ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ถ้าไม่อยากเสียใจ ชอบใครให้รีบบอก 100%

ชื่อตอน : ถ้าไม่อยากเสียใจ ชอบใครให้รีบบอก 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 464.2k

ความคิดเห็น : 281

ปรับปรุงล่าสุด : 17 พ.ย. 2560 00:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ถ้าไม่อยากเสียใจ ชอบใครให้รีบบอก 100%
แบบอักษร

** **

-****4-

ถ้าไม่อยากเสียใจ ชอบใครให้รีบบอก

**[**Mark Masa]



          “มึงทำบ้าอะไรของมึงอยู่” เสียงทุ้มกดต่ำถามทันทีที่ปิดประตูเสร็จ “กูถามว่ามึงจะทำบ้าอะไรของมึง!”

          “พี่นั่นแหละทำบ้าอะไรของพี่!” ผมตะคอกกลับทันทีที่มันขึ้นเสียงใส่ผม

          “อยากได้นักใช่ไหม? อยากนักใช่ไหม?” พี่วีเดินมาบีบเเขนผม ถามว่าผมเจ็บมากไหม ถ้าเอามาเทียบกับใจแล้วมันไม่เจ็บเลยสักนิด

          “แล้วผมไปทำบนหัวพี่หรือไง มายุ่งอะไรด้วย!”

          “กูก็ไม่อยากยุ่งหรอก ถ้ามึงไม่ไประบายความรู้สึกเหี้ยๆ ของมึงให้คนอื่น กูจะไม่ยุ่งเลย!” มันตะคอกกลับมา ตาคมวาวโรจน์เหมือนจะโกรธอะไรสักอย่างและกำลังหาที่ระบาย ว่าแต่คนอื่น พี่มันก็ไม่เคยดูตัวเองหรอก

          “ก็เขาอยากทำ ผมก็อยากทำ” ผมว่ากลับอย่างไม่สนใจอารมณ์ร้อน ๆ ของคนตรงหน้า

          “อยากทำใช่ไหม? อยากนักใช่ไหม...”

          “อื้อ!...” พี่วีกระแทกปากสีช้ำลงมา มือหนากดหัวผมไม่ให้ขัดขืนหรือเบือนหน้าหนีจากจูบของมันได้ พี่มันพยายามจะสอดลิ้นเข้ามาและผมก็พยายามเม้มปากปฏิเสธเรียวลิ้นนั่น

          “อึก!” มันสอดมือเข้าไปวางลงที่หน้าท้องของผมแล้วลูบเบาๆ ผมพยายามที่จะปฏิเสธทุกสัมผัสของมัน แต่ผมก็ทำไม่ได้ มันกัดที่ปากล่างผมจนผมรู้สึกถึงกลิ่นคาวเลือด แล้วมันก็สอดลิ้นเข้ามาเกี่ยวกระหวัดกับลิ้นผมแรงๆ ผมถดลิ้นหนีมัน แต่สุดท้าย ผมก็จูบตอบมัน

          “แฮ่ก! แฮ่ก!” เสียงหอบของผมดังขึ้นหลังจากที่มันถอนปากออกจากปากผม ตาคมตวัดมองผมก่อนจะเหยียดยิ้มออกมา

          “ปากก็บอกว่าไม่ การกระทำก็เหมือนจะปฏิเสธ แต่สุดท้ายก็ดูดลิ้นกู” มันพูดช้า ๆ เหมือนกับพอใจในสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น

          “พี่บังคับผม!” ผมเค้นเสียงเเหบ ๆ ของตัวเองตอบมัน ก็ลิ้นมันพริ้วขนาดนั้น ผมที่อยากทำอยู่แล้วมาเจอแบบนี้ก็ต้องมีหลวมตัวบ้าง

          “ก็มึงบอกเอง...” พี่มันมองตรงมาที่ผมแล้วเดินเข้ามากระซิบข้างหู “...ว่ามึงอยากทำ”

          “อึก!” ผมเม้มปากแน่นเมื่อรู้สึกถึงความชื้นบริเวณแนวสันกราม พี่วีมันแลบลิ้นออกมาเลียแนวสันกรามผมสลับกับจูบเบาๆ มันขยับไปเรื่อยๆ จนหยุดอยู่แถวๆ หู เหมือนมันจะรู้ว่าผมหายใจติดขัด ผมได้ยินเสียง “หึ” จากมันก่อนที่มันจะขบติ่งหูผมเบาๆ

          “อือ...” ผมครางในลำคอเมื่อมันลูบบริเวณเป้ากางเกงผม

          “ชอบแบบนี้เหรอ” พี่วีถามเสียงพร่าข้างหูให้ผมได้เกร็งกว่าเดิม ถ้าถามว่าผมชอบแบบนี้ไหม ตอบได้เลยว่าชอบ...

          ผมชอบเซ็กส์ที่ออดอ้อนและนุ่มละมุนมากกว่าเซ็กส์ที่ดุดันและเจ็บปวด ที่ผ่านมาผมเลยชอบนอนกับคนตัวเล็กน่ารักมากกว่าผู้ชายที่ขนาดตัวเท่าๆ กัน เพราะมันทำให้ผมรู้สึกอยากปกป้องมากกว่าอยากเอาชนะ มันทำให้ผมรู้สึกว่าการมีคนตัวเล็กๆ มาอ้อนมันรู้สึกดีกว่าการกระแทกใส่กันอย่างเดียว

          “หืม? ชอบเหรอ?” เสียงทุ้มยังกระเส่าอยู่ข้างหู มือหนาข้างหนึ่งคลึงอยู่กลางลำตัวผมและอีกข้างก็ลูบอยู่ที่แผ่นหลังผม

          “ปล่อยผม” ผมกัดฟันพูดแล้วบอกมันออกไปอย่างนั้น พี่วีผละออกจากตัวผม ยืนมองผมชั่วครู่ก่อนจะทิ้งตัวลงบนเตียง ตาสวยของพี่วีสบกับตาผมก่อนจะเลื่อนมันลงมาเรื่อยๆ แล้วหยุดอยู่กลางลำตัวผม

          “ถ้ากูปล่อยแล้วมึงจะทำยังไงกับมัน” พี่วีว่าทั้งๆ ที่ยังวางสายตาไว้ที่จุดเดิม

          “ผมช่วยตัวเองได้” ผมตอบกลับนิ่งๆ ทั้งๆ ที่อายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน จากที่เมาๆ มามีอารมณ์อย่างนี้แล้วหายเมาไปเลย

ตอนนี้รู้สึกอย่างเดียวคือเสียหน้า แค่มันลูบ แค่มันจูบ ผมก็แสดงออกจนมันได้เยาะเย้ย ผมเบือนหน้าหนีพี่วีที่เลิกคิ้วมองผม แล้วก้าวไปทางห้องน้ำ

          หมับ!

          พรึ่บ!

          “อึก!” ตัวผมกระตุกแรงๆ แล้วกระแทกเข้ากับคนบนเตียง พี่วีดึงผมให้ลงมานอนทับตัวพี่มันแล้วใช้มืออีกข้างกอดผมเอาไว้ ถึงแม้ว่าผมจะสะบัดตัวแรงๆ แต่มันก็ไม่ได้ช่วยให้แรงรัดจากอีกคนลดลงเลย

          “แต่กูอยากให้มึงช่วยว่ะ” เสียงทุ้มว่าพร้อมกับกดตัวผมให้แนบกับตัวมัน จนผมรู้สึกถึงความอุ่นร้อนใต้ผ้ายีนส์สีซีดผิดระเบียบ

          “ผมไม่ทำ!” ผมว่าใส่หน้าหล่อๆ ของพี่มันแล้วพยายามขืนตัวออก

          “อย่าดิ้นสิวะ!” พี่วีว่าแล้วจับผมพลิกลงกับเตียงก่อนที่มันจะขึ้นคล่อมแล้วกดผมไว้

          “ผมบอกว่า...อือ...ไม่ทำ” ผมปฏิเสธกระท่อนกระแท่นเพราะพี่วีกดตัวมันลงมาถูกับตัวผม

          “กูก็อยากทำ มึงก็อยากทำ ทำไมไม่ล่ะ?” พี่วีว่าแล้วยิ้มอย่างผู้เหนือกว่า

          “...” ผมชอบผู้ชาย แต่ไม่ได้หมายความว่าผมจะอ้าขาให้ใครก็ได้

          “เอาอารมณ์ไปลงกับคนไม่รู้เรื่องกูว่ามันไม่แฟร์ว่ะ มาทำกับกูนี่...กูที่รู้ทุกอย่าง”

          ยังไม่ทันที่ผมจะได้ตอบอะไร ปากสวยที่ผู้หญิงหลายคนชอบก็แนบกับปากผม ครั้งนี้ผมไม่ขัดขืน ผมยอมนอนนิ่งๆ ให้พี่มันล่วงล้ำอยู่อย่างนั้น ลิ้นหนากวาดเอารสเหล้าขมๆ จากปากผม ก่อนจะเอามาเกี่ยวลิ้นผม ผมยอมรับว่าพี่วีจูบเก่ง หลายคนคงชอบจูบของมัน และผมจะไม่ปฏิเสธว่าผมก็ชอบ

          ผมไม่รู้สึกอะไรนอกจากรู้สึกแพ้

          เพราะพี่วีมันรู้ทุกอย่าง รู้ว่าผมชอบพี่บาร์มากขนาดไหน รู้ว่าผมเมาเหมือนหมายังไงตอนที่ถูกปฏิเสธ แล้วก็รู้ว่าผมยอมแพ้กับความรักที่ไม่มีหวังอะไรในครังนี้ เพราะมันรู้ไงผมเลยไม่อยากทำกับทำมัน

          ทำเสร็จแล้วมันก็สมเพชผมเหมือนครั้งนั้นน่ะเหรอ

          มันช่วยให้ผมรู้สึกดีขึ้นตรงไหน...

          “นิ่งให้ได้ตลอดเถอะมึง” มันว่าแล้วจูบที่ซอกคอผม จริงอยู่ที่ผมเคลิ้มไปกับมันแต่สุดท้ายผมก็กลับมาคิด...

          “ผมผิดตรงไหนเหรอ ผมทำอะไรผิดนักหนา” ผมถามสิ่งที่ผมคิดอยู่ในใจกับคนตรงหน้า เป็นคำถามที่ผมถามกับตัวเองตั้งแต่ถูกมันจูบ ครั้งที่แล้วมันบอกเพราะผมคิดไม่ดีกับพี่บาร์ แต่ครั้งนี้ผมทำผิดอะไร

          “มึงไม่ผิด...แต่มึงทำให้กูอยาก” พี่มันว่าแล้วกดตัวลงมาเพื่อย้ำคำพูดของตัวเอง

          “อยากก็ไปทำกับเมียพี่ มายุ่งอะไรกับผม” ผมว่ากลับเสียงเข้มพร้อมกับจ้องหน้าคนที่อยู่ด้านบน

          “พอดีวันนี้...เมียกูไม่อยู่ว่ะ”

          “อื้อ~” ผมหลุดเสียงครางเมื่อมันบีบกลางลำตัวผมแรงๆ เค้นจนมันนูนขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด ผมดิ้นและถีบมันแต่พี่วีกดขาผมด้วยขาของมันก่อนจะเอื้อมมือมาปลดซิบกางเกงผม

          “กูไม่เคยดูดให้ใครมาก่อนนะ กูบอกเลย”

          “อื้อ!”

          พี่วีก้มลงครอบปากกับเเท่งร้อนที่โผล่พ้นขอบกางเกงของผม มันห่อปากแล้วอมเอาแท่งนั้นเข้าไปจนเกือบจะถึงคอ ก่อนจะค่อยๆ ดูดมันอย่างมีจังหวะให้ผมได้กลั้นเสียงครางแล้วเชิดหน้าหาอากาศ ผมไม่อยากก้มลงไปมอง

          มองมันทำแล้วผมมีอารมณ์...

          “อา...อึก!” ผมอยากจะกลั้นเสียงคราง เพราะไม่อยากให้มันได้ใจแต่รู้สึกว่ามันช่างยากเย็นเหลือเกิน ถึงมันจะบอกว่าไม่เคยทำให้ใครแต่ที่มันกำลังทำให้ผมอยู่ตอนนี้กลับดีมากกว่าที่ใครหลายคนเคยทำให้ผม

          “อุก!...อย่ากลั้น กูอยากฟังมึงคราง” พี่วีว่าจบก็ก้มลงทำต่อให้ผม มือหนาลูบวนอยู่ต้นขาด้านใน อีกมือก็ลูบที่หน้าท้องจนมันเกร็งขึ้นลูก

          “อา...อือ...” สุดท้ายผมก็ต้องยอมแพ้ให้กับพี่วีและความต้องการของตัวเอง

          “อุก...อืม...อย่าเด้งสวน” พี่มันพูดดุๆ แล้วกดขาผมไว้ คำพูดของพี่มันทำให้ผมต้องมองลงไปยังส่วนที่ผลุบเข้าผลุบออกในปากของพี่วี ผมเผลอเด้งสะโพกเข้ากับจังหวะที่มันสร้างตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ รู้แค่ตอนนี้อยากปลดปล่อยเหลือเกิน

          “อ่ะ...อือ...ยะ...หยุด...ทำไม” ผมถามเสียงสั่นๆ ตอนนี้หน้ามันอยู่ระดับเดียวกับสายตาของผม หวังว่ามันคงไม่ให้ผมร้องของเหมือนในนิยายที่เพื่อนผู้หญิงชอบอ่านหรอกนะ เพราะถ้ามันทำอย่างนั้นจริงๆ ผมคงไม่เหลืออะไรเลยล่ะ

          “กูอยากได้ยินมึงคราง...ครางดังๆ” พูดจบพี่วีก็จูบปากผม แต่จูบครั้งนี้มันไม่เหมือนครั้งก่อนๆ ผมอธิบายไม่ถูกว่ามันเป็นจูบแบบไหน ไม่ใช่อยากเอาชนะ แต่ก็ไม่ได้ทะนุถนอม

          ผมค่อยๆ ยื่นลิ้นเข้าไปเกี่ยวกับลิ้นพี่วี ลิ้นสองลิ้นเกี่ยวพันกันมั่วอยู่ในโพรงปากของผม ที่ผ่านมามันคืออะไรผมขอเลือกที่จะไม่สน ตอนนี้ผมหลับตาและสนแค่ลิ้นชื้นๆ ของพี่วี

          “อืม...” ผมครางเหมือนไม่อยากให้มันผละไปไหน ซึ่งจริงๆ ก็ใช่นั่นแหละ ผมยอมรับว่าผมหลงปากของพี่วี ทั้งๆ ที่ผมก็รู้ว่าถ้าผมพลาดผมจะโดนซ้ำเติมแค่ไหน แต่ผมก็ยอมแพ้และปล่อยตัวเองให้ทำตามความต้องการ

          “ครางออกมาดังๆ นะมาร์ค ผ่านคืนนี้ไปแล้วก็ลืมมันซะ…”

          “อือ...อืม...” ผมครางอย่างที่พี่มันบอกเมื่อมันลากลิ้นมาเลียที่ตุ่มไตทั้งสองข้างของผม เสื้อผ้าผมอาจจะหลุดหายไปตั้งแต่ตอนที่ผมเคลิ้มกับจูบของพี่มันแต่มันก็ไม่ได้น่าสนใจเท่ากับขนอ่อนของผมที่กำลังลุกชันอยู่ตอนนี้

          “อืม...” พี่วีครางเมื่อผมเผลอจิกมือเข้ากับกลุ่มผมสีดำสนิทของพี่มัน มันเงยหน้าขึ้นมามองผมนิดหน่อยแล้วเลื่อนตัวมาไซร้ซอกคอ

          “อือ...อ่ะ...อย่าดูด” ผมเอ่ยห้ามเมื่อรู้สึกถึงแรงเจ็บจี๊ดที่ซอกคอ รอยเมื่อครั้งที่แล้วไม่รู้ว่ามันหายหรือยังแต่ผมก็ไม่อยากให้มันมีเพิ่มอีก

          ยังไงผ่านคืนนี้ไปก็ต้องลืม จะสร้างไว้ให้นึกถึงทำไม

          “อือ...อื้ม~” พี่วีผละออกจากคอแล้วจูบไปตามไหล่ เรื่อยลงไปจนหยุดที่หน้าท้อง ผมเกร็งรับทุกจังหวะจูบของพี่มันพร้อมกับครางอื้ออึงในลำคอ

          “ชอบแบบหวานๆ ไม่ชอบแบบแรงๆ เหรอมึง” พี่วีพูดขึ้นหลังจากผละปากออกจากตัวผม ผมปรือตาปริ่มน้ำมองพี่มันที่กำลังถอดเสื้อตัวเองออก ร่างกายของพี่วี หุ่นของพี่มัน สัดส่วนทุกอย่างไม่ได้ต่างไปจากผมสักเท่าไหร่ เพียงแต่มันดูดีกว่าก็เท่านั้น

          ผมเลิกมองผิวสีสวยของพี่วีตอนที่มันจับขาผมขึ้นพาดบ่า เป็นท่าที่ผมเคยทำกับใครหลายๆ คน แต่ผมเป็นคนทำไง ไม่ใช่นอนให้มันทำอย่างนี้ พี่วีลูบตัวเองสองสามทีก่อนจะเอามาจ่อที่ช่องทางด้านหลังของผม

          “ดะ...เดี๋ยว” ผมผลักหน้าท้องที่มีแต่มัดกล้ามไว้ก่อนที่มันจะกดตัวลงมา

          “ถ้ามึงบอกว่าไม่ทำกูจะจับแทงเข้าตอนนี้เลย”

          “ไอ้เหี้ย!” ผมตะโกนหยาบคายออกมาให้มันได้ตวัดตามอง ก็มันทำท่าจะกดเข้าทั้งอย่างนั้นจริงๆ นี่ครับ ผมก็ตกใจสิ

          “เป็นห่าไรของมึง เมื่อกี้ยังดีๆ” มันวางขาผมลงแล้วดึงแขนให้ลุกขึ้นสบตามัน ผมมองมันนิดหน่อยก่อนจะเอี้ยวตัวไปที่ลิ้นชักข้างเตียงแล้วหยิบขวดเจลกับซองสี่เหลี่ยมออกมา

          “เอาไป” ผมยื่นให้คนที่นั่งอารมณ์เสียอยู่ตรงหน้า พี่วีมองที่มือผมก่อนจะกระตุกยิ้มเบาๆ แล้วรับไป

          “หึ! กลัวเป็นด้วยเหรอวะ”

          “ลองมานอนอยู่ตรงนี้ไหมล่ะ” ผมว่าแล้วชี้ตรงตำแหน่งที่ตัวเองเคยนอน

          “พูดมาก” พี่มันว่าแล้วจูบปากผมแรงๆ ดูดดุนและดุดันจนผมทำได้แค่อ้าปากให้มันเอาลิ้นเข้ามาสำรวจในปากผม มือมันบีบเจลไปทาที่แท่งร้อนๆ ของมันแล้วกดผมนอนลง ก่อนจะป้ายเจลที่ช่องทางของผมอีกรอบ “เก็บปากไว้ครางอย่างเดียวก็พอแล้ว”

          “อึก...!” ผมกลั้นก้อนสะอื้นเมื่อมันกดส่วนหัวลงมา

          “ถ้ามึงยังเป็นอย่างนี้กูก็เข้าไม่ได้ และกูจะไม่ให้มึงเสร็จ” พี่วีว่าแล้วเอานิ้วหัวแม่มือมากดที่ส่วนหัวของผมไว้ ภายใต้สายตาดุๆ ของมันนั้นเต็มไปด้วยความอยาก แต่ด้วยขนาดของมันและช่องทางของผมทำให้มันไม่สามารถยัดเข้ามาพรวดเดียวได้แม้จะมีเจลหล่อลื่นช่วยก็ตาม

          “อื้อ~” ผมพยายามที่จะผ่อนคลายพอๆ กับพี่วีที่พยายามจะกดตัวลงมา

          “อย่าเกร็งสิมาร์ค” เสียงแหบทุ้มว่าข้างหูผม แล้วลิ้นชื้นของพี่วีก็ถูกเจ้าของมันยื่นออกมาเล่นกับติ่งหูของผมอีกครั้ง

          “อึก! อือ...” พี่มันกดตัวเองเข้ามาและถอดออกไป ทำอย่างนี้ซ้ำๆ และใช้มือช่วยผมไปด้วย

          “อา...อ่า...” เสียงทุ้มครางในลำคอเมื่อกดตัวเองลงมาได้หมด ผมจุกและเจ็บเกินกว่าจะพูดอะไรออกไปได้ ได้แต่ระบายอารมณ์ทุกอย่างผ่านน้ำตาที่ไหลออกมา ทั้งเจ็บ ทั้งทรมาน ทั้งอยากกอดมัน

          “กะ...กู...ขยับ...อา...นะ”

          “อุก! อื้อ~” ยังไม่ทันที่ผมจะอนุญาต คนที่อยู่บนตัวผมก็ขยับออกไปแล้วกดตัวเข้ามา

          “อา...อืม”

          “อื้อ~ อ้ะ...อ่ะ...อื้อ” ผมครางเมื่อสิ่งใหญ่โตกระแทกเข้ามาในร่างกาย แล้วร่างกายผมก็คงชอบความเจ็บปวดไม่ต่างจากหัวใจถึงได้รัดเขาไว้แน่นเหลือเกิน

          “อือ...กูจะบ้าตาย” พี่วีครางต่ำๆ แล้วเงยหน้าขึ้นสูดปาก จุดเชื่อมต่อของเราสองคนยังขยับเข้าหากันไม่ห่างไปไหน

          “อือ...อ่ะ...บะ...เบา” พี่วีกระแทกลงมาแรงเกินไปจนผมต้องขอให้มันผ่อนแรงลงบ้าง แต่ดูเหมือนว่าคำขอของผมมันจะไม่เป็นผล

          “ฮ่ะ อ่ะ อืมมม”

          “อ่ะ...บะ...อื้อออ”

          “กู...อือ เบา...ไม่ได้” พี่วีกระแทกเข้ามาแรงๆ มือหนาทั้งสองข้างเปลี่ยนมาจับที่เอวผมแล้วกดลงไปพร้อมกับมันที่กระแทกเข้ามา ผมได้แต่เอื้อมมือที่กำลังสั่นไปช่วยตัวเองแทนที่มือพี่วีที่ผละออกไป

          “อื้อ เจ็บ...อ่ะ...” ผมยกมืออีกข้างผลักหน้าท้องของร่างสูงเพื่อให้พี่มันผ่อนแรงลง แต่มันกลับกระแทกแรงกว่าเดิม

          “ฮ่ะ...อ่า อืม” ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่แต่ตัวของเราสองคนเต็มไปด้วยเหงื่อ น้ำตาผมที่ไหลออกมาก็คงจะแห้งไปแล้ว แต่มันก็ไม่น่าสนใจเท่ากับสมองที่ขาวโพลนของผม

          ว่างเปล่า...และรู้สึกดี

          “อา...มาร์ค อืม...” พี่วียื่นมือมาเกลี่ยน้ำตาออกจากแก้มแล้วก้มลงมาจูบเบาๆ

          “ฮ่ะ...อื้มมม”

          “ระ...อ่ะ เรียกชื่อ...กู อืมมม หน่อย”

          “อือ...อ่ะ พี่...วี” ไม่รู้ว่าอะไรดลจิตดลใจให้ผมทำตามที่พี่เขาบอก แต่ปากของผมมันเร็วกว่าใจแล้วไง ทั้งครางทั้งเรียกชื่อพี่มันจนหน้าหล่อระบายยิ้มอ่อนๆ ออกมา

          “อืม...เด็กดี” เด็กพ่อง! ผมได้แต่เถียงในใจเพราะพี่มันไม่ปล่อยให้ผมได้พูดเป็นคำ มันจูบปากผมเร็วๆ ก่อนจะผละออกไปจับเอวแล้วกระแทกเข้ามาแรงๆ

          “อือ...อ้ะ...พี่...อืมมม”

          “อือ...อา...มาร์ค อึก!”

          “อ๊ะ...” ผมกระตุกแรงๆ หนึ่งครั้งก่อนจะปลดปล่อยตัวเองออกมาเลอะหน้าท้อง ส่วนพี่วีมันกระแทกเข้ามาแรงๆ อีกสองสามทีก่อนจะปล่อยออกมาเต็มถุงยาง

          “แฮ่ก! แฮ่ก!” เสียงหอบกับกลิ่นคาวไม่ได้ทำให้ผมสนใจ ผมเพิ่งรู้ว่าขาที่ถูกวางลงกับเตียงมันชาจนไม่สามารถกระดิกได้ พี่วีทิ้งตัวลงมานอนหายใจรดผมอยู่ไม่สามารถเรียกสติของผมให้คืนมาได้

          ผมอยากนอน และหวังว่าพรุ่งนี้จะเป็นวันที่ดี

          “ถ้าไม่อยากเสียใจ...ชอบใครให้รีบบอก” แต่เสียงทุ้มที่กระซิบอยู่ข้างหูทำให้ผมรู้ว่าคืนนี้ยังไม่ผ่านไป แต่ผมก็หลับตาและปล่อยน้ำตาให้ไหล

          ตอกย้ำไปสิ…นอกจากผมจะตอกย้ำตัวเองด้วยการยอมพี่มัน พี่มันยังมาตอกย้ำผมเพิ่มอีก

          แต่ผมจะจำไว้เป็นบทเรียนแล้วกัน

          ผมลืมตาตื่นพร้อมกับความเจ็บที่แล่นไปทั่วตัว อะไรที่เหนียวเหนอะหนะถูกนอนทับจนแห้งกรังอย่างไม่รังเกียจ  เมื่อคืนผมเหนื่อยมากจนไม่รู้ตัวว่าหลับไปตอนไหน รู้แค่อยากนอนมากๆ หลังจากทำเสร็จ ผมนอนหลับเป็นตายจนตอนนี้สี่โมงเย็นแล้วผมก็ยังเลือกที่จะนอนเน่าอยู่ตรงนี้ เมื่อวานเป็นวันที่หนักหนามากของผม หลังจากถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยแล้วยังต้องมายืนฟังเขาขอคบกันอีก

          ผมมองไปข้างๆ ที่ว่างเปล่า ไม่คิดว่าตื่นมาแล้วต้องเจอพี่มันเป็นคนแรกของวันหรอกครับ แค่คำพูดเมื่อคืนมันยังติดอยู่ในหูผมแค่นั้นเอง

          ต่อไปผมจะรีบบอกแล้วกัน

          หลังจากที่ผมจัดการอะไรๆ ด้วยความสามารถอันน้อยนิดของผมเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผมเดินออกจากห้องน้ำหาข้าวหาปลากิน ความหิวมันสามารถปลุกคนให้ตื่นได้จริงๆ ผมไม่เคยซื้ออาหารสดไว้ในตู้เย็นเพราะผมไม่ชอบการทำอาหาร ข้าวกล่องก็หมดไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ พวกอาหารแห้งก็เหมือนจะไม่เหลืออีก จะโทรหาเพื่อนให้มันซื้อข้าวมาให้ก็อายสภาพตัวเอง

          ผมเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าก่อนจะหาเสื้อคลุมมาใส่ แล้วเดินออกไปหาข้าวข้างล่างกิน แม้ว่ามันจะเจ็บแต่ผมก็พอจะเดินได้ ก็ไม่ได้เดินคล่องหรือถนัดแบบที่เคย แต่ก็ไม่ถึงกับต้องคลาน

          “คาดการณ์ได้ไกลมีไหวพริบปัญญาน่านับถือมาก” เสียงสดใสที่ผมจำได้ติดหูดังให้ได้ยินทันทีที่ลิฟต์เปิด ตกใจนิดหน่อยที่มองไปแล้วเห็นพี่บาร์กับไอ้กัณฐ์ยืนหยอกล้อกันอยู่หน้าห้อง มองไปที่ตัวเลขบอกชั้นแล้วถอนหายใจออกมาแรงๆ 

          ผมกดผิดชั้น

          “ขอบคุณที่ชม” ไอ้กัณฐ์พูดยิ้มๆ แล้วโค้งตัวให้พี่บาร์

          “กูประชด!” พี่บาร์ว่าแล้วหันไปเปิดประตู

          “พี่บาร์ครับ!” ผมเรียกคนที่วนเวียนอยู่ในหัวผมตลอดเวลาก่อนที่พี่เขาจะเดินเข้าประตู ไม่รู้ว่าทำไม แต่ครั้งนี้ไม่ใช่การตอกย้ำหรือประชดตัวเอง แค่ผมเห็นรอยยิ้มพี่บาร์ที่ยิ้มให้ไอ้กัณฐ์เมื่อกี้มันดูมีความสุขมากกว่าครั้งไหนๆ ผมเลยเดินเข้ามาหา

          ผมอยากขอโทษ…

          “มึงมาทำไม!” ผมหันกลับไปมองไอ้ตัวที่ขู่ฟ่อๆ แล้วถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะตอบมัน

          “กูแค่มาขอโทษ กูรู้แล้วน่าว่ามึงรักพี่เขามากแค่ไหน วันนั้นกูก็ไปดูมึงประกวด” ผมว่า

          “เข้ามาก่อนสิ” พี่บาร์ชวนให้ผมเช้าห้องและเดินนำเข้าไป ส่วนไอ้กัณฐ์ก็มองผมตาขวางแต่สุดท้ายมันก็ไม่ได้ว่าอะไร

          ผมนั่งรอตรงโซฟาตามที่พี่บาร์บอก ไม่นานพี่เขาก็ออกมาจากห้องครัวพร้อมกับน้ำผลไม้ พอดีกับที่ไอ้กัณฐ์เดินออกมาจากห้องนอน

          ลักษณะของมันเป็นสิ่งที่บอกได้เป็นอย่างดีว่าเขาสองคนไปถึงไหนกัน ผมตั้งใจไว้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วว่าผมจะขอโทษพี่บาร์เกี่ยวกับทุกสิ่งที่ผมเคยทำ ทั้งที่ผมเคยกวนใจ ทั้งที่ผมเคยคิดไม่ดีและอะไรๆ ที่ทำให้เขาสองคนผิดใจกัน ผมเห็นรอยยิ้มพี่บาร์และการดูแลของไอ้กัณฐ์ผมมั่นใจว่าพี่เขาจะมีความสุข และผมคงไม่สามารถทำให้พี่เขาได้

          ผมต้องยอมรับความจริง

          พี่บาร์นั่งลงตรงข้ามผม ข้างๆ พี่เขามีกัณฐ์นั่งอยู่ด้วย พี่บาร์มองมาที่ผมก่อนจะพูดออกมาท่ามกลางความเงียบ

          “กูคบกับกัณฐ์แล้ว” ผมกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ ก่อนจะยกน้ำขึ้นมาจิบแล้วยิ้มให้พี่บาร์บางๆ

          “ผมรู้แล้ว” ผมตอบแล้วมองไปที่ไอ้กัณฐ์ที่ส่งสายตาไม่เป็นมิตรมาทางผม

          “รู้แล้วมาทำไม” มันถามเสียงเข้ม

          “ก็บอกว่ามาขอโทษ…ทุกเรื่องเลย ที่เคยพูดไม่ดีด้วย” ผมว่า

          “กูไม่ได้โกรธ กูก็ขอโทษเหมือนกันที่วันนั้น กู…ทำร้ายจิตใจมึง” พี่บาร์พูดออกมาช้าๆ ให้ผมได้คิดกลับไปถึงวันนั้นอีก แต่ก็ช่างเถอะ แม้จะเจ็บที่คิดถึงแต่สักวันมันก็ต้องหาย

          “เจ็บมากเลยพี่ไม่รู้หรอก” รู้ว่าพี่เขามองผมเป็นน้องชาย รู้ว่าพี่เขาเอ็นดูผมอยู่มากและไม่มีทางที่จะเป็นไปได้มากกว่านั้น รู้นานแล้วแต่แค่เพิ่งจะยอมรับวันนี้เท่านั้นแหละ

          “ขอโทษเสร็จแล้วมึงก็ไปสิ” ไอ้กัณฐ์พูดขึ้น ให้ผมได้ถอนหายใจกับความขี้หวงของมัน หลับตาดูก็รู้ว่าพี่บาร์ไม่มีทางเล่นกับผมแน่ๆ ไม่อย่างนั้นพี่เขาจะทำกับผมอย่างนี้เหรอ

          “มึงนี่ก็หวงจังนะ กูแค่มาขอโทษก็คือขอโทษ มึงนั่งอยู่นี่มึงคิดว่ากูจะมีปัญญาทำอะไรพี่เขารึไง ขนาดมึงไม่อยู่เขายังไม่แลกูเลย” ผมพูดแล้วเบาเสียงลงในประโยคหลัง ก็คิดแล้วมันเจ็บนี่ครับ

          “เพราะมึงไม่ใช่กูไง”

          “กูรู้แล้ว! อย่าย้ำกูบ่อยได้ไหมล่ะ” ผมว่าแล้วจ้องไปที่มัน ชอบตอกย้ำกูจัง ทั้งไอ้กัณฐ์ ทั้งไอ้พี่…

ออด~

          เสียงออดที่หน้าประตูดังขึ้นก่อนที่ผมจะได้คิดไปไกล พี่บาร์กับไอ้กัณฐ์มองหน้ากันแล้วมองไปที่ประตู ถึงแม้ว่าผมจะขัดใจแต่ก็อดขำกับความน่ารักของทั้งสองคนไม่ได้ สุดท้ายพี่บาร์ก็ยอมแพ้เดินไปเปิดประตู ปล่อยให้ผมกับไอ้กัณฐ์นั่งจ้องกันอยู่

          “อ้าว...วี มาทำไรวะ” เสียงพี่บาร์ทำให้ผมสะดุ้ง ไม่รู้ว่าทำไมผมต้องกลัวคนที่ยืนอยู่ข้างพี่บาร์ แต่สายตามันที่มองมาเหมือนกับว่าผมทำความผิดอะไรไว้

          “มึงมาทำอะไรที่นี่!” พี่วีเดินมาหยุดอยู่ข้างผมแล้วถามเสียงดัง

          “ผมแค่มาขอโทษพี่บาร์” ผมตอบแล้วมองไปที่พี่บาร์ แม้ว่าเสียงจะสั่นแต่ผมก็พยายามควบคุมมันให้ปกติ

          “กูบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่ายุ่งกับเพื่อนกู” พี่วีมันว่าแล้วจับแขนผม ทำให้ผมต้องลุกขึ้นเร็วๆ ทั้งๆ ที่เจ็บอยู่ ไอ้กัณฐ์ยืนขึ้นมองผมกับพี่วีและพี่บาร์ก็เดินเข้ามาหา

          “ค่อยคุยสิพี่” กัณฐ์มองมาที่ผมก่อนจะจับแขนผมดึงออกจากพี่วี ส่วนพี่บาร์ก็ดึงพี่วีออกจากผม

          “มึงก็แม่ง! มันจะมางาบเมียมึงน่ะรู้ตัวบ้างไหม?” พี่วีตะคอกใส่หน้าไอ้กัณฐ์ แต่เหมือนไอ้กัณฐ์จะไม่สะทกสะท้านกับคำเตือนนั่น มันก็น่าจะรู้จักพี่บาร์ดี และมันก็น่าจะมองผมออก ครั้งนี้ผมมาดีจริงๆ นะ ไม่ใช่บอกแค่ไอ้กัณฐ์ แต่อยากตะคอกใส่ไอ้คนที่ยืนอยู่ข้างๆ ผมตอนนี้ด้วย

          “มึงไปโมโหอะไรมา พวกกูแค่นั่งคุยกัน มาร์คแค่มาขอโทษกู แล้วกัณฐ์กับมันก็เข้าใจกันแล้ว” พี่บาร์ว่าแล้วมองหน้าพี่วี

          “ตอแหลน่ะสิ!” พี่มันว่าใส่หน้าผมดังๆ ผมหลับตาลงนับหนึ่งถึงสิบในใจแต่รู้สึกว่ามันจะไม่เป็นผล

          “พี่จะเอายังไงกับผมอีก ให้ผมเลิกยุ่งกับพี่บาร์ผมก็เลิกแล้ว  นี่แค่มาขอโทษแค่จะมาบอกว่าไม่ต้องห่วง ผมจะไม่ทำให้พวกเขามีปัญหา แค่นี้เอง พี่จะเอาอะไร!” ผมว่าแล้วเงยหน้าขึ้นมองมัน ตาคมเหมือนจะอ่อนลงเมื่อสบกับตาผม มันมองไปที่พี่บาร์เหมือนจะถามว่าที่ผมพูดน่ะมันจริงหรือเปล่า พี่บาร์พยักหน้าให้มัน แล้วมันก็ถอนหายใจออกมายาวๆ ก่อนจะเสยผมด้วยท่าทางหล่อๆ แบบที่หลายๆ คนคงจะชอบ

          “คุยเสร็จแล้วก็กลับ” พี่มันว่าแล้วดึงแขนผมให้เดินตามมันไป แล้วผมจะทำอะไรได้ แม้จะเจ็บแค่ไหนก็ทำได้แค่เดินตามมันไปอยู่ดี



#กลรักวีมาร์ค

อยู่ระหว่างการทำเล่มและตรวจคำผิด แป้งจึงจะทยอยลงตอนที่ตรวจคำผิดแล้วเรื่อยๆ นะคะ

สามารถสั่งจองหนังสือได้ที่

เพจเฟซบุ๊ก : faddist

ทวีตเตอร์ : @pflhzt

Line ID : @hzn1709t

ความคิดเห็น