ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 2 : เอาตัวรอด

ชื่อตอน : ตอนที่ 2 : เอาตัวรอด

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 480

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ก.ค. 2560 15:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2 : เอาตัวรอด
แบบอักษร

ตอนที่ 2 : เอาตัวรอด


ค่าสถานะของชายหนุ่มเพิ่มขึ้น นั้นทำให้เขารู้สึกดีใจไม่น้อยเพราะอย่างน้อยค่าสถานะก็สามารถเพิ่มได้

ชายหนุ่มตัดสินใจเดินไปยังโรงฝึกศิลปะการต่อสู้ต่อเพื่อค้นหาอาวุธดีๆใส่ ตามทางที่เขาเดินไปโรงฝึกเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือด เสียงกรีดร้องที่ดังอยู่ไม่ไกล และเสียงปืนดังมาจากที่ไหนไม่สามารถตรวจสอบได้

ชายหนุ่มเดินไปได้ซักพักเขารู้สึกวูบๆข้างหลังจึงหันไปดูและได้พบกับสัตว์อสูรสุนัขซึ่งอยู่ไม่ไกลนักและมันกำลังมองมาที่เขา ไม่รอช้าชายหนุ่มตัดสินใจโยนไม้ถูพื้นเปื้อนเลือดทิ้งและออกวิ่งทันที

กรรร

สัตว์อสูรสุนัขเมื่อเห็นเหยื่อของมันออกวิ่ง พวกมันจึงคำรามจากนั้นเริ่มไล่ตามเขาไป

แฮ่ก แฮ่ก

ชายหนุ่มเห็นว่าถ้าวิ่งต่อไปสัตว์อสูรสุนัขคงไล่ตามเขามาทันแน่นอน เมื่อเห็นว่าหนีไปก็ไม่มีประโยชน์จึงตัดสินใจที่จะต่อสู้แทน

แต่เมื่อมองดูตัวเองไม่มีสิ่งใดที่สามารถนำมาใช้เป็นอาวุธได้เลย เมื่อมองหาสิ่งของรอบตัวเพื่อจะนำมาเป็นอาวุธก็พบเพียงแต่ความว่างเปล่า เพราะที่เขาอยู่ตอนนี้คือทางลัดระหว่างไปโรงฝึกศิลปะการต่อสู้ จึงเป็นเพียงแค่ทางเดินและต้นไม้ไม่กี่ต้นรอบตัวเท่านั้น


'ทำไงดีวะเนี่ย อ้ะ เอาก็เอาวะ' ชายหนุ่มคิดก่อนสายตาไปหยุดที่ต้นไม้


ไม่รอช้าชายหนุ่มวิ่งไปทางต้นไม้ที่ดูแล้วท่าทางจะแข็งแรงพอสมควร จากนั้นจึงค่อยๆปีนขึ้นไปบนต้นไม้เหมือนที่เคยทำตอนอายุยังน้อย

แต่ความเป็นจริงตอนนี้เขามีอายุพอสมควร จึงทำให้การปีนต้นไม้เป็นไปด้วยความยากลำบากไม่น้อย เพราะน้ำหนักตัวและร่างกายที่ใหญ่กว่าสมัยก่อน ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการปีนต้นไม้

"แฮ่ก แฮ่ก"

ชายหนุ่มปีนขึ้นมานั่งบนกิ่งไม้ที่ใหญ่พอที่จะให้เขานั่งได้ โดยมีเสียงคำรามของสัตว์อสูรอยู่เบื้องล่าง สัตว์อสูรมันไม่มีความคิดและไม่สามารถปีนขึ้นมาได้มันจึงทำได้แค่คำรามอยู่อย่างนั้น

'หวังว่าเดี๋ยวมันก็คงไป' ชายหนุ่มได้แต่หวังเนื่องจากขณะนี้เจ้าสัตว์อสูรสุนัขดันฟุบตัวนอนรอเขา

'โอ้ย ทำไงดีวะเนี่ย นอนเฝ้าซะด้วย' ทำได้แค่คร่ำครวญในความคิด เพราะจะให้เขาลงไปสู้กับมันหน่ะหรอ ฝันไปเถอะ ขนาดลูกบาสมันยังฝังเขี้ยวจนทะลุได้ ถ้าเขาลงไปไม่อยากจะคิดสภาพของตัวเอง


เมื่อเห็นท่าไม่ดีและไม่สามารถลงไปได้ จะให้อยู่บนนี้ตลอดก็คงไม่ได้ เพราะเขาวิ่งและออกแรงในวันนี้มากพอสมควร แถมด้วยท้องของเขาที่ไม่ค่อยจะเป็นใจ ร้องประท้วงอาหาร

นั่งคิดอยู่พักหนึ่ง หันไปเห็นว่าโรงฝึกศิลปะการต่อสู้อยู่ไม่ไกลมาก และเขาหวังว่าคงมีคนคิดแบบเดียวกับเขาไปที่โรงฝึกเเห่งนี้เพื่อหาอาวุธมาใช้งาน


"ช่วยด้วยครับ! ช่วยด้วยครับ! สัตว์อสูรสุนัขครับ!"

ไม่รอช้าเนื่องจากโรงฝึกศิลปะการต่อสู้อยู่ไม่ไกล เขาจึงหันไปตะโกนขอความช่วยเหลือทันที โดยไม่สนใจว่าจะมีสัตว์อสูรได้ยินเสียงเขาหรือไม่

มันได้ผลชายหนุ่มได้ยินเสียงเหมือนเสียงการมุ่งกำลังตรงมาที่เขา รอเพียงไม่นานเจ้าของเสียงก็ปรากฏแก่สายตาของชายหนุ่ม เป็นสัตว์อสูรสุนัขกำลังวิ่งตรงมายังต้นไม้ที่ชายหนุ่มอยู่

'โอ้ย ทำไมดวงซวยแบบนี้ หือ?'

ระหว่างชายหนุ่มคิดจึงเห็นสิ่งที่สัตว์อสูรตัวนั้นแสดงออก นั่นก็คือการวิ่งผ่านต้นไม้ที่เขาอยู่ ขณะที่มันวิ่งนั้นสัตว์อสูรสุนัขตัวที่นอนอยู่ใต้ต้นไม้ก็เริ่มขยับตัว จากนั้นมันจึงวิ่งตามสัตว์อสูรตัวที่วิ่งผ่านหน้าของชายหนุ่มไป

"พวกเราไปเร็วเข้า ผมแน่ใจว่าพวกมันต้องวิ่งมาทางนี้อย่างแน่นอน!"

สิ้นเสียงก็ปรากฏกลุ่มคนวิ่งมาจากทางสวนของมหาวิทยาลัย วิ่งตรงมายังทางลัดที่ชายหนุ่มอยู่ กลุ่มคนที่ว่านี้แต่งตัวด้วยชุดนักศึกษาแต่มีอุปกรณ์กีฬาที่น่าจะเอามาดัดแปลงเป็นเครื่องป้องกัน ติดไว้ตามร่างกายบางส่วน และถือดาบไม้ ดาบเหล็ก ไม้พลอง ต่างๆนาๆที่พอจะใช้เป็นอาวุธได้

กลุ่มคนกลุ่มนั้นดูเหมือนจะไม่สังเกตเห็นชายหนุ่ม ซึ่งอยู่บนต้นไม้ พวกเขาได้วิ่งผ่านต้นไม้ของชายหนุ่มไป ชายหนุ่มมองกลุ่มคนกลุ่มนั้นวิ่งผ่านไปเหมือนจะไล่ตามบางอย่าง ไม่ต้องเดาให้มากความเพราะน่าจะเป็นสัตว์อสูรสุนัขตัวที่วิ่งผ่านไป

ชายหนุ่มนั่งมองกลุ่มคนกลุ่มนั้นวิ่งผ่านไป เมื่อเห็นว่าทางสะดวกแล้วจึงขอบคุณคนพวกนั้นในใจพร้อมกับหวังว่าพวกเขาจะไม่เป็นอะไรเพราะมีสัตว์อสูรเพิ่มไปอีกตัว แต่ดูแล้วคนสามสิบคนคงจะสู้ได้จึงคลายความกังวลไปและขอให้พวกนั้นโชคดี

"โอ้ย ตอนลงยังยากกว่าตอนปีนขึ้นอีกแหะ" ชายหนุ่มได้แต่ร้องออกมาอย่างช่วยไม่ได้

"วะ..เหวออ"

เนื่องจากท่าลงต้นไม้สุดแปลกพิศดารสำหรับคนไม่เคยปีน จึงทำให้ชายหนุ่มเสียหลักไหลหลงมาจากต้นไม้ เขาไม่กล้าปล่อยมือออกกลัวว่าจะตกไปบนพื้นคอนกรีตแข็งๆ เป็นผลให้มือเขาขูดกลับผิวไม้ไหลลงมา

"อู้ยย แสบบว้อย"

เมื่อไหลลงมาได้ชายหนุ่มได้แต่มองมือตัวเองที่มีเลือดไหลซิบๆ น้ำตาคลอเบ้าเล็กน้อยเนื่องจากไม่เคยบาดเจ็บขนาดนี้มาก่อน

ตั้งหลักได้ชายหนุ่มจึงออกเดินไปยังโรงฝึกศิลปะการต่อสู้ และหวังไว้ลึกๆว่าจะเหลืออุปกรณ์ให้เขาบ้าง เพราะกลุ่มคนที่ผ่านเขาไปนั้นเต็มไปด้วยอุปกรณ์ที่มองผ่านๆก็รู้ว่ามาจากโรงฝึกเป็นแน่

ชายหนุ่มอยู่ไม่ห่างจากโรงฝึกศิลปะการต่อสู้มากนัก เพียงกึ่งเดินกึ่งวิ่งและเลี้ยวซ้ายก็พบอาคารขนาดใหญ่พอสมควร ชายหนุ่มมาสอบที่แห่งนี้และได้เห็นแผนที่มหาวิทยาลัยไปแล้ว เขาจึงพอจะจำได้ว่าที่นี่น่าจะเป็นโรงฝึกศิลปะการต่อสู้ที่เขาต้องการ

เมื่อเดินไปใกล้เขาต้องพบกับกลิ่นคาวเลือดและแอ่งเลือดอย่างรุนแรง แต่ไม่พบกับซากอะไรแต่อย่างใด เพื่อความอยู่รอดชายหนุ่มทำได้แค่ต้องทนกลิ่นนั้นและเดินผ่านไป

ประตูโรงฝึกแห่งนี้เปิดอ้าไว้อยู่ เพื่อความปลอดภัยชายหนุ่มจึงค่อยๆก้าวเดินไปช้าๆเข้าไปภายในอาคาร แง้มประตูและย่องเข้าไป มองหาสิ่งผิดปกติแต่เขายังไม่เห็นอะไร โชคยังดีที่ไฟฟ้ายังสามารถใช้ได้อยู่จึงทำให้มีแสงสว่างมากพอสมควรภายในโรงฝึกแห่งนี้

กวาดสายตาอย่างรวดเร็วมองหาสิ่งที่พอจะเป็นอาวุธได้ ซึ่งสิ่งของต่างๆได้ถูกค้นกระจาย คนส่วนมากคงคิดแบบเดียวกับเขาเพราะถ้าอยู่แต่ที่นี่ก็มีเพียงแต่ลดโอกาสรอดชีวิตของตนเอง จึงทำให้ไม่พบผู้คนในโรงฝึกแห่งนี้เลย

ชายหนุ่มค้นสิ่งของที่ถูกรื้อกระจัดกระจายมองหาอะไรที่พอจะใช้มาเป็นอาวุธได้ สิ่งที่เขาพบมีเพียงไม้พลอง กระบี่ไม้สำหรับฝึกซ้อม คาดว่าของจริงคงถูกเอาไปหมดแล้ว

เขาหยิบกระบี่ไม้ขึ้นมาซึ่งไม่มีความแหลมคม แต่ยังมีน้ำหนักและความคงทนไม่น้อยจากที่มองดู

เขาไม่สามารถเลือกอะไรได้มากในเวลานี้ จึงทำได้แค่หยิบกระบี่ไม้ออกมาหนึ่งเล่ม เมื่อได้อาวุธแล้ว ชายหนุ่มก็มองหาสิ่งสำคัญต่อไปคือเครื่องป้องกัน แต่เครื่องป้องกันที่ใช้ฝึกการต่อสู้ไม่เหลือแม้แต่น้อยในโรงฝึกแห่งนี้

ไม่มีทางเลือกอื่นอีกชายหนุ่มจึงต้องคิดสำหรับสิ่งที่ต้องทำต่อไป สภาพของชายหนุ่มตอนนี้ ชุดเต็มไปด้วยรอยเลือดของสัตว์อสูรสุนัขที่ชายหนุ่มได้จัดการไป บาดแผลจากการไหลลงมาจากต้นไม้ชายหนุ่มไม่ค่อยให้ความสนใจนักเนื่องจากมันเป็นแผลแค่มือและเลือดก็ได้หยุดไหลแล้ว

'เอาไงดีวะ อยู่แบบนี้ไม่รอดแน่ๆ หิวก็หิว คนก็อยู่ไหนหมดวะ'

เนื่องจากสัญชาตญาณของมนุษย์คือการรวมกลุ่ม ไม่ว่าจะดีหรือไม่ดีต่อกันมาก่อน แต่เหตุการณ์ในตอนนี้คือต้องเอาตัวให้รอดเท่านั้น เขาจึงต้องหาพวกพ้องอย่างน้อยก็เพิ่มความอุ่นใจ เพราะมนุษย์เมื่ออยู่ในสถานะการณ์อันตรายอย่างโดดเดี่ยวคงจะรู้สึกกังวลเป็นแน่

แต่ชายหนุ่มยังตกใจกับตัวเองไม่น้อยเพราะเขาใจเย็นเป็นอย่างมาก สติยังคงอยู่หรือเขาเป็นพวกยิ่งตกใจยิ่งใจเย็นนะ?

'เราต้องทำอะไรต่อไปดีนะ'

[คำแนะนำเบื้องต้น : เมื่อท่านมีอาวุธเรียบร้อยแล้วควรเพิ่มระดับพลังของท่าน หรือจับกลุ่มเพื่อเพิ่มโอกาสรอดชีวิต]

เสียงดังขึ้นในหัวหลังจากไม่ได้ยินมาซักพักหนึ่ง ชายหนุ่มคิดว่าสิ่งนี้ก็สะดวกดีเหมือนกัน

มีอาวุธและพลังอยู่นิดหน่อยแล้ว ชายหนุ่มจึงเลือกที่จะหาผู้คนเพื่อให้มีกำลังช่วยกันเอาชีวิตรอด โดยชายหนุ่มคิดว่าภายในรั้วมหาวิทยาลัยแห่งนี้ สิ่งที่คนส่วนมากต้องคิดคือทางออก ถึงแม้ไม่รู้ว่าโลกภายนอกจะเป็นเช่นไร แต่ยังดีที่อาจจะมีคนอยู่แถวนั้นเพื่อคอยช่วยเหลือก็เป็นได้

ขณะที่ชายหนุ่มกำลังจะออกไป เขาได้ยินเสียงบางอย่างดังมากจากภายนอก

กรรรรร

------------------

*แก้ไขเนื้อเรื่อง

ความคิดเห็น