ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Chapter 20

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 20 มิ.ย. 2560 21:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 20
แบบอักษร

20



บรรยากาศตอนเช้ากับตอนค่ำช่างแตกต่าง ผมหมายถึงในห้องพักผมนี่ละ สาเหตุมาจากไอ้แฟนเด็กของผมที่กลับมาจากมหาลัยก็เอาแต่นั่งหน้าเครียดอ่านหนังสือเอาเป็นเอาตาย ผมมาเห็นกับตาก็วันที่มันทำโจทย์คณิตได้คะแนนเต็มจากหนังสือที่ซื้อมา 

สมกับที่มันโม้ไว้จริงๆ

“กินข้าวเลยไหม” ผมถามขณะนั่งยองๆ ข้างคนตั้งใจอ่านหนังสือ ไอ้เม่นเงยหน้ามามอง นิ้วมือยกดันแว่นกรอบสีน้ำเงินที่จมูกขึ้นแล้วพยักหน้าช้าๆ “วันนี้ซื้อราดหน้านะ”

“ผมกินได้หมดถ้าพี่ม่านซื้อมา” ไอ้เม่นพับหนังสือเก็บไว้เพื่อให้ผมวางชามราดหน้า 

ตั้งแต่มันรับปากเรื่องสอบเข้ามหาลัยผม ไอ้เม่นก็กลายเป็นเด็กมุ่งมั่นตั้งใจกับหนังสือ ชวนไปเที่ยวที่ไหนก็ไม่ค่อยจะไปหากไม่จำเป็น ผมว่า หากผมได้ส่วนนี้มันมาสักครึ่ง การเรียนผมคงได้ท็อปแน่นอน

“เอาแต่อ่านหนังสือสอบ หนังสือเรียนอ่านบ้างหรือเปล่า” ถามคนตั้งใจกินและอ่านหนังสือ ขนาดตอนกินมันยังอ่านคิดดู   “อ่านแล้ว” ไอ้เม่นตอบหลังกลืนราดหน้าคำโต “เอ่อ ผมต้องไปทำรายงานกลุ่ม” 

“ที่ไหน วันนี้เหรอ” อยู่กันมานานมันก็ต้องถามเป็นธรรมดา ไอ้เม่นเงยหน้าจากหนังสือมายิ้มให้ผม 

“ตอนแรกจะให้มาทำที่นี่แต่เกรงใจ เลยนัดกันไปทำที่ใต้ตึกคณะแทน” 

“เพื่อนกลุ่มนั้นอะนะ” 

“ไม่ใช่ครับ นี่เพื่อนคนละกลุ่ม รุ่นน้องพี่กลอย” พอได้ยินชื่อเพื่อนตัวเองผมก็พยักหน้ารับ “พี่ไปด้วยกันไหม” 

“ไปก็ไม่ได้ช่วยอะไร ไปเถอะ” ว่าก่อนตักราดหน้าเข้าปาก

“ช่วยสิ ช่วยเป็นกำลังใจไง” แทบสำลัก ผมมองคนเสี่ยวตาขวาง “ไปนะ ไปด้วยกัน” เหล่ตามองคนคะยั้นคะยอ ก่อนพยักหน้ารับ เห็นแก่สายตาออดอ้อนของมันหรอกนะ 

ราดหน้าในชามหมดอย่างไว ไอ้เม่นดูกระตือรืนร้นเอามากๆ มันแบกเป้ที่มีทั้งหนังสือกับแล็ปท็อปราคาแพงของมันขึ้นหลัง เห็นแล้วกลัวหลังมันจะหัก 


ไอ้เม่นขับรถของมันพาผมมุ่งหน้าสู่มหาลัยที่มันเรียน ผมก็เคยมาบ่อยอยู่ช่วงหนึ่ง ตอนนี้เรียนหนัก อีกอย่าง ไอ้กลอยก็ยุ่ง มาก็ไม่ได้เจอ ต่างคนต่างอยู่ดีที่สุด 

มหาลัยที่นี่ดูไม่ต่างจากมหาลัยผมมากนัก โดยเฉพาะต้นไม้ที่ปลูกเยอะพอๆ กัน กลางวันให้ร่มเงา กลางคืนก็หลอนเบาๆ ไอ้เม่นเลี้ยวรถไปเรื่อยๆ จนมาหยุดหน้าตึกสูง ผมเปิดประตูรถออกมาโดยมีไอ้เม่นยืนยิ้มแป้นรออยู่ 

“เพื่อนมึงรออยู่แล้วหรือต้องมารอวะ” ที่ถามเพราะบรรยากาศดูเงียบๆ ทั้งที่ยังไม่ดึกมากแต่คณะนี้ดูเงียบพิกล 

“รออยู่แล้ว พี่กลัวผีเหรอ” มองตาขวางใส่ไอ้เด็กที่หัวเราะเยาะ “ล้อเล่นน่า ผมอยู่มาตั้งนานยังไม่เคยเจอ” อยู่ๆ ผมก็ถอนหายใจออกมาเฉย 

เดี๋ยวนะ ผมไม่ได้กลัวผีสักหน่อย

“รีบๆ เดิน พูดมากจริงมึง” รีบเดินกระแทกไหล่แซงมันไป ไม่สนเสียงหัวเราะที่ตามหลังมาติดๆ 

“พี่รู้ทางเหรอ” ไอ้นี่ดูถูกจริง

“รู้ดิ่ กูมาบ่อย เพื่อนกูเรียนที่นี่นะโว้ย” พูดข่ม

“อ่าวเหรอ เพิ่งรู้ เพื่อนพี่คนไหน” แล้วมันก็หัวเราะ ผมเหวี่ยงขาไปด้านหลังเพื่อเตะมัน แต่กลับหลบได้ ไอ้เม่นหัวเราะเสียงดังเดินมาชิดก่อนยกแขนขึ้นพาดคอผม “พี่นี่ตัวพอดีกับที่วางแขนเลยอะ”

“ไอ้เชี่ย” สาดคำด่าแต่ก็ไม่สะทกสะท้าน ผมพยายามสะบัดตัวให้หลุดจากแขนที่รัด แต่ก็ยากเต็มทน 

เราสองคนเดินเข้ามาในตึก ข้างนอกดูเงียบเหงาวังเวง แต่พอเข้ามาแล้วต้องรีบเปลี่ยนความคิด เพราะตอนนี้มีนักศึกษานั่งอยู่เต็มไปหมด บางโต๊ะก็โวยวาย บางโต๊ะก็ทำงาน อ่านหนังสือ 

“มองหาใครเหรอ” เสียงกระซิบเบาๆ ชิดใบหูเอาซะคันหูหน่อยๆ 

“ไอ้กลอย” ผมบอกไป 

“พี่เขาคงมานั่งทำงานที่นี่ไม่ได้หรอก” ย่นคิ้วให้สิ่งที่ได้ยิน แต่ประโยคต่อไปก็พอจะเข้าใจ “ก็แฟนพี่เขาคงไม่ปล่อยให้มานั่งที่นี่” 

“ก็จริง” แฟนมันหวงชนิดที่ว่า ยุงไม่ไต่เลยทีเดียว “ไหนเพื่อนมึง” มัวแต่เดินเอ้อระเหย กว่าจะได้ทำงานคงเช้าพอดี 

“นู้นไง นั่งอยู่ตรงนั้น” ผมมองตามนิ้วที่ชี้ เห็นผู้ชายสวมเสื้อยืดสีขาวกับสีดำนั่งอยู่สองคน บนโต๊ะมีกองหนังสือที่น้อยกว่ากองซองขนม 

ผมถูกกอดไหล่เดินเข้าไปหา พอไปถึงโต๊ะ ผมเห็นเพื่อนมันเงยขึ้นมาอ้าปากเตรียมทัก แต่คงจะหนักไปทางด่ามากกว่า เห็นผมมาด้วยเลยพากันหุบปากแล้วยิ้มแห้งๆ 

“สวัสดีครับ” ผมพยักหน้าพร้อมรอยยิ้มเมื่อถูกยกมือไหว้สวัสดี “พี่ม่านแฟนไอ้เม่นใช่ไหมครับ” ไอ้เด็กเสื้อดำมันถาม สีหน้ากับรอยยิ้มโคตรกวน ก่อนจะถูกฝ่ามือใหญ่ๆ ของเพื่อนอีกคนที่นั่งข้างๆ ตบเข้าเต็มหัวจนหน้าคะมำ

“นี่มึงโง่หรือเปล่าไอ้เชี่ยเบียร์” 

“ตบหัวกูหาพ่อง แล้วด่ากูโง่อีก กูโง่เรื่องอะไร”

“พี่เขามากับไอ้เม่น ก็ต้องเป็นแฟนไอ้เม่นสิ แล้วมึงยังถามว่าใช่ไหม ไอ้งั่ง” 

“แค่นี้กูก็ผิดเหรอวะ”

ผมได้แต่ส่ายหน้าให้กับเด็กทะเลาะกัน โคตรไร้สาระ ยังดีที่ไอ้เม่นห้ามทัพได้ พวกมันสองคนเลยยอมเปลี่ยนเรื่องคุย กองหนังสือบนโต๊ะคงเป็นส่วนหนึ่งของการทำรายงาน ผมนั่งดูเด็กผู้ชายสามคนนั่งหน้าเครียด ขีดๆ เขียนๆ ในหนังสือ คงหาข้อมูลรายงาน 

“พี่คิดยังไงถึงคบกับไอ้เม่นเหรอครับ” ไอ้เด็กเสื้อดำที่ชื่อเบียร์ถามขึ้นมา เลยถูกตบเน้นๆ กลางหัวโทษฐานที่มันไม่สนใจรายงานสองป๊าบใหญ่ จนหน้ายู่ “อูย”

“สนใจงานโว้ย ไม่ใช่แฟนกู” คงรู้แล้วใช่ไหมครับว่าใครทำ ไอ้เม่นตีหน้าโหดขยับมานั่งชิดผมจนแทบจะเกยตักอยู่แล้ว “พี่อย่าไปสนใจมันนะ”

“เออ” ตอบสั้นๆ พร้อมกับส่งศอกใส่ท้องไอ้เม่นเบาๆ เพื่อให้มันขยับไปบ้าง  

การทำรายงานของเด็กสามคนเริ่มอีกรอบ ผมนั่งเบื่อๆ ไม่รู้จะทำอะไร เอามือถือมากดเล่นก็เบื่อ จะดูหนัง ฟังเพลงก็กลัวจะไปกวนสมาธิ สุดท้ายเลยฟุบหน้ากับโต๊ะแทน

“พี่เขาดูไม่เหมือนพี่กลอยเลยว่ะ” เสียงลอยเข้าหูหลังจากฟุบหน้าไม่นาน พวกมันคงคิดว่าผมหลับแน่ๆ “แต่ตัวขาวกว่า” 

“เดี๋ยวโดนตีนกูไอ้ห่าไม้” เสียงไอ้เม่น ผมหรี่ตามอง เห็นมันยืดตัวไปเขกหัวเพื่อนมันด้วย 

“ขี้หึงซะด้วยเพื่อนกู” นี่เสียงไอ้เด็กเสื้อดำผมจำได้ “แต่กูว่า ปล่อยให้พวกกูรู้จักมากๆ บ้างก็ได้ เดี๋ยวมึงก็ย้ายแล้ว นานๆ ถึงจะได้เจอ” 

“จริงอย่างที่ไอ้เบียร์ว่า” แล้วพวกมันก็หัวเราะ เพื่อนไอ้เม่นโคตรไร้สาระ 

“พวกมึงไม่ต้องอยากรู้จักกับแฟนกูเลย...” ก่อนไอ้เม่นจะพูดยาวกว่านั้น ผมก็แกล้งขยับตัวพร้อมกับเงยหน้าทำตาตี่ๆ เหมือนพึ่งตื่น แถมอ้าปากหาวเพิ่มความเนียน “ทำไมตื่นไวล่ะ เสียงพวกผมดังไปเหรอ” 

“เปล่า กูแค่พักสายตาแป๊บๆ” เห็นคนถามพยักหน้า แปลว่าผมโกหกเนียน รางวัลออสก้าควรมอบถ้วยให้ผมบ้างนะ “ทำงานกันเสร็จแล้วเหรอ” 

“ยังครับพี่” เป็นไอ้เด็กที่ชื่อเบียร์ตอบ “ไอ้เม่น มึงพาพี่เขามาลำบากว่ะ” 

“พี่ม่านกลับก่อนไหม เอารถผมไป เดี๋ยวทำเสร็จผมจะให้ไอ้ไม้ไปส่ง” พอได้ยินเพื่อนพูด มันก็หันหน้ามาถามผม ซึ่งผมก็ส่ายหน้าปฏิเสธไป 

“ไม่เป็นไร กูรอได้” ตอบไอ้เม่นก่อนหันไปมองเพื่อนมัน “แล้วก็ พี่ไม่ลำบากอะไร แค่หิว” 

“หน้ามอมีร้านสะดวกซื้อนะพี่” เพื่อนอีกคนของไอ้เม่นว่า จะว่าไปเหมือนได้ยินว่าชื่อไม่ๆ อะไรนี่แหละ (คนอะไรชื่อไม่วะ) 

“พี่ก็พอรู้เหมือนกัน เคยมาหาเพื่อนเมื่อก่อน” ผมตอบ 

“พี่กลอยสินะครับ แหม เป็นเพื่อนที่ไม่เหมือนกันเลยนะครับ” ไอ้เบียร์ยื่นหน้ามาถาม

“เพื่อนกันก็ไม่จำเป็นต้องเหมือนกันหรือเปล่าครับน้อง” ช่วงที่ผมตอบ ไอ้เม่นกลับสะกิดผมยิกๆ จนต้องหันไปมอง “อะไรของมึงวะ”     

“ทำไมพี่พูดกับไอ้พวกนี้เพราะล่ะ” งงสิครับ อยู่ๆ ก็ถูกง้องแง้งใส่   “พูดเพราะยังไงวะ” จ้องหน้าคนทำหน้างอ 

“ก็แทนตัวเองว่าพี่ตลอด ทีคุยกับผม มึงงี้ กูงี้” 

“กูไม่สนิทกับเพื่อนมึงไง จะให้กูมึงกับคนไม่สนิทเหรอวะ” เงียบครับ ไอ้คนงอนเริ่มเงียบใส่ “โอเค งั้น พวกมึงสองคน...อื้อ” กำลังจะคุยต่อกลับถูกมือไอ้เม่นปิดปากเฉย อะไรของมันเนี่ย

“โอเคๆ เข้าใจแล้ว ไม่ต้องยกตัวอย่างก็ได้” 

“เอ้าไอแอ้วอ่อเอาอือออด” (เข้าใจแล้วก็เอามือออก) ข่มขู่ทางสายตาไปมือที่อุดปากถึงถูกเอาออก “มือโคตรเค็ม” ยกหลังมือเช็ดปาก ไม่รู้มันเข้าห้องน้ำมาหรือเปล่า อี๋

“มันโคตรหลงพี่อะ” ไอ้เด็กเบียร์ว่า

“ผมเห็นด้วย หลงมากกว่าตอนหลงเพื่อนพี่อีก” ไอ้เด็กไม่ว่า 

“น้องชื่อไม่เหรอ ทำไมชื่อโคตรแปลกวะ” เมินคำถามมาถามเอง ก็มันอดไม่ได้ที่จะถามนี่นา ความอยากรู้อยากเห็นมันพุ่งพล่าน คือผมอยากรู้ที่มาของชื่อจริงๆ “ทำไมอะ” แต่ดูเหมือนสามคนที่นั่งจะตกใจในสิ่งที่ผมถาม หรือผมถามจี้จุดดราม่าหรือเปล่า

“ชื่อไม่? ไอ้นี้เหรอครับ” ไอ้เด็กกวนตีนย้อนถามผมตาโต พอพยักหน้าตอบ พวกมันก็พากันหัวเราะลั่น “โอ๊ยพี่ครับ ขอขำแป๊บนะ” หน้าตูบเลยไอ้ม่าน 

“เออ ขำให้อากาศติดคอพวกมึงตายไปเลย” ตวัดเสียงและสายตาใส่พวกมันไปแต่ก็ดูไม่สะทกสะท้าน 

“พี่ครับ” ไอ้เด็กชื่อไม่หยุดขำก่อนใครเพื่อน มันยิ้มโชว์ฟันขาว “ผมไม่ได้ชื่อไม่ครับ”

“อ่าว แล้วชื่ออะไรอะ” 

“ไม้ครับพี่ ชื่อไม้ ต้นไม้แบบนี้ ไม่ใช่ชื่อไม่”

ได้ยินอะไรกันไหมครับ หน้าผมไง เสียงแตกของหน้าที่ดังลั่นพร้อมเศษกระจัดกระจายเต็มพื้น เกิดมาไม่เคยอายขนาดนี้มาก่อน 

“พวกมึงห้ามหัวเราะแฟนกู” ไอ้เม่นออกโรงปกป้อง แต่ผมเห็นมันหัวเราะคนแรกเลย ไอ้ห่านี่ 

ในช่วงที่ผมเอียงซ้ายเอียงขวาหลบความโง่ของตัวเอง เสียงเอะอะของคนกลุ่มใหญ่ดังมาก่อนจะเห็นตัว ไม่ถึงนาทีคนกลุ่มนั้นก็เดินมาทางที่ผมนั่ง ไอ้เม่นกับเพื่อนมันพากันหยุดขำแล้วยกมือไหว้ น่าจะรุ่นพี่มันนั่นแหละครับ 

“พี่ม่านใช่ไหม” เสียงทักจากด้านข้างทำให้หันไปมอง คนเรียกผมหน้าตามันคุ้นๆ เหมือนเคยเห็นที่ไหนสักที่ “พี่ม่านเพื่อนพี่กลอยใช่ไหมครับ” ถูกถามย้ำอีกรอบ คราวนี้ผมพยักหน้าช้าๆ เมื่อจำหน้าลางๆ ของมันได้บ้างแล้ว 

“น้องรหัสไอ้กลอย ใช่ไหม?” ถามน้ำเสียงบางเบาเพราะกลัวหน้าแตกรอบสอง แต่พอมันพยักหน้าผมก็รีบถอนหายใจ


เกือบหน้าแตกรอบสองแล้วกู


“นึกว่าพี่จะจำผมไม่ได้ซะอีก” ยิ้มแห้งๆ ให้ ทั้งที่อยากบอกเหลือเกินว่าตอนแรกก็จำไม่ได้นั่นแหละ “พี่ทำไมมานั่งกับเด็กปีหนึ่งละครับ พี่กลอยน่าจะกลับตั้งแต่เช้าแล้วนะ” 

“เออกูรู้” ผมว่า “แล้วนี่จะกลับแล้วเหรอ” เพราะเห็นมันแบกเป้กัน 

“เปล่าครับ แค่เปลี่ยนที่ ตรงนั้นยุงกัด” 

“เหรอ ก็ดีนะ ไข้เลือดออกจะได้ไม่ถามหา” 

ทำไมรู้สึกแปลกๆ เหมือนกำลังถูกจ้อง 

“ผมว่าจะไปซื้อของหน้ามอ พี่อยากไปด้วยกันไหม” เป็นคำชวนที่ทำให้ตาวาว “สนไหมครับ”

“ไม่...”

“ไปๆ พวกมึงอยากได้อะไรไหม” เหมือนผมจะได้ยินไอ้เม่นพูดอะไรออกมา แต่ก็ไม่ได้สนใจ เด็กขาวดำสั่งของรัวจนผมต้องชี้กระดาษให้พวกมันจด “ไม่เอาอะไรเหรอ” หันกลับมาถามคนข้างๆ ที่ตอนนี้จ้องหน้าอย่างกับจะกินหัวผม 

“ไม่” คำตอบสั้นๆ แต่ชัดเจน 

“ตามใจ” ผมว่า ก่อนเดินตามหลังน้องรหัสไอ้กลอย รู้แค่นั้นแต่จำชื่อมันไม่ได้ “มึงชื่ออะไรนะ” ผมถามขณะซ้อนมอเตอร์ไซต์ที่มันเพิ่งยืมเพื่อนมันมา

“รอนครับ” เสียงตะโกนแข่งกับลมแต่ก็ได้ยิน ผมพยักหน้าเบาๆ เมื่อได้รู้ชื่อ อีกไม่กี่วันผมก็ลืมชื่อนี้ เชื่อผมไหมครับ “พี่สนิทกับปีหนึ่งกลุ่มนั้นเหรอครับ” 

“ก็...นิดหนึ่ง” ผมตอบ ตอนนี้ไอ้เด็กรอนมันลดความเร็วลง คงอยากเผือกเรื่องผมเต็มแก่ “มึงไม่ชอบเด็กสามคนนั่นเหรอ” 

“ก็ไม่เชิงหรอกครับ แค่ไม่ถูกชะตาตอนแรก” เรื่องนี้ผมอยากรู้มากกว่าอีก 

“ถ้าให้เดา เรื่องไอ้กลอยใช่ป่ะ” ที่จริงไม่ต้องเดาก็รู้ครับ เพราะไอ้เด็กรอนก็เคยชอบไอ้กลอยเหมือนกัน เพื่อนผมเสน่ห์แรงเพราะความเพี้ยนของมัน ผมได้ยินเสียงไอ้รอนหัวเราะออกมา “กูทายถูกใช่ป่ะ” 

“ก็คงงั้น” มียอมรับด้วยว่ะ คนจริงนี่ “ผมขอถามพี่ตรงๆ เลยนะ” 

“อะไร” เริ่มกลัวคำถามที่จะได้ยิน ไอ้รอนมันจอดรถแล้วหันมาจ้องหน้าผมเลยคราวนี้ 

“พี่คบกับไอ้เม่นใช่ไหม คือผมได้ยินว่ามันคบกับเพื่อนพี่กลอย แต่ก็ไม่รู้ว่าใคร จนวันนี้เห็นพี่อยู่กับมัน ผมคิดถูกใช่ไหม” ไอ้นี่ได้เชื้อพี่รหัสมันมาแน่ๆ 

“คงงั้นมั้ง” ตอบแบบกึ่งรับกึ่งสู้ ที่จริงบอกออกไปตรงๆ ก็ได้ว่าคบ แต่เดี๋ยวไม่เซเลป “มึงเถอะ เลิกตามติดชีวิตเพื่อนกูแล้วใช่ไหม” 

“เจ้าของดุ....แบบนั้น ผมก็คงต้องถอยแล้วล่ะครับ” จ้องหน้าไอ้เด็กที่ยอมถอย ผมอ่านปากมันออกนะ หลังคำว่าดุน่ะ แต่ไม่บอกหรอก “ไปซื้อของเถอะครับ”

มองตามหลังน้องรหัสเพื่อน มันก็มีน้ำใจนักกีฬาเหมือนกันนะครับ สู้ไม่ไหวก็ถอย แต่ถึงมันไม่ถอย แฟนไอ้กลอยก็พร้อมชน หากได้สู้กันแล้ว ไอ้เด็กรอนนี่มีแต่ตายกับตาย แถมยังตายศพไม่หล่อด้วยนะ คิดแล้วก็สยอง 

ผมเดินหยิบของตามที่เขียนมาในกระดาษ แต่ดูเหมือนไอ้เด็กพวกนี้จะลองดีกับผมแล้วล่ะ มันเล่นเขียนแต่เครื่องดื่มมึนเมาทั้งนั้น ไม่รู้จะทำงานหรือเมากันแน่  ถ้ามันกล้าสั่งแบบนี้มา ผมก็จะจัดให้ อยากนักก็ต้องกินให้หนัก 

ซื้อของเสร็จผมก็ซ้อนไอ้รอนกลับมาที่เดิม โบกมือลาเมื่อต้องแยกกับคนพาไปซื้อของ พอกลับมาที่โต๊ะก็ต้องเจอบรรยากาศแสนเงียบงัน ไอ้เด็กสองคนที่นั่งตรงข้ามก้มหัวแทบจะติดกับรายงาน อะไรของพวกมัน 

“ของที่พวกมึงสั่งซื้อ” ผมวางถุงของไว้ตรงกลาง ไอ้เบียร์เงยหน้ามายิ้มแย้มทันที 


ได้เมาตามที่ต้องการแน่


“โห...พี่” ทันทีที่ไอ้เบียร์เปิดถุงดู มันก็ทำหน้าผิดหวัง พอๆ กับเพื่อนอีกคนของมันที่หยิบของที่ผมซื้อขึ้นมาดู 

“สั่งเบียร์ได้นม โคตรตรงกับที่จดอะ” ไอ้ไม้มันบ่น แต่ผมขำ 

“กินๆ ไปเถอะ เมานมดีกว่าเมาเหล้านะมึง” หวังดีกับพวกมันหรอกนะ ถึงซื้อนมมาให้ ไอ้เบียร์เบ้ปากแต่มือก็เจาะนมกล่องไปเรียบร้อย 

“ก่อนพี่จะหัวเราะ ดูหน้าเพื่อนของผมด้วยครับ” 

ผมหันไปดูหน้าคนข้างๆ ก็อย่างที่ไอ้เบียร์บอกนั่นแหละครับ หน้าเด็กของผมบูดบึ้งเหมือนกินนมบูด ไอ้เม่นจ้องหน้าซะผมต้องหลบสายตา 

“อะไร” ถามขณะแกล้งหาของในถุง

“พี่รู้จักเขาได้ไง” คำถามห้วนๆ ที่ทำให้ผมเลิกแกล้งมองหาของ “สนิทตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วทำไมถึงสนิท สนิทกันนานหรือยัง แล้ว...”

“พอเลยๆ ถามรัวเป็นชุด สมองกูไม่ได้แปลรหัสมอสนะเว้ย” ผมยกมือปิดปากไอ้เม่น ถามไม่เว้นให้ตอบแล้วจะถามทำไมวะ “กูรู้จักเพราะกูเป็นเพื่อนไอ้กลอยหรือพี่คณะของมึง แล้วมันก็เป็นน้องรหัสไอ้กลอย ถามว่าสนิทไหมก็ไม่เท่าไหร่ เคยไปกินเหล้าด้วยกันไม่กี่ครั้งเองมั้ง” 

“อำไออึ๋ง...” (ทำไมถึง...) ผมรีบปล่อยมือออกจากปากไอ้เม่น เมื่อฟังมันไม่รู้เรื่อง พอไม่มีมือปิด ประโยคมันก็ไหลยาวๆ “พี่ไปกินเหล้ากันตอนไหนทำไมผมไม่รู้ พี่แอบผมไปเหรอวะ ไม่ยอมนะเว้ย” ยกมือตบหัวคนโวยวายไปชุดใหญ่ข้อหาไร้สาระแล้วก็บ้า

“ก็บอกว่าเคยๆ ไม่ได้ไปในตอนปัจจุบัน เพื่อนพวกมึงนี่โคตรบ้าอะ” ผมหาพวก ไอ้เด็กตรงข้ามสองคนก็หัวเราะเอิ๊กอ๊าก สงสัยจะเมานมจริงๆ 

“ผมบ้าได้ทุกเรื่อง ถ้าเป็นเรื่องของพี่” แม้จะหันไปโก่งคออ้วกพร้อมๆ เพื่อนมัน แต่ผมก็ลอบยิ้มน้อยๆ ให้ความเสี่ยวที่เพิ่งได้ยิน “ถึงแม้จะเคย แต่ต่อไปจะไม่มีอีก โอเค๊” 

“ทำไมต้องตกลง” 

“อ่าว แล้วทำไมถึงไม่ตกลง” 

“ก็เพราะทุกครั้งที่ไป มันไปกับไอ้กลอยไง” 

“ก็ถ้าพี่เขาไปกับพี่กลอย พี่ม่านก็ต้องเจออีก เชี่ย ตบหัวกูทำไมวะไอ้เบียร์” ผมกำลังจะอ้าปากตอบ ไอ้เม่นก็ถูกเพื่อนมันตบหัวจนหน้าเกือบทิ่ม 

“สมองมึงเอาไว้คั่นหูเหรอวะ แฟนพี่กลอยแม่งดุขนาดนั้น คงปล่อยให้ไปกับคนที่เคยชอบแฟนตัวเองหรอก” ไอ้เด็กเบียร์มีสติคิดได้เว้ย “ถึงไปได้ มึงก็ต้องไปด้วยอยู่แล้ว จะไปกลัวอะไร มึงคงไม่ปล่อยให้แฟนมึงไปอ่อยคนอื่นหรอก ใช่ไหม” ด้วยความปากดีของไอ้เบียร์ ผมเลยให้รางวัลด้วยการตบหัวเน้นๆ “พี่ตบหัวผมทำไมเนี่ย”

“กูไม่เคยอ่อยใครไอ้ห่า” แล้วมันก็ยกมือไหว้ผมปลกๆ “รีบทำจะได้รีบกลับ มัวแต่คุย ชาตินี้ก็ไม่เสร็จ” ถูกผมดุปุ๊บ สามสหายก็รีบก้มหน้าก้มตาปั่นรายงาน

  ยิ่งดึกยิ่งเงียบ เสียงพูดคุยใต้ตึกเรียนเริ่มน้อยลงเมื่อบรรดานักศึกษาทยอยกลับเกือบหมด ไอ้รอนโบกมือลาผมตอนมันจะกลับ พอผมโบกกลับ ก็ถูกไอ้เม่นจับให้หันหน้าเข้าหามัน โรคบ้ากำเริบอีกตามเคย  

“ใกล้เสร็จยัง” ความเบื่อกลับมาอีกรอบหลังจากขนมหมด ผมฟุบหน้ากับโต๊ะรอเวลาที่จะได้กลับห้อง ง่วงเต็มทน ไอ้เม่นเงยหน้าจากกองหนังสือมายิ้มบางๆ ให้ผม “ง่วง” 

“ใกล้แล้วครับ” ผมยู่ปากเมื่อถูกมือของมันเขี่ยปอยผมที่หล่นปิดหน้า “ถ้าง่วงก็นอนได้นะ เสร็จแล้วเดี๋ยวผมปลุก” 

“ไม่เอา เดี๋ยวไม่ตื่น” พอดีรู้ตัวว่าเป็นคนขี้เซา “รีบทำ” 

“ครับๆ” 

ผมไม่รู้หรอกว่าอีกสองคนที่นั่งตรงข้ามจะมองมายังไง หรือจะแอบหัวเราะ แอบแซวอะไรมา ในเมื่อคนที่ผมต้องสนมันกำลังนั่งจับมือผมอยู่ใต้โต๊ะ นอกจากความเสี่ยวที่มีมากของมันแล้ว ความหวานก็มีมากไม่แพ้กัน ซึ่งมันทำให้ผมแพ้ทุกครั้งที่ได้สัมผัส



ไอ้ม่านแพ้เด็กแล้วจริงๆ


มียาแก้แพ้เด็กให้ผมกินบ้างไหมครับ


...TBC

ขอบพระคุณค่า อีกไม่กี่ตอนจะจบแล้วเด้อจ้า

ความคิดเห็น