email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Ep14 = แผนรับมือ =

ชื่อตอน : Ep14 = แผนรับมือ =

คำค้น : 14

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 426

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 20 มิ.ย. 2560 19:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Ep14 = แผนรับมือ =
แบบอักษร

บริเวณตรอกแคบลับตาคน  เด็กหนุ่มคราบอุจิฮะยังยืนนิ่งราวกับ  จะทำตัวให้กลมกลืนกับท่อส่งน้ำที่อยู่ข้างตัว  โดยมีเด็กหนุ่มตระกูลนารายืนอยู่ไม่ไกลนัก  กำลังรอคำตอบจากเด็กหนุ่มตระกูลอุจิฮะ

    ‘ ถ้าเป็นซาสึเกะ มันจะทำยังไงนะ?’ หัวสมองที่ไม่ค่อยได้คิดอะไรมากนัก  ก็เร่งรวบรวมอุปนิสัยของเพื่อนรัก  ที่เป็นคนเย็นชา  เก็บอารมณ์เก่ง  ชอบพูดจาไม่รื่นหู  แต่ก็เป็นที่พึ่งพาเมื่อเดือดร้อนได้ดี  มีเซ้นต์ด้านการต่อสู้  และยิ่งไปอยู่กับโอโรจิมารู  ความเย็นชามันทวีคูณ เดาความคิดมันโคตยาก  ส่วนไอ้เรื่องความฉลาดก็ไม่อยากจะยอมรับ  แต่ก็ต้องยอมรับว่ามันฉลาดกว่า....และที่สำคัญ หมอนั้นทำทุกอย่างเพื่อให้บรรลุจุดประสงค์ของตัวเองโดยไม่สนอะไร

    “ ฉันจำเป็นต้องบอกนายด้วยเหรอ?”  แค่ปั้นหน้าให้นิ่ง  ก็ยากเต็มกลืนสำหรับอุสึมากิ นารุโตะ แต่ก็ต้องทำเสียงให้ดูหยิ่งๆ เย็นชาด้วย  ถึงจะยากแค่ไหน แต่เพื่อความอยู่รอดเขาก็ต้องทำให้ได้!

    “ เปลี่ยนท่าทีไวเหมือนกันนี่...บอกตามตรง  ฉันไม่ไว้ใจนาย  เพราะนายเคยทรยศหมู่บ้าน  ที่จริงฉันก็ไม่อยากยุ่งเรื่องน่ารำคาญพรรคนี้หรอก  แต่...ฉันไม่อยากให้นายดึงนารุโตะเข้าไปเกี่ยว  หมอนั่นถึงจะดูซื่อบื้อ  แต่ก็เป็นที่พึ่ง คอยช่วยเหลือหมู่บ้านในยามเดือดร้อน  ถึงนายจะช่วยกำจัดมาดาระ  แต่ฉันก็ยังไม่ไว้ใจนายอยู่ดี  ถ้าไม่ยอมบอก นายก็ยิ่งน่าสงสัย...”

    คำพูดของชิกามารุทำเอานารุโตะในร่างของซาสึเกะนิ่งเงียบ  รู้สึกเหมือนกับหัวใจถูกบีบอัด ‘ นั่นซินะ...ชิกามารุก็เคยบอกแล้ว ว่าไม่ค่อยชอบหน้าซาสึเกะ และซาสึเกะเองก็เพิ่งหลุดจากคดีมา  จะมีคนไม่ไว้ใจก็ไม่ใช่เรื่องแปลก  แต่ว่า...แต่ว่า...’

    “ มีแค่นั้นซินะ...”

    เด็กหนุ่มคราบอุจิฮะหันมาประจันหน้ากับเด็กหนุ่มตระกูลนารา  ท่าทีของเขาดูสงบนิ่ง เคร่งขรึม มีอำนาจต่างจากเมื่อครู่  จนชิกามารุเองเริ่มมองด้วยสายตาจริงจัง  จากที่เคยมองด้วยสายตาเบื่อหน่าย

    “ ถึงฉันจะไม่ได้รับความเชื่อใจจากคนในหมู่บ้านทั้งหมด  ฉันก็ไม่สนใจ...แต่ คนที่ต้องการเริ่มใหม่  เพียงความไว้ใจจากเพื่อนรักมันมีค่ายิ่งกว่าคนในหมู่บ้านซะอีก  ก็เหมือนๆกับคนที่อยู่อย่างเดียวดาย ได้รับความสำคัญจากใครสักคนหนึ่ง  ก็ทำให้เขารู้ว่าตัวเขามีค่าพอที่จะใช้ชีวิตต่อไป”

    นัยน์ตาสีรัตติกาลมองนิ่ง  สบกับนัยน์ตาสีนิล ‘ ฉันแค่ทนไม่ได้  ที่มีคนมาพูดถึงนายแบบนี้  ซาสึเกะ...ถึงจะไม่มีใครไว้ใจนาย  แต่ฉัน...ยังไว้ใจนาย และเชื่อใจนายเสมอ ว่านายคือหนึ่งในโคโนฮะ และคือเพื่อนที่ฉันรักที่สุด’

    “ พูดอย่างกับนารุโตะ...เล่นเอาฉันขู่นายไม่ลง...” จูนินหนุ่มยกมือขึ้นมาจับท้ายทอย แสดงอาการวางตัวไม่ถูกของเขา      

    ชิกามารุคลายพันธนาการเงาให้ซาสึเกะเป็นอิสระ ก่อนจะหันหลังเดินจากไป  ทำเอานารุโตะในร่างซาสึเกะงงเป็นไก่ตาแตก

    “ ไม่อยากได้คำตอบแล้วเหรอ...”

    “ ได้ยินคำพูดนาย แล้วฉันละอายว่ะ...จะปล่อยนายไปแค่ตอนนี้แหละ  แต่ถ้า...เมื่อไหร่ที่นายคิดไม่ซื่อกับหมู่บ้าน  และเอานารุโตะไปเกี่ยวด้วยล่ะก็...ฉันจะฆ่านายซะ”  ชิกามารุพูดก่อนกระโดดตัวจากไป

    เด็กหนุ่มคราบอุจิฮะมองตาม  ก่อนที่รอยยิ้มบางๆจะแย้มขึ้น ‘ ขอบใจนะ...ชิกามารุ’

บนตึกฟากขวาของตรอกนั้น  ปรากฏร่างของเด็กหนุ่มร่างสถิต กำลังมองเด็กหนุ่มในร่างอุจิฮะหรือร่างเดิมของเขา  ด้วยรอยยิ้มที่ซ่อนความหมายดีๆไว้มากมาย  ที่จริงก็คิดว่าจะลงไปช่วยอยู่แล้ว  พอเห็นแบบนี้ก็หมดห่วง  แต่...ปัญหาของเขายังไม่จบ

ร่างหนึ่งปรากฏขึ้นทางด้านหลังของเด็กหนุ่มคราบนารุโตะ  ซึ่งร่างนั้นก็ยืนอยู่ไม่ห่างมากนัก

“ ครูคาคาชิ...มาทำไมอีก?” โดยไม่ต้องหันไปมอง  เขาก็สามารถรู้ได้ว่าใครที่ยืนอยู่ข้างหลังเขา

แต่ ก็ถือว่าผิดความคาดหมาย  จากที่ตอนแรกเด็กหนุ่มคิดว่าเป็นชิโนะ  ที่สะกดรอยเขาอยู่

“ มาตามความคืบหน้าของภารกิจ...”

คำพูดของโจนินหนุ่มทำเอาซาสึเกะในร่างนารุโตะหันขวับ  มาทางหัวหน้าหน่วย เพราะความสงสัย  แต่พอมองหน้าคาคาชิแล้ว  ก็พอรู้ได้ว่าตอนนี้คือการแสดงตบตาเด็กหนุ่มผู้ใช้แมลง

“ คงบอกตอนนี้ไม่ได้หรอก ครูคาคาชิ” ถึงยังไงก็คงต้องแสดงเป็นนารุโตะให้สมบทบาท

“ งั้นเหรอ...แล้ว...เธอมีธุระอะไรเหรอ? ชิโนะ”

เมื่อเห็นว่าการสะกดรอยล้มเหลว  เด็กหนุ่มตระกูลอาคุราเมะจึงปรากฏตัวต่อหน้าโจนินหนุ่ม  และเด็กหนุ่มผมทอง

“ ก็...ไม่มีอะไรนี่ครับ”

“ ไม่มีอะไร แล้วสะกดรอยนารุโตะมาทำไมล่ะ?”

“ ครูมั่นใจเหรอครับ? ว่าหมอนั่นคือนารุโตะ”

“ นี่เธอกำลังจะบอกว่า นารุโตะที่อยู่ตรงนี้เป็นตัวปลอมซินะ?”

“ ก็ไม่เชิง เหมือนจะเป็นนารุโตะ แต่นิสัยวันนี้มันดูแปลกๆไป” ชิโนะว่าพลางมองมาทางเด็กหนุ่มคราบนารุโตะ

“ แปลกตรงไหน...?” ซาสึเกะในร่างนารุโตะถาม

“ นายน่าจะรู้ดีกว่าฉัน เพราะเป็นตัวนายเอง...ตัวเองดูผิดปกติก็น่าจะรู้ตัวเองก่อน”

‘ ไอ้หมอนี่  พูดจาชวนปวดหัว’ เด็กหนุ่มคิดพลางทำหน้าหน่าย อย่างไม่ปิดบัง 

“ จะให้ฉันทำยังไงนายถึงจะพอใจ” ซาสึเกะในร่างนารุโตะว่าก่อนมองหน้าชิโนะ  ด้วยสีหน้าหาเรื่องสุดๆ  ส่วนเด็กหนุ่มผู้ใช้แมลงก็มองหน้าเด็กหนุ่มผมทองนิ่ง  ก่อนจะหันหลังกลับ

“ วันนี้นายอาจกินยาลืมเขย่าขวด  พอแค่นี้แหละ...แค่หน้ากวนๆซื่อบื้อๆแบบนี้ค่อยดูเป็นนารุโตะขึ้นมาหน่อย” ชิโนะพูดก่อนเรียกแมลงออกจากตัวของนารุโตะ  แล้วกระโดดตัวไปทางอื่นทันที  ทิ้งให้คาคาชิกับซาสึเกะในคราบนารุโตะงงกับท่าทีของเด็กหนุ่มตระกูลอาคุราเมะ  ที่ว่าซาสึเกะเป็นคนอ่านใจยาก คงไม่จริงเสมอไป  เพราะการจะเข้าใจชิโนะนั้นยากกว่า

เมื่อปัญหาคลี่คลาย ซาสึเกะจึงกลับมาที่บ้านของเขาพร้อมคาคาชิ  เพื่อเตรียมแผนการเล่นละครตบตา ให้ดูดีกว่านี้  และหาทางไม่ให้คนอื่นๆจับพิรุธเขากับนารุโตะได้

พอมาถึงบ้านก็พบนารุโตะที่อยู่ในร่างซาสึเกะนั่งกินราเม็งถ้วย พลางซดน้ำกระป๋องอย่างสบายใจ  อยู่ที่โต๊ะอาหาร  เมื่อเด็กหนุ่มจอมกวน เห็นเจ้าของบ้านตัวจริงกลับมาพร้อมหัวหน้าหน่วย  ก็กลืนเส้นราเม็งลงคอก่อนยิ้มทัก  ทำเอาคาคาชิทำหน้าไม่ถูกที่เห็นหน้าที่เคยดูเย็นชามายิ้มแฉ่ง  จึงทำให้โจนินหนุ่มหลุดขำไปครั้งหนึ่ง  และก็ต้องกลั้นอารมณ์อยากหัวเราะไว้  เพราะสายตาอำมหิตที่ส่งมาจากซาสึเกะตัวจริงในร่างนารุโตะ

“ กลับมาแล้วเหรอ~~ จะกินอะไร ก็ตามสบายนะ นึกซะว่าเป็นบ้านตัวเอง  ครูครับในตู้เย็นมีน้ำกระป๋องเยอะแยะเลย หยิบเลยตามสบาย”

“ แหม...รู้สึกเกรงใจ ยังไงบอกไม่ถูก” คาคาชิว่าพลางนั่งลงตรงหัวโต๊ะ

ซาสึเกะเดินไปเปิดตู้เย็น แล้วจึงหยิบเหยือกน้ำมารินไว้สองแก้ว  โดยส่งให้หัวหน้าหน่วยแก้วหนึ่งและอีกแก้วของตัวเขาเอง

“ ขอบใจๆ” โจนินกล่าวขอบคุณก่อนยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม

ส่วนซาสึเกะในร่างนารุโตะก็นั่งลงด้านตรงข้ามกับร่างเดิมของเขา

“ เดี๋ยวนี้นายเป็นเจ้าของบ้านแล้วเหรอ?”

“อืม!” เด็กหนุ่มตอบอย่างไม่ละอาย  ก่อนยกราเม็งขึ้นซดโดยไม่เกรงใจถึงภาพพจน์  ของเจ้าของร่างเดิมที่อยู่ตรงหน้าเลยสักนิด

“ หน้าไม่อายนะนารุโตะ...” เจ้าของบ้านคนเดิมว่าก่อนยกน้ำขึ้นดื่ม

ส่วนทางคนที่สวมรอยเป็นเจ้าของบ้าน  ก็ยกแขนเสื้อขึ้นมาเช็ดปากก่อนยิ้มร่า

“ ตอนนี้ฉันอยู่ในร่างนาย  อะไรที่เป็นของๆนายก็เหมือนของๆฉันนั้นล่ะ” เจ้าตัวว่าก่อนยกน้ำกระป๋องขึ้นดื่มรวดเดียว

เมื่อได้ยินคำตอบ เจ้าของบ้านคนเก่าก็ถึงกับถอนหายใจ

“ แล้วไปทำอะไรมา  เล่นเอาเสื้อผ้าฉันเปื้อนไปหมด”

“ เกิดเรื่องนิดหน่อย...พอตอนที่แยกกับนาย  ฉันก็ไปที่สนามฝึกทางป่าฝั่งตะวันออก ก็กะว่าจะซ้อมคนเดียว แต่เจ้าคิ้วเหลี่ยมดันโผล่มาจะเป็นคู่ซ้อมให้  พอหนีมาได้ก็มาชนกับอิโนะอย่างจัง เลยเปื้อนแบบนี้  และสุดท้ายก็มาเจอชิกามารุ...โดนหมอนั่นสงสัยเข้า นึกว่าความลับจะแตกซะแล้ว  แต่ดีที่หมอนั่นปล่อยมา”  เด็กหนุ่มพูดพลางเอาถ้วยราเม็งไปทิ้งลงถังขยะ  ก่อนจะเดินมาเปิดตู้เย็นเพื่อเอาน้ำเปล่า

“ ดูเหมือนพอพวกเธอแยกเดี่ยว ก็เป็นเป้าสายตาให้จับผิดได้ง่ายซินะ” คาคาชิถาม

“ ก็คงงั้น” คนตอบคือซาสึเกะในคราบนารุโตะ

“ ปล่อยไว้แบบนี้คงไม่ดี...ยิ่งอยู่ในร่างที่ไม่ใช่พลังถนัดของตัวเอง  ถ้าโดนโจมตีก็ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ” โจนินหนุ่มออกความเห็นก่อนมองมาทางเด็กหนุ่มผมทอง  จะว่าไปพอสองคนนี้สลับร่าง ก็เหมือนได้เห็นในมุมที่สองคนนี้ไม่เคยมี  ก็ดูแปลกๆตลกดีเหมือนกัน  ที่เห็นนารุโตะเต๊ะท่าขรึม วางภูมิตลอดเวลา  ส่วนซาสึเกะก็กลายเป็นขี้เล่น ร่าเริง  ทำหน้าทะเล้นอยู่เป็นนิตย์  จะบอกว่าไงดี...นิสัยที่สลับกันแล้ว  มันขัดกับหน้าตาเอามากทีเดียว

“ ครูเอาแอปเปิ้ลมั้ย?” เด็กหนุ่มผมสีนิลประกายน้ำเงินถามขึ้น  ขณะคุ้ยๆอยู่ที่ตะกร้าผลไม้

“ ก็ดี” ว่าแล้วลูกทีมเขาก็ส่งแอปเปิ้ลมาทางอากาศ  ก่อนที่โจนินหนุ่มจะรับได้อย่างสวยงาม  “ แท้งกิ้วหลาย”

“ แล้วนาย..จะเอาอะไร?” นารุโตะว่าก่อนที่จะหันมาทางร่างเดิมของตน

“ ทำอะไรให้กินหน่อย...ไม่เอาราเม็งถ้วย”

“ ทำเองเดะ  เรื่องไรฉันต้องทำให้นายด้วย” เด็กหนุ่มโวยกลับ

“ มาอาศัยบ้านฉัน  กินข้าวบ้านฉันฟรีๆ แถมยังสวมรอยเป็นเจ้าของบ้านเอาดื้อๆ ฉันไม่เตะนายออกจากบ้าน ก็ถือว่าฉันเมตตาขนาดไหนแล้ว  หัดทำตัวให้เป็นประโยชน์ซะบ้าง” ซาสึเกะว่าพลางทำหน้านิ่งมอง  เด็กหนุ่มผู้อาศัย

“ เออๆ ได้ทีก็ว่าซะยาว  ถ้าไม่จำเป็นฉันไม่มาพึ่งพิงนายหรอกเฟ้ย! ข้าวไข่เจียวก็แล้วกัน...แล้วครูคาคาชิจะเอาด้วยรึเปล่า?”

“ ครูไม่กล้าปฏิเสธ ให้เสียน้ำใจเธอหรอก”

“ ทำเป็นพูดดี...”  เด็กหนุ่มว่าพลางหยิบอุปกรณ์ขึ้นมาเตรียม

“ จะกินได้จริงๆน่ะเหรอ?” คาคาชิถามขึ้นอย่างสงสัย  เพราะที่เคยไปเยี่ยมบ้านนารุโตะ  ก็เห็นแต่เจ้าตัวทานราเม็งถ้วยแถบทุกมื้อ  ไม่ก็ไปที่ร้านราเม็ง

“ ...นั่นซินะ...นารุโตะ! เดี๋ยวฉันทำเอง นายไปนั่งเถอะ” ซาสึเกะในร่างนารุโตะว่า ก่อนจะลุกขึ้นเดินมาทางที่ร่างเดิมเขายืนอยู่

“ ไม่ต้องเว้ย! ประมาทฝีมือกันมากไปแล้ว!...นายกลับไปนั่งรอเลยไปซาสึเกะ  แล้วจะรู้ว่าข้าวไข่เจียวสูตรของท่านอุสึมากิ  นารุโตะ อร่อยเหาะแค่ไหน!” นารุโตะหันมาโวย

“ อย่าทำครัวฉันพังล่ะ” เด็กหนุ่มว่าก่อนกลับไปนั่งที่เดิม 

ในเมื่อไม่สามารถหยุดยั้งสถานการณ์นี้ไว้ได้  ทั้งซาสึเกะและคาคาชิจึงต้องยอมลองเสี่ยงชีวิตกับอาหารมื้อนี้ดูสักครั้ง

สักพักข้าวไข่เจียวส่งกลิ่นหอมฉุย  ก็ถูกนำมาวางตรงหน้าคาคาชิและซาสึเกะในร่างนารุโตะ  ทำเอาคนที่นั่งตัวเกร็งรออาหารนั้นแปลกใจไปตามๆกัน  รู้สึกผิดคาดอย่างบอกไม่ถูก  ทั้งสองหนุ่มก็มองข้าวไข้เจียวที่วางอยู่ตรงหน้าด้วยแววตาเหลือเชื่อก่อนแปรเป็นแววตาระแวง  อาจไม่แน่! อย่าเพิ่งไว้ใจ  หน้าตาอาจน่ากิน แต่รสชาติอาจพรากชีวิตพวกเขาได้

พอเสิร์ฟอาหารให้หัวหน้าหน่วยและซาสึเกะแล้ว  นารุโตะก็นั่งลงที่เดิมพร้อมกับข้าวไข่เจียวของเขา อีกหนึ่งจาน

“ นายกินราเม็งไปแล้วไม่ใช่เหรอ? ” เด็กหนุ่มในร่างเดิมของนารุโตะถาม  พลางหยิบช้อนส้อมมาไว้ในมือ

“ ก็เห็นไข่เจียวแล้วมันหิวขึ้นมาอีก เอาล่ะๆอย่าเสียเวลาเลยเดียวเย็นมันจะไม่อร่อย  ทานนะคร้าบ~~” พ่อครัวคนเก่งว่าก่อนเริ่มตักข้าวเข้าปาก 

“ อร่อย~~ อ้าว...ซาสึเกะครูคาคาชิทานซิครับ อุตส่าทำให้แล้วนะ”

เมื่อเห็นว่าทั้งสองคนยังไม่กล้าแตะต้องข้าว  เหมือนกลัวมันจะบุบสลาย  นารุโตะจึงเอ่ยท้วงก่อนลงมือทานต่อไปด้วยสีหน้ามีความสุข  ทำให้ทั้งสองหนุ่มเริ่มตักข้าวเขาปากบ้าง

“ ไม่น่าเชื่อเลยนะ ว่าเธอจะทำข้าวไข่เจียวได้ดีแบบนี้”  หัวหน้าหน่วยเอ่ยชมก่อนลงมือทานต่อ

“ ใช่ม้า! พูดแล้วจะหาว่าคุย  ผมเคยทำเส้นราเม็งสูตรพิเศษของร้านอิจิราคุมาแล้ว ธ่อ!”

“ ก็กำลังคุยอยู่นี่ไง...หึ หน้าอย่างนายทำอาหารอย่างอื่นเป็น นอกจากราเม็งถ้วย...”

นารุโตะหันขวับมาทางซาสึเกะ  “ จะชมว่าฉันทำอร่อยก็ไม่ได้ว่าอะไรนะ....” เด็กหนุ่มพูดขณะที่มองไปยังจานข้าวของซาสึเกะ  ที่ตอนนี้ว่างเปล่า

“ คนมันหิว  กินอะไรก็ได้ทั้งนั้น” ซาสึเกะว่าก่อนลุกไปเอาเหยือกน้ำในตู้เย็น

“ ไอ้ปากแข็ง”  นารุโตะในร่างซาสึเกะว่าเสียงเบา พลางทำหน้ามุ่ยหมั่นไส้เพื่อนของเขา ก่อนจะมาสนใจอาหารตรงหน้า

เมื่ออาหารมื้อเที่ยงผ่านไปเรียบร้อย ทั้งสามจึงเข้าสู่การวางแผนการรับมือกับคนที่นึกสงสัย  และมารวมข้อคิดเห็นเกี่ยวกับข้อบกพร่องในการแสดง

“ ที่คนอื่นเขาสงสัยพวกเธอ  เพราะพวกเธอทั้งสองคนยังแสดงได้ไม่ดี” หัวหน้าหน่วยว่า  พลางมองเด็กหนุ่มทั้งสองสลับกัน

“ ก็มันน่าอึดอัดจะตาย  ให้เป็นหมอนี่ตลอด ผมเมื่อยหน้าแย่” นารุโตะในร่างซาสึเกะว่าพลางบีบแก้ม และนวดๆหน้าขาว ของร่างที่เขาเป็น

“ จะให้ผมทำหน้าซื่อบื้อ เหมือนนารุโตะ  ผมก็ทำไม่ได้เหมือนกัน”

“ ฉันทำหน้าซื่อบื้อตอนไหนไม่ทราบ!”  เด็กหนุ่มเจ้าของชื่อโวย  พลางชี้ไปทางเด็กหนุ่มอุจิฮะตัวจริง

“ ทุกตอนนั่นแหละ  ก็หน้านายมันซื่อบื้อ”

“ เหอะ งั้นตอนนี้นายก็ทำหน้าซื่อบื้อ  เพราะนายอยู่ในร่างฉัน” เด็กหนุ่มได้ที  ก็ว่าพลางยิ้มยียวน

“ เงียบไปเลย” ซาสึเกะในร่างนารุโตะ ว่าพลางส่งสายตาอำมหิตขู่คนหน้าเป็น  แต่คนที่กวนประสาทนั้นก็ยังคงทำหน้าทะเล้นใส่ไม่เลิก 

“ หยุดทะเลาะกันเป็นเด็กๆเถอะ  ครูว่าทางที่ดี  พวกเธอก็ไปไหนมาไหนด้วยกันนี่แหละ” โจนินหนุ่มปราม  ก่อนแสดงความเห็น

“ เฮ้ย! ไม่เอา  ผมก็ต้องการความเป็นส่วนตัวเหมือนกันนะ” เด็กหนุ่มเลิกกวนประสาทเพื่อนของเขา  แล้วมาโวยกับหัวหน้าทีม

“ ฟังนะนารุโตะ  เวลาที่พวกนายหลุดนิสัยของตัวเองออกมา  อีกคนก็จะช่วยแก้ไขสถานการณ์ได้  ถ้าเกิดยังแยกกัน  เดี๋ยวผลก็ออกมาเหมือนวันนี้  เกือบเอาตัวไม่รอดทั้งคู่”

“ นั่นซินะ  ฉันจะได้ไม่ต้องให้นายเอาร่างของฉัน  ไปทำอะไรขายหน้าที่ไหน” ซาสึเกะว่าก่อนยิ้มยียวนคืน

“ แต่! มันน่าจะมีวิธีอื่นเซ่!”  นารุโตะยังไม่ยอมแพ้

“ วิธีไหน?  นายลองว่ามาซิ”  ซาสึเกะมองหน้าร่างเดิมของเขา 

“ ตามนั้นก็ได้...”  เด็กหนุ่มมุ่ยหน้าขัดใจ

“ งั้นก็ตามนี้นะ พรุ่งนี้ก็เตรียมรับภารกิจละกัน  ครูขอตัวกลับก่อนนะ” โจนินหนุ่มกล่าวก่อนลุกจากที่นั่ง  ซึ่งเด็กหนุ่มเจ้าบ้านทั้งสอง  ทั้งคนเก่าและใหม่ก็ลุกไปส่ง

สรุปแล้วถึงจะมีด้ายแดงหรือไม่มีด้ายแดง  พวกเขาก็ยังแยกกันอยู่ไม่ได้ใช่มั้ย?


ความคิดเห็น