ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 5

คำค้น : นิยายวาย, yaoi, bl

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 28.8k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ก.ค. 2560 13:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 5
แบบอักษร

บทที่ 5

“อะ…เราซื้อขนมมาฝาก”

แม้วันจันทร์ผมจะไม่มีตารางเรียนแต่ผมก็เข้ามาที่มหาวิทยาลัยทันทีที่รู้ว่าปราโมทย์แวะมาที่มหาวิทยาลัยพร้อมยังคงนั่งทำรายงานอยู่ที่ห้องสมุด ผมหิ้วเอาขนมที่ซื้อมาจากชลบุรีมาฝากปราโมทย์ทั้งๆ ที่ตอนซื้อก็ไม่ค่อยแน่ใจว่าปราโมทย์จะชอบกินหรือเปล่า แต่อย่างน้อยผมก็อยากให้รู้ว่าผมยังนึกถึงเขานะ

“เป็นไงสนุกไหม?”

“สนุกมาก ปราโมทย์น่าจะไปด้วยกัน”

“เผื่อจะลืมไปบอกอีกทีว่าเราไม่ชอบถ่ายรูป”

“เราหมายถึงว่า น่าจะไปสนุกด้วยกัน นี่เราได้ความรู้มาเต็มเลย เดี๋ยวถ้าขอพ่อกับแม่ซื้อกล้องได้เมื่อไหร่เราจะเอามาถ่ายปราโมทย์ด้วยนะ”

“อ้าวแล้วไปทริปงานกล้อง... ไม่มีกล้องเหรอ?”

“อ่อ พี่เก่งให้ยืมนะ”

“ถามอะไรหน่อยได้ไหม?”

“ได้ดิ”

“ตอนนี้นายเป็นแฟนกับพี่เก่งเหรอ?” 

“เฮ้ย พูดอะไรนะ?”  

ผมสำลักน้ำที่กำลังยกดื่มอย่าหน้าดำหน้าแดง จู่ๆ ปราโมทย์ก็พูดขึ้นมาลอยๆ โดยที่ไม่ได้มีการเอ่ยนำเรื่องเกี่ยวกับพี่เก่งมาก่อนแล้วผมเองก็ไม่รู้ว่าทำไมอยู่ๆ ปราโมทย์ถึงถามถึงเรื่องนี้ขึ้นมา

“แล้วนายได้ตามจีบพี่เก่งจริงรึเปล่า?”

“เฮ้ย...ไปกันใหญ่แล้ว ทำไมอยู่ๆ ถามแบบนี้ละ?”

“ก็มีหลายคนพูดถึงเรื่องนี้ อย่าเข้าใจผิดละที่มาถามไม่ได้ว่าจะรังเกียจหรืออะไร คือถ้าเป็นตามที่เขาพูดกันเราก็จะได้รับรู้ไว้ก็เท่านั้น”

“แล้วปราโมทย์คิดว่ายังไง?”

“ไม่ได้คิด..เพราะไม่รู้ถึงมาถาม” 

“เรากับพี่เก่งไม่ได้เป็นอะไรกัน...เป็นแค่รุ่นพี่รุ่นน้องที่สนิทกันเท่านั้น” 

“อื้ม โอเค”

“เมื่อกี้ปราโมทย์บอกว่ามีหลายคนพูดถึง เขาพูดกันที่ไหนเหรอ? ปราโมทย์ไปอ่านอะไรมา?”

“มีหลายคนมาถามเรา ไม่ใช่ว่าเพิ่งมาถามช่วงที่นายไปทะเลนะแต่ถามกันมาตั้งนานแล้ว”

“อื้ม แล้ว?”

“แต่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อวานถึงมีแต่คนรุมโทรมาหาเรา แถมโทรมาเพื่อเรื่องนี้โดยเฉพาะ”

“แล้วปราโมทย์ตอบไปว่ายังไง?”

“เราตอบไปว่าไม่รู้แต่ดูคนพวกนั้นจะไม่เชื่อ และสุดท้ายก็มีคนมาด่าว่าเราโง่ เราก็เลยอยากรู้ขึ้นมาคราวหน้าถ้าตอบได้จะได้ไม่โง่”

“ขอโทษนะ เราทำให้ปราโมทย์ยุ่งยากแถมโดนว่า เพราะเราเป็นต้นเหตุแท้ๆ”

“ไม่เป็นไร ไม่ได้โกรธก็แค่ต่อไปใครมาถามก็จะได้ตอบได้”

“ว่าแต่นอกจากเรื่องนี้แล้ว ปราโมทย์รู้ไหมว่าเขาพูดกันอะไรกันอีกบ้าง?”

ผมก็เพิ่งรู้จากโมทย์ว่าหลายคนมองว่าผมเป็นคนเอาตัวเข้าไปตีสนิทกับพี่เก่งเพราะว่าผมแอบชอบพี่เขามานานแต่ไม่เคยได้มีโอกาสเข้าใกล้

มีข่าวอีกมากมายหลายอย่างทั้งผมเป็นสต๊อกเกอร์แถมยังโกหกสร้างเรื่องเพื่อไปตามพี่เขา และที่ผมพยายามเรียกพี่เขามาที่คณะก็เพราะต้องการสร้างภาพให้คนดูว่าพี่เก่งเป็นคนมาตามผม

แต่ที่ผมรู้สึกแย่ที่สุดก็คือมีคนพูดเพิ่มเติมเข้าไปอีกว่าผมทำให้พี่เก่งรำคาญจนพี่เก่งอยากจะไล่ผมไปไกลๆ แต่เพราะว่าพี่เก่งป็นคนใจอ่อนพอผมทำท่าจะร้องไห้เลยไม่กล้าที่จะไล่ผมตรงๆ  มันทำให้ผมรู้สึกสมเพชตัวเอง

“เฮ้อ ทำไมมันออกมาในรูปแบบนี้ไปได้นะ”

ผมยอมรับว่าผมกับพี่เก่งสนิทกันมากขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่วันที่ชนกันวันแรกอาจจะเป็นเพราะเราสองคนมีความชอบหลายอย่างที่คล้ายกันเลยทำให้เราสองคนสนิทกันเร็วมากยิ่งขึ้น จากที่เจอกันแค่ด้วยเรื่องเรียนหรือเรื่องที่ชมรมก็กลายมาเป็นว่าเริ่มมีนัดกินข้าว เริ่มมีไปซื้อของด้วยกันหลังเลิกเรียน และอย่างล่าสุดพี่เก่งก็เริ่มมาค้างที่ห้อง

อย่างเมื่อวันอาทิตย์พอกลับมาถึงห้องของผมพี่เก่งก็ตีตั๋วหลับยาวกว่าจะตื่นก็เย็นแล้วแถมวันจันทร์ยังมีเรียนเช้าอีกพี่เก่งก็เลยตัดสินใจนอนที่ห้องของผมซะเลย

แต่ทั้งหมดที่เราสนิทกันผมค่อนข้างมั่นใจว่าผมไม่ได้ไปขอร้องหรือเกาะติดตัวของพี่เก่งมากขนาดจนทำให้พี่เก่งรำคาญและไล่ผมไปไกลๆ ที่สำคัญที่ผ่านมาผมนับถือพี่เขาในความที่เป็นคนสมบูรณ์แบบในทุกเรื่องและนับถืออยากเอาเป็นตัวอย่างไม่ได้มีความรู้สึกทางชู้สาวเข้ามาเกี่ยวข้องเลยสักนิด

“เพราะอย่างนี้นี่เองสินะ”

ที่น่าแปลกคือแม้ความสัมพันธ์ระหว่างผมกับพี่เก่งจะเป็นไปได้ด้วยดีแต่ความสัมพันธ์ระหว่างผมกับเพื่อนร่วมคณะและคนอื่นกลับดูแย่ลง

ใช่สมัยก่อนผมก็ไม่ได้สนิทกับใครมากอยู่แล้วแต่อย่างน้อยถ้าเกิดเดินผ่านใครก็ยังมีการทักทายกันบ้างแต่พอมาตอนนี้นอกจากบางกลุ่มที่ไม่ทักทายแล้วยังมีบ่อยครั้งที่พอผมเดินผ่านก็ต่างหันไปซุบซิบกันและก็มีเพื่อนผู้ชายบางคนที่ต้องทำงานกลุ่มร่วมกันพอผมเข้าไปใกล้ก็ทำท่าเหมือนไม่ชอบใจที่ผมเข้าไปใกล้เขาซะแบบนั้น ตอนแรกผมก็ไม่เข้าใจพอมาถึงตอนนี้ผมรู้แล้วว่าพวกนั้นคงคิดว่าผมเป็นเกย์และคงไม่สะดวกใจที่ให้ผมเข้าใกล้

ในขณะที่ผมนั่งเรียนอยู่จากที่ไม่เคยถูกสนใจก็กลายเป็นว่ามีหลายสายตาที่หันมามองและก็มีบ้างที่หันหลังไปซุบซิบกัน จนมีบางครั้งที่ผมเอาแต่มองคนอื่นจนผมเกือบไม่ได้ฟังที่อาจารย์สอน 

แต่ทั้งหมดที่ผ่านมาผมไม่เคยสนใจที่จะหาที่มาว่าทั้งหมดมันเกิดขึ้นเพราะอะไรแต่เพราะว่าครั้งนี้ผมได้รู้ว่ามันมามีผลกระทบกับเพื่อนสนิทของผมด้วยผมก็เลยรู้สึกว่ามันเริ่มไม่ใช่เป็นเรื่องที่ดีแล้ว

“ต่อไปใครมาถามอะไรปราโมทย์ โมทย์ให้เขามาถามเราด้วยตัวเองก็ได้”

“ก็ดีเหมือนกัน เราเองก็ไม่ค่อยชอบความวุ่นวาย”

........................................................................................

ตกเย็นพี่เก่งมารับผมที่ตึกเรียนเหมือนกับวันที่ผมมาเรียนตามปกติ เพราะมันเป็นช่วงใกล้สอบกลางภาคแล้วและพี่เก่งก็บอกว่าทุกครั้งพี่เก่งจะออกไปอ่านตามร้านแบบนี้ เพราะถ้าเห็นเตียงนอนทีไรก็จะพร้อมสลบลงได้ เราจึงนัดกันไว้ว่าจะไปร้านกาแฟที่นั่งอ่านหนังสือได้ 24 ชั่วโมงแทนการนอนอ่านที่ห้อง

“งั้นเดี๋ยวพี่แวะอาบน้ำห้องเราด้วยเลยนะ ถ้าไปอ่านต่อเลยพี่ไม่ไหว” 

“ได้พี่” 

หลังจากที่เราทั้งสองคนเตรียมตัวและจัดหนังสือที่เอาพกติดตัวไปเรียบร้อยเตรียมจะก้าวออกไปนอกห้องพี่เก่งก็จับที่ไหล่ของผมเอาไว้รั้งให้ผมหยุดเดิน

“วันนี้เกิดอะไรขึ้น?” 

“เปล่าครับ” 

“หน้าของชินเหมือนมีป้ายแปะว่ามีเรื่องคิด เล่าให้พี่ฟังไม่ได้เหรอ?”

“พี่นี่เทพเกินไปแล้ว” 

“ว่ามา” 

ใช้เวลาคิดเพียงครู่เดียวผมก็ตัดสินใจเล่าเรื่องทุกอย่างให้พี่เก่งฟัง ความจริงผมเองก็กลัวว่าพี่เก่งจะไม่พอใจที่ถูกใครๆ มองว่ากำลังคบกับผมหรือว่ากำลังถูกผมตามตื้อ มีแอบกังวลว่าพอพี่เก่งรู้พี่เก่งจะรับไม่ได้ที่ต้องเจอกับข่าวลือแบบนี้แล้วพาลเลิกคบกับผมไป เพราะถ้ามันเป็นแบบนั้นจริงผมคงเสียใจที่ต้องเสียพี่ชายคนนึงไปด้วยแค่ข่าวที่มันไม่ใช่เรื่องจริง 

เหตุผลที่ผมไม่อยากเสียพี่แก่งไปเพราะพี่เก่งเป็นเหมือนคนที่มาเปิดโลกที่พบไม่เคยเจอ พี่เก่งเป็นคนสอนหลายๆ อย่างให้กับผมไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียน การเข้าสังคม การวางตัว และที่สำคัญที่สุดพี่เก่งทำให้ผมใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยได้อย่างคุ้มค่านอกจากแค่การไปเรียนเพียงอย่างเดียว

“พี่คงไม่เลิกคบผมเพียงเพราะข่าวว่าผมตามจีบพี่หรือเรากำลังคบกันใช่ไหมครับ?” 

“เรื่องนั้นพี่ไม่สนใจ ว่าแต่เราเป็นข่าวกับพี่ละโอเคไหม?” 

“สำหรับผม ผมไม่ได้เป็นคนดังของมหาวิทยาลัยเพราะฉะนั้นผมโอเค แต่พี่สิจะมีผมกระทบอะไรรึเปล่ากับข่าวลือ?”

“ชิน”

“ครับ?”

พี่เก่งเงียบพร้อมกับหลับตาลงเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ ผมเองก็ไม่ได้เร่งปล่อยให้พี่เก่งได้รวบรวมความคิดให้เต็มที่

“ถ้าพี่ชอบผู้ชายจริงๆ ชินจะว่ายังไง?”

คำถามของพี่เก่งทำเอาผมเป็นผ่านที่เงียบไป การที่พี่เก่งจะออกปากถามเรื่องนี้กับผมด้วยสีหน้าที่จริงจังแบบนี้ผมคิดว่าเรื่องนี้คงจะมีความสำคัญกับพี่เก่งไม่มากก็น้อย อาจจะมีคนในครอบครัวของพี่เก่งหรือไม่ก็เป็นตัวพี่เก่งเองที่สามารถมอบความรักให้กับผู้ชายได้

ที่เงียบไม่ใช่เพราะรังเกียจ ส่วนตัวผมไม่ได้คบและชื่นชอบใครจากเพศสภาพเวลาผมจะชื่นชอบหรือคบใครสักคนเป็นเพื่อนผมดูจากความสามารถและความจริงใจ ซึ่งทั้งหมดผมสามารถหามันได้จากตัวพี่เก่ง แต่ที่ผมต้องใช้เวลาไตร่ตรองก่อนที่จะพูดอะไรออกมาก็เพราะว่าผมไม่อยากให้พี่เก่งเข้าใจผมผิดถ้าเกิดผมพูดไม่เคลียร์

“มันเป็นเรื่องของความชอบ พี่จะชอบใครเพศไหนมันเป็นสิทธิ์ของพี่ ผมไม่เคยตัดสินพี่ว่าดีไม่ดีจากตรงนั้น ณ วันนี้ถ้าพี่ชอบผู้ชายผมก็ยังมองงว่าพี่เป็นคนดีและเทพอยู่ดี”

“ที่ผมมาพูดเรื่องนี้เพราะว่าผมทำให้พี่มีข่าวเสียหายไปด้วย ซึ่งสมัยก่อนอาจจะไม่เคยมีคนพูดและมองพี่ในแง่นี้ แต่ถ้ามีคนถึงขนาดมาถามเพื่อนของผมก็แสดงว่ามีคนพูดกันเรื่องนี้มากขึ้น” 

“งั้นช่างมันเถอะชิน พี่ไม่ได้ติดใจอะไร” 

แม้ว่าผมกับพี่เก่งจะปิดประเด็นเรื่องนี้ไปแล้วแต่ตลอดการเดินทางไปที่ร้านกาแฟจนกลับมาถึงที่หอพี่เก่งยังคงดูไม่ร่าเริงเหมือนเดิม เพราะฉะนั้นก่อนที่ผมจะเดินเข้าหอกลับขึ้นไป ผมเลยหันไปหาพี่เก่งอีกครั้ง

“พี่...สำหรับผมเรื่องชอบใครรักใครมันเป็นเรื่องเหนือธรรมชาติเรากำหนดไม่ได้ ไม่แน่นะในวันนึงผมอาจจะชอบผู้ชายขึ้นมาสักคนก็ได้”

และในที่สุดผมก็ได้เห็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสบายใจของไอดอลผมสักที

“ฝันดี”

“ครับ ฝันดีพี่”

โปรดติดตามตอนต่อไป

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านค่ะ

ความคิดเห็น