าที่ฉายแวววาวโรจน์  จนในที่สุดนัยน์ตาสีฟ้าก็ยอมเป็นฝ่ายหลุบต่ำลง  ก่อนที่เจ้าของนัยน์ตานั้นจะปล่อยมือจากคอเสื้อของเด็กหนุ่มอุจิฮะ

    “ อะแฮ่ม! คงมีนอกเหนือจากการย้ายร่าง...ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไร  เพราะมันเป็นสิทธิเป็นเรื่องส่วนตัวของพวกเธอ  เอาไว้กลับไปคุยกันที่บ้านเถอะ” โฮคาเงะกล่าว พลางเสมองแผ่นเอกสาร

    “ ป้าหมายความว่าไง?”  เด็กหนุ่มผมทองเปลี่ยนจุดสนใจมายังท่านผู้นำหญิง

    “ ก็ไปคุยที่บ้านคงสะดวกกว่า คุยที่นี้”

    “ ไม่ใช่เรื่องนั้น! เรื่องที่ป้าว่ามีนอกเหนือจากการย้ายร่าง...มันหมายความว่ายังไง?”

“ ก็...อย่างที่เข้าใจนั่นแหละ  โตๆกันแล้วอย่าให้ต้องอธิบายมากความ”

เด็กหนุ่มนิ่งคิดสักพัก ก่อนที่ใบหน้ากลมจะแดงซ่านไปทั้งหน้า “ ....นี่ป้าคิดบ้าอะไรอยู่!!! หมอนี่แค่แกล้งผมเท่านั้นแหละ!! ป้าอายุตั้งเท่าไหร่แล้ว! คิดอะไรลามก แถมเป็น...ผู้ชายกับผู้ชาย  ป้าคิดอะไรอยู่เนี่ย!!”

นารุโตะกลับมาโวยใส่ซึนาเดะ  ที่โต๊ะทำงานเหมือนเดิม

“ ว่าฉันลามก แล้วไอ้คาถาลามกของเธอ คิดว่าตัวเองบริสุทธิ์นักรึไงหะ!!” ตอนนี้ท่านโฮคาเงะได้ระงับอารมณ์ไม่อยู่  ลุกขึ้นมาจ้องหน้ากับเด็กหนุ่มปากมอม

“ คาถาอภิมหารัณจวน ผมคิดค้นเพื่อหลอกล่อศัตรูต่างหากเล่า!!!”

“ อย่ามาทำเป็นพูดดี! ฉันยังไม่ได้บอกว่าคิดอย่างที่เธอคิดนี่...ที่ว่ามีนอกเหนือน่ะ  พวกเธออาจจะแกล้งจะหยอกอะไรกันก็ว่าไป  ไม่ได้คิดถึงเรื่องแบบนั้นเลย...” ซึนาเดะว่าก่อนยิ้มมุมปาก  “ ที่ว่าคิดลามก...ใครกันแน่...”  นัยน์ตาสีคาราเมลสบกับนัยน์ตาสีฟ้า  อย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า

ส่วนเจ้าของนัยน์ตาสีฟ้าก็ใช่ว่าจะยอมแพ้ง่ายๆ “ อย่ามาโกหกกันหน่อยเลยป้า...ผู้ใหญ่ที่ดีเขาไม่หลอกเด็ก  ซื่อตรงกับความคิดตัวเองหน่อยเซ่!”

“ ฉันว่า...คำถามนี้เธอควรถามตัวเองมากกว่า นารุโตะ...ในบันทึกวิธีแก้ ก็บอกไว้แล้ว ว่าการย้ายร่างจะสำเร็จหากอีกฝ่ายเปิดใจยอมรับความรู้สึกของอีกฝ่าย... และที่เธอกลับเข้าร่างได้เพราะเธอก็เปิดใจให้กับซาสึเกะแล้ว  ก่อนที่จะถามคนอื่น...ลองถามตัวเองก่อนจะดีกว่า” รอยยิ้มแย้มขึ้นบนริมฝีปากสวย

คำพูดของซึนาเดะ ทำเอานารุโตะจุกอก  เถียงไม่ออกทันที

“...เรื่องแบบนั้น...มันจะเป็นไปได้ยังไง...” เด็กหนุ่มเอ่ยด้วยเสียงเบาหวิว  ก่อนรีบออกไปจากห้องทันที  ทิ้งให้สายตาทั้งสามคู่มองตาม  ด้วยความรู้สึกที่แตกต่างกัน

เด็กหนุ่มผมทองทิ้งตัวลงนอนบนเตียงของเขา ทันทีที่มาถึงห้องของตน  ฝุ่นเริ่มเกาะข้าวของ  หลังจากที่เจ้าของบ้านได้ปล่อยร้างมาหลายวัน  ผ้าคาดสัญลักษณ์นินจาโคโนฮะ ถูกถอดวางบนหัวเตียง  ก่อนที่เจ้าตัวจะถอดเสื้อนอกโยนลงตะกร้าผ้าอย่างแม่นยำ  แล้วจึงพลิกตัวนอนคว่ำ เอาหน้าซบกับหมอน ถึงจะสำลักฝุ่นไปบ้าง  แต่เจ้าตัวยังคงนอนท่านั้น

‘ เรื่องแบบนั้นใครจะไปรับได้ฟะ! ฉันเนี่ยนะมีใจให้ซาสึเกะ....ตลกน่า  เป็นผู้ชายเหมือนกัน จะรักกันได้ยังไง...’ เด็กหนุ่มคิด ก่อนเปลี่ยนมานอนตะแครงซ้าย  ก็รู้สึกเหมือนนอนทับของบางอย่าง  มือหนาจึงล้วงหยิบเอาของที่เขานอนทับออกมาจากกระเป๋ากางเกง

นาฬิกาเงินแบบพกพาถูกมือหนาเปิดฝาออก  เพื่อดูเวลาด้านใน  ปรากฏเวลา สิบเอ็ดนาฬิกา และอีกสิบห้านาทีจะถึงเที่ยงวัน  เหตุการณ์ในคืนวันย้ายวิญญาณก็ผุดขึ้นในความคิดของนารุโตะ  ทุกสัมผัส กับไออุ่นที่ได้รับยังตราตรึงในความทรงจำ  รสจูบอันแสนอบอุ่นและหอมหวาน  กับรสจูบที่เร้าร้อน แฝงความปรารถนาจากก้นบึงของหัวใจ ลมหายใจกับไออุ่นจากริมฝีปากบางนั้น  ที่เคยสัมผัสบนผิวคอกับใบหูของเขา  มือสีน้ำผึ้งของเด็กหนุ่มเผลอแตะริมฝีปาก  ก่อนเลื่อนลงมาสัมผัสลำคอ  ขณะที่ใบหน้ากลมนั้นแดงซ่าน

พลันดวงตาเรียวเบิกกว้างคล้ายตื่นจากภวังค์  ก่อนจะยัดนาฬิกาเข้าใต้หมอน  แล้วเด็กหนุ่มจึงสะบัดหัวอย่างแรง  ขับไล่ความคิดฟุ้งซ่านออก  จนรู้สึกมึนงงถึงได้หยุด  ก่อนฟุบหน้าลงกับหมอน

“ โธ่เฟ้ย!!  แล้วจะนึกถึงคืนนั้นทำไมฟะ! เว้ย!!!”  นารุโตะสบถอย่างหัวเสีย  ก่อนตัดสินใจลงจากเตียง บิดขี้เกียจเล็กน้อย  “ ไปโซ้ยราเม็งให้หายฟุ้งซ่านดีกว่า...” ว่าแล้วเด็กหนุ่มก็หยิบกระเป๋าตังค์กบเขียว  ใส่กระเป๋ากางเกงก่อนออกจากห้องไป

**‘ ทำไมคืนนั้นถึงทำแบบนั้นไปได้นะ...’ เด็กหนุ่มนึกก่อนยกมือเรียวเสยผม  ก่อนที่ดวงตาคมจะลืมขึ้นหลังจากหลับตารำลึกถึงเหตุการณ์คืนวันย้ายร่าง  พลันสองเท้าก็หยุดยืนตรงที่แห่งหนึ่ง  ใบหน้าเรียวเงยขึ้นมองไปยังห้องชั้นบน  ‘ แล้วทำไมต้องมาหยุดที่บ้านของนารุโตะด้วยวะ?...’  ซาสึเกะนึกอย่างไม่เข้าใจตัวเอง  ก่อนเดินผ่านกลับไปยังบ้านของตน

เมื่อกลับมาถึงบ้านตระกูลอุจิฮะ  ความรู้สึกเปล่าเปลี่ยวก็เข้าเกาะกุมส่วนลึกของจิตใจเด็กหนุ่ม  ทุกครั้งที่เขากลับเข้ามาก็จะเห็นเด็กหนุ่มที่เคยอยู่ในร่างของเขา  ฝึกซ้อมอยู่แถวๆหลังบ้าน  หรือไม่ก็ไปคุ้ย หาอะไรกินในครัว  และจะมีรอยยิ้ม กับเสียงเจี้ยวจ้าวนั้นทักทายมาเสมอ

มือเรียวเอื้อมหยิบเหยือกน้ำในตู้เย็นมารินใส่แก้ว  ก่อนยกขึ้นดื่ม  ภาพของเด็กหนุ่มอีกคนที่เคยอยู่ร่วมบ้าน  ฉายจากความคิดของซาสึเกะเป็นระยะ  จนเจ้าตัวนึกหงุดหงิด  ก่อนกระดกน้ำหมดแก้ว  รอยน้ำเปื้อนบนริมฝีปากบาง  มือเรียวจึงยกหลังมือเข้าเช็ด  พลันก็ทำให้นึกถึงริมฝีปากของอีกคน  ที่เคยได้แลกสัมผัส  ใบหน้ากลมที่เคยกวนอารมณ์  เวลาขึ้นสีดูตลกก็จริงแต่กลับทำให้ใจสั่น  และนัยน์ตาคู่สวยที่เหม่อมองตอนที่เผลอคล้อยตาม  ทำเอาเขาแทบหยุดตัวเองไม่ได้  อยากแกล้งให้หนัก  แกล้งให้รู้สึกมากกว่านั้น

‘ กำลังนึกเรื่องบ้าอะไรอยู่วะ!’ เด็กหนุ่มข่มตาลงเพื่อเรียกสติ  ก่อนลุกเอาเหยือกน้ำไปเก็บ  จะมัวมานั่งนึกเรื่องไร้สาระไม่ได้  ต้องฝึกวิชาที่จะสามารถจัดการกับที่ปรึกษาโคโนฮะได้  ความแค้นจะได้ชำระให้เสร็จซักที

**เวลาล่วงเลยไปจนถึงช่วงกลางคืน  พระจันทร์เสี้ยวเล็กสาดแสงส่องกระทบสิ่งที่อยู่เบื้องล่าง  ร่างโปร่งนอนเหม่อมองฝ้าเพดานอย่างเลื่อนลอย  ก่อนจะหันใบหน้ามามองตรงที่ว่างข้างๆ  ที่เคยมีใครบางคนนอนอยู่ก่อนหน้านั้น  ‘ ความรู้สึกแบบนี้  น่ารำคาญจริง...’  เด็กหนุ่มพยายามปฏิเสธความรู้สึกแปลกๆ  ที่เข้ามาในใจของเขา  ก่อนเปลี่ยนไปนอนตะแครงหันหลังให้กับที่ว่างนั้น

เหมือนรู้สึกว่าขาดอะไรไป  แค่หมอนั่นไม่อยู่ ทำให้เขารู้สึกได้ขนาดนี้เชียวหรือ?  ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เขาก็สามารถอยู่ตัวคนเดียวได้  ห่างกับนารุโตะไปตั้งหลายปีก็ไม่เห็นจะเป็นเอามากเหมือนตอนนี้  ไม่ว่าจะพยายามข่มตาหลับสักเท่าไหร่ก็ไรผล  ภาพของหมอนั่นที่เคยนอนอยู่ตรงนี้  ยังไม่ยอมหายไปจากความคิดของเขา

**ซาสึเกะถอนหายใจให้กับความสับสนของตนเอง  ก่อนเอื้อมไปหยิบหมอนที่เพื่อนรักเขาเคยหนุนมาเปลี่ยนกับหมอนที่เขาหนุนอยู่  กลิ่นของคนๆนั้น ที่ทำเอาเด็กหนุ่มนอนไม่หลับ  ยังคงติดอยู่ที่หมอนนี้อยู่อย่างเจือจาง  ‘ ไม่รู้จะมีกลิ่นน้ำลายติดด้วยรึเปล่า...หึๆ’  รอยยิ้มบางแย้มขึ้นบนริมฝีปากบาง  ก่อนที่เปลือกตาของตาคมนั้นจะค่อยๆปิดลง  เข้าสู่ห่วงนิทราอย่างง่ายดาย

ส่วนอีกด้านหนึ่ง  เด็กหนุ่มผมทองนอนพลิกตัวไปมาครั้งแล้วครั้งเล่า  จนในที่สุดก็ตัดสินใจลุกขึ้นนั่ง ถึงตอนนี้สมองจะหนักทึบซักเท่าไหร่  แต่ดวงตาที่พยายามข่มให้หลับนั้น  กลับทำได้อย่างยากลำบาก

“ นอนไม่หลับเลยวุ้ย!”  เด็กหนุ่มสบถออกมาก่อนหันไปมองท้องฟ้ายามค่ำคืน

**‘ สงสัยไม่ค่อยได้นอนบ้านเลยนอนไม่หลับ...ไม่มั้ง! เราออกไปฝึกวิชากับเซียนลามกเป็นสองเกือบสามปี  กลับมายังหลับเป็นตายได้เลย  ....ถ้าได้ก่ายเจ้าซาสึเกะอย่างก่อนหน้านี้ก็คงดี....’  นารุโตะถอนหายใจด้วยความคิดถึง คนที่เคยเป็นหมอนข้าง  ก่อนที่จะสะดุ้งกับความคิดของตัวเอง

“ เฮ้ย!! จะไปคิดถึงหมอนั่นทำไมฟะ...ฮึย!!” เด็กหนุ่มล้มตัวลงนอนอีกครั้ง  แต่ความคิดถึงเพื่อนรักคนนั่นของเขาก็ไม่ได้จางหาย  นารุโตะจึงหาเรื่องอื่นมาคิด  แต่สุดท้ายก็ไม่พ้นเรื่องคืนวันย้ายร่าง

“ เว้ย! จะตามหลอกหลอนถึงไหนวะ!!” นารุโตะยกหมอนขึ้นมาคลุมศีรษะ  พลันสายตาก็สบกับนาฬิกาแห่งความทรงจำนั้น  เด็กหนุ่มจึงหยิบย้ายไปไว้บนโต๊ะข้างเตียง  แล้วก็ได้มองภาพถ่ายสมัยเด็ก  เป็นรูปถ่ายหมู่ของทีมเจ็ด  ทั้งเขาและซาสึเกะต่างเบ้หน้าใส่กัน  รอยยิ้มปรากฏบนริมฝีปากบางอิ่มนั้น  ก่อนที่มือหนาจะเอื้อมรูปนั้นมาดู  แสงจากจันทร์เสี้ยวพอให้เห็นภาพ ภายในความมืดได้พอควร

‘ ในที่สุดก็กลับมาเป็นทีมเจ็ดเหมือนเดิมได้ซะที...ซาสึเกะ’  ความทรงจำครั้งก่อนค่อยๆผุดมาทีละเหตุการณ์  จนกล่อมให้ดวงตาเรียวปิดลง  ก่อนที่กรอบรูปจะถูกวางไว้ข้างหมอน

============================>>>>>>>>>>TBC

ความคิดเห็น