email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Ep8 = วงกตผีสิง =

คำค้น : 8

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 411

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 20 มิ.ย. 2560 19:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Ep8 = วงกตผีสิง =
แบบอักษร

    ด้านในประตูที่นารุโตะเลือกนั้นเป็นทางแคบพอที่จะเดินได้สองคน  ผ้าสีดำที่ใช้เป็นกำแพงกั้นนั้นถูกขึงตั้งแต่ด้านบนลงมาจนติดพื้น  และเหมือนสมองซนๆของเด็กหนุ่มจะคิดอะไรพิเรนๆได้

    ‘ กำแพงเป็นผ้าเราก็มุดไปอีกทางได้ซิ! ซากุระจัง~จะข้ามไปหาเดี๋ยวนี้แหละจ้า~~’ คิดแล้วเด็กหนุ่มก็นั่งคุกเข่าเตรียมเปิดผ้ามุดไปอีกฟาก  แต่ทว่าทันทีที่มือจับชายผ้าสีดำนั้นมือปริศนาก็คว้าหมับที่ข้อมือของเด็กหนุ่ม ก่อนที่จะมีใบหน้าปริศนาโผล่ออกมาจากผ้าสีดำ  จ่ออยู่ห่างจากใบหน้าของเด็กหนุ่มเพียงไม่กี่เซนต์  ลมหายใจเหม็นเน่าพ่นรดจมูกโด่งรั้นระยะประชิด  นัยน์ตาสีฟ้าสบกับดวงตาที่ไร้ตาดำ ทำเอาเหงื่อเม็ดเป้งไหลจากหน้าผากจรดปลายคางมนของเด็กหนุ่ม  ก่อนที่เขาจะกลืนน้ำลายฝืดๆลงคออย่างยากลำบาก  เหมือนพอจะเหลือสติอยู่นิ้วหนาบรรจงแกะมือเปื่อยออกจากข้อมืออย่างทุลักทุเลด้วยอาการสั่นของมือ  และเมื่อหลุดพ้นนารุโตะก็ไม่รอช้าที่จะลุกขึ้นวิ่งอย่างไม่คิดชีวิต  ไม่สนใจสิ่งรอบข้าง ไม่สนใจว่าเท้าของเขาจะพาเลี้ยวไปทางไหน  จนคิดว่ามาพ้นแล้วเขาจึงหยุดหอบหายใจ

    “ บ้าเอ้ย!! ถ้าจะไม่ให้ข้ามก็บอกกันดีๆก็ได้!”

    ครืด~~  ครืด~~~

    เสียงลากโลหะชวนสยองใกล้เข้ามาทางนารุโตะเรื่อยๆ  จนมาหยุดตรงหัวมุมทางเลี้ยว  นินจาหนุ่มจึงหยิบมีดสั้นที่พกมาไว้ในมือขวาเตรียมรับศึก  ไม่นานก็ปรากฏร่างนักรบในชุดเกราะพร้อมขวานโลหะอันใหญ่ในมือ  ไม่เสียเวลาพูดพร่ำทำเพลงเด็กหนุ่มชิงรุกโดยการเข้ากระโดดถีบนักรบนั้นจนชุดเกราะกระจาย

    แต่ไม่ทันไรชุดเกราะก็เข้าประกอบกันใหม่  และเหวี่ยงขวานใหญ่มาทางเขา  เด็กหนุ่มเบี่ยงตัวหลบอย่างหวุดหวิดจนหลังชิดผนังผ้า  แต่ไม่ทันได้รู้สึกตัวผ้าสีดำจากผนังก็เข้ารัดแขนและขาเด็กหนุ่มไว้  จนเขาไม่สามารถขยับแขนและขาได้  ส่วนมีดสั้นนั้นก็ร่วงไปตอนที่ผ้าเข้าจู่โจม

    ‘ รึจะเป็นคาถาลวงตา! โถ่เฟ้ย!!แขนโดนมัดแบบนี้จะแก้คาถายังไงฟะ’ เด็กหนุ่มนึกเจ็บใจพลางพยายามดิ้นขลุกขลัก  แต่ทว่ายิ่งดิ้นผ้ายิ่งรัดแน่นเข้า  เด็กหนุ่มจึงยอมสงบและคิดหาทางหลุดพ้นจากพันธนาการนี้  แต่คงมีเวลาให้คิดไม่มากนักเมื่อนักรบชุดเกราะนั้นได้มาหยุดอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว

    ‘ คงต้องปล่อยจักระให้มากที่สุด คาถาถึงจะคลาย’ เมื่อคิดได้เด็กหนุ่มก็หลับตาลงไม่สนนักรบเกราะเหล็กนั้น  แต่เพื่อรวบรวมสมาธิเค้นจักระ

    “ ยอมแพ้ซะแล้วเหรอ....นารุโตะคุง”

    เสียงทุ้มที่เหมือนเคยได้ยินเรียกให้เด็กหนุ่มลืมตาขึ้นมามองเจ้าของเสียง

    “ ลุงคิโจ...” เกิดความสงสัยมากมายในหัวของเด็กหนุ่ม  เมื่อร่างนักรบชุดเกราะได้หายไป  แต่ดันมีร่างของเจ้าของเต็นท์ปรากฏให้เห็นแทน

    “ เรียกลุงเลยเหรอ? ทำร้ายจิตใจกันจัง” หนุ่มใหญ่ว่าพลางเอื้อมมือหนาสัมผัสหน้ามนของเด็กหนุ่ม  เล่นเอาเจ้าของใบหน้าขนลุกเกรียว

    “ ละแล้วลุงมาทำอะไรที่นี่?” นารุโตะถามพลางเบี่ยงหน้าหลบมือนั้น

    ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆอย่างนึกเอ็นดูร่างที่อยู่ตรงหน้า

 “ มาหาเธอนั่นแหละ... ไปอยู่กับฉันเถอะนะ นารุโตะ  ฉันจะเลี้ยงดูเธออย่างดี  อะไรที่อยากได้ฉันจะหามาให้ เพียงแค่เธอยอมมาอยู่กับฉันและเชื่อฟังฉันดีๆ” คราวนี้หนุ่มใหญ่คร่อมร่างเด็กหนุ่มไว้ จนเด็กหนุ่มเริ่มรู้สึกเสียวสันหลังแปลกๆ

    “ ลุงพูดอะไร? ผมไม่เข้าใจ...ลุงต้องการจะพูดอะไรกันแน่?” ดวงตาเรียวของนารุโตะหรี่ลงเชิงไม่ไว้ใจ

    “ หึๆ เฮ้อ~~คงต้องพูดตรงๆซินะเธอถึงจะเข้าใจ  ฉันต้องการเธอมาเป็น....พูดยังไงดีน้า เอาเป็นว่า! ฉันชอบเธอ  ชอบเหมือนที่ผู้ชายเค้าชอบผู้หญิง...” ชายหนุ่มไม่พูดเปล่า พลางก้มประทับริมฝีปากบนปากบางอย่างแผ่วเบาตอกย้ำความรู้สึกที่เขามีต่อเด็กหนุ่ม

    นารุโตะอึ้งกับคำพูดและการกระทำของคิโจพักหนึ่ง  ก่อนจะได้สติเอาศีรษะดันไล่ใบหน้าคมสันนั้นออกห่าง 

“ ลุงพูดบ้าอะไร! ผมเป็นผู้ชายนะ!และผมก็ชอบผู้หญิงด้วย!!” นัยน์ตาสีฟ้าจ้องนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนด้วยแววตาวาวโรจน์

    “ ฉันไม่บ้าหรอก...ก็สเปคฉันมันเป็นแบบนี้  แล้วฉันก็ชอบเธอมากๆด้วย  ส่วนเรื่องเธอชอบผู้หญิงก็ไม่ใช่ปัญหา  เพราะถ้าเธอเป็นของฉัน....ฉันจะทำให้เธอปฏิเสธฉันไม่ลงเลยล่ะ” หนุ่มใหญ่เชยคางมนพลางลูบปลายคางของเด็กหนุ่มเล่น

    “ ฮึย!พูดเรื่องบ้าอะไรของลุง...ผมรับไม่ได้!” เด็กหนุ่มสะบัดหน้าให้หลุดจากมือใหญ่  ก่อนจ้องตอบด้วยสายตาที่แข็งกร้าวไม่ยอมแพ้ 

“ และผมก็จะไม่ไปไหนทั้งนั้น!! ผมจะอยู่ที่นี่...จะเป็นโฮคาเงะ ปกป้องหมู่บ้านไปจนตาย!!”            

    “ ช่วยไม่ได้...เพราะแบบนี้ไงเธอถึงได้ถูกใจฉัน งั้น...ก็เป็นของฉันซะที่นี้แหละ” คิโจกล่าวก่อนบรรจงจูบบนหน้าผากมน  ขณะที่มือของเขาได้ลุกล้ำเข้าไปใต้ชุดยูกาตะ

    “ เฮ้ย! ลุงจะทำอะไร! ลุงบ้าไปแล้วเหรอ ผมเป็นผู้ชายนะ!....เฟ้ย!เอามือออกไปนะเว้ย!” เด็กหนุ่มโวยพลางดิ้นขัดขืน  แต่ก็ไม่อาจหยุดการกระทำของหนุ่มใหญ่ได้ 

    “ แล้วไง...ก็นายไม่ยอมไปกับฉันดีๆนี่ ” คิโจหยุดมามองหน้านารุโตะที่จ้องหน้าเขาเหมือนแถบจะกินเลือดกินเนื้อ แต่ก็ยิ่งทำให้เขาถูกใจ  จึงหอมแก้มนุ่มๆนั้นก่อนเลื่อนริมฝีปากและจมูกมาฝังที่ต้นคอของเด็กหนุ่ม  ขณะที่มือของเขาก็ทำหน้าที่หยอกเล่นกับยอดอกข้างหนึ่ง  ส่วนอีกข้างก็เริ่มปลดเชือกของชุดยูกาตะออกเล่นเอาเด็กหนุ่มสะดุ้งเฮือก

    ‘ ล้อกันเล่นใช่มั้ยเนี่ย!? โตมาจนอายุ17 ยังไม่เคยมีอะไรกับผู้หญิง แต่ต้องมาโดนผู้ชายปล้ำ...คิดแล้วมันเสียศักดิ์ศรี! จะหยามกันมากไปแล้ว!!!’ จักระมหาศาลถูกปล่อยมาทั่วตัวเด็กหนุ่มทำให้คิโจจำต้องผละออกจากร่างของนารุโตะ 

    จนในที่สุดเขาก็สามารถคลายคาถาลวงตาและกลับสู่โลกแห่งความจริง แต่ความจริงของเขาคือยังคงติดอยู่ในเขาวงกต  *‘ เฮ้อ!โชคดีที่รอดมาได้...หยึย!คิดแล้วแขยงชะมัด’*  เด็กหนุ่มคิดพลางเอามือลูบต้นแขนทั้งสองข้าง  แต่ก็ต้องประหลาดใจเพราะเชือกของชุดยูกาตะถูกปลดออก

    “ หมายความว่าไง...งั้นเมื่อกี้ ไม่ใช่แค่ภาพลวงตา....” นารุโตะนึกย้อนไปตอนที่ถูกล่วงเกินตรงส่วนไหนของร่างกายบ้าง

    “ อ๊าก!!! ไม่จริง~~!!!! ” เด็กหนุ่มแหกปากอย่างรับไม่ได้กับเรื่องที่เกิดขึ้น  พลันทรุดฮวบลงอย่างไร้เรี่ยวแรง ‘มีเรื่องแบบนี้บนโลกด้วยเหรอฟะ? แล้วทำไม?จะต้องเป็นผู้ชายเล่า!!!?....’ นารุโตะเอาหัวโขกพื้นเพื่อพยายามลืมเหตุการณ์เมื่อครู่  พอใจเย็นลงก็ค่อยๆยันตัวเองลุกขึ้นก่อนมัดเชือกยูกาตะให้เรียบร้อยตามเดิม 

    “ เฟ้ย!!ฉันจะต้องออกจากที่นี่ให้ได้!” นารุโตะระบายอารมณ์โดยการแหกปากลั่นก่อนออกเดินทางต่อไป

เสียงกระดิ่งดังขึ้นไม่ไกลจากเด็กหนุ่มผมทองมากนัก  ถ้าจะพูดให้ถูกคือเหมือนเขาเข้าไปหามันมากกว่า  ครานี้เด็กหนุ่มเลือกกระชับมีดสั้นในมือแน่นแล้วค่อยๆก้าวไปหาเสียงนั้น  ยิ่งก้าวก็ยิ่งได้ยินชัด และยิ่งมั่นใจว่าจะต้องมีตัวอะไรอยู่ตรงหน้าแน่นอน  แต่พอเขาก้าวเท้าเข้าไปอีกก้าวหนึ่งเสียงกระดิ่งนั้นก็หยุดทันทีเล่นเอาหัวใจเด็กหนุ่มกระตุกวูบ  พยายามจับสัมผัสรอบตัวท่ามกลางความมืด และความเงียบสงัด

    พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นร่างที่คุ้นเคยยืนหันหลังให้นารุโตะ  เพียงร่างนั้นหันมาเพียงเสียวหน้า ความตื่นตระหนกก็มลายหายไปแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มยินดี

    “ เซียนลามก...เฮ้! ตาเซียนลามก!!”

    แต่เหมือนร่างใหญ่นั้นจะไม่ได้ยินเสียงของเด็กหนุ่ม  เพราะยิ่งนารุโตะตะโกนเรียกเท่าไหร่ร่างนั้นก็ยิ่งเดินห่างไกลออกไป  เด็กหนุ่มจึงเร่งฝีเท้าวิ่งตาม

    “ หยุดก่อนเซ่!!!...หยุดก่อนเซียนลามก!!! ตาลุงบ้าผู้หญิง!! ตาลุงเขียนนิยายห่วย!!!....เซียนลามก..”

    “ คลาย!”

    พลันภาพแผ่นหลังที่ไกลออกไปนั้นก็ค่อยๆหายไป  บรรยากาศมืดมนเมื่อครู่ก็เปลี่ยนเป็นแสงไฟสลัวสาดส่องจากเชิงเทียนที่แขวนตามรายทาง

    “ เจ้าเซ่อเอ้ย โดนคาถาลวงตาเข้าไปเต็มๆยังไม่รู้สึกตัวอีก..”

    เมื่อหันไปทางต้นเสียงก็พบกับเด็กหนุ่มอุจิฮะที่ยืนอยู่ข้างๆ

    “ แล้ว...เซียนลามกล่ะ?” นารุโตะหันไปถามด้วยท่าทีเหม่อลอย

    “ ใคร?...ฉันก็เห็นนายเดินแหกปากอยู่คนเดียวนั้นแหละ”

    เด็กหนุ่มผมทองก้มหน้ามองพื้น ด้วยแววตาแสนเศร้า ‘ นั่นซินะ...เซียนลามกไปดีตั้งนานแล้ว  จะมาให้เราเห็นได้ยังไง’ น้ำตาเอ่อล้นไหลรินจากดวงตาเรียวอย่างห้ามไม่อยู่  ก่อนที่เจ้าตัวจะรีบเช็ดและหันไปทางเด็กหนุ่มอุจิฮะที่ยังคงมองเขาด้วยใบหน้าเรียบเฉย

    “ แล้วนายมาได้ไง?”

    “ ไม่รู้...เดินมาเรื่อยๆก็เจอไอ้หน้าเซ่อโดนคาถาลวงตา”

    “ ก็ใครจะไปหยั่งรู้ได้ทันล่ะฟะ! ฉันไม่มีเนตรวงแหวนเหมือนนายนี่หว่า ไอ้งี่เง่า!” นารุโตะชูกำปั้นใส่ซาสึเกะพลางตั้งหน้าตั้งตาเถียงอย่างไม่ยอมแพ้

    “ นี่นายตอบแทนคนที่ช่วยนาย ด้วยการด่าตอบเหรอ?” เด็กหนุ่มเจ้าของเนตรวงแหวนมองเด็กหนุ่มผมทองด้วยแววตาเย็นชา 

    นารุโตะจึงสงบลงก่อนจะเสก้มหน้ามองพื้น  “ ใครเค้าขอให้ช่วย...”  ถึงใจนึกอยากขอบคุณแต่ปากก็ดันตอบอย่างอวดดีซะงั้น

    “ รึว่า...ต้องเป็นหมอนั่น  นายถึงจะรู้สึกดี...แต่เสียใจด้วยนะที่เป็นฉัน” นัยน์ตาสีรัตติกาลฉายแววน้อยใจครู่หนึ่งก่อนจะกลับมาเป็นแววตาเย็นชาเหมือนเดิม

    “ นายพูดเรื่องบ้าอะไร?”  นารุโตะหันมามองหน้าซาสึเกะด้วยความฉงน

    แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบจากซาสึเกะ  แถมเด็กหนุ่มยังทำเป็นเหมือนไม่ได้ยินก่อนเดินนำไปข้างหน้าโดยไม่พูดไม่จา  ปล่อยให้นารุโตะเดินตามด้วยความคาใจ


ความคิดเห็น