ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 13 : คำท้า

ชื่อตอน : ตอนที่ 13 : คำท้า

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 318

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ก.ค. 2560 15:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 13 : คำท้า
แบบอักษร

​ตอนที่ 13 : คำท้า



ณ ลานกว้างภายในแผนกการต่อสู้เต็มไปด้วยเสียงพูดคุยดังระงม ตะวันเดินเข้ามาอย่างเอื่อยเฉื่อยมองไปเวทีเบื้องหน้าที่มีชายชรายืนอยู่ความรู้สึกเหมือนตอนเขามารับยาที่ลานกว้างของศิษย์สายนอก แต่คราวนี้ไม่ใช่ชายชราคนเดิมที่มาแจกจ่ายเม็ดยา

"เงียบ!!"

ความรู้สึกเดิมกลับมาอีกครั้งเสียงที่เหมือนจะพุ่งมาทะลุหัวของเขาดังขึ้น แต่ศิษย์ทุกคนก็เงียบกันหมดเหมือนเป็นสัญญาณของความสงบที่ต้องเงียบกันทุกคนเลยทีเดียว

"เอาหล่ะ เม็ดยาเวหาเยือกเย็นความบริสุทธิ์ห้าส่วนคนละสองเม็ดยาและยาคงสภาพคนละหนึ่งเม็ด"

ชายชรากล่าวจบก็มีกล่องลอยมายังเบื้องหน้าของศิษย์สายในที่อยู่ในลานกว้างแห่งนี้

ตะวันยื่นมือไปรับกล่องที่ลอยอยู่เบื้องหน้า ภายในมีเม็ดยาสองเม็ดและยาอีกหนึ่งเม็ด หากจะถามว่ายาและเม็ดยาแตกต่างกันอย่างไร เม็ดยาได้จากการกลั่นสกัดขึ้น ส่วนยาได้จากการซื้อมาจากจิตวิญญาณแห่งการค้าขาย

เมื่อได้เม็ดยามาแล้วและกำลังจะจากไปเพราะอาจมีเรื่องแบบตอนที่เขามาที่นีี่ในลานกว้างของศิษย์สายนอก

"นี่เจ้า หยุดก่อน!"

มันมีคำพูดว่ายิ่งเกลียดยิ่งเจออยู่และมันเกิดขึ้นกลับตะวันเรียบร้อย หัันกลับไปมองข้างหลังก็พบกับกลุ่มสตรีเดินตรงเข้ามา แต่ละคนแผ่กระจายไอความเย็นเยียบออกมาจากแววตา ส่วนคนที่เดินนำหน้ากลุ่มสตรีมามีท่าทีหาเรื่องมาแต่ไกล ตะวันจำได้จากการประลองเมื่อวาน อี้เหมย

"เจ้าควรจะเคารพข้ามากกว่านี้นะ! ไม่งั้นเจ้าก็ไม่แม้แต่จะคู่ควรกับพี่ข้า!!"

ตะวันมองสตรีเบื้องหน้าที่มาถึงก็ชี้นิ้วสั่งเขาและปริปากบ่นไม่หยุดไม่่หย่อน ทำให้เขาคิดถึงตอนมาที่นี่ในวันแรกที่อี้หลานเฟยชี้นิ้วสั่งเขา ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นหรือโดนเลี้ยงดูดีเกินไปเขาก็ไม่อาจบอกได้

"หึหึ เจ้าคงเห็นข้อความในจดหมายเรียบร้อยแล้ว ข้าจะทำตามในข้อความที่ข้าเขียนลงไป! หากพรุ่งนี้เจ้าไม่มาประลองกับข้า เจ้าจะต้องเป็นไอปอดแหกของแผนกการต่อสู้แน่!!"

ตะวันมองหญิงสาวเบื้องหน้าที่อายุประมาณ16-17ปี ชี้หน้าเขาแล้วสั่งปาวๆจากนั้นจึงบอกให้ไปประลองและกะเดินจากไป ทำให้เขางงงวยไม่น้อย

เมื่ออี้เหมยจากไปเสียงซุบซิบก็ดังขึ้นตามมาเหมือนเป็นสิ่งที่ต้องมี ตะวันจึงต้องเดินกลับบ้านพักโดยมีสายตาหลายคู่มองมาที่เขา

กลับมาถึงบ้านพักก็พบกับอู่หนี่ที่กำลังยืนรอเขาอยู่

"ประลองกับเหมยเหมย?"

ตะวันยังเดินไม่ถึงเขตบ้านพักของเขา เสียงของอู่หนี่ก็ดังขึ้น

'เหมยเหมย หมายถึงอี้เหมยสินะ'

"ครับ"

ตะวันตอบไปอย่างนั้นเพราะทางฝ่ายนั้นบังคับเขาเอง และหากเขาไม่ไปชื่อเสียงของเขาที่มีอยู่น้อยนิดคงจะไม่เหลือแน่นอน

"นี่"

ตะวันมองไปยังอู่หนี่ที่ยื่นชุดบางอย่างมาให้

"รับไป"

เมื่อเห็นเขายังไม่ยื่นมือออกมารับอู่หนี่จึงสั่งเร่ง ซึ่งมันไม่เหมือนการสั่งแม้แต่น้อยเหมือนกับการขอให้เอาไปใส่มากกว่าในสายตาของตะวัน แต่เขาก็ยื่นมือรับแต่โดยดีเมื่อเห็นเขารับไปแล้วเหมือนเห็นประกายแสงในดวงตาของอู่หนี่

"ชนะหล่ะ ฉันให้"

อู่หนี่หันหลังเดินจากไปแต่ยังส่งคำพูดสุดท้ายมาหาตะวัน

'นี่เชียร์อยู่สินะ ช่างเป็นการเชียร์ที่ประหลาดดีแหะ'

ตะวันยืนมองดูอู่หนี่เดินจากไปและหันมาให้ความสนใจกับสิ่งที่ได้รับมา

'สแกน'

เขารู้สึกว่าตั้งแต่มาฝึกฝนที่นี่เขาแทบไม่ได้ใช้วิชาที่ได้รับมาจากการสุ่มเลย


ชุดโต้อัคคีสยบพลัง ระดับ 3

ความสามารถ

ป้องกันผู้สวมใส่จากการโจมตีและลดทอนความเสียหายที่ได้รับ หากใส่พลังเข้าไปสามารถเพิ่มความสามารถป้องกันได้อีก ทนความร้อนได้ในระดับหนึ่ง


อ่านรายละเอียดจบทำให้รู้ว่าเป็นของดีพอสมควรและเป็นถึงของระดับ 3 เลยทีเดียว หรือขั้นกลางนั่นเอง

จัดเก็บชุดใส่ไว้ในกระเป๋ามิติกะเอาไว้ว่าจะใส่ในวันพรุ่งนี้ และเดินเข้ามาในบ้านเพื่อคิดหาวิธีต่างๆในการเอาชนะ และดูดซับเม็ดยาทั้งสองเม็ดยาส่วนยาคงสภาพนั้นเขาอ่านรายละเอียดมันแล้วว่าใช้สำหรับลดทอนความเจ็บปวดจากเม็ดยา หากเขาได้เม็ดยานี่มาแต่แรกคงจะเจ็บปวดน้อยลง และวางแผนไว้ว่าเขาควรศึกษาร้านค้าเพิ่มอีกหน่อย

[ท่านระดับเพิ่มเป็น 38]


รุ่งอรุณแห่งวันใหม่มาเยือน 

ตะวันปรือตาขึ้นมาสู้แสงที่สาดส่องเข้ามา จากนั้นจึงลุกออกจากที่นอนเข้าไปชำระล้างร่างกายภายในห้องน้ำ เขาจัดการเปลี่ยนเป็นชุดโต้อัคคีสยบพลัง แต่ไม่ได้สวมใส่ผ้าคลุมแต่อย่างใดจากนั้นจึงนั่งลงบนเก้าอี้เปิดหนังสือวิชากระบี่ของสำนัดขึ้นมาอ่านต่อโดยไม่เร่งรีบ เพราะเขาจำได้ว่าอี้เหมยไม่ได้บอกเวลาเอาไว้

นั่งอ่านหนังสืออยู่แบบนั้นหลายชั่วโมงพอสมควร จึงได้ยินเสียงกระจกของบ้านเขาแตกกระจายเดินไปยังจุดเกิดเหตุก็พบลูกธนูปักอยู่และมีจดหมายเสียบอยู่ด้วย ได้แต่คิดว่าส่งคนมาบอกไม่เป็นหรือหันไปมองกระจกที่แตกกระจายและพื้นที่หัวลูกธนูปักอยู่จนเป็นรอย จากนั้นจึงส่ายหัวอย่างปลงๆและหยิบจดหมายขึ้นมาอ่าน

ข้าลืมบอกเวลาเจ้า! ห้ามเจ้าขำหรือล้อเลียนข้าในเรื่องนี้ จงมาที่สนามประลองเดี๋ยวนี้!! ถ้าเจ้าไม่ใช่ไอปอดแหก

​​ลงชื่อ อี้เหมย


เมื่อเจ้าตัวอุส่าลงทุนขนาดนี้เขาเลยคิดว่าควรทำให้นางพ่ายแพ้ซักหน่อย เขาจัดการสวมผ้าคลุมและเหน็บกระบี่ไว้ข้างกายจากนั้นจึงเดินออกจากบ้าน

ตะวันแปลกใจเล็กน้อยเมื่อเขาออกมาจากบ้านก็พบกับผู้คนจำนวนมากมายืนอยู่หน้าบ้านของเขา

"เฮ้ย ออกมาแล้วเว้ย!!"

"สู้เขาเจ้าหนู!"

"ขอให้รอดหล่ะเด็กใหม่!"

"สู้ๆ สู้ๆ"

เสียงดังขึ้นระงมเมื่อตะวันเดินออกมาจากบ้าน เขามองเห็นคนที่สู้กับอี้เหมยแล้วพ่ายแพ้ด้วยการโดนระดมปากรงจักรยืนอยู่ที่นี่ด้วย

เขาเดินไปยังสนามประลองโดยตลอดทั้งสองเส้นทางมีผู้คนส่งเสียงเชียร์เขาอีกต่างหาก ยิ่งทำให้ตะวันประหลาดใจมากกว่าเดิมเสียอีก นี่เขาแค่ประลองเองนะ แต่คนที่อยู่ในเหตุการณ์เมื่อวานตอนรับเม็ดยาได้ฟังคำพูดที่อี้เหมยพูดออกมา และไปตีความกันเองว่านี่คือคนรักของอี้หลานเฟยและหากชนะนางได้ก่อนถึงจะคู่ควรกับพี่ของนาง นี่คือสิ่งที่คนส่วนใหญ่ฟังและนำมาคิดกัน

ฟังเสียงผู้คนที่ดังระงมตลอดทางเพียงไม่นานก็มาถึงโคลอสเซียมหรือสนามประลองขนาดใหญ่

ตอนแรกเขาไม่รู้สึกอะไรมากนักแต่เมื่อเสียงเชียร์ เสียงพูดคุยและผู้คนจำนวนมากเริ่มทำให้เขารู้สึกอึดอัดเป็นอย่างมาก แต่จำเป็นต้องเข้าไปประลองในสนามเพราะในตอนนี้เขาไม่สามารถถอนตัวได้แน่นอน

วิธีเอาชนะการโจมตีสุดโกงของนางเขามีหลายวิธีเต็มหัวไปหมดมีแม้กระทั่งเอารถยนต์ออกมาจากมิติให้มาทับร่างของนาง แต่เพราะคิดไปคิดมามันอาจรุนแรงเกินไปและไม่อยากให้ใครรู้ถึงมิติของเขาเลยจำเป็นต้องตัดความคิดนี้ทิ้งออกไป

ตั้งใจว่าเขาควรหาเงินมาซื้อแหวนมิติมาใส่เพื่อความแนบเนียน เพียงแต่ว่าเงินในมิติของเขาตอนนี้เหลือไม่กี่เหรียญ

เดินเข้าไปจากทางเข้าที่มีการจัดเตรียมเอาไว้ให้ ความรู้สึกของเขาในตอนนี้เหมือนกับนักฟุตบอลที่เตรียมตัวลงสนามอย่างไรอย่างนั้น

สองข้างทางเต็มไปด้วยความมืดมิด มีเพียงแสงที่ลอยมาจากทางออกเบื้องหน้า นี่เขาคงไม่จำเป็นต้องวิ่งออกไปแบบนักฟุตบอลใช่ไหม

ละทิ้งจากความคิดชั่ววูบเดินออกไปจากทางเดินอันมืดมิด โผล่พ้นออกมาจากความมืดมาอยู่ในที่แสงสว่างเจิดจ้า เสียงเฮฮาดังระงมจากที่นั่งคนเข้าชมการประลอง ตอนแรกเขาไม่คิดว่าการมายืนอยู่ตรงนี้กับการที่นั่งดูอยู่ข้างบนจะแตกต่างกันราวฟ้ากับเหวแบบนี้

เเต่ภายนอกของเขายังสงบนิ่ง สงบนิ่งจนน่ากลัวเป็นอย่างมากค่อยๆเดินไปที่เวทีการประลอง ไม่จำเป็นต้องออกท่าทางหรือโบกไม้โบกมือใดๆ การที่เขาเข้าประลองแต่ยังสงบนิ่งได้ขนาดนี้ทำให้ผู้ชมบางส่วนถึงกับนับถือภายในใจ

"เจ้ามาช้าเป็นอย่างมาก! ข้านึกว่าจะเป็นเต่าหัวหดซะอีก อย่างน้อยก็มีความกล้าที่มาสู้กับข้า"

เมื่อเห็นตะวันเดินออกมาก็พูดเหน็บแหนมทันทีโดยไม่สนใจเรื่องที่ตนเองลืมบอกเวลา

"พูดมากปากเหม็น"

ความคิดเห็น