ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Let's me 14 (100%)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.9k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 27 มิ.ย. 2560 06:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Let's me 14 (100%)
แบบอักษร

"หม่อม! ชายว่าเราคุยกันรู้เรื่องแล้วนะครับ" 

 "ปีนี้ชายใหญ่ไม่มาหาหม่อม แล้วชายเล็กก็จะทิ้งให้หม่อมเหงาอยู่บ้านคนเดียวเหรอคะ" 

 "ก็พอชายจะพาหม่อมไปหาพี่หม่อมก็ไม่ยอม แล้วก็มาบ่นเหงา"

บทสนทนาตามประสาชาววังโต้ตอบกันไปมาระหว่างหม่อมแม่และลูกชายคนเล็กของตระกูลที่ดูเหมือนจะไม่มีใครยอมใคร โดยเฉพาะซุปเปอร์ที่มึนตึงมาเป็นเวลาสองวันได้  เขากำลังต่อต้านและอีกฝ่ายที่เขากำลังต่อต้านไม่ได้แยแสกับความมึนตึงของเขาเลยสักนิด 

 "แค่อยู่กับหม่อมทำไมชายเล็กต้องหัวฟัดหัวเหวี่ยงล่ะลูก"

 "อรัณมันโกรธชายแล้ว"

“แต่ชายไม่ได้สนใจความรู้สึกหม่อมเลยใช่ไหม นี่แม่นะลูก”

เข็มร้อยมาลัยที่ประดับไปด้วยดอกพุดสีขาวสะอาดสลับกับกลีบกุหลาบสีสดถูกวางลงบนพานทองเบื้องหน้า ผู้หญิงวัยกลางคนมองลูกชายของเธออย่างตัดพ้อ กับแค่กักตัวไว้ให้อยู่ด้วยกันทำเหมือนอย่างกับคนเป็นแม่จะขังไว้เชือด ลูกชายตัวดีมันน่านัก

“หม่อมไม่ต้องมาเล่นลิเกใส่ชายเลย”

“เอ๊ะ! เจ้าลูกคนนี้นี่!”

หม่อมชื่นถึงกับลืมสำรวมกิริยาไปชั่วขณะเพราะคำพูดขวานผ่าซากของลูกชายเธอ ทั้งที่เธอพยายามแสดงบทบาทน้อยใจลูกชายหัวดื้ออย่างสุดความสามารถแล้วแทนที่จะสำนึกผิดแต่เจ้าตัวกลับประเมินว่าเป็นการแสดงลิเกตบตาไปได้

“นะหม่อมนะ ชายอยากไปเที่ยวกับเพื่อน”

 "ชวนหนูรัณมาเที่ยวบ้านเราสิ" 

 "เหอะ ถ้ามันมาก็ไม่ใช่อรัณแล้วครับ หม่อมน่ะใจร้าย"

“ตาชายเล็ก!” 

 ชายหนุ่มท้อใจที่จะต่อร้อต่อเถียงกับผู้ให้กำเนิด เขาปลีกตัวออกไปหาที่คุยโทรศัพท์กับอรัณ สองวันมานี้ที่เขาไม่ได้ติดต่อหญิงสาวกลับไปเพราะเขาคิดว่าอรัณคงไม่ยอมคุยด้วยแน่ๆ ซุปเปอร์อยู่ไม่สุขตั้งแต่วันที่ฮ่องเต้โทรมาบอกอาการของอรัณหลังจากที่รู้ว่าทริปเที่ยวของพวกเขาในปีนี้ล่มไม่เป็นท่า ซึ่งเขาก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้มันล่ม แม้จะพยายามไกล่เกลี่ยกับมารดาผู้ให้กำเนิดแล้วก็ตาม แต่มันดูจะไม่ได้ผลเลย 

 "อรัณ เป็นไงบ้าง" 

 //ยังไม่ตาย// ปลายสายตอบกลับเสียงเรียบ 

 "มึงโกรธกูไหม" 

 //ไม่นี่ ดีซะอีก กูเบื่อมึงจะตาย// 

 "แต่กูคิดถึงมึงจะแย่ เอางี้ มาค้างบ้านกูมั้ย ถ้าไม่ได้ไปไหน" ซุปเปอร์เสนอ 

 //ให้ไปอยู่บ้านมึงกูยอมขังตัวเองไว้ในบ้านดีกว่าว่ะชายเปอร์// 

 อรัณพูดอย่างขยาด หลายครั้งต่อหลายครั้งเมื่อมีโอกาสได้เหยียบย่างเท้าเข้าบ้านของซุปเปอร์ไม่พ้นต้องเป็นกุลสตรีไทย เธอโดนจับเรียนทำขนมและร้อยมาลัย เพราะหม่อมชื่นผู้เป็นแม่ของซุปเปอร์นั้นรักในความเป็นไทยเข้าสายเลือด ด้วยความที่ตระกูลของซุปเปอร์เป็นเชื้อสายสาวชาววังมาก่อนด้วย แต่ถึงอย่างนั้น ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนอย่างซุปเปอร์ที่แตกเหล่าแตกกอออกมา ไม่ได้มีความคุณชายได้พี่และแม่แม้แต่น้อย  

 "กูจะปกป้องมึงจากหม่อมชื่นเอง" 

 //มึงเคยต่อรองกับหม่อมได้ด้วยเหรอไอ้ชายเปอร์// อรัณหัวเราะ 

 "กูรู้สึกผิดแทบตายแล้วนะ" 

 //กูไม่ได้โกรธจริงๆ เป็นกูที่รู้สึกผิดเอง// 

 "ทำไมวะ เกิดอะไรขึ้น"

ชายหนุ่มถามกลับไปอย่างไม่เข้าใจ เพราะถ้าเป็นปกติอรัณก็คงโวยวายไปยกใหญ่ แต่ครั้งนี้มันผิดคาดที่หญิงสาวนิ่งเกินเหตุ 

 //ที่เราไม่ได้ไปเที่ยวด้วยกัน กูคิดว่าเป็นเพราะป๊ากูว่ะ// 

 "ทำไมคิดแบบนั้น" 

 //แม่ของเพลิงจะให้กูไปเที่ยวกับลูกชายเขา แต่กูปฏิเสธไปบอกว่าต้องไปเที่ยวกับพวกมึง ป๊าก็อยู่ด้วย สาเหตุน่าจะมาจากนี่// 

 "ได้ยังไง! พวกเรานัดกันก่อนแล้วไม่ใช่เหรอ ขี้โกงว่ะ งั้นก็หมายความป๊ามึงติดต่อมาหาหม่อมให้กักตัวกูไว้ใช่ไหม"  

//ใจเย็นน่า แล้วมึงล่ะ ได้ข่าวทะเลาะกับหม่อม//

อรัณปรามคนใจร้อนที่พ่นคำพูดใส่เธอยาวเป็นขบวน หลายวันมานี้อรัณก็ไม่ได้ติดต่ออะไรกับใครเหมือนกัน ถึงชีวิตจะเงียบไปบ้างแต่ยังไงความวุ่นวายก็ยังคงวนเวียนอยู่ตลอดเมื่อเพลิงกลับมา ยังดีที่ช่วงนี้งานถ่ายแบบของเพลิงเข้ามาไม่ขาดสายจึงทำให้อรัณปวดหัวน้อยลงบ้าง และตอนนี้เธอก็ทำได้แค่รับฟังคำบ่นอุบอิบของเพื่อนแทนคำขอโทษ 

 "อะไรไม่รู้ ชอบตัดพ้อกูจังเลย คิดว่ากูดูไม่ออกรึไง แสดงไม่เนียนต้องไปเรียนมาใหม่" 

 //มึงก็ตามน้ำไปแล้วกัน ยังไงก็แม่มึง// 

 "แล้วมึงไปกี่วันล่ะ จะกลับมาเมื่อไหร่" 

 //กูไม่ได้รับปากว่าจะไป ยิ่งเขาทำแบบนี้กูยิ่งไม่อยากไป//

“รัณ อย่าใจร้ายกับพี่เขาไปนักเลย ยังไงพวกเราก็ไม่ได้ไปเที่ยวด้วยกันแล้วมึงก็ไปเที่ยวกับพี่เขาก็ได้ จะได้ไม่เหงา” ซุปเปอร์พยายามโน้มน้าวใจอรัณ

//แค่นี้ถึงกับเป็นคนใจร้ายเลยเหรอ// อีกฝ่ายแย้งกลับมา

“กูเป็นพี่เขาก็คงเสียความรู้สึกแย่”

ที่พูดออกไปนั้นเป็นเรื่องจริง ถ้าหากเปรียบให้เขาเป็นเพลิงที่โดนอรัณเย็นชาใส่ขนาดนี้เขาก็คงน้อยใจแย่ แต่อีกใจหนึ่งก็อยากให้เพลิงรู้เหลือเกินว่าการได้ครองหัวใจอรัณนั้นมันคุ้มกับค่าเหนื่อยแน่นอน แต่การจะได้มาซึ่งหัวใจของอรัณมันไม่ง่ายเลย แต่ทำไมซุปเปอร์ถึงมั่นใจว่าเพลิงจะทำได้ก็ไม่รู้

//....//

“มึงไปเที่ยวกับพี่เพลิงได้ แต่ถ้าเป็นคนอื่นกูไม่ยอมแน่" 

 //ทำไมเป็นเพลิงถึงยอม// อรัณถามอย่างข้องใจ 

 "ก็...ก็เขาเป็นคู่หมั้นมึง" 

 //มึงชอบเพลิงเหรอ//

ซุปเปอร์ถึงกับผงะเมื่อได้ยินสิ่งที่อรัณพูดออกมา ถ้าไม่คิดก็คงไม่พูดนั่นมันหมายถึงอรัณกำลังคิดไปไกลเกินความจริงเขาจึงต้องรีบแก้ความเข้าใจของอรัณใหม่ 

 "เห้ย! บ้ารึเปล่า กูก็แค่รู้สึกโอเคกับพี่เขา แบบว่ามันรู้สึกได้ว่าเขาจริงใจกับมึง" 

 //คิดไปเอง// 

 "จริงๆนะรัณ มึงลองเปิดใจบ้างก็ได้ มึงก็ลืมเตยหอมได้แล้วนี่" 

 //.....//

อรัณถึงกับไปไม่ถูกเมื่อเพื่อนขุดเอาชื่อของคนรักในอดีตขึ้นมาพ่นใส่เธออีกครั้ง 

 "ตอนนี้ไม่รักเพราะมึงไม่ยอมเปิดใจ แต่ถ้ามึงได้ลองกูเชื่อว่าติดใจแน่นอน" 

 //มึงไม่ว่ามันแปลกเหรอ// 

 "ไม่นี่ ก็แค่คนสองคนรักกัน"





อรัณตั้งใจจะกลับบ้านไปหาป้าอิ่ม เพราะเธอทนกับความน่าเบื่อไม่ไหวเมื่อเพลิงต้องออกไปทำงาน แต่เมื่อถึงโรงจอดรถของโรงแรมก็ต้องชะงักเท้าให้หยุดเดิน เมื่อเธอเห็นเพลิงกำลังถูกคนที่ครองสถานะแฟนเก่าพยายามยื้อแขนเรียวไว้ อรัณเห็นและเข้าใจว่าเพลิงขัดขืนไม่สมยอม แต่อีกคนที่เป็นฝ่ายยื้อก็ไม่ยอมท่าเดียว เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังจะดึงร่างของเพลิงเข้ากอดก็ทำให้อรัณอยากเข้าไปมีส่วนร่วมด้วย

“คนเขาไม่เต็มใจก็ยังจะฝืนเนอะคนเรา”

“รัณ! มันไม่ใช่อย่างที่รัณคิดนะ” เพลิง

น้ำเสียงคุ้นหูเรียกให้คนทั้งคู่ที่กำลังยื้อยุดกันอยู่หันไปสนใจ ยิ่งเห็นว่าอรัณกำลังมองมาทางพวกเขาทั้งสองคนเพลิงยิ่งร้อนรนออกแรงสะบัดตัวให้พ้นจากการพันธนาการของบอส

ทุกครั้งที่บอสและอรัณมาเผชิญหน้ากันโดยมีเขาเป็นตัวกลางมันน่าอึดอัดใจและรู้สึกแย่สิ้นดี ถ้าเขารู้มาก่อนหน้านี้ว่าบอสจะมาดักรอเขาคงจะลากฮันเตอร์มาส่งแน่ๆ อ้อมกอดอุ่นยอมคลายออกแต่โดยดีแต่เปลี่ยนไปเป็นการคว้าข้อมือเขาไว้แทน

“บอสปล่อยพี่”

“แต่เรายังคุยกันไม่จบ”

“พี่ไม่มีอะไรจะคุยแล้ว ปล่อยเถอะนะ”

แม้สายตาที่ใช้มองคนทั้งคู่จะเรียบนิ่งแต่ภายในใจกลับเริ่มร้อนระอุ มือหนาที่พันธนาการข้อมือของเพลิงนั้นมันกำลังปั่นอารมณ์ร้อนของอรัณให้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  ยิ่งเจ้าของข้อมือพยายามบิดข้อมือตัวเองจากอีกคนมันยิ่งทำให้ผิวขาวขึ้นรอยแดงเป็นปื้น

อรัณเดินเข้าไปหาคนทั้งคู่โดยไม่พูดอะไร เธอหยุดอยู่เบื้องหน้าเพลิง ฝ่ามือเรียวหงายขึ้นและยื่นไปหาเพลิง ไม่ต้องพูดอะไรออกมาชายหนุ่มก็รู้ความโดยทันที มืออีกข้างที่เป็นอิสระเอื้อมมาจับมืออรัณไว้อย่างไม่ลังเล สายตาของทั้งคู่ประสานกันไม่วางตา

ความเงียบเข้าปกคลุมรอบบริเวณ หากใครได้ผ่านมาเห็นคงข้องใจกันเหตุการณ์นี้ไม่น้อย คนสามคนกำลังยืนจับมือต่อกันเป็นทอดๆโดยมีเพลิงเป็นคนกลางเหมือนกำลังเล่นเกมส์กันอยู่

“ไปกินข้าวที่บ้านกัน”

“อื้ม”

อรัณไม่ได้ออกแรงยื้อเพลิงมาจากบอส เธอแค่จับมือของคู่หมั้นไว้แล้วพาเดินออกมา นับว่าบอสฉลาดพอที่จะรู้ว่าไม่ควรรั้งเพลิงไว้อีกต่อไป มือเขาต้องปล่อยทั้งที่ใจไม่ยอมปล่อย ที่ไม่รั้งเพราะรู้ว่าเพลิงเต็มใจที่จะเดินไปกับอรัณไม่ได้ขัดขืนเหมือนที่เขาต้องยื้อไว้  เขาได้แต่มองคนทั้งคู่จับมือกันแล้วเดินจากไปอย่างเจ็บปวด โดยที่คนทั้งสองไม่ได้หันกลับมาสนใจเขาอีกเลย

"ผมไม่ยอมปล่อยพี่ไปง่ายๆหรอก...เพลิง"




ตั้งแต่เดินจับมือคู่อรัณมาจนขึ้นมานั่งในรถก็ยังไม่มีใครเริ่มต้นบทสนทนาขึ้นมา

"พี่ไม่ได้มากับบอสนะรัณ"

"ก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่"

"พี่กลัวรัณเข้าใจผิด"

"ทำไมมันยังตามรังควานไม่เลิก"

น้ำเสียงเรียบๆโทนเดิมถามอย่างไม่ใส่ใจ ต่างจากเพลิงที่ตอบอย่างร้อนรนราวกับคนมีชนักติดหลัง ทั้งที่ตัวเองก็ไม่ได้ทำอะไรผิดมา แต่เพราะเขาไม่รู้ใจของอรัณว่ากำลังคิดอะไรอยู่และถ้าหากไม่รีบแก้ต่างให้ตัวเองแล้วปล่อยให้อรัณคิดไปเองมันก็เท่ากับว่าเขากำลังทำลายโอกาสของตัวเองไปอย่างไม่รู้ตัว

"ไม่รู้...แต่พี่ไม่ได้อะไรกับเขาแล้วนะ"

"ข้อมือเป็นไงบ้าง"

"แดงนิดหน่อยแต่ไม่เจ็บ"

"น่าเบื่อจริง"

เพลิงก้มหน้างุด ดวงตาสะท้อนความอ่อนไหวออกมา ชายหนุ่มเข้าใจไปว่าอรัณกำลังหมายถึงเพลิงทำตัวน่าเบื่อ แต่ในความหมายของคนที่พูดมันออกมานั้น ความน่าเบื่อก็คือแฟนเก่าของเพลิงที่คอยมากวนใจไม่เลิก ถ้าหากว่าเพลิงคลายความกังวลของตัวเองลงสักนิด เขาอาจจะรู้ว่าคำพูดของอรัณมันเริ่มมีความใส่ใจในตัวเองเขามากขึ้นแล้ว

"ปกติแต่งตัวแบบนี้รึไง"

"ไม่สวยเหรอ"

สายตาคมไล่มองตั้งแต่ส่วนเนื้อของขาอ่อนที่กางเกงยีนส์แฟชั่นขาดเป็นริ้วๆบางจุดไม่ได้ปกปิด และสายตามักจะหยุดมองผิวเนื้อที่ไม่ได้ถูกเนื้อผ้าปิดนานกว่าส่วนอื่นๆและไล่มองไปถึงไหปลาร้าที่คอเสื้อกว้างๆเผยโชว์สายตา  เพลิงเริ่มร้อนวูบวาบที่ใบหน้าเพราะสายตาของอรัณ ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังมองเพื่อหาคำตอบให้คำถามของเขาหรือมองเพราะจุดประสงค์อะไร แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ดีต่อใจเขาไม่น้อย

"ไม่สวย"

พูดจบอรัณก็ดับเครื่องยนต์รถแล้วลงจากรถเดินนำเข้าบ้านไปทันที แม้จะไม่ได้รับคำชมที่น่าพอใจและเขาก็ไม่ได้หวังอยู่แล้ว แต่จากสายตาของหญิงสาวเมื่อครู่ก็พอจะคิดเข้าข้างตัวเองได้ว่าอรัณพอใจกับสิ่งที่มองไม่น้อย




การกลับมากินข้าวที่บ้านในวันนี้ผิดความคาดหมายไปเล็กน้อยเมื่อคนที่บ้านแจ้งมาว่าตุลการณ์ติดธุระและคงจะกลับดึก สุดท้ายก็กลายเป็นว่ามีแค่เพลิงกับอรัณที่ร่วมกินข้าวกันสองคน พอกินอิ่มเพลิงก็หายเงียบไปไหนไม่รู้แต่อรัณก็ไม่ได้สนใจ เธอนั่งดูโทรทัศน์รอผู้เป็นพ่อกลับมา เพราะเธอมีเรื่องที่ต้องการจะคุยด้วย

แต่จนแล้วจนรอดตุลการณ์ก็ยังไม่กลับมาและเพลิงก็หายเงียบไปนาน อรัณละความสนใจจากทีวีจอยักษ์ที่มีแต่รายการน่าเบื่อแล้วเดินตรงไปยังบันไดของบ้าน เมื่อประตูห้องนอนของตัวเองเปิดออกอุณหภูมิเย็นฉ่ำปะทะผิวกายก็ทำเอาอรัณขมวดคิ้วน้อยๆ ไม่ต้องเดาให้เสียเวลาว่ามันเป็นฝีมือใคร จากที่ตั้งใจจะปะทะฝีปากกับคนที่ทำตัวเป็นเจ้าของห้องเธอก็ต้องพับเก็บไป เมื่อเห็นเพลิงนอนหลับสบายอยู่บนเตียงนอนสีเข้มของเธอ

อรัณยืนมองร่างของเพลิงที่หลับอยู่บนเตียงเงียบๆ เธอไม่ต้องการปลุกคนที่กำลังหลับสบายขึ้นมาเพราะเข้าใจว่าช่วงนี้เพลิงดูเพลียกับงานมากเกินไป ร่างโปร่งหยิบรีโมทเครื่องปรับอากาศขึ้นมาปรับอุณหภูมิห้องให้เป็นปกติ เธอดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวให้เพลิงลวกๆแล้วเดินออกจากห้องไป

“ได้ข่าวว่ามารอเจอป๊า”

ร่างสูงอยู่ในชุดภูมิฐานนั่งอยู่ที่โซฟาหน้าทีวีที่ถูกเปิดทิ้งไว้เอ่ยทักลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนที่เดินมาทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ

“งานหนักเหรอคะ

“กินข้าวรึยังครับ”

“หน้าตาดูเพลียๆนะคะ”

คำถามและคำตอบที่ไม่สัมพันธ์กันระหว่างพ่อลูกเป็นไปอย่างไม่มีใครยอมใคร และแน่นอนว่าไม่ใครได้คำตอบให้กับคำถามของตัวเอง ทุกทีที่เกมนี้เริ่มขึ้นมาผู้แพ้มักจะเป็นตุลการณ์อยู่ร่ำไป

“หึๆป๊ายอมก็ได้ แล้วไม่ไปเที่ยวกับเพื่อนแล้วเหรอครับ" ใบหน้าหล่อหันไปเลิกคิ้วเข้มใส่อีกคน

"ป๊ารู้ดีแล้วแล้วจะถามทำไม"

"จะมาโวยวายรึเปล่าเนี่ย"

ตุลการณ์ยิ้มกว้างพร้อมยกมือหนาขึ้นมายีผมนุ่มของอรัณอย่างหยอกล้อ

"ไม่ล่ะ ปลงมาแล้ว"

"กับพี่เพลิงเป็นยังไงบ้างลูก" ตุลการณ์เอ่ยปากถาม

"ก็เฉยๆนะ ไม่มีอะไรนี่"

"ถึงตอนนี้จะไม่รัก แต่ยังไงก็อย่าลืมให้เกียรติพี่เขานะลูก ถึงใจรัณจะยังไม่ได้มีเขา แต่ลูกก็ยังมีพันธะอยู่ที่นิ้วนางข้างซ้ายอยู่นะครับ"

"ป๊าพูดเหมือนรัณร้าย"

"หรือไม่จริงล่ะครับ  ป๊ารู้ว่ารัณมีคนเข้าหามากหน้าหลายตา แต่ลูกก็ต้องนึกถึงใจพี่เพลิงเขาบ้างนะ"

"เพลิงจะไปคิดอะไรล่ะ"

"ลูกจะไปรู้ใจเขาดีกว่าเจ้าตัวเขาได้ยังไง"

"ไม่รู้ล่ะ ไปหาป้าอิ่มดีกว่า หวังว่าคุณหญิงจะพอใจ"

ตุลการณ์มองตามแผ่นหลังบางที่ออกห่างไปเรื่อยๆ เขายิ้มบางๆให้กับเจ้าของแผ่นหลังนั้นอย่างมีความนัย อรัณไม่ได้ไปหาป้าอิ่มตามที่พูด เธอเพียงออกไปเดินเล่นข้างนอกบ้าน ปล่อยให้สายลมเย็นพัดพาความคิดวุ่นวายออกไปจากหัว




และเช้านี้ก็เป็นอีกครั้งที่อรัณคลาดเวลากับตุลการณ์ ไม่รู้ว่าช่วงนี้งานจะยุ่งอะไรนักหนาจนไม่มีเวลาให้คนเป็นลูกอย่างเธอบ้างเลย แค่กินข้าวด้วยกันยังไม่มีเวลา ระหว่างนั่งรอมื้อเช้า อรัณก็ได้บอกให้แม่บ้านขึ้นไปปลุกเพลิงบนห้องนอนแล้ว และก็อย่างที่เห็นคือเพลิงในสภาพหัวฟูยุ่งเหยิงวิ่งหน้าตื่นเข้ามาหาเธอ

"รัณ ขอโทษนะเมื่อคืนพี่เผลอหลับไปบนเตียงรัณ"

"อืม"

"แล้ว...เมื่อคืนรัณไม่ได้มานอนที่ห้องเหรอ"

"นอนสิ แต่เห็นมึงนอนแผ่อยู่บนเตียงกูก็เลยนอนพื้น"

อรัณโกหก เธอได้นอนแต่ไม่ใช่ที่พื้น อรัณไม่ได้ตั้งใจจะปลุกเพลิงตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เธอตัดสินใจเปิดห้องนอนของผู้เป็นแม่อีกครั้งแล้วยึดครองห้องนั้นเป็นที่ซุกหัวนอน  ที่บอกเพลิงไปแบบนั้นก็เพราะเห็นหน้าตื่นๆของอีกคนแล้วมันน่าแกล้งเหลือเกิน

"จริงเหรอ!!!"

"เสียงดัง" อรัณดุเบาๆ

"ปวดหลังมั้ย ทำไมไม่ปลุกพี่ล่ะ ขอโทษนะ"

ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดมองอรัณไม่วางตา  จนป้าอิ่มเดินถือถาดข้าวต้มกลิ่นหอมฉุยเข้ามา ทำเอาคนทั้งคู่หันไปให้ความในใจ

“คุณหนูก็ไปแกล้งคุณเพลิงเธอ ดูสิเดี๋ยวก็ได้ร้องห่มร้องไห้กันพอดี” น้ำเสียงนุ่มนวลเอ่ยดุอรัณเบาๆ

"เชื่อเหรอ" อรัณยกมุมปากให้เพลิง

"อ่าว หลอกพี่เหรอ"

หญิงสาวไม่ได้ตอบ เธออมยิ้มขำกับตัวเองไม่ให้เพลิงได้รู้แล้วรีบซ่อนมันไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่งดังเดิม

"เดี๋ยวกินข้าวแล้วไปเก็บของที่คอนโด"

"เก็บทำไมเหรอ"

"ไปเที่ยว"

อรัณพูดอยู่กับเพลิงก็จริง เธอดูเหมือนเธอจะให้ความสนใจกับข้าวต้มในถ้วยมากกว่าคู่สนทนาซะอีก มีแต่เพลิงที่สนใจทุกๆการกระทำของอรัณ

"หมายถึง..ให้พี่เก็บของให้รัณเหรอ"

"คิดว่ามึงจะไปด้วยซะอีก"

"คือ...เราสองคนไปเที่ยวกันเหรอ"

ริมฝีปากหนาเม้มแน่นเพื่อไม่ให้รอยยิ้มกว้างหลุดออกมา ป้าอิ่มและแม่บ้านอีกสองคนอมยิ้มมองคนทั้งคู่คุยกันอย่างระวัง ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าคุณหนูที่เลี้ยงมาตั้งแต่มือเท้าแดงเป็นคนยังไง และยามเขินอายมีอาการยังไง แน่นอนว่าอรัณกำลังตกอยู่ในอาการนั้น

"ไม่ใช่มั้ง"





"เก็บของก่อนน๊า~"

อรัณไม่ตอบ เธอเพียงเดินไปนั่งโซฟาแล้วเปิดทีวีดู เพลิงเดินฮัมเพลิงเข้าไปในห้องนอนเพื่อเตรียมของต่างๆที่สำคัญอย่างอารมณ์ดี ตั้งแต่อรัณบอกว่าจะไปเที่ยวด้วยกันจนถึงตอนนี้ริมฝีปากก็ยังระบายยิ้มไม่จาง และหัวใจในอกก็ยังพองโตไม่เลิก เพลิงละมือจากการเลือกแว่นกันแดดในกล่องไปคว้าโทรศัพท์เพื่อต่อสายหาผู้จัดการหนุ่ม เมื่อเขานึกขึ้นได้ว่าพรุ่งนี้ยังเหลืองงานถ่ายแบบอยู่อีกหนึ่งชุด

"ฮันฮันจ๋า พรุ่งนี้น้องเพลิงไม่ไปถ่ายงานแล้วนะ cancel ไปเลย"

//เห้ย แบบนี้ก็โดนด่าเละเลยดิ// ปลายสายตะโกนตอบกลับมาอย่างไม่ต้องคิด

"เดี๋ยวน้องโอนเงินไปชดใช้ให้เอง จัดการให้ด้วยนะ"

//มีอะไรรึเปล่า ทำไมพูดจากระแดะ//

เพลิงกลอกตาขึ้นมองบนเมื่อคำบรรยายของคนเป็นเพื่อนมันรุนแรงกับใจเกินไป กับแค่คนอารมณ์ดีแล้วพูดเพราะมันมีอะไรน่าแปลกใจนักหนา

"ลำไย พรุ่งนี้น้องจะไปฮันนีมูนกับผัว จะไปมีความสุขและขึ้นสวรรค์กับอรัณ"

//พูดเหมือนจะไปเสียตัว//

"สาธุ"

//ไม่หรอก อรัณไม่น่าจะเอามึงทำเมีย// ฮันเตอร์พูดดักมโนเพลิง

"เกลียดหล่อนจริงๆเลย ไม่พูดด้วยเล่า จัดการให้ด้วยแล้วกัน"

//รับทราบแล้วครับคุณเพลิง//

"ย่ะ!"

"เสร็จรึยัง เดี๋ยวจะจัดต่อบ้าง"

เป็นพอดีกับที่วางสายฮันเตอร์ไป อรัณเดินหน้ามึนเข้ามาในห้องนอนแล้วมองข้าวของที่กระจัดกระจายอยู่รอบๆตัวเพลิง

"เหลืออีกนิดหน่อย ให้พี่ช่วยรัณจัดไหม"

"ไม่ต้อง ไปอาบน้ำเลย อาบช้าเดี๋ยวได้นอนดึก พรุ่งนี้จะออกเดินทางเข้า"

"รับทราบค่ะ พี่ไปอาบน้ำก่อนนะ"

อรัณมองตามหลังเพลิงที่เดินอารมณ์ดีเข้าห้องน้ำไป เธอจึงหันมาจัดการกับตัวเองบ้าง ข้างๆกระเป๋าของเพลิงมีกระเป๋าเดินทางเปล่าที่เปิดอ้าอยู่  อรัณพอใจกับความใส่ใจนี้แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อย

จัดของไปจนเกือบเสร็จ อรัณก็ได้ยินเสียงปาข้าวของตามมาด้วยเสียงกรีดร้องแสบหูของเพลิงดังออกมาจากในห้องน้ำ ทำเอาอรัณสะดุ้งโหยง เมื่อคั้ตั้งสติได้ร่างของเธอก็ดีดตัวลุกและพุ่งไปยังประตูห้องน้ำทันที

"ออกไปนะ!!!"

การกระทำไวกว่าความคิด มือเรียวคว้าหมับที่เปิดประตู และเพราะความเคยชินของเพลิงคือไม่ล็อคประตูไว้จึงทำให้คนข้างนอกเปิดเข้าไปได้ง่ายดาย

"ไปตายซะ"

แมลงสาปตัวอ้วนถูกแรงดันน้ำในชักโครกกดลงไปแล้ว เพราะเจ้าแมลงโง่ๆร่วมโลกดันเข้ามาผิดเวลาเอง ดีที่เขาอาบน้ำเสร็จแล้ว ความเงียบกลับมาอีกครั้ง เพลิงหันหลังกลับเพื่อจะเอาไปชุดคลุมอาบน้ำ เขาก็ได้รู้ว่ามีอรัณยืนมองร่างเปลือยที่ยืนอยู่กลางห้องน้ำกว้างไม่วางตา

"....."

".....อะ....รัณ"

ปัง!!

ไม่รู้ว่าอรัณยืนดูเขาด้วยสายตาแบบนั้นนานแค่ไหน แต่ที่รู้แน่ๆก็คืออรัณเห็นทุกอย่างหมดแล้ว ทุกอย่างที่เป็นร่างกายของเขา ร่างกายที่ไร้อาภรณ์ทั้งร่าง เป็นอีกครั้งที่หัวใจต้องทำงานหนัก

"เห็นหมดแล้ว ฮือออ อีแมลงสาปบ้า"

สองมือยกขึ้นมากุมใบหน้าร้อนฉ่าไม่ปล่อย

"รู้สึกเหมือนเสียซิงแปลกๆ"

ทางด้านอรัณที่ยังยืนนิ่งอยู่หน้าห้องน้ำไม่ได้ขยับเขยื้อนไปไหนตั้งที่เธอกระชากประตูปิดตามเดิม

"ขาวจังวะ"

มือเรียวยกขึ้นมาแตะๆใต้จมูกโด่งเพื่อตรวจดูว่าไม่มีของเหลวสีแดงไหลออกมาเหมือนในละครที่เคยดูผ่านๆ ลำคอแห้งผากรู้สึกกระหายน้ำขึ้นมาสองขาจึงพาตัวเองไปยังห้องครัวอย่างล่องลอย













.............................................................................

อืดเด้อ มาช้าดีกว่าไม่มาเน้อะ555555

ตอนนี้เราหาอิมเมจตุลการณ์เจอแล้วนะคะ ถ้าสนใจก็ตามไปส่องในเพจได้เลย

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว