ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Let's me 15 (100%)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ก.ค. 2560 12:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Let's me 15 (100%)
แบบอักษร

จากเหตุการณ์เมื่อคืนผ่านพ้นไปจนกระทั่งตอนนี้ ระหว่างเพลิงกับอรัณมันดูผิดแปลก เมื่อคืนที่ กว่าอรัณจะยอมเข้ามาในห้องนอนอีกครั้งก็ตอนที่เพลิงแกล้งหลับ ไม่มีใครรู้ว่าความกระอักกระอ่วนนี้มันจะสิ้นสุดลงเมื่อไหร่หรือใครจะเป็นคนทำลายมันลง แน่นอนว่ามันยังไม่ใช่ตอนนี้

ตลอดการเดินทางไม่มีการสนทนาระหว่างทั้งคู่  อรัณแวะหาที่พักรถและให้เพลิงเข้าห้องน้ำสักพัก ก่อนจะออกเดินทางกันอีกครั้ง อรัณทนเสียงเคี้ยวขนมไม่หยุดปากของเพลิงไม่ไหว เธอจึงเปิดเพลิงฟังเพื่อกลบเสียงอันน่ารำคาญนั้น

*“*So baby let’s just turn down the lights

And close the door

Oooh I love that dress

But you won’t need it anymore

No you won’t need it no more

Let’s just kiss ’til we’re naked, baby

Versace on the floor

Oooh take it off for me, for me, for me, for me now, girl

Versace on the floor

Oooh take it off for me, for me, for me, for me now, girl”

Bruno Mars – Versace on The Floor

เพลงที่เปิดค้างไว้จากคราวก่อนบรรเลงท่อนฮุคขึ้นมาท่ามกลางความเงียบระหว่างทั้งคู่ สองมือที่จับพวงมาลัยรถกำแน่นจนเล็บจิกเข้าไปยังนวมหุ้ม อรัณไม่กล้าเหลือบตาไปมองคนที่นั่งข้างคนขับ เธอตัดสินใจเอื้อมมือไปปิดเพลิงที่มีความหมายสื่อถึงเรื่องลึกซึ้งของผู้แต่ง และมันก็ดันมาจี้ตรงประเด็นของเธอพาลให้คิดถึงเรื่องเมื่อคืนอีกจนได้

“เพลงเพราะดีเนอะ..” เพลิงเปิดปากพูดท่ามกลางความเงียบ

“จะฟังต่อรึไง”

“พี่ว่าไม่ดีกว่า”

“.....”

แล้วความเงียบก็กลับมาอีกครั้ง และเป็นเพลิงที่ทนกับมันไม่ไหว แม้เขาดูจะเป็นผู้เสียหายมากกว่าอรัณแต่ถึงอย่างนั้นก็จะยอมแบกหน้าหนาๆพาอรัณเข้าประเด็นเรื่องเมื่อคืนอีกครั้ง

“เมื่อคืน...”

“คือเมื่อคืน...”

สองประโยคต่างโทนเสียงโพล่งขึ้นมาพร้อมกัน มันไม่จบประโยคเมื่อหัวข้อมันเป็นจุดประสงค์เดียวกัน อรัณหยุดเพื่อรอให้เพลิงพูด และเพลิงก็หยุดพูดเพื่อที่จะฟังอรัณ

“รัณพูดก่อนเลย”

“เรื่องเมื่อคืนขอโทษนะที่ผลีผลามเปิดประตูเข้าไป”  อรัณพูดแต่ไม่ได้มองเพลิง

“พี่ก็จะขอโทษรัณเหมือนกันที่ทำให้ตกใจ หมายถึงที่เสียงดัง...” ไม่ได้หมายถึงที่แก้ผ้าล่อจ้อน

“อือ ทำตัวเหมือนเดิมเถอะ แบบนี้อึดอัดแปลกๆ”

อรัณไม่ละสายตาจากถนนมามองเพลิงแม่แต่น้อย เธอมองราวกับว่าบนท้องถนนที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายของคนที่สันจรไปมามันน่าสนใจกว่าคู่สนทนาอย่างเพลิงมากมาย

“พี่ก็ไม่ได้อะไรนี่ รัณนั่นแหละ” เพลิงพูดเสียงอ่อยกับตัวเอง

“อะไร กูทำไม”

“ก็รัณเงียบๆ พี่ก็ไม่กล้าพูด”

“เออๆ แล้วใช่ที่นี่มั้ย ดูชื่อดิ”

อรัณเปลี่ยนประเด็นไปเรื่องใหม่ นั่นก็คือป้ายบอกทางไปรีสรอทริมทะเลที่ได้จองห้องพักไว้ เธอจอดรถข้างฟุตบาธเพราะไม่แน่ใจว่าที่ๆจะมาพักใช่ที่นี่หรือไม่ และแน่นอนว่าเพลิงข้อมูลแน่นกว่าอยู่แล้ว

“ที่นี่แหละ เลี้ยวเข้าไปเลยๆ” ชายหนุ่มพูดอย่างตื่นเต้น

บรรยากาศข้างในต่างจากข้างนอกโดยสิ้นเชิง อรัณขับรถไปตามถนนส่วนตัวบนเนื้อที่ของรีสรอทหรู สองข้างทางประดับไปด้วยต้นไม่น้อยใหญ่และมีชาวต่างชาติเดินเล่นและปั่นจักรยานอยู่ประปราย

เมื่อรถหรูวิ่งเข้ามาถึงหน้าป้อมยาม อรัณลดกระจกลงเพื่อสอบถามผู้ดูแลความปลอดภัย แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยปากพูดอะไรเจ้าหน้าที่คนนั้นก็เรียกชื่อทักทายมาก่อน ทำให้อรัณอดแปลกใจไม่ได้

“ยินดีต้อนรับคุณอรัณและคุณเพลิงครับ เชิญด้านในเลยครับ ขับรถเข้าไปอีกนิดก็จะมีเจ้าหน้าที่คอยนำทางไปโรงจอดรถนะครับ”

“ขอบคุณค่ะ”

พนักงานชายในชุดสุภาพตะเบ๊ะมือให้อรัณและผายมือไปข้างหน้า อรัณขับรถไปต่ออีกนิดก็พบกับเจ้าหน้าที่อีกสองสามคนคอยรออยู่

ทันทีที่เท้าถึงพื้นอรัณก็ปิดขี้เกียจเป็นอย่างแรก ตามด้วยการอ้าปากกว้างหาววอดๆ เสียงเพลิงเรียกให้อรัณหันไปสนใจ ชายหนุ่มก้มหน้าก้มตาอ่านโบรชัวในมือให้อรัณฟัง

“ห้องสวีทหรู 1 เตียงใหญ่ มีห้องครัวห้องน้ำในตัว ความสะดวกสบายพร้อมมือท่าน”

“ทำไมต้องห้องสวีท”อรัณขมวดคิ้วถาม

“ก็เรามาฮันนีมูนกันไง”

“ใคร? มึงมาฮันนีมูนกับใคร”

“ก็กับ...” เพลิงลากเสียงยาวและชอนตามองอรัณอย่างสื่อความหมาย

“ไม่ใช่กูแน่ๆอะ”

“ก็มากันแค่2คน แล้วเราก็หมั้นกันอยู่ไง”

“แล้วไง หมั้นได้ก็ถอนได้ไหมล่ะ” อรัณแกล้งพูดอย่างไม่จริงจัง

“ไม่ยอมถอนให้หรอก ตามมานะจ๊ะผัวของเพลิง”

อรัณสะบัดหน้าหนีพร้อมสูดลมหายใจเข้าลึกๆและถอนออกมาหนักๆ สุดท้ายเธอก็ต้องเดินตามเพลิงไปอย่างเสียไม่ได้ อรัณปล่อยให้เพลิงหอบของพะรุงพะรังนำหน้าไปก่อนทั้งที่มีพนักงานคอยช่วยอยู่แท้ๆ เธอมีเพียงกระเป๋าเป้ใบเดียวติดตัวเท่านั้น เพราะอีกคนอาสาเอาไปให้โดยไม่ทันได้ท้วงอะไร เธอตรงไปยังเคาท์เตอร์เพื่อสอบถามหาห้องว่าง และก็เป็นไปตามคาดว่ามันไม่มีให้สำหรับเธอ และแน่นอนว่ามันไม่มีให้สำหรับเพลิงเช่นกัน

แผนการที่ถูกจัดฉากไว้โดยผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายได้ถูกกำหนดไว้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เธอเป็นเพียงตัวหมากที่ต้องเดินไปตามเกมที่ถูกกำหนดให้อย่างเลี่ยงไม่ได้ อรัณได้แต่ปลอบใจตัวเองว่ามันต้องผ่านไปได้ดี

สุดท้ายอรัณก็เดินตามพนักงานไปยังห้องที่ถูกจองไว้ก่อนแล้ว โดยมีเพลิงสิงสถิตอยู่ข้างในรออยู่  ห้องนอนสีหวานถูกประดับตกแต่งไปด้วยเฟอร์นิเจอร์ และของประดับที่มีสีน่ารักดูสบายตา  ไม่มากหรือน้อยเกินไปให้รกตา ถ้าไม่ติดว่ามากับเพลิงอรัณคงไม่รู้สึกเอียนความหวานแหววของสิ่งรอบตัวได้เท่านี้

“ผัว! มาดูรังรักของเราสิ”

“รังรักของมึงนรกของกูน่ะสิ”

เสียงแหลมดังออกมาจากในห้องนอนที่เปิดประตูทิ้งไว้ อรัณพูดกับตัวเองเบาๆแล้วตวัดสายตานิ่งๆไปทางนั้นและเดินมุ่งตรงไปอย่างไม่รีบร้อน เธอมองสำรวจห้องนอนอย่างคร่าวๆ แต่ที่สะดุดตาก็คือกระจกใจบานใหญ่ ที่กินพื้นทีผนังไปด้านหนึ่งเต็มๆ ซึ่งมันโปร่งใสเห็นวิวที่เป็นทะเลสีฟ้าข้างนอกได้อย่างชัดเจน สายตาลากมาจบยังกลางห้องที่มีเตียงสีขาวขนาดคิงไซส์ตั้งอยู่ และมีร่างของเพลิงนอนเหยียดยาวตะแคงข้างเอามือรองหัวมองเธออยู่

“ขับรถมาไกลพี่นวดให้ดีมั้ย มานอนตรงนี้สิ”

“หึ จะดีเหรอ”

อรัณเอ่ยเสียงเนิบนาบให้เพลิงที่นอนตบที่นอนปุๆข้างกาย  เพลิงกัดริมฝีปากล่างน้อยๆพลางขยิบตาใส่คนที่เอาแต่ยืนมองไม่ยอมขยับกายมาหาเขาสักที

“ขับรถมาเป็นชั่วโมง พี่อยากช่วยให้รัณสบายตัวขึ้นบ้าง”

น้ำเสียงเพิ่มระดับความยั่วยวนเข้าไปอีกเมื่อเห็นอรัณจ้องตัวเองไม่วางตา จนกระทั่งอรัณพับแขนเสื้อเชิ้ตสีอ่อนของตัวเองขึ้นทีละข้างอย่างไม่รีบร้อน เจ้าของร่างโปร่งเอียงคอไปมาเพื่อไล่ความปวดเมื่อยที่มีอยู่บ้าง ทุกการกระทำได้ตรึงสายตาของเพลิงเอาไว้โดยไม่รู้ตัว กระเป๋าเป้ที่สะพายอยู่ค่อยๆถูกปลดออกจากบ่าข้างซ้าย และมันได้ลอยไปกระแทะใส่คนที่นอนบนเตียงจังๆ

“โอ๊ย! หน้าเกือบแหก”

“มึงไม่คิดจะเก็บของรึไง มาถึงก็นอน จะสบายเกินไปแล้ว”

“นอกจากจะโดนดักมโนแล้วยังถูกจิกหัวใช้อีก”

เพลิงบ่นอุบอิบกับตัวเองเมื่อ ฝันหวานที่มโนไว้อย่างดิบดีถูกทำลายโดยคู่หมั้นอย่างอรัณที่ยืนกอดอกหน้าตายมองเขาอยู่

“รีบลุกมาเอาเสื้อผ้าใส่ตู้เลยกูหิว”

“กินพี่ก่อนมะ”

“ถ้ายังช้ามึงก็ไปหาอะไรกินเอง แยกกันตรงนี้ดีมั้ย”

“งื้ออ ไม่ๆ ทำแล้วจ้า”

“ของกูไม่ต้องยุ่ง กูจัดการเองได้”

พูดจบอรัณก็ทิ้งเพลิงไว้ในห้องนอนคนเดียว เธอเดินออกมาจากห้องนอนและเปิดโทรทัศน์กลางห้องดูเพื่อฆ่าเวลารออีกคนเก็บของ

“หลอกให้อยากแล้วจากไป”

คนที่ถูกทิ้งไว้บ่นอุบกับตัวเองไป สองมือคุ้ยเสื้อผ้าและข้าวของต่างๆออกมาจัดเก็บใส่ตู้ไปเรื่อยๆ เขาแอบอารมณ์เสียไม่น้อยที่ถูกอรัณขุดหลุมหลอกล่อให้คิดไปไกล แล้วก็ดันเผลอตกลงไปในหลุมนั้นจังๆบ่อยครั้ง และอีกอย่างคือการต้องมานั่งจัดเสื้อผ้าลงตู้ทั้งที่มันสามารถใช้พนักงานมาทำก็ได้ แต่เขาก็ยอมทำอย่างเก้ๆกังๆจนมันเสร็จเรียบร้อย รวมไปถึงส่วนของอรัณที่ได้ถูกห้ามไว้ด้วย

อรัณคงจดจ่อกับรายการในโทรทัศน์มากไป จนไม่ทันได้สังเกตว่ามีอีกคนที่เดินออกมาจากห้องนอนมายืนอยู่ข้างหลังโซฟา เพลิงใช้สองแขนโอบรอบคออรัณไว้ และใช้คางมนเกยไว้บนหัวของหญิงสาว

“เสร็จแล้ว ไปหาไรกินกันเถอะ”

“ให้มันน้อยๆหน่อย” อรัณปรามเสียงเรียบอย่างไม่จริงจัง

“จะกินที่นี่หรือจะไปหาร้านข้างนอกดี”

“กินนี่ดิ เพลียจะตายอยู่แล้ว”

“ก็จะนวดให้ก็ไม่ยอม”

“ไม่ต้องเลย ปล่อยได้แล้ว”

“ไปกันเถอะ”

และอรัณก็ได้รู้ว่ารีสรอทแห่งนี้เป็นธุรกิจในเครือจินตนารวีร์ กิจการทางบ้านของเพลิงนั่นเอง เพราะตั้งแต่เดินลงมาพนักงานหลายคนก็ทิ้งงานทิ้งการมายืนต้อนรับเป็นขบวนทำเอาอรัณอึดอัดขึ้นมาจนสุดท้ายก็ต้องบอกให้เพลิงเคลียร์สถานการณ์ให้เป็นปกติ

หลังจากยัดอาหารลงกระเพาะเสร็จอรัณก็ปลีกตัวจากเพลิงขึ้นห้องไปนอนทันที เพราะตั้งแต่ขับรถข้ามจังหวัดมาเป็นชั่วโมงก็ยังไม่ได้พักเลย หัวถึงหมอนสติก็ดับวูบ




อรัณนั่งเอนหลังพิงหัวเตียงมองเพลิงที่เดินออกจากห้องน้ำมาในชุดเสื้อกล้ามแขนกว้างยาวไปถึงเอวอวดผิวขาวเนียน และกางเกงขาสั้นสีขาวประมาณสองคืบได้

“เพลิง”

“หื้ม? ว่าไงที่รัก”

“คือกู...ดูรีวิวห้องพักของโรงแรมนี้เล่นๆน่ะ แล้วกูก็....” อรัณลากเสียงยาวให้อีกคนเริ่มหันมาสนใจ

“ทำไมเหรอ คนที่เข้ามาอยู่ห้องนี้แล้วเสร็จทุกรายถูกมะ”

ร่างสูงเท้าแขนกับโต๊ะเครื่องแป้งแล้วหันมามองอรัณด้วยดวงตายั่วยวน

“เปล่า มันเคยมีคดีฆ่ากันตายที่นี่ว่ะมึง”

กระปุกครีมราคาแพงในมือถูกปาลงกับโต๊ะเครื่องแป้ง พลันร่างสูงรีบพุ่งตัวขึ้นเตียงอย่างไม่คิดชีวิตพาลทำให้อรัณตกใจไปด้วย เพราะเพลิงเข้ามาคว้าแขนของเธอและกอดไว้แน่นนั่นยิ่งทำให้ใบหน้าสวยผุดยิ้มร้ายขึ้นมา

“คือมีผัวเมียฝรั่งเคยมาเช่าอยู่ห้องข้างๆ และเมียเขาแอบพาผู้ชายอื่นมานอนห้องนี้....”

“กรี๊ดดดดดดดดด ไม่เอานะ อย่าเล่าๆๆๆ”

ชายหนุ่มยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาปิดหูอย่างไม่ต้องการจะรับรู้ เขาซุกใบหน้าเปื้อนครีมบำรุงเป็นจุดๆลงกับท่อนแขนของอรัณที่กอดรัดไว้ มันทำให้เนื้อครีมบางส่วนแปดเปื้อนไปโดนเสื้อผ้าของอรัณ แต่มันก็ไม่ทำให้ได้เจ้าของไม่พอใจหรือจะต่อว่าอะไร เพราะตอนนี้อรัณสนใจแต่จะแกล้งคนขี้กลัวข้างๆเท่านั้น

“ผัวฝรั่งรู้เข้า และบุกเข้ามาในห้องและทั่งคู่ก็ถูกยิงตายในห้องนี้”

“......”

“แต่ละคนที่เคยอยู่บอกว่าเฮี้ยน”

“....”

“มึงว่า คืนนี้เขาจะออกมาให้เราเจอมั้ย”

คำถามที่ไม่ได้หวังคำตอบจากอีกคนเอ่ยถามออกมา อรัณมั่นใจว่าเพลิงได้ยินในสิ่งที่เธอพูดแต่แค่ไม่ตอบกลับ ร่างกายของคนข้างๆสั่นน้อยๆและแรงรัดที่แขนก็แน่นไม่คลายมันทำให้อรัณพอใจไม่น้อย เมื่อรู้ว่าแกล้งเพลิงได้สำเร็จ

“นี่...จะนอนก็นอนดีๆ”

“.....”

“เพลิง”

“....”

ไร้เสียงตอบรับจากเพลิง อรัณเริ่มเอะใจ เธอจึงขยับแขนข้างที่ถูกกอดไปมาเบาๆนั่นยิ่งทำให้เพลิงกอดแน่นขึ้นไปอีก ใบหน้าหล่อก็ยังซุกฝังอยู่กับแขน จากขยับแขนไปมาเบาๆก็เริ่มแรงขึ้นและเมื่ออีกคนไม่ยอมปล่อย อรัณก็เริ่มหงุดหงิดขึ้นมาบ้างแล้ว

“เป็นอะไร เงยหน้าขึ้นมา”

“ฮึก ฮือออออออออออ”

“ปะ...เป็นอะไร”

ใบหน้าหล่อที่เกลื่อนไปด้วยน้ำตาและเนื้อครีมบางส่วนที่ยังเกลี่ยไม่ทั่วใบหน้าที่ถูกแต้มเป็นจุดๆทำให้อรัณแทบจำหลุดขำออกมาดังๆ แต่ก็ต้องกลั้นไว้เพราะกลัวเพลิงจะร้องไห้หนักกว่าเดิม

“จะร้องทำไม”

“กลัว...ฮือ เพลิงกลัว”

มือข้างหนึ่งคลายออกจากการกอดรัดแขนเรียวมันถูกยกขึ้นมาเช็ดน้ำตาจากใบหน้าตัวเองป้อยๆ แต่หยดน้ำใสก็ไม่หยุดไหลจากแก้วตาสวยสักที หยดแล้วหยดเล่าไหลลงมาเป็นสาย อรัณที่นั่งมองอยู่เริ่มรู้สึกผิดในใจและเริ่มทำตัวไม่ถูก

“ขอโทษ ไม่คิดว่าจะกลัวขนาดนี้”

“อย่าทิ้งเพลิงไปนะ ให้เพลิงอยู่ใกล้ๆ”

“....”

อรัณไม่ตอบแต่เบือนหน้าหนีไปอีกทาง นั่นยิ่งทำให้เพลิงร้อนรนหนักเข้าไปอีก เขาเขย่าแขนหญิงสาวไปมาเบาๆเพื่อเร่งเอาคำตอบ อรัณรีบกลบเกลื่อนรอยยิ้มของตัวเองแล้วหันไปตีหน้านิ่งใส่อีกคน

“นะๆๆๆ อย่าทิ้งเพลิงนะ เพลิงกลัว”

“เออๆ ไม่ทิ้ง หยุดร้องไห้ได้แล้ว”

“ฮึก จริงนะ”

“อือ”

ยิ่งได้เห็นอีกคนพยายามกลั้นก้อนสะอื้นในลำคอยิ่งทำให้อรัณใจอ่อนยวบ ตอนนี้เพลิงในสภาพกลัวผีหัวหดทั้งน่ารักและน่าแกล้งไปหมด จากที่จะแกล้งเล่นๆกลับกลายเป็นว่าตัวเองเป็นฝ่ายรู้สึกผิดเสียเอง มือบางอีกข้างที่เป็นอิสระยกขึ้นเกลี่ยน้ำตาบนใบหน้าอีกคนเบาๆ แต่เมื่อเช็ดไปแล้วมันก็กลับมาไหลอีก เธอจึงเปลี่ยนไปเกลี่ยเนื้อครีมที่ยังค้างอยู่บนใบหน้าแทน จนตอนนี้น้ำตาได้หยุดไหลลงและใบหน้าที่เนียนสะอาดดังเดิม จะมีก็แต่ดวงตาและจมูกโด่งที่ยังคงค้างสีแดงระเรื่อไว้

เป็นเวลานานเท่าไหร่ไม่รู้ที่อรัณสำรวจและสัมผัสรูปหน้าของเพลิงไปมา และนานเท่าไหร่ไม่รู้ ที่เพลิงเอาแต่จ้องมองอรัณโดยที่ไม่รู้ว่าตัวเองหยุดร้องไห้ไปตอนไหน จนกระทั่งเสียงดังจากทีวีจอใหญ่ที่ปลายเตียงเข้ามาเรียกสติคนทั้งคู่ ซึ่งมันดึงความสนใจของคนทั้งคู่ได้เป็นอย่างดี เพลิงปล่อยแขนอรัณแทบจะทันที และอรัณรีบชักมือออกเช่นกัน

“รัณเปิดทีวีเหรอ”

“เปล่า...รีโมทอยู่นู่น”

นิ้วเรียวชี้ไปยังโต๊ะเครื่องแป้งที่เพลิงวิ่งเตลิดจากมา เขาเห็นรีโมทคอนโทรสีดำวางอยู่ข้างๆกระปุกครีมของตัวเองที่ล้มระเนระนาด อาการสะอึกเริ่มกลับมาอีกครั้ง เขาพาตัวเองเข้าไปเบียดอรัณให้ใกล้กกว่าเดิม อรัณก็ลอบกลืนน้ำลายเหนียวๆลงคอ เธอกล่าวขอขมาลาโทษสิ่งที่มองไม่เห็นในใจ ที่ได้พลั้งพูดอะไรไปโดยไม่ทันได้คิด

“ระ...เราย้ายห้องดีไหม” เพลิงเสนอทางเลือกให้อรัณ

“ไม่ต้องร้องแล้ว มันไม่มีอะไรหรอก เดี๋ยวกูลุกไปปิดให้”

“มะ..ไม่”

“ปิดแล้วเราก็จะได้นอนกันไง”

“ไปด้วยกันได้ไหม”

“อืม...”

ทั้งคู่ลุกขึ้นไปปิดทีวีอย่างเก้ๆกังๆเพราะเพลิงเอาแต่คอยยื้อยุดอรัณไม่ให้เดินไปข้างหน้า ข้างหลังตัวเองก็น่าระแวง ทำให้ตอนนี้เพลิงดูเหมือนคนสติแตกเข้าไปทุกที

ความเงียบเข้ามาปกคลุมทั่วห้องอีกครั้งเมื่ออรัณกระชากปลั๊กทีวีออก ถ้ามันเปิดเองได้อีกครั้งก็คงต้องลากคอเพลิงแล้วต้องรีบเผ่นออกจากห้องแน่ๆ

“ปิดไฟนะ”

“เปิดไฟหัวเตียงทิ้งไว้ได้มั้ย”

“อืม”

แม้เพลิงจะเกาะอรัณเป็นลูกลิงติดแม่ แต่มันก็ไม่ได้ทำให้อรัณอยากจะผลักไสเหมือนทุกๆที มันกลับทำให้เธออุ่นใจกว่าการเดินคนเดียวเป็นไหนๆ

เอาเป็นว่าตอนนี้ทั้งคู่นอนติดกันเป็นปลาท่องโก๋อยู่กลางเตียง แม้อรัณจะอึดอัดหน่อยๆแต่ก็จะโทษเพลิงก็ไม่ได้เพราะดันแต่งเรื่องหลอกชายหนุ่มเป็นตุเป็นตะ แล้วอีกคนก็ดันกลัวขึ้นสมองอีก เป็นอันว่าต้องก้มหน้ารับผลกรรมในส่วนนี้ไป

ร่างข้างๆดิ้นยุกยิกไปมาไม่นิ่งสักที ทำให้อรัณหลับไม่ลง อรัณหันไปมองเพลิงที่นอนลืมตาโพลงไม่มีท่าทีว่าจะหลับสักนิด

“ไม่ง่วงรึไง”

“กลัว...”

อรัณเปลี่ยนท่านอนให้หันตะแคงข้างไปหาเพลิงแล้วเท้าแขนขึ้นรองศีรษะตัวเองเอาไว้ เธอจ้องมองเพลิงที่จ้องมองเธอเช่นกัน

“ต้องทำยังไงถึงจะหายกลัว”

“ไม่รู้....”

“มันนี่ขี้กลัวเนอะ เลือกก็กลัว ผีก็กลัว แล้วยังมีอะไรที่กลัวอีกไหม”

“กลัวอรัณไม่รัก”

ในเวลาแบบนี้ไม่คิดว่าเพลิงจะคิดคำมาหยอดอรัณได้ นั่นก็หมายความว่าอีกคนได้คลายความกลัวลงบ้างแล้ว แต่มันก็ยังคงเจืออยู่ในความรู้สึกอยู่ดี

“ให้พี่หลับก่อนแล้วรัณค่อยหลับได้ไหม”

“....”

“นะ...”

“ก็ได้ๆ รีบหลับตาดิ ลืมตาแบบนี้เมื่อไหร่จะหลับ”

“อื้ม ฝันดีนะ”

ดวงตารีจ้องมองอรัณอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะค่อยๆพับเปลือกตาปิด อรัณรู้ว่าเพลิงหวังและรอคอยอะไร แต่ด้วยความปากหนักของตัวเองมันมีมากจึงไม่ได้บอกฝันดีอีกคนกลับไปอย่างที่ควรจะเป็น

อรัณจ้อมมองใบหน้าหล่อที่หลับตาพริ้มอยู่ใกล้ๆ เธอมองสำรวจไปเงียบๆไม่ได้พูดอะไร แต่เมื่อไล่มองเครื่องหน้าของเพลิงแล้วสายตามักจามาหยุดอยู่ที่ริมฝีปากหนาเสมอ อรัณเผลอกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ริฝีปากบางเริ่มแห้งผาก ฉากจูบครั้งแรกของเธอและเพลิงมันผุดขึ้นมาในหัวอีกครั้งทำเอาหัวใจในอกเต้นผิดจังหวะ  เมื่อความคิดเริ่มเลยเถิดไปไกลเปลือกตาบางจึงปิดลงเพื่อสงบสติและไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกไป




อรัณเดินตามเสียงเพลงคุุ้นหูออกไป สองเท้าหยุดที่หน้าห้องครัวเพราะเธอเจอต้นเหตุของเสียงเพลงนั้นแล้ว

เพลิงที่ยืนทำกับข้าวอยู่พร้อมกับเปิดเพลงแล้วทำไปด้วยทำให้อรัณถึงกับยกมือขึ้นมายีผมฟูๆของตัวเองให้ฟูหนักกว่าเก่า เพลงคุ้นหูที่คิดอยู่นานว่าเป็นเพลิงอะไรนึกออกขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นเพลิงหันหลังทำกับข้าวอยู่ มันเป็นเพลิงประกอบซีรีส์ดังของเกาหลี ที่มันจะเล่นในตอนที่นางเอกของเรื่องกำลังทำกับข้าวทุกตอน

"แดงจังกึม มื้อนี้ทำอะไรให้ข้ากิน" อรัณเอ่ยทักคนที่หันหลังทำกับข้าวอยู่

"อ้าว ตื่นแล้วเหรอ"

เพลิงหันไปให้ความสนใจกับเจ้าของเสียงเรียบที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูห้องครัวมองมาที่เขา เดิมทีตั้งใจจะไปปลุกอรัณให้ตื่นหลังมื้อเช้าเสร็จ แต่หญิงสาวดันตื่นขึ้นมาก่อน

แสดงแดดอ่อนๆยามเช้าปลุกให้เพลิงตื่นอย่างง่ายดาย เมื่อดูเวลาก็พบว่ามันยังเช้าอยู่สำหรับเขา เพราะทุกทีกว่าจะตื่นเวลาก็ปาเข้าไปเที่ยงวัน อาจจะเป็นเพราะเรื่องเมื่อคืนที่ทำให้เขาต้องข่มตาให้หลับตั้งแต่ไม่กี่ทุ่ม ร่างกายพักจนอิ่มแล้วไม่สามารถหลับต่อได้อีกทำให้เขาลุกขึ้นจัดการตัวเองและโทรบอกให้พนักงานของรีสรอทไปหาซื้อวัตถุดิบที่ตลาดมาเพื่อทำกับข้าวกินเองที่ห้อง

"เออ ตื่นเพราะเพลงมึงนี่แหละ เข้าไปกล่อมยันในฝัน" อรัณพูดประชด

"หม่อมฉันทำข้าวผัดอเมริกันถวายฝ่าบาทเพคะ" เพลิงจีบปากจีบคอพูดกับอรัณ

"ถ้าไม่ถูกปาก ข้าจะเอาเทราดหัวเจ้า"

"โหดเหี้ยเหลือเกินเพคะ"

"โหดเหี้ยมก็พอ พูดมากอยู่นั่นแหละข้าวไหม้หมดแล้ว" อรัณพยักเพยิดหน้าไปยังกระทะข้าวผัดที่อยู่บนเตา

"ก็รัณชวนคุย"

"โทษกูอีก"

เพลิงหันไปสนใจอาหารที่กำลังร้อนฉ่าอยู่ในกระทะพร้อมฮัมเพลิงตามเพลงที่เปิดอยู่ในลำคอ

“ทำข้าวผัดอเมริกันแล้วเปิดเพลิงแดจังกึมเนี่ยนะ เพื่อ?”

“จะได้ซึมซับจิตวิณญาณของซังกุงชั้นสูงไง”

อรัณหัวเราะเบาๆในลำคอพร้อมกับมองใบหน้าเปื้อนยิ้มของเพลิงไปด้วย

“เป็นครั้งแรกเลยนะที่รัณยิ้มแบบนี้ให้พี่”

เหมือนเสียงของเพลิงเรียกสติของอรัณกลับคืนมา ยิ้มสวยแปรเปลี่ยนเป็นใบหน้านิ่งขรึมตามเดิม ชายหนุ่มนึกอยากจะตีปากตัวเองแรงๆที่ไปทักอรัณ

“ยิ้มยังไง”

“แบบที่ผัวยิ้มให้เมียไงจ๊ะ”

“หยุดมโนได้แล้วมึง” อรัณเฉไฉมองนู่นมองนี่ไปเรื่อย

“ทำมาเป็นเขิน”

“ใครเขิน?”

เพราะเจ้าตัวคงยังไม่รู้ว่าอาการร้อนๆที่ใบหน้าและใบหูแดงๆที่ถูกซ่อนอยู่ใต้เรือนผมมันคืออาการเขินจึงกลบเกลื่อนไปด้วยใบหน้าขรึมๆ

“ใครกันน๊า”

“หุบปากแล้วทำกับข้าวของมึงไปเลย จะกินเช้านี้หรือชาติหน้า”

“แปปเดียวก็เสร็จแล้วน่า ไปนั่งรอได้เลย”

เพลิงเลิกแหย่อรัณและเริ่มจัดจานอาหารเมื่อสิ่งในกระทะพร้อมสำหรับพวกเขาแล้ว

“ให้ไวล่ะ”

“เพคะพระสวามี”



หลังจากกินข้าวเช้าร่วมกันที่ห้องเสร็จ เพลิงก็เข้ามารบเร้าอรัณที่เอาแต่นั่งดูรายการน่าเบื่ออยู่ที่ห้องรับแขก

“ที่รัก ไปเล่นน้ำกัน”

“ก็ไปดิ” อรัณตอบแบบขอไปทีทั้งที่สายตายังจดจ่ออยู่กับรายการสารคดีสัตว์โลกน่ารัก

“ก็ไปด้วยกันดิ”

“จะไปก็ไป แต่เป็นสระของโรงแรมนะ”

“เอ๊า แต่เรามาทะเลนะ”

“ถ้ามึงจะเล่นมึงก็ไปคนเดียว กูไม่ไป” อรัณเอนตัวพิงพนักโซฟาด้วยท่าสบายๆ

“สระก็สระ แต่ทากันแดดรึยัง”

“อะไร”

“ครีมกันแดดไง สำคัญมากนะ”

“ไม่ทา”

“ไม่ได้นะ นั่งรออยู่นี่ก่อน”

เพลิงวิ่งหายเข้าไปในห้องนอนแล้วกลับมาพร้อมกับครีมทาผิวสองสามหลอดในมือ เขาเดินอ้อมไปยังหน้าโซฟาแล้วนั่งลงข้างๆอรัณ

“หันหน้ามา”

“ไม่ทา”

“ไม่ได้นะ แดดเผาหน้าหมดสิ”

“ช่างหัวกูสิ”

“หัวผัวก็เหมือนหัวเมีย เรื่องนี้พี่ยอมรัณไม่ได้ รัณยอมให้พี่เรื่องนึงได้ไหมล่ะ”

อรัณถอนหายใจหนักๆใส่เพลิงไปครั้งหนึ่งก่อนจะยอมบิดตัวไปหาอีกคนอย่างจำใจ

“จะทำอะไรก็รีบทำ”

“งั้นไปเอากัน”

“....”

“พี่ล้อเล่น แต่คิดจริงนะจะบอกให้”

เพลิงเผยยิ้มกว้างใส่คนที่มองเขาตาขวาง เขาเริ่มเปิดฝาครีมประทุนผิวและบีบมันลงบนนิ้ว และเกลี่ยปอยผมของอรัณไปทัดหูไว้ มือนิ่มบรรจงทาครีมบำรุงไปตามรูปหน้า พรางสำรวจใบหน้าของอรัณไปด้วย

รายการสรคดีถูกคนเปิดเพิกเฉยไปแล้วแต่ความสนใจของหญิงสาวได้เปลี่ยนมาจดจ่ออยู่กับคนที่กำลังรุ่มร่ามกับใบหน้าของเธอ อรัณเอาแต่จ้องใบหน้าเพลิงไม่ละสายตาทำเอาคนถูกจ้องมองหน้าเห่อร้อนขึ้นมา หัวใจเริ่มทำงานหนัก ทั้งที่เขาก็จ้องหน้าอรัณอยู่แท้ๆแต่ทำไมหญิงสาวดูเหมือนไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลยกลับเป็นเขาเองที่เริ่มประหม่าจนต้องหาเรื่องชวนคุย

“ไม่เคยทาครีมอะไรแบบนี้เลยเหรอ”

“ไม่ ยุ่งยาก และอีกอย่างกูไม่ค่อยได้ไปไหน”

“ไม่ได้ไปไหนยังไงก็ต้องทานะ แต่ผิวดีมากเลยอะ” เพลิงกล่าวชม

“ก็บอกแล้วไงว่าไม่ค่อยได้เที่ยว ไม่โดนแดดหรอก”

“เที่ยวแต่ตอนกลางคืนน่ะสิ”

“ยุ่ง” คำตอบเดียวสั้นๆห้วนๆทำเอาคนฟังยู่หน้าใส่

“ปากร้ายๆนี่น่ากัดให้เลือดกลบจริงๆเลย”

อรัณเบนสายตาไปทางอื่นราวกับว่าไม่ได้ยินที่เพลิงพูด ทั้งที่จูบกันคราวก่อน คนที่เข่าอ่อนล้มพับไปกับพื้นเป็นเพลิงเองแท้ๆ แต่ทีอย่างนี้ทำมาปากดี

ส่วนเพลิงก็ส่งรอยยิ้มให้ไม่หยุดเจ้าของใบหน้าสวย เขาปฏิเสธไม่ได้ว่าชอบความใกล้ชิดนี้มากมายแค่ไหน และต้องการจะซึมซับเวลาระหว่างเขากับอรัณไว้ให้ได้มากที่สุดเพราะมันไม่ค่อยได้มีแบบนี้บ่อยๆ

“อ่ะเสร็จละ เอานี่ทาแขนด้วย จะทาเองหรือให้พี่ทาให้”

“ทาเอง ว่าแต่...”

อรัณลากเสียงอ้อยอิ่งและมองมาที่เพลิงด้วยสายตากรุ้มกริ่ม เพลิงเริ่มหรี่ตามองอรัณเพื่อจับผิดเพราะเขามั่นใจว่าอรัณกำลังมีความคิดร้ายๆผุดขึ้นมาในหัวแน่ๆ

“อะ...อะไร”

“มึงไม่ใส่จีสตริงที่กูเจอไปเล่นน้ำเหรอ”

“บ้า!!! พูดอะไรออกมา ลามก”

สิ้นสุดคำถามของอรัณก็ทำเอาเพลิงยิ่งประหม่ายกใหญ่ ความคิดของอรัณนี่มันไว้ใจไม่เคยได้แถมเดาไม่ได้อีก

“ก็แค่ถาม” อรัณหัวเราะเบาๆเมื่อเห็นเพลิงโกรธจนหน้าดำหน้าแดง

“เพื่อนมันซื้อมาแกล้งเถอะ ไม่ได้ซื้อมาใส่เอง”

“จะใส่ก็ได้นี่ ไม่ได้ว่าอะไร”

“จะดูรึไงล่ะ” เพลิงหยั่งเชิง เลิกคิ้วถามอรัณ

“เอาสิ ถ้าใส่ก็จะดู”

“เรียกพี่ว่าเมียก่อนสิ แล้วจะยอมใส่ให้ดูทั้งวันทั้งคืนเลย”

“คิดไปคิดมากูว่าไม่ดีกว่า ยังไม่อยากตาบอดตอนนี้”

“อรัณ!!!”








.....................................................................

เอาแล้วๆ 

เราแค่อยากจะเปรยๆให้รู้ว่า.....nc ใกล้เข้ามาแล้วนะทุกคน หุ หุ

เม้นเยอะๆสร้างกำลังใจให้เราหน่อยนะ จะได้มีแรงปั่น 5555555555

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว