email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Ep11 = แก้วิกฤตเจอวิกฤตกว่า (จบตำนานด้ายแดง)=

ชื่อตอน : Ep11 = แก้วิกฤตเจอวิกฤตกว่า (จบตำนานด้ายแดง)=

คำค้น : 11

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 457

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 20 มิ.ย. 2560 19:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Ep11 = แก้วิกฤตเจอวิกฤตกว่า (จบตำนานด้ายแดง)=
แบบอักษร

    ตระกูลอุจิฮะเป็นตระกูลใหญ่และเก่าแก่ของหมู่บ้านโคโนฮะนาคุเระ  แต่ปัจจุบันเหลือเพียงเรื่องเล่าที่ไม่มีวันลบเลือน  เกี่ยวกับการสังหาร ฆ่าล้างตระกูลโดยคนในตระกูลด้วยกันเอง  ไม่รู้เหตุผลที่แน่ชัดของฆาตกรแต่เหตุผลที่แน่นอนคือ เขาไม่อาจตัดใจฆ่าน้องชายที่เขารักได้  และคงจะให้อุจิฮะ  ซาสึเกะเป็นผู้สร้างต้นตระกูลอุจิฮะขึ้นใหม่  แม้เขาที่มีชื่อว่า อุจิฮะ  อิทาจิ จะไม่ได้อยู่ดูวงศ์ตระกูลที่น้องชายของเขาสร้างก็ตาม  แค่เพียงรู้ว่าน้องชายเติบโตขึ้น  แข็งแกร่งขึ้น  เขาก็นอนตายตาลับได้แล้ว....แต่ดวงวิญญาณที่จากไปของเขาคงไม่รู้ว่ามาดาระได้เอาเรื่องอะไรที่เกี่ยวกับตัวเขาไปบอกซาสึเกะ  จนซาสึเกะก็ปักใจเชื่อไปแล้วว่า พี่ชายของเขารับคำสั่งจากโฮคาเงะรุ่น3 ดันโซ และที่ปรึกษาทั้งสองของโคโนฮะ ให้ฆ่าล้างตระกูลอุจิฮะ   ทำให้ความแค้นที่ควรจะสิ้นสุดไปกับเขานั้น  กลับปะทุขึ้นจนเป็นไฟแค้นที่ไม่มีวันดับของอุจิฮะ  ซาสึเกะ

    ตลอดเวลาที่อยู่ในบ้านเหมือนกับตอกย้ำอดีต  เขาไม่มีทางลืมความแค้นที่ทำให้ตระกูลอุจิฮะเกือบล่มสลาย  ตั้งแต่กลับมาโคโนฮะเขาก็วางแผน  และหาข้อมูลเกี่ยวกับที่ปรึกษา โฮมุระ และโคฮารุ เพื่อหาโอกาสเหมาะในการแก้แค้น  แต่ว่าช่วงเวลาก่อนที่เขาจะกลายเป็นฆาตกรขึ้นชื่อ  เขาขอเพียงเก็บความสุขเล็กๆน้อยๆให้ได้จดจำ  โดยเฉพาะคนสำคัญคนนี้คนที่กำลังมองสำรวจบ้านของเขาอย่างตื่นเต้น  อย่างน้อยก็อยากใช้เวลาอยู่กับคนๆนี้ให้มากที่สุด

    “ โห...ห้องกว้างชะมัด!” นารุโตะพูดพลางกวาดสายตามองไปรอบๆห้องของซาสึเกะ  ‘ ห้องก็กว้าง  เตียงก็กว้างขนาดนอนสามสี่คนยังได้  มีโต๊ะหนังสือ  ทีวี  เก้าอี้นั่งเล่นพร้อม... แถมห้องก็สะอาดกว่าห้องฉันอีก ’ พลันนัยน์ตาสีฟ้าก็เหลือบไปเห็นมุมที่น่าสนใจ

    “ มีระเบียงด้วยแหะ...” แล้วเจ้าตัวก็วิ่งไปเปิดประตูเลื่อนที่เป็นกระจกนั้น ออกมาชมทิวทัศน์นอกระเบียง  ‘ สุดยอด…’

    “ เฮ...อย่าลืมซิ ว่านิ้วก้อยฉันติดกับนายอยู่” เสียงทักท้วงดังแทรกความคิดของเด็กหนุ่ม จนเจ้าตัวหันมาหัวเราะแห้งๆให้กับคนที่เกือบถูกลืม

    “ ชอบงั้นเหรอ...” เจ้าของห้องถามผู้มาเยือนที่ออกอาการสนอกสนใจตั้งแต่ก้าวเข้ามาในบ้าน

    “ ก็...นิดหน่อย บ้านนายน่าอยู่ดี  แต่บ้านกว้างๆแบบนี้อยู่คนเดียวคงโหวงเหวง”

    “ ทำไงได้...เมื่อก่อนก็มีคนอยู่เยอะกว่านี้  แต่ว่า...พ่อแม่ ญาติพี่น้องก็ตายกันหมด มีเหลือแค่ฉันอยู่คนเดียว...” แววตาสีนิลนั้นสลดวูบครู่หนึ่ง ก่อนจะแปรเป็นเรียบเฉยดังเดิม  แต่ก็ไม่อาจพ้นนัยน์ตาสีฟ้าที่คอยมองอยู่

    มือหนาจับราวระเบียง  พลางดวงตาเรียวเหม่อมองไปที่สุดขอบฟ้า

 “ การสูญเสีย....ตั้งแต่เสียนายให้โอโรจิมารู  ได้รับรู้การตายของเซียนลามก และได้เผชิญสงครามที่ผ่านมา  ฉันก็พอจะเข้าใจได้มากขึ้นว่า...การสูญเสียคนสำคัญไปมันเจ็บปวดแค่ไหน  แต่ก็นะ!อดีตที่เจ็บปวดก็เป็นบทเรียนที่ดี แต่สิ่งสำคัญกว่า คือการปกป้องปัจจุบันไม่ให้ซ้ำรอยอดีต  ซาสึเกะ...ต่อจากนี้ไปฉันจะไม่ยอมให้ใครมาพานายไปอีก...เมื่อไหร่ที่ฉันได้เป็นโฮคาเงะ  ตระกูลอุจิฮะก็จะต้องมีต้นตระกูลเป็นนาย  ฉันสัญญาด้วยวิถีนินจาของฉันเลย! ว่าจะปกป้องหมู่บ้านและนาย”

นารุโตะพูดก่อนคลี่ยิ้มกว้าง  ขณะที่นัยน์ตาสีฟ้ามองมาทางเด็กหนุ่มอุจิฮะที่ยืนอยู่ข้างๆ ทำเอาหัวใจของคนฟังเต้นระรัว

    ซาสึเกะยิ้มมุมปาก “ ...ห่างกันไปหลายปี  ไม่นึกว่านายจะพูดอะไรน้ำเน่าแบบนี้ได้ด้วย”

    “ ถึงจะน้ำเน่า แต่มันก็เป็นสิ่งที่ฉันคิดจากใจจริงนะ! นายก็ช่วยรักษาน้ำใจฉันหน่อยเซ่! พูดทำร้ายจิตใจชะมัด...นอนดีกว่า” เด็กหนุ่มพูดก่อนกลับเข้าไปในห้อง  เดินไปที่กระเป๋าหมายจะเอาชุดนอนออกมาเปลี่ยน   เหมือนนึกบางอย่างขึ้นได้ เขาจึงหันไปถามเจ้าของบ้านที่เดินตามมา “ แล้วนายไม่เปลี่ยนชุดเหรอ?”

    “ นายเปลี่ยนก่อนเถอะ”

    เด็กหนุ่มผมทองจึงจัดการถอดชุดยูกาตะออก  เผยให้เห็นผิวสีน้ำผึ้งอันเป็นเอกลักษณ์กับบ็อกเซอร์ตัวเดียว  แล้วเขาจึงหยิบเสื้อยืดคอกลม กับกางเกงนอนขาสั้นประมาณเข่าในกระเป๋ามาสวม

    “ เสร็จแล้ว!”

    “ ฉันต้องไปเปลี่ยนเสื้อที่ห้องเสื้อ...แล้วก็จะแปรงฟัน นายก็เตรียมแปรงฟันไปด้วยแล้วกัน”

    “ อืม” นารุโตะรับคำก่อนควานหาแปรงสีฟันในกระเป๋า

    เมื่อเตรียมตัวเรียบร้อย  เจ้าของบ้านก็ออกเดินนำทาง

    หลังจากเข้าห้องน้ำเรียบร้อย โดยไม่มีปัญหาใดๆ เด็กหนุ่มทั้งสองก็กลับมายังห้องนอน  และต้องประสบปัญหาเรื่องการนอน 

ดวงตาของทั้งคู่ยังคงมองดูเพดานห้องที่ว่างเปล่า เพราะด้วยความยาวที่จำกัดของเส้นด้าย ทำให้ท่าที่นอนสบายที่สุด และรักษาระยะห่างคือนอนหงาย หรือ นอนตะแครงหันหน้าเข้าหากัน ซึ่งแน่นอนว่าเด็กหนุ่มทั้งสองเลือกที่จะนอนหงาย

    สักพัก คนที่เคยชินกับนิสัยนอนดิ้นก็เริ่มอยู่ท่าเดิมไม่ไหว  จึงเปลี่ยนเป็นนอนตะแครงหันหน้ามาทางเด็กหนุ่มอีกคนที่นอนข้างๆ ซึ่งเขาก็หลับไปแล้ว  เด็กหนุ่มผมทองจึงก้มมองที่นิ้วก้อยข้างซ้าย

    ‘ เนื้อคู่...เรื่องบังเอิญมากกว่า  เชื่อมใจบ้าบออะไรกัน..จะเป็นไปได้ยังไง? เชื่อมใจ...เชื่อม...เหมือนเคยได้ยินที่ไหน ไอ้คำว่าเชื่อมนี่คุ้นๆ’ เด็กหนุ่มระลึกความทรงจำสักพัก...

    ดวงตาเรียวเบิกกว้างเมื่อคิดถึงเรื่องนั้นออก  นารุโตะจึงมองไปทางเพื่อนของเขาที่ยังคงหลับอย่างไม่รู้สึกทุกข์ร้อน

 “ ซาสึเกะ.... เฮ้!ตื่น! ตื่นก่อน! ฉันนึกวิธีแก้ด้ายประหลาดแล้ว!” เขาเรียกพลางใช้มือข้างขวาเขย่าที่ไหล่ของอีกคน

    เด็กหนุ่มลืมตาขึ้นตามเสียงเรียก ก่อนหันใบหน้ามาทางนารุโตะ “ มีอะไร...ฉันไม่ชอบให้ใครมารบกวนเวลานอน”

    “ นายว่าที่ด้ายแดงไม่ยอมขาด  มันเป็นผลจากการทำพันธสัญญานั่นรึเปล่า?”

    พอได้ฟังคำถาม  ซาสึเกะจึงเปลี่ยนมานอนตะแครงหันมาทางนารุโตะ

“ ก็น่าจะมีส่วน..ทำไม? นายคิดว่ามันเกี่ยวกันยังไง?”

    “ ตอนที่เราทำพันธสัญญา  จักระของฉันกับนายเข้ามารวมกันใช่มะ! ฉันว่าด้ายประหลาดนี่ก็คงทำนองเดียวกัน  ถ้าเราลองปล่อยจักระผ่านด้ายนี่พร้อมๆกัน  อาจจะมีผลอะไรก็ได้!”

    นัยน์ตาสีนิลหลุบต่ำ กำลังครุ่นคิดตามคำพูดของเด็กหนุ่มผมทอง  ก่อนที่ดวงตาคมจะกลับมาจ้องดวงตาเรียว

“ มันเสี่ยงเกินไป...ถ้าหากผลออกมาร้ายแรงกว่าเดิม เราจะยิ่งเดือดร้อนไปกันใหญ่”

    “ ทำไมเล่า!? ยังไม่ได้ลองแล้วจะรู้ได้ยังไง”

    “ ก็ถ้าลองแล้วเกิดปัญหาขึ้นมา  นายจะทำยังไง?” ดวงตาคมเริ่มจ้องหน้าคนต้นคิด

    ส่วนคนต้นคิดก็เงียบไปพักหนึ่ง “ ถึงอย่างนั้นก็เถอะ! มันคาใจ...ลองดูสักครั้งจะเป็นไรไป”

    “ ซักครั้งของนาย  แล้วถ้าไม่มีทางแก้ล่ะ?”  เมื่อเห็นว่าเรื่องไร้สาระเริ่มเข้ามา  ซาสึเกะจึงเปลี่ยนไปนอนหงายตามเดิม

    “ ทุกอย่างมันต้องมีทางแก้แหละน่า! ถ้าไม่ได้ลองวิธีนี้ฉันนอนไม่หลับ”  เมื่อเห็นคู่เจรจาหันหนี เด็กหนุ่มผมทองจึงเปลี่ยนจากนอนตะแครงเฉยๆ  เป็นคร่อมร่างคู่เจรจานั้นแทน

    “ ก็นายทำไมไม่รอจนถึงพรุ่งนี้...ยังไงซะ  โฮคาเงะก็ต้องมีข้อมูลดีๆมาบ้างแหละน่า”  เด็กหนุ่มตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย

    “ มันรอไม่ไหวแล้วเข้าใจมั้ย! ไอ้เรื่องเหลือเชื่อพรรคนี้...ยังไม่แน่ใจเลยว่าจะมีข้อมูลเก็บไว้”  นัยน์ตาสีฟ้าจ้องนัยน์ตาสีรัตติกาลอย่างไม่ยอมแพ้

    “ ข้อมูลน่ะต้องมีแน่... ทางหมู่บ้านก็ต้องมีการเก็บข้อมูลมาไว้ศึกษาอยู่แล้ว...”  ดวงตาคมเริ่มฉายแววไม่พอใจ

    “ แล้วใครจะศึกษาเรื่องไสยศาสตร์แบบนี้ล่ะ?”

    นัยน์ตาสีรัตติกาลสบกับตาสีฟ้านิ่ง  ไร้เสียงตอบรับใดๆ เมื่อเห็นว่าร่างที่อยู่เบื้องล่างยังนิ่ง ก็เป็นอันเข้าใจว่าที่เขาพูดนั้นถูกต้อง

“ ตอนเราทำพันธสัญญา จักระเราก็เข้าหากัน  การที่จะตัดจักระก็ต้องใช่จักระด้วยกันตัดถึงจะได้ผล”  ดวงตาเรียวยังคงมองปฏิกิริยาของผู้ที่อยู่ใต้ร่างเขาที่ตอนนี้หลับตานิ่ง  แต่ก็ไม่ได้หลับเพราะคิ้วเรียวนั้นขมวดเล็กน้อย

    ไม่นานดวงตาคมก็ลืมขึ้นมาสบกับตาเรียว  ก่อนที่มือเรียวจะผลักร่างที่คร่อมเขาลงไปนอนราบ  แล้วตัวเขาก็พลิกไปคร่อมร่างนั้นแทน

    “ ถ้าหากผลมันร้ายแรงกว่าเดิม  นายจะรับผิดชอบยังไง?”

    “ ถ้าเกิด...การตัดสินใจของฉัน  มันส่งผลร้ายจนหาทางแก้ไม่ได้...ฉันรับผิดชอบนายเอง”

    “ แล้วฉันจะรู้ได้ยังไง  ว่านายจะรับผิดชอบด้วยวิธีไหน ”

    “ ก็แล้วแต่นายว่าจะตัดสินใจ ให้ฉันทำอะไร...”

    รอยยิ้มบางผุดขึ้นบนริมฝีปากของเด็กหนุ่มนัยน์ตาสีรัตติกาล 

“ ทำไม?...ถึงดูมั่นใจนัก”

    “ แค่รู้สึกว่ามันต้องได้ผล แค่นั้น..”

    เมื่อแววตาที่ฉายจากดวงตาเรียวคู่นั้นดูเด็ดเดี่ยว  ก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะห้าม “ ลองดูก็ได้”  เด็กหนุ่มอุจิฮะตอบ  ก่อนลุกขึ้นนั่งและเด็กหนุ่มอีกคนก็กำลังยันกายลุกขึ้นนั่งตาม

    “ ทำยังไงต่อ ก็ว่ามา...”  

    เด็กหนุ่มคนต้นคิดยิ้มร่า  “ ง่ายๆฉันและนายปล่อยจักระผ่านด้ายพร้อมๆกัน  เอาล่ะนะ...”

    ภายในห้องตกอยู่ในความเงียบสงบ  จักระจากเด็กหนุ่มทั้งสองไหลมาตามเส้นด้าย  และเมื่อมาบรรจบกันก็เกิดแสงสว่างสีแดงสว่างวาบไปทั้งห้อง  แล้วจึงเข้าสู่เหตุการณ์ปกติ

    นารุโตะจึงมองไปยังนิ้วก้อย ก็ปรากฏด้ายสีแดง  ที่มีรอยขาด  สร้างความพอใจให้กับเด็กหนุ่มเป็นอย่างมากเขาจึงอดไม่ได้ที่จะแสดงความดีใจ  โดยการถลาเข้าคว้าไหล่เพื่อนมาเขย่า

    “ เห็นมั้ย! ซาสึเกะ มันได้ผล!มันได้ผลจริงๆ!...ซาสึเกะ?  เฮ้ย!?ทำไม? หน้านาย....”  ภาพที่ปรากฏให้เด็กหนุ่มต้องแปลกใจคือ  บุคคลที่ควรจะเป็นเด็กหนุ่มอุจิฮะ ผู้มีใบหน้าเฉยชา  กลับกลายเป็นใบหน้ากลมๆมีรอยเหมือนหนวดแมวแปะแก้มสองข้าง  ‘ เหมือนมาก...ทำไมซาสึเกะถึงหน้าเหมือนฉันล่ะ?’ นารุโตะจึงจับใบหน้ากลมนั้นหันซ้ายหันขวา  แต่ก็ต้องแปลกใจอีกเมื่อเห็นมือของตัวเขาที่เคยเป็นนิ้วแป้นๆกลมๆ และมีผิวสีน้ำผึ้ง  กลับกลายเป็นนิ้วเรียวและผิวขาวเนียนคล้ายกับของอีกคน  ก่อนที่เขาจะจ้องนัยน์ตาสีฟ้าที่กำลังทอดมองมาอย่างไม่พอใจ

    “ อย่าบอกนะว่า...”

    “ เออ! ร่างนายสลับกับร่างฉัน....หึ! เตรียมใจรับคำตัดสินจากฉันได้เลย นารุโตะ..” ดวงตาเรียวที่เคยเป็นของเขา  จ้องอดีตเจ้าของด้วยแววตาวาวโรจน์

    เด็กหนุ่มผงะถอยหลังมาจนชิดหัวเตียง

“ ชะ ฉันว่ามันต้องมีทางแก้แหละน่า...ฮะๆ”

    “ ใช่...มันมีทางแก้  แต่ฉันขอแก้แค้นนายก่อนก็แล้วกัน!” รอยยิ้มเย็นผุดขึ้นบนริมฝีปากบาง  ซึ่งขัดกับใบหน้าทะเล้นนั้น  ทำเอาเด็กหนุ่มตัวปัญหาที่อยู่ในร่างของเด็กหนุ่มอุจิฮะวิ่งวุ่นไปทั่วห้อง  แต่มีเหรอที่จะรอดเงื้อมมือเขาไปได้


ความคิดเห็น