ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ไม่ได้อยู่ในใจแต่ไม่หายไปสักที

ชื่อตอน : ไม่ได้อยู่ในใจแต่ไม่หายไปสักที

คำค้น : กลรัก กลรัรกรุ่นพี่ กลรักวีมาร์ค Love Mechanics ดราม่า วาย มหาลัย

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 444.6k

ความคิดเห็น : 242

ปรับปรุงล่าสุด : 15 พ.ย. 2560 22:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ไม่ได้อยู่ในใจแต่ไม่หายไปสักที
แบบอักษร

-3-

ไม่ได้อยู่ในใจแต่ไม่หายไปสักที

[Vee Vivis]



          ผมกำลังยุ่งวุ่นวายกับกิจกรรมประกวดดาวเดือนของมหาวิทยาลัย บอกเลยว่ามันเป็นอะไรที่ยุ่งมากสำหรับรุ่นพี่ปีสามอย่างผม ประเด็นคือมันอยู่ที่พี่ปีสี่กดดันมาไง เข้าใจไหมครับว่าผมเคยเป็นเดือนมหา’ลัย แล้วอีกประเด็นคือรุ่นน้องปีที่แล้วเป็นรองเดือน เออ…แล้วพี่มันแม่งเจ็บใจไง บอกให้ผมทำให้ได้ในปีนี้ อยากบอกพี่มันเหลือเกินว่าของอย่างนี้มันอยู่ที่หน้าตา ตอนนี้มาแรงสุดก็ไอ้เดือนคณะแพทย์ ใครจะไปสู้พ่อทศกัณฐ์ได้ล่ะครับนาทีนี้

          ผมนั่งมองยี่หวาปัดแก้มให้ฟิวส์ที่เป็นเดือนคณะผม เอาตรง ๆ คือไม่ได้หวังอะไรมากกับรางวัล ขอให้มันติดหนึ่งในห้าให้หน่อยก็พอ เพราะความหล่อของเด็กสมัยนี้ผุดขึ้นมาอย่างกับปลวก

          พูดถึงเด็กแล้วก็นึกถึงไอ้คนที่เพิ่งเจอเมื่อสองสามวันก่อน ผมตกใจนิดหน่อยที่เห็นมันมายืนสูบบุหรี่อยู่ข้างห้องพลอย ปกติผมก็ไป ๆ มา ๆ ห้องพลอยบ่อยแต่ไม่เคยเจอมันเลยสักครั้ง มันมองผมเหยียด ๆ ตอนที่ผมโอบพลอย แล้วก็อวยพรความรักให้ซะด้วย อยากจะพูดขอบคุณแล้วควักลูกตามาเหยียบเล่นจริง ๆ

          ไม่เคยมีความรักดี ๆ กับเขาล่ะสิ

          หลังจากที่ผม…อืม…นอนกับมันนั่นแหละ มันก็ตื่นขึ้นมานั่งหน้านิ่ง ๆ มองมาที่ผมทีหนึ่งแล้วเหมือนนึกได้ว่าตัวเองคิดอะไรเลว ๆ ไว้ แล้วเงียบไปเลย ผมคิดไว้ว่าถ้ามันยอมหยุดจริง ๆ ผมก็จะไม่อะไรกับมันแล้ว ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แต่ผมรู้สึกแปลก ๆ เวลามองหน้ามัน ไม่ถึงกับกลัวและไม่ได้รู้สึกผิด แต่คิดดี ๆ แล้วมันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับผม

          เอาเป็นว่าปล่อยมันไปเถอะครับ มันก็ผู้ชายผมก็ผู้ชาย คิดอะไรมาก

          “เป็นไงบ้าง” ผมเงยหน้ามองเจ้าของเสียงที่ทักอยู่เหนือหัวผม งงนิดหนึ่งคือ…นี่ไอ้บาร์มาดูน้องเหรอ? ผมเหล่ตามองมันนิดหน่อยก่อนจะแซวมัน

          “กูนึกว่ามึงจะเดินไปทางคณะแพทย์”

          “กูเรียนวิศวะ” มันตอบผมเอือมๆ แล้วมองไปทางคณะแพทย์ที่เดือนคณะนั้นมองมันอยู่ เออ…เข้าใจแล้ว ปากบอกวิศวะแต่ใจมันน่ะอยู่กับหมอ ร้อยวันพันปีไม่เคยคิดจะมาดูเพื่อนดูน้อง พอมีไอ้กัณฐ์เข้าหน่อยนี่มาให้ไวเลย

          กัณฐ์กับบาร์เป็นคู่ที่น่ารักมากคู่หนึ่งเวลาผมมอง ปกติผมก็ไม่ค่อยชอบแบบผู้ชายกับผู้ชายเท่าไหร่หรอกมันขัดๆ ตายังไงไม่รู้ มีแต่ยี่หวาที่เป็นดาวคณะรุ่นผมนั่นแหละที่จิ้นที่เชียร์ให้ผู้ชายได้กัน จนมาถึงคราวที่ผมมองสองคนนี้เวลามันหยอดกัน โอ๊ย…ประเทศไทยครับ แทนที่จะขนลุกผมกลับยิ้มตามพวกมัน มันทำให้ผมคิดว่าความรักแบบนี้ก็ไปด้วยกันได้นี่หว่า ไม่ได้ดูน่าเกลียดจนรับไม่ได้ ไม่ได้ดูเลวร้ายจนน่ากลัวอะไรแบบที่เคยคิด แต่มันติดตรงไอ้มาร์คนี่แหละ…ผมกลอกตามองบนให้กับความคิดตัวเอง ไม่ใช่อะไร…ดันมานึกถึงไอ้เด็กรุ่นน้องคนนั้นอีกแล้ว เบื่อความคิดตัวเองจริง ๆ

          เสียงแจ้งเตือนไลน์ของใครสักคนดังขึ้นขัดกับความคิดของผม ผมขมวดคิ้วแล้วหันมองไอ้ตัวต้นเหตุที่ยืนซับหน้าให้ฟิวส์ช่วยยี่หวาแบบไม่รู้ร้อนรู้หนาว แล้วเสียงเตือนแม่งดังตลอดไง

          “กดอ่านเถอะบาร์ กูรำคาญแทน” ยี่หวาบอกเสียงหงุดหงิด

          “เดี๋ยวกูปิดเสียงก็ได้” บาร์ว่าแล้วหยิบมือถือขึ้นมาเพื่อกดปิดแจ้งเตือน แต่….มันกลับเปิดอ่านแล้วยิ้มกับตัวเองซะอย่างนั้น หลังจากที่มันอ่านเสร็จมันก็ขำออกมาแล้วมองไปทางคณะแพทย์ ให้ทายว่าเพื่อนผมทำอะไรต่อ…มันเดินไปหาเดือนแพทย์ครับ

          ความบาร์คนแมนแดนวิศวะ

          ความบาร์ผู้ถือเกียร์ไว้เพื่อขอเมียและขอเหล้า

          ความบาร์คนเก่าหายไปหมดแล้ว หายไปตั้งแต่นักศึกษาแพทย์ปีหนึ่งเดินมาขอจีบ

          “ดูมัน ๆ ปากบอกไม่ชอบผู้ชาย แก้มติดเขาแล้วนั่น” ยี่หวาบอกหลังจากที่ทาปากให้ดาวคณะเสร็จ มันพยักเพยิดหน้าไปทางไอ้บาร์ที่โน้มหน้าเข้าหาไอ้กัณฐ์ก่อนจะแอบยิ้มกับตัวเอง แล้วไอ้กัณฐ์ก็ทำตาโตมองกลับเขิน ๆ เออ…น่ารักดี

          ผมยิ้มให้กับพวกมันที่อยู่ไกล ๆ แบบที่มันสองคนก็ไม่เห็นเพราะแม่งไม่สนใจใคร จากนั้นผมก็เบนสายตามองไปรอบ ๆ ก็ไม่รู้อะไรทำให้ผมหันไปทางประตู เห็นไอ้เด็กหน้านิ่งที่เคยไปลึกซึ้งด้วยเมื่อไม่นานยืนมองกัณฐ์กับบาร์อยู่

          สายตามันเจ็บปวด…สีหน้ามันทรมาน…

          “วี…วี!”

          “อะไร!...เสียงดัง” ผมหันไปดุเพื่อนที่สวยที่สุดในกลุ่มอย่างยี่หวา คือผมต้องบอกก่อน เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่าคณะผมน่ะผู้หญิงน้อย แล้วชั้นปีของผม ภาควิชาของผมมีผู้หญิงรวมทั้งสิ้นสามคน ยี่หวาที่เป็นดาวรุ่นผม แพนที่เป็นเพื่อนยี่หวา แล้วอีกคนคือตาต้าที่…ชอบผู้หญิง สรุปแล้วยี่หวาจึงเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุด และแพนสวยเป็นอันดับสอง ส่วนตาต้ายอมเป็นอันดับสาม

          “กูเรียกมึงตั้งนานแล้ว เห็นมองออกไปข้างนอก นี่น้องเขาต้องขึ้นเวทีแล้ว” ยี่หวาบอกแล้วมองตามผมออกไป ซึ่งผมก็มองกลับไปจุดเดิมอีกครั้งแต่ตรงนั้นก็ว่างเปล่า

          “อ้าว…ก็ออกไปดิวะ ตั้งใจดี ๆ นะเว้ย!”  ผมตอบยี่หวาก่อนจะหันไปตบไหล่ไอ้ฟิวส์

          “ก่อนจะพูดนี่พี่มองหน้าไอ้กัณฐ์ก่อนไหม? ผมยอมรับนะพี่ว่าผมหล่อ แต่ไอ้กัณฐ์มันหล่อแบบโคตรหล่ออ่ะ” ไอ้ฟิวส์มันว่าแล้วทำหน้าง้องแง้งใส่ผม

          “ทำหน้าตุ๊ดไอ้สัส…ขึ้นเวทีน่ะเอาความแมนไปด้วย” ผมว่าล้อมันแล้วยักคิ้วให้

          “ไอ้รุ่นพี่บ้า! ผมเป็นผู้ชายไหม? หล่ออย่างนี้ตุ๊ดที่ไหน” มันโวยวาย ยี่หวากับน้องดาวคนสวยก็หัวเราะขำๆ ฟิวส์เป็นคนหล่อครับ แต่แปลกที่พอมันทารองพื้นหรือปัดแก้มหน่อยๆ มันจะดูน่ารักมากกว่าหล่อทันที ก็ยังดีที่มันเป็นผู้ชายตัวสูงถ้าเกิดมันตัวเล็กล่ะก็…คงไม่ต่างอะไรจากพี่บาร์คนแมนแดนวิศวะ

          “ป่ะ…ไปกัน” บาร์มันเดินยิ้มร่ากลับมาแล้วแตะที่แขนผม

          “กว่าจะมาได้นะอีหล่อ” ยี่หวามองจิกบาร์แล้วเหน็บมันไปอีกดอก บาร์มันก็ส่งค้อนให้เพื่อนแล้วบ่นอะไรของมันสองสามคำ ก่อนจะเดินไปหาฟิวส์

          “ดี ๆ นะมึง เอาให้ปัง กูขอหนึ่งในห้า ทำตัวมั่น ๆ เหมือนวีไว้ อย่าให้เสียชื่อสายหล่อ” ผมขอกลอกตามองบนหนึ่งครั้งกับคำว่าสายหล่อของมัน เอาที่มันว่าดีเลยครับ นี่จะตบไหล่ไอ้ฟิวส์ยังยื้อแขนแล้วยื้อแขนอีก น้องมันสูงยาวเข่าดีว่าที่นายแบบไง แล้วมันเป็นสายรหัสเดียวกันด้วย

          “ได้ครับลุงรหัส ผมจะไม่ทำให้เสียชื่อสายหล่อ ผมจะคว้ารางวัลเดือนมหา’ลัยมาให้ได้!” ฟิวส์ชูกำปั้นขึ้นสุดแขนแล้วพูดออกมาเสียงดัง ดีนะที่คณะอื่นเขาออกไปหมดแล้ว

          “เอาหนึ่งในห้าก็พอ ไม่จำเป็นต้องเป็นถึงเดือน” เพื่อนผมตอบ

          “อ้าว! นี่พี่ไม่ได้เชียร์ให้ผมเป็นเดือนหรอกเหรอ” ไอ้ฟิวส์ถาม

          “มันจะเชียร์ฟิวส์ได้ไงล่ะจ้ะ กบฏอย่างมันเชียร์คณะนู้นนน” ยี่หวาว่าแล้วยื่นปากไปทางที่แต่งตัวของคณะแพทย์ที่ตอนนี้ไม่มีใครอยู่

          “กูจะเชียร์คณะอื่นได้ไง เชียร์มึงสุดใจ ไปเลยไอ้ฟิวส์ เพื่อสายหล่อ!” มันว่าแล้วจับมือหลานรหัสมาบีบแรงๆ

          “เพื่อสายหล่อ!” ฟิวส์ก็บีบมือไอ้บาร์อีกที ทำหน้าตามั่นอกมั่นใจเรียกพลังสุดขีด เป็นสายรหัสที่มั่นในความหล่อของตัวเองดี วีสุดหล่อเองคงต้องยอม

          “ไปได้แล้วพวกหล่อ พ่อทุกสถาบันอย่างกูยังไม่โม้เท่าพวกมึงเลย” ผมว่าแล้วตบหลังไอ้ฟิวส์เบาๆ

          “มึงมันตกรุ่นแล้ววี ยุคนี้ต้องน้องกัณฐ์ ทศกัณฐ์พ่อทุกสถาบันรู้จักป่ะ” ยี่หว่ายื่นหน้าเข้ามาพูดกับผม

          “โธ่! นี่ยังไม่ขึ้นเวทีพี่ยี่หวาก็เชียร์ไอ้หมอกัณฐ์แล้วเหรอครับ” ฟิวส์ว่าแล้วทำหน้าอ้อนยี่หวา

          “ไม่ต้องมาทำหน้าอ้อนฉันย่ะ เบื่อวิศวะ เบื่อเสื้อช็อป ชอบเสื้อกาวน์” ยี่หวาทำหน้าเบื่อใส่ฟิวส์แล้วพูดเน้นๆ ทีละประโยคให้เด็กมันได้แกล้งตีหน้าเศร้าแล้วไปหยอดดาวคณะต่อ อยู่ไปนาน ๆ มึงจะรู้ว่าหน้าหวาน ๆ ของสาววิศวะทำให้มึงสงบได้ยิ่งกว่าพระอิฐพระปูน อยู่ด้วยสักเดือนสองเดือนมึงจะรู้สึกว่านี่คือเพื่อน ไม่ควรเอามาทำเมียอย่างยิ่ง

          หลังจากที่ส่งน้องขึ้นเวทีแล้วผมกับยี่หวาก็มารวมตัวกับเพื่อนที่ยืนอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมาย ผมเดินเบียด ๆ ตามไอ้บาร์เข้าไป  ชนคนนั้นคนนี้แล้วก็ขอโทษไปด้วย เสียงกรี๊ดดังมาเบา ๆ เวลาผมชนสาว ๆ แล้วพวกเธอสบตาพอดี จากหน้าที่กำลังโกรธก็เปลี่ยนเป็นโหมดฟรุ้งฟริ้ง 

          ไงล่ะ…หล่อระทวยไม่มีทางซวยนะครับ

          “shit!”

          “โอ๊ย!”

          ผมหันมองคนสบถคำหยาบตอนที่ผมเดินผ่าน ท่ามกลางผู้คนมากมายสายตานิ่ง ๆ จากดวงตาเรียวรีมองมาที่ผม หน้ามันเชิดขึ้นเมื่อเห็นว่าเป็นผมที่ชนมัน จากนั้นก็ชักสีหน้าใส่ผมก่อนจะหันไปมองเพื่อนมันที่กำลังลากมันออกไป

          “เร็วสิมาร์ค ไอ้เจมส์รออยู่!”

          ผมมองคนที่ถูกเพื่อนเรียก มันมองมาที่ผมดุ ๆ ก่อนจะตะโกนตอบเพื่อน

          “เออ ๆ กูโดนชนเนี่ย” ต่างคนต่างชนล่ะวะ มาโทษผมได้ไง ผมมองมันกลับไปดุ ๆ แต่มันก็ไม่สะทกสะท้านอะไร เดินออกไปกับเพื่อนมันเฉย ขอโทษสักคำก็ไม่มี มารยาทดีมาก เดี๋ยวบอกไอ้ปอนด์เรียกประชุมเชียร์หนัก ๆ ซะหรอก

          ผมเลิกสนใจมันแล้วเดินต่อ จนบาร์กับยี่หวาพามาหยุดอยู่ที่กลุ่มเพื่อนที่ยืนดูการประกวดอยู่ก่อนแล้วอยู่ก่อนแล้ว ผู้คนกรี๊ดกร๊าดกับความหล่อทะลุมิติของว่าที่ดาวเดือน เห็นแล้วผมล่ะหมั่นไส้ ดาวนี่สวยกันทุกคณะครับ ผมนี่เลือกไม่ถูกเลย แต่เดือนน่ะ มองยังไงของเก่ามันก็เก๋ากว่าเห็นๆ

          แต่ละคณะเริ่มงัดความสามารถพิเศษที่เตรียมมาออกมาแข่งกัน คณะผมนี่ไม่มีอะไรมาก น้องดาวเขาเก่งเรื่องดนตรี จะมีแต่ไอ้คุณชายฟิวส์นั่นแหละที่ทำอะไรไม่เป็นนอกจากเล่นกีต้าร์ เลยเป็นการโชว์ดนตรี กีต้าร์กับเปียโน ส่วนคณะอื่นผมไม่ได้ตั้งใจดูหรอกครับ แค่ลุ้นกับการจับคอร์ดของไอ้ฟิวส์สมาธิผมก็หายหมดแล้ว

          “การแสดงของคณะแพทย์ปีนี้นี่คือกินขาดมากค่ะ” ดิว สาวสวยคณะศิลปกรรมศาสตร์ เจ้าของเพจ dew dely ที่มีไว้เผือกเรื่องของชาวมหา’ลัย เอ่ยขึ้น เธอรับหน้าที่เป็นพิธีกรคู่กับใครสักคนที่ผมไม่ได้จำชื่อ เพราะมันเป็นผู้ชาย ผู้คนโห่กันเสียงดังเมื่อดิวมันแซวคณะแพทย์ ผมมองไปที่หน้าคมหล่อของไอ้กัณฐ์แล้วยิ้มชมมันนิดหน่อย มันไม่ได้มีท่าทีว่าจะเขินสักนิด กลับยิ้มตอบเบา ๆ แล้วโค้งตัวกล่าวขอบคุณ

          “เอาล่ะครับ เวลาที่จะประกาศผลผู้ที่จะได้เข้ารอบต่อไปก็มาถึงแล้วนะครับ เราจะประกาศแค่ห้าคู่เท่านั้นนะครับ แล้วแต่ละคู่ที่เข้ารอบไป ไม่ได้หมายความว่าจะถูกตัดสินคู่กันอีกนะครับ ต่อไปจะเป็นรอบตอบคำถาม ที่ดาวกับเดือนของแต่ละคณะต้องแยกกันตอบ” พิธีกรชายที่ทำงานคู่กับดิวบอกกติกาให้ผู้คนได้ส่งเสียงเชียร์คนที่ตัวเองชอบ

          “มึงว่าน้องมันจะเข้ารอบไหมวะ” ยี่หวาถามผมลุ้นๆ

          “เข้าดิ การแสดงมันดีจะตาย” บาร์ตอบกลับอย่างมั่นใจ

          “ดีตรงไหนวะ เมื่อกี้มันดีดกีตาร์ผิดคอร์ดด้วย” ยี่หวาว่าอย่างเป็นกังวล

          “ถ้าไม่สังเกตก็ไม่รู้หรอกน่า” ผมหันไปพูดปลอบยี่หวาเบา ๆ ส่วนบาร์ก็มองพวกผมสองคนอย่างงง ๆ

          “มึงมองยี่หวาอย่างนั้นทำไมวะ” ปอนด์ที่อยู่ข้าง ๆ ยี่หวาถาม

          “กูงงว่าอะไรคือดีดกีตาร์” บาร์ตอบ

          “ก็ไอ้ฟิวส์ไง มึงคิดว่าพวกกูพูดถึงใครอยู่” ผมถามแล้วเหล่ตามมองมันอย่างรู้ทัน

          “เอ่อ….” มันกะพริบตาขึ้นลงแล้วแก้มก็แดงขึ้นนิด ๆ

          “กูรู้แล้ว มันหมายถึงหมอกัณฐ์” กล้าว่าแล้วชี้หน้าไอ้บาร์

          “ชัวร์เลยไอ้กบฏ มึงนะมึงน้องคณะตัวเองลง แต่เสือกเชียร์คณะอื่น” ตามด้วยปินที่ยืนอยู่ข้าง ๆ กล้า

          บาร์ก็โวยวายแถกับเพื่อนไปเรื่อย จนสุดท้ายก็ต้องยอมรับเอง เฮ้อ! ผมไม่เข้าใจความแมนของเพื่อนตัวเอง กล้าทำก็กล้ารับดิวะ เอ๊ะ! เหมือนด่าตัวเองกลาย ๆ แต่ช่างเถอะผมจะไม่ใส่ใจกับความคิดที่มีหน้าไอ้เด็กนั่นผุดขึ้นมาแค่ชั่ววูบหรอก

          การประกาศรางวัลยังคงดำเนินไปเรื่อย ๆ ฟิวส์มันติดหนึ่งในห้าอย่างที่ผมคาดไว้จริง ๆ แต่ที่มันเกินคาดและกลายเป็นเรื่องเป็นราวให้เล่าขานไปอีกนานนั่นก็คือ การประกาศคบกัณฐ์ของไอ้หมอกัณฐ์กับเพื่อนผม

          ผมยืนมองพวกมันสองคนอึ้ง ๆ ไม่แพ้เพื่อนหรือคนอีกนับพันที่อยู่ตรงนี้ กัณฐ์สารภาพความในใจกับเรื่องราวความรักหกปีของมันที่มีแค่บาร์มาตลอด สาว ๆ นี่กรี๊ดกันให้ลั่นตอนที่บาร์เดินขึ้นไปบนเวที ผมเอ๋อไปพักใหญ่กับการที่เพื่อนผมเดินไปตะโกนด่าน้องเขาปาว ๆ โดยที่ไม่สนว่าทุกคำพูดของมันนั้นกระโดดเข้าไมโครโฟนที่ไอ้หมอกัณฐ์มันถืออยู่ ผมคาดว่าเขาคงได้ยินกันทั้งมหา’ลัย แล้วล่ะครับ

          “มึงแม่ง...เห็นกูเป็นตัวอะไรวะ เห็นกูเป็นดาวหรือไง ทำไมต้องรอให้ได้เป็นเดือนแล้วค่อยขอคบ!” บาร์ตะคอกเสียงดังไม่สนหน้าไหน แม้แต่อาจารย์ที่เป็นคณะกรรมการการตัดสิน หรือรุ่นพี่กิตติมศักดิ์ที่นั่งมองพวกมันงง ๆ

          “ครับ?”

          “จะขอคบก็ขอดิ มึงจะมาพูดยืดยาวให้กูเขินทำไม!” ทุกอย่างหยุดนิ่ง ทุกคนหยุดพูด ไอ้กัณฐ์มันก็ตะลึงไปพักใหญ่เหมือนกัน

          “พี่…”

          “เกียร์กูก็ให้ไปแล้ว จูบกูก็จูบก่อนแล้ว ขอคบนี่กูต้องพูดก่อนอีกไหม?” เพื่อนผมมันร้าย…

          “พี่บาร์...”

          “แม่งก็เรียกแต่กูอยู่นั่น เรียกชื่อกูแล้วกูจะคบกับมึงไหม”

          “คบกับกัณฐ์นะครับ”

          “…”

          “...”

          “อือ”

          พวกผมทั้งร้องแซวทั้งโห่แซว หนักสุดเลยคือลี่ มันขึ้นไปประกาศใส่ไมค์แซวจนไอ้บาร์มุดหายไปกับสูทไอ้หมอ เพื่อนผมนี่หน้าแดงสะท้อนแสงไฟมาเชียว แม้แฟนคลับไอ้กัณฐ์จะดราม่าเรื่องที่มันไม่ได้เป็นเดือน (เดือนเป็นของคณะนิติศาสตร์) แต่พอมาเจอความรักของมันเป็นอย่างนี้ไม่รู้จะหวีดกันไปทางไหน ผมก็ยิ้มขำ ๆ พลางแซวพวกมันไปด้วย จนไอ้กัณฐ์มันลากไอ้บาร์ไปไหนไม่รู้

          รู้ตัวอีกทีก็ตอนแจ้งเตือนจากแชทส่วนตัวมันดังนี่แหละ

          พี่ชนะว่ะ

          ไอ้กัณฐ์ก็ชนะ

          ผมแพ้แล้ว

          ไลน์จากรุ่นน้องที่ผมอยากสั่งให้มันเลิกยุ่งกับความรักของเพื่อนผม รุ่นน้องคนที่ผมอยากสอนให้มันรู้ว่าถ้าจะยัดเยียดความเจ็บปวดให้กับคนอื่นมันจะเป็นอย่างไร คนที่ผมคิดว่าถ้าผมทำให้มันรู้สึกแพ้ได้ผมจะรู้สึกดี

          แต่ทำไมผมถึงรู้สึกไม่ดีล่ะ

          “วี! มึงจะไปต่อกับพวกกูไหม?” ปอนด์ถามขึ้นหลังจากที่แซวคู่รักรองเดือนจนพวกมันหนีตามกันไป

          “ไปไหนวะ?”

          “อ้าว! ไอ้นี่ ยี่หวาบอก ไอ้บาร์คงจะอยู่กับไอ้กัณฐ์พวกเราไม่ต้องห่วง ไปต่อเลย” ไปต่อในที่นี้ก็หมายถึงไปฉลองต่อนั่นแหละครับ ผมยกโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลา แต่บังเอิญว่ายังไม่ได้ออกจากไลน์ผมจึงเห็นข้อความนั้นอีกครั้ง ได้แต่ลอบถอนหายใจแล้วปัดความคิดที่มีหน้าหยิ่งๆ ของไอ้มาร์คออกจากหัว

          “พวกมึงไปเหอะ กูต้องกลับไปหาพลอยว่ะ” ผมตอบพวกมันไปแบบนั้น ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วผมก็ยังไม่รู้ว่าคืนนี้ตัวเองจะจบอยู่ที่ตรงไหน

          “ติดเมียว่ะมึง จะปีแล้วยังไม่หมดโปรเหรอครับ?” ปินร้องมาแซวให้ผมได้ตบหัวมันไปหนึ่งครั้งแรงๆ

          “กูมันคนเสมอต้นเสมอปลาย” ผมตอบมันแล้วยักคิ้วให้ด้วย

          “มึงยังไม่เจอคนที่ถูกใจกว่าก็บอก” ยี่หวาหันมาว่า

          “พวกมึงนี่นะ ถ้ากูไม่รักจริงกูไม่คบมาจนจะปีหรอกเว้ย” ผมหันไปด่าพวกมัน พลางคิดถึงเรื่องราวของตัวเองกับแฟนคนสวยที่คงจะวุ่นกับการเคลียร์เรื่องดาวเดือน แต่โชคดีหน่อยที่เรื่องการเก็บกวาดของคณะผมแบ่งให้เด็กปีสองมันทำ ผมเลยจะมีเวลาหลังจากนี้ไปทำอย่างอื่นที่อยากทำ

          “กูก็ไม่ได้ว่าอะไร แค่อิจฉาเท่านั้นแหละ มึงแม่ง…เห็นหล่อๆ หน้าเลวๆ แบบนี้นึกว่านิสัยจะเลว ที่ไหนได้ พอได้คบเขาจริงก็รักเดียวใจเดียวนะมึง” กล้าว่าแล้วยิ้มล้อผม

          “ไม่ได้แค่รักเดียวใจเดียวนะครับ แต่เพื่อนผมมีคนเดียวด้วยครับ กิ๊กกั๊กไม่มี หลีสาวไม่เคย” ไอ้ยูพูดต่อ

          “แล้วก็มาเผือกเรื่องกูจัง นานแล้วไหม? พวกมึงยังจะมาล้อ ไปเตรียมเรื่องล้อไอ้บาร์นู่นไป” ผมว่าแล้วชี้หน้าพวกมันทีละคน

     “จริงของมัน ไปหาเผือกเรื่องไอ้บาร์ดีกว่า”

          “แต่กูว่า ตอนนี้เราไปกินเหล้าดีกว่า กูเหนื่อยมากเลย”

          “โถ…เพื่อนยู เหนื่อยไม่เหนื่อยมึงก็กินเถอะครับ”

          “นั่นแหละ ๆ ไป ๆ” เพื่อนผมก็พูดกันไป  ตบหัวกันไป ไม่รู้ยังไงของพวกมัน แต่พวกมันก็เดินไปด้วยกัน

          “เป็นไรป่ะเนี่ย” ผมหันไปมองเจ้าของเสียงหวาน ๆ ที่ยังยืนอยู่ข้างผมงง ๆ

          “เป็นอะไร…เปล่า”  ผมตอบยี่หวาแล้วเลิกคิ้วมองมัน

          “ก็เห็นวันนี้ไม่ไปกับพวกกู กูก็นึกว่ามีเรื่องอะไร” มันพูดต่อ

          “จะมีเรื่องอะไร กูก็บอกจะไปหาพลอย” ผมตอบ

          “พวกมึงไม่ได้ทะเลาะกันใช่ไหม?”

          “หืม? กูกับพลอยน่ะเหรอ?” ผมเลิกคิ้วถามเมื่อยี่หวาพูดอะไรแปลกๆ

          “ก็…เออ หรือมึงคบกับคนอื่นอีกล่ะ”

          “บ้าแล้วยี่หวา พวกกูรักกันดี จะทะเลาะอะไรกัน” ผมตอบมันยิ้ม ๆ ผมกับพลอยเรารักกันดี ดีมาก คบกันมาเกือบปีก็มีทะเลาะกันบ้าง เรื่องง้อง ๆ แง้ง ๆ อย่างวันครบรอบที่ผมจำไม่เคยได้ ผมเคยคิดว่ามันน่าเบื่อ แต่พอได้ง้อแล้วเห็นพลอยยิ้มผมก็มีความสุข ถึงแม้ว่าเมื่อไม่นานมานี้ผมทำเรื่องที่ไม่ดีกับพลอย แต่ผมก็ไม่ได้นอกใจหรืออะไรทั้งนั้น เพราะสิ่งที่ผมทำลงไป มันจะไม่ส่งผลต่อความรักของเราสองคนแน่นอน

          “รักกันดีก็ดี กูก็นึกว่าทะเลาะกัน” มันว่าแล้วโบกไม้โบกมือเหมือนยอมผม

          “เออ แล้วนี่มึงจะเอาไง ไม่ไปกับพวกมันเหรอ?” ผมถาม

          “ไปดิ กูรอแพนมารับ ชีวิตสาวสวยที่โคตรโสดอย่างกูนี่ต้องเปิดวาร์ปค่ะ ไปจำเป็นต้องรีบกลับไปรายงานตัวกับใคร”

          “ถ้ามึงว่าดี กูก็ว่าดีแหละยี่หวา” ผมตอบเอือมๆ

          “อ้าว! แน่นอน การใช้ชีวิตแบบกูไม่ดีตรงไหน สวยมากแต่เลือกที่จะโสด ปรับตัวเองให้อยู่ในโหมดที่ผู้ชายต้องเสียดาย บูชาความเป็นวายให้เจริญงอกงาม” มันว่าแล้วชูมือขึ้นไปบนฟ้า ยี่หวานี่ไม่ใช่ไม่มีคนจีบนะครับ ถ้ามันปรับโหมดมาอยู่ในคราบคนธรรมดาที่ไม่บ้าเหมือนอย่างตอนนี้ มันก็คือคนที่สวยมากๆ และผู้ชายก็อยากเข้ามาหา แต่บังเอิญว่าเพื่อนผมถือคติอย่างที่มันพูดไปเมื่อกี้ ถึงแม้ผมจะไม่เข้าใจเท่าไหร่แต่เมื่อเพื่อนผมสบายใจผมก็จะไม่ขัด

          ผมกับยี่หวาแยกกันหลังจากที่แพนมารับมัน ก่อนจะไปมันหันไปสั่งเด็กปี 2 ให้เก็บกวาดแล้วก็เคลียร์เรื่องต่าง ๆ เกี่ยวกับดาวเดือนให้เรียบร้อยภายในวันสองวันนี้ ผมหันไปทำหน้าหล่อ ๆ นิ่ง ๆ ให้เด็กพวกนั้นที่โอดครวญกัน พวกมันเลยเงียบแล้วหมุนตัวหนีไปคนละทิศละทาง

          Rrrr~

          เสียงโทรศัพท์ผมดังขึ้นก่อนที่ผมจะเดินออกจากบริเวณนั้น รายชื่อของคนที่โทรมาทำให้ผมยิ้ม แม้จะยิ้มไม่เต็มปากแต่ชื่อของคนคนนี้ก็ทำให้ผมยิ้มได้อยู่ดี

          “ครับพลอย…”

          [วี อยู่ไหนอ่ะ] เสียงหวานติดจะอ้อนดังออกมาจากปลายสาย เสียงเอะอะโวยวายก็ดังลอดออกมาด้วย

          "กำลังจะกลับ พลอยอยู่ไหนเนี่ย" ผมตอบพร้อมกับถามต่อ ก็ผมกำลังจะกลับจริง ๆ นี่

          [พลอยอยู่บ้านเพื่อน วีคะ วันนี้พลอยไม่กลับได้ไหมอ่า...] นั่นไง ผมว่าแล้ว เสียงอ้อนแปลก ๆ

          "อย่าเมามากแล้วกัน" ผมตอบกลับไป

          [เย้! แฟนใครใจดีจัง]

          "แฟนพลอย" ผมพูดเอาใจแฟนคนสวย พลางยิ้มไปด้วย

          [ตอบดี กลับห้องดี ๆ นะคะ เฝ้าห้องดี ๆ อย่าดื้อรู้ไหม?]

          "พลอยคิดว่าวีเป็นเด็กหรือไง รีบกลับด้วย คิดถึงจะตายอยู่แล้ว นึกว่าจะได้กลับไปกอด"

          [โอ๋ ๆ ไม่เอา ไม่งอนนะ จะรีบกลับเลย อย่าไปซนที่ไหนนะ พลอยรักวีนะคะ] คำบอกรักที่ทำให้ผมยิ้มน้อย ๆ ดังออกมาจากปลายสาย ผมชอบที่ถูกอ้อน ผมชอบเวลาที่พลอยบอกรักผม ผมมีความสุขกับการคบกับพลอย

          “วีก็รักพลอยครับ”

          ผมเตรียมไขกุญแจเข้าห้อง หลังจากที่จัดการกับความคิดตัวเองเรียบร้อยแล้ว ผมเลือกที่จะปัดความคิดที่มีเด็กรุ่นน้องนั่นออกไป แล้วกลับห้องเพื่อรอพลอย ผมไม่ได้ตอบมาร์คกลับไป เพียงแต่เปิดดูข้อความให้มันขึ้นว่าอ่านแล้วเท่านั้น ก็ผมไม่รู้จะตอบมันกลับไปยังไง จะให้บอกว่าสะใจหรือสมน้ำหน้าก็ไม่ใช่ จะให้ขอโทษหรือปลอบมันผมก็คงไม่ทำ

          "อือ...รีบเปิด"

          "อ้ะ! ใจเย็นสิมาร์ค" ผมหันกลับไปมองเสียงสองเสียงที่ดังอยู่ไม่ไกล หน้าห้องข้าง ๆ คนสองคนกำลังกอดเกี่ยวกันอยู่ คนตัวเล็กน่ารักพยายามที่จะเบี่ยงตัวหลบจูบจากคนตัวสูงอย่างอาย ๆ ไอ้คนที่จูบอยู่ก็รู้สึกจะเมาไม่น้อย

          "เปิด..."

          "ครับ ๆ พี่กำลัง...อ้ะ! มาร์คก็หยุดไซร้ อื้อ...ก่อน" เหมือนอะไรสักอย่างผลักให้ผมเดินเข้าไปหาพวกมันสองคน กระชากคอไอ้มาร์คที่อยู่ใกล้ผมออกจากผู้ชายตัวเล็กคนนั้นแล้วตะคอกใส่เสียงดัง

          "ทำบ้าอะไรของมึง!" ผมตะคอกใส่มัน แล้วมันก็หันมามองผม ตาเรียวรีแข็งกร้าวขึ้นมาก่อนจะดึงมือผมออกจากเสื้อมัน

          "พี่นั่นแหละทำบ้าอะไร!" มันตะคอกใส่ผมด้วยเสียงแหบ ๆ จากฤทธิ์เหล้า กลิ่นเหล้าที่ผมชินชาลอยคละคลุ้งไปทั่ว นี่มันไปกินหรือไปอาบมาวะ

          "กลับไป" ผมหันพูดกับคนตัวเล็กที่ยืนมองผมสองคนงง ๆ

          "คะ...ครับ?"

          "กูบอกให้มึงกลับไป" ผมบอกเน้น ๆ มือข้างหนึ่งจับมือไอ้มาร์คไว้ส่วนอีกข้างชี้ไปที่ลิฟต์

          "ไม่ต้องกลับ" ไอ้คนเมาที่ยืนอยู่ข้างผมว่าขึ้น ตาลอย ๆ ของมันมองไปที่ผู้ชายคนนั้นก่อนจะเดินเข้าไปหา

          "กูบอกให้กลับไป ส่วนมึง...มากับกู" ผมว่าซ้ำอีกครั้งก่อนจะดึงเอาคีย์การ์ดกับกุญแจห้องของมาร์คจากมือคนตัวเล็ก ๆ นั่น เปิดประตูแรง ๆ ก่อนจะดันไอ้มาร์คเข้าไปข้างใน

          "กลับไป...แล้วอย่ามายุ่งกับมันอีก!"

#กลรักวีมาร์ค

อยู่ระหว่างการทำเล่มและตรวจคำผิด แป้งจึงจะทยอยลงตอนที่ตรวจคำผิดแล้วเรื่อยๆ นะคะ

สามารถสั่งจองหนังสือได้ที่

เพจเฟซบุ๊ก : faddist

ทวีตเตอร์ : @pflhzt

Line ID : @hzn1709t

ความคิดเห็น