email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Ep9 = พรหมลิขิตหรือคำสาป...ตำนานด้ายแดง1 =

ชื่อตอน : Ep9 = พรหมลิขิตหรือคำสาป...ตำนานด้ายแดง1 =

คำค้น : 9

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 455

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 20 มิ.ย. 2560 19:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Ep9 = พรหมลิขิตหรือคำสาป...ตำนานด้ายแดง1 =
แบบอักษร

และในที่สุดนารุโตะกับซาสึเกะก็สามารถออกมาจากวงกตได้ด้วยดี  เพราะตั้งแต่ซาสึเกะมาช่วยไว้นารุโตะก็ไม่ได้พบกับสิ่งแปลกประหลาดอะไรอีกเลย

    เด็กหนุ่มทั้งสองได้โผล่ออกมาตรงบริเวณซุ้มเครื่องเล่นที่พวกเขายังไม่ได้มาเดินเที่ยว  เด็กหนุ่มนัยน์ตาสีฟ้าจึงมองหาเพื่อนอีกสองคนที่ไม่รู้ว่าจะออกมาจากวงกตได้หรือยัง?  เผื่อว่าทั้งซาอิและซากุระอาจจะอยู่แถวนี้รอก็ได้ 

พลันดวงตาเรียวก็เหลือบไปเห็นซุ้มหนึ่งที่น่าสนใจ  จึงถือโอกาสเปลี่ยนบรรยากาศน่าอึดอัดด้วยการลากเด็กหนุ่มอุจิฮะไปยังซุ้มนั้นทันที  เพราะถึงเอ่ยปากชวนเดี๋ยวถ้ามันไม่พอใจก็เดินหนีอีก

“ อะไร?” ซาสึเกะเอ่ยถามทันทีที่เขามาหยุดตรงหน้าซุ้มปาเป้า

“ ก็ปาเป้าไง  แข่งกันมั้ย?ว่าใครมือแม่นกว่ากัน”  นารุโตะว่าพลางยิ้มยียวน

“ ไม่เอา...เดี๋ยวนายจะแพ้ซะเปล่า”

“ ยังไม่ทันได้ลองอย่าเพิ่งตัดสินซิเฟ้ย!...รึว่านายกลัวแพ้เลยไม่อยากเล่น” เด็กหนุ่มผมทองว่าพลางเหล่ตามองเด็กหนุ่มผมดำประกายน้ำเงินที่ยืนข้างๆ

“ แล้วอย่ามาโวยทีหลังก็แล้วกัน” เด็กหนุ่มอุจิฮะกล่าวก่อนเดินนำไปยังซุ้มปาเป้า  ส่วนเด็กหนุ่มคนชวนเห็นเพื่อนของเขาเดินนำไปก่อนก็ยิ้มออกมา  ด้วยสามารถเปลี่ยนบรรยากาศได้สำเร็จก่อนเดินตามไป

    รูปลักษณ์ของตัวซุ้มปาเป้านั้น  โครงซุ้มทำด้วยไม้ไผ่แบ่งโซนเป็นสองโซน แต่ละโซนมีความกว้างความยาวเท่ากัน  มีเป้ายิงเป็นแผงวางห่างจากจุดปาอยู่ประมาณ 4 เมตร โดยแผงหนึ่งมีหกช่องในช่องหกช่องก็มีกระป๋องวางอยู่เต็มช่อง  ส่วนที่กั้นด้านข้างและตรงกลางเขตแบ่งโซนซุ้มขึงด้วยตาข่ายตาถี่  ด้านหลังเป็นผ้ากระสอบบังมิด  และมีโต๊ะประจำของเจ้าของซุ้มอยู่ด้านหน้าตรงกึ่งกลางเขตแบ่งโซน

“ สวัสดีคร้าบ~~ปาเป้าหฤหันต์  คุณลูกค้าต้องการเล่นสองที่เลยรึเปล่าครับ” เจ้าของร้านรีบกล่าวต้อนรับหลังจากเอาของรางวัลให้ลูกค้าที่เพิ่งจะออกจากซุ้ม

    “สองที่...จัดแบบพิเศษได้รึเปล่า?” ซาสึเกะว่า

    “ โอว! เป็นนินจาล่ะซิ  ได้เลยครับ...โอทาคุ!จัดให้ลูกค้าพิเศษหน่อย!” เจ้าของซุ้มกล่าวก่อนสั่งการเด็กหนุ่มที่ทำหน้าที่จัดของอยูด้านในซุ้ม

    “ ตามนั้นเลยพ่อ!” เด็กหนุ่มกล่าวก่อนจัดเรียงกระป๋องสมบูรณ์วางสลับกับกระป๋องที่โดนทุบจนแบน เต็มแผงตรงกลาง  และได้จัดเพิ่มตรงแผงด้านซ้ายและขวาวางเฉียง45องศา ในแผงเป็นกระป๋องสมบูรณ์วางเรียงเป็นรูปกากบาท

    “ จัดได้เจ๋งแฮะ” นารุโตะเอ่ยชมพลางบริหารมือเตรียมความพร้อม

    “ รอบละ 50 เยนครับ ถ้าสามารถล้มกระป๋องได้หมดโดยที่แผงไม่ล้มตามก็รับของรางวัลใหญ่ไปเลย เรามีบอลให้ ท่านละ 18 ลูกตามจำนวนช่อง เชิญครับ”

    เมื่อทุกอย่างเตรียมพร้อมเด็กหนุ่มทั้งสองก็ก้าวเข้าไปในจุดปาเป้า  ผู้คนก็เริ่มมามุงดูการแข่งขันนัดพิเศษของนินจาอีกคู่  เพราะเมื่อครู่ก็มีนินจามาเล่นบ้างแล้ว

    และเมื่อการแข่งขันเริ่มขึ้นทั้งซาสึเกะและนารุโตะก็ปาได้แม่นทั้งคู่ไม่มีใครยอมแพ้ใคร  ดวงตาคู่คมเหลือบมองเด็กหนุ่มหน้าทะเล้นเป็นระยะ  รอยยิ้มบางแย้มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นเจ้าของใบหน้าทะเล้นเล่นปาเป้าอย่างมีความสุข

    สุดท้ายแม้ผลจะออกมาเสมอแต่ก็ยังไม่เป็นที่พอใจของนารุโตะ  เพราะถึงแม้เขาจะสามารถล้มกระป๋องได้หมดแต่เขาก็ใช้บอลไปเกลี้ยง  แตกต่างกับซาสึเกะที่ยังเหลือบอลตั้ง 6 ลูก เห็นได้ชัดว่าฝีมือมันแตกต่างกันขนาดไหน  ยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บใจ

    “ เก่งจริงๆนะครับคุณลูกค้า  ของรางวัลใหญ่มีสามอย่างให้เลือกครับ  มีชุดดาวกระจาย  ไม้ถูพื้นและตุ๊กตา” เจ้าของซุ้มผายมือไปทางที่วางของรางวัล

    “ ผมไม่เอา...” เด็กหนุ่มอุจิฮะตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย  ก่อนที่จะมองไปยังเด็กหนุ่มผมทองที่ทำหน้าเซ็งจัดกับของรางวัล

    ‘ ก็เรากะเล่นเอามันส์ตั้งแต่แรกนี่หว่า...ไม่เอาละกัน  ไม่มีอะไรน่าสน’ แต่ก่อนที่นารุโตะจะได้บอกกับพ่อค้าก็มีมือเล็กๆมือหนึ่งมากระตุกเสื้อของเด็กหนุ่มเบาๆ

    เมื่อเด็กหนุ่มหันไปมองก็พบเด็กสาวหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม  ยืนยิ้มแป้นมาให้

“ พี่ผู้กล้า...หนูอยากได้ตุ๊กตาค่ะ” ตากลมแบ๋วมองนารุโตะด้วยความเดียงสา ขณะเจ้าตัวเอ่ยขอตุ๊กตา

“ ผู้กล้า?... อาเฮีย!ขอตุ๊กตาหมาตัวใหญ่ๆนั้นน่ะ” เด็กหนุ่มออกอาการงงกับสรรพนามที่เด็กหญิงเรียกก่อนหันไปขอตุ๊กตาเป็นรางวัล

“ ได้เลยคร้าบ~~ ขอบคุณนะครับ” พ่อค้ากล่าวพลางยื่นตุ๊กตาให้เด็กหนุ่ม  และเด็กหนุ่มก็รับตุ๊กตามาให้เด็กหญิงถือ  ซึ่งเด็กน้อยเองก็ถืออย่างทุลักทุเลพอควรเพราะตุ๊กตานั้นตัวใหญ่เท่าๆกับตน

“ ขอบคุณค่ะพี่ผู้กล้า” เด็กน้อยยิ้มกว้าง

“ ทำไมถึงเรียกฉันแบบนั้นล่ะ?” นารุโตะถามพลางย่อตัวลงเพื่ออยู่ระดับเดียวกับเด็กหญิง

“ คุณพ่อกับคุณแม่เล่าให้ฟังว่าพี่ผู้กล้าช่วยหมู่บ้านเราจากเพน  และจากกลุ่มคนไม่ดี”

“เรื่องนี้นี่เอง...แล้วเธอชื่ออะไรล่ะ?  พี่ชื่ออุซึมากิ  นารุโตะ ส่วนไอ้หน้าตายที่ยืนอยู่ชื่อ”

“ อุจิฮะ  ซาสึเกะ”  เด็กหนุ่มอุจิฮะพูดแทรกขึ้นทันทีโดยไม่รอให้นารุโตะเอ่ยแนะนำ เล่นเอานารุโตะหน้าเสียไปครู่หนึ่ง

“ หนูรู้แล้วค่ะ พี่สองคนดังจะตายพี่ชายหนูปลื้มพี่สองคนมากๆเลย! หนูชื่อฮารุนะค่ะดีใจจังที่ได้อยู่ใกล้พวกพี่ ” ฮารุนะกล่าวพลางกอดตุ๊กตาและส่งยิ้มให้เด็กหนุ่ม “ ที่จริงหนูมีเรื่องจะรบกวนคะ” เด็กหญิงมองนารุโตะด้วยแววตาเดียงสา “พอจะช่วยฮารุนะได้มั้ยค่ะ?” ครานี้เด็กหญิงพูดพลางส่งสายตาวิงวอน

นารุโตะยิ้มกว้างก่อนลูบศีรษะเล็กด้วยความเอ็นดู “ ว่ามาเลย!ฮารุนะจัง พี่ยินดีช่วยฮารุนะจังเสมอ”

“ งั้น!ยื่นนิ้วก้อยข้างซ้ายมาหน่อยค่ะ”

“ ทำไมล่ะ?”

“ เถอะนะ นะๆ” ฮารุนะออดอ้อนพลางส่งสายตาใสชวนเอ็นดู

“ อะ จ้าๆๆ”  เมื่อทนลูกอ้อนไม่ไหวเด็กหนุ่มจึงทำตามที่เด็กหญิงบอก   โดยการยื่นนิ้วก้อยข้างซ้ายไปตรงหน้าเด็กน้อย

พอนิ้วก้อยข้างซ้ายของนารุโตะยอมยื่นมาข้างหน้าฮารุนะแล้ว  เด็กหญิงจึงบรรจงมัดด้ายสีแดงที่นิ้วของเด็กหนุ่ม  นารุโตะเพ่งพินิจด้ายสีแดงประหลาดที่มัดกับนิ้วก้อยเขาเรียบร้อยนั้น ลักษณะด้ายแดงเป็นเหมือนเครื่องรางอย่างหนึ่งโดยปลายด้ายทั้งสองข้าง และตรงกลางถูกมัดเป็นปม  มีความยาวประมาณสองคืบ

“ ไอ้ด้ายประหลาดนี้มันอะไรเหรอ? ฮารุนะจัง”

“ นี่แหละค่ะเรื่องที่อยากรบกวน...แต่ว่า...หนูอยากได้นิ้วก้อยข้างขวาของพี่ซาสึเกะด้วยค่ะ...” เด็กน้อยเปลี่ยนเป้าหมายในการส่งสายตาเดียงสาให้กับเด็กหนุ่มอุจิฮะที่ยังคงมองด้วยสีหน้าเรียบเฉย  แต่เด็กน้อยก็ยังไม่ละความพยายามส่งสายตาอ้อนวอนให้กับเด็กหนุ่มที่ยังตีหน้าเย็นชา 

ผลสุดท้ายเด็กหนุ่มถอนหายใจเบาๆก่อนย่อตัวนั่งลงข้างๆนารุโตะ  และยื่นนิ้วก้อยข้างขวาให้ฮารุนะ  เด็กหญิงยิ้มกว้างก่อนบรรจงมัดปลายด้ายแดงอีกข้างกับนิ้วเรียว  แล้วมือเล็กก็กุมมือของเด็กหนุ่มทั้งสองที่ยื่นมานั้น 

“ หนูสงสัยค่ะว่าด้ายแดงจะเชื่อมระหว่างเพศเดียวกันกับเพศเดียวกันได้รึเปล่า?”

“ หมายความว่าไงเหรอ? ฮารุนะจัง...เรื่องที่จะรบกวนคือเรื่องด้ายประหลาดนี่นะเหรอ?” เด็กหนุ่มผมทองยังคงงงกับการกระทำของเด็กน้อย

“ ก็!คุณยายร้านขายเครื่องรางเขาบอกมาว่าด้ายแดงเป็นสัญลักษณ์ของคู่แท้  ใครที่เป็นเนื้อคู่กันและถูกมัดด้ายแดงที่นิ้วก้อย ด้ายจะไม่ขาด...แต่ถ้าไม่ใช่คู่แท้ด้ายก็จะขาดค่ะ  และฮารุนะก็อยากรู้ว่าเนื้อคู่เนี่ยเป็นเพศเดียวกันได้รึเปล่า?” ฮารุนะกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง

“ สรุปคือให้พวกฉันสองคนเป็นหนูทดลองให้งั้นเหรอ?” ซาสึเกะกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ก่อนมองหน้าฮารุนะ

“ ก็ ก็ ก็ฮารุนะ...” เมื่อโดนมองด้วยสายตาคมเด็กสาวก็ถึงกับกลัวจนน้ำตาเริ่มคลอเบ้า

“ ฮะๆๆมันจะเป็นไปได้ไงฮารุนะจัง  เนื้อคู่ต้องเป็นผู้ชายกับผู้หญิงเท่านั้น...นายก็อย่าเครียดนักเลยน่าซาสึเกะ  เดี๋ยวใช้มีดสั้นตัดก็ขาดแล้ว...ไม่ต้องกังวลไปนะฮารุนะจัง” นารุโตะยิ้มให้กับเด็กน้อยก่อนล้วงมีดสั้นมาตัดด้าย

เด็กหนุ่มกดมีดลงบนเส้นด้ายก่อนออกแรงเฉือน “ นี่ไงเรียบร้อยแล้ว~~ ด้ายขาด....ขาด...ไม่ขาด...?” เด็กหนุ่มลงมือตัดด้ายอีกครั้งโดยออกแรงมากขึ้น  แต่ผลก็ออกมาเหมือนเดิม ‘รึว่ามีดไม่คมฟะ? เป็นไปไม่ได้ก็ลับทุกวันนี่หว่า?’

“ นารุโตะ ส่งมีดมา” เด็กหนุ่มเจ้าของชื่อจึงส่งมีดสั้นให้กับเด็กหนุ่มอุจิฮะ

เมื่อรับมีดมาซาสึเกะก็พินิจมีดของนารุโตะ ‘ ก็ดูสภาพดีอยู่นี่’ แล้วเขาก็ลงมือตัดด้ายด้วยความเร็วและแรงตามประสาคนชำนาญอาวุธ  แต่ผลก็ยังเหมือนเดิม  ไม่มีรอยขาดให้เห็นแม้แต่มิลเดียว 

“ หมายความว่าไงวะเนี่ย?” นารุโตะถามเสียงหลง

“ ฮารุนะ...ลองแกะเชือกดูซิ”  ซาสึเกะยื่นนิ้วก้อยให้ฮารุนะแกะด้ายออก

เด็กหญิงจึงทำตามที่เด็กหนุ่มบอก  ขณะที่นารุโตะก็ลองแกะด้ายที่มัดนิ้วก้อยตน  แต่ผลที่ออกมาคือไม่สามารถแกะได้ง่ายเหมือนตอนมัดเลย ซาสึเกะจึงจับมือเล็กนั้นให้หยุดแกะเชือก

“ แกะไม่ออกด้วย...เอาไงดี?”  เด็กหนุ่มผมทองหันไปถามความเห็นจากเพื่อนของเขา

“ ต้องลองเอาไฟลน..” ซาสึเกะพูดก่อนลุกพรวดขึ้นจึงทำให้ฉุดนารุโตะลุกขึ้นด้วย  แล้วเขาก็เดินไปหาเจ้าของซุ้มปาเป้าเมื่อครู่

“ เฮีย! พอจะมีไฟแชคให้ยืมมั้ย?” ซาสึเกะถามด้วยสีหน้าเรียบเฉย

“ ครับๆนี่ครับ”

เมื่อได้ไฟแชคมาเด็กหนุ่มก็ไม่รอช้าที่จะรีบจุดไฟลน  เปลวไฟจ่ออยู่กลางด้ายสักพัก

“ เฮ้ย!ร้อนว่ะซาสึเกะ เลิกเอาไฟลนเถอะ ด้ายมันร้อนไปทั้งเส้นแล้ว” นารุโตะว่าพลางยกนิ้วก้อยข้างที่ถูกมัดขึ้นมาเป่าบรรเทาความร้อน ซึ่งด้ายก็ยังคงสภาพดีไม่มีรอยไหม้ให้เห็นอีกเช่นกัน

ซาสึเกะจึงคืนไฟแชคให้กับเจ้าของซุ้มปาเป้าก่อนเปลี่ยนจุดสนใจมาที่เด็กหญิง  ที่ยืนมองด้วยแววตาใสซื่อ

“ พอจะบอกฉันได้มั้ย? ว่าเธอเอาด้ายนี้มาจากไหน”

ฮารุนะพยักหน้าหงึกหงัก “ ค่ะ! ที่ร้านขายเครื่องรางทางฝั่งโน้นค่ะ” เด็กหญิงพูดพลางชี้ไปย่านร้านค้าที่พวกเขาเคยเดินผ่านมาก่อนมาเล่นวงกตผีสิง

โดยไม่รอช้าเด็กหญิงรีบเดินนำหน้าเพื่อนำทาง  แต่ก็เป็นไปด้วยความลำบาก เพราะตุ๊กตาหมาที่เด็กน้อยอุ้มนั้นมีขนาดใหญ่มากจนเดินไม่สะดวก  ดังนั้นเธอจึงสะดุดขาตัวเองล้ม  นารุโตะจึงรีบเดินเข้าไปหาฮารุนะทำให้ต้องลากซาสึเกะมาด้วย

“ เป็นอะไรมากรึเปล่า? เดี๋ยวฉันถือให้เอามั้ย?”  แต่ก่อนที่เด็กหนุ่มจะหยิบตุ๊กตามาถือนั้นก็พบว่าเด็กน้อยกำลังกลั้นเสียงสะอื้น  ขณะที่น้ำตาร่วงผล่อยเป็นทาง  

“ ฮารุนะจังบาดเจ็บใช่มั้ย? เออ...ขอโทษนะ..” นารุโตะว่าพลางย่อตัวลงถลกยูกาตะของเด็กหญิงขึ้นเล็กน้อย  ก็พบว่ามีรอยถลอกตรงบริเวณหน้าแข้งข้างขวา และเท้าที่สวมเกี๊ยะข้างนั้นก็ดูเหมือนจะแพลงด้วย

    “ ฉันจะอุ้มเด็ก นายก็ถือตุ๊กตาตัวนั้นไปละกัน” พูดจบซาสึเกะก็ช้อนฮารุนะมาอุ้มไว้ในแขนข้างซ้ายได้อย่างสบาย  ส่วนนารุโตะก็หนีบตุ๊กตาหมาตัวใหญ่ไว้ในวงแขนข้างขวา

    เด็กหนุ่มอุจิฮะยกมือข้างขวามาจับข้อเท้าข้างที่แพลงของเด็กหญิงก่อนจับพลิก  จนได้ยินเสียงกระดูกเข้าล็อค  ยิ่งทำให้เด็กน้อยหน้าเบ้กว่าเดิมแต่ยังคงร้องไห้เก็บเสียงด้วยใบหน้าชวนน่าสงสารอยู่อย่างนั้น  จนทำให้นารุโตะหลุดขำ ก่อนจะยกตุ๊กตาหมาในวงแขนมาจ้องหน้า

 “ เฮ้!เจ้าตุ๊กตาบ้า  เพราะนายฮารุนะจังถึงต้องเจ็บตัว รู้ตัวรึเปล่าหะ!”  เด็กหนุ่มผมทองเริ่มก่อสงครามกับเจ้าหน้าขนที่ไม่มีปัญญาจะเถียงเขากลับแน่นอน 

    “ แนะ!ยังเงียบ ยังเงียบ...ฉันควรจะจัดการกับนายยังไงดี?”  เด็กหนุ่มยังไม่หยุดเล่น  แต่ก็สามารถเรียกเสียงหัวเราะได้จากเด็กสาว และรอยยิ้มของเด็กหนุ่มเนตรวงแหวน

    “ พี่นารุโตะอย่าดุชิบอนจังเลยค่ะ ฮารุนะซุ่มซ่ามเองตะหาก” เด็กหญิงพูดพลางยิ้มกว้าง พลางเช็ดน้ำตา

“ ทำตัวปัญญาอ่อนน่าเจ้าเซ่อ...ก็นายเลือกตุ๊กตาตัวใหญ่ให้เด็กเองไม่ใช่เหรอ?  คนผิดน่ะนายตะหาก”เด็กหนุ่มเนตรวงแหวนพูดก่อนหันมามองเด็กหนุ่มผมทอง

“ อ้าว!งั้นเหรอ?  แล้วนายทำไมไม่บอกก่อนเล่าว่าให้เลือกตัวเล็ก!?” นารุโตะหันมาถามซาสึเกะด้วยสีหน้าจริงจัง

“ เกี่ยวไรกับฉัน? นายอยากทึ่มเองช่วยไม่ได้” ซาสึเกะทำเป็นตีหน้าเฉยเสมองไปทางข้างหน้า

“ โถ่เอ้ย...ปัดความรับผิดชอบนี่หว่า” นารุโตะว่าพลางเหล่ตามองซาสึเกะ

“ นี่ฉันเพิ่งรู้นะ ว่านอกจากนายจะบื้อ ทึ่ม เซ่อ เซอะเบ๊อะ แล้วนายยังปัญญาอ่อนอีก” เด็กหนุ่มอุจิฮะว่าพลางกระตุกยิ้มมุมปาก

“ ดีแต่ว่าคนอื่น! นายมันก็ผู้ชายประหลาด งี่เง่า เย็นชา หน้าตาย ไม่ดีกว่ากันไปไกลหรอก!” เด็กหนุ่มผมทองหันมาว้ากใส่เด็กหนุ่มอุจิฮะ

“ คิกๆ...พี่นารุโตะกับพี่ซาสึเกะน่ารักจัง  ฮารุนะว่าพี่สองคนอาจจะเป็นเนื้อคู่กันจริงๆก็ได้นะ” เด็กน้อยกล่าวพลางยิ้มร่า 

“ เป็นไปไม่ได้น่า!/เป็นไปไม่ได้...” เสียงประท้วงถูกส่งประสานเสียงกันอย่างไม่ได้นัดหมาย  พร้อมทั้งเด็กหนุ่มทั้งสองต่างมองเด็กหญิงเป็นตาเดียว

“ แล้วที่ด้ายแดงไม่ยอมขาดมันหมายความว่าไงค่ะ...” คำถามจากเด็กน้อยเล่นเอาเด็กหนุ่มทั้งสองสะอึกเถียงตอบด้วยเหตุผลไม่ได้

“ กะ ก็ถึงต้องไปถามยายที่ฮารุนะจังบอกไงล่ะ!” นารุโตะตอบ

“ แล้วถ้าเกิดพี่สองคนเป็นเนื้อคู่กันขึ้นมาจริงๆล่ะค่ะ?” ฮารุนะยังคงถามด้วยความอยากรู้ตามประสาเด็ก

“ ก็อย่าเพิ่งตั้งคำถามแบบนั้นเซ่! พอๆหยุดพูดเรื่องนี้เลยฮารุนะจัง...ถ้าพูดอีกพี่จะทิ้งตุ๊กตานี่เลย!” เด็กหนุ่มขู่โดยจับหัวตุ๊กตาทำท่าจะทิ้งจริงๆ  

“ อา...มะไม่พูดแล้วค่ะ อย่าทิ้งชิบอนจังนะค่ะ  อะ!พี่ซาสึเกะเราเดินเลยทางที่จะไปอีกฟากแล้วค่ะ!!” เด็กหญิงเอ่ยทักท้วงเด็กหนุ่มอุจิฮะที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาเดิน


ความคิดเห็น