ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 4 : ร้านค้า

ชื่อตอน : ตอนที่ 4 : ร้านค้า

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 433

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ก.ค. 2560 16:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4 : ร้านค้า
แบบอักษร

ตอนที่ 4 : ร้านค้า


ชายหนุ่มกำลังมองไปที่เมนูสกิลของเขา ซึ่งกำลังปรากฏรูปคนกำลังสับสนอยู่ จากนั้นจึงกดลงไป

สกิล : สะกดจิต ระดับ 1

รายละเอียด

ศาสตร์มืดโบราณมาจากความคิดที่จะควบคุมสิ่งมีชีวิตของจอมเวทย์บรรพกาล แต่ต้องประสบพบเจอกับความล้มเหลว เนื่องจากจิตวิญญาณไม่แข็งแกร่งพอที่จะควบคุมได้จำนวนมาก

ความสามารถ

สามารถควบคุมจิตของสิ่งมีชีวิตที่ต้องการได้ ระยะเวลาขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งทางจิตและระดับเป้าหมายต้องน้อยกว่าหรือเท่ากับระดับของผู้ใช้  ระดับ 1 สามารถควบคุมได้ : 1 


หลังจากเห็นรายละเอียดสกิล เป็นผลให้ชายหนุ่มตาลุกวาวในทันที สกิลนี้เหมาะสมกับชายหนุ่มเป็นอย่างมาก ถึงแม้ว่าสกิลนีี้ข้อจำกัดมันเยอะพอสมควร

เพียงแต่ชายหนุ่มมีสกิลที่เขาพึ่งตรวจดูก่อนหน้านี้ จิตวิญญาณแห่งพิรุณแสง เขาไม่รู้ว่าจิตวิญญาณนี้จะแข็งแกร่งมากแค่ไหน แต่มันคงจะมีประโยชน์กับชายหนุ่มไม่น้อย


นั่งฟังข้อมูลจากการพูดคุยจากกลุ่มคนเป็นเวลาพอสมควร ได้ข้อมูลคร่าวๆว่าที่นี่มีตู้เรืองแสง ซึ่งจะทำให้สัตว์อสูรไม่สามารถเข้ามาในบริเวณนี้ได้ และยังได้รู้อีกว่าตู้เรืองแสงสามารถใช้เพื่อซื้อของได้ โดยนำเหรียญที่ได้จากการกำจัดสัตว์อสูร ชายหนุ่มยังได้รู้อีกว่าวิธีใช้ตู้เรืองแสงนั้นต้องอยู่ในระยะ10เมตร จากนั้นให้คิดว่า ร้านค้า

ชายหนุ่มมีเหรียญอยู่จำนวน7เหรียญ และเขานั่งอยู่ในระยะตู้เรืองแสงพอดี

'ร้านค้า'

สิ้นสุดความคิด ปรากฏหน้าจอโปร่งแสง หน้าจอโปร่งแสงเป็นสิ่งที่พิเศษมากผู้อื่นไม่สามารถมองเห็นได้ ยกเว้นแต่เราจะตั้งใจให้อีกฝ่ายดู

ภายในหน้าจอโปร่งแสง มีหมวดหมู่สิ่งของเยอะเป็นอย่างมาก และภายในหมวดหมู่ยังมีอีกหลายรายการ มีทั้งเมนูซื้อ ขายให้ระบบ และขายให้ผู้คนกันเองผ่านทางตู้โดยการตั้งราคาไว้ มียอดเงินแสดงอยู่มุมหนึ่งของหน้าจอ ทำให้ไม่ต้องนับว่าเรามีเหรียญอยู่จำนวนเท่าไหร่ เรียกได้ว่าเป็นตู้อเนกประสงค์กันเลยทีเดียว

ชายหนุ่มยังไม่ลืมเสียงของคำแนะนำ ที่เคยบอกเขาว่าเมื่อระดับเพิ่มจะรักษาบาดแผลชั่วคราว

จากนั้นจึงกดไปในหมวดหมู่ยา ปรากฏหัวข้อย่อยอีกมากมาย มีทั้งยาพิษ ยาฟื้นฟู และอีกหลายอย่าง กดไปที่หัวข้อยารักษา ปรากฏรายการสิ่งของมากมายมีตั้งแต่ราคาถูกไปจนถึงราคาแพงอย่างเหลือเชื่อ เช่น ยารักษาแห่งชนเผ่าอูร์ล ราคาถึงหนึ่งล้านเหรียญ สำหรับตอนนี้เมื่อเห็นราคาทำให้ชายหนุ่มชะงักไปพอสมควร ต่อไปจึงกดลงไปที่ราคาถูกไปหาราคาแพง

รายการสิ่งของเริ่มจัดเรียงกันใหม่อย่างรวดเร็ว เพียงไม่นานรายการแรกก็ปรากฏสิ่งของรูปหลอดแก้วสีแดง ราคาเพียง1เหรียญเท่านั้น กดเข้าไปเพื่อดูรายละเอียด

ยารักษาบาดแผล ระดับฝึกหัด

รายละเอียด

ยาสามัญประจำบ้านของผู้ปราศจากพลังและอำนาจหาซื้อได้ทั่วไป

ความสามารถ

รักษาบาดแผลที่ไม่หนักหนามากเกินไป ไม่สามารถรักษาบาดแผลขนาดใหญ่และอวัยวะขาดออกจากกัน สามารถใช้ได้ที่ระดับ 0 ถึงระดับ 5 มากกว่านั้นไม่สามารถใช้ได้


เมื่ออ่านรายละเอียดจบ ชายหนุ่มจึงกดซื้อมาจำนวน2หลอด เพราะเผื่อ1ขวดไม่สามารถรักษาได้ เขาก็สามารถเพิ่มได้ทันที แต่หากรักษาได้ก็เท่ากับว่าเขามียาไว้สำหรับใช้1หลอด


[คำแนะนำเบื้องต้น : ยารักษาสามารถใช้ได้โดยการราดบนบาดแผล หรือดื่มเข้าไป หากเป็นยาน้ำจะแสดงผลทันที แต่หากเป็นยาเม็ดจะค่อยๆแสดงผล]


ชายหนุ่มกำลังคิดถึงวิธีใช้ยารักษา จากนั้นจึงได้ยินเสียงดังเข้ามาภายในหัว ทำตามคำแนะนำบอกชายหนุ่มจึงเปิดฝาแล้วจัดการดื่มเข้าไป เพราะบาดแผลเขามีการรักษาชั่วคราวทำให้ไม่มีบาดแผลให้ราดลงไป รสชาติของมันแทบจะทำให้ชายหนุ่มอาเจียนออกมา เหมือนกำลังดื่มโลหะที่ขึ้นสนิมที่มีกลิ่นแรงเป็นอย่างมาก

เมื่อดื่มเข้าไปบาดแผลที่ขาของชายหนุ่มก็ปรากฏ บาดแผลค่อยๆสมานตัวและกลับคืนสู่สภาพปกติ เหมือนไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นกับขาของเขา

'หะ'

ชายหนุ่มชะงักกับผลลัพธ์ไปเล็กน้อย จากนั้นจึงเก็บยาอีกหลอดไว้ในกระเป๋า แล้วหันมาสนใจกับหน้าต่างระบบอีกครั้ง ยอดเงินคงเหลือของชายหนุ่มคือ 5

กวาดสายตาหาหมวดหมู่อาวุธ เนื่องจากเขาไม่มีอาวุธไว้ใช้งาน กดเข้าไปในหัวข้อดาบ ซึ่งมีรายการอยู่หลากหลายเป็นอย่างมาก เพียงแต่เขาในตอนนี้ทำได้แค่มอง และกดเข้าไปในราคาถูกไปหาแพง

รายการจัดเรียงกันอย่างรวดเร็วอีกครั้ง มองดูกี่รอบชายหนุ่มก็อดแปลกใจไม่ได้ เมื่อเรียงลำดับรายการสิ่งของเสร็จ รายการแรกปรากฏรูปดาบเหล็กท่าทางแข็งแรง ราคา 3 เหรียญ แต่ชายหนุ่มเลือกรายการที่สอง เป็นรูปดาบเหล็กแต่แตกต่างกว่าเล็กน้อย ราคา 5 เหรียญพอดีจากที่เขามี จากนั้นจึงกดเพื่อดูรายละเอียดสิ่งของ

ดาบเหล็กอย่างดี

รายละเอียด

ดาบเหล็กอย่างดีแตกต่างจากดาบเหล็กทั่วไปเล็กน้อย เนื่องจากความแตกต่างในการตีดาบและขึ้นรูปขึ้นมาทำให้คงทนกว่าดาบเหล็กทั่วไป

ความสามารถ

นำไปเป็นตัวช่วยต่อกรกับสัตว์อสูร


'ความสามารถช่างธรรมดาเหลือเกิน แต่ก็ใช้ได้นะ'

คิดเกี่ยวกับความสามารถของดาบซักพัก ชายหนุ่มจึงตะหนักได้ว่าสัตว์อสูรสุนัขหรือที่ชื่อหมาป่าทมิฬที่เขาสู้ด้วยนั้น เป็นสัตว์อสูรระดับ 1

ชายหนุ่มตัดสินใจจะปักหลักอยู่ที่นี่เพื่อใช้เป็นจุดปลอดภัย เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของเขา ชายหนุ่มไม่มีครอบครัวให้กังวลเขาจึงคลายกังวลไป

จากนั้นเขาจึงตัดสินใจออกไปสู้กับสัตว์อสูรเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง

"เฮ้ยพวกเรา มีข่าวร้ายมาบอกหว่ะ ในเน็ตบอกว่าปืน ระเบิด หรือนิวเคลียร์ ที่เป็นอาวุธร้ายแรง มันใช้ไม่ได้เว้ย ต้องใช้ของในร้านหรือของจากสัตว์อสูรแค่นั้น สลดกันซะ วะฮ่าฮ่า"

ขณะชายหนุ่มกำลังออกจากอาคารนั้น เขาก็ได้ยินเสียงตะโกนจากบุรุษคนหนึ่ง ที่กำลังถือโทรโข่งไว้ในมือและสะพายกระบี่ไว้ข้างหลัง ดูจากท่าทางแล้วจึงสรุปได้ว่าโรคจิตนิดๆ แต่ข้อมูลนั้นน่าจะเป็นของจริง เพราะเขาเป็นเด็กกำพร้า แค่ทำงานเลี้ยงตัวเองกับค่าที่อยู่อาศัยแค่นั้นก็แทบจะไม่เหลือเงินแล้ว จึงทำให้ไม่มีสิ่งที่สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต เพื่อหาข้อมูลแม้แต่น้อย

แต่ข้อมูลนั้นถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ของจริงหากมันไม่ใช่เรื่องโกหก เพราะสิ่งของพวกนั้นถือว่าเป็นความหวังอย่างหนึ่งของมนุษย์เลยก็ว่าได้

เรื่องพวกนั้นมันไม่เกี่ยวกัับชายหนุ่ม เขาจึงตัดสินใจเดินไปยังทางออก มีผู้คนเดินสวนชายหนุ่มมาเป็นระยะ ส่วนมากจะมีรอยเลือดและคราบเลือดทั้วร่างกาย บาดแผลเล็กน้อยจนไปถึงสาหัสก็ยังมี

ไม่รู้ว่าคนพวกนั้นระดับเท่าไหร่ ขอเพียงพวกเขาไม่มายุ่งกับชายหนุ่มแค่นั้นก็เพียงพอแล้ว ซึ่งชายหนุ่มเป็นจุดสนใจพอสมควร เพราะเขาเดินถือดาบและมีหลอดแก้วสีแดงๆอยู่ตรงกระเป๋า บางคนเมื่อเห็นว่ามันเป็นยารักษาก็เกิดความโลภ เพียงแต่พวกเขาเห็นดาบเหล็กแวววับในมือของชายหนุ่ม จึงทำให้ไม่สามารถที่จะทำอะไรแก่ชายหนุ่ม

ระหว่างหอประชุมไปจนถึงทางออกชายหนุ่มไม่พบสัตว์อสูรแม้แต่ตัวเดียว เสียงกรีดร้องและเสียงปืนก็หายไปแล้วด้วย แต่ยังคงมีรอยเลือดตามทางประปรายคาดว่ามาจากผู้คนที่บาดเจ็บ

เมื่อเดินมาถึงทางออก ภาพที่เห็นทำให้ชายหนุ่มประหลาดใจไม่น้อย เพราะมันคือผู้คนที่บ้างสะพายอาวุธ บางคนเป็นคทารูปร่างแปลกๆ แต่มีเพียงไม่มาก

"เฮ้ นายหน่ะ สนใจมารวมกลุ่มกับพวกเราไหม"

เมื่อสังเกตเห็นชายหนุ่มเดินมาพร้อมกับดาบในมือ จึงเอ่ยชักชวนชายหนุ่ม

"เอ่อ คือผมมีกลุ่มอยู่แล้ว ต้องขอโทษด้วย ขอบคุณสำหรับคำชวน"

สิ้นสุดคำพูดของชายหนุ่ม ส่งผลให้คู่สนทนาเกร็งเล็กน้อย เนื่องจากคำพูดที่สุภาพและกริยาของชายหนุ่ม เนื่องจากเป็นเด็กกำพร้าทำให้ชายหนุ่มไม่ค่อยมีเพื่อนและสนทนสกับใครมากเท่าไหร่นัก จึงทำให้ชายหนุ่มไม่คุ้นเคยการพูดคุยกับผู้คน

เมื่อรู้ว่าตนเองทำให้อีกฝ่ายเกร็ง จึงได้แต่จดจำไว้ว่าควรพูดอย่างไร จากนั้นจึงเดินออกมาและเดินตรงไปยังทางออกต่อไป สาเหตุที่เขาไม่รวมกลุ่มด้วยเพราะไม่ชอบทำตามคำสั่งของผู้ใด

เดินออกมาภายนอกมหาวิทยาลัย จากนั้นจึงเดินหลีกเลี่ยงจากผู้คน จุดหมายในครั้งนี้คือห้างสรรพสินค้า ชายหนุ่มรู้อยู่แก่ใจว่าของในห้างต้องถูกขโมยไปแล้วอย่างแน่นอน แต่ที่เขายังคงมุ่งตรงไปที่ห้างสรรพสินค้า เพราะว่าคงไม่มีใครสามารถขนของทั้งหมดได้อย่างแน่นอน

-----------------

*แก้ไขเนื้อเรื่อง

ความคิดเห็น