สถานะ : กลับมาเขียนต่อหลังจากอู้เพราะโควิดไปนานนม ตอนต่อไป : ตอนที่38-?? รีไรท์ยังไม่มีในเร็ววันนี้ขอให้อดทนไปก่อน เพราะใจไรท์อยู่กับตอนใหม่มากกว่าตอนเก่า

ไปอ่านรีไรท์

ชื่อตอน : ไปอ่านรีไรท์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.5k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ม.ค. 2563 22:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ไปอ่านรีไรท์
แบบอักษร

​-กิ๊ง ก่อง กาง ก่อง- 

"คุจัง! ไปกินข้าวเที่ยงด้วยกันเถอะ!" 

ชื่อของผมคือคุโรมิเนะ คุโระ เป็นเด็กกำพร้าไม่มีพ่อไม่มีแม่ ไม่มีญาติใดๆที่ไหนเลยสักคนเดียว ส่วนตอนนี้ผมอยู่กับพี่ฮานะ ซึ่งเธอก็ไม่ได้มีชื่อหรือนามสกุลเลย มีเพียงแค่ชื่อเล่นที่พวกเราแต่งขึ้นมาให้กับเธอเท่านั้น 

พวกเรา...ผมหมายถึงตัวของผมและหญิงสาวสุดสวยผมสั้นบ๊อบ อกสวยขนาดพอเหมาะไม้เหมาะมือ เอวเล็กก้นกลมตึงเพอร์เฟ็คต์ในทุกๆด้านคนนี้ เธอชื่อว่าฮินาตะ ฮานะ 

"ครับ ครับ" 

เธอเป็นเพื่อนของผมตั้งแต่สมัยเด็กๆ บ้านของเธอติดอยู่กับบ้านของผม แต่บ้านของผมที่ว่า หรือบ้านของพี่ฮานะน่ะมันใหญ่ซะจนทางนี้ยังเดินหลงทางเลยนะ เป็นบ้านสไตล์ญี่ปุ่นแถมมีเมดสไตล์ตะวันตกอยู่ด้วยอีกหนึ่งคน เธอชื่อคุณยูนะ 

คุณยูนะน่ะดูเหมือนว่าจะเป็นเพื่อนกับพี่ฮานะมาตั้งแต่ก่อนที่เธอจะมาเจอผม ซึ่งมันก็ราวๆหลายปีอยู่...ไม่สิ เป็นสิบปีเลยล่ะ 

ลักษณะของพี่ฮานะคือเธอจะเป็นคนตัวสูง ซึ่งจะสูงราวๆร้อยเจ็ดสิบเซ็นติเมตรซึ่งเตี้ยกว่าผมไปแปดเซ็นฯ อกใหญ่ไซส์สะบึม รู้สึกว่าจะคัพH นะ 

นอกจากนี้ก็หุ่นดี สะโพกโค้งเว้าดูดึงดูดอารมณ์สำหรับเพศชายอื่นๆ ผมยาวของเธอมักจะเปียยไว้ข้างหลังเสมอ เธอเป็นคนที่สวยสุดๆคนนึงเลยล่ะนะแต่... 

ผมน่ะ ชอบฮินะ ตั้งแต่เด็กๆแล้วล่ะนะ 

เพราะงั้นอย่างพี่ฮานะน่ะไม่ได้อยู่ในระบบความคิดเรื่องนี้หรอก คุณยูนะที่มีความสวยงามระดับจักรวาลเองก็เหมือนกัน หน้าตาดีเป็นลูกครึ่งแต่มาอยู่ที่ญี่ปุ่น เกิดที่ญี่ปุ่นทำให้ชื่อของเธอเป็นภาษาญี่ปุ่นที่เขียนได้ด้วยตัวคันจิ 

คุณยูนะมีผมออกสีชมพูอ่อนๆ หน้าตาน่ารัก ผมยาวสละสลวยไปถึงกลางหลัง ทรีไซส์ราวๆ แปดเสิบเก้า ห้าสิบห้า แปดสิบสาม หุ่นดีใช่ย่อย 

"อ๊ะ! รุ่นพี่คะ~" 

หลังจากที่ผมเดินออกจากห้องเรียนพร้อมกับฮานะอย่างเป็นปกติผมก็พึ่งจะรู้ว่าเธอเรียกผมด้วยชื่อน่าอายที่เรียกกันในสมัยประถม แถมยังมีเด็กสาวที่มีส่วนสูงไล่เลี่ยกันกับฮานะวิ่งเข้ามาหาผมอีก 

เธอคือน้องสาวของฮินะ ชื่อว่าฮินาตะ คานะ ยัยนี่ก็สวยเหมือนกันแต่ออกจะแก่นแก้วนิดหน่อยน่ะ อกใหญ่กว่าฮินะอย่างไม่ต้องพูดถึงเอาเข้าจริงยัยนี่ป๊อปปูล่ายิ่งกว่าฮินะอีกนะ 

ที่แตกต่างก็คือฮินะมีผมสีดำและดวงตาสีดำ แต่ยัยนี่มีผมและดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่ได้รับสืบทอดยีนส์มาจากฝั่งแม่โดยตรงนี่สิ แถมรอยยิ้มดูมีเสน่ห์ดีด้วยน่ะนะ 

"คานะ อย่าพุ่งพรวดเข้ามาแบบนี้สิ" 

"ขอโทษค่ะพี่~ รุ่นพี่คะ ไปทานข้าวเที่ยงด้วยกันเถอะนะคะ!" 

"ทางนี้ก็ว่าจะไปชวนอยู่พอดี ไปด้วยกันรึเปล่าล่ะ?" 

ผมถามเธอพร้อมเอียงคอนิดหน่อย คานะที่กะจะชวนผมไปกินข้าวเที่ยงด้วยกันก็พยักหน้ารัวๆ แล้วก็เหมือนปกติ ผมกับฮินะและคานะเดินไปตรงบันไดเพื่อขึ้นไปยังดาดฟ้า 

-เอี๊อด- 

เมื่อเปิดประตูที่ไม่ได้ล็อคเอาไว้ออกก็พบว่าตรงนี้ไม่มีใครอยู่ตามเดิม แถมอากาศดีซะด้วย พวกเราจึงหามุมดีๆนั่งกัน ส่วนเรื่องอาหารทางนี้ก็พึ่งพาพี่ฮานะอยู่ล่ะนะ 

ผมเองก็สงสัยเหมือนกันว่าทำไมพี่ฮานะถึงไม่ทำงานอะไรแต่กลับมีเงินล้นเหลืออยู่ในบัญชีธนาคารกว่าสิบบัญชีได้กัน? นั่นเงินจำนวนหลายหมื่นล้านดอลลาร์*เลยนะ 

*1 ดอลลาร์มีค่าประมาณ 113.9 เยน เท่ากับว่ามีมากกว่าหมื่นล้านดอลลาร์ ก็หมายความว่าฮานะมีเงินมากกว่า หนึ่งล้านหนึ่งแสนสามหมื่นเก้าพันล้านเยนนั่นเอง 

"มานั่งตรงนี้สิคุจัง" 

"ถึงเมื่อกี้จะไม่ได้พูด แต่หยุดเรียกผมว่า 'คุจัง' จะได้ไหม? มันน่าอายนะ" 

"คุจังก็คือคุจัง ถ้าไม่ใช่แบบนั้นเราก็เสียใจแย่สิ..." 

"รุ่นพี่ห้ามทำพี่ร้องไห้นะคะ!" 

โดนคานะหาว่าผมเป็นตัวการทำให้ผู้หญิงร้องไห้ไปซะแล้ว ช่างปะไร 

"""ทานแล้วนะคะ/ครับ""" 

ข้าวกล่องของผมก็เป็นข้าวกับอาหารจำพวกเนื้อและผักปะปนกันไปเป็นปกติ ผักลวกที่ตอนนี้เย็นหมดแล้วก็อร่อยดี ส่วนเนื้อก็จะเป็นพวกกุ้งเทมปุระ โคร็อกเกะ คาราอาเกะ และไส้กรอก แล้วก็มีสาหร่ายโปะหน้าข้าวด้วย ปกติน่ะ 

"คุจัง อ้~าม" 

"อ...อ้าม" 

-หงับ- 

ถึงจะตีหน้านิ่งแต่ทางนี้ก็แอบเขินอยู่เหมือนกัน เพราะฮินะยื่นตะเกียบที่ตนพึ่งใช้คีบคาราอาเกะเข้าปากมาคีบเอาอีกชิ้นยื่นมาให้ผม ดูยังไงก็จูบทางอ้อมชัดๆ 

"อร่อยดีนะ" 

"งั้นเหรอ?" 

"เธอก็ลองบ้างสิ" 

ผมก็เอาตะเกียบของผมที่ยังไม่ได้ใช้งานเมื่อกี้นี้มาคีบเอาคาราอาเกะสูตรพิเศษของพี่ฮานะยื่นให้เธอ เธออ้าปากกว้าง "อ้~~าม" แล้วงับมันเข้าปากไปเคี้ยวจนแก้มตุ่ย ถึงใจนึงจะคิดว่าควรจะหยิบชิ้นเล้กให้ก็เถอะแต่อีกใจนึงก็คิดว่ามันน่ารักดีแฮะน่ะ.. 

"พี่...ขี้โกงค่ะ" 

"? เธอพูดอะไรรึเปล่าคานะ?" 

ผมหันไปถามเธอ ส่วนสิ่งที่ได้มามีเพียงแค่การส่ายหน้าไปมาและรอยยิ้มดูเหงาๆนิดหน่อยของเธอ คงคิดว่าผมไปแย่งพี่ของเธอเข้าล่ะสินะ? แถมยังเมินเธอแบบสมบูรณ์อีกต่างหาก 

"เอาหน่อยไหม?" 

"เอาค่ะ!" 

อ้~าม คานะอ้าปากกว้างเหมือนกับฮินะอย่างกับแกะตัวเดียวกันไม่มีผิด คราวนี้ผมเรียนรู้จากความผิดพลาดที่ไม่ค่อยจะเกิดบ่อยมจึงเลือกคีบเอาอันเล็กๆพอดีปากให้กับเธอ 

-หงับ- 

และดันคาดการณ์ถูกซะด้วย มันไม่ใหญ่ไม่เล็กจนเกินไปทำให้เธอยิ้มดูมีความสุขพลางเคี้ยวคาราอาเกะสูตรพิเศษของพี่ฮานะไปพลาง 

"อร่อยสินะ?" 

"ก็เป็นสูตรของคุณฮานะนี่นะ!" 

คานะยิ้มแก้มปริ 

"แต่ไม่ใช่แค่นั้นซะหน่อย..." 

"? เธอพูดอะไรรึเปล่า?" 

"เปล่าค่ะ!" 

เธอยังคงไม่คลายยิ้ม แต่เรื่องบังเอิญหูฝาดจะมีสองครั้งในเวลาเดียวกันได้ด้วยเหรอ? มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรอกนะ 

เรื่องนั้นช่างมันเถอะ อืม อาหารของพี่ฮานะเนี่ยยังอร่อยเหมือนเคยเลยแฮะ... 

 

 

 

"ห~าว" 

"ฮินาตะ! มองกระดานสิ!" 

"ขอโทษค่ะอาจารย์!" 

อาจารย์สาวห้าวดุฮินะด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูหนักแน่น นี่เป็นคาบสุดท้ายของวันนี้และเหลือเวลาอีกไม่นานก็จะเลิกเรียนแล้ว 

สำหรับผม ผมคิดว่าเธอคนนี้สอนวิชาเลขได้ดีพอควร แต่ทางนี้ดันไม่ค่อยเข้าใจเท่าไร แค่พอไปวัดไปวาได้นิดๆหน่อยๆเท่านั้น ส่วนฮินะน่ะเหรอ? ทางนั้นโง่วิชาเลขสุดๆเลยล่ะ คำนวนอะไรก็ไม่ค่อยได้ด้วย 

"ทำไมเรา​ต้องมาเรียนวิชาน่าเบื่อนี่ด้วยนะ?" 

ฮินะทำหน้าเบื่อมองไปทางอาจารย์อย่างไม่ค่อยเต็มใจเท่าไร ส่วนทางผมก็จดๆเมินๆล่ะนะ มันน่าเบื่อจะตายที่ต้องมีเรียนวิชาเลขน่ะ 

"อย่าบ่นนะ!" 

"ค่ะ!!" 

-ก๊ง ก่อง กาง ก่อง- 

"รอดแล้ว!" 

"ให้ตายสิ..." 

อาจารย์สาวเอามือก่ายหน้าผากอย่างเหนื่อยๆ แล้วเดินออกจากห้องเรียนไปโดยที่ไม่รอให้พวกเราทำความเคารพ ซึ่งก็เป็นปกติของเธออยู่แล้วน่ะ 

ผมเก็บหนังสือเข้ากระเป๋าอย่างเป็นระเบียบดังเดิม ตามที่คาด ฮินะเก็บกระเป๋าเสร็จตั้งแต่อาจารย์ออกห้องไปแล้วล่ะนะ 

"คุจังไปเดทกันเถอะ!" 

"เอ๋? ตะกี้เธอพูดว่าเดทเหรอ?" 

"กับเจ้ามืดมนนั่นน่ะนะ?" 

"ชิ หงุดหงิดกับไอ้บ้านั่นชะมัดเลยว่ะ" 

ฮินะยิ้มอย่างร่าเริงแล้วเข้ามาใกล้ผมพร้อมกับชวนไปเดททั้งๆที่ทำหน้าระรื่นแบบนั้น คนอื่นๆก็เลยพลอยมองมาทางผมอย่างแค้นเคืองพอสมควร ก็เพราะเธอสวยและเป็นที่นิยมสำหรับห้องนี้นี่นา? 

"เอาสิ" 

แต่เพราะความจริงที่ผมชอบเธอทำให้ไม่ชอบใจที่จะมีใครมาหมายปองเธอ และก็ยินดีที่จะไปด้วยกันอยู่แล้ว เพราะพวกเราไม่สังกัดในชมรมอะไรเป็นพิเศษทำให้ช่วงเวลาหลังเลิกเรียนนั้นมีเยอะกว่าคนอื่นหน่อยๆล่ะนะ 

"รุ่นพี่!" 

"คานะ?" 

ในขณะที่จะเดินออกจากห้องจู่ๆคานะก็ตะโกนเข้ามาด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยจะสบอารมณ์ทเท่าไรแต่ก็ยังฝืนยิ้มอยุ่ดังเดิม 

"วันนี้มีกิจกรรมชมรมเพราะงั้นกลับกันไปก่อนเลยนะคะ ทั้งๆที่คิดว่าจะไม่มีแล้วแท้ๆเชียว..." 

ชิ เธอเดาะลิ้นอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์แล้วเดินจากไปทั้งๆอย่างงั้น ส่วนผมกับฮินะน่ะเหรอ? ยิ้มเจื่อนๆให้กันทั้งคู่ 

 

 

 

"จะว่าไป ฮินะจะไปไหนกันล่ะ?" 

"ฟุฟุฟุ คุจังก็รู้ไม่ใช่รึไงกัน?" 

"ผมหมายถึงหลังจากนั้นต่างหาก" 

"ดูหนังและทานข้าวเย็นกันสองคน เหมือนคู่รักเลยนะ!" 

ทางนี้เริ่มอายเหมือนกันแล้วแฮะ ให้ตายสิ ถูกคนที่ชอบพูดแบบนี้ใส่เป็นใครก็คงใจเต้นตึกตักแบบผมแน่นอน แต่ทางนี้ยังพอสงบสติได้อยู่ล่ะนะ 

"งั้นก็รีบๆซื้อซะล่ะ" 

เป็นเหมือนปกติที่ฮินะจะมาซื้อไลท์โนเวลจากร้านนี้ ถึงจะเป็นร้านเล็กๆแต่ก็มีหนังสืออยู่เพียบ คนไม่ค่อยมีเลยสะดวกต่อการเลือกซื้อโดยไม่เกิดปัญหา กล้องก็มีครบเครื่อง พนักงานก็...รุ่นน้องน่ะ รุ่นราวคราวเดียวกันกับคานะได้ล่ะมั้ง? 

"ยินดีต้อนรับนะคะคุณพี่ฮินาตะ!" 

"มาอีกแล้วล่ะ!" 

"อีกคนล่ะคะ?" 

"เพื่อนสมัยเด็กของเราเอง คุโรมิเนะ คุโระน่ะ" 

ฮินะแนะนำผมให้กับรุ่นน้องสาวโลลิ...เธอดูราวกับเด็กประถมแต่ความจริงอยู่ม.ปลายปีที่1นะ เหมือนกับคานะนั่นแหละ รู้สึกจะชื่อว่าริวโกะ ฮารุนะล่ะมั้ง? เท่าที่จำได้ก็มีน้องสาวชื่อริวโกะ คาเอเดะที่จะมาช่วยงานอยู่บ่อยๆเหมือนกัน 

"งั้นก็เชิญเลือกตามสบายเลยนะคะ!" 

เธอยังคงร่าเริงเหมือนเดิมเลยแฮะ ส่วนผมก็ไม่ได้สนเรื่องพวกนี้มากเท่าไรหรอก แต่ก็ใช่ว่าจะไม่สนเลยเพราะการที่อยู่คนเดียวมันเหงาและน่าเบื่อสุดๆ 

"เอาหมดนี่แหละ!" 

เธอหยิบไลท์โนเวลขึ้นมาอย่างรวดเร็วจำนวนสิบเล่ม แล้วเดินไปยังเคาน์เตอร์พร้อมกับจ่ายเป็นเงินสดอย่างเรียบร้อยและรวดเร็ว ซึ่งมันทำให้ผมรู้สึกนับถือริวโกะในฐานะพนักงานสุดๆไปเลยล่ะ 

"มิกะคุง ไอ้นั่นน่ากินจัง!" 

"น่ากินจริงๆนั่นแหละ" 

"เราแวะกันมาตั้งหกร้านแล้วนะมิอุ ซุสุกะ นี่เราต้องไปรับอาสุกะอยู่ไม่ใช่เหรอ?" 

เมื่อผมเดินออกจากร้านก็พบกับชายหนุ่มที่สูงพอๆกันและสาวสวยสามคน หืม? โรงเรียนเดียวกันเลยไม่ใช่รึไง? ดูได้จากยูนิฟอร์มสีดำสนิทน่ะ แต่จากดีไซน์แล้วน่าจะเป็นชุดของนักเรียนม.ต้นนะ 

"คุจัง?" 

"หืม?" 

"เป็นอะไรไปเหรอ?" 

"...เปล่า ไปกันต่อเถอะ" 

จากนั้นพวกเราก็เดินตามทางไปต่อ ส่วนทางที่พวกเราเลือกเดินนั้นเป็นเส้นทางที่เคยมาแล้วในอดีต ผมจำทางนี้ได้ดีเลย ซอยข้างหน้า เลี้ยวซ้ายไปแล้วเดินตามทางไปเรื่อยๆจนกระทั่งเจอทางออก 

ตรงนั้นจะมีซอยแยกอยู่เป็นทางตัน ตรงนั้นเป็นสถานที่ที่เพื่อนร่วมชั้นของผมเสียชีวิตอย่างสุดวิสัย เพราะผมช่วยเอาไว้ไม่ได้ทั้งๆที่ทำได้ จึงทำให้มองไปแล้วรู้สึกแย่และนึกเสียใจอยู่พอควร 

ฮินะตบที่บ่าของผม ถ้าได้สังเกตดูดีๆเธอไม่ได้ยิ้มเหมือนทุกที แต่กลับทำสีหน้าปั้นยากอมทุกข์อยู่อย่างงั้น 

"เรา...เราเองก้รู้สึกผิดไม่ต่างกันหรอก" 

"...ไปกันเถอะ" 

"...อืม" 

 

 

 

"แหม เรื่องนี้สนุกดีจังนะ!" 

"ร้านที่เธอแนะนำเองก็เยี่ยม อาหารอร่อยสุดๆ" 

ตอนนี้เป็นเวลาหัวค่ำ ท้องฟ้าเริ่มมืดทึบ พวกเราเองก็เริ่มเดินทางกลับบ้าน แต่ทางที่เดินอยู่เปลี่ยวหน่อยๆ 

ไม่ต้องห่วงหรอกน่า ฮินะน่ะเป็นปรมาจารย์ทุกด้านในการต่อสู้และวิชาป้องกันตัว ส่วนผมก็จำๆเธอมาด้วยความสามารถที่เหนือกว่า แต่เอาเข้าจริงผมเอาชนะเธอไม่ได้หรอก แปปเดียวก็น็อคแล้ว 

แต่มันไม่มืดเกินไปหน่อยเหรอ? ทางนี้รู้สึกสังหรใจไม่ค่อยดีเลยแฮะ 

"คุจัง? ทำไมทำสีหน้าเครียดแบบนั้นล่ะ?" 

ผมหันกลับไปมองฮินะแล้วคลายความไม่สบายใจนี่ทิ้ง จากนั้นก็เดินเข้าไปใกล้เธอนิดหน่อย 

"ผมไม่ชอบที่มืดแบบนี้เธอก็รู้นี่?" 

"!? นั่นสินะ!" 

เธอหัวเราะแปลกๆ "เฮะเฮะ~" ออกมา 

จากตรงนี้เลี้ยวทางนั้นก็จะเข้าสู่ถนนหลักที่จะมุ่งตรงไปทางบ้านของพวกเรา แค่นี้คงไม่ต้องกังวลอะไรแล้วล่ะน--- 

"ด้วยนามแห่งพระเจ้า ข้าขอตัวนางผู้เป็นเชื้อสายแห่งวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ที่เคยกอบกู้มนุษยชาติไปล่ะนะ" 

"!?" 

โดยไม่ทันได้รู้ตัว จุ่ๆก็มีแขนออกมาจากอากาศธาตุที่ว่างเปล่า แขนทั้งสองนั่นจับไปที่เรือนร่างของฮินะของผมแล้วดึงเธอไปกับมันด้วย 

"เฮ้ย!" 

แต่ไม่ทันซะแล้ว ร่างของฮินะหายไปพร้อมกับมือปริศนานั่น ทำเอาทางนี้รู้สึกหงุดหงิดและโกรธอภิมหาโกรธสุดๆ 

ความโกรธของผมพวยพุ่งขึ้นทะลุก้อนเมฆที่บดบังรัศมีของดวงจันทร์ ผมไม่ได้เปรียบเปรยแต่มันเป็นแบบนั้นจริงๆ ก็นะ ใครจะไม่โกรธบ้างล่ะ? 

ทางนี้โกรธสุดๆ จากที่ดูแล้วกรณีแบบนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นนี่นา? โอกาศที่จะถูกดึงไปต่างโลกที่เป็นมิติขนานกับโลกใบนี้ได้มีอยู่หลายกรณีก็จริง แต่ใครกันที่สามารถแยกมิติแล้วพาตัวเธอไปได้? แล้วทำไมถึงเรียกฮินะว่า 'เชื้อสายแห่งวีรบุรุษผู้กอบกู้' กัน? 

ไม่มีเวลามามัวคิดแล้ว ทางนี้โกรธสุดๆจนอยากจะผ่าร่างของไอ้บ้าที่ลักพาตัวฮินะไปสุดๆ หากไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับโลกใบนี้คงทำลายไปส่วนนึงเพื่อระบายอารมณ์แล้ว และนี่ไม่ได้เปรียบเปรยแต่อย่างใด 

"คุโระคุง!" 

พี่ฮานะในชุดเดรสสายเดี่ยวสีขาวสวยงาม ผมที่ไม่ได้เปียแต่รวบเอาไว้นั้นก็ทำให้เธอด้วยสวยสุดๆ แล้วทำไมถึงออกบ้านมาโดยที่ไม่สวมชั้นในกันนะ? 

"ป...เป็นอะไรไปน่ะ?" 

"...มีคนลักพาตัวฮินะไปน่ะ" 

"ว่าไงนะ?" 

"คนจากโลกนั้น ใครก็ไม่รู้หรอกแต่ว่าผมจะตามไป" 

"ด...เดี๋ยวก่อนนะคุโระคุง! กุญแจที่ใช้เปิดประตุมิติยังอยู่ในกล่องที่บ้านอยู่เลยนะ!" 

"ไม่ต้องห่วง เจ้าโง่นั่นเหลือร่องรอยเอาไว้ชัดเจนเลยทีเดียว" 

ผมมองไปยังรูอากาศที่เล็กมากซะจนยัดเข้าไปได้แค่นิ้วชี้นิ้วเดียวเท่านั้น แต่นี่ก็มากเกินพอแล้วตามความคิดของผม ใช่ มันมากเกินพอแล้ว 

"ผมของฝากนี่ไว้ที่พี่นะ" 

ผมโยนกระเป๋าของผมให้กับเธอแล้วก็ปลดปล่อยพลังความมืดที่เก็บซ่อนเอาไว้นับสิบปีออกมาให้หมด...ชิ พลังมีแค่นี้รึไงกันตัวผม? หรือเพราะว่าไม่ได้ใช้งานนานเกินไปจนทำให้ถดถอย? 

"คุโระคุง!" 

"ขอบคุณที่เลี้ยงดูผมมาโดยตลอดนะครับพี่ฮานะ แต่เรื่องนี้ม่ว่ายังไงผมก็จะไม่ยอมเด็ดขาด" 

ผมนำมือที่ถูกย้อมไปด้วยสีดำสนิทแตะไปที่รูหนอนขนาดเล็ก และทันได้นั้นก็... 

-เพล้ง- 

เสียงของเศษกระจกที่ความจริงของอากาศธาตุที่เชื่อต่อกับมิติที่มิตินึงดังขึ้น ภาพที่อยู่ตรงหน้าคือกระจกมิติที่แตกออกกว้างจนสาสมารถเข้าไปได้ และผมก็เข้าไปในนั้น 

คอยก่อนนะฮินะ ผมจะช่วยเธอมาแน่นอน ไม่สิ ไม่ว่ายังไงก้จะพาเธอกลับมาให้ได้ หากพวกมันต้องการผู้กล้าเพื่อปราบจอมมารตามตำนานที่เล่ากล่าวขานมายาวนานเกินคณานับ ผมจะเป็นผู้กล้านั่นแล้วไปกำจัดมันให้เธอเอง 

ผมขอสาบาน ในนามของปีศาจผู้ยิ่งใหญ่ บุตรชายแห่งจอมปีศาจคุโรมิเนะ คุโระผู้นี้จะพาเธอกลับมาให้ได้เลย 

 

 

 

[มุมมองที่สาม] 

"หืม?" 

"มีอะไรงั้นหรือ?" 

"หึ ข้าสัมผัสได้ถึงพลังที่อยู่เหนือพระผู้เป็นเจ้า ไม่ผิดแน่นอน ราชันย์ที่แท้จริงผู้หายสาบสูญไปนานกว่าสามร้อยปีได้กลับมาเยือนยังโลกใบหนี้อีกคราแล้ว" 

นางฟ้าสาวร่างเด็กกอดหมอนขนาดยักษ์ของตนแล้วจับช้าพร้อมกับยิ้มอย่างสนุกสนานออกมา ท่ามกลางปาร์ตี้น้ำชาที่มีผู้เข้าร่วมเพียงแค่สามคนซึ่งนับรวมตัวเองไปด้วยแล้วนั้น 

มนุษย์สาวสวยผู้มีนัยน์ตาดุจดั่งสัตว์ร้ายมองไปยังเด็กสาวที่เป็นนางฟ้า สลับกับเด็กสาวอีกคนที่ดูเหมือนว่าจะเป็นมนุษย์สัตว์ซึ่งเธอก็พยักหน้าเห็นด้วยกับนางฟ้าคนก่อนหน้านี้ 

"ไม่ผิดแน่ อีกฝ่ายมีพลังที่แม้แต่พระผู้เป็นเจ้า และจอมมารตนปัจจุบันไม่อาจเทียบได้ แม้จะยังไม่ผลิดอกออกผลก็ตามที" 

"เธอเองก็คิดแบบนั้นเหรอ?" 

ความจริงที่ว่ามนุษย์สาวไม่เชื่อใจทั้งคู่ทั้งๆที่เป็นเรื่องจริงยังคงไม่เปลี่ยนแปลง แต่ทั้งสองกลับยืนยันสิ่งที่พูดออกไปอย่างชัดถ้อยชัดคำ 

"ไม่มีทางที่ข้าจะโกหกอยู่แล้ว ขอสาบานในฐานะราชินีลันดอนลำดับที่หนึ่งเลย" 

"ฉันเองก็ด้วย" 

"งั้นฉันจะเชื่อพี่สาวน้อยสาวของฉันก็แล้วกันนะ" 

มนุษย์สาวถอนหายใจพร้อมกับหยิบเอาคุ้กกี้รูปกระต่ายยัดเข้าปากแล้วเคี้ยวอย่างไม่ค่อยสำรวมแต่ไม่ได้มีใครกล่าวต่อว่าอะไรราวกับเป็นเรื่องปกติ 

นางฟ้าสาวยิ้มหัวเราะเบาๆพร้อมกับพึมพำด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูกำลังสนุกอยู่ก็มิปาน 

"ราชันย์ผู้อยู่เหนือทุกสิ่งงั้นรึ? ข้าอยากจะรู้เสียจริงว่าเขาตนนั้นจะเป็นผู้ใดกันนะ?" 

ถัดจากผู้กล้าก็ราชาจอมมารผู้อยู่เหนือพระเจ้างั้นหรือ? งานนี้ชักสนุกไม่เบา นางฟ้าสาวคิดแบบนั้นพลางกัดคุ้กกี้รูปคุณหมีไปด้วย 

 

 

 

[จากไรท์] 

กว่าจะได้มารีไรท์ ใช้เวลานานพอควร แต่กว่าจะรีไรท์จนหมดน่าจะนานกว่า แถมจะเขียนต่อควบคู่ไปกับอีกเรื่องอย่าง "มันไม่เกี่ยวกับผม เพราะผมอยากสร้างฮาเร็ม" ซึ่งเป็นนิยายภาคต่อของเรื่องนี้(โดยที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกันเท่าไร)อีกด้วย 

ตอนที่สองคงจะมาในช่วงเดือนหน้านะ คงไม่มีใครมาเร่งเร้าแต่จะพยายามมาทยอยเขียนให้ในช่วงที่ว่างจริงๆ แล้วก้ติดตามอีกภาคได้เพราะมันไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกันแค่เอาเรื่องนี้ไปอ้างอิงตำนานส่วนใหญ่และอดีตของตัวละครเท่านั้นเองล่ะ!...มั้ง? 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว