ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ ๒ : เมืองแห่งการค้า เคริท

ชื่อตอน : บทที่ ๒ : เมืองแห่งการค้า เคริท

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 350

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 27 มิ.ย. 2560 17:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ ๒ : เมืองแห่งการค้า เคริท
แบบอักษร

-- บทที่ ๒ --

เมืองแห่งการค้า เคริท


ขณะเอเดนขี่พิกเกอร์มาหยุดอยู่ตรงหน้าประตูเมืองเคริท

“ไงเจ้าหนู นั่นเธอกำลังจะไปที่ไหนล่ะนั่น แล้วผู้ปกครองของเธอล่ะ” ยามเฝ้าประตูเอ่ยถาม

“หวัดดีครับ ผมมากับพ่อน่ะ เห็นว่าท่านจะมาหาซื้อของขวัญชิ้นพิเศษไปให้แม่ เมื่อกี้ยังเห็นหลังไวไวอยู่เลย นั่นไงๆ” เอเดนบอกพลางชี้มั่วๆเข้าไปในเมือง

ยามเฝ้าประตูมองเด็กชายพลางหันไปตามที่เด็กชายชี้ ก่อนจะหันกลับมามองเด็กชายซึ่งขี่หมูอยู่ เขานิ่งไปพักนึงก่อนจะพูดขึ้นว่า “เอาล่ะๆ เข้าไปได้” จากนั้นเขาจึงเปิดแผงกั้นให้

หยุดเดี๋ยวนี้!” มีเสียงร้องตะโกนไล่หลังมา พ่อค้าแกลเลียนกับพรรคพวกนั่นเอง เสียงโหวกเหวกโวยวายจนยามเฝ้าประตูและผู้คนทั่วไปต่างสงสัย พอยามเฝ้าประตูหันมาอีกที เด็กชายที่ขี่หมูอยู่ตรงนี้ก็พลันหายวับไปซะแล้ว

พอผ่านประตูเข้ามาในเมืองแห่งการค้า ผู้คนยิ่งเนืองแน่นและพลุกพล่านมากกว่าเดิมหลายเท่านัก พ่อค้าแม่ค้ามากหน้าหลายตา กำลังโห่ร้องป่าวประกาศขายของกันอย่างคึกคัก

---

“เร่เข้ามาๆ ดาบธาตุกับโล่ธาตุ ลดราคาพิเศษ ถูกกว่านี้ไม่มีอีกแล้วนะคร้าบ”

---

“หนังมังกรหายาก เหมาะสำหรับทำเสื้อเกราะกับผ้าคลุม เพียงแค่ 500,000 โคนีเท่านั้นน้า”

---

“ผลไม้เมโลเนี่ยน ผลไม้หายาก ราคากันเอง 120,000 โคนี รสชาติอร่อยลึกล้ำ หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว”

---

“เครื่องประดับต้องสาป หลากหลายประเภทให้เลือกสรรนะคะ รับสักชิ้นไหมจ๊ะ”

---

“อุปกรณ์เสริมพลังธาตุชั้นหนึ่งเลยนะคร้าบ ดีงามจนต้องบอกต่อ”

---

 เสียงร้องแข่งกันขายของเซ็งแซ่ดังก้องไปทั่วตลาด ดูเผินๆไม่ต่างจากสมรภูมิรบสักเท่าไร เพียงแต่เป็นสมรภูมิแห่งการค้าขาย คึกคักสมเป็นเมืองแห่งการค้าจริงๆ รวมไปถึงสัตว์เลี้ยงหลากหลายประเภทของเหล่าชาวเมืองหรือนักท่องเที่ยว ก็ช่างดูแปลกหูแปลกตา ไม่ว่าจะเป็น นกกระจอกเทศนักวิ่ง กิ้งก่าจอมพลางตัว กระต่ายนักกล้าม หรือแม้กระทั่งโกเลม และสัตว์อื่นๆอีกเต็มไปหมด ตอนนี้เอเดนรู้สึกหิวจนท้องกิ่ว ระหว่างการเดินทางหลายวันที่ผ่านมา เอเดนกินแต่โจ้กในเม็ดกลมที่ลูคัสมอบให้กับเนื้อที่นำติดตัวมาด้วยจากปราสาทเวโรเธียร์ ในตอนที่ราลี่ย์เอาอาหารมาวางให้กองโต แต่เหมือนมันจะเยอะมากเกินกว่าที่เขาจะยัดใส่เข้าไปในกระเป๋าสะพายหมดแน่ๆ เอเดนเลยแบ่งมาด้วยบางส่วน เขาเบื่อที่จะต้องกินโจ้กของลูคัสแล้วล่ะ ร้านอาหารอร่อยๆคือสิ่งที่เอเดนกำลังตามหาอยู่ตอนนี้ 

แล้วจะรู้ยังได้ไงว่าอาหารร้านไหนอร่อย เพราะสองข้างทางที่เอเดนผ่านมา มีอาหารหลากหลายทั้งงูย่าง แมงป่องย่าง แมงมุมทอด หรือแม้กระทั่งกิ้งกืออบแห้ง ซึ่งดูเหมือนกลิ่นของอาหารเหล่านี้ไม่ค่อยทำให้เอเดนเจริญอาหารเท่าไรนัก จนกระทั่งเอเดนขี่หลังพิกเกอร์มาหยุดอยู่หน้าร้านอาหารร้านหนึ่ง ป้ายหน้าร้านเขียนไว้ว่า กระทะทองคำ ถัดลงมามีข้อความแจ้งเตือนไว้ว่า ห้ามนำสัตว์เลี้ยงทุกชนิดเข้ามาในร้าน ฝ่าฝืนปรับ 100,000 โคนี แล้วเอเดนก็หันไปมองรอบๆ เจอเข้ากับร้านซึ่งตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับร้านกระทะทองคำพอดี ป้ายหน้าร้านมีข้อความเขียนไว้ว่า รับฝากสัตว์เลี้ยง

“ดูเหมือนว่า แกต้องรอข้างนอกนี้แล้วล่ะ เอ้า จัดการซะ” เอเดนบอกแล้วส่งแอปเปิ้ลลูกสุดท้ายให้พิกเกอร์กิน ก่อนจะเดินเข้าไปในร้าน

ภายในร้านอาหารดูเก่าแก่ เรียบง่าย ทั่วทั้งร้านถูกตกแต่งด้วยไม้ดอกไม้ประดับไว้อย่างสวยงาม มีลูกค้านั่งกันอย่างแน่นขนัด

“สวัสดีค่ะ มากันกี่ที่คะ” หญิงสาวในชุดสีครีมทักขึ้น

“หวัดดีครับ ที่เดียวครับ” เอเดนตอบ

“เชิญทางนี้เลยค่ะ” หญิงสาวมีท่าทีแปลกใจเล็กน้อยที่มีเด็กเข้ามาในร้าน จากนั้นเธอพาลูกค้าตัวน้อยมานั่งที่โต๊ะตัวด้านในสุด

“ลูกค้ามาคนเดียวเหรอคะ” เธอถามอีกครั้ง

“ใช่ มีอะไรหรือเปล่าครับ” เอเดนถาม

“เปล่าค่ะ นี่ค่ะเมนู” เธอยื่นเมนูให้

เอเดนรับเมนูมา มองดูเมนูในแผ่นกระดาษที่ถือไว้ มีรายการอาหารมากมาย เมนูแต่ล่ะรายการราคาต่ำสุดจะอยู่ที่ 1,000 โคนี จนถึงราคาสูงสุด 50,000 โคนี เอเดนไม่เคยใช้เงินมาก่อน เขาเลยไม่รู้ว่าราคาที่บอกไว้เป็นปกติทั่วไปรึเปล่า

“งั้นเอาสปาเก็ตตี้สีทอง สเต็กเนื้อลายหินอ่อน กุ้งย่างลาวา กับน้ำมะนาวโซดาครับ” เอเดนสั่งอาหารขณะหญิงสาวจดเมนูมีท่าทีแปลกๆและเธอได้เอ่ยถามว่า

“ต้องขออภัยที่เสียมารยาทนะคะ คุณลูกค้ามีเงินจ่ายใช่ไหมคะ” เธอถามเพื่อให้แน่ใจ เพราะปกติแล้วไม่ค่อยมีเด็กมาทานอาหารในร้านคนเดียว นอกซะจากว่าจะมีลูกเศรษฐีบางคนซึ่งมานั่งอยู่เป็นประจำ แต่กับลูกค้าตัวน้อยคนนี้ เธอไม่คุ้นหน้าเอาซะเลย และอาหารในร้านนี้ก็ค่อนข้างแพงเอาเรื่องเลยทีเดียว

เมื่อได้ยินที่หญิงสาวพูด เอเดนเปิดกระเป๋าหยิบเงินออกมานับแล้วส่งให้หญิงสาวจำนวนหนึ่ง ขณะที่ลูกค้าคนอื่นในร้านหันมามองด้วยความสนใจ

“ที่เกินไป 950 โคนี ผมขอแอปเปิ้ลอย่างดีให้หมูสีชมพูตัวใหญ่ของผม ที่ฝากไว้กับร้านรับฝากสัตว์เลี้ยงฝั่งตรงข้ามนะครับพี่สาว” เอเดนบอกขณะที่หญิงสาวรับเงินมา แล้วนับดูว่าเกินมา 950 จริงหรือเปล่า

“กรุณารอสักครู่นะคะ” เธอบอกพลางยิ้มแหยๆให้เด็กชาย

เอเดนยังไม่ได้ไปถอนเงินที่ธนาคารฟรังกลอรี่ ตามที่มาดามเมอร์ซี่บอก ซึ่งเขาตั้งใจจะไปถอนเงินที่เมืองหลวงอลิเบอต้า และเงินสดจำนวนหนึ่งที่มาดามเมอร์ซี่ให้พกติดตัว​ไว้ ก่อนเขาจะออกเดินทาง จึงทำให้เขาสามารถใช้จ่ายได้โดยไม่ต้องเดือดร้อนเรื่องเงินเท่าไรนัก แต่ดูเหมือนการที่เอเดนล้วงเงินออกมาเมื่อกี้ จะเรียกความสนใจจากโต๊ะข้างๆรายรอบได้เป็นอย่างดี เพราะพวกนั้นหันมามองเอเดนหลายรอบแล้ว

รอได้เพียงชั่วครู่อาหารที่สั่งไว้ก็มาพอดี เอเดนซึ่งหิวจัดจนตาลายจึงรีบจัดการอาหารที่วางตรงหน้าทันที

“ดิฉันนำแอปเปิ้ลตะกร้าใหญ่ไปให้หมูของคุณลูกค้าแล้วนะคะ ดูเหมือนหมูตัวนั้นจะชื่นชอบแอปเปิ้ลมากเลยล่ะค่ะ แล้วนี่เงินทอน 800 โคนี ต้องขอโทษด้วยที่เสียมารยาทที่ถามไปครั้งแรกค่ะ” หญิงสาววางเงินทอนบนโต๊ะ

“พี่สาวเก็บเงินนี่ไว้เถอะครับ” เอเดนบอก

หญิงสาวมีท่าทีกระอักกระอ่วนเล็กน้อย พลันหันเหลียวซ้ายแลขวา ก่อนจะบอกลูกค้าที่มีน้ำใจด้วยเสียงอันเบาว่า “ลูกค้าไม่ควรจะให้ทิปมากขนาดนี้นะคะ เพราะจะเป็นจุดสนใจ อีกอย่างการพกเงินมากขนาดนั้นติดตัวจะเป็นอันตรายนะคะ”

“อืม...งั้นเหรอ ขอบคุณที่บอกนะครับ ส่วนเงินนั่นพี่เก็บไว้เถอะ” เอเดนบอกเสร็จรีบจัดการอาหารตรงหน้าต่อ ขณะที่หญิงสาวรับเงินไปอย่างเสียมิได้ เธอกล่าวขอบคุณก่อนผละตัวออกไป ขณะที่มีหลายคนจ้องเอเดนตาเป็นมัน เอเดนกินอาหารไปพลางคิดถึงเรื่องของผู้เชี่ยวชาญด้านคำสาปกับสิ่งปริศนาลี้ลับมากมายทั่วโลก ที่มาดามเมอร์ซี่เล่าให้ฟัง และเธอผู้นั้นอาศัยอยู่ที่เมืองเคริทแห่งนี้ เธอมีชื่อว่า ซาแมนธา ถ้ากินอาหารเสร็จเอเดนตั้งใจจะไปตามหาเธอ เขาหวังลึกๆไว้ว่าคุณซาแมนธาอาจจะรู้อะไรเกี่ยวกับดวงตาสีเลือดของเขาก็ได้ ขณะเอเดนกำลังนั่งคิดอะไรเพลินๆอยู่นั้น เด็กชายกลับถูกขัดจังหวะเข้าอย่างจัง โดยชายแปลกหน้าโต๊ะข้างๆนั่นเอง


✖​ ✖​ ✖​

ความคิดเห็น