โอมมมจงรักจงหลงเรื่องนี้ โอมจงเปย์มา โอมแจกดาวข้า โอมเข้ามาอ่านให้เยอะๆ เพี้ยง!

บทที่ ๔ ย้อนกลับไป

ชื่อตอน : บทที่ ๔ ย้อนกลับไป

คำค้น : ฮาเร็ม,ไทยโบราณ,ไสยศาสตร์,แฟนตาซี30+

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 12.9k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.ค. 2560 07:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ ๔ ย้อนกลับไป
แบบอักษร

ไสยเวทย์

        ห้วงมิติเวลาผกผัน ก่อเกิดพายุหมุนลูกมหึมายักษ์ใหญ่ ไอหมอกสีควันจางเริ่มประทุขึ้นรอบตัว ตอนนี้อินทรชิตอยู่ในหลุมดำที่ไม่รู้จัก มีเพียงหมอกและความมืดมิดรายรอบ ตัวเขาลอยเคว้งคว้างประหนึ่งกลางอวกาศอันน่าพิศวง

        “ปล่อยกูเสียทีสิเว้ย” เขาไม่ทราบว่าพูดกับอะไร แต่ที่แน่ๆมนต์อักขระพวกนี้กำลังลอยล่องอยู่โดยรอบ ผสมเสียงสวดอันแสบแก้วหู

        เขาไม่รู้ทราบดีชัด ผ่านไปเกือบสามสิบนาทีถึงจะหลีกพ้น

       ท้ายที่สุดร่างอินทรชิตถูกไสยเวทย์ปลดปล่อย ทิ้งร่างชายหนุ่มลงแม่นํ้าใหญ่ เสียงตู้มดังสนั่น ราวระเบิดเกิดเสียงกัมปนาทกึกก้อง สายลมหอบเอาร่างลอยหายลับไป เหลือเพียงเวิ้งนํ้าใหญ่เกิดระรอก

       คนพายเรือไม่รู้ทราบ เห็นเพียงร่างคนตกนํ้าลงไปสายธาราใหญ่

      “ตะเถรพ่อแก้วแม่แก้ว มีคนตกนํ้าเว้ย ไอ้เพา ลงไปดูซิมันจักตายหรือไม่ นํ้าเชี่ยวกราดอยู่ลึก มันเคราะห์มีอันตายเป็นแน่” เสียงหญิงคนหนึ่งอุทานพร้อมไหว้วาน เรียกสามีให้ลงไปช่วย

        นายเพาเห็นว่ามีคนลำบาก ด้วยวัยที่ไม่นับว่ารีบกระโดดนํ้าพร้อมเชือกผูกเอว หมายจะไปช่วยร่างคนหล่นลงนทีไปเมื่อครู่

        บนเรือแพหลายคนลุกฮือดูเหตุ เห็นนายเพาวัยสี่สิบห้าว่ายนํ้าคล่องแคล่วเข้าไปควานหาร่าง

        อินทรชิตรู้สึกเย็บวูบทั่วร่าง เบาเคว้งกลางสายนทีอันกว้างใหญ่ ไม่รู้ทราบว่าเป็นหรือตาย เหตุอันมากมายเข้าประดัง นายเพาคว้าตัวได้หมายจะดึง ยื้อเอากายชายขึ้นมาสุดชีวิต

       นางแย้มเมียนายเพาส่องดูหน้าค่าตา ดูหล่อเหลาคมคายยิ่งนัก อินทรชิตนอนแผ่หลากลางเรือแพ ทันใดนั้นก็ถูกกระทำให้สำรอกสำลักนํ้าออกมา

        “เป็นอย่างไรบ้างพ่อหนุ่ม หนาวหรือไม่” นางแย้มกล่าวถาม หอบผ้าพอมีให้หุ้มกาย

        อินทรชิตอาการยังไม่ดี ชาวบ้านที่พบช่วยจึงนำสู่กระท่อมพัก หาผ้าหาผ่อนมาคลุมกาย จนร่างกำยำหนาวสะท้านหายเป็นปลิดทิ้ง

       “มันจักตายหรือไม่แม่แย้ม” นายเพาครั่นเนื้อครั่นตัวเริ่มสงสัย ปากคลํ้าม่วงคงจะหนาวมิใช่น้อย ดูอย่างไรชายผู้นี้คงจักไม่รอดกระมัง ดูท่าทางประหนึ่งคนชะตาขาด

       “มิตายดอก เอ็งไปเอานํ้าขิงต้มมา ข้าจะป้อนมัน” นางว่าบอกสามีให้เร่งรี่ปรี่ไปทำ

       “เอ็งจะป้อนรึ ไม่ดีกระมังแม่แย้ม” สามีเริ่มหึงหวง หากแม่แย้มป้อนจักถูกว่าเป็นหญิงไม่ละเมียดละไมต่อการครองเรือน

      “ไอ้เพา” นางดุด้วยเสียงเบา “เอ็งเห็นข้าเป็นคนเช่นนั้น กระนั้นเอ็งจักป้อนยาให้พ่อหนุ่มนี่เอาไหมเล่า อีกอย่าง หน้าตาก็ราวลูก จักให้ข้ามาคิดมิดีมิร้ายกับเด็กรึไร เอาหัวหรืออันใดคิด” นางจิ้มนิ้วชี้ไปบนหน้าผากสามี ตำหนิมาการหนึ่ง นายเพาจำใจ เอานํ้าขิงส่งให้ภรรยา แล้วนั่งเฝ้า แม่แย้มมิว่าคำใดให้ แค่ช่วยคนเท่านั้น

       ผ่านยามมืดคํ่า กระท่อมหลังน้อยมีเพียงนายเพาและนางแย้ม บัดนี้มีแต่งเติมขึ้นมาอีกคนคือชายหนุ่มผู้เคราะห์ร้าย ไม่อาจจะหาความใดที่แน่ชัด ว่าชายหนุ่มผู้นี้ตกลงกลางนํ้าได้อย่างไร ในที่สุดอินทรชิตก็ฟื้นตื่น ลืมตาโพลงอย่างคนพบอันใดน่าพรั่นพรึงมา เขากวาดตามองดู เห็นหลังคามุงฟาง ข้างๆก็มีตะเกียงนํ้ามันก๊าซจุดเติมแสงสว่าง

       “ป้าแย้ม ฉันมีถั่วพลูมาฝากจ้ะ” เสียงดรุณีน้อยคนหนึ่งหอบตะกร้าใส่ผักมาเต็มใบ แล้วนั่งลงที่แคร่ไม้หน้าเพิงกระท่อม ด้านนอกนั้นสลัวลงแล้ว ท้องฟ้าสีฟ้าแปรเปลี่ยนเป็นดำคราม

       “สวย” อินทรชิตรำพึง ยามเห็นสตรีนางหนึ่งนุ่งกระโจมอกสีพื้น แต่ทรวงอกนางมิได้ด้อยกว่าอิสตรีอื่น ผมรวบเกล้าขึ้นเป็นมวย กลัดด้วยแท่งไม้ไผ่เหลา เนื้อเนียนสล้างจนสะกดสายตา

       หญิงสาววัยสิบห้าจากเพิงด้านนอกแลเข้ามา พบชายผู้นั้นนอนบนเสื่อและหมอนหนึ่งใบ ทอดมองมายังนางมิหลบตา ทว่าสตรีนางนั้นกลับเอรยงอายตะลึงใจอยู่ เมื่อมีชายชาตรีผู้หนึ่งจ้องตาเป็น รูปร่างสันทัดมิได้แก่ชรา

       “อ้าว พ่อหนุ่ม ตื่นแล้วรึ ดีๆมานี่ลุกไหวหรือไม่มากินข้าวกินปลา” นายเพาเอ่ยกับอินทรชิต

       “นายผู้นั้นคือคนที่ลุงช่วยหรือจ้ะ” หญิงสาวถามนายเพา เห็นอยู่ว่าเขานุ่งโจงกระเบน มิได้มีตามคำเล่าลือว่านุ่งผ้าอาบนํ้าอยู่ พอลากจากสายธารอันกว้างใหญ่ขึ้นมาได้ก็มารักษาที่กระท่อมหลังน้อย

       อินทรชิตยังไม่ตื่นเต็มที่ พอออกมาจากกระท่อมด้านสู่เพิงด้านนอก กลับพบว่ามันมีแต่ทุ่งหญ้า ต้นไม้ และกระท่อมธรรมดากว่าบ้านที่เขาเช่ามากอยู่นัก

       “ผมอยู่ที่ไหนหรือครับ” อินทรชิตถามด้วยใคร่รู้ ก็ในเมื่อเขาเพิ่งจะถูกไสยเวทย์ดูดลงหลุมดำจากห้องนอนในแดนชุมชนเมืองหลวงกรุงเทพ

       สองผัวเมียมองหน้ากัน กับสำเนียงบ้านแปลกประหลาดของอินทรชิต “ที่นี่รึ ก็หมู่บ้านเล็กๆไงเล่า หมู่บ้านจันทร์ฉาย”

        อินทรชิตงุนงงใหญ่ ที่นี่หมู่บ้านอะไร มีในแผนที่ประเทศไทยด้วยหรือ “เขตอะไรครับ”

        หน้าสองผัวเมียงงกันใหญ่ ไม่เข้าใจสิ่งที่ชายหนุ่มถาม จึงถามกลับ”แล้วพ่อหนุ่มชื่ออะไร บ้านอยู่ไหน”

      “ผมชื่ออิน บ้านอยู่กรุงเทพ เช่าบ้านอยู่ครับ” อินทรชิตตอบด้วยใสซื่อ ต่างฝ่ายต่างซื่อ ยิ่งซื่อกันใหญ่โต มีแต่ความสงสัยว่าต่างคนต่างพูดอะไรกันแน่

      “เอ่อ พ่อหนุ่มข้าเสียใจจริงๆ แถวนี้มิมีบ้านเอ็งดอก เอ็งคงถูกโจรป่าปล้นมากระมังถึงได้มาในสภาพนี้” แม่แย้มตอบอย่างนึกเสียใจจริง จากนั้นก็ใช้มือควานข้าวจากหม้อใส่จากสังกะสีให้เขา “กินข้าวก่อนเถอะ ยังหนุ่มยังแน่นต้องมีโอกาสกลับบ้านแน่นอน”

      อินทรชิตงงงัน ยังหนุ่มยังแน่น? เขาสามสิบห้าสามสิบหกแล้ว ไม่เรียกหนุ่มแน่นเท่าไหร่ แลมองสองผัวเมียใส่เสื้อผ้าแปลกๆ นุ่งกระโจมอกและโจงกระเบน

       “ที่ปีอะไรหรือ เรื่องนั้น” เมื่อเสียงสาวน้อยกอดตะกร้าแน่นตอบ ทุกอย่างในความคิดก็ว่างเปล่าไป เขาเอะใจพอดีฟ้าครึ้มสลัว ชายหนุทมวิ่งไปโอ่งนํ้าใกล้ๆ หยิบตะเกียงมาช่วยส่อง ให้เดาไม่ผิด ‘ชิบหาย อยู่ก็กลายเป็นเด็กผู้ชายอายุประมาณยี่สิบ หนวดเคราไม่มี รอยตีนกาใต้ตาหาย แถมหน้าเรียวคมเหมือนยี่สิบจริงๆ กูย้อนอดีตมาตั้งห้าร้อยปี! ทางกลับบ้านอยู่ไหนวะ!’  อินทรชิตหันมาหาพวกเขาทั้งสาม ตื่นตะลึงไม่น้อย

…..    

ไทยโบราณฉบับฮาเร็ม ท่านทั้งหลายชอบได้โปรดกดถูกใจ เวทอาคมไม่อิงประวัติศาสตร์ แต่งตามจินตนาการนักเขียนล้วนๆ คาถามีความตามใจนักเขียนและมโนอันหนักหน่วง ไม่ได้เอาหลักการเวทมนตร์ใดๆมาเป็นสื่อหลัก ขอบคุณสำหรับคอมเมนต์ดีๆ Ncแนว30+ บางคำใช่ยุคพ่อขุนขออภัยหากคิดว่าไม่เหมาะ แต่กระผมขอเขียนตามนี้ขอรับ ชอบกดถูกใจ ชอบหนักให้ดาวด้วยนะขอรับ สู้กันก็มีฝากติดตามขอรับท่าน​

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว