ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เลือดพล่าน ll < บทที่3 > 100%

ชื่อตอน : เลือดพล่าน ll < บทที่3 > 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.7k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ธ.ค. 2561 20:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เลือดพล่าน ll < บทที่3 > 100%
แบบอักษร

[3]


                “บอสครับ พวกไบรอันเดินทางมาถึงไทยแล้วครับ” ภายในห้องทำงานบนตึกระฟ้าสูงที่สุดในประเทศ ชั้นบนสุดที่รายล้อมไปด้วยกระจกรอบด้านกำลังมีชายผู้หนึ่งเหม่อมองออกไปภายนอก ชมทิวทัศน์ของเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ ที่เขาว่าศิวิไลอยู่ เลขาที่เข้ามารายงานไม่อาจคาดเดาสีหน้าได้ทำได้เพียงคุยกับแผ่นหลังกว้างที่ดูสง่านั่น

                “อืม” ในขณะที่เลขาคนสนิทรายงานตามปกติ มือหนาล้วงลงไปในกางเกงหยิบไฟแช็คขึ้นจุดบุรี่ด้วยท่วงท่านิ่งเฉยแต่น่าจับตา

                “ให้จับตาดูไว้ไหมครับ”

                “อาฮะ”

                “เอ่อ...แล้วก็...” เลขาคนนั้นไม่ยอมไปสักที ยืนทำท่าอ้ำอึ้งเหมือนอยากจะพูดอะไรแต่ไม่กล้าพูดทำให้เจ้าของไหล่กว้างต้องหันกลับมามองขุ่นๆ

                “มีอะไร”

                “คุณเค...มีเรื่องกับคนพวกนั้น” แววตานิ่งเฉยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เค...มีเรื่องกับไบรอันงั้นเหรอ “ตะ แต่ว่าคุณเคไม่เป็นอะไรนะครับ เขาหนีออกมาก่อนที่จะโดนพวกมันเล่นงาน”

                เลขารีบละล่ำละลักอธิบายเพราะกลัวบอสของตัวเองจะอาละวาด ครั้งก่อนตอนเขาไปรายงานข่าวเรื่องคุณหนูเล็ก น้องสาวของบอสเสียชีวิต บอสอาละวาดซะเขาเข้าโรงพยาบาลไปหลายเดือน ครั้งนี้เอาตัวรอดได้ยังไงก็ต้องรีบคว้าไว้ก่อน

                “หนีทัน?”

                “ครับ คุณเครีบวิ่งเข้าไปในที่คนเยอะๆทำให้พวกมันตามไม่ทัน สุดท้ายคุณเคก็หนีรอดไปได้ พวกผมที่อยู่รอบๆสนามบินกำลังว่าจะเข้าไปช่วยแต่เขาก็ไปซะแล้ว”

                “หึ! ฉลาด สมกับเป็นว่าที่คนของฉัน” รอยยิ้มพอใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าเกลี้ยงเกลา แต่เพียงไม่นานก็แปรเปลี่ยนเป็นนิ่งเฉยแล้วตวัดสายตาคมกริบกลับไปมองลูกน้อง

                “หาของขวัญ ฉันจะไปงานเปิดร้านเค”

                “ครับบอส”

หลังจากเลขาออกไป สายตาของเจ้าของไหล่กว้างก็หันไปจับอยู่ที่ลังกระดาษที่วางอยู่มุมห้อง ของที่น้องสาวสุดที่รักให้ไว้กับบอดี้การ์ดคนสนิท มันมีจำนวนมากมายทั้งชิ้นเล็กชิ้นใหญ่ แต่ไม่มีอันไหนเลย ที่เป็นของที่เขาต้องการ บางทีมันอาจจะอยู่กับเคโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ ถ้ายังไงก็ต้องใกล้ชิดกันอยู่แล้ว สู้เอาเรื่องนี้เป็นข้ออ้างให้ได้อยู่กับเคเลยยังจะดีซะกว่า



ผมหนีเอาตัวรอดจากพวกชายฉกรรจ์หน้าเลือดที่วิ่งไล่ผมมาได้ แต่สิ่งที่ต้องเผชิญต่อไปนี้คือจะเอาเนื้อปลาสูตรพิเศษมาจากไหนในเมื่อมันเละไปแล้ว ผมดันติดประกาศไว้หน้าบอร์ดร้านแล้วซะด้วยสิ

กรุ๊ง กริ๊ง

เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นดึงสายตาผมให้หันกลับไปมอง

“พี่ใหญ่?” ยังไม่ถึงสิบโมง เวลาพิธีเปิดร้าน พี่ใหญ่ทำไมมาเร็วจัง

“ได้ยินว่ามีเรื่อง”

“นิดหน่อยครับ แฮะๆ” พี่ใหญ่หรี่ตามองผมอย่างคาดโทษ ถึงยังไงผมก็ยังเด็กที่สุดในสายตาพวกพี่เขาอยู่ดี เวลามีเรื่องมาก็มักจะโดนดุประจำ ทั้งที่ผมไม่ใช่คนที่ชอบหาเรื่องเลย หลายคนยังบอกว่าผมเป็นผู้ชายเรียบร้อยแต่แอบหัวแข็ง ถ้ายึดมั่นอะไรแล้วผมก็ยากจะเปลี่ยนความคิด

“ระวังตัวหน่อย เดี๋ยวนี้พวกฉันไม่ได้อยู่ช่วยแกแล้วนะ”

“รู้ครับ มันเป็นอุบัติเหตุ ว่าแต่พี่ใหญ่ถือกล่องอะไรมา”

“ของขวัญของบอส เอามาให้แก” หือ...บอส...ให้ของขวัญผม...

ใบหน้าของเจ้าของไหล่กว้างย้อนเข้ามาในสมองผมอีกครั้ง ทั้งสายตาเรียบนิ่งและท่วงท่างดงาม รวมทั้งน้ำเสียงนุ่มทุ้มตอนที่ช่วยแก้มัดให้แล้วถามผมว่าเจ็บไหม

“...”

“เค”

“ครับ” ผมคงอยู่ในภวังค์นานไปพี่ใหญ่ถึงได้เรียกผมซ้ำแล้วยื่นกล้องไม้ที่ถือมาด้วยมาตรงหน้าผม

“บอสจะมางานนี้ด้วย” พี่ใหญ่บอกสีหน้ายุ่งยาก...บอสจะมา! ชิบหายแล้ว

“บอส จะมาทำไมอ่ะพี่” ผมไม่ได้เชิญ ถึงมันจะเสียมารยาทแต่ผมก็ไม่คิดว่าบอสจะมาอยู่แล้ว ลูกน้องที่ลาออกไปแล้ว แถมเพิ่งเคยเจอหน้ากันครั้งเดียว บอสถึงกับต้องมางานนี้ด้วยเลยเหรอ แล้วร้านเล็กๆของผมจะเอาอะไรต้องรับมาเฟียฮ่องกงระดับบอสได้ล่ะ

“พี่ ห้ามบอสไม่ได้เหรอ”

“แกทำได้ไหมล่ะ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่าทำไมบอสต้องมา แต่แกระวังตัวไว้หน่อยก็ดี ครั้งก่อนพวกฉันถูกตบไปคนละทีเพราะแค่จับแกมัดมาส่งบอสเนี่ย”

“ถูกตบเลยเหรอ!”

“อืม ยังไงฉันคงทำอะไรไม่ได้ แกก็รู้ว่าถ้าบอสสนใจอะไรสิ่งนั้นก็ยากจะพ้นมือเขา ฉันจะช่วยภาวนาไม่ให้บอสสนใจแกละกัน”

“บอสสนใจผม...” ผมทวนคำเบาๆ หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นรัวขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ ทำไมผมต้องดีใจ นั่นบอสใหญ่มาเฟียนะ ถ้าเขาสนใจผมจริงชีวิตสงบสุขที่ผมต้องการผมไม่มีวันได้มัน



ใกล้ได้เวลางานเปิดร้านแล้ว คนที่ผมชวนก็มีไม่กี่คน แค่พวกพี่บอดี้การ์ดที่เคยทำงานร่วมกันประมาณสิบกว่าคน รวมกับเจ้าของตึก เจ้าของอพัก แล้วก็เพื่อนข้างห้องอีกสามสี่คนเท่านั้น พี่ใหญ่ พี่นัท กับรุ่นพี่ที่สนิทกันอีกสองสามคนมาช่วยงานผมโดยปริยายเนื่องจากมาไวกว่าชาวบ้านชาวเมืองเขา

ผมเข้าครัวเป็นปกติ แต่ที่ไม่ปกติคือสายตาที่เอาแต่หันไปมองของขวัญไม่หยุด

“แกจะเปิดก็เปิดเถอะไอ้เค มองจนปลวกทะลุกล่องหมดแล้ว” พี่ซิ่ว รุ่นพี่หน้าตี๋ส่งตรงจากไต้หวันพูดแหวะ ตอนนี้พี่เขากำลังเป็นลูกมือผมในการทำอาหาร ใส่ผ้ากันเปื้อนสีชมพูหวานแหววพาสเทลไปดิ แล้วดูปาก...

“เปิดได้เหรอพี่ ของบอสเลยนะ เกิดเขาไม่ได้ให้ผมจริงๆล่ะ” ถึงปากผมจะว่าอย่างนั้นแต่ล้างมือเดินมาหยิบไปแล้ว พี่ซิ่วทำน้าเอือมระอาก่อนจะหันไปหมักเนื้อโคขุนอย่างดีในกะละมัง

กล่องในมือผมเป็นกล่องไม้แบบเลื่อนเปิด ไม่มีกระดาษห่อหรือริบบิ้นอะไรทั้งนั้น แต่มันดูหรูหรา คลาสสิคมีสไตล์เหมาะกับบอสจริงๆนั่นแหละ

ผมเลื่อนมือดันฝากล่องให้เปิดออก ด้านในมีสิ่งไม่มีชีวิตแล้วชนิดหนึ่งนอนอยู่ ดวงตาใสแจ๋ว เกล็ดสีเทาเงาวับ รอบข้างมีกล่องกระดาษรายล้อมด้วยน้ำแข็งแห้งอยู่

ปลา! ปลาแบบเดียวกับที่ผมเสียไปเลย

“ให้เปิดกล่องเฉยๆ จะยิ้มหน้าบานอะไรวะ”

“ปลาพี่! ปลา!” ผมกระโดดเหยงๆ ชูกล่องในมือราวกับเด็กได้รถบังคับคันใหม่ บอสรู้ เขารู้ว่าผมทำปลาเสียไปแล้วกำลังต้องการ

“โอ๊ยยย บอส ขอบคุณครับบบ” ผมกอดกล่องปลาแน่นราวกับลูกรักที่พลัดพลาด แบบนี้ผมก็ไม่ต้องผิดสัญญาที่เขียนไว้บนป้ายแล้วสิ ลูกค้า50คนแรกของผมมม สุดยอดเนื้อปลาที่หากินได้ยากมากกกก ไม่ว่าบอสจะรู้ได้ยังไงก็ตามว่าผมกำลังต้องการมัน แต่ก็ขอบคุณที่ส่งมันมาตอนนี้

“แค่ปลาจำเป็นต้องดีใจขนาดนั้นไหม” พวกพี่ๆส่ายหัว

“มันไม่ใช่แค่ปลานะพี่ นี่มันสุดยอดเนื้อปลาที่ดีที่สุด เนื้อนุ่มๆ ละมุนๆเหมือนจะละลายในปาก” ผมพูดไปทำหน้าเคลิ้มฝันไป พวกพี่ๆได้แต่ขำกับท่าทางโอเว่อร์ของผมแล้วส่ายหัวเบาๆ ยังไงผมก็ยังเด็กที่สุดในทีม ผมเพิ่งจะยี่สิบ สำหรับบางคนยังเรียนมหาวิทยาลัยอยู่เลย การจะดีใจกับอะไรบางอย่างขนาดนี้มันไม่ใช่เรื่องแปลก



งานเลี้ยงเล็กๆจัดขึ้นภายในร้าน บรรยากาศดูอบอุ่น รุ่นพี่ที่ผมไม่ได้พบมานานก็มากันทุกคน สำหรับแขกผมแยกโซนไว้ให้แล้ว พวกพี่ๆเขาไม่ยากเลยถ้าอยากกินอะไรก็แล่นเข้าครัวไปทำเองด้วยซ้ำ ลูกค้าของร้านห้าสิบคนแรก ผมจัดเนื้อปลาราดซอสอย่างดีเป็นของแถม ตัดแบ่งปลาส่วนที่เหลือไว้ให้พวกรุ่นพี่และแบ่งอีกส่วนต่างหากไว้พิเศษให้บอส

บอสบอกจะมางานนี้ แต่งานเริ่มไปได้สองชั่วโมงแล้วก็ยังไม่เห็น ผมหวังว่าบอสจะชอบร้านของผม ชอบอาหารของผม ไม่รู้สิ ผมรู้สึกดีกับบอสตั้งแต่แรกพบเลยอยากให้เขาประทับใจมั้ง สิ่งที่คนทั่วไปบอกว่าบอสโหด เลือดเย็น ผมยังไม่เคยเจอ ผมเจอแต่คนท่าทางใจดีที่แก้มัดให้ผมวันนั้น เขาลงโทษพวกพี่ใหญ่เพียงเพราะแค่มัดผมไป สำหรับไม่มีพ่อแม่อย่างผม การได้รับความสำคัญแบบนี้มันก็แอบซึ้งใจหน่อยๆ

“บอสมา...บอสมา!...” เสียงร้องโวยวายดังมาจากหน้าร้าน พวกพี่ทุกคนที่กำลังดื่มกันสังสรรค์ลุกพรวดขึ้นยืนแทบกลืนอาหารไม่ทัน แค่รถสีดำหรูหราจอดเทียบหน้าร้าน ทุกสายตาก็หันไปจับจ้องกันอย่างพร้อมเพรียง

                พี่ๆบอดี้การ์ดทุกคนเลิกสนใจความสุขของตัวเองแล้วไปยืนตรงแหน่วหน้าร้านเป็นทางยาว สร้างความงุนงงให้แก่ลูกค้าลูกค้าในร้านเป็นอย่างมาก

                ถ้าเอาพรมแดงมาปูได้พวกพี่เขาจะทำไหม...

                “ไม่มีอะไรครับ เชิญรับประทานอาหารตามสบายเลยนะครับ” ผมยิ้มแหยๆบอกลูกค้าในร้านไม่ให้แตกตื่น ก็พวกพี่ๆเขาเล่นพรวดพราดออกไปอย่างกับทหาร ยืนนิ่งเป็นหินหน้าตายด้านไม่แสดงอารมณ์อะไรผิดกับเมื่อกี้ลิบลับ จะไม่ให้คนอื่นตกใจได้ยังไง

                คนขับรถลงมาเปิดประตูให้บอส รองเท้าหนังก้าวลงมาก้าวแรกทุกคนก็โค้งตัวก้มหัวให้บอสกันยกใหญ่ ผมยืนมองนิ่งอยู่ในร้าน หงุดหงิดใจเล็กน้อยที่มันเอิกเกริกเกินไปหน่อย อย่างที่บอก ผมชอบความสงบ เลยไม่ค่อยพอใจกับอะไรแบบนี้นัก

                “ยินดีต้อนรับครับบอส!!” เสียงแข็งขันดังขึ้นพร้อมเพรียงกันอย่างกับในหนัง ลูกค้าสะดุ้งตกใจกันเป็นแถบๆ หน้าผมเริ่มหงิกแล้วสิ เจ้าของไหล่กว้างที่ผมเอาแต่คิดถึงนั้นลงมายืนเต็มตัว กลัดกระดุมเสื้อสูท สวมแว่นตาดำหันมองสำรวจร้านราวกับจะประเมินอะไรบางอย่าง

                ร้านเล็กแค่นี้ คงไม่เหมาะกับบอสล่ะมั้ง แถมสูทนั่นอีก ที่นี่ไม่ใช่โรงแรมหรู อย่างที่คิด...ผมไม่เหมาะกับเขาเลย

                “ร้านเล็กน่ารักดี” เสียงนุ่มทุ้มดังขึ้นประชิดตัวผมทำให้ผมที่เพิ่งหันไปมองลูกค้าเมื่อกี้ใจหายวูบ เข้ามาใกล้ขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่! ไม่เห็นรู้ตัวเลย

                “สะ สวัสดีครับบอส” ผมโค้งตัวให้ครั้งหนึ่งแล้วกลับขึ้นมา แว่นดำอันใหญ่ไม่สามารถบดบังความหล่อเหลาของเขาได้เลย กลับกันมันขับผิวขาวสว่างนั่นให้ดูมีออร่าขึ้นไปอีก ยิ่งอยู่ใกล้ๆแบบนี้ผมสูงแค่หน้าอกบอสเท่านั้น

                แปลก...พอเห็นหน้าบอส ความหงุดหงิดใจเมื่อครู่หายไปราวกับปลิดทิ้ง กลิ่นหอมจางๆที่มาจากตัวบอสทำให้รู้สึกตื่นตัวและทำอะไรไม่ถูก ใจผมเต้นรัวด้วยความตื่นเต้น

                บอสยิ้มให้ผมน้อยๆ เอื้อมมือหนามาคว้ามือผมขึ้นไปและทำสิ่งที่ผมกับคนที่มองอยู่ตอนนี้นิ่งอึ้ง! ริมฝีปากได้รูปบรรจงจูบลงบนหลังมือผม ความร้อนแล่นปราบขึ้นไปจนถึงใบหน้าผมเหมือนจะระเบิดออกมา

                “ดีใจที่เจอกันอีก เค” พูดจบก็กระตุกยิ้มทรงเสน่ห์ให้ครั้งหนึ่ง 

เอาเถอะพระเจ้า...ตายไปผมไม่เสียดายชีวิตเลย 

ความคิดเห็น