ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เลือดพล่าน ll < บทที่5 > 100%

ชื่อตอน : เลือดพล่าน ll < บทที่5 > 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.5k

ความคิดเห็น : 15

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ธ.ค. 2561 20:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เลือดพล่าน ll < บทที่5 > 100%
แบบอักษร

5


“ฟันหักไหมพี่” ตลกครับน้องชาย ตอนเด็กๆพี่กินนมเยอะกระดูกและฟันแข็งแรงมาก อย่ารีบแช่งให้พี่ฟันหลอ พี่เพิ่งอายุยี่สิบ ยังอยากหล่ออยู่

“หน้าบวมมากไหม” ผมถามเฟรมที่ตอนนี้ทำหน้าที่ดูแลผมอยู่ อลินออกรับหน้าลูกค้าข้างนอกและเดินเข้าออกเพิ่งส่งออร์เดอร์เป็นบางครั้ง เรื่องหน้าบวมนี่ผมคิดหนักมาก ถ้าภายในวันสองวันนี้พวกพี่ใหญ่เกิดคิดถึงและมาหา เจอหน้าแบบนี้เข้าไปคงได้โดนสวดกันยาว

“นิดหน่อย พี่เอาไข่คลึงไว้ก่อน” เฟรมส่งไข่ไก่ต้มร้อนๆมาแนบหน้าผม

“ซี๊ดด!” เจ็บบบบ



มันดีตรงที่ผมหลบอยู่แต่หลังร้านไม่ได้ออกมาเจอผู้คน เรื่องหน้าแหกนี่ไม่ต้องกลัวใครจะเจอ มีหนุ่มสาวหน้าตาดีคอยเป็นหน้าเป็นตาของร้านให้อยู่แล้ว หลังปิดร้าน เด็กน้อยของผมทั้งสองก็ลากลับ อลินมากับเฟรมเพราะน้องเป็นผู้หญิงกลับคนเดียวจะอันตราย ไหนๆก็อยู่ใกล้กัน เฟรมเลยอาสารับส่งสาวน้อยคนนี้ไปด้วยเลย

แกรกๆ

ขณะที่ผมกำลังไขกุญแจเข้าห้อง ประตูห้องข้างๆก็เปิดออกมา เพื่อนบ้านที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีอยู่เดินหอบลังกระดาษอันใหญ่ออกมาพร้อมกับหน้าตาที่ดูไม่ได้ราวกับไปฟัดกับหมาที่ไหนมาก็ไม่รู้

“ของที่เหลือผมจะทะยอยมาเอาพรุ่งนี้นะครับ” เพื่อนบ้านคนนั้นยังไม่เห็นผม เขาหันกลับไปพูดกับใครสักคนที่อยู่ในห้อง ซึ่งก็คือเจ้าของหอพักที่เดินตามออกมาติดๆ

“เออ โชคดีเว้ย” เจ้าของหอตบบ่าเพื่อนบ้านผมเพื่อให้กำลังใจ

“เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ” เสียงของผมดึงสายตาทั้งคู่ให้หันมามอง แม่เจ้า! นี่มันหนักกว่าไปฟัดกับหมามาแล้ว “คะ คุณ! ไปโดนอะไรมาเนี่ย”

เพื่อนบ้านคนนั้นหรี่ตามองผมเล็กน้อย เหมือนจะไม่พอใจอะไรบาง อย่างผิดกับเจ้าของหอที่ถอยกรูดไปอยู่ข้างหลังเพื่อนบ้าน ยกมือกุมเป้าไว้อย่างสำรวม แม้แต่หน้าผมยังไม่กล้าสบตาเลย

“ผมถูกไล่ออกจากงาน ไม่มีเหตุผลที่จะอยู่ที่นี่ต่อแล้วเลยต้องย้าย”

“อ้าว…” เรื่องถูกไล่ออกกับเรื่องหน้าช้ำบวมแบบนี้มันเกี่ยวข้องกันหรือเปล่านะ “เสียใจด้วยนะครับ ถ้าผมช่วยอะไรได้ก็บอกนะครับ ผมเต็มใจ”

“จริงเหรอ!” เจ้าของหอหันขวับมองผมตาวาว แต่ถูกเพื่อนบ้านผมกระทุ้งศอกใส่เลยเงียบ

“ไม่ต้องหรอกครับ แต่ถ้าจะกรุณาคนที่เหลือ พยายามอย่าหาเรื่องให้ตัวเองดีกว่านะครับ คุณเค” พูดจบเขาก็หันหลับเดินออกไปเลย ผมได้แต่เอียงคอมองงงๆ กรุณาคนที่เหลือ? ใครคือคนที่เหลือแล้วเกี่ยวอะไรกับผม

ผมหันไปขอความเห็นจากเจ้าของหอ ซึ่งพอสบตาผมปุ๊บก็สะดุ้งแล้ววิ่งหนีตามหลังเพื่อนบ้านไปเลย อะไรวะ แปลกชะมัด



เช้าวันรุ่งขึ้น ข่าวสารไปไวมาไวยิ่งกว่า4G เมืองไทย ผมได้ยินมาว่าร้านอาหารใบตองถูกทุบทิ้งไปเรียบร้อยแล้ว ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทั้งที่พวกนั้นเพิ่งมาหาเรื่องผมจะให้ผมปิดร้านไปเมื่อวานเองจะได้ไม่ไปแย่งลูกค้าเขา

“พี่เคๆ ได้ยินข่าวแล้วใช่ไหม”

“อืม”

“แปลกเนอะ ถ้าจะปิดร้านอยู่แล้วมาหาเรื่องเราทำไม” อลินกระพริบตากลมๆอย่างใสซื่อ พี่เองก็อยากรู้ ถึงได้มานั่งคิดอยู่เนี่ย หลังจากเรื่องเมื่อวาน เพื่อนบ้านผมโดนไล่ออก ร้านใบตองถูกทุบทิ้ง คงไม่ใช่ว่า…

...เพื่อนบ้านผมทำงานที่ร้านนั้นหรอกนะ!

“แย่ล่ะ เผลอเป็นศัตรูกับเพื่อนบ้านตัวเองแล้วเหรอเนี่ย”

“บ่นไรอ่ะพี่เค” เฟรมที่เพิ่งมาถึงร้านเก็บกระเป๋าใส่ตู้แล้วเดินมานั่งรวมกับพวกผม วันนี้วันเสาร์ เด็กๆของผมไม่ต้องไปโรงเรียนเลยมาที่นี่กันแต่เช้า แต่เช้าวันเสาร์ใครเขาตื่นมากินข้าวเร็วขนาดนี้ล่ะลูก ไม่มีลูกค้าหรอก น้องๆเองก็ควรจะนอนกินบ้านกินเมืองหน่อยก็ได้ พี่ไม่ว่า

เป็นเด็กดีเกินไปแล้วจริงๆ

“แล้วแผลที่หน้าพี่เป็นไงบ้าง”

“เหมือนเดิม เดี๋ยววันนี้ไปซื้อยาให้พี่หน่อยนะ”

“ครับพี่ ว่าแต่เรื่องร้าน…”

เอี๊ยดดด

“ลูกค้าเข้าเหรอ หนูไปดูนะ” เสียงเบรครถดังขึ้นหน้าร้าน อลินน้อยรีบลุกขึ้นคว้าสมุดจดรายการกับเมนูอาหารเดินออกไปข้างนอก ไม่นานหนูน้อยของผมก็วิ่งหน้าตื่นกลับมา

“พี่เค!” ผมลุกพรวดพร้อมกับเฟรม ครั้งนี้ใครมาหาเรื่องอีก คงไม่ใช่พวกเดิมหรอกนะ ผมกับน้องๆเดินออกจากครัวมาเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่แล้วก็…

“ไอ้เค!!!” ...งานเข้า

“พี่ใหญ่” ผมฉีกยิ้มหวานเดินเข้าไปหาพี่ใหญ่อย่างนอบน้อม หน้าพี่แกดูถมึงทึงอย่างกับไปโกร๔ให้ใครมาสิบชาติ ข้างๆยังมีพี่นัท พี่โซ่ พี่ซิ่ง พ่วงมาอีกด้วย

“ยังจะมาพี่ใหญ่! อีก”

ผลัว!

“โอ๊ยยย” โดนตบหัวอีกตามระเบียบ ผมกุมหัวเชิดสายตามองพี่ใหญ่อย่างไม่เข้าใจ อะไรเนี่ยย อย่างน้อยถ้าจะตบก็ขอไม่อยู่ในสายตาน้องๆที่น่ารักด้านหลังหน่อยได้ไหม

“พี่ใหญ่ ระวังนะ ไปตบมันเดี๋ยวพี่ก็โดนหรอก”

“นั่นดิพี่ เนี่ย ของต้องห้ามนะ”

“พูดอะไรของพี่นะ” ผมเอียงคอมองพี่โซ่กับพี่ซิ่วงงๆ ทำไมพี่ใหญ่จะตบผมไม่ได้ แกก็ทำออกบ่อยไม่เห็นจะแปลก แต่ดูเหมือนคำถามของผมจะไม่ได้เข้าหูพี่ๆสุดที่รักทั้งสองเลย

“รู้ไหมว่าไปสร้างเรื่องไว้อีกแล้ว” พี่ใหญ่หยุดชะงักไปเพราะมองเห็นบางอย่างผิดปกติบนใบหน้าผม “แล้วนี่หน้าแกไปโดนอะไร”  

“อุ่ย!” ถ้าบอกไปจะโดนเตะไหมเนี่ย แล้วยิ่งถ้ารู้ว่าเอาปืนไปขู่คนอื่นแล้วผมจะไม่โดนพี่ใหญ่กระทืบเหรอ ไม่ได้ ต้องหาทางออก “พี่ใหญ่ๆดูนี่ เด็กในร้านผม น่ารักไหม”

ผมรีบคว้าเอาอลินกับเฟรมขึ้นมาบังหน้า ทั้งสองยกมือไหว้พี่ใหญ่แล้วจ้องตาไม่กระพริบ แน่ล่ะ พี่ใหญ่น่าตาดุจะตาย รังสีความโหดของบอดี้การ์ดแผ่กระจายออกจากร่างขนาดนั้น ไม่รู้ทำไมผมเองก็เป็นบอดี้การ์ดเหมือนกันแต่ไม่มีกลิ่นอายแบบนั้นเลย ขนาดพี่ซิ่วที่แบบตี๋ๆขาวๆ หน้าใสนิ้ง ยังมีรังสีบางๆออกมาจากตัวได้เวลายิ้มเย็นๆ แต่ผมไม่มี ฮืออ

“อย่ามาเปลี่ยนเรื่องไอ้น้อง วันนี้ปิดร้านนะ บอสเรียกเข้าพบ” พี่ซิ่วว่า

What? บอสเรียกผมไปหาอีกแล้ว

“พี่รู้ไหมว่าบอสเรียกผมทำไม แต่ผมไม่ใช่ลูกน้องบอสแล้วนะ เขาสั่งผมไม่ได้นะ”

“แต่สั่งพวกฉันได้ พวกฉันถูกสั่งให้มาพาตัวแกไป ถ้าแกไม่ไปก็…” ไอ้พี่โซ่คนใจร้าย!

“ไปก็ได้พี่! ปิดร้านก่อน” แค่นี้ต้องทำท่าจะต่อยน้องด้วย ไอ้พี่นี่แหละตัวดี เป็นคนที่ทุบผมสลบตอนจับผมไปให้บอสครั้งแรก ผมรู้ ไปสืบมาแล้ว

“ส่วนน้องสองคน กลับบ้านไปอ่านหนังสือทำการบ้านหรือเที่ยวเล่นก็ได้ พี่ไม่หักเงินเดินหรอก ไปเถอะ”

“แต่พี่เค” เฟรมดึงตัวผมไปกระซิบๆห่างๆจากพวกพี่ๆบอดี้การ์ด อลินเองก็ตามมาด้วย

“ไม่เป็นไรเหรอพี่ พวกนั้นไม่น่าไว้ใจเลยนะ แล้วคนที่พวกเขาเรียกว่าบอสอีกล่ะ ผมได้ยินมาว่าแถวนี้เป็นเขตของพวกผู้มีอิทธิพล พี่อย่าเข้าไปยุ่งเลยนะ”

“นั่นรุ่นพี่พี่เอง ไว้ใจได้ไม่ต้องห่วง ส่วนบอส เป็นเจ้านายเก่าพี่น่ะ” ผมไขข้อข้องใจให้น้องๆ เห็นแบบนี้แต่รักห่วงผมเหมือนกันนะ

“งั้นพี่เคจะไปเหรอคะ”

“ก็คงอย่างนั้น พี่ไม่ไปไม่ได้น่ะ” ไม่งั้นพี่จะถูกทุบหัวแล้วลากไปเหมือนวันนั้น ซึ่งมันไม่คูลเลย

50%

หลังเคลียร์ร้านเสร็จแล้ว ผมก็ถูกยัดเข้ารถแล้วพี่โซ่ก็เหยียบคันเร่งซะตัวรถกระชากออกไปอย่างแรง ระหว่างทางที่รถติดๆอยู่ พวกพี่ๆก็นั่งเงียบกันมาก

“เมื่อวานมีคนมาหาเรื่องร้านแกใช่ไหม แกถึงได้แผลบนหน้ามา” พี่ใหญ่ที่นั่งเช็ดปืนอยู่ข้างๆผมถามขึ้น

“ใช่พี่”

“แล้วรู้ไหมว่าร้านนั้ปิดไปแล้ว”

“รู้ครับ”

“แล้วรู้ไหมว่าใครทำ” ...เรื่องนี้ไม่รู้แฮะ เจ้าของร้านเหรอ จะปิดร้านทั้งทีต้องมีใครทำอะไรให้เหรอ

“บอสไง” พี่ใหญ่เฉลยเมื่อเห็นผมทำหน้างง

“ฮะ?”

“บอสสั่งคนไปถล่มร้านนั้น ซ้อมพวกที่เล่นงานแกซะปางตาย ซื้อตึกนั้นจากเจ้าของเก่าแล้วไล่พวกในร้านนั้นออก ทั้งหมดนี้...เพื่อแก” ผมโคตรอึ้งเลย เขาทำแบบนั้นจริงๆเหรอ

“แล้วรู้ไหมว่ามีกี่คนถูกไล่ออกเพราะเรื่องนี้”

“...สามสี่คนมั้งพี่ พวกที่มาหาเรื่องผม”

“ไม่ เกือบสิบคน” ผมเบิกตากว้างมองพี่ใหญ่อย่างไม่เชื่อหู เกือบสิบคน เป็นไปได้ยังไงก็ที่ร้านมีอยู่ไม่กี่คน

“ลูกน้องของบอสที่ถูกส่งไปดูแลแก โดนซ้อมและไล่ออกไปสี่คนเพราะปล่อยให้หน้าแกมีแผลแบบนี้ไง” พี่เขาว่าแล้วเอานิ้วมาจิ้มหน้าผมดันซะหน้าหงายไปข้างหลัง

“จริงเหรอพี่”

“เออ!”

“แบบนี้มันไม่เกินไปหน่อยเหรอ”

“ไม่รู้เว้ย”

“ต่อไปถ้ามีใครมาเดินเหยียบเท้าแกฉันว่าไอ้หมอนั่นคงโดนตัดขาอ่ะ” พี่ซิ่วที่นั่งเบาะหน้าหันมาพูดด้วย ตัดขาเลยเหรอ...โหดเกินไปแล้ว

“เพื่อนบ้านแกเป็นหนึ่งในคนที่โดนไล่ออก”

“ฮะ!”

“นั่นน่ะลูกน้องบอส ถูกส่งไปดูแลความปลอดภัยของแก” อะไรมันจะซับซ้อนขนาดนี้วะ เพื่อนบ้านผมคือคนของบอสที่ส่งมาดูแลผม แถมตอนนีู้กไล่ออกเพราะปล่อยให้หน้าผมมีแผล มิน่า เมื่อคืนเขาถึงได้พูดอะไรกับผมแปลกๆ

“ผมทำอะไรได้บ้าง” รู้สึกผิดมากเลยตอนนี้ ถ้ารู้ว่าการโดนต่อยทีเดียวมันทำให้คนอื่นเดือดร้อนแบบนี้ ผมขังตัวเองอยู่แต่ในครัวดีไหม

ไม่มีใครตอบคำถามผมได้เพราะไม่มีใครรู้ว่าบอสคิดยังไง ตัวรถแล่นเข้าจอดในบริษัทใหญ่ที่อยู่ของบอส ชั้นบนสุดเป็นที่พักส่วนตัว ส่วนด้านล่างจะเป็นบริษัทใหญ่ที่บอสดูแลอยู่ แต่ที่นี่เป็นเพียงสาขาย่อย ฮ่องกงต่างหากที่เป็นของจริง

 พวกพี่ใหญ่พาผมเดินเข้ามาข้างใน สายตาทุกคู่จับจ้อมมาที่ผมจนทำตัวไม่ถูก บางคนก็ซุบซิบกันตอนผมเดินผ่าน พวกพี่ๆเอาตัวมาบังผมไว้ ล้อมผมจนเหมือนการ์ดของดารา

พี่ใหญ่กดลิฟต์ขึ้นชั้นบนสุด ซึ่งเป็นโซนที่อยู่ของบอส บรรยากาศภายในลิฟต์กดดันขึ้นเรื่อยๆเหมือนตัวเลขบนจอที่กำลังเพิ่มขึ้น

ติ๊ง!

เมื่อเสียงดัง ประตูก็เปิดออก ความหรูหราตระการตาปรากฏขึ้นตรงหน้า นี่มันไม่ใช่คอนโดหรือที่พักธรรมดาแล้ว โคตรอภิมหาไฮโซเลย มันเป็นห้องกว้างขวาง ล้อมรอบด้วยกระจกใสมองเห็นวิวด้านนอกได้ทั่ว การตกแต่งเป็นสไตล์ตะวันตก มีแชนเดอร์เลียหรูหราห้องอยู่ข้างบน เป็นห้องที่มีสองชั้น มีบันไดวนสีดำไว้ขึ้นไปและมีระเบียงชั้นสองไว้มองลงมาข้างล่างได้

โคตรเท่! โคตรคูล! โคตรอยากได้!

“เข้าไปคนเดียวนะ บอสไม่ให้พวกเราตามไปด้วย” พี่นัทดันหลังผมออกจากลิฟต์แล้วส่งยิ้มแหยๆให้ ประตูลิฟต์ปิดลง ผมมองพวกพี่เขาจนลับสายตา ตัวเลขลิฟต์เลื่อนต่ำลงแล้ว ทิ้งผมไว้กับความว่างเปล่าของห้องๆนี้

“มาแล้วเหรอ” เฮือก! เสียงบอสดังขึ้นมาจากด้านบนทำผมตกใจจนสะดุ้ง บอสอยู่ในชุดคลุมอาบน้ำ อกเสื้อแหวกจนเห็นแผงอกกำยำขาวผ่อง ในมือถือแก้วไวน์ที่เหลืออยู่เพียงเล็กน้อยกำลังก้มมองดูผม หล่อมาก...ขนาดมองไกลๆแบบนี้ยังเหมือนต้องมนต์สะกด

“เค”

น้ำเสียงนุ่มทุ้มฟังลื่นหู ทุกครั้งที่ริมฝีปากสวยนั้นขยับจะเป็นจังหวะที่งดงามชวนมอง

“เค!”

“คะ ครับ!” บอสเอ่ยเรียกผมเสียงดังขึ้น ผมสะบัดหัวเพื่อตั้งสติให้ดีไม่ให้หลงไหลไปกับความเพอร์เฟคของคนตรงหน้า ต้องไม่ลืมว่านี่เป็นใคร และทำอะไรได้บ้าง

“เรียกตั้งนาน เหม่ออะไรอยู่”

“เปล่าครับ ผมแค่…”

“ดื่มหน่อยไหม” บอสฉีกยิ้มบางๆแล้วเดินลงมาหาผมด้านล่าง เมื่อเขาผ่านตัวผมไป กลิ่นหอมสบู่จางๆลอยแตะจมูกผมจนชวนเคลิ้มไปอีกครั้ง บอสรินไวน์ใส่แก้วอีกใบแล้วส่งให้ผม

“รับสิ”

“ครับๆ” ให้ตาย ใกล้คนคนนี้สติผมไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลยจริงๆ ผมยกแก้วไวน์ซดอึกเดียวหมดเพื่อรวบรวมสติ

“โห้” บอสทำปากเป็นวงกลม มองผมอย่างแปลกใจปนพอใจ “อีกนะ”

เขาดึงแก้วไปรินไวน์ให้ผมใหม่แล้วส่งคืน

“บอสมี ธุระอะไรกับผมหรือเปล่าครับ” ผมเปิดประเด็นเลย อยากรู้ใจจะขาดว่าเขาจะเรียกผมมาทำไม

“ไม่มีอะไร ฉันแค่อยากเจอนาย แต่ไม่ว่างพอจะไปหา” เขาพูดแล้วยิ้มกรุ่มกริ่ม จากนั้นสายตาก็เลื่อนมาที่ระดับปากผม สีหน้ายิ้มแย้มเปลี่ยนเป็นนิ่งเฉยทันที

“เจ็บไหม” มือหนาเลื่อนมาแตะที่ปากผมเบาๆ ผมเหมือนถูกสะกดให้ยืนนิ่งไม่สามารถปฏิเสธสัมผัสของเขาได้

“ไม่แล้วครับ”

“ฉันน่าจะฆ่าพวกนั้นซะ” น้ำเสียงเย็นเยียบทำเอาขนผมลุกซู่

“บอส เรื่องนี้เป็นปัญหาของผม แค่ผมรู้ว่าบอสโกรธแทนผมผมก็ซาบซึ้งแล้ว แต่อย่าทำอะไรแบบนี้อีกเลยนะครับ เรื่องลูกน้องที่คุณไล่ออกด้วย พวกเขาไม่ได้ตั้งใจให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น”

“แต่พวกนั้นไม่ยอมไปช่วยนาย”

“พวกเขาไม่รู้ว่าผมจะมีเรื่อง เราไปทะเลาะกันหลังร้าน”

“ก็ถือว่าบกพร่องต่อหน้าที่”

“บอสครับ ไหนๆก็ไหนๆ ผมขอพูดตรงๆเลยนะครับ ตอนนี้ผมไม่ใช่ลูกน้องคุณแล้ว ความจริงคุณไม่มีสิทธิ์เรียกตัวผมมาได้ทุกครั้งตามที่ต้องการแบบนี้ แต่ที่ผมยอมมาเพราะเห็นแก่รุ่นพี่ของผมพวกนั้น เรื่องที่คุณทำให้ผมก็ขอบคุณมากจริงๆ แต่หลังจากนี้ขอความกรุณาบอสเรียกตัวลูกน้องพวกนั้นกลับมาทำงานเหมือนเดิมเถอะครับ แล้วเราก็ต่างคนต่างอยู่ ของๆคุณหนูเล็กผมก็คืนบอสไปจนหมดแล้ว เราไม่มีอะไรต้องเกี่ยวข้องกันอีกแล้วนะครับ”

“...” บอสนิ่ง

เงียบไปแบบนี้ผมใจไม่ดีเลย คงไม่ได้กำลังโกรธผมจนใกล้อาละวาดหรอกนะ ผมได้แต่เหลือบตามองบอสแบบกล้าๆกลัวๆ ถ้าเมื่อไหร่เขาทำท่าจะเล่นงานผม ผมจะวิ่งทันที

“จริงของนาย” ฮะ? เขาเห็นด้วยเหรอ จริงดิ!

บอสมองผมอย่างใช้ความคิด “นายไม่ใช่ลูกน้องฉันแล้ว ถ้าฉันอยากเจอนายคราวหลังฉันควรไปหานายเองสินะ”

ชิบหาย! ไม่ใช่แบบนั้นคร้าบบบ

“บะ บอส ไม่ชะ…”

“การเอารุ่นพี่ของนายไปบังคับนายคงทำให้นายอึดอัด ฉันไล่พวกมันออกไปด้วยเลยดีไหม”

“บอส!” งานเข้าพวกพี่ผมแล้วไง

“อืม...แล้วก็ร้านนายกับหาพักนายก็เป็นเขตของฉันด้วยสิ ทำยังไงดีน้าาา” โอ้โห!

“นี่บอสกำลัง...ขู่ผมเหรอครับ”

“ฉันดูเหมือนข่มขู่นายเหรอ” ชัดเลย...จะร้องงง

“บอส…”

“ล้อเล่นน่ะ อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ” เล่นแรงเกินไปแล้ว เล่นจนเชื่อเลย

“แต่อาจจะทำจริงก็ได้” ฮืออ ร้องไห้จริงๆแล้วนะ ร้านเพิ่งสร้างเสร็จจะทำลายกันจริงๆเหรอ พวกพี่ๆอีก จะโดนไล่ออกเพราะผมจริงดิ

“เว้นแต่นายจะรับข้อเสนอ”

“ข้อเสนอ?” ผมทวนคำเบาๆ

“เดตกับฉัน มาเป็นคนของฉันแล้วฉันจะไม่ทำอย่างที่พูดไว้”

ร้องไห้หนักมากก ผมปฏิเสธได้เหรอ

“เค” เรียกเฉยๆ อย่าเดินเข้ามาใกล้ “คำตอบล่ะ”

“บอส...ขะ ขอผมคิดดูก่อนได้ไหม” สุดทางเดินแล้วนะบอส หลังผมถอยไปจนหลังชนเคาน์เตอร์แล้ว คือมันไม่ใช่เรื่องเล่นๆนะเดตกับมาเฟียฮ่องกงเนี่ย ไหนจะศัตรูเขา อิทธิพลเขา แล้วไหนจะนิสัยขึ้นๆลงๆเดาทางไม่ถูกของเขาอีก

ผมต้องการชีวิตสงบสุขขขขข

“คิดก็ได้ ระหว่างคิดก็พักงานเจ้าพวกนั้นไว้ก่อนละกัน”

“บอสเดี๋ยวววว” ฮือออ น้ำตาจะไหลลล “กะก็ได้ครับ ก็ได้ อย่าทำพวกพี่ๆเขานะ”

“หึๆ นายนี่เป็นเด็กดีดีนะ” บอสว่าแล้วลูบหลังมือไปบนแก้มผมเบาๆ

ตกลงไปแล้ว หลังจากนี้ชีวิตผมจะเป็นยังไงวะเนี่ยยยย


.................................................................................................................


ความคิดเห็น