email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Ep 17 = นี่น่ะเหรอ! วิธีย้ายวิญญาณ= PGนิดๆ

ชื่อตอน : Ep 17 = นี่น่ะเหรอ! วิธีย้ายวิญญาณ= PGนิดๆ

คำค้น : 18

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 541

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.ค. 2560 17:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Ep 17 = นี่น่ะเหรอ! วิธีย้ายวิญญาณ= PGนิดๆ
แบบอักษร

เมื่อเวลาล่วงเลยมาจนถึง  ห้าทุ่มใกล้เที่ยงคืนเป็นเวลาพลัดเปลี่ยนเวรยาม  จากซาสึเกะในร่างนารุโตะเป็นคาคาชิ  เด็กหนุ่มจึงส่งหน้าที่ต่อให้กับหัวหน้าทีม  ก่อนบอกคาคาชิว่าจะไปทำธุระส่วนตัว  แล้วจึงค่อยเดินออกจากที่พักอย่างเงียบเชียบ

    พอนารุโตะในร่างซาสึเกะเห็นดังนั้น  ก็นั่งรอเวลาผ่านไปสัก 1 นาที ก่อนจะมาบอกกับหัวหน้าหน่วยว่าจะไปถ่ายหนัก  แล้วก็โดนโจนินหนุ่มโบกมือไล่ ซึ่งเป็นไปตามที่เขาคิด  ก่อนที่เด็กหนุ่มจะรีบมายังจุดนัดพบ

    เมื่อมาถึงจุดนัดพบ  ก็เจอซาสึเกะในร่างเดิมของเขายืนรออยู่  ก่อนที่ร่างนั้นจะยื่นนาฬิกาแบบพกพาที่มีสายคล้อง  ให้กับเด็กหนุ่มร่างอุจิฮะ  แล้วจึงเดินนำเข้าไปในป่า  จนเด็กหนุ่มผมทองมาหยุดอยู่ที่ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง  ที่ดูจากบริเวณรอบๆแล้ว  จุดที่พวกเขายืนอยู่ถือว่าเป็นมุมอับสายตา  สร้างความฉงนให้กับนารุโตะเป็นอย่างมาก  แต่ก็ไม่ได้ถามอะไร  เพราะเขาคิดว่าเพื่อนของเขาคงไม่อยากให้มีใคร  มารบกวนตอนย้ายวิญญาณ

    เด็กหนุ่มร่างนารุโตะนั่งลงในช่องใหญ่ของรากไม้ที่โผล่พ้นดินมา  พอเห็นดังนั้นเด็กหนุ่มร่างอุจิฮะจึงหย่อนตัวลงนั่งบ้าง

    “ อีกกี่นาทีจะถึงเวลา...”  ซาสึเกะถามขึ้น

    นารุโตะยกนาฬิกาที่ได้รับจากซาสึเกะขึ้นมามอง “ อีกนาทีเดียว”

    “ นายคอยดูเวลาให้ดี  ถ้าถึงเวลาก็รีบบอกฉันทันที”

    เด็กหนุ่มกล่าวเสียงเรียบ  พลางมองหน้าเด็กหนุ่มในร่างของเขานิ่ง 

    “นี่...ซาสึเกะ”

    “อะไร?”

    “นายคิดว่าวิธีนี้จะได้ผลจริงเหรอ?”

    “ก็ต้องลองดู...มาชวนฉันคุยเดี๋ยวก็คลาดเวลาหรอก”

    ซาสึเกะในคราบนารุโตะกล่าวเตือน นารุโตะจึงสะลัดความกังวลออกก่อนพยักหน้ารับแล้วจึงหันมาจดจ่อกับเวลา

    ติก.....ติก.....ติก.... เสียงนาฬิกาก้องอยู่ในหัวของเขา  พอๆกับเสียงหัวใจที่ดังกังวานอย่างลุ้นระทึก ‘ แค่แลกเปลี่ยนวิญญาณทางลมหายใจ  อีกไม่กี่อึดใจเราก็จะได้กลับเป็นคนเดิม...5 ...4... 3... 2... 1...’  ติก!

    “ เที่ยง!”

ยังไม่ทันจะได้พูดจบคำ  ริมฝีปากของเขาก็ถูกปากบางของอีกคนประกบปิด  ดวงตาคมเบิกโพลงอย่างตกใจ  เมื่อสัมผัสถึงบางสิ่งที่เข้ามาในปากของเขา  ก่อนที่เด็กหนุ่มจะส่งเสียงขัดขืนที่เพียงดังอู้อี้ในลำคอ  พลางมือทั้งของข้างก็ยันอกคนที่เข้ารุกล้ำ  แต่ก็ถูกคนนั้นใช้มือเดียวรวบมือทั้งสองไว้ และมือหนึ่งที่เหลือก็เหนี่ยวรั้งศีรษะของเด็กหนุ่มเพื่อไม่ให้ขยับหนี

ริมฝีปากถูกประกบแนบชิดเข้ามาอีก  พลันลิ้นของคนที่รุกล้ำก็หยอกล้ออยู่กับปลายลิ้นของเด็กหนุ่ม  เป็นการเชิญชวน  ทำเอาเด็กหนุ่มที่ถูกรุกล้ำรู้สึกวาบหวามแปลกๆ  เรี่ยวแรงที่ดิ้นขัดขืนก็ค่อยสงบนิ่ง  ดวงตาที่เคยเบิกโพลงก็ค่อยๆหลับพริ้ม  ก่อนที่ลิ้นบางจะเริ่มตอบสนอง  เมื่อเชิญชวนสำเร็จ ลิ้นเรียวก็เข้ากอดเกี่ยวลิ้นบาง  เริ่มบรรเลงทำนองของรสจูบ ถ่ายทอดสัมผัสอบอุ่น อ่อนโยน และแสนหวาน เป็นการส่งผ่านความรู้สึกถึงคนที่อยู่ในร่างของเขา

มือหนาแปรจากการจับกุมมือเรียวทั้งสอง  มาเป็นประคองใบหน้าของอีกคน และทันทีที่มือเรียวเป็นอิสระก็เข้าโอบศีรษะเหลืองที่เคยเป็นร่างเดิมของตนข้างหนึ่ง  แล้วอีกข้างก็โอบรัดตรงท้ายทอย  จังหวะการจูบสอดรับกันอย่างดูดดื่ม

สักพัก จากร่างที่เคยถูกรุกล้ำกลับเป็นฝ่ายต้อน  ค่อยๆต้านมาเป็นฝ่ายรุก ส่วนคนที่เคยเป็นฝ่ายบุกก็ยอมโอนอ่อนกลายเป็นตอบสนองอีกคนหนึ่ง  ปากบางค่อยๆถอนออกจากปากของอีกคน ขณะที่ลิ้นยังคงเกี่ยวกระหวัด แลกสัมผัสกัน ไออุ่นที่ได้จากสัมผัสนั้นเริ่มกลายเป็นไอร้อน  พลันริมฝีปากบางได้รูปก็เข้าประกบบดขยี้ริมฝีปากบางอิ่มอีกครั้ง 

“อือ....” เสียงค้านตามแรงอารมณ์ดังขึ้น  จากเด็กหนุ่มผมทอง

เมื่อรู้สึกว่าเริ่มจะขาดอากาศหายใจ  ริมฝีปากบางจึงค่อยๆถอนจากปากบางอิ่มของอีกคน  ดวงตาคมค่อยๆลืมขึ้น พร้อมกับดวงตาเรียว  นัยน์ตาสีรัตติกาลจึงได้สบกับนัยน์ตาสีฟ้าใส  พลันเหมือนรู้สึกตัวดวงตาเรียวเบิกโพลง  ก่อนจะออกแรงผลักพลางดิ้น เพื่อให้หลุดจากอ้อมแขนของเด็กหนุ่มอุจิฮะ  แต่ก็ดูเหมือนไร้ผล ซ้ำยังทำให้เด็กหนุ่มเจ้าของดวงตาคม  กระชับอ้อมแขนขึ้นอีก 

“ รู้สึกว่า วิธีย้ายร่างจะได้ผล”  ซาสึเกะพูด โดยไม่ยอมละสายตาจากนัยน์ตาสีฟ้าใสคู่สวย  แม้แต่น้อย

เมื่อรู้สึกถึงความรู้สึกแปลกๆ ที่สัมผัสได้จากนัยน์ตาสีรัตติกาล  เด็กหนุ่มที่เคยกล้าเผชิญกับปัญหาทุกสิ่ง  จำต้องหลบสายตาคมนั้น  พลันรู้สึกร้อนที่ใบหน้าทันที 

“ ปล่อย ปล่อยได้แล้วน่า! นายจะกอดฉันไว้ทำไมฟะ!”  นารุโตะว่าพลางดิ้น และพยายามผลักร่างคนที่กักเขาไว้ในอ้อมแขน  แต่เหมือนจะทำได้อย่างยากลำบาก  เพราะเรี่ยวแรงที่เคยมีเหลือเฟือนั้นหายไปหมด จากความรู้สึกที่หลากหลาย  ทั้งโกรธ  ทั้งสงสัย  ทั้งอาย ผสมปนเปจนทำให้ในหัวเริ่มเบลอๆ  หัวใจก็เต้นแรงและถี่ขึ้น

“ ฉันยังไม่ได้คิดบัญชีกับนาย  เรื่องที่นายเป็นสาเหตุ ให้ฉันต้องเจอเรื่องวุ่นวายพรรคนี้...”

“ ไม่ได้ตั้งใจนี่หว่า! ทีนายไม่เห็นบอกให้ฉันรู้เลยว่า วิธีย้ายวิญญาณ มันเป็น...แบบนี้....” เด็กหนุ่มพูดก่อนกลืนน้ำลาย  แล้วร่างกายก็หยุดดิ้นอัตโนมัติ เมื่อนึกถึงการย้ายวิญญาณเมื่อครู่  พร้อมพยายามก้มหน้าหลบอาย

“ บอกไป นายก็อยู่ไม่เป็นสุข...เดี๋ยวหาทางหลบหน้าฉันขึ้นมา  ก็หาทางเข้าใกล้นายไม่ได้อีก”

เสียงกระซิบดังข้างหูซ้ายของนารุโตะ  ก่อนที่เขาจะรู้สึกถึงริมฝีปากอุ่นประทับลงบนใบหู  แล้วค่อยๆเลื่อนลงมาหยุดอยู่ตรงต้นคอ  ที่พ้นจากคอเสื้อของเขา

“ จะๆ จะ ทำ..อะไร ซาสึเกะ  หยุด..หยุดล้อ เล่นได้แล้วน่า...ฉันไม่ตลกด้วยหรอกนะ”  นารุโตะว่า ก่อนกลืนน้ำลายลงคออีกรอบ  พลางค่อยๆเขยิบใบหน้าหนีลมหายใจอุ่น ที่ชวนรู้สึกแปลกๆนั้น

“ ไม่ได้ขอให้ตลกซักหน่อย...”  ซาสึเกะว่า ก่อนที่จะใช้ปลายลิ้นเลียตรงจุดต้นคอ ทำเอาเด็กหนุ่มที่ถูกแกล้งสะดุ้งโหยง  แต่ก่อนจะแหกปาก  ปากบางของคนคิดแกล้งก็ลงประทับรอยรักทันที

“ เฮ้ย! แกเล่นบ้าอะไรฟะ! เล่นแบบนี้มันขนลุก อะ...”  เสียงโวยวายขาดหายไปทันที เมื่อเรียวลิ้นของคนชอบแกล้ง ไล่เลียบริเวณหลังใบหู 

“ ถ้าแกยัง....ไม่....หยุด เล่นบ้าๆ...แบบนี้....”

“ แล้ว จะทำอะไร?”  เสียงทุ้มแผ่วขึ้น บริเวณใกล้หูอีกรอบ

‘ เว้ย! สติจะกระเจิงเพราะแกหลายรอบแล้วเฟ้ย!  ขนลุกไปหมดทั้งตัวแล้ว!! ไอ้บ้าซาสึเกะ!!’ ถึงจะเถียงในใจได้ดังขนาดไหน  กลับไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมาภายนอกได้เลย  เด็กหนุ่มกัดฟันเรียกสติที่ใกล้กระเจิงให้มารวมตัว แต่ดูเหมือนเป็นเรื่องที่ยากเต็มที

“ ฉันจะ...อัดแก ให้น่วม...”

“ หึ เหรอ....” ซาสึเกะว่า พลางขยับยิ้มมุมปาก

เด็กหนุ่มอุจิฮะจึงกระชับแขนข้างขวา ก่อนที่จะใช้มือซ้ายมาปลดซิบเสื้อนอกของเด็กหนุ่มผมทองลงเล็กน้อย แล้วมือเรียวจึงดึงตรงคอเสื้อนอกนั้นลง  เผยให้เห็นคอผิวสีน้ำผึ้งสวย ก่อนที่เด็กหนุ่มอุจิฮะจะลงรอยประทับเพิ่ม

“ ซาสึเกะ!!! แกหยุดเดี๋ยวนี้นะเว้ย! เลิกเล่น..อย่าทำ..แบบนี้...”

สัมผัสกับลมหายใจอุ่น  ที่ซุกไซร้อยู่บริเวณซอกคอ  ทำเอาสติที่พยายามเรียกกลับต้องกระเจิงหายอีกรอบ ทั้งเรี่ยวแรงที่หดหายก็กลับยิ่งหายหด จนร่างอ่อนระทวย

‘ บ้าเอ้ย! ทำไงดีฟะเนี่ย!? ร่างกายมันไม่ขยับดั่งใจเลยเว้ย!! ไอ้บ้าซาสึเกะ! ฉันจะอัดแกให้น่วมเลย คอยดู!!’

 เมื่อลงรอยประทับจนหนำใจ  เด็กหนุ่มจึงถอนปากจากลำคอ แล้วมามองหน้าคนที่เคยโวยแต่กลับใบ้กินสนิท 

“ พูดไม่ออกเลยรึไง?” เด็กหนุ่มเอ่ยก่อนเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้  คนที่อยู่ในอ้อมแขนที่พยายามหลบหน้า  “ นายกลัวฉันจนต้องก้มหน้าหนี  เลยงั้นเหรอ?หึ”

ทันทีที่ได้ยินคำสบประหม่า  เด็กหนุ่มผู้ไม่เคยยอมแพ้ก็หันพรึบมาเผชิญหน้า  กับคนที่กล้าดูถูกเขา

“ ไม่ได้กะ!!”  นารุโตะตั้งใจจะว้ากใส่ซาสึเกะ  แต่กลับเป็นการเสียรู้ให้อีกฝ่าย

เพราะทันทีที่เขาเงยหน้าขึ้นมา  ปากบางของเด็กหนุ่มอุจิฮะก็เข้าจู่โจมประกบปิดปากของเขา  ก่อนที่จะเริ่มลิ้มรสการจูบอีกครั้ง  แต่ทว่าครั้งนี้กลับหนักหน่วง  และร้อนแรง แตกต่างจากเมื่อครู่

“ อื้อ...”  เด็กหนุ่มที่ถูกจู่โจม  ส่งเสียงค้านตามแรงอารมณ์  ส่วนมือที่เคยคอยผลักไสร่างโปร่ง ก็กลับกำเสื้อของร่างนั้นไว้แน่น

ตอนนี้สติของนารุโตะได้กระเจิงกระจัดกระจายเป็นที่เรียบร้อย  ในหัวนั้นว่างเปล่า ไร้ซึ่งความคิดใดๆ ส่วนร่างกายก็คอยตอบสนองสัมผัสที่รับจากอีกฝ่าย

เมื่อซาสึเกะยอมปล่อยให้ริมฝีปากของนารุโตะเป็นอิสระ  เด็กหนุ่มผมทองก็หอบหายใจ  ตักตวงออกซิเจนให้ได้มากที่สุด คราวนี้เล่นเอาเด็กหนุ่มไม่กล้าเงยหน้าขึ้นไปอีก

ถึงจะน่าเสียดาย   แต่ทั้งเขาและนารุโตะออกมาจากกลุ่มเดินทาง  มานานพอสมควร ตอนนี้คาคาชิอาจรู้สึกตัวว่าพวกเขาทั้งสองดูผิดปกติ  ดังนั้นถ้าหากยังอยู่ตรงนี้นานเกินไป หัวหน้าทีมอาจสงสัย  ดีไม่ดีอาจปลุกซากุระขึ้นมาตามหาพวกเขา

*‘ ต้องรีบกลับตอนนี้ ’*  เด็กหนุ่มอุจิฮะจึงยอมปล่อยร่างที่อยู่ในอ้อมแขนให้เป็นอิสระ  ก่อนที่เขาจะลุกขึ้นยืน

“ กลับกันเถอะ...” ดวงตาคมยังคงมองร่างที่ดูไร้เรี่ยวแรงนั้น  ค่อยๆพยุงกายให้ลุกขึ้นอย่างยากลำบาก

เมื่อนารุโตะลุกขึ้นยืนได้แล้ว  สติเขาก็เริ่มกลับมา มือแป้นยกขึ้นรูดซิบเสื้อนอกปิด  ก่อนกระโดดตัวออกจากที่นั้นโดยไม่หันมามองซาสึเกะแม้แต่น้อย  หรือพูดง่ายๆคือไม่กล้าสู้หน้า

นารุโตะกลับมาถึงที่พักเป็นคนแรก  ก่อนตรงดิ่งไปยังที่นอนของตนแล้วคลุมโปงทันที  ทำเอาผู้เป็นหัวหน้าทีมฉงนอย่างมาก  ไม่ทันแม้แต่จะปริปากถาม  สักพักซาสึเกะก็กลับมา

“ พวกเธอหายไปไหนมา...แล้ว ซาสึเกะเป็นอะไรไปนารุโตะ”  คาคาชิหันมาถามซาสึเกะ  เพราะยังเข้าใจว่าทั้งสองยังสลับร่างกันอยู่

    “ ก็บอกแล้วไง ว่าไปทำธุระ  แต่หมอนั่นฉันไม่รู้”  เด็กหนุ่มตอบเสียงเรียบ 

    โจนินหนุ่มจ้องเด็กหนุ่มอุจิฮะเขม็ง  “ อ้าว...กลับคืนร่างเดิมแล้วเหรอ?  ทีหลังก็บอกกันตรงๆก็ได้ว่าจะไปย้ายร่าง  จะได้หายห่วง...แล้ว ไปทำยังไง  นารุโตะถึงเป็นแบบนั้น”  คาคาชิกล่าวพลางชี้ไปที่ตำแหน่งของนารุโตะ

    “ ไม่รู้...” ซาสึเกะหย่อนตัวลงนั่งพิงต้นไม้  ก่อนจะหลับตาลง  ทิ้งให้ผู้เป็นหัวหน้าหน่วยมองทั้งสองสลับกันไปมาอย่างคาใจ

    *‘ สองคนนี้มันชักน่าสงสัยขึ้นทุกวัน...’*  เมื่อรู้ว่าคิดไปก็เสียพลังงานสมองเปล่าๆ  โจนินหนุ่มจึงกลับมาตั้งสมาธิกับการเฝ้าระวัง  ความปลอดภัยให้กับภารกิจครั้งนี้

    เช้าตรู่เป็นเวลาในการออกเดินทาง  แต่เด็กหนุ่มผมทองยังไม่ฟื้นคืนชีพจากห้วงนิทรา จึงเดือดร้อนถึงเด็กสาวนินจาแพทย์ที่จะต้องปลุก  พอซากุระเขย่าร่างที่อยู่ใต้ผ้าห่มสักพัก  ร่างนั้นก็ลุกขึ้นนั่งด้วยอาการงัวเงีย 

    “ ฮ้าว~~ อรุณสวัสดิ์ซากุระจัง  ได้เวลาแล้วเหรอ?...”  นารุโตะพูดพลางขยี้ตา

    “ ก็ได้เวลาน่ะซิ  ปกตินายจะตื่นแล้วไม่ใช่เหรอ?  ครูคาคาชิก็เรียกตั้งหลายครั้ง...ชักขี้เซามากไปแล้วนะ  ไปล้างหน้าแปรงฟันได้แล้วไป” 

    ก็จะไม่ให้เขาง่วงได้ขนาดนี้ได้ยังไงล่ะ!  เรื่องเมื่อคืนกว่าจะทำใจหลับได้ก็ตั้งนาน  ที่เขาโดนไอ้เพื่อนรักนั้นแกล้ง  มันร้ายแรงกว่าตอนโดนคิโจลวนลามเป็นไหนๆ  แล้วจะมองหน้าซาสึเกะได้เหมือนเดิมอยู่รึเปล่า  เขาก็ยังไม่แน่ใจตัวเอง 

    “ นารุโตะ...คอนายไปโดนอะไรมา?”  ซากุระถามขึ้นเมื่อเห็นรอยจ้ำเป็นจุดๆ  กระจายอยู่เต็มคอของเด็กหนุ่ม  ทำเอานารุโตะสะดุ้งโหยง รีบรูดซิบปิด เพราะปกติตอนนอนเขาจะรูดซิบลงเป็นประจำอยู่แล้ว  และเมื่อคืนคงงัวเงียรูดลงตามความเคยชิน  จนลืมไปว่าที่คอมีสิ่งต้องปกปิด

“ อะ มด มดกัดน่ะ  เมื่อคืนคงหลับไม่รู้เรื่อง  ตอนนี้ยังคันๆอยู่เลย  งั้นฉันไปแปรงฟันก่อนนะ!” พูดจบเด็กหนุ่มก็รีบยัดๆที่นอนกับผ้าห่มลงกระเป๋า  แล้วสะพายกระเป๋ากระโดดตัวไปทางลำธารทันที

“ อะไรกัน?...นั่นมันรอยมดกัดซะที่ไหนเล่า  คอยดูนะ กลับมาโดนซักแน่...นารุโตะ”  เด็กสาวคาดโทษกับเด็กหนุ่มที่ลิ่วหายไปก่อนหน้านี้  แล้วจึงไปดูทางที่พักของเหล่าทหารและนักการทูตของแคว้นทะ

*‘ ซาสึเกะนะซาสึเกะ!!!  แกทำบ้าอะไรกับฉันฟะเนี่ย!!’*  เด็กหนุ่มคิดขณะมองเงาสะท้อนจากน้ำในลำธาร  รอยที่เพื่อนของเขาได้ทิ้งไว้นั้นเกลื่อนเต็มคอเขา  แม้จะรูดซิบปิดก็ยังมีโผล่มาให้เห็นอยู่

“ ซาสึเกะ! ฉันอยากฆ่าแกโว้ย!!!”  เด็กหนุ่มตะโกนอย่างเดือดดาลด้วยความอับอาย ก่อนจะดับความฟุ้งซ่านด้วยการจุ่มศีรษะในลำธาร 


===================================>>>>>>>>>TBC


ขอบคุณสำหรับคอมเม้นต์จ้า >3<

ความคิดเห็น