email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Ep16 =เวลาที่รอคอย=

ชื่อตอน : Ep16 =เวลาที่รอคอย=

คำค้น : 16

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 479

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 20 มิ.ย. 2560 19:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Ep16 =เวลาที่รอคอย=
แบบอักษร

    นับจากวันที่ได้รู้วิธีย้ายวิญญาณ  วันนี้ก็เป็นวันที่3 อีก 1วันก็จะถึงวันพระจันทร์เต็มดวง  เด็กหนุ่มในร่างอุจิฮะดูร่าเริงเป็นพิเศษ  ที่รู้ว่าอีกไม่กี่วันเขาก็จะได้ร่างคืนแล้ว  เขาจึงยิ้มแย้ม แจ่มใส อารมณ์ดีแบบไม่มีใครห้ามได้  ขณะที่จะไปยังจุดนัดพบหน้าหมู่บ้าน  เพื่อเดินทางไปทำภารกิจใหม่ที่ต่างแคว้น  เด็กหนุ่มก็เดินไปอมยิ้มไป  ทำเอาสาวเล็กสาวใหญ่มองตามจนเหลียวหลัง  ด้วยต้องมนต์ใบหน้าหล่อๆที่มีอยู่เป็นทุนเดิม ผนวกกับรอยยิ้มน้อยๆบนริมฝีปากบาง  จนหญิงสาวบางคนเผลอยิ้มให้

    แต่ถึงแม้บรรยากาศตอนนี้จะดูสดใสเพียงใด  ก็สร้างความเหนื่อยใจให้เด็กหนุ่มที่เดินตามมา

    “ ไอ้เซอะเบ้อะ จะถึงจุดนัดพบแล้ว ถ้านายยังไม่เก็บอาการ อย่าหาว่าฉันไม่เตือน”

    เสียงเย็นที่ส่งมาจากคนที่เดินตามหลัง  ทำเอาเด็กหนุ่มหุบยิ้มทันที ก่อนชะลอฝีเท้าเพื่อให้เดินเสมอกับเด็กหนุ่มที่ส่งเสียงขู่มาเมื่อครู่

    “ นี่ฉันเก็บอาการสุดๆแล้วนะ”

    “ เหรอ...”

    “ ทำไม? ฉันออกอาการอะไรเหรอ?....แต่ว่า วันนี้ดูผู้หญิงในหมู่บ้านอารมณ์ดีจัง ยิ้มให้ตลอดทางเลย”

    ซาสึเกะถอนหายใจเบาๆ “ ซื่อบื้อเอ้ย ฉันไม่รู้จะพูดยังไงกับนายแล้ว...”

    เมื่อเด็กหนุ่มทั้งสองใกล้มาถึงตรงจุดนัดพบ  ก็เห็นเด็กสาวสมาชิกทีมมารออยู่ก่อนแล้ว

    “ ซาสึเกะ...อย่าลืมว่าต้องทำไงเมื่อเจอซากุระจัง” นารุโตะในร่างซาสึเกะเอ่ยเตือนเสียงเบา

    แต่เด็กหนุ่มในร่างเดิมของเขา  ยังคงนิ่ง ทำใบหน้าเรียบเฉย 

    “ แล้วไง...”

    “ ก็แค่ตะโกนไปว่า ‘ อรุณสวัสดิ์ ซากุระจัง ’ แล้วยิ้มกว้างๆ  นายทำให้หน่อยไม่ได้รึไง?  คราวที่แล้วซากุระก็สงสัยไปรอบหนึ่งแล้ว  ถ้านายไม่แสดงเป็นฉันให้มันเนียนกว่านี้  เดี๋ยวก็โดนสงสัยอีกหรอก!”  เด็กหนุ่มว่าเสียงเบา  เพราะพวกเขากำลังเดินเข้าใกล้ตำแหน่งที่เด็กสาวยืนอยู่

    แต่ซาสึเกะในร่างนารุโตะก็ยังคงเฉย จนเดินมาใกล้เด็กสาว

    “ อรุณสวัสดิ์ ซากุระจัง....”  เด็กหนุ่มในร่างนารุโตะเอ่ย  ด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทำเอาเด็กหนุ่มที่เดินตามหลังมา ถึงกับซบหน้ากับฝ่ามือข้างหนึ่ง

    “ อะ อรุณสวัสดิ์นารุโตะ...อรุณสวัสดิ์จ้ะ ซาสึเกะ ”  ด้วยอาการที่ดูผิดปกติของเด็กหนุ่มผมทอง  ทำเอาเด็กสาวชะงักไปครู่หนึ่ง

    “ อาจารย์คาคาชิคงมาสายตามเคย” เด็กหนุ่มคราบซาสึเกะเอ่ยเสียงเรียบ เพื่อเบี่ยงความสนใจ

    “ ก็เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ไหน  แต่ไรมาแล้วนี่” เด็กสาวตอบ พลางตาสีชาก็มองเด็กหนุ่มทั้งสอง

    ‘ เอาอีกแล้ว  มาพร้อมกันอีกแล้วนะ...ชักน่าสงสัยจริงๆสองคนนี้  คงมีอะไรปิดบังอยู่แน่ๆเลย  ถึงซาสึเกะจะบอกว่าเราคิดไปเองก็เถอะ  แต่หมู่นี้ดูเขาแปลกๆไปยังไงไม่รู้  จนบางครั้งคิดว่าซาสึเกะเป็นนารุโตะซะอีก...นารุโตะก็เหมือนกัน  หมู่นี้ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นเยอะ แถมไม่ค่อยร่าเริงเหมือนเมื่อก่อน ดูเย็นชาขึ้นยังไงไม่รู้ จนรู้สึกว่าเป็นซาสึเกะ ’

    “ ภารกิจคราวนี้ไปที่แคว้นทะ ซินะ?” นารุโตะในร่างซาสึเกะถาม เพื่อหาเรื่องคุยฆ่าเวลา

    “ จ้ะ ตั้งแต่หมู่บ้านโอโตะล่มสลาย ที่นั้นก็สงบสุขขึ้น  เพราะซาสึเกะคุงช่วยกำจัดโอโรจิมารูให้แท้ๆเลย”

    ซาสึเกะในร่างนารุโตะหลุบตาลงทันทีที่ได้ยินเรื่องนี้ ‘ เปล่าหรอก...คนที่ฆ่าโอโรจิมารูจริงๆ ไม่ใช่ฉัน แต่เป็นอิทาจิต่างหาก’

    “ แคว้นทะเหรอ...เกือบลืมไปเลย” นารุโตะในร่างซาสึเกะพึมพำเบาๆ เมื่อนึกถึงเรื่องที่เกี่ยวกับแคว้นทะในอดีต

    เสียงพึมพำของเด็กหนุ่ม  เรียกให้เด็กหนุ่มที่อยู่ข้างๆหันมามอง  ‘ หมอนี่เคยไปแคว้นทะด้วยเหรอ?’

    “ ยังคิดถึงที่นั้นอยู่เหรอซาสึเกะคุง”  ซากุระถามขึ้น

    “ เปล่า เปล่าหรอก...”

    นัยน์ตาสีชามองเด็กหนุ่มด้วยความฉงน  ขณะที่นัยน์ตาสีฟ้าของอีกคนก็มองครู่หนึ่ง  ก่อนที่จะละสายตา

“ไง...อรุณสวัสดิ์ ซากุระ นารุโตะ ซาสึเกะ”

“ ไม่ต้องมาไงเลย! ครูคาคาชิ!! อายุก็มากขึ้นแล้ว น่าจะหัดปรับปรุงตัวซักหน่อย!...” ซากุระโวยขึ้นทันที  แต่ก็ชะงักเมื่อรู้สึกว่าเธอโวยวายอยู่คนเดียว  ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้จะมีคนโวยสมทบ หรือโวยนำ หรือบางครั้งก็โวยพร้อมกัน  แต่ภารกิจคราวที่แล้ว และคราวนี้ดูเหมือนว่านารุโตะจะดูสงบปากสงบคำ ‘ ดูผิดปกติจริงๆด้วย’

“ น่าๆใจเย็นๆซากุระ  นารุโตะเค้ายังไม่ว่าอะไรเลย”

“ ว่าไปก็เท่านั้น...ถึงไง  ครูคาคาชิก็ไม่กระเตื้องหรอก” เด็กหนุ่มคราบนารุโตะกล่าวก่อนเดินนำไป

ฉึก!  คำพูดจากทายาทตระกูลอุจิฮะในร่างนารุโตะ  บาดลึกเข้ากลางใจของผู้เป็นหัวหน้าทีม

“ รู้สึกเหมือน  ความเชื่อถือลดลงทุกทีแหะ” โจนินหนุ่มกล่าวก่อน  เดินตามเหล่าลูกทีมที่ดูเหมือนจะเสื่อมความนับถือเขาลงเรื่อยๆ

    ภารกิจที่ทีมคาคาชิได้รับคือ การคุ้มกันการขนส่งหยกไข่มุก  สมบัติล้ำค่าของไดเมียวแคว้นทะ ไปให้ไดเมียวแคว้นคุสะ  เพื่อเป็นเครื่องบรรณาการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างแคว้น  และระหว่างสองแคว้นนี้ก็อยู่ห่างไกลกันพอควร  ใช้เวลาสามวันในการเดินทางจากแคว้นทะ ไปยังแคว้นคุสะ

    กว่าทีมคาคาชิจะเดินทางมาถึงบ้านของไดเมียวแคว้นทะ  เวลาก็ล่วงเลยไปจนพลบค่ำ  เมื่อมาถึงไดเมียวก็จัดการต้อนรับเป็นอย่างดี และการเดินทางไปแคว้นคุสะคือพรุ่งนี้เช้ามืด

    นารุโตะจึงใช้เวลาช่วงหลังจากอาบน้ำกินข้าวมาเดินสำรวจบ้านไดเมียว  เป็นการฆ่าเวลาจนกว่าคาคาชิจะเรียกประชุม  เพราะตอนนี้ท่านหัวหน้าทีมกำลังสนทนาอยู่กับได้เมียวแคว้นทะอยู่  แต่สุดท้ายก็กลับมาตายรังในห้องพักซึ่งมีซาสึเกะกำลังนั่งเช็คอาวุธ และสัมภาระอยู่  ส่วนซากุระก็ต้องไปพักอีกห้องที่ทางไดเมียวได้จัดเตรียมไว้  เพราะเห็นว่าเป็นผู้หญิงหนึ่งเดียวในทีม

    “ บ้านกว้างเหมือนกันนะ  มีพวกทหารอยู่เพียบเลย ”  เด็กหนุ่มว่าก่อนเอาฟูกนอนมาปูข้างๆคนที่กำลังคร่ำเคร่งอยู่กับการตวจสัมภาระ

    “ นายเคยมาแคว้นทะแล้วเหรอ?”  จู่ๆคนที่เช็คสัมภาระ ก็เอ่ยถามโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย

    “ อืม! มาตอนที่มาตามหาเบาะแสนาย ตอนที่นายมาอยู่โอโตะนาคุเระ ว่าแต่...นายกำจัดโอโรจิมารูยังไง? เล่าให้ฟังหน่อยดิ”

    เด็กหนุ่มพูดก่อนจะนั่งหันหน้ามาทางเด็กหนุ่มที่อยู่ในร่างเขา  ที่ตอนนี้กำลังค่อยๆทยอยเอาของทั้งหลายใส่กระเป๋า

    “ ....ฉันไม่ได้กำจัดโอโรจิมารูโดยสิ้นเชิงหรอก  ถึงตอนแรกฉันจะฆ่ามันจริงๆ แต่ตอนที่สู้กับอิทาจิ จักระของฉันอ่อนกำลังลง  เลยทำให้จักระของโอโรจิมารุที่ฉันยึดมาเข้าครอบครองตัวฉันไปชั่วขณะ...แต่สุดท้าย หมอนั่น...พี่ของฉัน ได้ทำลายจักระของโอโรจิมารู  ฉันเลยรอดมาได้...แต่อิทาจิก็ตาย...”  นัยน์ตาสีฟ้าฉายแววโศกเศร้าอย่างเห็นได้ชัด

    “ ถึงว่า...ตอนนั้นอิทาจิถึงพูดอะไรแปลกๆ”

    “ นายเจอหมอนั่นด้วยเหรอ? เจอตอนไหน ที่ไหน?” ถึงน้ำเสียงคนถามจะราบเรียบแต่ แววตาที่ฉายมานั้น  บอกได้ว่ากำลังสนใจคำพูดของเด็กหนุ่มที่อยู่ในร่างของเขามาก

    “ ตอนที่ไล่ตามนาย ตอนที่ได้ข่าวว่านายมาที่หมู่บ้าน  ก่อนสงครามเริ่ม โดนอิทาจิดักไว้ก่อน  ไม่งั้นคงตามนายทัน”

    “ หมอนั่นพูดอะไรกับนายบ้าง...”

    “ ....ตอนนั้น  เขาถามฉัน ว่าถ้าหากนายมาถล่มโคโนฮะ  ฉันจะทำยังไง...จะเลือกหยุดนาย  หรือเลือกปกป้องหมู่บ้าน  ตอนนั้นฉันก็ยังหาคำตอบไม่ได้หรอก...จนมาพบกับนายในวันนั้น...แล้วนายก็ถามฉันคล้ายๆกับอิทาจิ  ว่าจะให้ฉันเป็นคนฆ่านาย  หรือว่านายจะฆ่าฉัน”

    “ และนายก็บอกว่า จะไม่ฆ่าฉันและจะปกป้องหมู่บ้าน....แล้วถ้าเราจะต้องสู้กัน เราทั้งคู่ก็จะต้องตาย”

    นัยน์ตาสีฟ้าสบกับนัยน์ตาสีนิลครู่หนึ่ง

    “ แต่สุดท้าย...นายก็กลับมาช่วยฉัน ช่วยหมู่บ้าน  ถึงจะฉิวเฉียดก็เถอะ...แต่ฉันดีใจมากนะที่ได้สู้ร่วมกับนาย  และนายไม่ทิ้งฉัน ไม่ทิ้งหมู่บ้าน” นารุโตะพูดพร้อมยิ้มกว้าง  เรียกรอยยิ้มบางๆได้จากเด็กหนุ่มอีกคน

“ แล้วนายใช้ดาบได้คล่องบ้างรึยัง?” ซาสึเกะในร่างนารุโตะกล่าว พลางมองเด็กหนุ่มในร่างของเขา

“ ระดับนี่แล้วน่า!” เด็กหนุ่มในร่างซาสึเกะพูดพลางยิ้มร่า

“ ขี้โม้จริงๆนะนาย  เมื่อวานที่ฉันฝึกให้ยังควบคุมจังหวะไม่ได้เลย”

“ ก็แล้วไง! ไว้ถึงคราวต้องใช้ก็ใช้เป็นเองแหละน่า” นารุโตะในร่างซาสึเกะเบ้ปากอย่างไม่พอใจที่โดนรู้ทัน  ที่จริงแล้วตัวเขาถนัดอาวุธขนาดกะทัดรัด  ที่ใช้ได้ง่ายอย่างมีดสั้นมากกว่า

และก่อนที่จะเริ่มการสนทนาต่อ  ร่างระหงของเพื่อนสาวร่วมทีมก็เข้ามาในห้อง พร้อมกับโจนินหัวหน้าทีม 

“ มาๆ เริ่มประชุมกันเลย  ไม่ให้เสียเวลา”

โจนินหนุ่มพูดพลางนั่งลงตรงที่ว่างของห้อง  ซึ่งเด็กสาวก็นั่งลงด้านซ้ายผู้เป็นหัวหน้าหน่วย  ก่อนที่เด็กหนุ่มทั้งสองจะพากันมานั่งล้อมวงประชุม  ถึงเรื่องการวางแผนงาน  ในการทำภารกิจคุ้มกันหยกไข่มุก ให้ถึงมือไดเมียวแคว้นคุสะโดยปลอดภัย

    แผนการการคุมกันแบ่งออกเป็นสี่ทิศ  ด้านหน้าเป็นตำแหน่งของคาคาชิ อยู่สอดส่องบริเวณรถม้าของนักการทูตแคว้นทะ  ด้านซ้ายเป็นตำแหน่งของซากุระ  ด้านขวาเป็นตำแหน่งของนารุโตะในคราบซาสึเกะ ทั้งสองจะอยู่ใกล้รถม้า ที่บรรทุกหยกไข่มุกกับเครื่องบรรณาการต่างๆ  และสุดท้ายคนระวังหลังคือซาสึเกะในคราบนารุโตะ

    และตอนนี้พวกเขาก็ได้อยู่ตามตำแหน่งที่วางแผนกันไว้เมื่อคืนแล้ว  รถม้าที่ใช้เดินทางมีเพียง 2 คัน เนื่องจากแคว้นทะเป็นแคว้นเล็กๆ ไม่ได้ร่ำรวยมากมาย  จึงไม่มีเครื่องบรรณาการมากนัก  และเพราะการประสานงานของคาคาชิกับไดเมียวแคว้นทะ  โดยคาคาชิได้เสนอให้ใช้รถม้าเท่าที่จำเป็นและกำลังคนที่จะเดินทางไปคุ้มกันนักการทูต  และเครื่องบรรณาการพอสมควร  เพื่อไม่ให้ตกเป็นเป้าสายตามาเกินไป และไม่ต้องเปลืองกำลังคน

    ซึ่งระหว่างทางในวันแรก  พวกเขาก็ไม่ได้พบปัญหาอะไรที่น่าเป็นห่วง  จนเวลาพลบค่ำคาคาชิจึงหาจุดแวะพักที่ดูปลอดภัย  อยู่บริเวณป่าไม้ ห่างจากจุดพักไปประมาณ 100 เมตรเป็นลำธารสามารถใช้ชำระล้างหน้า ล้างตัวได้

    นารุโตะในร่างซาสึเกะหามุมส่วนตัวนั่งพักครู่หนึ่ง  หลังจากทานอาหารมื้อเย็นแล้ว  ตรงนี้แหละที่เขาสามารถปลดปล่อยความเป็นตัวเขาได้อย่างเต็มที่  ไม่ต้องคอยเก๊กหน้าเป็นซาสึเกะ  พอนั่งได้ซักพักเด็กหนุ่มก็ยิ้มกว้างทันที 

“ เฮ้อ~~ จะได้กลับคืนร่างเดิมซะที”  เด็กหนุ่มพูดพลางเอนพิงโคนต้นไม้ มองดูดวงจันทร์ที่ทอแสงนวลใส  “ ชักอดใจรอให้ถึงเที่ยงคืนไม่ไหวซะแล้ว ...”  นัยน์ตาสีนิลเหม่อมองแสงนวลที่ฉายอยู่รอบๆพระจันทร์กลมสวย

 “ แต่ไม่ใช่เวลาจะมาอู้ซักหน่อย  ไว้กลับเข้าร่างเดิมได้จะบ้าให้สะใจไปเลย~~!” เมื่อปลดปล่อยอารมณ์ได้พอหอมปากหอมคอ  เขาก็ยันกายลุกขึ้นบิดขี้เกียจ  ก่อนเข้าไปสมทบกับกลุ่ม

    เด็กหนุ่มในร่างซาสึเกะ เลือกนั่งลงข้างๆเด็กหนุ่มในร่างนารุโตะ

    “ นารุโตะ...รู้ใช่มั้ย  วันนี้”  ทันทีที่หย่อนตัวลงนั่ง  ซาสึเกะในร่างนารุโตะก็เอ่ยถาม

    “ อื้อ! จำได้แม่นเลย อยากให้ถึงเที่ยงคืนเร็วๆด้วยซ้ำ”

    “ หึ...งั้น  ก่อนถึงเที่ยงคืนซักสิบนาที  นายมาพบฉันที่ริมลำธารฝั่งโน้นก็แล้วกัน...”

    “ อ้าว! ทำไมล่ะ?  ย้ายวิญญาณตรงนี้เลยไม่ได้เหรอ?” เด็กหนุ่มที่ไม่ค่อยคิดอะไรมากความ  เอ่ยถามด้วยความแปลกใจ  ‘ ก็แค่พ่นลมหายใจใส่กัน  ทำตรงนี้ก็ได้หนิ?’

    “ อยากให้ซากุระรู้รึไง?...ในกระดาษนั่นก็บอกอยู่แล้วว่าต้องใช้เวลา”

    “ นั่นซินะ..”  *‘ ถ้าคนอื่นเขาตื่นมาเจออะไรแปลกๆ  คงตกใจกันน่าดู’*  แต่ถึงเป็นแบบนั้น  ทำไมซาสึเกะต้องนัดเขาไปทำวิธีย้ายวิญญาณซะไกลขนาดนั้น  จนเด็กหนุ่มเริ่มรู้สึกแปลกๆขึ้นมา  โดยไม่ทราบสาเหตุ


==============>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>To be continue

ขอโทษที่ให้รอนาน (มากๆ)

ขอบคุณทุกคอมเม้นต์คร้าบผม เป็นกำลังใจได้อย่างดี^^

ความคิดเห็น